วีซ่าธุรกิจสำหรับไปงาน Canton Fair และงานแฟร์ยุโรป
การไปงานแฟร์ต่างประเทศดูเหมือนเรื่องง่าย แค่ลงทะเบียนงาน จองตั๋ว และเตรียมเดินทาง แต่ในมุมวีซ่า สิ่งสำคัญคือ “ต้องเลือกประเภทวีซ่าและประเทศที่ยื่นให้ตรงกับวัตถุประสงค์จริง” โดยเฉพาะคนที่เดินทางไปงาน Canton Fair ที่จีน หรือไปงานแฟร์ยุโรปในประเทศเชงเก้นหลายเมือง
หลายเคสพลาดเพราะเอกสารงานแฟร์มีจริง แต่คำร้องวีซ่าเล่าเรื่องไม่ชัด เช่น บอกว่าไปดูสินค้า แต่ไม่มีหลักฐานลงทะเบียนงาน บอกว่าไปพบซัพพลายเออร์ แต่ไม่มีนัดหมายหรืออีเมลธุรกิจ หรือไปหลายประเทศในยุโรปแต่เลือกประเทศยื่นไม่สัมพันธ์กับงานหลัก
บทความนี้จะช่วยแยกให้ชัดว่า วีซ่าสำหรับไป Canton Fair กับ งานแฟร์ยุโรป ต้องคิดต่างกันอย่างไร เอกสารอะไรควรเตรียม และจุดไหนที่ควรให้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ ก่อนยื่นวีซ่าธุรกิจจริง
💬 มีแผนไป Canton Fair หรืองานแฟร์ยุโรป แต่ไม่แน่ใจว่าต้องขอวีซ่าประเภทไหน? ส่งประเทศที่จะไป ชื่องานแฟร์ วันที่เดินทาง และสถานะงาน/ธุรกิจของคุณให้ทีมช่วยดูแนวทางเอกสารก่อนยื่นจริงได้ครับ
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- Canton Fair กับงานแฟร์ยุโรป ต่างกันอย่างไรในมุมวีซ่า
- ไป Canton Fair ต้องเตรียมเอกสารวีซ่าธุรกิจอย่างไร
- ไปงานแฟร์ยุโรป ต้องยื่นวีซ่าเชงเก้นประเทศไหน
- เอกสารหลักที่ใช้พิสูจน์ว่าไปงานแฟร์จริง
- เอกสารบริษัทควรอธิบายอะไรสำหรับงานแฟร์
- Statement และค่าใช้จ่ายสำหรับทริปงานแฟร์
- ไปหลายงาน หลายประเทศ วางแผนวีซ่าอย่างไร
- ข้อผิดพลาดที่ทำให้เคสงานแฟร์ดูอ่อน
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
Canton Fair กับงานแฟร์ยุโรป ต่างกันอย่างไรในมุมวีซ่า
แม้ทั้งสองแบบจะเป็น “การเดินทางไปงานแฟร์” เหมือนกัน แต่ในมุมวีซ่าต้องแยกคนละระบบ เพราะ Canton Fair อยู่ที่ประเทศจีน ส่วนงานแฟร์ยุโรปอาจอยู่ในเขตเชงเก้น เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย สเปน เนเธอร์แลนด์ หรือสวิตเซอร์แลนด์
ดังนั้น เอกสารบางส่วนคล้ายกัน เช่น หลักฐานลงทะเบียนงาน หนังสือบริษัท Statement และแผนเดินทาง แต่ประเภทวีซ่า หน่วยงานที่พิจารณา checklist และวิธีเลือกประเทศยื่นจะแตกต่างกัน
Canton Fair China Business Visa Schengen Business Visa Trade Fair Supplier Visit Exhibition
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| หัวข้อ | Canton Fair ประเทศจีน | งานแฟร์ยุโรป / เชงเก้น |
|---|---|---|
| ระบบวีซ่า | วีซ่าจีน ตามประเภทที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ธุรกิจ | วีซ่าเชงเก้นธุรกิจหรือวีซ่าของประเทศปลายทางหลัก |
| เอกสารงานแฟร์ | หลักฐานลงทะเบียน Canton Fair / invitation จากระบบผู้ซื้อ | บัตรเข้างาน งาน exhibition registration หรือ invitation จากผู้จัดงาน/คู่ค้า |
| ประเทศที่ยื่น | ยื่นตามกฎของวีซ่าจีน | ดูประเทศที่เป็น main destination หรือประเทศที่จัดงานหลัก |
| จุดที่ต้องอธิบาย | ไป sourcing สินค้า พบโรงงาน หรือหาซัพพลายเออร์เพื่อธุรกิจอะไร | ไปงานแฟร์ใด ประเทศไหน เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไร และถ้ามีหลายประเทศต้องอธิบายลำดับให้ชัด |
ไป Canton Fair ต้องเตรียมเอกสารวีซ่าธุรกิจอย่างไร
Canton Fair หรือ China Import and Export Fair เป็นงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่ผู้ประกอบการจำนวนมากใช้เพื่อหาโรงงาน ซัพพลายเออร์ สินค้าใหม่ และโอกาสนำเข้าส่งออก การยื่นวีซ่าสำหรับทริปนี้ควรทำให้เห็นว่า ผู้สมัครไม่ได้ไปเที่ยวทั่วไป แต่ไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจจริง
เอกสารที่มักเกี่ยวข้อง ได้แก่ หลักฐานลงทะเบียนงาน Canton Fair, invitation หรือเอกสารจากระบบผู้ซื้อ, เอกสารบริษัทไทย, หลักฐานธุรกิจ, แผนเดินทาง, การจองที่พัก, ตั๋วเครื่องบิน, Statement และ Cover Letter ที่อธิบายว่าการไปงานนี้เชื่อมกับธุรกิจของผู้สมัครอย่างไร
ใช้ข้อมูลจริงของผู้เดินทาง บริษัท และประเภทธุรกิจ ไม่ควรลงทะเบียนแบบข้อมูลกว้างหรือไม่ตรงกับบริษัท
เช่น invitation, buyer registration, badge information หรือเอกสารจากระบบงานที่ยืนยันการเข้าร่วม
อธิบายว่าผู้สมัครไปดูสินค้าหมวดใด และเกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเข้า ขายส่ง ผลิต หรือจัดจำหน่ายอย่างไร
วันงาน โรงแรม เมืองที่พัก และเที่ยวบินควรสัมพันธ์กับช่วงงานและกิจกรรมธุรกิจ
ไปงานแฟร์ยุโรป ต้องยื่นวีซ่าเชงเก้นประเทศไหน
งานแฟร์ยุโรปมีหลายประเทศและหลายอุตสาหกรรม เช่น งานแฟร์เครื่องจักรที่เยอรมนี งานอาหารที่ฝรั่งเศส งานดีไซน์ที่อิตาลี งานอุตสาหกรรมที่ออสเตรีย หรืองาน trade show ในสวิตเซอร์แลนด์ การยื่นวีซ่าควรเริ่มจากดูว่า “ประเทศไหนเป็นปลายทางหลักของทริป”
หากงานหลักจัดที่เยอรมนีและอยู่เยอรมนีนานที่สุด ก็ควรพิจารณายื่นกับเยอรมนี หากงานหลักอยู่ออสเตรียและมีเอกสารเชิญจากบริษัทออสเตรีย ก็ควรจัดเอกสารให้เห็นว่าออสเตรียเป็น main destination จริง ไม่ควรเลือกประเทศยื่นจากความรู้สึกว่าง่ายหรือคิวว่างเท่านั้น
| สถานการณ์ | ประเทศที่ควรพิจารณายื่น | จุดที่ต้องอธิบาย |
|---|---|---|
| ไปงานแฟร์เยอรมนี 5 วัน แล้วเที่ยวออสเตรีย 2 วัน | มักต้องพิจารณาเยอรมนีเป็นหลัก | งานแฟร์คือวัตถุประสงค์หลัก และอยู่เยอรมนีนานที่สุด |
| ไปพบคู่ค้าออสเตรีย 3 วัน แล้วต่องานแฟร์อิตาลี 3 วัน | ต้องดูวัตถุประสงค์หลัก จำนวนวัน และเอกสารเชิญ | ต้องอธิบายว่าแกนของทริปอยู่ประเทศไหน |
| ไปงานแฟร์หลายประเทศแบบ roadshow | ต้องวิเคราะห์ตามแผนจริง ไม่ควรเดา | ควรมี itinerary, invitation และหลักฐานงานแต่ละประเทศ |
| งานแฟร์อยู่สวิตเซอร์แลนด์ แต่เข้าเชงเก้นผ่านฝรั่งเศส | ประเทศแรกเข้าไม่ใช่คำตอบเสมอไป ต้องดู main destination | แผนเดินทางและจำนวนวันต้องชัด |
เอกสารหลักที่ใช้พิสูจน์ว่าไปงานแฟร์จริง
เคสงานแฟร์ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ผู้สมัครมีเหตุผลทางธุรกิจในการเดินทาง ไม่ใช่เพียงใช้ชื่อ event มาเป็นเหตุผลประกอบทริปเที่ยว เอกสารงานแฟร์จึงควรชัด ตรวจสอบได้ และสัมพันธ์กับธุรกิจของผู้สมัคร
เช่น confirmation, badge, buyer registration หรือ ticket ของงาน
จดหมายเชิญจากผู้จัดงาน บริษัทคู่ค้า หรือระบบของงานที่เกี่ยวข้อง
หนังสือส่งตัว หนังสือรับรองบริษัท หรือเอกสารเจ้าของกิจการ
เว็บไซต์บริษัท ใบเสนอราคา สัญญา อีเมลนัดหมาย หรือหลักฐานติดต่อ supplier
สำหรับเคสที่ผู้สมัครเป็นเจ้าของกิจการ เอกสารควรช่วยยืนยันว่ากิจการมีตัวตนจริงและงานแฟร์นั้นเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ขายสินค้าในหมวดเดียวกับงาน นำเข้าสินค้า หาตัวแทนจำหน่าย หาซัพพลายเออร์ หรือขยายตลาดต่างประเทศ
เอกสารบริษัทควรอธิบายอะไรสำหรับงานแฟร์
เอกสารบริษัทเป็นส่วนที่ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นว่า การเดินทางไปงานแฟร์ไม่ได้เป็นความสนใจส่วนตัวลอย ๆ แต่เกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจจริง โดยเฉพาะกรณีบริษัทส่งพนักงานไป หรือเจ้าของกิจการเดินทางไปเอง
หนังสือบริษัทควรระบุชื่อผู้สมัคร ตำแหน่ง บทบาทในบริษัท ชื่องานแฟร์ ประเทศที่เดินทาง วันที่เดินทาง วัตถุประสงค์ เช่น sourcing, supplier meeting, product inspection, market research หรือ business negotiation และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
หากต้องการให้เอกสารบริษัทอ่านชัดขึ้น สามารถใช้บริการ รับทำเอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจ เพื่อวางข้อมูลให้ตรงกับจดหมายเชิญ Statement และแผนเดินทาง
| ประเภทผู้สมัคร | เอกสารบริษัทที่ควรเน้น | ประเด็นที่ควรอธิบาย |
|---|---|---|
| เจ้าของกิจการ | หนังสือรับรองบริษัท เอกสารจดทะเบียน เอกสารภาษี หลักฐานธุรกิจ | ธุรกิจทำอะไร งานแฟร์เกี่ยวข้องอย่างไร และต้องกลับมาดูแลกิจการต่ออย่างไร |
| พนักงานบริษัท | หนังสือรับรองงาน หนังสือส่งตัว หนังสือบริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่าย | บริษัทส่งไปทำหน้าที่อะไร และหลังกลับมาจะนำข้อมูลจากงานไปใช้กับงานอย่างไร |
| ทีมจัดซื้อ / sourcing | หนังสือบริษัท อีเมลนัด supplier รายละเอียดสินค้าที่สนใจ | ไปหา supplier หรือสินค้าใด และเกี่ยวกับธุรกิจในไทยอย่างไร |
| ฝ่ายขาย / Business Development | หนังสือบริษัท รายละเอียด event และนัดหมายคู่ค้า | ไปพบลูกค้า ขยายตลาด หรือเจรจาพาร์ตเนอร์แบบใด |
Statement และค่าใช้จ่ายสำหรับทริปงานแฟร์
ทริปงานแฟร์มักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าทริปท่องเที่ยวทั่วไป เพราะอาจมีค่าตั๋วเครื่องบินช่วง peak, โรงแรมใกล้สถานที่จัดงาน, ค่าเข้างาน, ค่าเดินทางระหว่างเมือง และบางครั้งมีหลายประเทศในทริปเดียว Statement จึงต้องสัมพันธ์กับแผนค่าใช้จ่ายจริง
ถ้าผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง Statement ส่วนตัวควรอธิบายรายได้และเงินเก็บได้ชัด หากบริษัทเป็นผู้จ่าย ควรมีหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายและเอกสารบริษัทประกอบ หากเป็นเจ้าของกิจการ อาจต้องดูทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีบริษัทตามความเหมาะสม
หากบัญชีมีรายการซับซ้อน สามารถใช้บริการ รับตรวจ Statement วีซ่า เพื่อดูว่าควรใช้บัญชีไหน อธิบายเงินก้อนอย่างไร และต้องเสริมเอกสารการเงินส่วนใดก่อนยื่นจริง
ไปหลายงาน หลายประเทศ วางแผนวีซ่าอย่างไร
ผู้ประกอบการบางคนวางทริปแบบคุ้มค่า เช่น ไป Canton Fair ที่กวางโจว แล้วต่อไปพบ supplier อีกเมือง หรือบางคนไปยุโรปเพื่อเข้างานแฟร์เยอรมนี ต่อด้วยเจรจาคู่ค้าที่ออสเตรีย แล้วปิดทริปที่อิตาลี กรณีแบบนี้ต้องวางแผนวีซ่าอย่างละเอียดกว่าปกติ
จีนและเชงเก้นเป็นคนละระบบ หากทริปมีทั้งสองโซน อาจต้องเตรียมวีซ่าแยกตามประเทศที่เดินทาง
งานไหนคือเหตุผลหลัก งานไหนเป็นกิจกรรมเสริม และแต่ละงานอยู่ประเทศไหน
วันงานแฟร์ โรงแรม เที่ยวบิน และนัดหมายควรสัมพันธ์กัน ไม่กระโดดไปมาจนดูไม่สมเหตุสมผล
อธิบายว่าทริปนี้มีหลายจุดหมายเพราะเหตุผลธุรกิจใด ไม่ใช่แผนเที่ยวที่ใส่คำว่าธุรกิจไว้เฉย ๆ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เคสงานแฟร์ดูอ่อน
เคสงานแฟร์ที่ดูอ่อนมักเกิดจากการเตรียมเอกสารแบบ “มีงานแฟร์จริง แต่ไม่ได้เชื่อมกับธุรกิจจริง” หรือเลือกวีซ่าผิดจากแผนเดินทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เห็นความจำเป็นของการเดินทาง
| ข้อผิดพลาด | ทำไมเสี่ยง | ควรแก้อย่างไร |
|---|---|---|
| มีแค่ชื่อ event แต่ไม่มีหลักฐานลงทะเบียน | ยืนยันไม่ได้ว่าไปงานจริง | เตรียม registration, badge, invitation หรือหลักฐานจากผู้จัดงาน |
| งานแฟร์ไม่สัมพันธ์กับธุรกิจ | วัตถุประสงค์ธุรกิจดูไม่หนักพอ | อธิบายหมวดสินค้า supplier หรือเป้าหมายทางธุรกิจให้ชัด |
| เลือกประเทศยื่นเชงเก้นไม่ตรงกับงานหลัก | อาจถูกมองว่า main destination ไม่ชัด | วิเคราะห์ประเทศที่จัดงานหลัก จำนวนวัน และเอกสารเชิญก่อนเลือกยื่น |
| Statement ไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายงานแฟร์ | ทริปอาจดูเกินกำลังทางการเงิน | ตรวจงบทริป ผู้จ่ายค่าใช้จ่าย และเอกสารการเงินให้ตรงกัน |
| Cover Letter เขียนกว้างเกินไป | ไม่ช่วยอธิบายว่าทำไมต้องเดินทาง | เขียนให้ชัดว่างานแฟร์ช่วยธุรกิจอย่างไร และจะนำผลลัพธ์กลับมาใช้ในไทยอย่างไร |
⚡ กำลังจะไป Canton Fair หรืองานแฟร์ยุโรป แต่เอกสารยังไม่มั่นใจ?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูประเภทวีซ่า ประเทศที่ควรยื่น เอกสารงานแฟร์ Statement และ Cover Letter ก่อนยื่นจริง
ตัวอย่างเคสที่ควรวางเอกสารให้ละเอียด
เคสที่ 1: เจ้าของร้านออนไลน์ไป Canton Fair เพื่อหาสินค้านำเข้า
ควรเตรียมเอกสารที่เชื่อมธุรกิจออนไลน์กับหมวดสินค้าที่จะไปดู เช่น เว็บไซต์ร้านค้า ช่องทางขายสินค้า ใบสั่งซื้อเดิม หรือแผน sourcing เพื่อให้เห็นว่าการไป Canton Fair มีเป้าหมายทางธุรกิจจริง ไม่ใช่แค่ไปเดินชมงานทั่วไป
เคสที่ 2: ทีมจัดซื้อไปงานแฟร์เยอรมนีและต่อประชุมที่ออสเตรีย
ต้องดูว่างานหลักอยู่ประเทศไหน และประเทศที่ประชุมต่อมีน้ำหนักแค่ไหน หากงานหลักคือเยอรมนี แต่ยื่นออสเตรียเพราะมีนัดประชุมสั้น ๆ อาจต้องทบทวนประเทศที่ควรยื่นให้ตรงกับแผนจริง
เคสที่ 3: บริษัทออกค่าใช้จ่ายให้พนักงานไปงานแฟร์ยุโรป
บริษัทควรออกหนังสือส่งตัวและหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน ระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทางและบทบาทของพนักงาน หากเอกสารการเงินเป็นของบริษัท ควรทำให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่ระบุในหนังสือบริษัท
Co Journey Visa ช่วยอะไรได้บ้างสำหรับวีซ่าไปงานแฟร์
การยื่นวีซ่าไปงานแฟร์มักต้องประสานเอกสารหลายส่วน ทั้งเอกสารจากงาน เอกสารบริษัท เอกสารการเงิน และแผนเดินทาง หากทำแยกกันโดยไม่ตรวจภาพรวม อาจเกิดข้อมูลขัดกันได้ง่าย
- ช่วยประเมินว่าควรวางเคสเป็นวีซ่าธุรกิจประเภทใด
- ช่วยดูประเทศที่ควรยื่นสำหรับงานแฟร์ยุโรปหรือเชงเก้น
- ช่วยตรวจ invitation, registration, badge หรือหลักฐานจากงานแฟร์
- ช่วยทำหนังสือบริษัท หนังสือส่งตัว หรือหนังสือรับรองค่าใช้จ่าย
- ช่วยตรวจ Statement และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- ช่วยเขียน Cover Letter อธิบายวัตถุประสงค์ของการไปงานแฟร์
- ช่วยตรวจแผนเดินทางหลายประเทศให้ไม่ขัดกับหลักประเทศปลายทางหลัก
แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง
ข้อมูลเรื่องวันจัดงานแฟร์ invitation, registration, checklist วีซ่า ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพิจารณา และกฎการยื่นอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนยื่นจริงทุกครั้ง
- Canton Fair Buyer Service System สำหรับระบบผู้ซื้อและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าร่วมงาน
- Canton Fair - Applying for Invitation สำหรับข้อมูล invitation เพื่อใช้ประกอบการยื่นวีซ่าจีน
- European Commission - Applying for a Schengen visa สำหรับหลักการยื่นวีซ่าเชงเก้น รวมถึงช่วงเวลาที่ควรยื่น
- European Commission - Schengen Visa Policy สำหรับข้อมูลนโยบายวีซ่าเชงเก้นภาพรวม
- Schengen Calculator สำหรับคำนวณวันพำนักภายใต้กฎ 90/180 วัน
- ตัวอย่าง Business Checklist ของออสเตรีย สำหรับดูแนวทางเอกสารวีซ่าธุรกิจเชงเก้นบางประเทศ
ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูเคสงานแฟร์เมื่อไหร่
บางเคสงานแฟร์ตรงไปตรงมา ลงทะเบียนงานชัด บริษัทออกเอกสารครบ และเดินทางประเทศเดียว อาจจัดเอกสารเองได้ แต่หากมีหลายประเทศ หลายงาน หรือเอกสารธุรกิจซับซ้อน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูตั้งแต่ต้น
- ไป Canton Fair และต้องใช้ invitation หรือเอกสารลงทะเบียนประกอบวีซ่า
- ไปงานแฟร์ยุโรปหลายประเทศและไม่แน่ใจว่าต้องยื่นประเทศไหน
- เป็นเจ้าของกิจการที่ต้องอธิบายธุรกิจ รายได้ และเหตุผลเดินทาง
- บริษัทส่งพนักงานไปและต้องทำหนังสือส่งตัวหรือรับรองค่าใช้จ่าย
- Statement มีเงินก้อน รายได้หลายทาง หรือค่าใช้จ่ายทริปสูง
- ต้องการขอ Multiple Entry เพราะมีงานแฟร์หรือประชุมหลายรอบ
- เคยถูกปฏิเสธวีซ่าและต้องการวางเคสใหม่ให้รอบคอบ
⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยยื่นวีซ่าไป Canton Fair และงานแฟร์ยุโรป?
- ช่วยเลือกแนวทางวีซ่าให้ตรงกับทริปจริง — แยกจีน เชงเก้น และประเทศปลายทางหลักให้ชัดก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร
- ตรวจหลักฐานงานแฟร์และ invitation — ดูว่าเอกสารจากงานเพียงพอหรือควรเสริมเอกสารธุรกิจส่วนใด
- เชื่อมงานแฟร์กับธุรกิจของผู้สมัคร — ไม่ให้เอกสารดูเหมือนใช้ชื่อ event มาอ้างโดยไม่มีความเกี่ยวข้องจริง
- ช่วยจัดเอกสารบริษัท Statement และ Cover Letter — ให้ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย แผนเดินทาง และวัตถุประสงค์ไปทางเดียวกัน
- แนะนำอย่างตรงไปตรงมา — ทีมช่วยลดความเสี่ยงด้านเอกสาร แต่ไม่การันตีผลวีซ่า เพราะผลพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
ไป Canton Fair ต้องขอวีซ่าธุรกิจจีนหรือวีซ่าท่องเที่ยว?
ไปงานแฟร์ยุโรปต้องยื่นวีซ่าเชงเก้นประเทศไหน?
Invitation Letter สำหรับ Canton Fair และงานแฟร์ยุโรปต่างกันไหม?
ถ้าไป Canton Fair แล้วต่อไปงานแฟร์ยุโรปในทริปเดียว ต้องทำวีซ่าอย่างไร?
Statement สำหรับไปงานแฟร์ธุรกิจควรดูอย่างไร?
Co Journey Visa ช่วยยื่นวีซ่าไป Canton Fair และงานแฟร์ยุโรปได้อย่างไร?
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจสำหรับไป Canton Fair และงานแฟร์ยุโรป
- Canton Fair และงานแฟร์ยุโรปเป็นคนละระบบวีซ่า ต้องเตรียมเอกสารตามประเทศที่เดินทางจริง
- เอกสารงานแฟร์ควรยืนยันได้ว่าไปงานจริง เช่น registration, invitation, badge หรือเอกสารจากผู้จัดงาน
- งานแฟร์ต้องเชื่อมกับธุรกิจของผู้สมัคร ไม่ใช่แค่มีชื่อ event อยู่ในแผนเดินทาง
- งานแฟร์ยุโรปต้องเลือกประเทศยื่นตาม main destination ไม่ใช่เลือกจากคิวหรือความรู้สึกว่าง่ายกว่า
- เอกสารบริษัท Statement Cover Letter และแผนเดินทางต้องสอดคล้องกัน
- หากไปหลายประเทศหรือหลายงาน ต้องวาง itinerary และเอกสารให้ชัดเป็นพิเศษ
- Co Journey Visa ช่วยวางแผนและตรวจเอกสารก่อนยื่นจริง แต่ผลพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กำลังจะไป Canton Fair หรืองานแฟร์ยุโรป?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูว่าเคสของคุณควรยื่นวีซ่าประเภทไหน ประเทศไหนควรเป็นประเทศหลัก และเอกสารงานแฟร์ เอกสารบริษัท Statement และ Cover Letter ควรจัดอย่างไรให้สอดคล้องก่อนยื่นจริง
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com







