หลายคนให้ความสำคัญกับ Statement หรือหนังสือรับรองงาน แต่ลืมว่าเอกสารแปลภาษาอังกฤษก็เป็นจุดที่ทำให้แฟ้มดูน่าเชื่อถือหรือดูสับสนได้มาก ถ้าชื่อสะกดไม่ตรง วันเดือนปีผิด หรือแปลตำแหน่งงานคลาดเคลื่อน คนอ่านอาจไม่แน่ใจว่าเอกสารชุดนี้พูดถึงคนเดียวกันหรือไม่
เอกสารแปลไม่ใช่แค่เปลี่ยนภาษาไทยเป็นอังกฤษ แต่ต้องรักษาความหมาย ตัวเลข ชื่อเฉพาะ และรูปแบบสำคัญของเอกสารต้นฉบับให้ตรงพอที่เจ้าหน้าที่ใช้ตรวจได้
บทความนี้รวม 5 จุดที่เจอบ่อยในเอกสารแปลสำหรับยื่นวีซ่า พร้อมวิธีตรวจเองก่อนส่งแฟ้ม
สรุปสั้น ๆ: เอกสารแปลสำหรับวีซ่าควรตรวจชื่อ-นามสกุล วันเดือนปี เลขเอกสาร ตำแหน่ง ความสัมพันธ์ ตัวเลขทางการเงิน และรูปแบบการรับรองให้ตรงกับต้นฉบับ หากมีจุดผิดเล็ก ๆ อาจทำให้เอกสารทั้งชุดดูไม่เรียบร้อยหรือเกิดคำถามโดยไม่จำเป็น
1. ชื่อสะกดไม่ตรง คือจุดเล็กที่ทำให้แฟ้มสะดุดเร็วที่สุด
ชื่อ-นามสกุลควรตรงกับ Passport เป็นหลัก โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวกับงาน ธนาคาร ทะเบียนบ้าน สูติบัตร หรือหนังสือรับรองบริษัท ถ้าคำแปลใช้ spelling คนละแบบกับ Passport ควรแก้ก่อนใช้ยื่น
ตัวอย่างที่ควรระวัง: Pornchai / Phornchai, Thongdee / Tongdee, Nattapong / Natthaphong แม้เสียงใกล้กันแต่ในเอกสารวีซ่าควรใช้ให้สม่ำเสมอ
2. วันที่และตัวเลขต้องตรง เพราะตรวจผิดทีเดียวกระทบทั้งเรื่อง
วันเกิด วันที่ออกเอกสาร วันที่ทำงาน เงินเดือน เลขทะเบียนบริษัท หรือเลขบัญชี ถ้าแปลผิดแม้หลักเดียว อาจทำให้เอกสารดูไม่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเอกสารงานและการเงิน
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ข้อมูล | จุดที่มักผิด | วิธีตรวจ |
|---|
| วันเดือนปี | สลับวันกับเดือน หรือใช้ปี พ.ศ./ค.ศ. ผิด | เทียบกับต้นฉบับและ Passport |
| เงินเดือน | ตกศูนย์หรือใส่ comma ผิด | เทียบตัวเลขทุกหลัก |
| เลขเอกสาร | เลขทะเบียน/เลขที่หนังสือผิด | อ่านทีละตัว |
| วันที่เดินทาง | ไม่ตรงกับ itinerary หรือประกัน | เทียบทุกเอกสารในแฟ้ม |
3. แปลตรงตัวเกินไปอาจทำให้ความหมายทางเอกสารผิด
บางคำในเอกสารราชการหรือเอกสารงานไม่ควรแปลแบบคำต่อคำ เช่น ตำแหน่งงาน หน่วยงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือสถานะบริษัท ควรใช้คำอังกฤษที่อ่านแล้วเข้าใจบริบท
ถ้าแปลตำแหน่งต่ำหรือสูงกว่าความจริงมากเกินไป อาจกระทบภาพงานและรายได้ของผู้สมัคร
4. รูปแบบการรับรองต้องตรงกับประเทศและศูนย์รับคำร้อง
บางประเทศรับคำแปลทั่วไป บางประเทศต้องการ certified translation หรือเอกสารที่มีลายเซ็นผู้แปล บางกรณีต้องมีตราประทับหรือข้อมูลผู้แปล ควรตรวจเงื่อนไขของประเทศก่อนแปล ไม่ใช่แปลเสร็จแล้วค่อยมาพบว่าใช้ไม่ได้
ก่อนสั่งแปล: แจ้งประเทศที่จะยื่น ประเภทวีซ่า และเอกสารที่จะใช้ เพื่อให้รูปแบบคำแปลเหมาะกับการใช้งานจริง
5. Layout เอกสารแปลควรช่วยให้ตรวจง่าย ไม่ใช่ทำให้อ่านยากกว่าเดิม
คำแปลที่ดีควรจัดให้อ่านเทียบกับต้นฉบับได้ง่าย มีหัวข้อชัด แยกข้อมูลสำคัญ และไม่ทำให้ตารางหรือรายการสำคัญหายไป หากต้นฉบับเป็นตาราง คำแปลควรรักษาโครงหลักไว้เท่าที่เหมาะสม
ไฟล์ที่สแกนควรชัด ไม่เบลอ ไม่ตัดขอบ และควรเรียงคู่ต้นฉบับกับคำแปลในลำดับที่ศูนย์รับคำร้องหรือสถานทูตอ่านง่าย
6. วิธีตรวจเอกสารแปลก่อนใส่เข้าแฟ้มวีซ่า
เช็กทีละรอบ
- เทียบชื่อกับ Passport
- เทียบวันเดือนปีทุกจุด
- เทียบตัวเลข เงินเดือน และเลขเอกสาร
- อ่านความหมายตำแหน่งและความสัมพันธ์
- ตรวจตราประทับ ลายเซ็น และข้อมูลผู้แปลถ้าจำเป็น
- เปิดไฟล์ PDF ดูว่าหน้าครบและอ่านชัด
ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูเคสนี้?
- ช่วยตรวจคำแปลก่อนใช้ยื่น โดยดูชื่อ วันที่ ตัวเลข และความหมายสำคัญ
- ช่วยแนะนำรูปแบบคำแปล ให้เหมาะกับประเทศและประเภทวีซ่า
- ช่วยลดความผิดพลาดเล็ก ๆ ที่อาจทำให้แฟ้มดูไม่เรียบร้อย
- ช่วยจัดเอกสารต้นฉบับคู่คำแปล เพื่อให้คนอ่านตรวจได้ง่ายขึ้น
FAQ เอกสารแปลภาษาอังกฤษสำหรับวีซ่า
เอกสารไทยทุกใบต้องแปลไหม?
ไม่เสมอไป ต้องดูประเทศและ checklist เฉพาะ แต่เอกสารสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องอ่านควรตรวจเงื่อนไขการแปล
ใช้ Google Translate แปลเองได้ไหม?
ไม่แนะนำสำหรับเอกสารสำคัญ เพราะอาจผิดความหมาย รูปแบบ และคำเฉพาะทางเอกสาร
ชื่อสะกดไม่ตรงกับ Passport ต้องแก้ไหม?
ควรแก้ให้ตรง โดยเฉพาะชื่อผู้สมัครและบุคคลที่เกี่ยวข้องในเอกสารสำคัญ
ต้องรับรองคำแปลทุกใบไหม?
ขึ้นอยู่กับประเทศและประเภทเอกสาร ควรตรวจเงื่อนไขก่อนใช้ยื่น
ควรส่งต้นฉบับคู่คำแปลไหม?
โดยทั่วไปควรมีต้นฉบับและคำแปลคู่กันเพื่อให้ตรวจสอบได้ง่าย แต่ให้ดูข้อกำหนดของศูนย์รับคำร้องอีกครั้ง