ฟรีแลนซ์ขอ Visitor Visa แคนาดา ไม่มีสลิปเงินเดือนพิสูจน์รายได้อย่างไร

ฟรีแลนซ์ขอ Visitor Visa แคนาดา ไม่มีสลิปเงินเดือนพิสูจน์รายได้อย่างไร

🇨🇦 Canada Visitor Visa for Freelancers
ฟรีแลนซ์ขอ Visitor Visa แคนาดา ไม่มีสลิปเงินเดือนพิสูจน์รายได้อย่างไร
ไม่มีสลิปเงินเดือนไม่ได้แปลว่าไม่มีอาชีพ แต่ต้องจัดหลักฐานให้เห็นว่าใครจ้าง ทำงานอะไร เรียกเก็บเงินเมื่อไร ได้รับเงินจริงทางไหน และมีลูกค้าหรือภาระอะไรที่ต้องกลับมาดำเนินต่อในประเทศไทย
📅 อัปเดตล่าสุด: 6 สิงหาคม 2569 ✍️ โดย ทีม Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 16 นาที

ฟรีแลนซ์จำนวนมากมีรายได้จริงและประกอบอาชีพต่อเนื่อง แต่ไม่มีฝ่ายทรัพยากรบุคคลออกหนังสือรับรอง ไม่มีสลิปเงินเดือนรายเดือน และอาจได้รับเงินจากลูกค้าหลายรายในจำนวนที่แตกต่างกัน

เมื่อยื่น Visitor Visa แคนาดา การส่งเพียง Statement ที่มีเงินเข้าหลายรายการอาจยังไม่เพียงพอ เพราะเจ้าหน้าที่อาจไม่ทราบว่าเงินมาจากลูกค้ารายใด เป็นค่าจ้างจริง เงินโอนระหว่างบัญชี หรือเงินที่เพิ่งได้รับจากบุคคลอื่นเพื่อใช้ยื่นวีซ่า

วิธีที่เหมาะสมจึงไม่ใช่พยายามสร้างเอกสารให้เหมือนพนักงานประจำ แต่เป็นการจัด Evidence Map ของอาชีพอิสระ ตั้งแต่การรับงาน การเรียกเก็บเงิน การรับเงินจริง ไปจนถึงงานที่ต้องกลับมาทำต่อหลังทริป

คำตอบโดยตรง: ฟรีแลนซ์ที่ไม่มีสลิปเงินเดือนควรใช้สัญญาจ้างหรือขอบเขตงาน ใบเสนอราคาที่ลูกค้ายอมรับ ใบแจ้งหนี้ หลักฐานส่งมอบงาน หลักฐานชำระเงิน รายการเงินเข้าใน Statement เอกสารภาษี และจดหมายจากลูกค้าประกอบกัน ไม่ควรใช้เอกสารชิ้นใดชิ้นหนึ่งลำพัง พร้อมทำตารางสรุปรายได้เพื่อเชื่อมชื่อลูกค้า ยอด Invoice วันที่รับเงิน และหน้า Statement ที่เกี่ยวข้อง

📊 มีรายได้หลายลูกค้า แต่เอกสารกระจายหลายไฟล์?
ควรตรวจเส้นทางงานและเงินก่อน เพื่อแยกค่าจ้างจริง เงินออม เงินโอนตนเอง และเงินก้อนใหญ่ที่ต้องมีคำอธิบาย

📱 ส่งตัวอย่างเอกสารให้ทีมช่วยประเมิน

1. IRCC ไม่ได้พิจารณาเพียงว่ามีสลิปเงินเดือนหรือไม่

ข้อกำหนด Visitor Visa ของ Immigration, Refugees and Citizenship Canada หรือ IRCC ระบุว่าผู้สมัครต้องแสดงว่าเดินทางชั่วคราว มีเงินเพียงพอสำหรับดูแลตนเองและครอบครัวที่เดินทางด้วย สามารถเดินทางกลับบ้าน และจะออกจากแคนาดาเมื่อสิ้นสุดการเยี่ยม

IRCC ยังระบุว่าความผูกพันกับประเทศบ้านเกิดอาจรวมถึงงาน บ้าน ทรัพย์สินทางการเงิน หรือครอบครัว ดังนั้นอาชีพฟรีแลนซ์จึงมีหน้าที่สองด้านในคำร้อง คือช่วยอธิบายรายได้ และช่วยแสดงว่าผู้สมัครมีงานหรือธุรกิจที่ต้องกลับมาดำเนินต่อ

Employment Evidence

มีอาชีพจริง

แสดงบริการที่ทำ ลูกค้า ระยะเวลาประกอบอาชีพ และโครงการปัจจุบัน

Financial Evidence

ได้รับเงินจริง

เชื่อมเอกสารเรียกเก็บกับหลักฐานโอนและ Statement

Home-Country Ties

ต้องกลับมาทำต่อ

แสดงลูกค้า งาน กำหนดส่ง และภาระในไทยหลังวันกลับ

📌 Personalized Checklist สำคัญที่สุด: เมื่อสมัครออนไลน์ ระบบจะสร้างรายการเอกสารเฉพาะบุคคล และสำนักงานวีซ่าอาจขอเอกสารเพิ่มเติมตามประเทศหรือสถานการณ์ ผู้สมัครควรยึด Checklist ในบัญชีของตนเองเป็นหลัก ไม่ควรใช้รายการจากเคสอื่นแทนทั้งหมด

ผู้สมัครที่กำลังเตรียม วีซ่าแคนาดา ควรตรวจประเภทการเดินทางให้ตรงกับกิจกรรมจริง หากแผนคือทำงานหรือให้บริการแก่ธุรกิจในแคนาดา อาจต้องตรวจสิทธิทำงานแยกจาก Visitor Visa

2. หลักฐานรายได้ฟรีแลนซ์ควรเชื่อมเป็นเส้นทางเดียวกัน

เอกสารแต่ละประเภททำหน้าที่ไม่เหมือนกัน สัญญาจ้างแสดงว่ามีการว่าจ้าง ใบแจ้งหนี้แสดงว่ามีการเรียกเก็บเงิน แต่รายการเงินเข้าในบัญชีจึงจะช่วยยืนยันว่าได้รับเงินจริง

🔗 Freelance Income Evidence Map

ลูกค้า → สัญญาหรือขอบเขตงาน → ใบแจ้งหนี้ → หลักฐานชำระ → Statement → ภาษีหรือบัญชีรายรับ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร ช่วยพิสูจน์อะไร ยังพิสูจน์อะไรไม่ได้ลำพัง ควรเชื่อมกับ
สัญญาจ้างหรือ Service Agreement ชื่อลูกค้า ขอบเขตงาน ระยะเวลา และค่าจ้าง ยังไม่ยืนยันว่าทำงานเสร็จหรือได้รับเงินแล้ว Invoice, Deliverable และ Statement
ใบเสนอราคา รายละเอียดบริการและราคาที่เสนอ ยังไม่ยืนยันว่าลูกค้ายอมรับข้อเสนอ Purchase Order, อีเมลตอบรับ หรือมัดจำ
ใบแจ้งหนี้ ยอดและวันที่เรียกเก็บเงิน ยังไม่ยืนยันว่าลูกค้าชำระแล้ว Payment Confirmation และ Statement
หลักฐานส่งมอบงาน แสดงว่ามีการปฏิบัติงานจริง อาจไม่แสดงยอดรายได้ สัญญาและใบแจ้งหนี้
หลักฐานโอน ชื่อผู้จ่าย ยอดเงิน และวันที่จ่าย อาจยังไม่เห็นว่าจ่ายเข้าบัญชีใด รายการเงินเข้าที่ตรงกันใน Statement
Bank Statement กระแสเงินเข้าออกและยอดเงินจริง ชื่อรายการอาจไม่บอกว่าเป็นงานอะไร Income Summary และ Invoice Mapping
เอกสารภาษี รายได้หรือกิจกรรมที่รายงานต่อหน่วยงานรัฐ อาจเป็นข้อมูลปีก่อนและไม่สะท้อนงานล่าสุดทั้งหมด สัญญาและรายได้ปัจจุบัน

สถานการณ์สมมติ: เชื่อมเอกสารรายได้หนึ่งโครงการ

ผู้สมัครรับออกแบบเว็บไซต์ราคา 60,000 บาท มีสัญญาแบ่งชำระสามงวด จากนั้นแนบ Invoice งวดแรก 20,000 บาท หลักฐานโอนจากลูกค้า และทำเครื่องหมายรายการเงินเข้า 20,000 บาทใน Statement

สิ่งที่เจ้าหน้าที่เห็น: เงินก้อนนี้มีที่มาและสัมพันธ์กับงานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เงินฝากที่เกิดขึ้นโดยไม่มีคำอธิบาย

3. เอกสารอะไรใช้แทนสลิปเงินเดือนได้

ฟรีแลนซ์ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารทุกข้อ แต่ควรเลือกชุดที่ครอบคลุมทั้งตัวตนอาชีพ การรับงาน การได้รับเงิน และความต่อเนื่องในอนาคต

หลักฐานการรับงาน

พิสูจน์ว่ามีลูกค้าและโครงการจริง

  • สัญญาว่าจ้าง
  • Service Agreement
  • Purchase Order
  • Project Brief
  • ใบเสนอราคาที่ได้รับอนุมัติ
  • อีเมลยืนยันงาน
หลักฐานรับเงินจริง

พิสูจน์ว่ารายได้เกิดขึ้นแล้ว

  • Invoice และใบเสร็จ
  • หลักฐานโอนจากลูกค้า
  • PayPal, Wise หรือ Platform Statement
  • รายการเงินเข้าในบัญชี
  • หนังสือรับรองการจ่ายเงินจากลูกค้า
  • ตารางสรุปรายได้รายโครงการ
หลักฐานทางธุรกิจ

พิสูจน์ความต่อเนื่องและการตรวจสอบได้

  • แบบยื่นภาษีเงินได้
  • หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • ทะเบียนพาณิชย์เมื่อมี
  • หนังสือรับรองบริษัทเมื่อมี
  • บัญชีรายรับรายจ่าย
  • สัญญาเช่าสำนักงานหรือพื้นที่ทำงาน
หลักฐานงานอนาคต

พิสูจน์ว่าต้องกลับมาทำงานต่อ

  • สัญญาที่ครอบคลุมช่วงหลังทริป
  • กำหนดส่งมอบหลังวันกลับ
  • นัดประชุมลูกค้าในไทย
  • ตารางถ่ายทำหรือ Event Schedule
  • Project Timeline
  • จดหมายจากลูกค้าประจำ
⚠️ Portfolio และ Social Media เป็นหลักฐานเสริม: ช่วยแสดงประเภทงานและผลงานได้ แต่ไม่ยืนยันว่าผู้สมัครยังมีรายได้ปัจจุบัน ควรใช้ร่วมกับสัญญา การเรียกเก็บ และการรับเงิน

4. ไม่มีทะเบียนบริษัทไม่ได้แปลว่าไม่มีอาชีพ

ฟรีแลนซ์บางคนทำงานในนามบุคคลธรรมดาและไม่ได้จัดตั้งบริษัท หากเป็นสถานการณ์จริง ไม่ควรสร้างทะเบียนธุรกิจหรือเขียนว่าตนเองเป็นเจ้าของบริษัทเพื่อให้เอกสารดูน่าเชื่อถือขึ้น

กรณีประกอบอาชีพในนามบุคคลธรรมดา

  • ใช้ชื่อเต็มของผู้สมัครในสัญญาหรือใบแจ้งหนี้
  • แสดงบริการที่รับผิดชอบและรูปแบบการคิดค่าจ้าง
  • แนบรายการรับเงินที่ตรงกับเอกสารงาน
  • ใช้ภาษีหรือหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายเมื่อมี
  • แนบจดหมายจากลูกค้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลติดต่อได้
  • อธิบายว่าทำอาชีพนี้มานานเท่าไรและหาลูกค้าผ่านช่องทางใด

กรณีมีบริษัทหรือทะเบียนพาณิชย์

  • แนบเอกสารจดทะเบียนที่ยังสะท้อนสถานะปัจจุบัน
  • แยกบัญชีบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัว
  • อธิบายสิทธิของผู้สมัครในการรับเงินเดือน เงินปันผล หรือถอนใช้ส่วนตัว
  • แนบเอกสารภาษีและธุรกรรมของกิจการเมื่อเกี่ยวข้อง
  • แสดงว่ากิจการยังมีลูกค้า รายได้ หรือโครงการดำเนินอยู่
❌ เงินในบัญชีบริษัทไม่ใช่เงินส่วนตัวทั้งหมด: การเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นไม่ได้หมายความว่าสามารถนำยอดเงินของนิติบุคคลทั้งหมดมาใช้เป็นงบท่องเที่ยวได้โดยไม่มีหลักฐานสิทธิหรือการอนุมัติที่เหมาะสม

5. Statement ของฟรีแลนซ์ควรทำให้เห็นอะไร

Statement ที่มีเงินเหลือสูงช่วยแสดงความพร้อมทางการเงิน แต่ไม่อธิบายอาชีพทั้งหมด สิ่งที่ควรเห็นร่วมกันคือรูปแบบรายได้ที่สมเหตุสมผล แหล่งเงินที่ตรวจสอบได้ และเงินคงเหลือที่สัมพันธ์กับงบทริป

จุดที่ควรตรวจในบัญชี

  • ชื่อเจ้าของบัญชีตรงกับหนังสือเดินทาง
  • รายการจากลูกค้าเชื่อมกับ Invoice หรือสัญญาได้
  • รายได้เข้าตามวงจรของโครงการจริง
  • แยกเงินโอนระหว่างบัญชีของตนเองออกจากรายได้
  • ยอดเงินก้อนใหญ่มีเอกสารที่มา
  • ยอดคงเหลือเพียงพอกับค่าเดินทางและการกลับบ้าน
  • รายการใช้จ่ายแสดงว่าบัญชีถูกใช้งานจริง
รูปแบบรายการ คำถามที่อาจเกิดขึ้น หลักฐานที่ช่วยอธิบาย
รายได้ไม่เท่ากันทุกเดือน เกิดจากวงจรโครงการหรือไม่มีรายได้ต่อเนื่อง Contract Timeline และ Monthly Income Summary
รับเงินจากหลายชื่อ ผู้โอนแต่ละรายเกี่ยวข้องกับลูกค้าใด Payment Confirmation และ Client Letter
รับเงินผ่านแพลตฟอร์ม ยอดสุทธิต่างจาก Invoice เพราะค่าธรรมเนียมหรือไม่ Platform Statement และ Fee Breakdown
โอนเงินระหว่างบัญชีตนเอง เป็นรายได้ใหม่หรือเงินก้อนเดิม Statement บัญชีต้นทางและปลายทาง
เงินก้อนใหญ่ก่อนยื่น เป็นค่าจ้าง เงินออม เงินให้ หรือเงินกู้ สัญญา ใบขายทรัพย์สิน Gift Letter หรือ Loan Agreement
รายได้ส่วนใหญ่เป็นเงินสด ตรวจสอบรายได้จริงได้อย่างไร ใบเสร็จ ภาษี บัญชีรายรับ และหนังสือลูกค้า

การตรวจ Statement ควรมีเป้าหมายเพื่อค้นหารายการที่ต้องอธิบาย ไม่ใช่ทำให้บัญชีดูสูงขึ้นหรือสร้างการเดินบัญชีย้อนหลัง

📌 ไม่มีจำนวนเดือนเดียวที่ใช้กับทุกคำร้อง: IRCC สร้าง Personalized Checklist และสำนักงานวีซ่าอาจมีคำแนะนำเพิ่มเติม ควรใช้ Statement ที่ต่อเนื่องพอให้เห็นรูปแบบรายได้และทำตามรายการที่แสดงในระบบ ไม่ควรเลือกแนบเฉพาะเดือนที่ยอดสูง

6. ตารางสรุปรายได้ฟรีแลนซ์ควรมีข้อมูลอะไร

หากมีลูกค้าหลายราย การทำ Income Summary หนึ่งถึงสองหน้าช่วยให้เจ้าหน้าที่เชื่อมเอกสารได้ง่ายขึ้น ตารางนี้เป็นเอกสารประกอบที่ผู้สมัครจัดทำเอง ไม่ใช้แทนเอกสารจากลูกค้าและธนาคาร

ลำดับ ลูกค้า/โครงการ ขอบเขตงาน Invoice วันที่ชำระ ยอดรับจริง Statement อ้างอิง สถานะงาน
1 บริษัท A ออกแบบเว็บไซต์ INV-001 [วันที่] [ยอด] Bank A หน้า 3 กำลังดำเนินการ
2 บริษัท B ดูแลโฆษณารายเดือน INV-002 [วันที่] [ยอด] Bank A หน้า 5 ลูกค้าประจำ
3 ลูกค้าต่างประเทศ C ที่ปรึกษาออนไลน์ INV-003 [วันที่] [ยอดสุทธิ] Wise Statement และ Bank B ส่งมอบแล้ว
💡 แยกยอดเรียกเก็บออกจากยอดรับจริง: หากมีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือความต่างของอัตราแลกเปลี่ยน ควรระบุเหตุผลที่ยอดใน Statement ไม่ตรงกับ Invoice แบบตัวเลขเดียวกันพอดี

7. เอกสารภาษีช่วยพิสูจน์อาชีพฟรีแลนซ์อย่างไร

เอกสารภาษีไม่ใช่หลักฐานเดียวที่ตัดสินว่าเป็นฟรีแลนซ์จริงหรือไม่ แต่ช่วยแสดงว่าผู้สมัครมีรายได้หรือกิจกรรมที่รายงานต่อหน่วยงานรัฐ และทำให้อาชีพตรวจสอบได้มากขึ้น

เอกสารที่อาจใช้ตามสถานการณ์

  • แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • หลักฐานการยื่นหรือชำระภาษี
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อมี
  • งบการเงินของกิจการเมื่อเป็นนิติบุคคล
  • รายงานบัญชีรายรับรายจ่าย

สถานการณ์สมมติ: รายได้ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน

ผู้สมัครเพิ่งได้ลูกค้ารายใหญ่ ทำให้รายได้ช่วงล่าสุดสูงกว่าตัวเลขในแบบภาษีปีก่อนอย่างมาก

วิธีอธิบาย: แนบสัญญาใหม่ Invoice หลักฐานรับเงิน และอธิบายว่ารายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการใด ไม่ควรแก้ไขหรือซ่อนเอกสารภาษีเพื่อให้ยอดดูตรงกัน

⚠️ เอกสารภาษีปีก่อนไม่แทนสถานะปัจจุบัน: ควรมีหลักฐานลูกค้าและรายได้ล่าสุดประกอบ เพื่อแสดงว่าอาชีพยังดำเนินอยู่ในวันที่ยื่น

8. เงินก้อนใหญ่ต้องทำ Source of Funds อย่างไร

เงินก้อนใหญ่ไม่ใช่เหตุให้คำร้องมีปัญหาโดยอัตโนมัติ แต่หากเกิดใกล้วันยื่นหรือมีขนาดต่างจากรายได้ปกติ ควรมีเอกสารแสดงที่มาและสถานะของเงิน

แหล่งเงิน หลักฐานที่อาจใช้ สิ่งที่ควรชี้แจง
ค่าจ้างโครงการ Contract, Invoice และ Payment Record งานใด จ่ายงวดไหน และยอดสุทธิเท่าไร
มัดจำจากลูกค้า Quotation, Agreement และ Receipt มัดจำสำหรับงานใดและยังมีภาระต้องส่งมอบอะไร
ขายทรัพย์สิน สัญญาซื้อขาย หลักฐานกรรมสิทธิ์ และเงินเข้า ทรัพย์สินอะไร ขายเมื่อไร และเงินเข้าบัญชีใด
โอนจากบัญชีตนเอง Statement บัญชีต้นทางและปลายทาง เป็นเงินเดิม ไม่ใช่รายได้ใหม่
เงินจากครอบครัว Gift Letter, Relationship Proof และ Statement ผู้ให้ เป็นของขวัญ เงินช่วยเหลือ หรือเงินยืม
เงินกู้ Loan Agreement และเงื่อนไขชำระคืน ไม่ควรเรียกว่าเงินออมโดยปกปิดภาระหนี้
❌ ห้ามสร้าง Invoice หรือสัญญาเพื่ออธิบายเงินที่ไม่มีงานจริง: ข้อมูลในคำร้องต้องครบ ถูกต้อง และเป็นข้อเท็จจริง การให้ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดอาจส่งผลต่อคำร้องปัจจุบันและการยื่นในอนาคต

9. งานฟรีแลนซ์ช่วยพิสูจน์เหตุผลกลับไทยอย่างไร

IRCC ระบุว่าผู้สมัครต้องทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะออกจากแคนาดาเมื่อสิ้นสุดการเยี่ยม หลักฐานอาชีพจึงควรครอบคลุมงานหลังวันกลับ ไม่ใช่แสดงเฉพาะรายได้ที่ผ่านมา

เหตุผลกลับไทย หลักฐานที่อาจใช้ สิ่งที่ทำให้ข้อมูลแข็งแรงขึ้น
มีงานต้องส่งหลังทริป สัญญา Project Plan และกำหนดส่งมอบ วันที่ส่งงานอยู่หลังวันเดินทางกลับอย่างสมเหตุสมผล
มีลูกค้ารายเดือน Retainer Agreement, Invoice และ Payment History เห็นความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ต่อเนื่อง
มีนัดหมายในไทย อีเมลนัด Event Schedule หรือ Call Sheet มีวัน สถานที่ และบุคคลที่ตรวจสอบได้
มีสำนักงานหรือพื้นที่ทำงาน สัญญาเช่าและหลักฐานชำระ ใช้ร่วมกับธุรกิจที่มีการดำเนินงานจริง
มีภาระทางภาษีและธุรกิจ ทะเบียน ภาษี และสัญญาลูกค้า แสดงความต่อเนื่องมากกว่าการมีเอกสารจดทะเบียนเพียงอย่างเดียว
มีครอบครัวหรือทรัพย์สินในไทย เอกสารครอบครัว ที่พัก หรือกรรมสิทธิ์ อธิบายบทบาทและความรับผิดชอบจริง
💡 เหตุผลกลับที่ตรวจสอบง่ายมักมี “วัน” และ “หน้าที่”: เช่น ต้องกลับมาถ่ายทำวันที่ 18 ธันวาคม ส่งมอบระบบวันที่ 22 ธันวาคม หรือประชุมลูกค้ารายเดือนหลังกลับสามวัน

สถานการณ์สมมติ: มีลูกค้าจริงแต่ทริปขัดกับกำหนดงาน

ผู้สมัครขอเดินทาง 45 วัน แต่เอกสารโครงการระบุว่าต้องถ่ายทำหน้างานในกรุงเทพฯ ระหว่างช่วงเดียวกัน โดยไม่มีคำอธิบายว่าจะเปลี่ยนวันหรือมีผู้รับผิดชอบแทนอย่างไร

สิ่งที่ควรแก้: ปรับแผนให้ตรงกับข้อเท็จจริง หรือแนบหลักฐานการเลื่อนและโครงสร้างทีม ไม่ควรแก้วันที่ในเอกสารเพื่อให้พอดีกับทริป

10. Visitor Visa แคนาดาต้องมีเงินเท่าไร

IRCC ไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำแบบตัวเลขเดียวสำหรับ Visitor Visa ทุกคน โดยระบุว่าจำนวนเงินที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่พำนัก และพักโรงแรมหรือพักกับเพื่อนหรือญาติ

ผู้สมัครจึงควรทำ Trip Budget ตามแผนจริง ไม่ควรตั้งเป้ายอด Statement จากตัวเลขที่แชร์ต่อกันโดยไม่มีแหล่งทางการ

💰 Trip Budget ที่ควรประเมิน

ตั๋วไป–กลับ + ที่พัก + อาหาร + การเดินทางภายใน + กิจกรรม + ประกัน + เงินสำรอง
ค่าใช้จ่าย ยอดประมาณการ ผู้รับผิดชอบ หลักฐานการเงิน
ตั๋วเครื่องบิน [ยอดประมาณการ] ผู้สมัคร/Sponsor Statement หรือ Ticket Receipt
ที่พัก [ยอดประมาณการ] ผู้สมัคร/ผู้เชิญ Booking หรือ Invitation Letter
อาหารและค่าใช้จ่ายประจำวัน [ยอดประมาณการ] ผู้สมัคร Personal Funds
เดินทางภายในและกิจกรรม [ยอดประมาณการ] ผู้สมัคร Savings Account
เงินสำรอง [ยอดประมาณการ] ผู้สมัคร ยอดคงเหลือหลังหักงบทริป
⚠️ ยอดเงินสูงไม่ได้ชดเชยแผนที่ไม่สมเหตุสมผล: หากรายได้เฉลี่ยไม่สูงแต่ทริปใช้งบจำนวนมาก ควรอธิบายว่าเงินออมสะสมมานานเท่าไร และการใช้เงินเดินทางไม่กระทบต่อภาระประจำหรือธุรกิจอย่างไร

เมื่อทราบผลวีซ่าแล้ว ควรตรวจวันเดินทางและเงื่อนไขก่อนจอง ตั๋วเครื่องบิน ที่เปลี่ยนหรือคืนเงินไม่ได้

หากแฟน ญาติ หรือเพื่อนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ผู้สมัครควรแนบจดหมายจากผู้จ่าย หลักฐานความสัมพันธ์ เอกสารแสดงตัวตน และหลักฐานการเงินของผู้สนับสนุนตามรายการในระบบ

อย่างไรก็ตาม Sponsor อธิบายเพียงแหล่งค่าใช้จ่าย ไม่ได้แทนประวัติอาชีพและเหตุผลกลับประเทศของผู้สมัคร

ประเด็น เอกสาร Sponsor เอกสารฟรีแลนซ์ของผู้สมัคร
ค่าใช้จ่าย Support Letter และหลักฐานเงิน ระบุค่าใช้จ่ายที่ผู้สมัครจ่ายเองเมื่อมี
ความสัมพันธ์ จดหมายเชิญและหลักฐานสถานะในแคนาดา Relationship Evidence หรือคำอธิบายผู้เชิญ
อาชีพ ไม่สามารถใช้เอกสาร Sponsor แทนทั้งหมด สัญญา Invoice Statement และภาษี
เหตุผลกลับไทย ไม่ใช่หน้าที่ของ Sponsor เพียงฝ่ายเดียว โครงการ ลูกค้า ครอบครัว และภาระในไทย
ความตั้งใจชั่วคราว ผู้เชิญยืนยันระยะและที่พัก ผู้สมัครอธิบายแผนเดินทางกลับของตนเอง
📌 จดหมายเชิญช่วยได้แต่ไม่รับประกันผล: IRCC ระบุว่าจดหมายเชิญช่วยสนับสนุนคำร้องได้ แต่การเขียนจดหมายไม่ได้หมายความว่าผู้ได้รับเชิญจะได้รับวีซ่าโดยอัตโนมัติ

12. Visitor Visa ไม่ได้ให้สิทธิทำงานในแคนาดา

การมี Visitor Visa หรือ eTA ไม่ได้ให้สิทธิทำงานในแคนาดาโดยอัตโนมัติ หากผู้สมัครตั้งใจรับงานจากนายจ้างหรือลูกค้าในแคนาดา ให้บริการหน้างาน หรือเข้าร่วมตลาดแรงงานแคนาดา ต้องตรวจว่าจำเป็นต้องมี Work Permit หรือสิทธิยกเว้นใดหรือไม่

ตัวอย่างกิจกรรมที่ควรตรวจเพิ่มเติม

  • รับถ่ายภาพให้ลูกค้าในแคนาดา
  • รับออกแบบหรือให้คำปรึกษาแก่บริษัทแคนาดาระหว่างอยู่ในประเทศ
  • ทำงานในร้านหรือธุรกิจของญาติแลกกับที่พัก
  • ทดลองงานหรือฝึกงานโดยไม่มีใบอนุญาต
  • เข้าประเทศในฐานะนักท่องเที่ยวแต่ตั้งใจหางานเป็นวัตถุประสงค์หลัก
❌ ห้ามเปลี่ยนคำอธิบายให้ดูเป็นท่องเที่ยวหากกิจกรรมจริงคือการทำงาน: วัตถุประสงค์ในแบบฟอร์ม จดหมาย และหลักฐานต้องตรงกับสิ่งที่ผู้สมัครตั้งใจทำจริงในแคนาดา

13. Cover Letter สำหรับฟรีแลนซ์ควรเขียนอะไร

Cover Letter มีหน้าที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่เชื่อมเอกสาร ไม่ควรใช้แทนหลักฐานงานและการเงิน หรือเขียนข้อความกว้าง ๆ ว่าผู้สมัครมีรายได้ดีโดยไม่มีตัวเลขและเอกสารอ้างอิง

📄 โครงสร้าง Freelance Career and Income Explanation

Subject: Freelance Career, Income and Temporary Visit Explanation 1. Professional background - ประเภทบริการที่ให้ - ระยะเวลาที่ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ - ประเภทลูกค้าและวิธีรับงาน 2. Current projects - รายชื่อลูกค้าหรือโครงการสำคัญ - ขอบเขตงาน ระยะเวลา และมูลค่างาน - งานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 3. Income evidence - วิธีออก Invoice และรับเงิน - บัญชีหรือแพลตฟอร์มที่ใช้รับรายได้ - เหตุผลที่รายได้แต่ละเดือนไม่เท่ากัน 4. Evidence mapping - Invoice แต่ละฉบับตรงกับรายการเงินเข้าใด - เงินก้อนใหญ่หรือรายการผิดปกติมาจากอะไร 5. Travel funding - งบทริปและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย - เงินออมและยอดคงเหลือหลังหักงบทริป 6. Reasons to return to Thailand - ลูกค้า โครงการ และกำหนดส่งหลังวันกลับ - ธุรกิจ ภาษี ที่พัก ทรัพย์สิน หรือภาระครอบครัว 7. Temporary visit - วัตถุประสงค์ วันที่ และแผนออกจากแคนาดา - ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของสถานะผู้มาเยือน

การจัดทำ Cover Letter ต้องใช้ข้อมูลจากเอกสารจริง ไม่ควรแต่งชื่อลูกค้า ยอดรายได้ หรือกำหนดส่งงานเพื่อทำให้เคสดูแข็งแรงขึ้น

14. ตัวอย่างสถานการณ์ฟรีแลนซ์และวิธีจัดเอกสาร

สถานการณ์สมมติที่ 1: นักออกแบบมีลูกค้ารายเดือนสามราย

ได้รับค่าบริการคนละวันและคนละจำนวนในแต่ละเดือน มีสัญญารายเดือนและต้องส่งงานต่อหลังกลับจากแคนาดา

ชุดเอกสาร: Retainer Agreements, Invoices, Payment Records, Statement, Tax Documents, Income Summary และจดหมายลูกค้าที่ระบุความสัมพันธ์ต่อเนื่อง

สถานการณ์สมมติที่ 2: รับงานต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม

Invoice เป็น USD แต่เงินเข้า Statement เป็นเงินบาทหลังหักค่าธรรมเนียมและแปลงสกุลเงิน

ชุดเอกสาร: Contract, Invoice, Platform Statement, Fee Details, Exchange Record และรายการเงินเข้าในธนาคารไทย

สถานการณ์สมมติที่ 3: เพิ่งเริ่มฟรีแลนซ์หลังลาออก

มีประวัติรายได้เพียงไม่กี่เดือน แต่มีลูกค้าและสัญญาปัจจุบันจริง

แนวทาง: ใช้เอกสารงานเดิมเพื่ออธิบายประสบการณ์ แนบสัญญาและรายได้ล่าสุด พร้อมอธิบายวันที่เปลี่ยนอาชีพตามจริง ไม่ควรสร้างประวัติธุรกิจย้อนหลัง

สถานการณ์สมมติที่ 4: รับเงินสดเป็นหลัก

เป็นช่างภาพหรือผู้ให้บริการที่ลูกค้าหลายรายชำระเป็นเงินสด ทำให้ Statement ไม่เห็นรายได้ทั้งหมด

แนวทาง: ใช้ใบเสร็จ ตารางจองงาน เอกสารภาษี สัญญา และหนังสือลูกค้าร่วมกัน พร้อมอธิบายวิธีรับเงิน ไม่ควรนำเงินสดก้อนใหญ่มาฝากก่อนยื่นโดยไม่มีหลักฐานที่มา

สถานการณ์สมมติที่ 5: มีเงินในบัญชีแต่ไม่มีงานที่ตรวจสอบได้

ผู้สมัครระบุว่ารับงานออนไลน์ แต่ไม่มีสัญญา Invoice ภาษี หรือลูกค้าที่ติดต่อได้ และรายการเงินเข้ามาจากบัญชีญาติเป็นส่วนใหญ่

จุดที่ควรทบทวน: แยกเงินสนับสนุนออกจากรายได้ และแสดงสถานะอาชีพตามจริง ไม่ควรเรียกเงินจากครอบครัวว่าเป็นค่าจ้างฟรีแลนซ์

🧩 เอกสารฟรีแลนซ์ไม่ต้องเหมือนแฟ้มพนักงานประจำ
แต่ต้องทำให้ย้อนตรวจได้ว่ารายได้เกิดจากงานใดและผู้สมัครมีเหตุผลอะไรที่ต้องกลับไทย

💬 ให้ทีมช่วยจัด Evidence Map

15. ข้อผิดพลาดที่ทำให้หลักฐานรายได้ดูอ่อนกว่าความจริง

1. แนบ Statement โดยไม่มี Income Mapping

มีรายการเงินเข้าหลายชื่อ แต่ไม่มีคำอธิบายว่ารายการใดตรงกับลูกค้าและ Invoice ใด

2. ใช้ Invoice แทนหลักฐานรับเงินจริง

ใบแจ้งหนี้แสดงยอดที่เรียกเก็บ แต่ไม่มี Payment Confirmation หรือเงินเข้าที่ตรวจสอบได้

3. เรียกรายได้โครงการว่าเงินเดือนประจำ

ควรใช้คำว่า Service Fee, Project Income หรือ Freelance Income ตามข้อเท็จจริง ไม่ควรสร้างภาพว่ามีนายจ้างประจำ

4. นับเงินโอนระหว่างบัญชีเป็นรายได้ซ้ำ

เงินเข้าจากลูกค้าในบัญชี A แล้วโอนไปบัญชี B แต่ผู้สมัครนับทั้งสองรายการเป็นรายได้สองครั้ง

5. เงินก้อนใหญ่ไม่มี Source of Funds

ยอดเงินเพิ่มขึ้นก่อนวันยื่นโดยไม่มีเอกสารว่าเป็นค่าจ้าง การขายทรัพย์สิน หรือเงินสนับสนุน

6. งานอนาคตขัดกับระยะเดินทาง

สัญญาระบุว่าต้องทำงานหน้างานในไทยระหว่างทริป แต่ไม่มีหลักฐานเลื่อนงานหรือผู้รับผิดชอบแทน

7. ใช้ Sponsor แทนหลักฐานสถานการณ์ผู้สมัคร

แนบ Statement ผู้เชิญครบ แต่ไม่แสดงว่าผู้สมัครประกอบอาชีพอะไรและจะกลับไทยเพราะเหตุใด

8. เอกสารภาษาไทยไม่มีคำแปลตามข้อกำหนด

สัญญา ภาษี และ Statement สำคัญยังเป็นภาษาไทย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถประเมินเนื้อหาได้ครบ

💡 วิธีตรวจแบบเร็ว: เลือกรายการเงินเข้าหนึ่งรายการ แล้วตรวจว่าสามารถย้อนกลับไปหาชื่อลูกค้า สัญญา Invoice และหลักฐานการจ่ายได้หรือไม่ หากย้อนเส้นทางไม่ได้ ควรเพิ่มคำอธิบายหรือเอกสารที่มีอยู่จริง

16. Checklist ฟรีแลนซ์ขอ Visitor Visa แคนาดา

👤 ตัวตนและอาชีพ

อธิบายประเภทบริการและระยะเวลาที่ทำอาชีพอิสระแล้ว
มีสัญญา Project Brief หรือหลักฐานว่าจ้างที่ตรวจสอบได้
ใช้ Portfolio เป็นเอกสารเสริม ไม่ใช่หลักฐานรายได้เพียงอย่างเดียว
สถานะบุคคลธรรมดาหรือบริษัทตรงกับเอกสารจริง

💵 รายได้และการรับเงิน

Invoice เชื่อมกับหลักฐานชำระและ Statement ได้
แยกยอดเรียกเก็บออกจากยอดสุทธิหลังค่าธรรมเนียม
แยกเงินโอนตนเองออกจากรายได้ใหม่
เงินก้อนใหญ่มีหลักฐานแหล่งที่มา
มี Income Summary เมื่อมีลูกค้าหลายราย

🏦 Statement และเงินออม

ชื่อบัญชีและสกุลเงินอ่านชัด
ประวัติที่แนบต่อเนื่องและตรงกับ Personalized Checklist
ยอดคงเหลือสัมพันธ์กับงบทริป
เงินจากบุคคลอื่นแยกออกจาก Personal Income
บัญชีบริษัทไม่ถูกรวมเป็นเงินส่วนตัวโดยไม่มีสิทธิรองรับ

🧾 ภาษีและเอกสารธุรกิจ

แนบเอกสารภาษีและหัก ณ ที่จ่ายเมื่อมี
เอกสารปีก่อนมีหลักฐานงานปัจจุบันประกอบ
ทะเบียนธุรกิจและสถานะกิจการยังสอดคล้องกับข้อเท็จจริง

✈️ แผนเดินทางและงบประมาณ

มี Itinerary ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาจริง
คำนวณตั๋ว ที่พัก อาหาร การเดินทาง และเงินสำรองแล้ว
ระบุผู้จ่ายค่าใช้จ่ายแต่ละหมวดตรงกันทุกฉบับ
ไม่ใช้การจองปลอมหรือเอกสารที่ตรวจสอบไม่ได้

🏠 เหตุผลกลับประเทศไทย

มีโครงการหรืองานที่ต้องดำเนินต่อหลังทริป
มีลูกค้าประจำหรือกำหนดส่งงานที่มีหลักฐาน
ใช้ธุรกิจ ที่พัก ทรัพย์สิน และครอบครัวประกอบตามข้อเท็จจริง
ระยะทริปไม่ขัดกับภาระงานที่ระบุ

🛂 วัตถุประสงค์และประวัติวีซ่า

กิจกรรมในแคนาดาไม่เป็นการทำงานที่ต้องมีใบอนุญาต
เปิดเผยการปฏิเสธวีซ่าหรือปัญหาตรวจคนเข้าเมืองตามคำถาม
ข้อมูลคำร้องใหม่ไม่ขัดกับประวัติเดิมโดยไม่มีคำอธิบาย
เข้าใจว่าวีซ่าไม่รับประกันการอนุญาตเข้าประเทศ

🌐 ภาษาและไฟล์

เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสมีคำแปล
มี Affidavit ของผู้แปลเมื่อข้อกำหนดใช้กับผู้แปลที่ไม่ Certified
แนบต้นฉบับหรือสำเนาตามรูปแบบที่ IRCC กำหนด
ชื่อไฟล์และลำดับเอกสารตรงกับ Summary Table

17. เอกสารภาษาไทยต้องแปลอย่างไร

IRCC ระบุว่าเอกสารสนับสนุนควรเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส หากไม่ใช่ ต้องมีคำแปลตามข้อกำหนด พร้อมเอกสารภาษาต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองในรูปแบบที่กำหนด

หากผู้แปลไม่ใช่ Canadian certified translator ต้องแนบ Affidavit หรือคำสาบานของผู้แปลเพื่อยืนยันความสามารถด้านภาษาและความถูกต้องของคำแปล โดยผู้สมัครและสมาชิกครอบครัวไม่ควรแปลเอกสารของตนเอง

เอกสารฟรีแลนซ์ที่มักต้องตรวจเรื่องภาษา

  • สัญญาจ้างภาษาไทย
  • ใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้
  • หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • แบบยื่นภาษี
  • ทะเบียนพาณิชย์หรือเอกสารบริษัท
  • Statement ที่มีรายละเอียดรายการเป็นภาษาไทย
  • หนังสือจากลูกค้า

ก่อนสั่ง แปลเอกสาร ควรตรวจ Personalized Checklist และเลือกฉบับที่มีหน้าที่ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องแนบเอกสารจำนวนมากที่ไม่ช่วยอธิบายอาชีพ รายได้ หรือวัตถุประสงค์

📌 Fact Freshness: ขั้นตอนออนไลน์ รายการเอกสาร Biometrics ค่าธรรมเนียม ระยะพิจารณา การแปล และคำแนะนำของสำนักงานวีซ่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเว็บไซต์ IRCC และ Personalized Document Checklist อีกครั้งก่อนส่งคำร้อง

18. แหล่งข้อมูลทางการสำหรับตรวจข้อกำหนดล่าสุด

รายการเอกสารในบทความเป็นกรอบจัดหลักฐานสำหรับฟรีแลนซ์ ไม่ใช่ Checklist บังคับเหมือนกันทุกคน ผู้สมัครต้องยึดรายการที่ระบบ IRCC สร้างให้และคำขอเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก

⭐ Co Journey Visa ช่วยตรวจเคสฟรีแลนซ์ขอวีซ่าแคนาดาได้อย่างไร

เคสฟรีแลนซ์ควรถูกตรวจทั้งเส้นทางงาน เส้นทางเงิน และภาระในประเทศไทย ไม่ควรดู Statement แยกออกจากเอกสารลูกค้าและแผนเดินทาง

  • จัด Freelance Evidence Map — เชื่อมสัญญา Invoice การชำระ และ Statement
  • ตรวจ Source of Funds — แยกค่าจ้าง เงินออม เงินโอนตนเอง และเงินก้อนใหญ่
  • จัด Income Summary — สรุปลูกค้า ยอดรับจริง และเอกสารอ้างอิง
  • ตรวจภาษีและเอกสารธุรกิจ — ให้สถานะบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตรงกับข้อเท็จจริง
  • ตรวจงบทริป — เปรียบเทียบรายได้ เงินออม ค่าเดินทาง และผู้สนับสนุน
  • ตรวจเหตุผลกลับไทย — เชื่อมโครงการ ลูกค้าประจำ กำหนดส่งงาน และภาระส่วนตัว
  • ตรวจ Cover Letter และคำแปล — ให้ข้อมูลทุกฉบับเล่าเรื่องเดียวกัน
ขอบเขตบริการ: Co Journey Visa ช่วยจัดระบบและตรวจความสอดคล้องของเอกสารตามข้อมูลจริง แต่ไม่สามารถสร้างรายได้ ลูกค้า สัญญา หรือรายการเดินบัญชี และไม่สามารถรับประกันผลวีซ่าหรือการอนุญาตเข้าประเทศแคนาดา

❓ คำถามที่ถามบ่อยเรื่องฟรีแลนซ์ขอ Visitor Visa แคนาดา

ขอได้ สลิปเงินเดือนไม่ใช่หลักฐานอาชีพเพียงรูปแบบเดียว ฟรีแลนซ์สามารถใช้สัญญาจ้าง ใบเสนอราคาที่ได้รับอนุมัติ ใบแจ้งหนี้ หลักฐานส่งมอบงาน หลักฐานรับเงิน Statement เอกสารภาษี ทะเบียนธุรกิจเมื่อมี และจดหมายจากลูกค้าเพื่อแสดงว่าอาชีพและรายได้ดำเนินอยู่จริง
IRCC ใช้ Personalized Document Checklist และอาจมีคำแนะนำเพิ่มเติมตามสำนักงานวีซ่า จึงไม่ควรสมมติว่ามีช่วงย้อนหลังเดียวสำหรับทุกคำร้อง ควรแนบประวัติที่ต่อเนื่องเพียงพอให้เห็นรูปแบบรายได้ เงินออม และรายการสำคัญ พร้อมทำตาม Checklist ที่แสดงในบัญชีผู้สมัคร
ไม่ควรใช้ใบแจ้งหนี้เพียงอย่างเดียว เพราะใบแจ้งหนี้แสดงว่ามีการเรียกเก็บเงิน แต่ยังไม่ยืนยันว่าลูกค้าชำระแล้ว ควรเชื่อมใบแจ้งหนี้กับสัญญาหรือขอบเขตงาน หลักฐานโอนเงิน และรายการเงินเข้าที่ตรงกันใน Statement
รายได้ที่ไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติของงานแบบโครงการ แต่ควรอธิบายวงจรงาน วิธีเรียกเก็บเงิน ลูกค้าประจำ และรายได้เฉลี่ยตามข้อเท็จจริง ตารางสรุปรายได้รายเดือนหรือรายโครงการช่วยให้เห็นว่าความผันผวนเกิดจากรูปแบบธุรกิจ ไม่ใช่เงินที่ไม่มีที่มา
หากประกอบอาชีพในนามบุคคลธรรมดาและไม่มีทะเบียนบริษัท สามารถใช้สัญญาจ้าง ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ หนังสือรับรองการหักภาษี หลักฐานยื่นภาษี Statement อีเมลยืนยันงาน และจดหมายจากลูกค้าแทนได้ตามข้อเท็จจริง ไม่ควรสร้างทะเบียนหรือเอกสารธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง
ยังควรพิสูจน์ เพราะ Sponsor ช่วยอธิบายว่าใครจ่ายค่าทริป แต่ไม่ได้แทนการประเมินอาชีพ สถานการณ์ในประเทศไทย ความสัมพันธ์กับประเทศบ้านเกิด และความตั้งใจออกจากแคนาดาเมื่อสิ้นสุดการเยี่ยม
เอกสารสนับสนุนที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสต้องมีคำแปลตามข้อกำหนด IRCC หากผู้แปลไม่ใช่ Canadian certified translator ต้องมี Affidavit ของผู้แปลตามข้อกำหนด และควรแนบเอกสารภาษาต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองตามรูปแบบที่คำร้องกำหนด

📌 สรุปวิธีพิสูจน์รายได้ฟรีแลนซ์โดยไม่มีสลิปเงินเดือน

  • ไม่มีสลิปเงินเดือนไม่ได้หมายความว่ายื่น Visitor Visa แคนาดาไม่ได้
  • ควรใช้หลักฐานหลายฉบับประกอบกันแทนเอกสารชิ้นเดียว
  • เชื่อมสัญญา Invoice หลักฐานชำระ และ Statement เข้าด้วยกัน
  • ใบแจ้งหนี้อย่างเดียวไม่ยืนยันว่าได้รับเงินจริง
  • แยกเงินโอนระหว่างบัญชีออกจากรายได้ใหม่
  • เงินก้อนใหญ่ต้องมี Source of Funds ตามข้อเท็จจริง
  • ไม่มีทะเบียนบริษัทสามารถใช้สัญญา ภาษี และหลักฐานลูกค้าแทนได้
  • เอกสารภาษีช่วยให้รายได้ตรวจสอบได้ แต่ควรมีข้อมูลปัจจุบันประกอบ
  • ทำ Income Summary เมื่อมีลูกค้าหลายราย
  • IRCC ไม่มีจำนวนเงินขั้นต่ำเดียวสำหรับ Visitor Visa ทุกคน
  • งบทริปขึ้นอยู่กับระยะเวลาและรูปแบบที่พัก
  • มี Sponsor แล้วผู้สมัครยังควรพิสูจน์อาชีพและเหตุผลกลับไทย
  • Visitor Visa ไม่ได้ให้สิทธิทำงานในแคนาดาโดยอัตโนมัติ
  • ใช้โครงการและกำหนดส่งงานช่วยแสดงเหตุผลกลับประเทศไทย
  • เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสต้องแปลตามข้อกำหนด
  • เอกสารครบไม่รับประกันผลวีซ่าหรือการอนุญาตเข้าประเทศ

จัดแฟ้มฟรีแลนซ์ให้เห็นเส้นทางงานและเงิน ไม่ใช่เพียงรวม Statement หลายหน้า

ส่งตัวอย่างสัญญา Invoice Statement ภาษี แผนเดินทาง และโครงการที่ต้องกลับมาทำต่อ เพื่อให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าหลักฐานรายได้และเหตุผลกลับไทยเชื่อมกันเพียงพอหรือยัง

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com