วีซ่าไทยสำหรับชาวฮ่องกง 2026: คู่มือเข้าไทยเพื่อเที่ยว ธุรกิจ เรียน หรืออยู่ระยะยาว
ชาวฮ่องกงเดินทางเข้าไทยจำนวนมาก ทั้งเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน ทำธุรกิจระยะสั้น ทำงานกับบริษัทไทย เรียน ฝึกงาน ทำงานทางไกล สมัคร DTV รักษาพยาบาล เกษียณ หรืออยู่กับครอบครัวในไทย แต่คำถามว่า “เข้าไทยต้องขอวีซ่าไหม” ต้องดูจาก วัตถุประสงค์จริง + จำนวนวันที่ต้องการอยู่ไทย + เอกสารที่ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ดูแค่พาสปอร์ตอย่างเดียว
ผู้ถือ Hong Kong SAR passport มีความสะดวกหลายอย่างในการเข้าไทยระยะสั้น ทั้งจากความตกลงยกเว้นวีซ่าเดิมระหว่างไทย–ฮ่องกง และมาตรการ Visa Exemption ของไทยที่มีการปรับในช่วงปี 2024–2026 แต่ในปี 2026 กรมการกงสุลมีประกาศทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและ VoA จึงควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดตามวันเดินทางจริงทุกครั้ง
บทความนี้สรุปแนวทางวางแผน Thailand Visa สำหรับชาวฮ่องกงแบบใช้งานจริง ว่าเข้าไทยแบบไหนอาจใช้สิทธิระยะสั้นได้ แบบไหนควรยื่น Thai e-Visa และควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างเพื่อให้วัตถุประสงค์การเดินทางชัดเจน
💬 ไม่แน่ใจว่าชาวฮ่องกงควรใช้ Visa Exemption หรือยื่น e-Visa? ส่งวันเดินทาง วัตถุประสงค์ จำนวนวันที่ต้องการอยู่ไทย และเอกสารฝั่งฮ่องกง/ฝั่งไทยให้ทีมช่วยเช็กก่อนยื่นหรือก่อนเดินทาง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- ชาวฮ่องกงเข้าไทยต้องขอวีซ่าไหม?
- ปี 2026 ต้องเช็กเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษ?
- Hong Kong SAR passport ใช้ e-Channel เข้าไทยได้ไหม?
- กรณีไหนควรยื่นวีซ่าไทยล่วงหน้า?
- เลือกวีซ่าไทยตามวัตถุประสงค์อย่างไร?
- ท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นควรเตรียมอะไร?
- เข้าไทยเพื่อทำงานหรือธุรกิจจริงต้องใช้วีซ่าอะไร?
- เข้าไทยเพื่อเรียน ฝึกงาน หรือครอบครัวต้องใช้อะไร?
- DTV เกษียณ หรืออยู่ระยะยาวควรวางแผนอย่างไร?
- Checklist เอกสารก่อนเดินทางหรือก่อนยื่น e-Visa
- ขั้นตอนยื่น Thai e-Visa จากฮ่องกง
- TDAC และเอกสารที่ควรพกตอนเข้าไทย
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
1. ชาวฮ่องกงเข้าไทยต้องขอวีซ่าไหม?
หากเป็นการเข้าไทยเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเพื่อน หรือธุรกิจระยะสั้น ผู้ถือ Hong Kong SAR passport ควรตรวจสิทธิ Visa Exemption ล่าสุดก่อนเดินทางจริง ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าไทยและฮ่องกงมีความตกลงยกเว้นวีซ่าเดิมที่ให้ผู้ถือพาสปอร์ตทั้งสองฝ่ายพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน ขณะที่รายชื่อของกรมการกงสุลที่อัปเดตล่าสุดยังมีหมวดรายชื่อประเทศ/ดินแดนที่ได้รับยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว ทำงาน หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นตามมาตรการของไทย
ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ต้องเช็กคือ “วันเดินทางจริงใช้สิทธิใดและได้กี่วัน” เพราะปี 2026 ไทยมีการทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่า หากเดินทางใกล้ช่วงประกาศใหม่ มีแผนอยู่ไทยนาน เข้าออกไทยบ่อย หรือมีวัตถุประสงค์เกินท่องเที่ยวทั่วไป ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนออกเดินทาง
2. ปี 2026 ต้องเช็กเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษ?
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศเมื่อ 19 พฤษภาคม 2026 ว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและ Visa on Arrival ของไทย โดยมีสาระสำคัญ เช่น ให้ 1 ประเทศ/ดินแดนได้รับ 1 สิทธิ, ยกเลิกมาตรการยกเว้นวีซ่า 60 วันสำหรับ 93 ประเทศ/ดินแดน, ทบทวนรายชื่อ 30 วัน, จัดทำ 15 วัน และทบทวน VoA โดยรายละเอียดต้องดูประกาศกระทรวงมหาดไทยและวันมีผลจริง
สำหรับชาวฮ่องกง จึงควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดก่อนวันเดินทางจริง โดยเฉพาะหากเดินทางหลังมาตรการใหม่มีผล อยู่ไทยใกล้เต็มกรอบเวลา เข้าออกไทยหลายครั้ง ใช้ไทยเป็นฐานทำงานทางไกล หรือมีเอกสารจากบริษัท โรงเรียน โรงพยาบาล หรือผู้เชิญในไทย
3. Hong Kong SAR passport ใช้ e-Channel เข้าไทยได้ไหม?
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงประกาศเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า ผู้ถือ Hong Kong SAR passport สามารถใช้ Automated Immigration Clearance System หรือ e-Channel เพื่อเข้าไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 และจะสามารถใช้ที่สนามบินดอนเมืองภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หากเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
เงื่อนไขสำคัญคือ ผู้เดินทางต้องเข้าไทยภายใต้ visa exemption scheme และต้องเคยใช้พาสปอร์ตเล่มปัจจุบันเข้าไทยมาก่อนโดยมีตราประทับเข้าเมืองจากครั้งก่อน หากเป็นการเข้าไทยครั้งแรกด้วยพาสปอร์ตเล่มนี้ หรือพาสปอร์ตไม่มี immigration entry stamp ต้องผ่านช่องตรวจคนเข้าเมืองปกติก่อน
4. กรณีไหนควรยื่นวีซ่าไทยล่วงหน้า?
แม้ชาวฮ่องกงจำนวนมากเข้าไทยระยะสั้นได้สะดวก แต่หลายกรณีควรยื่นวีซ่าไทยล่วงหน้า เพราะเอกสารและวัตถุประสงค์ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวหรือประชุมสั้น ๆ หากใช้สิทธิผิดประเภท อาจถูกถามตั้งแต่สายการบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย
- เข้าไทยเพื่อทำงานจริง รับตำแหน่ง หรือมีสัญญาจ้างกับบริษัทไทย
- เข้าไทยเพื่อธุรกิจที่ต้องอยู่เกินกรอบระยะสั้นหรือมีเอกสารบริษัทหลายชุด
- เข้าไทยเพื่อเรียน ฝึกงาน training หรือเข้าร่วม educational programme
- ต้องอยู่กับคู่สมรส บุตร พ่อแม่ หรือครอบครัวในไทย
- ต้องการเกษียณในไทยหรืออยู่ระยะยาว
- ต้องการ DTV เพื่อ remote work, digital nomad, freelancer, foreign talent หรือ Thai soft power activities
- เข้ารักษาพยาบาลต่อเนื่องหรือมีแผนพักฟื้นนาน
- เข้าไทยหลายครั้งต่อปีหรืออยู่ไทยใกล้เต็มกรอบเวลาเป็นประจำ
5. เลือกวีซ่าไทยตามวัตถุประสงค์อย่างไร?
การเลือกวีซ่าไทยสำหรับชาวฮ่องกงควรเริ่มจากคำถามว่า “เข้าไทยไปทำอะไรจริง ๆ” หากเป็นการพักผ่อนหรือประชุมสั้น ๆ อาจอยู่ในกรอบระยะสั้นได้ แต่ถ้าเป็นงาน เรียน ครอบครัว DTV เกษียณ หรือพำนักระยะยาว ควรเลือกวีซ่าที่สะท้อนวัตถุประสงค์นั้นโดยตรง
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| วัตถุประสงค์เข้าไทย | แนวทางที่ควรตรวจ | เอกสารสำคัญ | จุดที่มักพลาด |
|---|---|---|---|
| ท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเพื่อน | Visa Exemption ล่าสุด หรือ Tourist Visa หากต้องการแผนที่เกินสิทธิ | พาสปอร์ต ตั๋วออกจากไทย ที่พัก แผนเดินทาง หลักฐานการเงิน TDAC | อยู่ใกล้เต็มกรอบเวลาแต่ไม่มีที่พักครบหรือไม่มีหลักฐานออกจากไทย |
| ธุรกิจระยะสั้น | Visa Exemption / Non-B Business ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลา | หนังสือบริษัทฮ่องกง หนังสือเชิญบริษัทไทย เอกสารบริษัท ตารางประชุม และหลักฐานการเงิน | หนังสือเชิญใช้คำว่า work หรือ employment ทั้งที่ไม่ได้ยื่น Non-B Working |
| ทำงานจริงในไทย | Non-Immigrant B Working | หนังสือนายจ้างไทย สัญญาจ้าง ตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาจ้าง เอกสารบริษัท และ work permit/WP3 ตามกรณี | เข้าไทยแบบเที่ยวก่อน แล้วเริ่มงานทันทีโดยยังไม่มีสถานะที่ถูกต้อง |
| เรียน ฝึกงาน หรืออบรม | Non-Immigrant ED / ED Plus | หนังสือรับเข้าเรียน หลักสูตร ระยะเวลาเรียน เอกสารสถาบัน และเอกสารฝึกงานถ้ามี | internship ดูเหมือน employment แต่เลือก ED โดยไม่มีเอกสารการศึกษาอธิบาย |
| ครอบครัวไทยหรือผู้ติดตาม | Non-Immigrant O | ทะเบียนสมรส สูติบัตร เอกสารผู้เชิญ เอกสารผู้หลักในไทย และหลักฐานการเงิน | พักบ้านผู้เชิญแต่ไม่มีหลักฐานความสัมพันธ์หรือจดหมายเชิญ |
| DTV / remote work / soft power | Destination Thailand Visa | 3-month bank statement หรือ proof of income อย่างน้อย 150,000 HKD, employment certificate, contract, portfolio หรือ proof of activity | มีแค่ความตั้งใจจะอยู่ไทย แต่ไม่มีเอกสารงาน กิจกรรม หรือหลักฐานการเงินรองรับ |
| เกษียณหรืออยู่ระยะยาว | Non-O, O-A, O-X, LTR หรือประเภทที่ตรงคุณสมบัติ | อายุ เงินฝาก รายได้ ประกันสุขภาพ เอกสารสุขภาพ ใบรับรองประวัติอาชญากรรม และเอกสารคุณสมบัติเฉพาะ | เลือก retirement route แต่ยังมีแผนทำงานในไทย ซึ่งอาจขัดกับเงื่อนไข |
6. ท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นควรเตรียมอะไร?
หากเป็นการเที่ยวไทย เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา หัวหิน กระบี่ สมุย หรือทริปสั้นจากฮ่องกง เอกสารควรทำให้เห็นภาพว่าเข้าไทยเพื่อเที่ยวจริง อยู่กี่วัน พักที่ไหน ใช้เงินจากไหน และออกจากไทยเมื่อไร แม้จะใช้สิทธิระยะสั้นได้ เจ้าหน้าที่สายการบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองยังอาจถามเอกสารประกอบได้
เอกสารพื้นฐานที่ควรมี ได้แก่ พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ ตั๋วเครื่องบิน หรือหลักฐานออกจากไทย ที่พัก แผนเดินทาง หลักฐานการเงิน และข้อมูลผู้ติดต่อในไทย หากพักบ้านเพื่อน คู่รัก หรือญาติ ควรมี จดหมายเชิญ และเอกสารผู้เชิญ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร สำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต และสถานะในไทย
หากเป็นธุรกิจระยะสั้น เอกสารควรแยกจากการทำงานจริงให้ชัด เช่น หนังสือเชิญระบุ business meeting, negotiation, conference หรือ site visit พร้อมตารางนัดหมายและชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรใช้ถ้อยคำว่า work, employment, assignment หรือ start working หากไม่ได้ยื่น Non-B Working
7. เข้าไทยเพื่อทำงานหรือธุรกิจจริงต้องใช้วีซ่าอะไร?
หากชาวฮ่องกงเข้าไทยเพื่อทำงานจริง รับตำแหน่งกับบริษัทไทย ทำงานโครงการ ติดตั้งระบบ ฝึกอบรมพนักงาน หรือมีสัญญาจ้าง ควรตรวจ Non-Immigrant B Working โดยไม่ควรใช้ Visa Exemption หรือ Tourist Visa เพื่อเริ่มงานก่อน เพราะเอกสารกับวัตถุประสงค์จะไม่ตรงกัน
เอกสาร Non-B Working โดยทั่วไปควรมีหนังสือจากนายจ้างไทยที่ระบุตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาจ้าง ลักษณะงาน เอกสารบริษัทไทย สัญญาจ้าง เอกสารคุณสมบัติของผู้สมัคร และเอกสาร work permit / WP3 / หนังสืออนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกรณี หากเป็นครู บุคลากรวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญ อาจต้องมีเอกสารการศึกษาและเอกสารอนุมัติจากหน่วยงานไทยเพิ่มเติม
หากเป็นธุรกิจหรือการค้า ไม่ใช่ทำงานจริง ควรตรวจ Non-B Business โดยเอกสารสำคัญจะเน้นหนังสือจากบริษัทในฮ่องกง หนังสือเชิญจากบริษัทไทย สำเนาใบอนุญาตบริษัท เอกสารทะเบียนบริษัทไทย ตารางประชุม และหลักฐานการเงิน โดยต้องไม่ทำให้เอกสารดูเหมือน employment
8. เข้าไทยเพื่อเรียน ฝึกงาน หรือครอบครัวต้องใช้อะไร?
หากเข้าไทยเพื่อเรียนเต็มเวลา ฝึกงาน training หรือเข้าร่วม educational programme ควรตรวจ Non-Immigrant ED หรือ ED Plus ตามวัตถุประสงค์ โดยเอกสารควรมีหนังสือรับเข้าเรียนจากสถาบันไทย ชื่อหลักสูตร วันเริ่มและวันจบเรียน ตารางเรียน ค่าใช้จ่าย และเอกสารพิสูจน์ว่าสถานะเป็นการศึกษา ไม่ใช่การทำงานจริง
หากเข้าไทยเพื่ออยู่กับคู่สมรสไทย บุตรไทย พ่อแม่ไทย หรือเป็นผู้ติดตามของผู้ที่เรียน/ทำงานในไทย ควรตรวจ Non-Immigrant O โดยเอกสารสำคัญอาจรวมถึงทะเบียนสมรส สูติบัตร เอกสารผู้เชิญในไทย พาสปอร์ตหรือวีซ่าของผู้หลัก ที่อยู่ในไทย และหลักฐานการเงิน
เอกสารภาษาจีนหรือภาษาอื่นที่ไม่ใช่ไทย/อังกฤษ ควรวางแผน แปลเอกสาร หรือ รับรองเอกสาร ให้ถูกต้องก่อนอัปโหลด เพราะสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่าเอกสารที่ไม่ใช่ภาษาไทยหรืออังกฤษต้องแปลเป็นไทยหรืออังกฤษและต้องมีการรับรองคำแปล
9. DTV เกษียณ หรืออยู่ระยะยาวควรวางแผนอย่างไร?
DTV หรือ Destination Thailand Visa เป็นตัวเลือกที่ชาวฮ่องกงสนใจมาก โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่า ผู้สมัคร DTV ต้องแสดงว่าอาชีพหรือกิจกรรมอยู่ในกลุ่ม Remote Worker, Digital Nomad, Foreign Talent, Freelancer เช่น blogger, influencer, artist หรือเข้าร่วมกิจกรรม Thai soft power-related activities ที่มีหลักฐานชัดเจน
เอกสาร DTV ที่สถานกงสุลใหญ่อธิบายอาจรวมถึง employment certificate หรือ contract ที่ระบุว่าสามารถทำงานเต็มเวลาแบบ remote ได้, portfolio, digital assets, social media accounts หรือ business registration ที่แสดงบทบาทผู้บริหาร รวมถึงหลักฐานเข้าร่วมกิจกรรม เช่น tickets, letters issued by school หรือ music festival passes โดยกรณี Thai soft power ควรแสดงความจำเป็นที่จะอยู่ในไทยระยะยาวและแผนกิจกรรมที่ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 6 เดือนในภาพรวม
ด้านการเงิน สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่า DTV ต้องมี 3-month bank statement หรือ proof of income ที่แสดงยอดบัญชีหรือรายได้อย่างน้อย 150,000 HKD หรือเทียบเท่า และผู้สมัคร DTV ปกติต้องมีบัญชีของตนเอง ส่วน dependent สามารถใช้ sponsorship letter พร้อมบัญชีและสำเนาพาสปอร์ตของผู้สนับสนุนได้ตามเงื่อนไข
สำหรับชาวฮ่องกงที่ต้องการเกษียณหรืออยู่ระยะยาว ควรตรวจ Non-O, O-A, O-X, LTR หรือประเภทที่เหมาะสมกับคุณสมบัติจริง หากยังมีแผนทำงานในไทย ไม่ควรใช้ retirement route แทนงาน เพราะเงื่อนไขเกษียณโดยทั่วไปไม่ใช่เส้นทางสำหรับการทำงานในประเทศไทย
10. Checklist เอกสารก่อนเดินทางหรือก่อนยื่น e-Visa
เอกสารของชาวฮ่องกงควรเล่าเรื่องเดียวกันตั้งแต่พาสปอร์ต ตั๋ว ที่พัก แผนเดินทาง หนังสือเชิญ เอกสารงาน เอกสารเรียน เอกสารครอบครัว เอกสาร DTV และหลักฐานการเงิน หากแต่ละไฟล์สื่อวัตถุประสงค์คนละทาง เคสจะดูไม่ชัดและมีโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| เอกสาร | ใช้พิสูจน์อะไร | ควรตรวจอะไรเป็นพิเศษ |
|---|---|---|
| Hong Kong SAR passport | ตัวตน สัญชาติ และสิทธิการเข้าไทย | อายุพาสปอร์ต ชื่อ วันเกิด เลขพาสปอร์ต และวันหมดอายุต้องตรงทุกไฟล์ |
| Hong Kong Identity Card หรือ proof of legal residence | ยืนยันว่าผู้สมัครมีถิ่นพำนักถูกต้องใน Hong Kong SAR หรือ Macao SAR | สถานกงสุลใหญ่ระบุว่า A HKID, R/U HKID หรือ valid stay permit สำหรับ C HKID อาจใช้ยืนยัน legal residence ได้ตามกรณี |
| ตั๋วเดินทาง / หลักฐานออกจากไทย | แผนเข้า-ออกไทยตามสิทธิหรือประเภทวีซ่า | วันที่ควรสัมพันธ์กับจำนวนวันที่ต้องการอยู่ไทยและวัตถุประสงค์ |
| ที่พักหรือเอกสารผู้เชิญ | ยืนยันว่าจะอยู่ที่ไหนในไทย | โรงแรมต้องครอบคลุมแผน หรือถ้าพักบ้านคนไทยต้องมีเอกสารผู้เชิญ/สัญญาเช่า/หลักฐานสิทธิที่พัก |
| หลักฐานการเงิน / Statement | ความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่าย | โดยทั่วไปควรมี statement หรือ passbook 3 เดือนพร้อมชื่อผู้สมัครและรายละเอียดธนาคาร ส่วน DTV ต้องมีอย่างน้อย 150,000 HKD หรือเทียบเท่า |
| หนังสือเชิญธุรกิจ | รองรับ business visit หรือ Non-B Business | ควรระบุประชุม เจรจา หรือนัดหมาย ไม่ควรใช้คำว่า work หากไม่ได้ยื่น Non-B Working |
| เอกสารนายจ้างไทย | รองรับ Non-B Working | ตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาจ้าง เอกสารบริษัท และ work permit/WP3 ต้องสอดคล้องกัน |
| เอกสารเรียนหรือครอบครัว | รองรับ ED, ED Plus หรือ Non-O | ชื่อหลักสูตร หลักฐานความสัมพันธ์ เอกสารผู้หลัก และจดหมายจากสถาบัน/ผู้เชิญควรครบ |
| เอกสาร DTV | รองรับ remote work, freelance, soft power หรือ dependent | employment certificate, contract, portfolio, digital assets, proof of activity หรือ sponsorship documents ต้องชัดเจน |
11. ขั้นตอนยื่น Thai e-Visa จากฮ่องกง
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่า ผู้ที่มีถิ่นพำนักปัจจุบันอย่างถูกต้องใน Hong Kong SAR หรือ Macao SAR และต้องการขอวีซ่าเข้าไทย ต้องยื่นและชำระค่าธรรมเนียมผ่าน Thai e-Visa Official Website ที่ thaievisa.go.th โดยผู้ที่เป็นเพียง visitor ใน Hong Kong SAR หรือ Macao SAR ไม่สามารถยื่นผ่านสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงได้
ขั้นตอนใหม่ไม่ต้องยื่นพาสปอร์ตและเอกสารตัวจริงที่สถานกงสุลตั้งแต่แรก ผู้สมัครต้องสร้างบัญชี กรอกข้อมูล อัปโหลดเอกสาร ชำระเงินผ่านระบบ และรอผลทางอีเมล หากวีซ่าอนุมัติ สามารถดาวน์โหลดและพิมพ์ e-Visa เพื่อแสดงต่อสายการบินและตรวจคนเข้าเมืองไทยได้
สถานกงสุลใหญ่ระบุว่า visa application อาจใช้เวลาสูงสุด 7 วันทำการสำหรับ first response และแนะนำให้ยื่น 3–4 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แต่ไม่ควรยื่นเร็วกว่า 90 วันล่วงหน้า หากต้องส่งเอกสารเพิ่มควรดำเนินการภายใน 15 วัน และค่าธรรมเนียมวีซ่าไม่คืนเงินทุกกรณี
ถ้าเที่ยวหรือธุรกิจสั้น ๆ อาจใช้สิทธิระยะสั้นตามเงื่อนไขล่าสุดได้ แต่ถ้าเป็นงาน เรียน ครอบครัว DTV หรืออยู่ยาว ควรเลือกวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์
ผู้สมัครต้องมีถิ่นพำนักปัจจุบันใน Hong Kong SAR หรือ Macao SAR อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียง visitor
ใช้อีเมลที่เข้าถึงได้จริง เพราะผลอนุมัติและคำขอเอกสารเพิ่มจะส่งผ่านระบบหรืออีเมล
เช่น Tourist, Non-B Business, Non-B Working, ED, O, O-A, DTV, LTR หรือประเภทอื่นตามวัตถุประสงค์จริง
ไฟล์ต้องไม่กลับหัว ไม่เบลอ และเอกสารที่ไม่ใช่ไทย/อังกฤษต้องมีคำแปลไทยหรืออังกฤษที่รับรองแล้ว
สถานกงสุลใหญ่ระบุว่า biodata และ passport details ที่ผิด ไม่สามารถแก้หลังส่งได้ และอาจทำให้คำร้องถูกยกเลิกหรือปฏิเสธ
หลังอนุมัติควรพิมพ์หรือบันทึกเอกสารไว้แสดงต่อสายการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทย
⚡ ต้องการให้ช่วยเช็กก่อนเลือกวีซ่า?
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูวัตถุประสงค์ เอกสารบริษัท เอกสารเรียน เอกสารครอบครัว เอกสาร DTV ผู้เชิญ ที่พัก และจำนวนวันที่อยู่ไทย เพื่อประเมินว่าควรใช้ Visa Exemption หรือยื่น Thai e-Visa ประเภทใด
12. TDAC และเอกสารที่ควรพกตอนเข้าไทย
Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC เป็นแบบฟอร์มออนไลน์สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่า ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2025 ชาวต่างชาติทุกคนที่เข้าไทยทางอากาศ ทางบก หรือทางทะเลต้องกรอก TDAC ออนไลน์ภายใน 3 วันก่อนเดินทางถึงประเทศไทย และเป็นข้อบังคับสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้เดินทางธุรกิจ และ long-term residents ยกเว้นผู้ที่ transit/transfer โดยไม่ผ่านตรวจคนเข้าเมืองและผู้ใช้ Border Pass
ผู้เดินทางชาวฮ่องกงควรเตรียมข้อมูลสำหรับ TDAC เช่น พาสปอร์ต ข้อมูลส่วนตัว flight information วันเดินทาง ที่พักในไทย และ health declaration หากเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ควรพกเอกสารสำคัญไว้กับตัว เช่น e-Visa confirmation หากมี หลักฐานออกจากไทย ที่พัก แผนเดินทาง หนังสือเชิญธุรกิจ เอกสารนายจ้างไทย เอกสารเรียน เอกสารครอบครัว เอกสาร DTV หลักฐานการเงิน และ ประกันเดินทาง หากมี
13. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
ข้อมูลเรื่องวีซ่าไทย สิทธิระยะสั้น e-Visa ค่าธรรมเนียม เอกสาร TDAC และ e-Channel เปลี่ยนได้ โดยเฉพาะในปี 2026 ที่ไทยมีการทบทวนมาตรการวีซ่า จึงควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนเดินทางหรือก่อนยื่นจริง
- Royal Thai Consulate-General, Hong Kong - Visa Information and Requirements: Visa Information and Requirements
- Royal Thai Consulate-General, Hong Kong - TDAC: Thailand Digital Arrival Card
- Royal Thai Consulate-General, Hong Kong - e-Channel for HKSAR passport holders: Automated Immigration Clearance System (e-Channel)
- Ministry of Foreign Affairs - Thailand and Hong Kong visa exemption agreement: Agreement on Exemption of Visa Requirements
- กรมการกงสุล - รายชื่อประเทศ Visa Exemption / VoA / Bilateral Agreement: รายชื่อประเทศที่ได้รับการยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศไทย
- กรมการกงสุล - การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา ปี 2026: ประกาศวันที่ 19 พฤษภาคม 2569
- Thai e-Visa Official Website: https://www.thaievisa.go.th/
- Thailand Digital Arrival Card: https://tdac.immigration.go.th
- TDAC Official Manual: TDAC Guide
14. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูก่อนเดินทางหรือยื่นวีซ่า
การ ปรึกษาวีซ่า จะมีประโยชน์มากหากผู้เดินทางมีหนังสือเชิญจากบริษัทไทย, จะทำงานในไทย, ต้องใช้ Non-B, ต้องสมัคร DTV, เข้าไทยเพื่อเรียนหรือฝึกงาน, อยู่กับครอบครัวไทย, วางแผนเกษียณ, รักษาพยาบาล, ตั้งใจอยู่ไทยนาน, เข้าไทยหลายครั้ง หรือเดินทางช่วงที่มาตรการยกเว้นวีซ่าปี 2026 มีการเปลี่ยนแปลง
ทีม Co Journey Visa ช่วยวางแผน วีซ่าไทย และ ทำวีซ่า สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องเข้าไทย โดยช่วยดูทั้งกรณีเข้าไทยระยะสั้นและกรณีต้องยื่น Thai e-Visa ทั้งนี้ผลการอนุญาตเข้าเมืองหรือผลวีซ่ายังคงขึ้นอยู่กับสถานทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยแยกเคสเที่ยว ธุรกิจ งาน เรียน ครอบครัว เกษียณ และ DTV — ไม่เหมารวมว่าพาสปอร์ตฮ่องกงทุกเคสใช้วิธีเดียวกัน
- ตรวจมาตรการปี 2026 จากแหล่งทางการ — โดยเฉพาะช่วงที่ไทยมีการทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและสิทธิการตรวจลงตรา
- ช่วยเลือกประเภทวีซ่าตามวัตถุประสงค์จริง — ท่องเที่ยว ธุรกิจ ทำงาน เรียน ครอบครัว เกษียณ DTV รักษาพยาบาล และอยู่ยาวใช้เอกสารต่างกัน
- จัดเอกสารให้เป็นเรื่องเดียวกัน — พาสปอร์ต ตั๋ว ที่พัก เอกสารผู้เชิญ เอกสารบริษัท เอกสารเรียน เอกสารครอบครัว หรือเอกสาร DTV ต้องไม่ขัดกัน
- ให้คำแนะนำแบบไม่โอเวอร์เคลม — ช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่สอดคล้อง แต่ไม่รับประกันผลแทนสถานทูตหรือด่านตรวจคนเข้าเมือง
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าไทยสำหรับชาวฮ่องกง 2026
- ผู้ถือ Hong Kong SAR passport ควรตรวจสิทธิ Visa Exemption ล่าสุดก่อนเดินทางจริง เพราะปี 2026 ไทยมีประกาศทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและ VoA
- ไทย–ฮ่องกงมีความตกลงยกเว้นวีซ่าเดิม 30 วัน และมีมาตรการ Visa Exemption ของไทยที่ต้องตรวจจำนวนวันล่าสุดตามวันเดินทาง
- ผู้ถือ Hong Kong SAR passport บางรายสามารถใช้ e-Channel ได้หากเข้าไทยภายใต้ visa exemption และเคยใช้พาสปอร์ตเล่มปัจจุบันเข้าไทยมาก่อน
- หากต้องยื่นวีซ่าจากฮ่องกง ผู้สมัครต้องมีถิ่นพำนักถูกต้องใน Hong Kong SAR หรือ Macao SAR และยื่นผ่าน Thai e-Visa
- ทำงานจริงควรตรวจ Non-Immigrant B ไม่ควรใช้สิทธิท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นแทน
- เรียนหรือฝึกงานควรตรวจ ED / ED Plus และแยกให้ชัดว่าเป็นการศึกษา ไม่ใช่งานจริง
- ครอบครัวหรือผู้ติดตามควรตรวจ Non-O และเตรียมหลักฐานความสัมพันธ์ให้ครบ
- DTV เหมาะกับ remote worker, digital nomad, foreign talent, freelancer หรือ Thai soft power activities พร้อมหลักฐานการเงินอย่างน้อย 150,000 HKD หรือเทียบเท่า
- เกษียณหรืออยู่ยาวควรตรวจ Non-O, O-A, O-X, LTR หรือประเภทที่ตรงคุณสมบัติ และไม่ควรใช้สิทธิระยะสั้นซ้ำ ๆ แทน
- ก่อนเข้าไทยต้องกรอก TDAC ภายใน 3 วันก่อนเดินทาง และพกเอกสารประกอบไว้ตอบคำถามที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ต้องเช็กวีซ่าไทยสำหรับชาวฮ่องกงก่อนเดินทาง?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจวัตถุประสงค์การเดินทาง จำนวนวันที่ต้องการพำนัก เอกสารบริษัท เอกสารเรียน เอกสารครอบครัว เอกสาร DTV ผู้เชิญ ที่พัก และความเหมาะสมของการใช้ Visa Exemption หรือยื่น Thai e-Visa โดยเน้นคำแนะนำรายเคส ไม่โอเวอร์เคลม และไม่รับประกันผลแทนหน่วยงานรัฐ
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ







