ผู้ถือ Hong Kong SAR passport มีความสะดวกหลายอย่างในการเข้าไทยระยะสั้น ทั้งจากความตกลงยกเว้นวีซ่าเดิมระหว่างไทย–ฮ่องกง และมาตรการ Visa Exemption ของไทยที่มีการปรับในช่วงปี 2024–2026 แต่ในปี 2026 กรมการกงสุลมีประกาศทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและ VoA จึงควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดตามวันเดินทางจริงทุกครั้ง
บทความนี้สรุปแนวทางวางแผน Thailand Visa สำหรับชาวฮ่องกงแบบใช้งานจริง ว่าเข้าไทยแบบไหนอาจใช้สิทธิระยะสั้นได้ แบบไหนควรยื่น Thai e-Visa และควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างเพื่อให้วัตถุประสงค์การเดินทางชัดเจน
สรุปสั้น ๆ: ชาวฮ่องกงที่ถือ Hong Kong SAR passport มักเข้าไทยระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าภายใต้ Visa Exemption หรือความตกลงที่เกี่ยวข้อง แต่ปี 2026 ต้องตรวจจำนวนวันล่าสุดก่อนเดินทางจริง หากเข้าไทยเพื่อทำงานจริง ธุรกิจที่ต้องอยู่นาน เรียน ฝึกงาน ครอบครัว เกษียณ DTV รักษาพยาบาล หรืออยู่ระยะยาว ควรยื่น Thai e-Visa ให้ตรงวัตถุประสงค์ล่วงหน้า ไม่ควรใช้สิทธิท่องเที่ยวแทน
หากเป็นการเข้าไทยเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเพื่อน หรือธุรกิจระยะสั้น ผู้ถือ Hong Kong SAR passport ควรตรวจสิทธิ Visa Exemption ล่าสุดก่อนเดินทางจริง ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าไทยและฮ่องกงมีความตกลงยกเว้นวีซ่าเดิมที่ให้ผู้ถือพาสปอร์ตทั้งสองฝ่ายพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน ขณะที่รายชื่อของกรมการกงสุลที่อัปเดตล่าสุดยังมีหมวดรายชื่อประเทศ/ดินแดนที่ได้รับยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว ทำงาน หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นตามมาตรการของไทย
หากชาวฮ่องกงเข้าไทยเพื่อทำงานจริง รับตำแหน่งกับบริษัทไทย ทำงานโครงการ ติดตั้งระบบ ฝึกอบรมพนักงาน หรือมีสัญญาจ้าง ควรตรวจ Non-Immigrant B Working โดยไม่ควรใช้ Visa Exemption หรือ Tourist Visa เพื่อเริ่มงานก่อน เพราะเอกสารกับวัตถุประสงค์จะไม่ตรงกัน
❌ ตัวอย่างที่เสี่ยง: บริษัทไทยออกจดหมายว่า “to work with our engineering team for 45 days” แต่ผู้เดินทางตั้งใจใช้ Visa Exemption แบบนี้เอกสารกับวัตถุประสงค์ไม่ตรงกัน ควรตรวจ Non-B Working ก่อนเดินทาง
หากเข้าไทยเพื่อเรียนเต็มเวลา ฝึกงาน training หรือเข้าร่วม educational programme ควรตรวจ Non-Immigrant ED หรือ ED Plus ตามวัตถุประสงค์ โดยเอกสารควรมีหนังสือรับเข้าเรียนจากสถาบันไทย ชื่อหลักสูตร วันเริ่มและวันจบเรียน ตารางเรียน ค่าใช้จ่าย และเอกสารพิสูจน์ว่าสถานะเป็นการศึกษา ไม่ใช่การทำงานจริง
DTV หรือ Destination Thailand Visa เป็นตัวเลือกที่ชาวฮ่องกงสนใจมาก โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่า ผู้สมัคร DTV ต้องแสดงว่าอาชีพหรือกิจกรรมอยู่ในกลุ่ม Remote Worker, Digital Nomad, Foreign Talent, Freelancer เช่น blogger, influencer, artist หรือเข้าร่วมกิจกรรม Thai soft power-related activities ที่มีหลักฐานชัดเจน
เอกสาร DTV ที่สถานกงสุลใหญ่อธิบายอาจรวมถึง employment certificate หรือ contract ที่ระบุว่าสามารถทำงานเต็มเวลาแบบ remote ได้, portfolio, digital assets, social media accounts หรือ business registration ที่แสดงบทบาทผู้บริหาร รวมถึงหลักฐานเข้าร่วมกิจกรรม เช่น tickets, letters issued by school หรือ music festival passes โดยกรณี Thai soft power ควรแสดงความจำเป็นที่จะอยู่ในไทยระยะยาวและแผนกิจกรรมที่ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 6 เดือนในภาพรวม
ด้านการเงิน สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่า DTV ต้องมี 3-month bank statement หรือ proof of income ที่แสดงยอดบัญชีหรือรายได้อย่างน้อย 150,000 HKD หรือเทียบเท่า และผู้สมัคร DTV ปกติต้องมีบัญชีของตนเอง ส่วน dependent สามารถใช้ sponsorship letter พร้อมบัญชีและสำเนาพาสปอร์ตของผู้สนับสนุนได้ตามเงื่อนไข
รองรับ remote work, freelance, soft power หรือ dependent
employment certificate, contract, portfolio, digital assets, proof of activity หรือ sponsorship documents ต้องชัดเจน
11. ขั้นตอนยื่น Thai e-Visa จากฮ่องกง
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่า ผู้ที่มีถิ่นพำนักปัจจุบันอย่างถูกต้องใน Hong Kong SAR หรือ Macao SAR และต้องการขอวีซ่าเข้าไทย ต้องยื่นและชำระค่าธรรมเนียมผ่าน Thai e-Visa Official Website ที่ thaievisa.go.th โดยผู้ที่เป็นเพียง visitor ใน Hong Kong SAR หรือ Macao SAR ไม่สามารถยื่นผ่านสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงได้
ผู้ถือ Hong Kong SAR passport ควรตรวจสิทธิ Visa Exemption ล่าสุดก่อนเดินทางจริง โดยข้อมูลทางการของไทยมีทั้งความตกลงยกเว้นวีซ่าไทย–ฮ่องกงเดิม 30 วัน และรายชื่อมาตรการยกเว้นวีซ่าเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นตามประกาศล่าสุด อย่างไรก็ตาม ปี 2026 ไทยมีประกาศทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและ VoA จึงควรเช็กจำนวนวันและเงื่อนไขล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ
ผู้ที่มีถิ่นพำนักปัจจุบันอย่างถูกต้องใน Hong Kong SAR หรือ Macao SAR สามารถยื่นผ่านระบบ Thai e-Visa ที่ thaievisa.go.th ได้ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่าผู้สมัครไม่ต้องยื่นพาสปอร์ตและเอกสารตัวจริงด้วยตนเอง แต่ต้องอัปโหลดเอกสาร ชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบ และรอผลทางอีเมล
หากเข้าไทยเพื่อทำงานจริง รับตำแหน่งกับบริษัทไทย หรือทำงานตามสัญญา ควรตรวจ Non-Immigrant B ไม่ควรใช้ Visa Exemption แทน เพราะวีซ่าทำงานต้องใช้เอกสารนายจ้างไทย สัญญาจ้าง ตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาจ้าง เอกสารบริษัท และเอกสาร work permit หรือหนังสืออนุมัติที่เกี่ยวข้องตามกรณี
DTV เหมาะกับชาวฮ่องกงที่เข้าไทยเพื่อ remote work, digital nomad, foreign talent, freelancer หรือกิจกรรม Thai soft power โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงระบุว่า DTV ต้องมีเอกสารพิสูจน์อาชีพหรือกิจกรรม เช่น employment certificate, contract, portfolio, social media/digital assets, business registration หรือหลักฐานเข้าร่วมกิจกรรม และต้องมีหลักฐานการเงิน 3 เดือนหรือ proof of income อย่างน้อย 150,000 HKD หรือเทียบเท่า