คู่สมรสต่างชาติของคนไทยต้องมีเงินฝากหรือรายได้เท่าไหร่ในการต่อวีซ่า

คู่สมรสต่างชาติของคนไทยต้องมีเงินฝากหรือรายได้เท่าไหร่ในการต่อวีซ่า

🇹🇭 Thai Spouse Visa / Financial Evidence / Extension

คู่สมรสต่างชาติของคนไทยต้องมีเงินฝากหรือรายได้เท่าไหร่ในการต่อวีซ่า

ตัวเลขที่คนถามมากที่สุดคือ 400,000 บาท หรือ 40,000 บาทต่อเดือน แต่สิ่งที่ทำให้เคสสะดุดมักไม่ใช่แค่ “ยอดเงินถึงไหม” แต่คือบัญชีชื่อใคร เงินคงอยู่กี่เดือน เอกสารธนาคารออกถูกวันไหม และยื่นกับหน่วยงานไหน
📅 อัปเดตล่าสุด: 4 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 12 นาที

คู่สมรสไทย-ต่างชาติที่กำลังจะต่อวีซ่าแต่งงานไทยหรือขออยู่ต่อฐานคู่สมรสคนไทย มักถามว่า “ต้องมีเงินฝากเท่าไหร่?” “ใช้รายได้แทนเงินฝากได้ไหม?” “เงิน 400,000 บาทต้องอยู่ในบัญชีกี่เดือน?” และ “บัญชีต้องเป็นชื่อคนไทยหรือคนต่างชาติ?”

คำตอบแบบใช้งานจริงคือ เกณฑ์ที่ใช้บ่อยสำหรับการต่ออยู่ฐานคู่สมรสคนไทยคือเงินฝากในธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หรือรายได้ไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน แต่รายละเอียดต้องดูตามสำนักงาน Immigration ที่ยื่นจริง เพราะบางพื้นที่อาจเข้มเรื่องวันที่ออกหนังสือธนาคาร การอัปเดตสมุดบัญชี รูปแบบ statement และเอกสารรับรองรายได้

บทความนี้สรุปให้ชัดว่าเงินฝากหรือรายได้เท่าไหร่ เอกสารการเงินต้องเตรียมอย่างไร จุดไหนที่ถูกขอเอกสารเพิ่มบ่อย และควรเตรียมเอกสารให้ปลอดภัยก่อนวันยื่นอย่างไร หากต้องการเช็ก statement ก่อนยื่น สามารถใช้บริการ ตรวจ Statement วีซ่า หรือเริ่มจากการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อประเมินว่าเคสควรใช้เงินฝากหรือรายได้ดีกว่า

สรุปสั้น ๆ: สำหรับการต่อวีซ่าแต่งงานไทยหรือขออยู่ต่อฐานคู่สมรสคนไทย เกณฑ์ที่ใช้บ่อยคือ เงินฝากในธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หรือ รายได้ไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน โดยกรณีใช้เงินฝาก มักต้องเป็นบัญชีธนาคารไทยชื่อคนต่างชาติและคงเงินย้อนหลังตามระยะเวลาที่ Immigration กำหนด เช่น 2 เดือนในหลายสำนักงาน ส่วนกรณีใช้รายได้ต้องมีหลักฐานรายได้หรือเงินบำนาญที่รับรองได้ตามรูปแบบที่หน่วยงานรับจริง

💬 ไม่แน่ใจว่า statement เข้าเกณฑ์ 400,000 บาทหรือรายได้ 40,000 บาทไหม?
ส่งเคสให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจยอดเงิน ระยะเวลาฝาก ชื่อบัญชี เอกสารธนาคาร และความเสี่ยงก่อนยื่น Immigration

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. คำตอบชัด ๆ: ต้องมีเงินเท่าไหร่

ตัวเลขหลักที่ควรจำคือ 400,000 บาท สำหรับกรณีใช้เงินฝาก และ 40,000 บาทต่อเดือน สำหรับกรณีใช้รายได้หรือเงินบำนาญ แต่การยื่นจริงไม่ได้ดูแค่ตัวเลขปลายทาง ต้องดูว่าเงินอยู่ในบัญชีครบระยะเวลาหรือไม่ บัญชีเป็นชื่อใคร เอกสารธนาคารออกถูกต้องหรือไม่ และรายได้พิสูจน์ได้จริงหรือไม่

วิธีพิสูจน์การเงิน ตัวเลขที่ใช้บ่อย เอกสารสำคัญ จุดที่ต้องระวัง
เงินฝากในธนาคารไทย ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร, statement, สมุดบัญชี, สำเนาหน้าบัญชี มักต้องคงเงินย้อนหลังตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 2 เดือน และควรเป็นบัญชีชื่อคนต่างชาติ
รายได้หรือเงินบำนาญ ไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน หนังสือรับรองรายได้, pension certificate, embassy/consulate certification หากเกี่ยวข้อง, statement ประกอบ ต้องพิสูจน์รายได้ต่อเนื่องและเป็นเอกสารที่ Immigration รับได้จริง
ยื่น Non-O จากต่างประเทศ หลายสถานทูตใช้ 400,000 บาท หรือ 40,000 บาท/เดือน แต่รายละเอียดต่างกัน bank statement ต่างประเทศหรือ statement ตามสถานทูตกำหนด บางสถานทูตดูย้อนหลัง 3 เดือน หรือกำหนดรูปแบบ statement เฉพาะ
ขออยู่ต่อในไทย มักใช้ 400,000 บาทในบัญชีไทย หรือรายได้ 40,000 บาท/เดือน เอกสารจากธนาคารไทยและเอกสารตามสำนักงาน Immigration พื้นที่ วันออกหนังสือธนาคารและวันที่อัปเดตบัญชีมีผลมาก
💡 จำง่าย: เงินถึง 400,000 บาทหรือรายได้ถึง 40,000 บาทยังไม่พอ ต้อง “ถึง + อยู่ครบเวลา + เป็นบัญชี/เอกสารที่ถูกประเภท + ออกเอกสารถูกวัน + ตรงกับชื่อผู้สมัคร” จึงจะปลอดภัยกว่า

2. กรณีใช้เงินฝาก 400,000 บาท ต้องเตรียมอย่างไร

วิธีเงินฝากเป็นวิธีที่หลายคู่เลือก เพราะเข้าใจง่ายกว่าเรื่องรายได้ แต่ก็เป็นจุดที่พลาดบ่อยที่สุด โดยเฉพาะเงินเข้าช้าเกินไป ยอดตกต่ำกว่าเกณฑ์ระหว่างช่วงย้อนหลัง หรือใช้บัญชีผิดชื่อ

สิ่งที่ควรมี

  • บัญชีธนาคารไทยชื่อคนต่างชาติผู้ยื่นคำขอ
  • ยอดเงินไม่น้อยกว่า 400,000 บาท
  • เงินคงอยู่ย้อนหลังตามระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด
  • หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร
  • statement หรือสำเนาสมุดบัญชีที่เห็นรายการต่อเนื่อง
  • อัปเดตบัญชีใกล้วันยื่นตามแนวทางสำนักงานที่ยื่น

สิ่งที่มักทำให้เสี่ยง

  • เงินเพิ่งเข้าก่อนวันยื่นไม่นาน
  • ยอดเงินเคยตกต่ำกว่า 400,000 บาทในช่วงย้อนหลัง
  • ใช้บัญชีคู่สมรสไทยแทนบัญชีคนต่างชาติ
  • ใช้บัญชีร่วมโดยไม่ตรวจเงื่อนไขก่อน
  • หนังสือธนาคารออกคนละวันกับที่สำนักงานต้องการ
  • statement ไม่เห็นชื่อเจ้าของบัญชีหรือยอดเงินชัดเจน
❌ ตัวอย่างเคสเสี่ยง: มีเงิน 400,000 บาทในวันยื่นจริง แต่ระหว่าง 2 เดือนก่อนยื่นยอดเคยลดลงเหลือ 390,000 บาท หรือมีเงินเข้าก้อนใหญ่ก่อนวันยื่นไม่กี่วัน แบบนี้อาจถูกมองว่าเงินไม่ครบตามเงื่อนไขหรือถูกขอคำอธิบายเพิ่ม

3. กรณีใช้รายได้ 40,000 บาทต่อเดือน ต้องเตรียมอะไร

ถ้าไม่สะดวกใช้เงินฝาก 400,000 บาท บางเคสสามารถใช้รายได้หรือเงินบำนาญไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือนแทนได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ชัดว่าเป็นรายได้จริง ต่อเนื่อง และเป็นเอกสารที่สำนักงาน Immigration รับได้

ปัญหาที่พบบ่อยคือรายได้มาจากต่างประเทศ แต่ไม่มีเอกสารรับรองที่ถูกต้อง หรือมีรายได้เข้าบัญชีหลายทางจนอ่านยาก บางเคสต้องใช้เอกสารจากสถานทูต/สถานกงสุล บางเคสต้องมี statement ประกอบ และบางเคสต้องแปลเอกสารหากเป็นภาษาต่างประเทศ

แหล่งรายได้ เอกสารที่อาจใช้ จุดที่ต้องเช็ก
เงินเดือนจากต่างประเทศ employment letter, payslip, bank statement, tax document หากเกี่ยวข้อง รายได้ต้องต่อเนื่องและแสดงยอดเทียบเงินบาทได้ชัด
เงินบำนาญ pension certificate, bank statement, embassy/consulate certification หากสำนักงานต้องการ เอกสารควรระบุยอดรายเดือนและชื่อผู้รับเงินตรง Passport
รายได้ธุรกิจ/ฟรีแลนซ์ invoice, contract, bank statement, tax record, company document มักซับซ้อนกว่าเงินเดือน ต้องจัดเอกสารให้แสดงรายได้ต่อเนื่องจริง
รายได้จากไทย หลักฐานการจ้าง งาน ภาษี หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ต้องตรวจ Work Permit และสถานะการทำงานด้วย ไม่ใช่ดูรายได้อย่างเดียว
⚠️ ข้อควรระวัง: รายได้ 40,000 บาทต่อเดือนไม่ควรเป็นตัวเลขที่เขียนขึ้นเองในจดหมาย ต้องมีเอกสารรองรับ ตรวจสอบได้ และตรงกับแนวทางของสำนักงานที่ยื่นจริง

4. เงินฝากต้องเป็นบัญชีไทยหรือบัญชีต่างประเทศ

สำหรับการขออยู่ต่อในไทยกับ Immigration กรณีใช้เงินฝาก โดยทั่วไปควรเป็นบัญชีธนาคารไทยชื่อคนต่างชาติผู้ยื่นคำขอ เพราะสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องตรวจยอดเงิน ระยะเวลาฝาก และเอกสารรับรองจากธนาคารในไทยได้ชัดเจน

บัญชีต่างประเทศอาจถูกใช้ในบางกรณี เช่น การยื่น Non-O จากสถานทูตไทยในต่างประเทศ แต่ไม่ควรนำเกณฑ์ของสถานทูตไปใช้แทนเกณฑ์การต่ออยู่ในไทยโดยตรง เพราะเป็นคนละขั้นตอนและคนละหน่วยงาน

ประเภทบัญชี เหมาะกับขั้นตอนไหน ข้อควรระวัง
บัญชีธนาคารไทยชื่อคนต่างชาติ การต่ออยู่ในไทยฐานคู่สมรสคนไทย ต้องคงเงินตามระยะเวลาที่กำหนด และเอกสารธนาคารต้องออกตามรูปแบบที่สำนักงานรับ
บัญชีต่างประเทศ การยื่น Non-O จากสถานทูตหรือ e-Visa ในต่างประเทศบางกรณี ต้องดูว่าสถานทูตรับ statement ประเทศใด รูปแบบใด และย้อนหลังนานเท่าไหร่
บัญชีคู่สมรสไทย ไม่ควรใช้แทนบัญชีผู้สมัครโดยไม่ตรวจ มีความเสี่ยงถูกมองว่าไม่ใช่เงินของผู้ยื่นคำขอ
บัญชีร่วม ต้องตรวจสำนักงานที่ยื่นก่อน บางสำนักงานอาจไม่รับ หรืออาจนับยอดเฉพาะส่วนของผู้สมัครตามแนวทางพื้นที่

5. ยื่น Non-O จากต่างประเทศกับต่ออยู่ในไทย ใช้เกณฑ์เหมือนกันไหม

ไม่ควรสรุปว่าเหมือนกันทั้งหมด เพราะการยื่น Non-O จากสถานทูตหรือระบบ e-Visa เป็นขั้นตอน “ขอวีซ่าก่อนหรือระหว่างเดินทางเข้าไทย” ส่วนการต่ออยู่ในไทยเป็นขั้นตอน “ขออยู่ต่อกับ Immigration” เอกสารการเงินจึงอาจต่างกันทั้งรูปแบบบัญชี ระยะเวลาย้อนหลัง และเอกสารประกอบ

ขั้นตอน ตัวเลขที่พบบ่อย เอกสารการเงินที่มักใช้ จุดต่างที่ต้องเช็ก
ยื่น Non-O จากสถานทูต/e-Visa 400,000 บาท หรือ 40,000 บาท/เดือนในหลายสถานทูต bank statement ต่างประเทศหรือหลักฐานรายได้ตามสถานทูตกำหนด บางสถานทูตขอ statement 3 เดือน บางแห่งไม่รับ screenshot และต้องมีชื่อ/ที่อยู่บน statement
ขออยู่ต่อในไทยกับ Immigration 400,000 บาทในบัญชีไทย หรือรายได้ 40,000 บาท/เดือน bank certificate จากธนาคารไทย, statement, สมุดบัญชี, หลักฐานรายได้ที่รับรองได้ ต้องดูวันออกเอกสาร ระยะเวลาฝาก และแบบฟอร์มตามสำนักงานที่ยื่นจริง
ต่ออายุปีถัดไป ยังต้องรักษาเงื่อนไขการเงินตามฐานที่เลือก เอกสารธนาคาร/รายได้รอบใหม่ ไม่ใช่ผ่านปีแรกแล้วไม่ต้องเตรียมเงินอีก ต้องเตรียมทุกครั้งที่ยื่นต่อ

6. จุดเสี่ยงที่ทำให้หลักฐานการเงินไม่ผ่าน

จากเคสจริง จุดที่ทำให้เอกสารการเงินของคู่สมรสต่างชาติสะดุดมักเป็นเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลใหญ่ เช่น ยอดเงินครบแต่ระยะเวลาไม่ครบ หรือธนาคารออกหนังสือผิดประเภท

จุดเสี่ยง ผลที่อาจเกิดขึ้น วิธีลดความเสี่ยง
เงินเข้าบัญชีไม่ครบ 2 เดือนตามแนวทางพื้นที่ ยื่นไม่ได้หรือถูกให้กลับมาใหม่ นับวันย้อนหลังตั้งแต่ก่อนวันยื่นจริง และเผื่อเวลาแก้เอกสาร
ยอดเงินเคยตกต่ำกว่า 400,000 บาท อาจถือว่าไม่คงเงินครบตามเกณฑ์ รักษายอดให้เกินเกณฑ์ตลอดช่วงย้อนหลัง อย่าถอนออกแม้เพียงช่วงสั้น ๆ
ใช้บัญชีผิดชื่อ สำนักงานอาจไม่รับเป็นเงินของผู้สมัคร ใช้บัญชีชื่อคนต่างชาติผู้ยื่นคำขอเป็นหลัก
หนังสือรับรองธนาคารออกห่างวันยื่นเกินไป ต้องไปขอเอกสารใหม่ ถามสำนักงานก่อนว่าวันออกหนังสือธนาคารต้องใกล้วันยื่นแค่ไหน
statement ไม่เห็นชื่อเจ้าของบัญชีหรือยอดคงเหลือ พิสูจน์ความเป็นเจ้าของบัญชีและยอดเงินไม่ได้ ขอ statement ที่มีชื่อ เลขบัญชี รายการเดินบัญชี และยอดคงเหลือครบ
รายได้ต่างประเทศไม่มีการรับรอง อาจไม่ถูกนับเป็นรายได้ตามเกณฑ์ ตรวจว่าต้องใช้การรับรองจากสถานทูต/กงสุลหรือเอกสารแปลรับรองหรือไม่

ถ้าเงินครบแต่ไม่แน่ใจว่า statement อ่านแล้วปลอดภัยไหม
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเงิน 400,000 บาทคงครบระยะหรือไม่ รายการเดินบัญชีมีจุดเสี่ยงไหม และควรใช้เงินฝากหรือรายได้เป็นหลักฐานดีกว่า

💬 ส่ง Statement ให้ทีมช่วยประเมิน

7. ตารางเลือกวิธี: เงินฝากหรือรายได้เหมาะกับใคร

การเลือกใช้เงินฝากหรือรายได้ควรดูจากเอกสารที่ “พิสูจน์ได้ชัดที่สุด” ไม่ใช่ดูว่าแบบไหนดูง่ายกว่าเสมอไป

สถานการณ์ วิธีที่มักเหมาะกว่า เหตุผล สิ่งที่ต้องเตรียม
มีเงินสดพร้อมและเปิดบัญชีไทยทันเวลา เงินฝาก 400,000 บาท เอกสารอ่านง่าย ถ้าคงเงินครบระยะเวลา บัญชีไทยชื่อคนต่างชาติ, bank certificate, statement, สมุดบัญชี
มีเงินเดือนหรือบำนาญต่างประเทศชัดเจน รายได้ 40,000 บาท/เดือน ไม่ต้องล็อกเงิน 400,000 บาท หากเอกสารรายได้ได้รับการยอมรับ หนังสือรับรองรายได้/บำนาญ, statement, การรับรองจากสถานทูตหากจำเป็น
รายได้ฟรีแลนซ์หลายช่องทาง ต้องประเมินรายเคส เอกสารอาจอ่านยากและต้องพิสูจน์ความต่อเนื่อง contract, invoice, statement, tax record, case summary
เงินเพิ่งเข้าบัญชีใกล้วันยื่น ยังเสี่ยงทั้งสองทาง เงินฝากอาจไม่ครบระยะเวลา รายได้อาจพิสูจน์ไม่ทัน รีบตรวจวันหมดอายุ stay permit และทางเลือกกับผู้เชี่ยวชาญ
จดทะเบียนสมรสต่างประเทศและเอกสารยังไม่รับรอง ต้องแก้เอกสารสมรสก่อนหรือทำคู่กัน เงินครบแต่หลักฐานสมรสยังใช้ในไทยไม่สมบูรณ์ก็ยื่นไม่ได้ แปล รับรองนิติกรณ์ และ คร.22 ตามกรณี

8. เอกสารธนาคารที่ควรเตรียมก่อนยื่น

แต่ละสำนักงานอาจมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน แต่เอกสารที่ควรเตรียมล่วงหน้าเมื่อใช้เงินฝาก ได้แก่ หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร statement หรือสำเนาสมุดบัญชีที่เห็นรายการย้อนหลัง หน้าบัญชีที่เห็นชื่อเจ้าของบัญชี และหลักฐานอัปเดตยอดใกล้วันยื่น

ชุดเอกสารเงินฝาก

  • หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคารไทย
  • bank statement ย้อนหลังตามที่สำนักงานกำหนด
  • สำเนาสมุดบัญชีทุกหน้าที่เกี่ยวข้อง
  • หลักฐานอัปเดตบัญชีใกล้วันยื่น
  • สำเนาหน้าแรกบัญชีที่มีชื่อคนต่างชาติ

ชุดเอกสารรายได้

  • หนังสือรับรองเงินเดือนหรือเงินบำนาญ
  • statement แสดงรายได้เข้าจริง
  • เอกสารรับรองจากสถานทูต/กงสุล หากสำนักงานกำหนด
  • คำแปลและรับรอง หากเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ
  • เอกสารภาษีหรือสัญญาจ้าง หากช่วยอธิบายรายได้

หากเอกสารรายได้เป็นภาษาต่างประเทศ ควรวางแผน แปลเอกสาร และรับรองก่อนวันยื่นจริง เพราะการแก้คำแปลหรือรับรองเอกสารใกล้วันหมดอายุวีซ่าเป็นความเสี่ยงสูง

9. หมายเหตุเรื่องคู่สมรสทุกเพศและถ้อยคำในคู่มือเก่า

หลังสมรสเท่าเทียมไทยมีผลใช้บังคับ คู่สมรสตามกฎหมายไทยไม่ได้จำกัดเฉพาะชาย-หญิงเหมือนถ้อยคำเดิมในเอกสารบางฉบับ อย่างไรก็ตาม คู่มือหรือ checklist บางหน่วยงานอาจยังใช้ถ้อยคำเก่า เช่น “สามีต่างชาติของภรรยาไทย” หรือ “support Thai wife” อยู่ จึงควรตรวจแนวปฏิบัติปัจจุบันของสำนักงาน Immigration ที่ยื่นจริง โดยเฉพาะเคสคู่สมรสเพศเดียวกันหรือเคสที่เอกสารใช้คำว่า spouse แทน husband/wife

📌 คำแนะนำสำหรับคู่สมรสทุกเพศ: ให้เตรียมหลักฐานสมรสตามกฎหมายไทย เอกสารคู่สมรสไทย หลักฐานการเงิน และหลักฐานความสัมพันธ์จริงให้ครบเหมือนเคสทั่วไป และควรสอบถามสำนักงานที่ยื่นจริงหาก checklist ยังใช้ถ้อยคำแบบเก่า เพื่อป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกันในวันยื่น

10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ตัวเลข 400,000 บาทและ 40,000 บาทเป็นเกณฑ์ที่พบบ่อยในแหล่งทางการ แต่เอกสาร รายละเอียด ระยะเวลาฝาก และรูปแบบรายได้อาจต่างกันตามสถานทูต ระบบ e-Visa และสำนักงาน Immigration ที่ยื่นจริง ก่อนดำเนินการควรตรวจจากแหล่งทางการโดยตรง

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ:

หากต้องการให้เคสปลอดภัยขึ้น ควรตรวจทั้งเอกสารการเงินและเอกสารอื่นพร้อมกัน เช่น สถานะ Non-O, ทะเบียนสมรส, บัตรประชาชนคู่สมรสไทย, ที่อยู่, รูปถ่ายบ้าน และ TM.30 เพราะเงินครบอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเคสต่อวีซ่าจะครบทุกเงื่อนไข

⚠️ คำเตือนก่อนดำเนินการ: การต่อวีซ่าแต่งงานไทยและการขออยู่ต่อฐานคู่สมรสคนไทยขึ้นอยู่กับ Immigration พื้นที่ เอกสารรายบุคคล สถานะวีซ่าปัจจุบัน หลักฐานการเงิน และแนวปฏิบัติล่าสุด บทความนี้เป็นแนวทางวางแผนเอกสาร ไม่ใช่การการันตีผลอนุมัติ

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจหลักฐานการเงินก่อนต่อวีซ่าแต่งงานไทย?

  • ช่วยตรวจยอดเงินและระยะเวลาฝาก — ดูว่าเงิน 400,000 บาทครบตามช่วงเวลาที่ต้องใช้หรือไม่
  • ช่วยตรวจ statement ก่อนยื่น — เช็กยอดตก รายการผิดปกติ ชื่อบัญชี และความต่อเนื่องของเงิน
  • ช่วยประเมินว่าจะใช้เงินฝากหรือรายได้ดีกว่า — โดยดูจากเอกสารที่พิสูจน์ได้จริงในเคสนั้น
  • ช่วยตรวจเอกสารรายได้ต่างประเทศ — รายได้ บำนาญ statement คำแปล และการรับรองจากสถานทูต/กงสุลหากจำเป็น
  • ช่วยเตรียมเอกสารธนาคารให้ถูกวัน — ลดความเสี่ยงหนังสือธนาคารหมดอายุหรือออกผิดรูปแบบ
  • ช่วยตรวจทั้งเคส ไม่ใช่ดูแค่เงิน — รวมทะเบียนสมรส เอกสารคู่สมรสไทย ที่อยู่ รูปถ่ายบ้าน และสถานะ Non-O

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับเงินฝากและรายได้ในการต่อวีซ่าคู่สมรสคนไทย

เกณฑ์ที่ใช้บ่อยสำหรับการต่ออยู่ฐานคู่สมรสคนไทยคือเงินฝากในธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หรือรายได้ไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน โดยกรณีใช้เงินฝาก มักต้องมีเงินคงอยู่ในบัญชีชื่อคนต่างชาติย้อนหลังตามระยะเวลาที่ Immigration กำหนด เช่น 2 เดือนในหลายสำนักงาน แต่ต้องตรวจเงื่อนไขกับสำนักงานที่ยื่นจริงเสมอ
หลายสำนักงานใช้เงื่อนไขเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยชื่อคนต่างชาติไม่น้อยกว่า 400,000 บาทย้อนหลัง 2 เดือนก่อนวันยื่น แต่บางกรณีหรือบางสำนักงานอาจมีแนวปฏิบัติเรื่องเอกสารธนาคารและวันที่อัปเดตบัญชีต่างกัน จึงควรตรวจจากสำนักงาน Immigration ที่จะยื่นจริง
โดยหลักหลายแนวทางให้ใช้รายได้หรือเงินบำนาญไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือนได้ แต่เอกสารรายได้ต้องเป็นรูปแบบที่หน่วยงานรับ เช่น หนังสือรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุล หลักฐานรายได้ต่อเนื่อง หรือเอกสารที่ Immigration กำหนดในพื้นที่นั้น
โดยทั่วไปกรณีใช้เงินฝากสำหรับการต่ออยู่ฐานคู่สมรสคนไทย ควรเป็นบัญชีธนาคารไทยชื่อคนต่างชาติผู้ยื่นคำขอ ไม่ควรใช้บัญชีคู่สมรสไทยหรือบัญชีร่วมโดยไม่ตรวจเงื่อนไขก่อน เพราะสำนักงาน Immigration อาจไม่รับหรือขอเอกสารเพิ่ม
ไม่ควรสรุปว่าเหมือนกันทั้งหมด การยื่น Non-O จากสถานทูตหรือระบบ e-Visa อาจกำหนด statement ต่างประเทศหรือยอดเงินระยะ 3 เดือน ในขณะที่การต่ออยู่ในไทยมักดูบัญชีธนาคารไทย รายได้ และเอกสารตามสำนักงาน Immigration ที่ยื่นจริง ควรตรวจ checklist แยกตามขั้นตอน
มีความเสี่ยงสูงหากเลือกใช้วิธีเงินฝากแล้วเงินไม่ครบยอดหรือไม่ครบระยะเวลา ควรรีบประเมินว่าจะใช้หลักฐานรายได้ 40,000 บาทต่อเดือนแทนได้หรือไม่ หรือควรวางแผนเวลาใหม่ก่อนวันอนุญาตอยู่หมดอายุ ไม่ควรรอจนถึงวันยื่นแล้วค่อยแก้เอกสาร

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำ

  • เกณฑ์ที่ใช้บ่อยสำหรับต่อวีซ่าแต่งงานไทยคือเงินฝาก 400,000 บาท หรือรายได้ 40,000 บาทต่อเดือน
  • กรณีใช้เงินฝาก มักต้องเป็นบัญชีธนาคารไทยชื่อคนต่างชาติผู้ยื่นคำขอ
  • เงินฝากต้องคงอยู่ย้อนหลังตามระยะเวลาที่ Immigration กำหนด เช่น 2 เดือนในหลายสำนักงาน
  • รายได้ 40,000 บาทต่อเดือนต้องมีเอกสารรับรองที่หน่วยงานรับได้จริง ไม่ใช่แค่บอกตัวเลขเอง
  • ยื่น Non-O จากต่างประเทศกับต่ออยู่ในไทยอาจใช้รายละเอียด statement ไม่เหมือนกัน
  • เงินครบแต่เอกสารธนาคารออกผิดวัน หรือ statement ไม่ชัด ก็อาจถูกขอเอกสารเพิ่มได้
  • บัญชีคู่สมรสไทยหรือบัญชีร่วมควรตรวจกับสำนักงานก่อน ไม่ควรใช้แทนโดยเดาเอง
  • หลังสมรสเท่าเทียม บาง checklist อาจยังใช้ถ้อยคำเก่า ควรตรวจแนวปฏิบัติของสำนักงานที่ยื่นจริง
  • หลักฐานการเงินเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ต้องเตรียมทะเบียนสมรส เอกสารคู่สมรสไทย ที่อยู่ รูปถ่ายบ้าน และสถานะ Non-O ให้ครบด้วย

ไม่แน่ใจว่าเงินฝากหรือรายได้ของคู่สมรสต่างชาติเข้าเกณฑ์ต่อวีซ่าไหม?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจหลักฐานการเงินสำหรับ Non-O Thai Spouse และการต่ออยู่ฐานคู่สมรสคนไทยแบบรายเคส ตั้งแต่ยอดเงิน 400,000 บาท ระยะเวลาฝาก รายได้ 40,000 บาท เอกสารธนาคาร statement บัญชีไทย เอกสารคู่สมรสไทย และความเสี่ยงก่อนยื่น Immigration โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลอนุมัติ

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ