แปลเอกสารพร้อมรับรองคำแปล สำหรับใช้ในไทยและต่างประเทศ

📄 Translation • Certified Translation • Legalization

แปลเอกสารพร้อมรับรองคำแปล สำหรับใช้ในไทยและต่างประเทศ

บริการแปลเอกสารสำหรับงานส่วนบุคคล ธุรกิจ การศึกษา การทำงาน วีซ่า และการติดต่อหน่วยงาน พร้อมช่วยแยกว่าควรใช้เพียงคำแปล รับรองคำแปล หรือต้องดำเนินการรับรองเอกสารเพิ่มเติมตามประเทศและหน่วยงานปลายทาง
📅 อัปเดตล่าสุด: 5 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ 🌏 ใช้ในไทยและต่างประเทศ

การแปลเอกสารเพื่อใช้กับหน่วยงานราชการ สถานทูต มหาวิทยาลัย บริษัท หรือองค์กรต่างประเทศ ไม่ได้จบเพียงแค่แปลข้อความให้เป็นอีกภาษา เพราะเอกสารแต่ละปลายทางอาจต้องการระดับการรับรองไม่เหมือนกัน

บางกรณีใช้เพียงคำแปลทั่วไป บางกรณีต้องมีผู้แปลลงนามรับรองความถูกต้อง และบางกรณีต้องผ่านขั้นตอนนิติกรณ์ของกรมการกงสุลหรือการรับรองเพิ่มเติมจากสถานทูตของประเทศปลายทาง

Co Journey Visa ให้บริการ แปลเอกสาร และช่วยวางขั้นตอนการรับรองให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยควรเริ่มจากตรวจ Requirement ของผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ

คำตอบสั้น ๆ: ก่อนแปลเอกสาร ให้ระบุ 3 อย่างก่อนคือ ประเทศปลายทาง + หน่วยงานที่จะรับเอกสาร + วัตถุประสงค์การใช้งาน เพราะคำว่า “รับรองคำแปล”, “นิติกรณ์เอกสาร”, “รับรองสถานทูต” และ “Apostille” เป็นคนละกระบวนการ และไม่จำเป็นต้องทำทุกขั้นตอนในทุกเคส

มีเอกสารแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าต้องรับรองระดับไหน?
ส่งภาพหรือไฟล์เอกสาร พร้อมประเทศและหน่วยงานปลายทางให้ทีมช่วยดูขอบเขตเบื้องต้นก่อนเริ่มแปล

📱 ส่งเอกสารเพื่อประเมิน
เอกสารสำหรับแปลและตรวจสอบก่อนนำไปใช้กับหน่วยงาน

1. แปลเอกสารพร้อมรับรองคำแปลคืออะไร

โดยทั่วไป “รับรองคำแปล” หมายถึงการที่ผู้แปลลงนามรับรองว่าคำแปลถูกต้องตรงตามต้นฉบับตามรูปแบบที่ใช้กับงานนั้น เช่น การระบุข้อความลักษณะ Certified Correct Translation สำหรับคำแปลไทยเป็นอังกฤษ

แต่การที่ผู้แปลลงนามรับรอง ไม่ได้หมายความว่าเอกสารผ่านการนิติกรณ์จากกรมการกงสุลหรือได้รับการรับรองจากสถานทูตแล้ว

จุดที่สับสนบ่อย: “Certified Translation” กับ “Legalized Document” ไม่ใช่คำเดียวกัน หน่วยงานปลายทางอาจต้องการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจต้องการหลายขั้นตอนต่อเนื่องกัน

2. 4 ระดับของการแปลและรับรองที่ควรแยกให้ออก

1 Translation Only — แปลเอกสาร
แปลข้อความจากภาษาต้นทางไปยังภาษาปลายทาง เหมาะกับกรณีที่ผู้รับเอกสารไม่ได้กำหนดการรับรองเพิ่มเติม
2 Certified Translation — ผู้แปลลงนามรับรองคำแปล
ผู้แปลรับรองว่าคำแปลตรงกับเอกสารต้นฉบับตามรูปแบบที่เหมาะสมกับการใช้งาน
3 Legalization / นิติกรณ์เอกสาร
เป็นกระบวนการของหน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยต้องปฏิบัติตามประเภทเอกสารและขั้นตอนที่หน่วยงานกำหนด
4 Embassy / Consular Authentication หรือกระบวนการปลายทางอื่น
บางประเทศหรือบางหน่วยงานอาจต้องมีขั้นตอนต่อจากการรับรองของไทย ขณะที่บางกรณีไม่ต้องมี จึงต้องดู Requirement ของประเทศปลายทาง
หลักที่ช่วยประหยัดเวลา: อย่าเริ่มจากถามว่า “ต้องรับรองกี่ครั้ง” แต่ให้เริ่มจากถามว่า “หน่วยงานปลายทางต้องการเอกสารแบบใด” แล้วจึงวางเส้นทางย้อนหลังกลับมา

3. เอกสารประเภทใดสามารถส่งมาแปลได้บ้าง

บริการสามารถประเมินงานแปลเอกสารได้หลายกลุ่ม โดยประเภทที่พบได้บ่อย เช่น:

👤 เอกสารส่วนบุคคล สูติบัตร ทะเบียนบ้าน เอกสารเปลี่ยนชื่อ เอกสารครอบครัว หรือเอกสารสถานะบุคคลตามวัตถุประสงค์
💍 เอกสารครอบครัว ทะเบียนสมรส เอกสารหย่า เอกสารรับรองความสัมพันธ์ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
🎓 เอกสารการศึกษา Diploma, Degree, Transcript, Certificate หรือหนังสือจากสถาบันการศึกษา
💼 เอกสารการทำงาน Employment Letter, Certificate, Contract หรือเอกสารประกอบประวัติการทำงาน
🏢 เอกสารธุรกิจ หนังสือบริษัท เอกสารทะเบียนธุรกิจ สัญญา จดหมาย หรือเอกสารประกอบการติดต่อธุรกิจ
✈️ เอกสารวีซ่าและเดินทาง เอกสารประกอบคำร้องตาม Checklist ของประเทศหรือสถานทูตที่เกี่ยวข้อง
ข้อสังเกต: กรมการกงสุลระบุว่าปัจจุบันมีเอกสารการทะเบียนบางประเภทที่สามารถขอเป็นภาษาอังกฤษได้โดยตรงจากสำนักงานเขตหรืออำเภอ จึงควรตรวจตัวเลือกนี้ก่อนแปลเอกสารทะเบียนบางชนิด เพราะอาจลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

4. เอกสารจากต่างประเทศที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย ต้องทำอย่างไร

เอกสารต่างประเทศที่ต้องนำมาใช้กับหน่วยงานในประเทศไทยอาจมีข้อกำหนดต่างกันตามประเทศที่ออกเอกสารและหน่วยงานไทยที่รับเอกสาร

ก่อนดำเนินการควรตรวจ:

  • เอกสารต้นฉบับออกโดยหน่วยงานใด
  • ประเทศที่ออกเอกสารคือประเทศใด
  • หน่วยงานไทยที่รับต้องการเอกสารภาษาไทยหรือไม่
  • ต้องมีการรับรองจากหน่วยงานในประเทศต้นทางหรือไม่
  • ต้องผ่านสถานทูตหรือกรมการกงสุลหรือไม่
  • คำแปลต้องมีผู้แปลลงนามรับรองหรือมี Requirement อื่นหรือไม่
อย่าใช้วิธีเดียวกับทุกประเทศ: เอกสารจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน หรือประเทศอื่นอาจมีเส้นทางการรับรองต่างกัน และประเภทเอกสารก็มีผลต่อขั้นตอน

5. เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ต่างประเทศ ควรเริ่มจากตรงไหน

สำหรับเอกสารไทยที่จะนำไปใช้ต่างประเทศ ให้เริ่มจากสอบถามผู้รับเอกสารก่อนว่าเขาต้องการ:

สิ่งที่ผู้รับอาจขอ ความหมายโดยทั่วไป สิ่งที่ควรทำต่อ
English Translation ต้องการคำแปลภาษาอังกฤษ ตรวจว่าต้องมีผู้แปลรับรองด้วยหรือไม่
Certified Translation ต้องการคำแปลที่มีการรับรองโดยผู้แปลตาม Requirement ตรวจรูปแบบที่หน่วยงานยอมรับ
Legalized Document ต้องผ่านกระบวนการรับรองโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจขั้นตอนกรมการกงสุลและประเทศปลายทาง
Embassy Authentication อาจต้องมีการรับรองจากสถานทูตหรือกงสุล ตรวจเว็บไซต์สถานทูตของประเทศนั้นโดยตรง
Apostille กระบวนการภายใต้ Apostille Convention เมื่อใช้บังคับระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ต้องตรวจสถานะของประเทศและวันที่อนุสัญญามีผลใช้บังคับ

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

เอกสารและแล็ปท็อปสำหรับตรวจคำแปลและรายละเอียดก่อนรับรอง

6. รับรองคำแปล กับนิติกรณ์กรมการกงสุล ต่างกันอย่างไร

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศมีบริการ รับรองนิติกรณ์เอกสาร ซึ่งเป็นคนละขั้นกับการที่ผู้แปลลงนามรับรองคำแปล

ข้อมูลของกรมการกงสุลสำหรับเอกสารหลายประเภทระบุให้มีคำแปลภาษาอังกฤษและให้ผู้แปลลงนามรับรองคำแปล เมื่อเอกสารนั้นอยู่ในกระบวนการนิติกรณ์ตามประเภทที่กำหนด

ดังนั้นลำดับในบางเคสอาจมีลักษณะ:

ตรวจ Requirement ปลายทาง
รู้ก่อนว่าผู้รับต้องการอะไร
เตรียมต้นฉบับ
ตรวจชื่อ วันที่ เลขที่เอกสาร และความชัดเจนของต้นฉบับ
แปลเอกสาร
ใช้การสะกดชื่อและข้อมูลให้สอดคล้องกับเอกสารอ้างอิง
ผู้แปลลงนามรับรอง
เมื่อขั้นตอนหรือหน่วยงานกำหนด
ดำเนินการนิติกรณ์
เฉพาะกรณีที่จำเป็นตามประเภทเอกสารและ Requirement
ตรวจขั้นตอนประเทศปลายทาง
ดูว่าต้องมีการรับรองเพิ่มเติมหลังจากนั้นหรือไม่

ผู้ที่ต้องการทั้งคำแปลและขั้นตอนต่อเนื่องสามารถดูบริการ รับรองเอกสาร เพื่อส่งรายละเอียดให้ทีมประเมินตามปลายทางได้

7. อัปเดตสำคัญปี 2026: ผู้แปลต้องแนบเอกสารประจำตัวในการขอนิติกรณ์คำแปล

กรมการกงสุลประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป สำหรับการยื่นขอนิติกรณ์เอกสารแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษและภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้แปลต้องแนบสำเนาเอกสารประจำตัวที่ส่วนราชการออกให้และยังมีอายุใช้งาน

กรมการกงสุลยังระบุในขั้นตอนบริการทางไปรษณีย์ว่า คำแปลต้องมีการลงนามรับรองโดยผู้แปล เช่น “Certified Correct Translation” สำหรับกรณีไทยเป็นอังกฤษ

ข้อมูลนี้เกี่ยวกับการยื่นขอนิติกรณ์คำแปลกับกรมการกงสุล: ไม่ควรนำไปสรุปว่าเอกสารแปลทุกชิ้นที่ใช้กับบริษัท มหาวิทยาลัย หรือสถานทูตทุกแห่งต้องผ่านขั้นตอนเดียวกัน

8. ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง ณ ตุลาคม 2026

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติอนุสัญญา Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 แต่การเข้าร่วมไม่ได้หมายความว่าระบบมีผลใช้บังคับทันที

ตารางสถานะของ Hague Conference on Private International Law หรือ HCCH ระบุว่า Apostille Convention จะ มีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027

ดังนั้น ณ 5 ตุลาคม 2026: อย่าเพิ่งสมมติว่าเอกสารไทยสามารถใช้ Apostille แทนกระบวนการ Legalization เดิมได้แล้ว ควรใช้ขั้นตอนปัจจุบันของหน่วยงานและประเทศปลายทางจนกว่าระบบใหม่จะมีผลและมีแนวทางดำเนินการที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่เห็นข้อมูลออนไลน์ว่า “ไทยเข้า Apostille แล้ว” เพราะคำว่า acceded กับวันที่อนุสัญญา enters into force เป็นคนละช่วงเวลา

9. เอกสารแปลสำหรับยื่นวีซ่าต้องรับรองแบบไหน

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกประเทศ เพราะข้อกำหนดขึ้นอยู่กับ Visa Category, Embassy, Consulate หรือศูนย์รับคำร้องที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเอกสารที่อาจต้องแปลตาม Checklist ของแต่ละเคส เช่น:

  • เอกสารทะเบียนราษฎร
  • เอกสารสมรสหรือครอบครัว
  • เอกสารการทำงาน
  • เอกสารการศึกษา
  • เอกสารธุรกิจ
  • จดหมายหรือเอกสารสนับสนุนอื่น

ก่อนส่งงานควรตรวจ เอกสารแปลภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะเรื่องการสะกดชื่อ นามสกุล วันที่ ตัวเลข และข้อมูลที่ต้องตรงกับ Passport หรือเอกสารหลัก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ชื่อภาษาอังกฤษในคำแปลไม่ตรง Passport, แปลชื่อบริษัทคนละแบบในแต่ละฉบับ, วันที่ผิดรูปแบบ หรือแปลข้อมูลเกินจากสิ่งที่ปรากฏในต้นฉบับ

เอกสารใช้ยื่นสถานทูต แต่ไม่รู้ว่าต้องแปลหรือรับรองแค่ไหน?
ส่งประเทศ ประเภทวีซ่า และรายการเอกสารให้ทีมช่วยแยกงานแปลออกจาก Requirement ของสถานทูตก่อนเริ่มดำเนินการ

💬 ตรวจเอกสารก่อนแปล
การตรวจและลงนามเอกสารก่อนนำไปใช้กับหน่วยงานหรือองค์กร

10. Case Studies: ควรแปลและรับรองแบบไหน

เคส 1: สูติบัตรไทยใช้สมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

เริ่มจากถามมหาวิทยาลัยว่ารับ English Translation แบบใด หากระบุ Certified Translation ให้จัดคำแปลตาม Requirement หากกำหนด Legalization เพิ่มจึงดำเนินขั้นตอนรับรองต่อ ไม่ควรทำทุกขั้นตอนล่วงหน้าโดยยังไม่รู้ข้อกำหนด

เคส 2: เอกสารสมรสไทยใช้จดทะเบียนหรือดำเนินเรื่องในต่างประเทศ

ควรตรวจหน่วยงานประเทศปลายทางว่าใช้เอกสารฉบับใด ต้องแปลเป็นภาษาอะไร และมี Chain of Legalization อย่างไร เพราะขั้นตอนของแต่ละประเทศต่างกัน

เคส 3: Transcript ภาษาอังกฤษจากต่างประเทศใช้ในไทย

อย่าเริ่มจากแปลเป็นไทยทันที ให้ตรวจหน่วยงานไทยผู้รับก่อนว่าต้องการคำแปลหรือไม่ และต้นฉบับต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางในรูปแบบใด

เคส 4: เอกสารหลายฉบับใช้ยื่นวีซ่า

ตรวจ Checklist ก่อนว่าเอกสารใดจำเป็นต้องแปลจริง การแปลทุกฉบับโดยอัตโนมัติอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายและสร้างเอกสารซ้ำโดยไม่ช่วยคำร้อง

11. ขั้นตอนส่งงานแปลพร้อมรับรองคำแปล

ส่งไฟล์เอกสาร
ใช้ Scan หรือภาพที่เห็นข้อมูลครบและอ่านได้ชัด
แจ้งประเทศและหน่วยงานปลายทาง
เช่น สถานทูต มหาวิทยาลัย บริษัท หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรอื่น
แจ้งวัตถุประสงค์
วีซ่า เรียน ทำงาน จดทะเบียน ธุรกิจ หรือใช้กับหน่วยงานใด
ตรวจระดับการรับรอง
แปลอย่างเดียว รับรองคำแปล นิติกรณ์ หรือขั้นตอนอื่นตาม Requirement
ยืนยันชื่อและข้อมูลสำคัญ
ส่ง Passport หรือ Reference Spelling เมื่อจำเป็น เพื่อให้ชื่อภาษาอังกฤษสอดคล้อง
ประเมินขอบเขตและราคา
ราคาและระยะเวลาขึ้นอยู่กับภาษา จำนวนหน้า เนื้อหา และขั้นตอนรับรองที่ต้องทำ
ข้อมูล 5 อย่างที่ช่วยประเมินได้เร็ว: ไฟล์เอกสาร + ภาษาที่ต้องการ + ประเทศปลายทาง + หน่วยงานผู้รับ + วันที่ต้องใช้

12. 10 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

แปลก่อนโดยยังไม่รู้ Requirement
อาจแปลผิดภาษา หรือทำขั้นตอนรับรองเกินความจำเป็น
คิดว่ารับรองคำแปล = รับรองกงสุล
เป็นคนละขั้นตอน
สะกดชื่อไม่ตรง Passport
ควรใช้เอกสารอ้างอิงสำหรับชื่อภาษาอังกฤษ
ใช้ชื่อบริษัทหลายแบบ
ควรตรวจชื่อทางการจากเอกสารหลัก
แก้ข้อมูลในต้นฉบับผ่านคำแปล
คำแปลควรถ่ายทอดข้อมูล ไม่ใช่แก้ข้อผิดพลาดของเอกสารต้นทาง
ใช้สำเนาหรือภาพที่อ่านไม่ครบ
เอกสารตัดขอบหรือไม่ชัดเพิ่มความเสี่ยงต่อการแปลผิด
ไม่แจ้งประเทศปลายทาง
ขั้นตอนรับรองของแต่ละประเทศต่างกัน
คิดว่า Apostille ใช้ในไทยได้เต็มรูปแบบแล้วในปี 2026
อนุสัญญายังไม่ถึงวันที่มีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทย
ใช้ Requirement เก่าจากคนอื่น
ควรเช็กหน่วยงานปลายทางในวันที่ใช้งานจริง
ส่งเอกสารส่วนตัวผ่านช่องทางที่ไม่จำเป็น
ปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องเมื่อทำได้ และส่งเฉพาะเอกสารที่จำเป็นต่อการประเมินงาน

13. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจ

⚠️ Freshness Warning: ขั้นตอนรับรองเอกสารสามารถเปลี่ยนได้ และประเทศไทยอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ Apostille ซึ่งมีกำหนดมีผลใช้บังคับสำหรับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 จึงควรตรวจข้อมูลทางการอีกครั้งก่อนส่งเอกสารจริง

Co Journey Visa ช่วยจัดงานแปลและรับรองเอกสารอย่างไร

  • ตรวจวัตถุประสงค์: เอกสารจะใช้กับประเทศและหน่วยงานใด
  • ตรวจภาษาปลายทาง: แปลไทย–อังกฤษหรือภาษาอื่นตามงาน
  • ตรวจชื่อและข้อมูล: ลดความคลาดเคลื่อนระหว่าง Passport และเอกสาร
  • จัดคำแปล: ตามต้นฉบับและขอบเขตงานที่ตกลง
  • รับรองคำแปล: เมื่อรูปแบบงานต้องการ
  • วางเส้นทางรับรอง: แยก Certified Translation, Legalization และขั้นตอนปลายทาง
  • ตรวจเอกสารวีซ่า: หากคำแปลใช้ประกอบคำร้อง สามารถแยก Requirement ของสถานทูตออกจากงานแปลได้

หากเป็นงานเกี่ยวกับวีซ่า สามารถ ปรึกษาวีซ่า แยกจากขอบเขตงานแปล เพื่อให้เอกสารที่จัดทำสอดคล้องกับ Checklist ของเคสนั้น

❓ คำถามที่ถามบ่อย

รับรองคำแปลกับรับรองเอกสารเหมือนกันหรือไม่
ไม่เหมือนกัน การรับรองคำแปลโดยผู้แปลเป็นการรับรองความถูกต้องของข้อความที่แปล ขณะที่การรับรองหรือนิติกรณ์เอกสารโดยหน่วยงานรัฐหรือสถานทูตเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ต้องตรวจว่าหน่วยงานปลายทางต้องการเพียงคำแปล คำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรอง หรือการนิติกรณ์เพิ่มเติม
เอกสารภาษาไทยที่จะใช้ต่างประเทศต้องรับรองกงสุลทุกฉบับไหม
ไม่ควรสรุปว่าทุกฉบับต้องรับรองกงสุล เพราะแต่ละประเทศ สถานทูต มหาวิทยาลัย บริษัท และหน่วยงานปลายทางกำหนดรูปแบบเอกสารแตกต่างกัน ควรตรวจ Requirement ของผู้รับเอกสารก่อนเริ่มแปลและรับรอง
เอกสารอะไรสามารถส่งมาแปลได้บ้าง
สามารถสอบถามงานแปลเอกสารส่วนบุคคล เอกสารทะเบียนราษฎร เอกสารการศึกษา เอกสารการทำงาน เอกสารธุรกิจ เอกสารประกอบวีซ่า และเอกสารประเภทอื่นตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยต้องตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี
กรมการกงสุลกำหนดอะไรสำหรับการนิติกรณ์คำแปลไทย-อังกฤษในปี 2026
กรมการกงสุลประกาศว่าตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 การยื่นขอนิติกรณ์เอกสารแปลไทยเป็นอังกฤษและอังกฤษเป็นไทย ผู้แปลต้องแนบสำเนาเอกสารประจำตัวที่ส่วนราชการออกให้และยังมีอายุใช้งาน นอกเหนือจากการลงนามรับรองคำแปลตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยังในเดือนตุลาคม 2026
ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติ Apostille Convention เมื่อ 30 มิถุนายน 2026 แต่ตามตารางสถานะของ HCCH อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ดังนั้น ณ เดือนตุลาคม 2026 ไม่ควรสมมติว่าสามารถใช้ Apostille แทนกระบวนการรับรองเดิมได้แล้ว
เอกสารแปลเพื่อยื่นวีซ่าต้องรับรองคำแปลหรือไม่
ขึ้นอยู่กับประเทศ ประเภทวีซ่า และ Checklist ของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง บางแห่งรับคำแปลภาษาอังกฤษทั่วไป บางแห่งกำหนด Certified Translation หรือข้อกำหนดเฉพาะ จึงควรตรวจ Checklist ของคำร้องนั้นก่อน
ถ้ามีเอกสารหลายฉบับควรเริ่มแปลทั้งหมดเลยไหม
ควรเริ่มจากระบุประเทศและหน่วยงานปลายทางก่อน แล้วตรวจว่าเอกสารใดต้องแปล ภาษาใด และต้องรับรองระดับไหน เพื่อหลีกเลี่ยงการแปลหรือรับรองเกินความจำเป็น
ขอราคางานแปลต้องส่งข้อมูลอะไร
ควรส่งไฟล์หรือภาพเอกสารที่อ่านได้ชัด ภาษาต้นทาง ภาษาปลายทาง จำนวนหน้า ประเทศหรือหน่วยงานที่จะนำไปใช้ ระดับการรับรองที่ทราบ และวันที่ต้องการใช้งาน เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้ตรงขึ้น

📌 สรุปก่อนส่งเอกสารแปล

  • รู้ก่อนว่าจะนำเอกสารไปใช้ประเทศใด
  • ระบุหน่วยงานปลายทางให้ชัด
  • ตรวจว่าต้องแปลเป็นภาษาอะไร
  • แยก Translation, Certified Translation และ Legalization ออกจากกัน
  • ไม่จำเป็นต้องรับรองกงสุลทุกเอกสาร
  • ใช้การสะกดชื่อให้ตรง Passport หรือเอกสารหลัก
  • ห้ามแก้ข้อมูลต้นฉบับผ่านคำแปล
  • ตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 การขอนิติกรณ์คำแปลไทย–อังกฤษกับกรมการกงสุลมีข้อกำหนดเรื่องเอกสารประจำตัวผู้แปล
  • ประเทศไทยเข้าร่วม Apostille Convention แล้ว แต่ยังไม่มีผลใช้บังคับจนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2027
  • ตรวจ Requirement ล่าสุดก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

ส่งเอกสารมาให้ทีมช่วยดูว่า “ต้องแปลและรับรองถึงขั้นไหน”

แจ้งประเทศปลายทาง หน่วยงานที่จะรับเอกสาร ภาษาที่ต้องการ และวันที่ต้องใช้ พร้อมแนบไฟล์หรือภาพเอกสารที่อ่านได้ชัด ทีม Co Journey Visa จะช่วยประเมินขอบเขตงานแปลและขั้นตอนรับรองตามข้อมูลที่มี

📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com  |  www.cojourneyvisa.com