เจ้าของกิจการขอวีซ่าแคนาดา ต้องใช้เอกสารบริษัท ภาษี และ Statement แบบไหน

เจ้าของกิจการขอวีซ่าแคนาดา ต้องใช้เอกสารบริษัท ภาษี และ Statement แบบไหน

🇨🇦 Canada Visitor Visa for Business Owners
เจ้าของกิจการขอวีซ่าแคนาดา ต้องใช้เอกสารบริษัท ภาษี และ Statement แบบไหน
หนังสือรับรองบริษัทอย่างเดียวไม่พอ เจ้าหน้าที่ควรเห็นว่าผู้สมัครเป็นเจ้าของหรือบริหารกิจการจริง บริษัทมีรายได้และธุรกรรมต่อเนื่อง ผู้สมัครได้รับเงินส่วนตัวผ่านช่องทางใด และมีหน้าที่อะไรที่ต้องกลับมาดำเนินต่อในประเทศไทย
📅 อัปเดตล่าสุด: 6 สิงหาคม 2569 ✍️ โดย ทีม Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 17 นาที

เจ้าของกิจการมักมีเอกสารมากกว่าพนักงานประจำ แต่ความท้าทายคือเงินบริษัท รายได้ส่วนตัว และเงินที่ใช้เดินทางอาจอยู่คนละบัญชี หากนำเอกสารทั้งหมดมารวมกันโดยไม่อธิบาย เจ้าหน้าที่อาจยังไม่ทราบว่าผู้สมัครมีเงินส่วนตัวเท่าไรและสามารถใช้ยอดในบัญชีบริษัทได้จริงหรือไม่

การเตรียมเอกสารจึงควรแบ่งเป็นสามชั้น ได้แก่ หลักฐานว่ากิจการมีอยู่จริง หลักฐานว่ากิจการดำเนินงานและเสียภาษี และหลักฐานว่าผู้สมัครได้รับรายได้หรือมีเงินส่วนตัวเพียงพอสำหรับทริป

นอกจากนี้ เอกสารบริษัทยังช่วยแสดงความผูกพันกับประเทศไทยได้ เมื่อมีลูกค้า พนักงาน สัญญา ภาระภาษี หรือโครงการที่ผู้สมัครต้องกลับมาดูแลหลังเดินทาง

คำตอบโดยตรง: เจ้าของกิจการควรเตรียมหนังสือรับรองบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้นหรือหลักฐานความเป็นเจ้าของ ใบอนุญาตหรือทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เอกสารภาษีนิติบุคคลและภาษีส่วนตัว งบการเงินหรือรายงานรายรับ รายการเดินบัญชีบริษัท และ Statement ส่วนตัว โดยต้องอธิบายว่าเงินจากบริษัทเข้าสู่บัญชีส่วนตัวในรูปแบบใด เช่น เงินเดือน ค่าตอบแทนกรรมการ เงินปันผล หรือคืนเงินทดรอง ไม่ควรรวมยอดบัญชีบริษัททั้งหมดเป็นเงินท่องเที่ยวส่วนตัวโดยไม่มีหลักฐานสิทธิ

📊 มีเงินอยู่ทั้งบัญชีบริษัทและบัญชีส่วนตัว?
ควรตรวจเส้นทางเงินก่อน เพื่อแยกเงินหมุนเวียนของกิจการ รายได้ของผู้สมัคร เงินปันผล เงินทดรอง และค่าเดินทางที่บริษัทอนุมัติ

📱 ส่งโครงสร้างธุรกิจให้ทีมช่วยประเมิน

📋 สารบัญบทความ

  1. IRCC พิจารณาเจ้าของกิจการจากอะไร
  2. เอกสารธุรกิจควรแบ่งเป็นกี่ส่วน
  3. เอกสารบริษัทต้องใช้ฉบับใด
  4. พิสูจน์ตำแหน่งและความเป็นเจ้าของอย่างไร
  5. ภาษีบริษัทและภาษีส่วนตัวใช้อย่างไร
  6. งบการเงินและรายงานธุรกิจต้องมีระดับไหน
  7. Statement บริษัทควรแสดงอะไร
  8. Statement ส่วนตัวควรเชื่อมกับรายได้อย่างไร
  9. เงินจากบริษัทเข้าบัญชีเจ้าของต้องอธิบายอย่างไร
  10. บริษัทออกค่าเดินทางให้ต้องใช้เอกสารอะไร
  11. บริษัทเพิ่งเปิดหรือยังไม่มีงบครบปีทำอย่างไร
  12. ใช้กิจการพิสูจน์เหตุผลกลับไทยอย่างไร
  13. ต้องมีเงินเท่าไรสำหรับทริปแคนาดา
  14. Business Owner Cover Letter ควรเขียนอะไร
  15. ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
  16. Checklist ก่อนส่งคำร้อง

1. IRCC ไม่ได้ดูเพียงยอดขายหรือขนาดบริษัท

ข้อกำหนด Visitor Visa ของ Immigration, Refugees and Citizenship Canada หรือ IRCC ระบุว่า ผู้สมัครต้องมีเงินเพียงพอสำหรับการเดินทาง มีความผูกพัน เช่น งาน บ้าน ทรัพย์สินทางการเงิน หรือครอบครัว และทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะออกจากแคนาดาเมื่อสิ้นสุดการเยี่ยม

หน้าหลักฐานสนับสนุนของ IRCC ยกตัวอย่างเอกสารงานและประสบการณ์ เช่น สัญญาจ้าง หนังสืออ้างอิง รายได้ และเอกสารภาษี ส่วนรายการเอกสารเฉพาะบุคคลจะถูกสร้างในระบบออนไลน์ตามสถานการณ์ของผู้สมัคร

สำหรับเจ้าของกิจการ การมีบริษัทจดทะเบียนจึงเป็นจุดเริ่มต้น แต่ควรมีหลักฐานว่าบริษัทดำเนินงานจริง ผู้สมัครมีบทบาทจริง และรายได้ส่วนตัวสัมพันธ์กับข้อมูลภาษีและ Statement

📌 Personalized Document Checklist เป็นหลัก: IRCC อาจขอเอกสารแตกต่างกันตามประเภทการเดินทาง ประเทศที่ยื่น และสถานการณ์ของผู้สมัคร ควรยึด Checklist ในบัญชี IRCC และคำขอเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ ไม่ควรใช้รายการจากบุคคลอื่นแทนทั้งหมด

ผู้สมัครควรเลือกประเภท วีซ่าแคนาดา ให้ตรงกับกิจกรรม หากเดินทางเพื่อประชุม เจรจา หรืองานธุรกิจ ควรแยกให้ชัดจากการเข้าไปทำงานให้กิจการในแคนาดา

2. เอกสารเจ้าของกิจการควรแบ่งเป็น 3 ชั้น

ชั้นที่ 1

บริษัทมีอยู่จริง

ใช้เอกสารจดทะเบียน ใบอนุญาต ที่อยู่ และโครงสร้างผู้ถือหุ้นเพื่อยืนยันตัวตนของกิจการ

ชั้นที่ 2

บริษัทดำเนินงานจริง

ใช้ภาษี งบการเงิน สัญญา ใบแจ้งหนี้ และบัญชีบริษัทแสดงกิจกรรมทางธุรกิจ

ชั้นที่ 3

ผู้สมัครมีรายได้และเงินใช้จริง

ใช้ภาษีส่วนตัว Statement และหลักฐานเงินเดือน ปันผล หรือค่าตอบแทนเชื่อมกับบริษัท

🔗 Business Owner Evidence Map

ความเป็นเจ้าของ → การดำเนินงานบริษัท → รายได้บริษัท → รายได้ผู้สมัคร → เงินในบัญชีส่วนตัว → งบทริป
💡 หลักจัดแฟ้ม: อย่าเริ่มจากการรวมไฟล์ทั้งหมด ให้เริ่มจากคำถามว่าเอกสารแต่ละฉบับช่วยพิสูจน์บริษัท รายได้ส่วนตัว หรือเหตุผลกลับไทย

3. เอกสารบริษัทควรใช้ฉบับใด

เอกสารที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจการ เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วน ร้านค้า หรือผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ไม่จำเป็นต้องมีทุกข้อ แต่ควรครอบคลุมตัวตน ที่อยู่ ผู้มีอำนาจ และสถานะปัจจุบัน

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร ช่วยพิสูจน์อะไร จุดที่ควรตรวจ ข้อควรระวัง
หนังสือรับรองบริษัท ชื่อบริษัท ที่อยู่ ทุน กรรมการ และอำนาจลงนาม ข้อมูลยังเป็นปัจจุบันและชื่อผู้สมัครตรงหนังสือเดินทาง ไม่พิสูจน์ว่าบริษัทมีรายได้หรือดำเนินงานจริงลำพัง
รายชื่อผู้ถือหุ้น สัดส่วนความเป็นเจ้าของของผู้สมัคร วันที่เอกสารและจำนวนหุ้นสัมพันธ์กับคำอธิบาย การถือหุ้นน้อยไม่ได้แปลว่าเป็นผู้ควบคุมกิจการทั้งหมด
ทะเบียนพาณิชย์ การประกอบกิจการในนามบุคคลหรือร้านค้า ประเภทกิจการและที่ตั้งตรงกับสถานการณ์จริง ควรมีหลักฐานยอดขายและลูกค้าประกอบ
ใบอนุญาตประกอบกิจการ สิทธิประกอบธุรกิจเฉพาะประเภท ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ ใช้เฉพาะธุรกิจที่มีกฎหมายกำหนด
ภ.พ.20 หรือหลักฐานจดทะเบียนภาษี สถานะภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อกิจการจด VAT ชื่อและที่อยู่ตรงกับเอกสารบริษัท บริษัทที่ไม่เข้าเกณฑ์ VAT อาจไม่มีเอกสารนี้
สัญญาเช่าสำนักงานหรือหลักฐานสถานที่ สถานที่ดำเนินงานจริง ช่วงสัญญาครอบคลุมวันที่ยื่น Virtual Office ควรอธิบายตามการใช้งานจริง
เว็บไซต์และช่องทางธุรกิจ สินค้า บริการ และข้อมูลติดต่อ ข้อมูลตรงกับเอกสารจดทะเบียน เป็นหลักฐานเสริม ไม่แทนภาษีและธุรกรรม
⚠️ อย่าแนบหนังสือรับรองเก่าโดยไม่ตรวจ: หากมีการเปลี่ยนกรรมการ ผู้ถือหุ้น ที่อยู่ หรือชื่อบริษัท ควรใช้เอกสารที่สะท้อนสถานะปัจจุบัน และอธิบายชื่อเดิมเมื่อเกี่ยวข้องกับ Statement หรือภาษีเก่า

4. พิสูจน์ตำแหน่งและความเป็นเจ้าของให้ตรงกับบทบาทจริง

คำว่า “เจ้าของกิจการ” อาจหมายถึงผู้ถือหุ้น กรรมการ หุ้นส่วน ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา หรือผู้จัดการธุรกิจครอบครัว เอกสารควรระบุบทบาทให้ตรง ไม่ควรใช้คำว่า Owner หากผู้สมัครเป็นเพียงพนักงานหรือกรรมการที่ไม่มีหุ้นโดยไม่ได้อธิบาย

บทบาท หลักฐานที่ใช้ สิ่งที่ควรอธิบาย
กรรมการและผู้ถือหุ้น หนังสือรับรองบริษัทและรายชื่อผู้ถือหุ้น ตำแหน่ง สัดส่วนหุ้น และหน้าที่บริหาร
กรรมการแต่ไม่มีหุ้น หนังสือรับรอง มติแต่งตั้ง และสัญญาจ้าง บทบาทบริหารและรายได้ที่ได้รับ
หุ้นส่วนห้างหุ้นส่วน เอกสารจดทะเบียนและข้อตกลงหุ้นส่วน สัดส่วนกำไรและความรับผิดชอบ
ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ทะเบียนพาณิชย์ ภาษี สัญญา และ Statement รายได้ธุรกิจและรายได้ส่วนตัวอาจเป็นบัญชีเดียวกัน
ธุรกิจครอบครัว เอกสารบริษัท หนังสือแต่งตั้ง และหลักฐานการทำงาน ผู้สมัครถือหุ้นหรือมีตำแหน่งอย่างไร ไม่ควรอ้างเพียงว่าเป็นธุรกิจครอบครัว

สถานการณ์สมมติ: ผู้สมัครถือหุ้น 30% และเป็นกรรมการ

ควรแนบหนังสือรับรองบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น และจดหมายสรุปหน้าที่ เช่น ดูแลการขาย การเงิน หรือการดำเนินงาน พร้อมเอกสารรายได้ที่บริษัทจ่ายให้จริง

จุดสำคัญ: ไม่ควรเขียนว่าเป็นเจ้าของบริษัท 100% หากเอกสารผู้ถือหุ้นแสดงสัดส่วน 30%

5. ภาษีบริษัทและภาษีส่วนตัวมีหน้าที่ต่างกัน

เอกสารภาษีช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นว่ากิจการและรายได้ถูกนำเข้าสู่ระบบตรวจสอบ แต่ควรใช้ตามรูปแบบธุรกิจและรายได้จริง ไม่จำเป็นต้องแนบแบบภาษีทุกประเภทหากไม่เกี่ยวข้อง

Corporate Tax

ภาษีของบริษัท

  • แบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามรอบบัญชี
  • หลักฐานยื่นหรือชำระภาษี
  • แบบภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อจด VAT
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของกิจการเมื่อเกี่ยวข้อง
  • เอกสารบัญชีที่สัมพันธ์กับยอดขาย
Personal Tax

ภาษีส่วนตัวของผู้สมัคร

  • แบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • เงินเดือนหรือค่าตอบแทนกรรมการ
  • เงินปันผลและภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • รายได้จากกิจการบุคคลธรรมดา
  • รายได้อื่นที่นำมาใช้เป็นทุนเดินทาง

วิธีเชื่อมภาษีกับ Statement

  • เงินเดือนที่แจ้งในภาษีควรเชื่อมกับรายการจ่ายจากบริษัท
  • เงินปันผลควรมีมติ เอกสารการจ่าย และรายการรับเงิน
  • ค่าตอบแทนกรรมการควรมีเอกสารอนุมัติและภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • รายได้บุคคลธรรมดาควรเชื่อมกับลูกค้า Invoice และ Statement
  • หากตัวเลขปีปัจจุบันเปลี่ยนจากปีก่อน ควรใช้เอกสารล่าสุดอธิบาย

สถานการณ์สมมติ: บริษัทมีกำไรสูง แต่ผู้สมัครรับเงินเดือนต่ำ

งบบริษัทแสดงกำไรหลายล้านบาท แต่บัญชีส่วนตัวของผู้สมัครมีเงินเข้าเพียงเงินเดือนเดือนละ 35,000 บาท

วิธีจัดเอกสาร: หากผู้สมัครใช้เงินส่วนตัวเดินทาง ควรประเมินจากเงินเดือน เงินออม และรายได้ส่วนตัวจริง ไม่ควรนำกำไรบริษัททั้งหมดมารวมโดยอัตโนมัติ หากมีเงินปันผลหรือบริษัทออกค่าใช้จ่าย ต้องแสดงเอกสารอนุมัติและเส้นทางเงินแยกต่างหาก

❌ ห้ามทำให้ภาษีกับ Statement ขัดกันโดยไม่มีคำอธิบาย: หากระบุรายได้ส่วนตัวสูง แต่ภาษีและรายการรับเงินไม่สนับสนุน ควรตรวจว่ารายได้มาจากเงินเดือน ปันผล เงินกู้ หรือการถอนเงินประเภทใดตามจริง

6. งบการเงินและรายงานธุรกิจควรใช้ระดับไหน

บางกิจการมีงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบหรือรับรองครบถ้วน ขณะที่กิจการใหม่หรือบุคคลธรรมดาอาจมีเพียงบัญชีรายรับรายจ่ายและ Statement เอกสารควรสะท้อนขนาดและรูปแบบธุรกิจจริง

เอกสารทางการเงิน เหมาะกับ ช่วยพิสูจน์อะไร ควรแนบอะไรเพิ่ม
งบการเงินประจำปี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่มีหน้าที่ยื่นงบ รายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้ และผลประกอบการ ภาษีและ Statement ล่าสุด
งบทดลองหรือรายงานภายใน ต้องการแสดงข้อมูลรอบปัจจุบันที่ยังไม่ปิดบัญชี สถานะล่าสุดก่อนวันยื่น คำรับรองจากผู้จัดทำบัญชีและธุรกรรมรองรับ
บัญชีรายรับรายจ่าย ร้านค้าหรือกิจการบุคคลธรรมดา ยอดขายและต้นทุนตามช่วงเวลา Invoice ใบเสร็จ ภาษี และ Statement
รายงานยอดขาย ธุรกิจออนไลน์หรือแพลตฟอร์ม ยอดคำสั่งซื้อและรายรับ Settlement Report และเงินเข้าธนาคาร
รายงานลูกหนี้และสัญญา ธุรกิจบริการหรือโครงการระยะยาว งานที่อยู่ระหว่างดำเนินการและรายได้อนาคต Invoice และหลักฐานส่งมอบ
📌 งบการเงินปีก่อนควรมีข้อมูลล่าสุดประกอบ: งบที่ปิดรอบแล้วช่วยแสดงประวัติ แต่ Statement สัญญา และรายงานปัจจุบันช่วยยืนยันว่าบริษัทยังดำเนินงานในวันที่ยื่น

7. Statement บริษัทควรแสดงอะไร

Statement บริษัทมีหน้าที่หลักในการแสดงว่ากิจการมีธุรกรรมจริง ไม่ใช่เพื่อแสดงว่าผู้สมัครสามารถใช้เงินทุกบาทในบัญชีบริษัทเป็นค่าเดินทางส่วนตัว

ข้อมูลที่ควรตรวจ

  • ชื่อบัญชีตรงกับชื่อนิติบุคคลหรือชื่อกิจการ
  • รายการรับเงินเชื่อมกับลูกค้า Invoice หรือยอดขายได้
  • มีค่าใช้จ่ายดำเนินงาน เช่น ค่าเช่า เงินเดือน หรือ Supplier ตามลักษณะธุรกิจ
  • ยอดเงินไม่ถูกย้ายเข้าเพื่อยื่นวีซ่าโดยไม่มีที่มา
  • รายการจ่ายให้ผู้สมัครมีประเภทชัดเจน
  • ยอดคงเหลือไม่ถูกตีความว่าเป็นกำไรหรือเงินส่วนตัวทั้งหมด
รายการในบัญชีบริษัท อาจหมายถึง หลักฐานที่ควรเชื่อม
เงินจากลูกค้า ยอดขายหรือค่าบริการ Invoice, Contract และ Tax Invoice
เงินจ่ายให้ผู้สมัครทุกเดือน เงินเดือนหรือค่าตอบแทน Payslip, Board Resolution และภาษี
เงินก้อนใหญ่จ่ายให้ผู้สมัคร ปันผล คืนเงินทดรอง หรือเงินกู้ มติ เอกสารบัญชี และภาษีที่เกี่ยวข้อง
เงินจากกรรมการเข้าบริษัท เพิ่มทุนหรือเงินกู้กรรมการ Loan Record, Capital Document และบัญชี
โอนระหว่างบัญชีบริษัท การบริหารสภาพคล่อง Statement ต้นทางและปลายทาง
⚠️ ไม่จำเป็นต้องแนบทุกธุรกรรมของบริษัท: ควรเลือกช่วงและเอกสารตาม Personalized Checklist พร้อมสรุปรายการสำคัญ โดยไม่ปิดบังธุรกรรมที่มีผลต่อการประเมินแหล่งเงิน

8. Statement ส่วนตัวควรเชื่อมกับบริษัทอย่างไร

บัญชีส่วนตัวมีหน้าที่แสดงรายได้ เงินออม และเงินที่ผู้สมัครเข้าถึงได้จริงสำหรับทริป หากรายได้มาจากบริษัทตนเอง ควรย้อนเส้นทางจากบัญชีบริษัทมาถึงบัญชีส่วนตัวได้

💰 เส้นทางเงินที่ควรตรวจสอบได้

บริษัทอนุมัติการจ่าย → บริษัทโอนเงิน → ผู้สมัครรับเงิน → ภาษีหรือบัญชีบันทึกตรงกัน → เงินถูกใช้เป็นทุนเดินทาง

บัญชีส่วนตัวควรแสดง

  • รายได้ประจำจากบริษัทเมื่อมี
  • เงินปันผลหรือค่าตอบแทนที่มีเอกสารรองรับ
  • ประวัติเงินออมที่สะสมต่อเนื่อง
  • เงินโอนระหว่างบัญชีของผู้สมัครเอง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและภาระประจำ
  • ยอดเงินที่เพียงพอกับงบทริปและเงินสำรอง

ก่อนยื่นควรตรวจ Statement ทั้งบริษัทและส่วนตัวพร้อมกัน เพื่อป้องกันการอธิบายเงินก้อนเดียวเป็นรายได้ซ้ำหรือเรียกเงินของบริษัทว่าเป็นเงินส่วนตัว

สถานการณ์สมมติ: โอนเงินบริษัทเข้าบัญชีส่วนตัวก่อนยื่น

หนึ่งสัปดาห์ก่อนยื่น ผู้สมัครโอนเงิน 500,000 บาทจากบริษัทเข้าส่วนตัว โดยระบุเพียงว่าเป็นเงินของตนเอง

จุดที่ต้องอธิบาย: เงินเป็นปันผล เงินเดือน เงินกู้ คืนเงินทดรอง หรือรายการอื่น ต้องมีมติ บัญชี ภาษี และเหตุผลที่สอดคล้องกัน หากไม่มีสิทธิถอน เงินอาจไม่ถูกมองว่าเป็นเงินส่วนตัวที่น่าเชื่อถือ

9. เงินจากบริษัทเข้าบัญชีเจ้าของมีหลายประเภท

ประเภทเงิน เอกสารที่ควรมี ประเด็นที่ต้องอธิบาย
เงินเดือน สัญญาจ้าง Payslip ภาษี และรายการโอน จำนวนและความถี่ควรสอดคล้องกัน
ค่าตอบแทนกรรมการ มติอนุมัติ เอกสารบัญชี ภาษี และ Statement จ่ายเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราว
เงินปันผล มติผู้ถือหุ้น งบกำไร ภาษี และหลักฐานจ่าย บริษัทมีสิทธิจ่ายและยอดสัมพันธ์กับสัดส่วนหุ้น
คืนเงินทดรอง ใบเสร็จ รายการค่าใช้จ่าย และบันทึกบัญชี ไม่ใช่รายได้ใหม่ของผู้สมัคร
เงินกู้กรรมการหรือผู้ถือหุ้น สัญญากู้ บันทึกบัญชี และเงื่อนไขคืนเงิน มีภาระหนี้และไม่ควรเรียกว่าเงินออม
ถอนเงินจากกิจการบุคคลธรรมดา บัญชีรายรับรายจ่าย ภาษี และ Statement แยกยอดขาย ค่าใช้จ่าย และกำไรที่ผู้สมัครใช้ได้จริง
💡 ใช้คำให้ตรงกับบัญชี: ไม่ควรเรียกเงินทุกก้อนที่บริษัทโอนให้ว่า Salary หากเอกสารจริงบันทึกเป็นปันผล เงินยืม หรือคืนเงินทดรอง

10. หากบริษัทออกค่าเดินทางให้ ต้องใช้เอกสารอะไร

บริษัทสามารถรับผิดชอบค่าเดินทางได้เมื่อการเดินทางเกี่ยวข้องกับกิจการและมีการอนุมัติตามโครงสร้างบริษัท แต่ควรระบุให้ชัดว่าบริษัทจ่ายรายการใดและผู้สมัครจ่ายรายการใด

เอกสาร ช่วยพิสูจน์อะไร
Company Sponsorship Letter วัตถุประสงค์ ระยะเดินทาง ตำแหน่ง และรายการค่าใช้จ่ายที่บริษัทรับผิดชอบ
มติกรรมการหรือหนังสืออนุมัติ บริษัทอนุมัติการใช้เงินตามอำนาจและโครงสร้างจริง
Statement บริษัท บริษัทมีสภาพคล่องสำหรับค่าใช้จ่ายที่รับรอง
งบการเงินและภาษี กิจการดำเนินงานและมีรายได้รองรับ
จดหมายเชิญหรือเอกสารประชุม การเดินทางสัมพันธ์กับกิจกรรมทางธุรกิจ
Trip Budget แยกตั๋ว ที่พัก อาหาร และค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัทกับผู้สมัคร
❌ บริษัทออกค่าใช้จ่ายไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีเงินส่วนตัว: ผู้สมัครควรแสดงสถานการณ์การเงินส่วนตัวตามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่บริษัทไม่รับผิดชอบและเงินสำรองระหว่างเดินทาง

11. บริษัทเพิ่งเปิดหรือยังไม่มีงบครบปีทำอย่างไร

กิจการใหม่อาจยังไม่มีงบการเงินประจำปีหรือประวัติภาษีครบหลายรอบ แต่สามารถใช้เอกสารปัจจุบันอธิบายการเริ่มธุรกิจและการดำเนินงานได้ ไม่ควรสร้างงบหรือภาษีย้อนหลัง

เอกสารที่ช่วยได้สำหรับบริษัทใหม่

  • หนังสือรับรองและเอกสารวันที่เริ่มกิจการ
  • หลักฐานเงินทุนเริ่มต้น
  • สัญญาลูกค้าและใบสั่งซื้อ
  • ใบแจ้งหนี้และหลักฐานรับเงิน
  • Statement บริษัทตั้งแต่เปิดบัญชี
  • บัญชีรายรับรายจ่ายหรือรายงานจากผู้ทำบัญชี
  • ภาษีรอบที่ยื่นแล้วเท่าที่มี
  • ประสบการณ์ทำงานก่อนเริ่มบริษัท
  • โครงการที่ต้องกลับมาดำเนินต่อหลังทริป

สถานการณ์สมมติ: บริษัทเปิดมา 5 เดือน

ยังไม่มีงบการเงินประจำปี แต่มีลูกค้าสามราย สัญญาโครงการ รายรับเข้าบัญชีบริษัท และภาษีบางรอบแล้ว

แนวทางจัดแฟ้ม: อธิบาย Timeline ตั้งแต่เริ่มกิจการ แนบสัญญา Invoice Statement และรายงานรายรับล่าสุด พร้อมหลักฐานประสบการณ์เดิมของผู้สมัคร ไม่ควรเขียนว่าบริษัทดำเนินงานมาหลายปีหากเพิ่งจดทะเบียน

12. ใช้กิจการพิสูจน์เหตุผลกลับไทยอย่างไร

บริษัทช่วยแสดงความผูกพันกับประเทศไทยได้เมื่อเห็นว่าผู้สมัครมีหน้าที่ที่ต้องกลับมาดำเนินต่อ ไม่ใช่เพียงมีชื่อเป็นกรรมการในเอกสาร

ภาระที่ต้องกลับมา หลักฐานที่ใช้ได้ จุดที่ทำให้ตรวจสอบง่าย
ประชุมหรือนัดลูกค้า อีเมลนัด สัญญา และปฏิทินประชุม มีวัน บุคคล และโครงการชัดเจน
ส่งมอบโครงการ Project Timeline และสัญญา กำหนดส่งสัมพันธ์กับวันกลับ
ดูแลพนักงานหรือการดำเนินงาน โครงสร้างทีม Payroll และ Job Responsibilities อธิบายผู้ดูแลแทนระหว่างเดินทาง
ภาระภาษีและบัญชี กำหนดยื่นภาษีและเอกสารผู้ทำบัญชี แสดงหน้าที่จริงของผู้สมัคร
การผลิตหรือส่งสินค้า Purchase Order, Production Schedule และ Shipping Plan มีขั้นตอนที่ต้องกลับมาควบคุม
สัญญาเช่าและสถานที่ประกอบการ สัญญาและหลักฐานชำระ ใช้ร่วมกับธุรกิจที่ดำเนินงานจริง
💡 เหตุผลกลับที่ชัดควรมีวันและหน้าที่: เช่น ต้องกลับมาเซ็นรับมอบโครงการ ประชุมลูกค้า หรือควบคุมการส่งสินค้าในวันที่กำหนด ไม่ใช่เพียงเขียนว่ามีบริษัทจึงต้องกลับ

สถานการณ์สมมติ: ขอเที่ยว 45 วัน แต่บริษัทขาดผู้บริหารไม่ได้

ผู้สมัครเขียนว่าตนเองเป็นคนเดียวที่ควบคุมบริษัททั้งหมด แต่ขอเดินทางหกสัปดาห์โดยไม่อธิบายว่าใครดูแลลูกค้า พนักงาน และการเงินระหว่างนั้น

สิ่งที่ควรอธิบาย: การมอบหมายงาน ระบบอนุมัติระยะไกล ผู้จัดการที่ดูแลแทน และภาระที่ผู้สมัครต้องกลับมารับผิดชอบ ไม่ควรสร้างภาพว่าบริษัทหยุดดำเนินงานตลอดทริปหากไม่เป็นจริง

13. เจ้าของกิจการต้องมีเงินเท่าไรสำหรับ Visitor Visa แคนาดา

IRCC ไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำแบบตัวเลขเดียวสำหรับ Visitor Visa ทุกคน โดยจำนวนเงินที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะพำนัก จำนวนผู้เดินทาง รูปแบบที่พัก และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ผู้สมัครควรทำงบทริปจากค่าใช้จ่ายจริง และแยกให้ชัดว่าเงินมาจากบัญชีส่วนตัวหรือบริษัท

💰 Trip Funding Structure

Personal Funds + Approved Company Support = เงินที่ใช้ได้จริงสำหรับทริป
ค่าใช้จ่าย ผู้รับผิดชอบ หลักฐาน
ตั๋วเครื่องบิน ผู้สมัครหรือบริษัท Statement, Booking หรือ Company Approval
ที่พัก ผู้สมัคร บริษัท หรือผู้เชิญ Booking, Invitation Letter หรือ Sponsorship Letter
อาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัว ผู้สมัคร Personal Statement และ Savings
ค่าเดินทางเพื่อธุรกิจ บริษัทเมื่อได้รับอนุมัติ Trip Budget และมติหรือหนังสืออนุมัติ
กิจกรรมท่องเที่ยว ผู้สมัคร Personal Funds
เงินสำรองและเดินทางกลับ ผู้สมัครหรือผู้สนับสนุนตามเอกสาร ยอดคงเหลือหลังหักงบทริป
⚠️ สภาพคล่องบริษัทไม่เท่ากับงบท่องเที่ยว: เงินในบัญชีบริษัทอาจต้องใช้จ่าย Supplier เงินเดือน ภาษี และค่าเช่า จึงควรแสดงเฉพาะจำนวนที่บริษัทอนุมัติสำหรับการเดินทาง ไม่ใช่ยอดคงเหลือทั้งหมด

เมื่อทราบผลวีซ่าแล้ว ควรตรวจเงื่อนไขก่อนจอง ตั๋วเครื่องบิน ที่คืนเงินไม่ได้ และควรเลือก ประกันเดินทาง ให้ตรงกับระยะและกิจกรรมจริง

14. Business Owner Cover Letter ควรอธิบายอะไร

Cover Letter ควรช่วยเชื่อมบริษัท ภาษี Statement และแผนเดินทาง ไม่ควรเขียนเพียงว่าผู้สมัครเป็นเจ้าของกิจการและมีฐานะดี

📄 โครงสร้างจดหมายอธิบายเจ้าของกิจการ

Subject: Business Ownership, Income, Travel Funding and Temporary Visit Explanation 1. Business profile - ชื่อบริษัท ประเภทธุรกิจ และวันที่เริ่มดำเนินงาน - ตำแหน่งและสัดส่วนความเป็นเจ้าของของผู้สมัคร - จำนวนพนักงาน ลูกค้า และลักษณะการดำเนินงาน 2. Applicant’s responsibilities - หน้าที่ประจำของผู้สมัคร - การมอบหมายงานระหว่างเดินทาง - งานหรือการอนุมัติที่ต้องกลับมาดำเนินต่อ 3. Business financial evidence - งบการเงิน ภาษี และ Statement บริษัทที่แนบ - รายได้หรือสัญญาปัจจุบัน - รายการสำคัญที่ควรอธิบาย 4. Applicant’s personal income - เงินเดือน ค่าตอบแทน เงินปันผล หรือรายได้รูปแบบอื่น - เอกสารที่เชื่อมการจ่ายจากบริษัทกับบัญชีส่วนตัว - เงินออมที่ใช้สำหรับทริป 5. Travel funding - บริษัทหรือผู้สมัครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายการใด - งบทริปและเงินสำรอง - ที่มาของเงินก้อนใหญ่เมื่อมี 6. Purpose and itinerary - เหตุผลเดินทาง วันที่ และกิจกรรม - ผู้เชิญหรือการประชุมเมื่อเกี่ยวข้อง - แผนเดินทางออกจากแคนาดา 7. Reasons to return to Thailand - ลูกค้า โครงการ พนักงาน ภาษี และภาระทางธุรกิจ - ครอบครัว ที่พัก หรือทรัพย์สินตามข้อเท็จจริง

การจัดทำ Cover Letter ต้องใช้ข้อมูลจากเอกสารจริง ไม่ควรเพิ่มยอดขาย จำนวนพนักงาน หรือโครงการที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

🧩 แฟ้มเจ้าของกิจการมักมีเอกสารครบ แต่ขาดคำอธิบายว่าเงินส่วนใดเป็นของบริษัทและส่วนใดเป็นของผู้สมัคร
ควรตรวจบริษัท ภาษี และ Statement เป็นชุดเดียวกันก่อนส่ง

💬 ให้ทีมช่วยทำ Business Evidence Map

15. ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารเจ้าของกิจการดูไม่น่าเชื่อมโยง

1. ใช้หนังสือรับรองบริษัทเพียงอย่างเดียว

เห็นว่าบริษัทจดทะเบียน แต่ไม่มีภาษี รายได้ ลูกค้า หรือ Statement ที่แสดงการดำเนินงานจริง

2. รวมยอดบัญชีบริษัทเป็นเงินส่วนตัวทั้งหมด

ไม่แยกเงินหมุนเวียน หนี้ Supplier เงินเดือนพนักงาน และค่าใช้จ่ายทางธุรกิจออกจากงบทริป

3. เงินจากบริษัทเข้าบัญชีส่วนตัวไม่มีประเภท

ไม่ทราบว่าเป็นเงินเดือน ปันผล คืนเงินทดรอง หรือเงินกู้ ทำให้รายได้ส่วนตัวตรวจสอบไม่ได้

4. ภาษีบริษัทดีกว่ารายได้ส่วนตัวมาก

ใช้กำไรบริษัทเป็นเหตุผลว่าผู้สมัครมีฐานะ แต่ไม่มีหลักฐานว่าผู้สมัครได้รับเงินหรือมีสิทธิใช้กำไรนั้น

5. เอกสารบริษัทเก่าและข้อมูลไม่ตรงกัน

ที่อยู่ กรรมการ หรือชื่อบริษัทในหนังสือรับรอง ภาษี และ Statement เป็นคนละข้อมูลโดยไม่มีคำอธิบาย

6. แผนเดินทางขัดกับภาระบริษัท

ระบุว่าขาดผู้สมัครไม่ได้ แต่ขอเดินทางนานโดยไม่มีผู้รับผิดชอบงานแทน

7. บริษัทเพิ่งเปิดแต่เขียนว่าดำเนินงานมานาน

วันจดทะเบียนและ Statement ไม่สนับสนุนประวัติที่ระบุใน Cover Letter

8. แนบเอกสารภาษาไทยโดยไม่มีคำแปลตามข้อกำหนด

ข้อมูลผู้ถือหุ้น ภาษี และรายการทางการเงินสำคัญไม่สามารถอ่านเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสได้

💡 วิธีตรวจแบบเร็ว: เลือกเงินหนึ่งก้อนในบัญชีส่วนตัว แล้วตรวจว่าสามารถย้อนกลับไปยังเอกสารอนุมัติ ภาษี และ Statement บริษัทได้หรือไม่ หากย้อนเส้นทางไม่ได้ ควรจัด Source of Funds เพิ่ม

16. Checklist เอกสารเจ้าของกิจการขอวีซ่าแคนาดา

🏢 ตัวตนและโครงสร้างบริษัท

มีหนังสือรับรองบริษัทหรือทะเบียนกิจการฉบับปัจจุบัน
มีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือหลักฐานความเป็นเจ้าของ
ตำแหน่งและสัดส่วนหุ้นตรงกับ Cover Letter
ที่อยู่ ชื่อบริษัท และกรรมการตรงกันทุกฉบับ
มีใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจเมื่อเกี่ยวข้อง

📈 การดำเนินงานของกิจการ

มีสัญญา Invoice หรือหลักฐานลูกค้าปัจจุบัน
มีหลักฐานสถานที่ พนักงาน หรือ Supplier ตามรูปแบบธุรกิจ
บริษัทใหม่มี Timeline และหลักฐานเริ่มกิจการตามจริง
เว็บไซต์และช่องทางธุรกิจใช้เป็นข้อมูลเสริม

🧾 ภาษีและงบการเงิน

แนบภาษีนิติบุคคลหรือภาษีธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
แนบภาษีส่วนตัวที่สัมพันธ์กับรายได้ผู้สมัคร
มีงบการเงินหรือบัญชีรายรับรายจ่ายตามรูปแบบกิจการ
ข้อมูลปีก่อนมีเอกสารปัจจุบันประกอบ
ตัวเลขสำคัญไม่ขัดกับ Statement โดยไม่มีคำชี้แจง

🏦 Statement บริษัท

ชื่อบัญชีตรงกับนิติบุคคล
เงินจากลูกค้าเชื่อมกับ Invoice หรือสัญญาได้
รายการจ่ายให้ผู้สมัครระบุประเภทได้
เงินก้อนใหญ่และเงินโอนระหว่างบัญชีมีคำอธิบาย
ไม่ใช้ยอดคงเหลือทั้งหมดเป็น Personal Funds

👤 Statement ส่วนตัว

รายได้จากบริษัทเชื่อมกับ Statement บริษัทได้
เงินเดือน ปันผล หรือค่าตอบแทนมีเอกสารรองรับ
เงินโอนระหว่างบัญชีของตนเองไม่ถูกนับเป็นรายได้ซ้ำ
ยอดคงเหลือเพียงพอกับงบทริปและเงินสำรอง
เงินก้อนใหญ่มี Source of Funds ตามข้อเท็จจริง

✈️ ค่าเดินทาง

ระบุว่าบริษัทหรือผู้สมัครจ่ายค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ
บริษัทออกค่าใช้จ่ายมีหนังสืออนุมัติหรือมติ
Trip Budget สัมพันธ์กับระยะและกิจกรรม
มีเงินสำหรับตั๋วกลับและค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

🏠 เหตุผลกลับประเทศไทย

มีลูกค้า โครงการ หรือกำหนดส่งหลังวันกลับ
ระบุผู้ดูแลงานแทนระหว่างเดินทาง
มีภาระต่อพนักงาน ภาษี Supplier หรือสัญญา
แผนเดินทางไม่ขัดกับความจำเป็นของบริษัท
ใช้ครอบครัว ที่พัก และทรัพย์สินประกอบตามข้อเท็จจริง

🌐 ภาษาและไฟล์

เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสมีคำแปล
มี Affidavit เมื่อผู้แปลไม่ใช่ Canadian certified translator ตามข้อกำหนด
แนบเอกสารภาษาต้นฉบับหรือสำเนาตามรูปแบบ IRCC
รวมไฟล์ตามช่องอัปโหลดและตรวจขนาดไฟล์แล้ว
ชื่อไฟล์และสารบัญอ้างอิงตรงกัน

17. เอกสารบริษัทและภาษีภาษาไทยต้องแปลอย่างไร

IRCC กำหนดให้เอกสารสนับสนุนเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส หากเอกสารเป็นภาษาอื่น ต้องแนบคำแปลตามข้อกำหนด พร้อมเอกสารภาษาต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองในรูปแบบที่คำร้องกำหนด

หากผู้แปลไม่ใช่ Canadian certified translator ต้องมี Affidavit หรือคำสาบานของผู้แปลเพื่อยืนยันว่าคำแปลถูกต้อง โดยผู้สมัครและสมาชิกครอบครัวไม่ควรแปลเอกสารของตนเอง

เอกสารที่ควรตรวจเรื่องคำแปล

  • หนังสือรับรองบริษัทและรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • ทะเบียนพาณิชย์และใบอนุญาต
  • แบบภาษีบริษัทและภาษีส่วนตัว
  • งบการเงินและรายงานบัญชี
  • Statement ที่มีรายละเอียดภาษาไทย
  • สัญญาลูกค้าและใบแจ้งหนี้
  • มติกรรมการหรือหนังสืออนุมัติค่าเดินทาง

ก่อนสั่ง แปลเอกสาร ควรคัดเฉพาะฉบับที่ช่วยพิสูจน์โครงสร้างบริษัท รายได้ Source of Funds และเหตุผลกลับไทย ไม่ควรแนบเอกสารจำนวนมากโดยไม่มีหน้าที่ชัดเจน

📌 Fact Freshness: ขั้นตอนออนไลน์ รายการเอกสาร Biometrics ค่าธรรมเนียม ระยะพิจารณา การแปล และคำแนะนำของสำนักงานวีซ่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเว็บไซต์ IRCC และ Personalized Document Checklist ก่อนส่งคำร้อง

18. แหล่งข้อมูลทางการสำหรับตรวจข้อกำหนดล่าสุด

รายการในบทความเป็นกรอบจัดหลักฐานสำหรับเจ้าของกิจการ ไม่ใช่ Checklist บังคับเหมือนกันทุกคน ผู้สมัครต้องยึดรายการที่ระบบ IRCC สร้างให้และคำขอเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก

⭐ Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารเจ้าของกิจการได้อย่างไร

แฟ้มเจ้าของกิจการควรถูกตรวจตั้งแต่โครงสร้างบริษัทจนถึงเงินที่ผู้สมัครใช้เดินทาง ไม่ควรตรวจภาษี Statement และงบการเงินแยกจากกัน

  • จัด Business Evidence Map — เชื่อมบริษัท ผู้ถือหุ้น ลูกค้า รายได้ และหน้าที่ของผู้สมัคร
  • ตรวจภาษีและงบการเงิน — ดูความสัมพันธ์ระหว่างผลประกอบการกับข้อมูลล่าสุด
  • ตรวจ Statement บริษัท — แยกยอดขาย เงินหมุนเวียน และรายการจ่ายให้เจ้าของ
  • ตรวจ Statement ส่วนตัว — เชื่อมเงินเดือน ปันผล ค่าตอบแทน และเงินออม
  • ตรวจ Source of Funds — วิเคราะห์เงินก้อนใหญ่ เงินโอน และรายการระหว่างบริษัทกับผู้สมัคร
  • ตรวจ Company Sponsorship — แยกค่าใช้จ่ายที่บริษัทและผู้สมัครรับผิดชอบ
  • ตรวจเหตุผลกลับไทย — เชื่อมลูกค้า โครงการ พนักงาน Supplier และภาระภาษี
  • ตรวจ Cover Letter และคำแปล — ให้เอกสารทั้งหมดสื่อสารข้อมูลชุดเดียวกัน
ขอบเขตบริการ: Co Journey Visa ช่วยจัดระบบและตรวจความสอดคล้องจากข้อมูลจริง แต่ไม่สามารถสร้างยอดขาย ภาษี มติบริษัท ลูกค้า หรือรายการเดินบัญชี และไม่สามารถรับประกันผลวีซ่าหรือการอนุญาตเข้าประเทศแคนาดา

❓ คำถามที่ถามบ่อยเรื่องเจ้าของกิจการขอวีซ่าแคนาดา

ควรใช้เอกสารจดทะเบียนที่แสดงว่าบริษัทมีอยู่จริงและผู้สมัครมีตำแหน่งหรือสัดส่วนความเป็นเจ้าของ เช่น หนังสือรับรองบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น ทะเบียนพาณิชย์ หรือใบอนุญาตประกอบกิจการตามรูปแบบธุรกิจ พร้อมเอกสารรายได้ ภาษี และการดำเนินงานปัจจุบัน
ไม่ควรใช้แทนกันโดยตรง เพราะเงินบริษัทเป็นทรัพย์สินของนิติบุคคล ไม่ใช่เงินส่วนตัวทั้งหมด ผู้สมัครควรแสดง Statement ส่วนตัวเพื่อพิสูจน์เงินที่ใช้เดินทาง และใช้ Statement บริษัทประกอบเพื่อแสดงว่ากิจการดำเนินงานจริง หากบริษัทออกค่าใช้จ่ายต้องมีหนังสืออนุมัติและอธิบายรายการที่บริษัทรับผิดชอบ
ควรใช้ตามโครงสร้างรายได้จริง ภาษีบริษัทช่วยแสดงการดำเนินงานของกิจการ ส่วนภาษีส่วนตัวช่วยแสดงรายได้ที่ผู้สมัครได้รับ เช่น เงินเดือน ค่าตอบแทนกรรมการ เงินปันผล หรือรายได้จากกิจการ หากใช้ทั้งสองส่วนควรอธิบายความเชื่อมโยงให้ชัด
ยื่นได้ แต่ควรอธิบายวันที่เริ่มกิจการ แหล่งเงินทุน ลูกค้า สัญญา รายรับปัจจุบัน และประสบการณ์ก่อนเริ่มธุรกิจตามข้อเท็จจริง หากยังไม่มีงบการเงินหรือภาษีครบปี สามารถใช้เอกสารจดทะเบียน สัญญาลูกค้า ใบแจ้งหนี้ รายการรับเงิน และบัญชีรายรับรายจ่ายล่าสุดประกอบ
IRCC ไม่กำหนดตัวเลขขั้นต่ำเดียวสำหรับ Visitor Visa ทุกคน จำนวนเงินที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะเวลา รูปแบบที่พัก จำนวนผู้เดินทาง ค่าใช้จ่ายของทริป และผู้รับผิดชอบ ผู้สมัครควรจัดงบประมาณและแสดงเงินที่เข้าถึงได้จริงพร้อมที่มาที่ตรวจสอบได้
ควรอธิบาย โดยระบุว่าเป็นเงินเดือน ค่าตอบแทนกรรมการ เงินปันผล คืนเงินทดรอง หรือเงินกู้ผู้ถือหุ้น พร้อมเอกสารอนุมัติ ภาษี บัญชี และ Statement ต้นทางกับปลายทาง ไม่ควรเรียกเงินทุกก้อนว่าเป็นรายได้ส่วนตัวหากไม่มีหลักฐานรองรับ
เอกสารสนับสนุนที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสต้องมีคำแปลตามข้อกำหนด IRCC หากผู้แปลไม่ใช่ Canadian certified translator ต้องมี Affidavit ของผู้แปลตามข้อกำหนด และควรแนบเอกสารภาษาต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองตามรูปแบบของคำร้อง

📌 สรุปเอกสารเจ้าของกิจการขอ Visitor Visa แคนาดา

  • หนังสือรับรองบริษัทอย่างเดียวไม่พิสูจน์ว่ากิจการดำเนินงานจริง
  • ควรมีหลักฐานตำแหน่งและสัดส่วนความเป็นเจ้าของที่ตรงกับข้อเท็จจริง
  • ใช้ภาษีบริษัทเพื่อแสดงการดำเนินงานของกิจการ
  • ใช้ภาษีส่วนตัวเพื่อแสดงรายได้ที่ผู้สมัครได้รับจริง
  • งบการเงินควรมี Statement และข้อมูลปัจจุบันประกอบ
  • Statement บริษัทใช้แสดงธุรกรรมของกิจการ ไม่ใช่เงินส่วนตัวทั้งหมด
  • Statement ส่วนตัวใช้แสดงรายได้ เงินออม และเงินที่ใช้เดินทาง
  • เงินจากบริษัทต้องระบุว่าเป็นเงินเดือน ปันผล ค่าตอบแทน หรือรายการประเภทใด
  • เงินโอนก้อนใหญ่ควรมีมติ ภาษี และเอกสารบัญชีรองรับ
  • บริษัทออกค่าเดินทางควรมีหนังสือรับรองและการอนุมัติ
  • กิจการใหม่สามารถใช้สัญญา ลูกค้า Invoice และรายงานปัจจุบันแทนงบครบปีได้
  • ควรแสดงผู้ดูแลงานแทนและภาระที่ต้องกลับมารับผิดชอบ
  • IRCC ไม่มีตัวเลขเงินขั้นต่ำเดียวสำหรับ Visitor Visa ทุกคน
  • งบทริปต้องแยก Personal Funds ออกจาก Company Funds
  • เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสต้องแปลตามข้อกำหนด
  • เอกสารครบไม่รับประกันผลวีซ่าหรือการอนุญาตเข้าประเทศ

จัดเอกสารบริษัทให้เห็นทั้งกิจการ รายได้ส่วนตัว และหน้าที่ที่ต้องกลับมาดูแล

ส่งหนังสือรับรองบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น ภาษี งบการเงิน Statement บริษัท Statement ส่วนตัว และแผนเดินทาง เพื่อให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเส้นทางเงินและเหตุผลกลับไทยเชื่อมกันเพียงพอหรือยัง

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com