ใช้หลายบัญชีเป็น Proof of Funds วีซ่าแคนาดา ต้องจัดไฟล์และอธิบายอย่างไร

ใช้หลายบัญชีเป็น Proof of Funds วีซ่าแคนาดา ต้องจัดไฟล์และอธิบายอย่างไร

🇨🇦 Canada Visitor Visa Proof of Funds
ใช้หลายบัญชีเป็น Proof of Funds วีซ่าแคนาดา ต้องจัดไฟล์และอธิบายอย่างไร
มีบัญชีรับเงินเดือน บัญชีออม บัญชีฝากประจำ และบัญชีสกุลต่างประเทศไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องทำให้เห็นว่าเงินเป็นของใคร เข้าถึงได้จริงเท่าไร และไม่ได้นับเงินก้อนเดียวซ้ำจาก Statement หลายฉบับ
📅 อัปเดตล่าสุด: 6 สิงหาคม 2569 ✍️ โดย ทีม Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 17 นาที

ผู้สมัครจำนวนมากไม่ได้เก็บเงินไว้ในบัญชีเดียว บัญชีหนึ่งใช้รับเงินเดือน อีกบัญชีใช้เก็บเงินออม บางคนมีเงินฝากประจำ บัญชีร่วม หรือเงินสกุลต่างประเทศที่สะสมจากงานต่างประเทศ

การมีหลายบัญชีไม่ได้ทำให้คำร้องอ่อนโดยอัตโนมัติ ปัญหามักเกิดเมื่อผู้สมัครอัปโหลด Statement ทุกฉบับต่อกันโดยไม่มีหน้าสรุป เจ้าหน้าที่จึงต้องค้นหาชื่อบัญชี ยอดคงเหลือ สกุลเงิน และรายการโอนด้วยตนเอง

อีกจุดหนึ่งคือการนับเงินซ้ำ ตัวอย่างเช่น เงิน 300,000 บาทอยู่ในบัญชี A ก่อนถูกโอนไปบัญชี B หาก Statement ของบัญชี A จบก่อนวันโอน แต่ Statement บัญชี B จบหลังวันรับเงิน ยอดเดียวกันอาจปรากฏอยู่ในเอกสารทั้งสองชุด

คำตอบโดยตรง: ควรจัดไฟล์ Proof of Funds โดยเริ่มจาก Cover Page ตามด้วย Account Summary, Trip Budget, Transfer Reconciliation, Source of Funds และ Statement ของแต่ละบัญชีตามลำดับ ใช้ยอดคงเหลือ ณ วันที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ระบุสกุลเงินและยอดเทียบ CAD พร้อมวันที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยน แยกเงินส่วนตัวออกจากบัญชีร่วม บริษัท และ Sponsor Funds และไม่ใช้ตารางสรุปแทน Statement ต้นฉบับ

📊 มี Statement หลายบัญชีและเงินโอนข้ามบัญชีบ่อย?
ควรตรวจยอดซ้ำและแหล่งที่มาของเงินก่อนรวมไฟล์ เพราะยอดรวมที่คำนวณผิดอาจทำให้คำอธิบายทางการเงินไม่น่าเชื่อถือ

📱 ส่งรายการบัญชีให้ทีมช่วยประเมิน

1. IRCC ต้องการเห็นอะไรจาก Bank Statement

หน้าคำแนะนำการสมัคร Visitor Visa ของ IRCC ระบุว่า Bank Statement ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจว่าผู้สมัครมีเงินเพียงพอสำหรับดูแลตนเองระหว่างอยู่ในแคนาดาหรือไม่

รายละเอียดที่ IRCC ระบุว่าควรมี ได้แก่ ชื่อธนาคารและข้อมูลติดต่อ หลักฐานว่าบัญชีเป็นของผู้สมัคร เช่น ชื่อและที่อยู่บน Statement และรายละเอียดบัญชีอย่างน้อย 6 เดือนรวมถึงยอดคงเหลือ

ข้อมูลบน Statement เหตุผลที่สำคัญ จุดที่ควรตรวจ
ชื่อธนาคารและข้อมูลติดต่อ ช่วยให้ IRCC สามารถตรวจสอบกับสถาบันการเงินได้เมื่อจำเป็น ชื่อธนาคารหรือโลโก้อ่านได้ ไม่ถูกตัดออกจากไฟล์
ชื่อเจ้าของบัญชี ใช้ยืนยันว่าเงินเป็นของผู้สมัคร สะกดตรงกับหนังสือเดินทางหรือมีคำอธิบายชื่อเดิม
ที่อยู่เมื่อปรากฏบน Statement ช่วยสนับสนุนความเป็นเจ้าของบัญชี หากเป็นที่อยู่เก่าควรอธิบายเมื่อจำเป็น
เลขบัญชีหรือเลขท้ายบัญชี ใช้แยกบัญชีหลายบัญชีออกจากกัน ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเกินกว่าที่เอกสารธนาคารแสดง
สกุลเงิน ช่วยคำนวณกำลังซื้อและยอดรวม ระบุ THB, CAD, USD หรือสกุลอื่นให้ชัด
รายละเอียดธุรกรรม ช่วยดูรายได้ การสะสมเงิน และรายการผิดปกติ ไม่ควรแนบเฉพาะหน้า Certificate ยอดคงเหลือเมื่อระบบขอประวัติรายการ
ยอดคงเหลือ ใช้ประเมินเงินที่มีอยู่ในช่วงยื่น ยอดใน Summary ต้องตรงกับวันที่ใน Statement
📌 ไม่มีตัวเลขเงินขั้นต่ำเดียวสำหรับ Visitor Visa ทุกคน: IRCC ระบุว่าจำนวนเงินที่ต้องมีขึ้นอยู่กับระยะพำนักและรูปแบบที่พัก เช่น พักโรงแรมหรือพักกับเพื่อนและญาติ ผู้สมัครจึงควรทำงบประมาณตามทริปจริง ไม่ควรใช้ยอดเป้าหมายจากข้อมูลที่แชร์ต่อกันโดยไม่มีแหล่งทางการ

ผู้สมัครที่เตรียม วีซ่าแคนาดา ควรตรวจ Personalized Document Checklist ในบัญชี IRCC อีกครั้ง เพราะเอกสารที่ระบบสร้างอาจต่างกันตามวัตถุประสงค์และสถานการณ์ของแต่ละคน

2. ใช้หลายบัญชีได้ แต่ต้องอธิบายหน้าที่ของแต่ละบัญชี

IRCC ไม่ได้ระบุว่าผู้สมัคร Visitor Visa ต้องมีบัญชีเดียว การใช้หลายบัญชีจึงทำได้ในทางจัดหลักฐาน หากแต่ละบัญชีช่วยพิสูจน์แหล่งเงินหรือเงินที่ผู้สมัครเข้าถึงได้จริง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำทุกบัญชีที่มีอยู่มาแนบโดยอัตโนมัติ ควรเลือกเฉพาะบัญชีที่มีหน้าที่ต่อคำร้อง เช่น บัญชีรายได้ บัญชีออม บัญชีค่าใช้จ่ายของทริป หรือบัญชีที่ใช้รับเงินจากลูกค้า

บัญชีรายได้

Income Account

ใช้รับเงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้ธุรกิจ ควรเชื่อมรายการเงินเข้ากับ Payslip, Contract, Invoice หรือเอกสารภาษี

บัญชีเงินออม

Savings Account

ใช้เก็บเงินที่โอนจากบัญชีรายได้ ควรแสดงว่าการโอนเป็นการสะสมเงินของผู้สมัคร ไม่ใช่รายได้ใหม่อีกก้อน

บัญชีฝากประจำ

Fixed-Term Deposit

ใช้เป็นหลักฐานเงินออมได้เมื่อเห็นชื่อ ยอด สกุลเงิน วันครบกำหนด และเงื่อนไขการถอนหรือเข้าถึงเงิน

เงินบุคคลอื่น

Sponsor or Third-Party Funds

ควรแยกออกจาก Personal Funds ของผู้สมัคร พร้อมจดหมายสนับสนุน หลักฐานความสัมพันธ์ และเอกสารการเงินของผู้จ่าย

💡 หลักสำคัญ: บัญชีทุกบัญชีไม่จำเป็นต้องมีเงินเข้าเป็นรายได้ บัญชีออมสามารถมีหน้าที่เพียงเก็บเงินที่โอนมาจากบัญชีเงินเดือนซึ่งพิสูจน์แหล่งที่มาแล้ว

3. ลำดับไฟล์ Proof of Funds ที่ช่วยให้ตรวจสอบง่าย

ระบบ IRCC อนุญาตให้อัปโหลดหนึ่งไฟล์ต่อหนึ่งช่อง หากมีเอกสารหลายฉบับในช่อง Proof of Financial Support หรือช่องที่เกี่ยวข้อง ต้องรวมเป็นไฟล์เดียว

ลำดับต่อไปนี้ไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับของ IRCC แต่เป็นแนวทางจัดเอกสารเพื่อให้เจ้าหน้าที่ค้นข้อมูลได้ง่ายขึ้น

📁 โครงสร้างไฟล์แนะนำ

1
Proof of Funds Cover Page
ระบุชื่อผู้สมัคร เลขหนังสือเดินทาง วัตถุประสงค์ ระยะเดินทาง ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และยอดเงินรวมโดยประมาณ
2
Table of Contents
ระบุชื่อเอกสารและเลขหน้า เพื่อค้น Statement และหลักฐาน Source of Funds ได้เร็ว
3
Account Summary Table
สรุปธนาคาร เลขท้ายบัญชี เจ้าของบัญชี ประเภทบัญชี สกุลเงิน ยอดคงเหลือ และไฟล์อ้างอิง
4
Trip Budget and Funding Allocation
แสดงค่าใช้จ่ายของทริปและระบุว่าจะใช้เงินจากบัญชีใดหรือบุคคลใด
5
Transfer Reconciliation
สรุปเงินโอนระหว่างบัญชีตัวเอง เพื่อป้องกันยอดซ้ำและแยกออกจากรายได้ใหม่
6
Source of Funds Evidence
แนบ Payslip, Employment Letter, Contract, Invoice, Tax Record หรือหลักฐานเงินก้อนใหญ่
7
Bank Statements
เรียงตามลำดับเดียวกับ Account Summary พร้อมคำแปลตามข้อกำหนดเมื่อเอกสารไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส
⚠️ อย่าให้หน้าสรุปกลายเป็นเอกสารแทน Statement: Account Summary และ Cover Letter ช่วยอธิบาย แต่ไม่สามารถยืนยันยอดเงินแทนเอกสารจากธนาคารได้

4. Account Summary ควรมีข้อมูลอะไร

ตารางสรุปควรทำให้เห็นยอดเงินที่ผู้สมัครถืออยู่จริง ณ ช่วงเวลาเดียวกัน พร้อมบอกว่าบัญชีแต่ละบัญชีใช้ทำอะไร

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ลำดับ ธนาคาร/เลขท้ายบัญชี เจ้าของบัญชี ประเภทบัญชี สกุลเงิน ยอด ณ วันที่ ยอดเทียบ CAD เอกสารอ้างอิง
1 Bank A
ลงท้าย 1234
ชื่อผู้สมัคร บัญชีรับเงินเดือนและใช้จ่ายประจำ THB [ยอด]
[วันที่]
[ยอดประมาณการ] Section A
Pages 8–20
2 Bank B
ลงท้าย 5678
ชื่อผู้สมัคร บัญชีเงินออมจาก Bank A THB [ยอด]
[วันที่]
[ยอดประมาณการ] Section B
Pages 21–33
3 Bank C
ลงท้าย 9012
ชื่อผู้สมัคร บัญชีเงินออมสกุลต่างประเทศ USD [ยอด]
[วันที่]
[ยอดประมาณการ] Section C
Pages 34–40
Total Applicant’s Available Funds [ยอดรวม CAD] Exchange rate dated [วันที่]

ข้อมูลที่ควรเขียนใต้ตาราง

  • วันที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยน
  • แหล่งอัตราแลกเปลี่ยนที่ตรวจสอบได้
  • ยอด CAD เป็นเพียงการแปลงเพื่อช่วยอ่าน
  • ยอดต้นฉบับและสกุลเงินจริงอยู่ใน Statement
  • ยอดใดถูกหักออกเพราะเป็นเงินโอนซ้ำหรือไม่พร้อมใช้
  • บัญชีใดเป็นบัญชีร่วม Sponsor หรือบัญชีบริษัท
❌ ไม่ควรรวมทุกยอดไว้ใต้คำว่า Applicant’s Funds: เงินในบัญชีบุคคลอื่น เงินบริษัท หรือบัญชีที่ผู้สมัครไม่มีสิทธิใช้ ควรแยกหมวดและอธิบาย ไม่ควรรวมเพื่อทำให้ยอดดูสูงขึ้น

5. บัญชีแต่ละประเภทควรอธิบายต่างกัน

ประเภทบัญชี หน้าที่ในคำร้อง หลักฐานประกอบ จุดที่ควรอธิบาย
บัญชีเงินเดือน แสดงรายได้ประจำและกระแสเงินปกติ Payslip และ Employment Letter ยอดและวันที่รับเงินควรสอดคล้องกัน
บัญชีฟรีแลนซ์ แสดงรายได้จากลูกค้าหลายราย Contract, Invoice, Payment Confirmation และภาษี ชื่อผู้โอนอาจต่างจากชื่อลูกค้า ต้องทำ Income Mapping
บัญชีออม แสดงเงินสะสมสำหรับทริป Statement และรายการโอนจากบัญชีรายได้ ไม่ควรนับรายการโอนตนเองเป็นรายได้ใหม่
บัญชีสกุลต่างประเทศ แสดงเงินออมหรือรายได้จากต่างประเทศ Statement, Platform Report และ Contract สกุลเงิน ค่าธรรมเนียม และการแปลงยอด
บัญชีเงินฝากประจำ แสดงเงินออมระยะยาว Deposit Certificate และเงื่อนไขถอน เงินพร้อมใช้เมื่อไรและมีค่าปรับหรือไม่
บัญชีร่วม แสดงเงินที่ถือร่วมกับคู่สมรสหรือบุคคลอื่น Statement, Relationship Proof และคำชี้แจง ผู้สมัครมีสิทธิใช้ยอดเท่าไร
บัญชีบริษัท แสดงการดำเนินงานหรือ Company Support Company Letter, Tax, Financial Statements และมติ ไม่ใช่เงินส่วนตัวทั้งหมดของผู้สมัคร

6. Bank Statement ต้องย้อนหลังเท่าไร

หน้าคำแนะนำ Visitor Visa ของ IRCC ระบุว่าอย่างน้อย 6 เดือนของรายละเอียดบัญชีและยอดคงเหลือช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจสถานการณ์การเงินของผู้สมัคร

อย่างไรก็ตาม คำร้องแต่ละประเภทอาจมี Personalized Document Checklist และคำแนะนำเพิ่มเติมจากสำนักงานวีซ่า จึงควรตรวจรายการที่แสดงในบัญชีผู้สมัครอีกครั้งก่อนจัดไฟล์

เหตุผลที่ประวัติหลายเดือนมีประโยชน์

  • เห็นรายได้ประจำหรือวงจรรายได้ของธุรกิจ
  • เห็นการสะสมเงินก่อนวางแผนเดินทาง
  • แยกเงินออมออกจากเงินฝากก้อนใหญ่ก่อนยื่น
  • ตรวจรายการโอนระหว่างบัญชี
  • เห็นภาระค่าใช้จ่ายประจำและยอดที่ผู้สมัครใช้ได้จริง
  • เชื่อมยอดกับเอกสารงาน ภาษี และ Sponsor
⚠️ ไม่ควรเลือกส่งเฉพาะเดือนที่ยอดสูง: หากช่องอัปโหลดหรือ Checklist ขอรายละเอียดบัญชีหลายเดือน ควรแนบข้อมูลต่อเนื่อง ไม่ควรตัดหน้าที่มีรายการสำคัญหรือยอดต่ำออกโดยไม่มีเหตุผล

7. ป้องกันการนับเงินโอนระหว่างบัญชีซ้ำอย่างไร

การโอนเงินจากบัญชีของผู้สมัครไปอีกบัญชีของผู้สมัครไม่ใช่รายได้ใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของเงินก้อนเดิม

🔁 หลักการนับเงิน

เงินจากนายจ้าง ลูกค้า หรือแหล่งภายนอก = รายได้หรือเงินรับ
เงินจากบัญชีตัวเองไปบัญชีตัวเอง = Transfer ไม่ใช่รายได้เพิ่ม

หากมีรายการโอนหลายครั้งหรือยอดสูง ควรทำ Transfer Reconciliation Table โดยระบุวันที่ ต้นทาง ปลายทาง จำนวนเงิน และหน้าของ Statement ที่เกี่ยวข้อง

วันที่ บัญชีต้นทาง บัญชีปลายทาง จำนวนเงิน วัตถุประสงค์ เอกสารอ้างอิง
[วันที่] Bank A
ลงท้าย 1234
Bank B
ลงท้าย 5678
THB [ยอด] Monthly transfer to personal savings Bank A หน้า 4
Bank B หน้า 2
[วันที่] USD Account THB Savings USD [ยอด] Currency conversion and transfer USD Statement, Exchange Record และ THB Statement

สถานการณ์สมมติ: เงินเดือนเข้าบัญชี A แล้วออมในบัญชี B

ทุกสิ้นเดือนผู้สมัครได้รับเงินเดือน 70,000 บาทในบัญชี A และโอน 25,000 บาทไปบัญชี B เพื่อสะสมเงินออม

วิธีอธิบาย: เงินเดือน 70,000 บาทเป็นรายได้ ส่วนการโอน 25,000 บาทเป็นการย้ายเงินไปบัญชีออม ยอดดังกล่าวไม่ควรถูกนับเป็นรายได้เพิ่มอีกครั้ง

สถานการณ์สมมติ: Statement คนละวันทำให้ยอดซ้ำ

บัญชี A แสดงยอด 400,000 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน ก่อนโอนทั้งหมดไปบัญชี B วันที่ 2 กรกฎาคม ส่วนบัญชี B แสดงยอด 400,000 บาท ณ วันที่ 5 กรกฎาคม

ความเสี่ยง: หากนำยอดทั้งสองมาบวกกัน จะกลายเป็น 800,000 บาททั้งที่เป็นเงินก้อนเดียว ควรใช้ยอดวันที่เดียวกันหรือหักยอดที่เคลื่อนย้ายออกจาก Summary

8. เงินก้อนใหญ่ต้องทำ Source of Funds อย่างไร

เงินก้อนใหญ่ไม่ใช่เหตุให้คำร้องถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ แต่หากยอดแตกต่างจากรูปแบบรายได้ปกติหรือเข้าก่อนยื่นไม่นาน ควรมีเอกสารอธิบายที่มาและสถานะของเงิน

แหล่งเงิน เอกสารที่อาจใช้ สิ่งที่ควรอธิบาย
โบนัสหรือ Commission Payslip, Employer Letter และ Statement รอบและเหตุผลการจ่าย
ค่าจ้างโครงการ Contract, Invoice และ Payment Confirmation ลูกค้า งาน และงวดที่ชำระ
เงินปันผล มติบริษัท ภาษี และหลักฐานจ่าย บริษัทมีสิทธิจ่ายและผู้สมัครได้รับตามสัดส่วนหรือไม่
ขายทรัพย์สิน สัญญาซื้อขาย หลักฐานกรรมสิทธิ์ และรายการรับเงิน ขายทรัพย์สินใดและเงินเข้าบัญชีใด
โอนจากบัญชีตนเอง Statement ต้นทางและปลายทาง เป็นเงินเดิม ไม่ใช่รายได้ใหม่
เงินจากครอบครัว Gift Letter, Relationship Proof และ Statement ผู้ให้ เป็นของขวัญ เงินช่วยเหลือ หรือเงินยืม
เงินกู้ Loan Agreement และเงื่อนไขชำระคืน มีภาระหนี้และไม่ควรเรียกว่าเงินออม
❌ ห้ามสร้างธุรกรรมหรือเอกสารย้อนหลังเพื่ออธิบายยอด: ควรระบุแหล่งเงินตามจริง การสร้างสัญญา Invoice หรือ Gift Letter ที่ไม่มีเหตุการณ์จริงอาจกลายเป็นข้อมูลเท็จหรือเอกสารที่ทำให้เข้าใจผิด

การตรวจ Statement ควรใช้เพื่อค้นหารายการที่ต้องอธิบาย ไม่ใช่เพื่อปรับยอดหรือสร้างประวัติการเงินใหม่ก่อนยื่น

9. บัญชีต่างประเทศและหลายสกุลเงินต้องสรุปอย่างไร

หากผู้สมัครมีบัญชี THB, USD, CAD หรือสกุลเงินอื่น ควรเก็บยอดต้นฉบับไว้ตาม Statement และเพิ่มยอดเทียบ CAD ใน Account Summary เพื่อช่วยอ่าน

หลักแปลงสกุลเงิน

  • ใช้อัตราแลกเปลี่ยนจากแหล่งเดียวกัน
  • ใช้อัตราของวันเดียวกันสำหรับทุกบัญชีเมื่อทำได้
  • ระบุวันที่และแหล่งอัตราแลกเปลี่ยน
  • เขียนว่าเป็นยอดประมาณการเพื่อการสรุป
  • ไม่แก้ไขยอดบน Statement ต้นฉบับ
  • หากยอดต่างเพราะค่าธรรมเนียมหรือ Conversion ให้แนบหลักฐาน

ตัวอย่างหมายเหตุอัตราแลกเปลี่ยน

Currency conversions are provided for summary purposes only. Exchange rates used: THB 1 = CAD [rate] USD 1 = CAD [rate] Source: [Bank or verifiable exchange-rate source] Rate date: [DD Month YYYY] Original balances and currencies remain shown in the attached bank statements.
⚠️ ไม่ควรเลือกใช้อัตราหลายแหล่งเพื่อทำให้ยอดสูงขึ้น: จุดประสงค์ของการแปลงสกุลเงินคือช่วยอ่าน ไม่ใช่ปรับยอดให้ได้จำนวนตามที่ต้องการ

10. บัญชีร่วมและบัญชีบุคคลอื่นใช้เป็น Proof of Funds ได้หรือไม่

กรณีบัญชีร่วมมีชื่อผู้สมัคร

สามารถใช้ประกอบได้เมื่อ Statement แสดงชื่อผู้สมัครเป็นเจ้าของบัญชีร่วม ควรระบุเจ้าของบัญชีอีกคน ความสัมพันธ์ และผู้สมัครมีสิทธิเข้าถึงเงินอย่างไร

หากยอดเงินเป็นเงินของทั้งสองฝ่าย ควรหลีกเลี่ยงการสรุปว่าผู้สมัครเป็นเจ้าของยอดทั้งหมดโดยไม่มีคำชี้แจง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของบัญชีร่วมจะไม่ได้เดินทางหรือมีภาระใช้เงินส่วนดังกล่าว

กรณีบัญชีไม่มีชื่อผู้สมัคร

ไม่ควรนำยอดมารวมเป็น Applicant’s Personal Funds ทันที หากพ่อแม่ คู่สมรส แฟน หรือบุคคลอื่นเป็นผู้จ่ายค่าเดินทาง ควรแยกเป็น Third-Party Financial Support พร้อมจดหมายผู้สนับสนุน หลักฐานความสัมพันธ์ เอกสารยืนยันตัวตน และหลักฐานการเงินตาม Checklist

ลักษณะบัญชี หมวดที่ควรใช้ เอกสารเพิ่มเติม
บัญชีชื่อผู้สมัครคนเดียว Applicant’s Personal Funds Statement และ Source of Funds
บัญชีร่วมที่มีชื่อผู้สมัคร Jointly Held Funds Relationship Proof และคำอธิบายสิทธิใช้เงิน
บัญชีพ่อแม่หรือคู่สมรส ไม่มีชื่อผู้สมัคร Third-Party Support Support Letter, ID, Relationship Proof และ Statement ผู้จ่าย
บัญชีบริษัท Business Funds หรือ Company Support Company Letter, มติ, ภาษี และงบการเงิน
📌 ผู้สนับสนุนช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ไม่แทนสถานการณ์ของผู้สมัคร: แม้มี Sponsor ผู้สมัครยังควรอธิบายงาน รายได้ ความผูกพันกับประเทศไทย วัตถุประสงค์ และแผนออกจากแคนาดาเมื่อสิ้นสุดการเยี่ยม

11. เงินฝากประจำหรือเงินที่ถอนยากควรนับอย่างไร

เงินฝากประจำสามารถใช้เป็นหลักฐานเงินออมได้ แต่ควรทำให้เห็นว่าผู้สมัครสามารถเข้าถึงเงินได้เมื่อจำเป็น หรือมีเงินสภาพคล่องจากบัญชีอื่นเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างทริป

ข้อมูลที่ควรมี

  • ชื่อผู้ถือบัญชี
  • เลขบัญชีหรือเลขอ้างอิง
  • ยอดเงินและสกุลเงิน
  • วันที่เปิดบัญชีหรือวันที่ฝาก
  • วันครบกำหนด
  • เงื่อนไขถอนก่อนกำหนด
  • ค่าปรับหรือข้อจำกัดในการถอนเมื่อมี

สถานการณ์สมมติ: เงินส่วนใหญ่อยู่ในฝากประจำ

ผู้สมัครมีเงินฝากประจำ 1,000,000 บาท แต่บัญชีออมทรัพย์เหลือเพียง 25,000 บาท ขณะที่งบทริปประมาณ 180,000 บาท

จุดที่ควรอธิบาย: ฝากประจำสามารถถอนเมื่อไร หากถอนก่อนกำหนดได้ต้องมีเอกสารเงื่อนไข หรือควรมีบัญชีสภาพคล่องอื่นรองรับค่าใช้จ่าย ไม่ควรสรุปว่าเงินทั้งหมดพร้อมใช้โดยไม่มีหลักฐาน

12. ยอดเงินรวมต้องสัมพันธ์กับ Trip Budget

Proof of Funds ไม่ควรมีเพียงยอดรวม แต่ควรแสดงว่ายอดดังกล่าวเพียงพอกับแผนเดินทางจริง รวมถึงตั๋ว ที่พัก อาหาร การเดินทางภายใน กิจกรรม และเงินสำรอง

💰 โครงสร้างงบทริป

ตั๋วไป–กลับ + ที่พัก + อาหาร + เดินทางภายใน + กิจกรรม + ประกัน + เงินสำรอง
ค่าใช้จ่าย ยอดประมาณการ ผู้รับผิดชอบ บัญชีหรือหลักฐาน
ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ [ยอด] ผู้สมัคร Bank A หรือ Ticket Receipt
ที่พัก [ยอด] ผู้สมัคร/ผู้เชิญ Bank B, Booking หรือ Invitation Letter
อาหารและค่าใช้จ่ายประจำวัน [ยอด] ผู้สมัคร Personal Savings
เดินทางภายในและกิจกรรม [ยอด] ผู้สมัคร Bank A และ Bank B
ประกันและเงินสำรอง [ยอด] ผู้สมัคร ยอดคงเหลือหลังหักงบทริป
Total Estimated Trip Cost [ยอดรวม] เปรียบเทียบกับ Total Available Funds
💡 แยกเงินที่มีออกจากเงินที่จะใช้: ตารางควรมีทั้ง Total Available Funds และ Estimated Trip Cost เพื่อแสดงว่าผู้สมัครยังมีเงินสำรองหลังหักค่าทริป
⚠️ ยอดสูงไม่แทน Source of Funds: การมีเงินหลายล้านบาทไม่ช่วยอธิบายคำร้อง หากไม่สามารถแสดงได้ว่าเงินสะสมมาจากรายได้ ธุรกิจ การขายทรัพย์สิน หรือแหล่งที่ถูกต้องอย่างไร

13. รวมไฟล์อัปโหลดในระบบ IRCC อย่างไร

IRCC ระบุว่าสามารถอัปโหลดได้เพียงหนึ่งไฟล์ต่อหนึ่งช่อง หากอัปโหลดหลายไฟล์ในช่องเดียว ระบบจะเก็บเพียงไฟล์ล่าสุด ดังนั้นต้องรวมเอกสารทั้งหมดที่ต้องการส่งในช่องนั้นเป็นไฟล์เดียวก่อนกด Upload

ตรวจชื่อช่องอัปโหลด
อ่านว่าช่องต้องการ Bank Statement, Proof of Financial Support, Client Information หรือเอกสารประเภทใด
จัดหน้าและลำดับเอกสาร
ใส่ Cover Page, สารบัญ, ตารางสรุป, Source of Funds และ Statement ตามลำดับ
รวมเอกสารเป็น PDF เดียว
ตรวจว่าทุกหน้าอยู่ในทิศทางที่อ่านได้และไม่มีเอกสารใดตกหล่น
ลดขนาดไฟล์อย่างระมัดระวัง
ขนาดไฟล์สูงสุดขึ้นอยู่กับระบบที่ใช้ ควรลดความละเอียดเท่าที่จำเป็นโดยยังอ่านตัวเลขและรายการได้
ตรวจไฟล์หลังรวม
เปิดดูทุกหน้า ตรวจจำนวนหน้า สารบัญ ชื่อผู้สมัคร ยอดเงิน และคำแปลก่อนอัปโหลด
ตรวจสถานะ Uploaded และ Submitted
การเห็นชื่อไฟล์ในระบบอาจยังไม่หมายความว่าส่งคำร้องสมบูรณ์ ต้องทำขั้นตอนยืนยันตามระบบต่อให้ครบ
❌ อย่าใช้เว็บไซต์รวม PDF ที่ไม่มั่นใจเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล: Statement มีข้อมูลการเงินที่ละเอียดอ่อน หากใช้เครื่องมือภายนอกควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย หรือใช้โปรแกรมในอุปกรณ์ของตนเอง

ตัวอย่างชื่อไฟล์

01_Proof_of_Funds_Applicant_Name.pdf 02_Company_Financial_Support_Applicant_Name.pdf 03_Sponsor_Financial_Documents_Applicant_Name.pdf 04_Letter_of_Explanation_Financial_Evidence.pdf
📌 อย่าแบ่งเอกสารผิดช่องเพียงเพื่อหลบขนาดไฟล์: ควรยึดประเภทเอกสารที่ระบบกำหนด หากต้องใช้ช่อง Client Information เพิ่ม ควรอธิบายชัดว่าเอกสารส่วนนั้นต่อเนื่องจากช่องใด และไม่อัปโหลดซ้ำโดยไม่จำเป็น

14. จดหมายอธิบายหลายบัญชีควรเขียนอะไร

จดหมายอธิบายมีประโยชน์เมื่อผู้สมัครมีหลายบัญชี หลายสกุลเงิน เงินโอนข้ามบัญชี หรือเงินก้อนใหญ่ แต่ควรเขียนเฉพาะข้อมูลที่ช่วยให้ตรวจ Statement ได้ง่ายขึ้น

📄 Proof of Funds Explanation Letter

Subject: Proof of Funds from Multiple Bank Accounts I am submitting financial evidence from [number] bank accounts held in my name. Account 1: - Bank: - Account ending: - Currency: - Purpose: salary/income and daily transactions Account 2: - Bank: - Account ending: - Currency: - Purpose: personal savings accumulated from Account 1 Account 3: - Bank: - Account ending: - Currency: - Purpose: foreign-currency savings / fixed-term deposit Transfers between Account 1 and Account 2 are movements between my own accounts and are not additional income. A transfer reconciliation table is included. The balances in the summary are stated as of [date or date range]. CAD conversions are provided for reference using the exchange rate from [source] dated [date]. My total available personal funds are approximately CAD [amount]. My estimated travel cost is CAD [amount], including: - return airfare; - accommodation; - living expenses; - transportation and activities; and - emergency funds. Any large deposits are explained in the Source of Funds section with supporting documents. All statements and supporting evidence are attached in the same order as the Account Summary.

การจัดทำ Cover Letter ต้องใช้ยอด วันที่ และประเภทเงินตาม Statement จริง ไม่ควรเรียกเงินยืมว่าเงินออม หรือเรียกเงินจากครอบครัวว่าเป็นรายได้ของผู้สมัคร

🧩 หลายบัญชีไม่ใช่ปัญหา หากยอดเงินทุกก้อนย้อนตรวจได้
ก่อนส่งควรตรวจว่าเจ้าหน้าที่สามารถตามเส้นทางจาก Account Summary ไปยัง Statement และ Source of Funds ได้โดยไม่ต้องเดา

💬 ให้ทีมช่วยตรวจ Account Reconciliation

15. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้หลายบัญชี

1. รวมยอดจาก Statement คนละช่วงเวลา

เงินก้อนเดียวปรากฏในบัญชีต้นทางก่อนโอนและบัญชีปลายทางหลังโอน ทำให้ยอดรวมสูงกว่าความจริง

2. นับเงินโอนตัวเองเป็นรายได้ใหม่

รายการโอนจากบัญชีเงินเดือนไปบัญชีออมถูกสรุปเป็นรายได้อีกครั้ง แม้เป็นเงินก้อนเดิม

3. นำบัญชีบุคคลอื่นมารวมเป็น Personal Funds

Statement ไม่มีชื่อผู้สมัคร แต่ถูกนำมารวมในยอดส่วนตัวโดยไม่มี Support Letter หรือหลักฐานความสัมพันธ์

4. ใช้ยอดเงินฝากประจำทั้งหมดโดยไม่ดูเงื่อนไขถอน

เงินยังถูกล็อกตลอดช่วงทริป แต่ถูกระบุว่าเป็นเงินค่าครองชีพที่พร้อมใช้ทันที

5. เงินก้อนใหญ่ไม่มีแหล่งที่มา

ยอดเพิ่มขึ้นก่อนวันยื่น แต่ไม่มีสัญญา รายได้ ภาษี Gift Letter หรือเอกสารการขายทรัพย์สินรองรับ

6. ตารางสรุปไม่ตรงกับ Statement

วันที่ ยอด หรือสกุลเงินใน Summary แตกต่างจากเอกสารธนาคารโดยไม่มีคำอธิบาย

7. แนบเฉพาะ Bank Certificate

เห็นยอดวันเดียว แต่ไม่เห็นประวัติรายได้ การสะสมเงิน และธุรกรรมสำคัญตามช่วงที่ IRCC หรือ Checklist ขอ

8. ไฟล์ใหญ่จนลดความละเอียดมากเกินไป

ตัวเลข ชื่อบัญชี และรายละเอียดรายการอ่านไม่ได้ แม้ไฟล์อัปโหลดสำเร็จ

9. แปลเฉพาะหน้าสรุป

รายละเอียดรายการและชื่อผู้โอนใน Statement ยังไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส ทำให้ตรวจเส้นทางเงินได้ไม่ครบ

10. ยอดเงินไม่สัมพันธ์กับงบทริป

มีเงินพอสำหรับค่าที่พัก แต่ไม่ได้คำนวณตั๋ว การเดินทางภายใน กิจกรรม หรือเงินสำรองตลอดระยะพำนัก

💡 วิธีตรวจแบบเร็ว: เลือกยอดสำคัญหนึ่งก้อนใน Account Summary แล้วตรวจว่าสามารถตามไปยัง Statement ต้นทาง รายการรับเงิน และเอกสารแหล่งที่มาได้ครบหรือไม่

16. Checklist ก่อนอัปโหลด Proof of Funds หลายบัญชี

👤 ความเป็นเจ้าของบัญชี

ทุกบัญชีในหมวด Personal Funds มีชื่อผู้สมัคร
ชื่อสะกดตรงกับหนังสือเดินทางหรือมีคำอธิบายชื่อเดิม
ชื่อธนาคาร ข้อมูลติดต่อ เลขท้ายบัญชี และสกุลเงินอ่านได้
บัญชีร่วมและบัญชีบุคคลอื่นถูกแยกหมวดแล้ว

📅 ช่วงเวลาและยอดคงเหลือ

ตรวจ Personalized Checklist แล้วว่าต้องใช้ Statement ช่วงใด
มีรายละเอียดบัญชีอย่างน้อยตามช่วงที่ IRCC หรือระบบกำหนด
ใช้ยอด ณ วันที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน
ยอดใน Summary ตรงกับ Statement

🔁 เงินโอนระหว่างบัญชี

แยกรายได้จริงออกจากเงินโอนตัวเอง
รายการโอนยอดสูงมี Statement ต้นทางและปลายทาง
เงินก้อนเดียวไม่ถูกนับซ้ำ
มี Transfer Reconciliation เมื่อรายการซับซ้อน

💰 Source of Funds

เงินเดือนเชื่อมกับ Payslip และ Employment Letter
รายได้ธุรกิจหรือฟรีแลนซ์เชื่อม Contract, Invoice และ Payment
เงินก้อนใหญ่มีเอกสารแหล่งที่มาตามจริง
เงินยืมและเงินบุคคลอื่นไม่ถูกเรียกว่าเงินออมส่วนตัว
บัญชีบริษัทไม่ถูกรวมเป็นเงินส่วนตัวทั้งหมด

💱 สกุลเงินและการแปลงยอด

ระบุสกุลเงินต้นฉบับของทุกบัญชี
ใช้แหล่งอัตราแลกเปลี่ยนเดียวกัน
ระบุวันที่ของอัตราแลกเปลี่ยน
แจ้งว่ายอด CAD เป็นยอดประมาณการเพื่อช่วยอ่าน

✈️ งบทริป

คำนวณตั๋ว ที่พัก อาหาร การเดินทาง และกิจกรรมแล้ว
ระบุผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ
ยอดเงินหลังหักงบทริปยังมีเงินสำรอง
งบทริปสัมพันธ์กับรายได้และระยะเดินทาง

📁 การจัดไฟล์

มี Cover Page และสารบัญ
Account Summary อ้างอิงเลขหน้าถูกต้อง
Statement เรียงตามลำดับใน Summary
รวมเอกสารเป็นหนึ่งไฟล์ต่อหนึ่งช่องอัปโหลด
ขนาดไฟล์ไม่เกินข้อจำกัดของระบบที่ใช้
ทุกหน้าชัดเจนและอยู่ในทิศทางที่อ่านได้

🌐 ภาษาและคำแปล

เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสมีคำแปล
แนบต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองตามข้อกำหนด
มี Affidavit ของผู้แปลตามกรณี
ผู้สมัครและสมาชิกครอบครัวไม่ได้แปลเอกสารของตนเอง

✅ Final Review

ยอดเงินทุกก้อนย้อนตรวจได้
ไม่มีธุรกรรมหรือเอกสารที่สร้างขึ้นเพื่อยื่นวีซ่า
ข้อมูลใน Cover Letter, Form และ Statement ตรงกัน
เปิดไฟล์ฉบับสุดท้ายตรวจทุกหน้าก่อนอัปโหลดแล้ว

17. Statement ภาษาไทยต้องแปลอย่างไร

IRCC ระบุว่าเอกสารสนับสนุนต้องเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส หากเอกสารเป็นภาษาอื่น ต้องแนบคำแปล พร้อม Affidavit จากผู้แปลและสำเนาที่รับรองของเอกสารต้นฉบับตามข้อกำหนดที่ใช้กับคำร้อง

รูปแบบคำแปลอาจแตกต่างตามประเภทเอกสารและสถานะของผู้แปล จึงควรตรวจคำแนะนำล่าสุดใน IRCC Help Centre และ Personalized Document Checklist ก่อนดำเนินการ

ส่วนของ Statement ที่ไม่ควรถูกละเลย

  • ชื่อธนาคารและเจ้าของบัญชี
  • หัวตารางและคำอธิบายธุรกรรม
  • ชื่อผู้โอนหรือผู้รับเงิน
  • ยอดยกมา ยอดเข้า ยอดออก และยอดคงเหลือ
  • ข้อความเกี่ยวกับสกุลเงินหรือเงื่อนไขบัญชี
  • รายละเอียดเงินฝากประจำและวันครบกำหนด

ก่อนสั่ง แปลเอกสาร ควรตรวจว่า Statement ที่ธนาคารออกเป็นภาษาอังกฤษหรือสองภาษาอยู่แล้วหรือไม่ และเลือกใช้เฉพาะบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ Proof of Funds จริง

📌 Fact Freshness: ขั้นตอนออนไลน์ ช่องอัปโหลด ขนาดไฟล์ รายการเอกสาร ค่าธรรมเนียม Biometrics การแปล และคำแนะนำสำนักงานวีซ่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเว็บไซต์ IRCC และ Checklist ในบัญชีผู้สมัครก่อนกดส่ง

18. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจล่าสุด

IRCC ไม่มีแบบฟอร์ม Account Summary สำหรับหลายบัญชีโดยเฉพาะ ตารางและลำดับไฟล์ในบทความเป็นแนวทางจัดเอกสารเพื่อช่วยให้ยอดเงินและแหล่งที่มาตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

⭐ Co Journey Visa ช่วยตรวจ Proof of Funds หลายบัญชีได้อย่างไร

การตรวจหลายบัญชีควรดูทั้งยอดคงเหลือ แหล่งเงิน ช่วงเวลา และการเคลื่อนย้ายเงิน ไม่ควรดูเฉพาะยอดหน้าสุดท้ายของ Statement

  • จัด Account Summary — สรุปธนาคาร เจ้าของบัญชี สกุลเงิน ยอดคงเหลือ และยอดเทียบ CAD
  • ตรวจยอดซ้ำ — วิเคราะห์เงินโอนข้ามบัญชีและวันที่ของ Statement
  • ตรวจ Source of Funds — เชื่อมเงินเดือน ค่าจ้าง ธุรกิจ เงินก้อนใหญ่ และเอกสารภาษี
  • แยก Personal, Joint, Company และ Sponsor Funds — ให้ความเป็นเจ้าของเงินชัดเจน
  • ตรวจ Trip Budget — เปรียบเทียบยอดเงินกับค่าเดินทางและระยะพำนัก
  • จัดลำดับไฟล์ — ทำ Cover Page, สารบัญ และเอกสารอ้างอิงให้อ่านต่อเนื่อง
  • ตรวจ Cover Letter และคำแปล — ให้ยอด วันที่ และคำอธิบายตรงกับ Statement จริง
ขอบเขตบริการ: Co Journey Visa ช่วยจัดระบบและตรวจความสอดคล้องจากเอกสารจริง แต่ไม่สามารถสร้างรายการเดินบัญชี เปลี่ยนแหล่งที่มาของเงิน หรือรับประกันผลวีซ่าและการอนุญาตเข้าประเทศแคนาดา

❓ คำถามที่ถามบ่อยเรื่อง Proof of Funds หลายบัญชี

สามารถจัด Statement หลายบัญชีเป็น Proof of Funds ชุดเดียวได้ หากแต่ละบัญชีแสดงชื่อผู้สมัคร ธนาคาร รายละเอียดบัญชี สกุลเงิน และประวัติรายการอย่างชัดเจน ควรทำตารางสรุปยอดและอธิบายบทบาทของแต่ละบัญชี โดยตารางสรุปไม่ใช้แทน Statement จากธนาคาร
ไม่จำเป็น การโอนเงินก้อนใหญ่ก่อนยื่นอาจทำให้ต้องอธิบายเพิ่ม สามารถแนบแต่ละบัญชีแยกกันแล้วทำ Account Summary โดยใช้ยอด ณ วันที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน พร้อมแสดงรายการโอนระหว่างบัญชีของตนเองเพื่อป้องกันการนับเงินซ้ำ
หน้าคำแนะนำ Visitor Visa ของ IRCC ระบุว่าอย่างน้อย 6 เดือนของรายละเอียดบัญชีและยอดคงเหลือช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจสถานการณ์การเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครต้องตรวจ Personalized Document Checklist และคำแนะนำของสำนักงานวีซ่าที่ใช้กับคำร้องของตนเองอีกครั้ง
ไม่ควรนับเป็นรายได้ใหม่ เพราะเป็นเงินก้อนเดิมที่ย้ายจากบัญชีหนึ่งไปอีกบัญชีหนึ่ง ควรระบุว่าเป็น Transfer Between Own Accounts และแนบ Statement ต้นทางกับปลายทาง โดยระวังไม่ให้ยอดเงินเดียวกันถูกนับซ้ำในยอดรวม
ควรใช้เมื่อ Statement แสดงชื่อผู้สมัครเป็นเจ้าของบัญชีร่วมและสามารถอธิบายสิทธิใช้เงินได้จริง พร้อมแนบหลักฐานความสัมพันธ์และคำชี้แจง หากบัญชีไม่มีชื่อผู้สมัคร ควรแยกเป็น Third-Party Support หรือ Sponsor Funds ไม่ควรรวมเป็นเงินส่วนตัวของผู้สมัครทันที
ระบบ IRCC อนุญาตให้อัปโหลดได้หนึ่งไฟล์ต่อหนึ่งช่อง หากต้องส่งเอกสารหลายฉบับในช่องเดียวต้องรวมเป็นไฟล์เดียว เช่น PDF ที่มีหน้าสรุป สารบัญ Statement และเอกสารแหล่งที่มาของเงินตามลำดับ ขนาดไฟล์สูงสุดขึ้นอยู่กับระบบบัญชีที่ใช้
เอกสารสนับสนุนที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสต้องแนบคำแปลตามข้อกำหนด IRCC พร้อมเอกสารภาษาต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรอง และ Affidavit ของผู้แปลตามกรณี ควรตรวจคำแนะนำล่าสุดและ Personalized Checklist ก่อนยื่น

📌 สรุปวิธีจัด Proof of Funds หลายบัญชีสำหรับวีซ่าแคนาดา

  • ใช้หลายบัญชีได้เมื่อแต่ละบัญชีมีหน้าที่และความเป็นเจ้าของชัดเจน
  • IRCC ระบุว่ารายละเอียดบัญชีอย่างน้อย 6 เดือนช่วยประเมินสถานการณ์การเงิน
  • ต้องตรวจ Personalized Document Checklist ของผู้สมัครอีกครั้ง
  • ไม่จำเป็นต้องโอนเงินทั้งหมดมารวมบัญชีเดียวก่อนยื่น
  • ทำ Cover Page, สารบัญ และ Account Summary ก่อน Statement
  • ใช้ยอด ณ วันที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน
  • เงินโอนระหว่างบัญชีตัวเองไม่ใช่รายได้ใหม่
  • ทำ Transfer Reconciliation เมื่อมีเงินโอนหลายรายการ
  • เงินก้อนใหญ่ต้องมี Source of Funds ตามข้อเท็จจริง
  • บัญชีร่วมควรแสดงชื่อผู้สมัครและสิทธิใช้เงิน
  • บัญชีบุคคลอื่นต้องแยกเป็น Third-Party Support
  • บัญชีบริษัทไม่ควรถูกรวมเป็นเงินส่วนตัวทั้งหมด
  • เงินฝากประจำควรแสดงเงื่อนไขการเข้าถึงเงิน
  • หลายสกุลเงินควรแปลงเป็น CAD ด้วยแหล่งและวันที่เดียวกัน
  • ยอดเงินต้องสัมพันธ์กับ Trip Budget และระยะเดินทาง
  • ระบบ IRCC รับหนึ่งไฟล์ต่อหนึ่งช่อง จึงต้องรวมเอกสารก่อนอัปโหลด
  • Statement ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสต้องแปลตามข้อกำหนด
  • เอกสารครบและยอดเงินสูงไม่รับประกันผลวีซ่าหรือการอนุญาตเข้าประเทศ

หลายบัญชีจัดให้อ่านง่ายได้ โดยเริ่มจากยอดจริงและเส้นทางเงินจริง

ส่งรายชื่อบัญชี Statement รายได้ รายการโอนก้อนใหญ่ และงบทริป เพื่อให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจการนับยอดซ้ำ แหล่งที่มาของเงิน และลำดับไฟล์ก่อนอัปโหลดในระบบ IRCC

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com