ไป Canton Fair ใช้วีซ่าจีนประเภทไหน? เอกสารที่ผู้ประกอบการไทยควรเตรียม

ไป Canton Fair ใช้วีซ่าจีนประเภทไหน? เอกสารที่ผู้ประกอบการไทยควรเตรียม

🇨🇳 Canton Fair + วีซ่าธุรกิจจีน

ไป Canton Fair ใช้วีซ่าจีนประเภทไหน? เอกสารที่ผู้ประกอบการไทยควรเตรียม

สรุปแบบเข้าใจง่ายสำหรับคนไทยที่จะไป Canton Fair ที่กวางโจว ควรใช้ฟรีวีซ่าจีน 30 วันหรือขอวีซ่าธุรกิจจีน M พร้อมเช็กลิสต์เอกสารที่ควรเตรียมก่อนเดินทาง เจรจาธุรกิจ และเยี่ยมโรงงาน
📅 อัปเดตล่าสุด: 18 กรกฎาคม 2026 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 14 นาที

Canton Fair เป็นงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่คนไทยนิยมไปเพื่อหา supplier, เจรจาราคา, ดูสินค้าใหม่, หาโรงงาน OEM/ODM, นัดคู่ค้า และบางรายอาจต่อทริปไปเยี่ยมโรงงานในกวางโจว เซินเจิ้น ตงก่วน หรือเมืองใกล้เคียง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ไปวันไหน” แต่คือ “ใช้วีซ่าจีนประเภทไหนให้ตรงกับวัตถุประสงค์จริง?”

ปัจจุบันผู้ถือพาสปอร์ตไทยธรรมดาได้รับยกเว้นวีซ่าจีนสำหรับการพำนักไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในรอบ 180 วัน ตามความตกลงไทย–จีน แต่ไม่ได้แปลว่าทุกกิจกรรมสามารถใช้ฟรีวีซ่าได้โดยไม่ต้องดูรายละเอียด หากมีกิจกรรมที่เกินกว่าการเยือนระยะสั้น เช่น ทำงาน รับค่าจ้าง อยู่เกิน 30 วัน หรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า ควรตรวจประเภท วีซ่าจีน ก่อนเดินทางจริง

บทความนี้จะช่วยแยกให้ชัดว่า ไป Canton Fair ในฐานะ Buyer, Visitor, ผู้เจรจาธุรกิจ, Exhibitor หรือคนที่จะไปเยี่ยมโรงงานต่อ ควรเตรียมเอกสารอย่างไร และกรณีไหนควรพิจารณาวีซ่าธุรกิจจีน M แทนการใช้ฟรีวีซ่า 30 วัน

สรุปสั้น ๆ: คนไทยที่ถือพาสปอร์ตไทยธรรมดาและไป Canton Fair เพื่อเดินดูงาน นัดคู่ค้า หรือเจรจาธุรกิจระยะสั้นไม่เกิน 30 วัน อาจใช้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าจีนได้ในหลายกรณี แต่ถ้าอยู่เกิน 30 วัน เดินทางหลายครั้ง ออกบูธอย่างเป็นทางการ ทำงานหน้างาน รับค่าจ้าง ติดตั้งสินค้า หรือมีหนังสือเชิญธุรกิจที่กิจกรรมซับซ้อน ควรตรวจวีซ่าธุรกิจจีน M โดยเอกสารสำคัญของ M Visa คือ invitation letter จากคู่ค้าหรือหน่วยงานธุรกิจในจีน

💬 ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณใช้ฟรีวีซ่าจีนได้ไหม หรือควรขอวีซ่า M? ส่งวันเดินทาง บทบาทในงาน เอกสารเชิญ และแผนหลังงาน เช่น เยี่ยมโรงงานหรือพบคู่ค้า ให้ทีมช่วยดูเบื้องต้นได้ก่อนจองหรือก่อนยื่นจริง

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. ไป Canton Fair ใช้วีซ่าจีนประเภทไหน?

คำตอบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์จริงของการเดินทาง ไม่ใช่ดูแค่ว่าไป “งานเดียวกัน” เพราะคนที่ไป Canton Fair อาจมีบทบาทต่างกันมาก บางคนเป็น Buyer เดินดูสินค้า บางคนไปพบคู่ค้าที่นัดไว้แล้ว บางคนเป็น Exhibitor บางคนต้องไปติดตั้งหรือสาธิตสินค้า และบางคนจะไปเยี่ยมโรงงานต่อหลังงานจบ

หลักคิดแบบปลอดภัย: ถ้าเป็นการเดินทางระยะสั้น ไม่เกิน 30 วัน เพื่อดูงาน เจรจาธุรกิจทั่วไป หรือพบคู่ค้าแบบไม่ทำงานหน้างาน อาจใช้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าจีนได้ในหลายกรณี แต่หากมีการทำงานจริง รับค่าจ้าง ออกบูธในบทบาทซับซ้อน ติดตั้งสินค้า อยู่เกิน 30 วัน หรือกิจกรรมต้องขออนุญาตล่วงหน้า ควรตรวจวีซ่าธุรกิจจีน M หรือวีซ่าประเภทอื่นที่ตรงกิจกรรม

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องยื่นวีซ่า สถานเอกอัครราชทูตจีนในไทยระบุว่า วีซ่า M ใช้สำหรับกิจกรรม commercial/business activities และต้องมี invitation letter จาก commercial business partner ในจีน ส่วนวีซ่า L เป็นวีซ่าท่องเที่ยว และวีซ่า Z ใช้สำหรับการทำงาน จึงไม่ควรใช้ประเภทวีซ่าผิดกับวัตถุประสงค์จริง

2. แยกตามเคส: ฟรีวีซ่าจีน 30 วัน หรือวีซ่า M?

ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการไทย ไม่ใช่คำตัดสินแทนหน่วยงานรัฐ เพราะการอนุญาตเข้าประเทศหรือการออกวีซ่าขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่และเอกสารจริงของแต่ละคน

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เคสเดินทางไป Canton Fair แนวทางเบื้องต้น เอกสารที่ควรมี จุดที่ต้องระวัง
ไปเดินดูงาน หา supplier ไม่เกิน 30 วัน อาจใช้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าจีนได้ หากเข้าเงื่อนไขและไม่มีงานที่ต้องขออนุญาต พาสปอร์ต ตั๋วกลับ โรงแรม buyer badge / registration แผนเดินงาน ควรมีเอกสารยืนยันว่าไปดูงานจริง ไม่ใช่แผนเที่ยวล้วนแต่เอกสารมีธุรกิจเต็มชุด
ไปเจรจาธุรกิจกับ supplier หรือคู่ค้า หากระยะสั้นอาจใช้ฟรีวีซ่าได้ แต่หากมี invitation ธุรกิจชัดและกิจกรรมซับซ้อน ควรตรวจ M Visa meeting schedule, invitation letter, company profile, business card แผนเดินทางควรตรงกับเมืองและบริษัทที่นัดจริง
ไปเยี่ยมโรงงานต่อหลังงาน อาจใช้ฟรีวีซ่าได้ถ้าไม่เกิน 30 วันและเป็นการเยี่ยมธุรกิจทั่วไป แต่ควรมีเอกสารนัดหมายชัด factory invitation, itinerary, hotel, company profile, supplier contact ถ้าไปหลายเมืองหลายบริษัท ควรจัดเอกสารให้เป็นระบบและสอดคล้องกัน
ไปออกบูธอย่างเป็นทางการ ควรตรวจ M Visa หรือเงื่อนไขจากผู้จัดงาน/หน่วยงานจีนก่อนเดินทาง booth confirmation, exhibitor contract, invitation letter, company documents หากมีหน้าที่ทำงานหน้างานหรือรับค่าตอบแทน ห้ามสรุปเองว่าใช้ฟรีวีซ่าได้ทุกกรณี
ไปติดตั้งสินค้า สาธิตเชิงเทคนิค หรือทำ service หน้างาน ควรตรวจวีซ่า/ใบอนุญาตที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ฟรีวีซ่าโดยไม่ตรวจ work scope, invitation, contract, technical schedule, company letter กิจกรรมอาจเข้าข่ายการทำงานหรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า
อยู่จีนเกิน 30 วัน หรือเข้าออกหลายครั้ง ควรตรวจวีซ่าจีนที่เหมาะสม เช่น M Visa แบบระยะเวลา/จำนวนครั้งที่ตรงแผน itinerary เต็ม, invitation, เอกสารบริษัท, เหตุผลการเดินทางหลายครั้ง ฟรีวีซ่าไทย–จีนจำกัด 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันใน 180 วัน
⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าเลือกประเภทเอกสารจากความสะดวกอย่างเดียว เช่น บอกว่าไปเที่ยว แต่จริง ๆ มี booth contract, invitation letter, factory visit และ meeting schedule หลายบริษัท เพราะเอกสารอาจเล่าเรื่องไม่ตรงกัน ควรวางวัตถุประสงค์ให้ชัดตั้งแต่แรก

3. วีซ่าธุรกิจจีน M คืออะไร?

วีซ่าธุรกิจจีน M ใช้สำหรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์หรือธุรกิจ เช่น พบคู่ค้า เจรจาธุรกิจ เข้าร่วมงานแสดงสินค้า เยี่ยมบริษัทจีน หรือทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้า โดยข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตจีนในไทยระบุว่าเอกสารประกอบสำคัญของ M Visa คือ Invitation Letter issued by the commercial business partner in China

หากผู้ประกอบการไทยไป Canton Fair แล้วมีคู่ค้าจีนออกหนังสือเชิญ หรือมีแผนเยี่ยมโรงงาน/บริษัทหลังงาน การเตรียม invitation letter ให้ถูกต้องจะช่วยให้เอกสารชัดขึ้น โดยเฉพาะเคสที่ไม่ควรอธิบายเป็นการท่องเที่ยวทั่วไป

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภทวีซ่าหรือสิทธิ์เข้าเมือง เหมาะกับอะไร เหมาะกับ Canton Fair หรือไม่ ข้อควรระวัง
ยกเว้นวีซ่าไทย–จีน 30 วัน การพำนักระยะสั้นไม่เกิน 30 วันตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมาะกับหลายเคสที่ไปดูงานหรือเจรจาธุรกิจระยะสั้น ไม่ครอบคลุมการอยู่อาศัย ทำงาน เรียน งานสื่อ หรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า
วีซ่า M commercial/business activities เหมาะกับเคสธุรกิจชัด เช่น เจรจา ออกบูธ เยี่ยมคู่ค้า หรืออยู่เกินกรอบฟรีวีซ่า ต้องมี invitation letter จากคู่ค้าหรือหน่วยงานธุรกิจในจีน และเอกสารต้องสอดคล้องกัน
วีซ่า L ท่องเที่ยว ไม่เหมาะหากวัตถุประสงค์หลักคือเจรจาธุรกิจหรือดูงาน อย่าใช้เอกสารท่องเที่ยวกลบกิจกรรมธุรกิจจริง เพราะเสี่ยงวัตถุประสงค์ไม่ตรง
วีซ่า F แลกเปลี่ยน เยี่ยมเยือน ศึกษาดูงาน หรือกิจกรรมไม่ใช่เชิงพาณิชย์ บางเคส non-commercial visit อาจเกี่ยวข้อง แต่ Canton Fair เชิงธุรกิจมักต้องพิจารณา M มากกว่า ควรดูวัตถุประสงค์จริงและหนังสือเชิญว่าระบุเป็นกิจกรรมเชิงพาณิชย์หรือไม่
วีซ่า Z ทำงานในจีน ไม่ใช่วีซ่าเดินงานทั่วไป หากมีการจ้างงานหรือทำงานจริงในจีน อาจต้องตรวจประเภทนี้หรือเอกสารอนุญาตเพิ่มเติม

4. Invitation Letter และ Buyer Badge สำคัญแค่ไหน?

สำหรับ Canton Fair ผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถสมัคร buyer badge และขอ invitation ผ่าน Buyer Service System หรือช่องทางทางการของ Canton Fair ตามรอบที่ระบบเปิด ข้อมูลจากเว็บไซต์ Canton Fair ระบุว่า invitation สามารถใช้ประกอบการสมัครวีซ่าจีนและลงทะเบียนเข้างานได้

1Buyer Badge: ใช้สำหรับลงทะเบียนเข้างาน Canton Fair ควรสมัครผ่านระบบทางการและเก็บหลักฐานไว้
2Canton Fair Invitation: ใช้ยืนยันว่าเดินทางไปเข้าร่วมงานจริง และอาจใช้ประกอบการยื่นวีซ่าจีนหากต้องขอวีซ่า
3Partner Invitation: หากมีคู่ค้าจีนหรือโรงงานเชิญ ควรให้หนังสือเชิญระบุชื่อผู้เดินทาง วัตถุประสงค์ วันที่ เมือง และข้อมูลผู้เชิญให้ครบ
4Meeting Schedule: หากมีนัดหลายบริษัท ควรทำตารางนัดหมายให้สอดคล้องกับตั๋ว โรงแรม และเมืองที่เดินทาง
📌 หมายเหตุสำคัญ: Invitation Letter ไม่ใช่วีซ่า และ Buyer Badge ไม่ใช่ใบอนุญาตเข้าเมืองจีน หากเคสต้องขอวีซ่า ต้องยื่นตามระบบวีซ่าจีนหรือศูนย์รับคำร้องที่เกี่ยวข้อง และหากใช้ฟรีวีซ่า ก็ควรพกเอกสารเหล่านี้ไว้ประกอบวัตถุประสงค์การเดินทาง

5. เอกสารที่ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมก่อนเดินทาง

เอกสารที่ดีควรตอบคำถามได้ครบว่า “คุณคือใคร ไปจีนเพื่ออะไร ไปงานอะไร อยู่กี่วัน พบใคร และกลับเมื่อไหร่” โดยเฉพาะเคสที่เดินทางในนามบริษัทหรือมีนัดเจรจาธุรกิจ

✅ เอกสารเดินทางพื้นฐาน

  • พาสปอร์ตไทยที่อายุเหลือเพียงพอและมีหน้าว่าง
  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ หรือแผนเดินทางออกจากจีนชัดเจน
  • ใบจองโรงแรมในกวางโจว หรือเมืองที่จะเดินทางต่อ
  • ประกันเดินทาง หากบริษัทกำหนดหรือผู้เดินทางต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติม
  • แผนเดินทางรายวัน เช่น วันเดินงาน วันพบคู่ค้า วันเยี่ยมโรงงาน

✅ เอกสารงาน Canton Fair

  • หลักฐานลงทะเบียน Canton Fair
  • Buyer Badge หรือ badge confirmation หากได้รับแล้ว
  • Canton Fair Invitation หากมีการขอจากระบบผู้จัดงาน
  • รายชื่อ Phase และ Hall ที่ต้องการเดิน
  • รายการ supplier หรือ booth ที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า

✅ เอกสารธุรกิจ

  • Company profile ภาษาอังกฤษหรือจีน
  • Business card หรือ QR contact เช่น WeChat, email, LINE, website
  • หนังสือรับรองจากบริษัทไทย ระบุชื่อผู้เดินทาง ตำแหน่ง และวัตถุประสงค์
  • Catalog, requirement sheet, product spec หรือ sourcing brief
  • Meeting schedule กับ supplier หรือคู่ค้าจีน
  • เอกสารไทยที่ต้องใช้กับคู่ค้า อาจต้อง แปลเอกสาร ให้พร้อม

6. เอกสารบริษัทและเอกสารธุรกิจที่ควรมี

หลายคนเตรียมแค่พาสปอร์ตกับตั๋ว แต่ลืมเอกสารธุรกิจ ทำให้เวลาเจอ supplier จริงคุยต่อยาก โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการราคาโรงงาน เงื่อนไข OEM หรือการเยี่ยมโรงงานหลังงาน

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร ควรมีอะไรบ้าง ใช้ตอนไหน คำแนะนำจากเคสจริง
Company Profile ชื่อบริษัท ประเภทธุรกิจ สินค้าที่ขาย ช่องทางขาย ประเทศที่ทำตลาด เว็บไซต์/โซเชียล ใช้แนะนำตัวกับ supplier และประกอบความน่าเชื่อถือ ควรทำเป็นภาษาอังกฤษ 1–2 หน้า อ่านง่าย ไม่ต้องยาวมาก
Sourcing Requirement สินค้าเป้าหมาย spec, target price, MOQ ที่รับได้, วัสดุ, packaging, certificate ใช้คุยกับ supplier ให้ได้คำตอบเปรียบเทียบกันได้ ถ้าไม่มีเอกสารนี้ จะคุยกว้างและสรุป supplier หลังงานยากมาก
Business Card / QR Contact ชื่อ ตำแหน่ง บริษัท email, phone, WeChat, LINE, website ใช้แลก contact หน้างาน ควรมี WeChat เพราะ supplier จีนจำนวนมากใช้เป็นช่องทางหลัก
Meeting Schedule วัน เวลา บริษัท บูธ ผู้ติดต่อ เบอร์โทร และหัวข้อที่จะคุย ใช้คุมเวลาระหว่างเดินงานและใช้ประกอบแผนเดินทาง ควรแยก supplier สำคัญ 10–20 รายก่อนเดินงานจริง
Invitation Letter ชื่อผู้เดินทาง วัตถุประสงค์ วันเดินทาง เมืองที่ไป ข้อมูลผู้เชิญ ตราประทับ/ลายเซ็น ใช้ประกอบวีซ่า M หรือยืนยันนัดธุรกิจ ชื่อองค์กรใน invitation ควรตรงกับข้อมูลที่กรอกในแบบฟอร์มวีซ่าหรือแผนเดินทาง
หลักฐานการเงินหรือเอกสารสนับสนุน ตามความจำเป็นของเคส เช่น หนังสือบริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือเอกสารการเงิน ใช้สนับสนุนความสมเหตุสมผลของทริปธุรกิจ หากต้องยื่นวีซ่า ควรตรวจ checklist ล่าสุดของศูนย์รับคำร้องก่อนเตรียม

ถ้าเอกสารธุรกิจยังไม่พร้อม หรือไม่แน่ใจว่า invitation letter ใช้ได้ไหม
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมก่อนยื่นหรือก่อนเดินทาง เพื่อให้ข้อมูลในพาสปอร์ต ตั๋ว โรงแรม หนังสือเชิญ และแผนงานสอดคล้องกัน

💬 ส่งเอกสารให้ทีมช่วยดู

7. ถ้าจะเยี่ยมโรงงานต่อหลัง Canton Fair ต้องเตรียมอะไร?

หลังจากเดิน Canton Fair หลายคนจะต่อทริปไปดูโรงงานในเมืองใกล้เคียง เช่น เซินเจิ้น ตงก่วน ฝอซาน จงซาน หรือเมืองอื่นในกวางตุ้ง การเยี่ยมโรงงานช่วยตรวจความน่าเชื่อถือได้ดีขึ้น แต่ก็ทำให้แผนเดินทางและเอกสารธุรกิจซับซ้อนขึ้น

1ขอชื่อบริษัทและที่อยู่โรงงานจริง: อย่าดูแค่ชื่อบูธในงาน ควรมีชื่อบริษัท ที่อยู่ และผู้ติดต่อชัดเจน
2ขอหนังสือเชิญหรืออีเมลนัดหมาย: ระบุวันที่ เวลา วัตถุประสงค์ และสถานที่เยี่ยมโรงงาน
3วางโรงแรมให้ตรงเมือง: ถ้าไปหลายเมือง โรงแรมและแผนเดินทางควรสอดคล้องกับนัดหมายจริง
4เตรียม checklist ตรวจโรงงาน: เช่น production line, QC, warehouse, sample room, certificate และ capacity
5ตรวจเรื่องวีซ่าอีกครั้ง: ถ้าแผนยาว หลายเมือง หรือมีหนังสือเชิญธุรกิจหลายฉบับ ควรดูว่าฟรีวีซ่าเพียงพอหรือควรใช้ M Visa
⚠️ อย่าลืม: หากแผนเดินทางมีทั้ง Canton Fair และ factory visit หลายบริษัท ควรทำ itinerary ให้ชัด ไม่ใช่มีโรงแรมอยู่กวางโจวทุกคืนแต่เอกสารระบุว่าจะไปหลายเมือง เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้ภาพรวมเอกสารดูไม่สอดคล้องกันได้

8. ไทม์ไลน์เตรียมเอกสารก่อนเดินทางไป Canton Fair

งาน Canton Fair เป็นช่วงที่โรงแรมและตั๋วไปกวางโจวมีความต้องการสูงมาก จึงควรเตรียมล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้าต้องขอ invitation letter หรือยื่นวีซ่าธุรกิจจีน M

1ก่อนเดินทาง 8–10 สัปดาห์: เลือก Phase ให้ตรงสินค้า ทำ shortlist supplier และวางงบเดินทาง
2ก่อนเดินทาง 6–8 สัปดาห์: ลงทะเบียน buyer badge / invitation ผ่านระบบ Canton Fair และเริ่มนัด supplier
3ก่อนเดินทาง 4–6 สัปดาห์: ตรวจว่าจะใช้ฟรีวีซ่าได้หรือควรขอวีซ่า M พร้อมเตรียม invitation และเอกสารบริษัท
4ก่อนเดินทาง 2–4 สัปดาห์: ตรวจตั๋ว โรงแรม แผนเดินงาน แผนเยี่ยมโรงงาน และเอกสารแปล
5ก่อนเดินทาง 1 สัปดาห์: เตรียมเอกสารพกติดตัวและไฟล์สำรอง เช่น passport copy, hotel, badge, invitation, schedule และ contact supplier

9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องวีซ่าและเอกสาร Canton Fair

ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากเตรียมสินค้าและรายการ supplier ดี แต่พลาดเรื่องเอกสารเดินทางหรือวัตถุประสงค์ไม่ชัด ทำให้ทริปที่ควรเป็นโอกาสทางธุรกิจกลายเป็นความกังวลก่อนเดินทาง

  • คิดว่าฟรีวีซ่าใช้ได้ทุกกรณี ทั้งที่กิจกรรมจริงอาจมีการออกบูธ ทำงานหน้างาน หรืออยู่เกิน 30 วัน
  • ไม่ขอ invitation letter ล่วงหน้า ทำให้หากต้องยื่น M Visa แล้วเอกสารไม่ทัน
  • ใช้แผนเที่ยวกับเอกสารธุรกิจปะปนกัน เช่น itinerary เป็นเที่ยว แต่มี meeting schedule และ factory visit หลายวัน
  • ชื่อบริษัทใน invitation ไม่ตรงกับแบบฟอร์มหรือเอกสารอื่น ทำให้ต้องแก้เอกสารเสียเวลา
  • ไม่มี buyer badge หรือหลักฐานลงทะเบียนงาน ทำให้แสดงวัตถุประสงค์การเดินทางได้ไม่ชัด
  • ไม่มีเอกสารบริษัทภาษาอังกฤษ/จีน ทำให้ supplier หรือคู่ค้าประเมินความน่าเชื่อถือได้ยาก
  • ไม่เผื่อเวลายื่นวีซ่า โดยเฉพาะช่วงก่อน Canton Fair ที่หลายคนยื่นพร้อมกัน
❌ จุดเสี่ยงที่ควรเลี่ยง: อย่าให้เอกสารเล่าเรื่องคนละทาง เช่น ขอหรืออ้างการเดินทางแบบท่องเที่ยว แต่เอกสารจริงมี booth confirmation, invitation letter, factory visit และแผนเจรจาธุรกิจเต็มชุด หากวัตถุประสงค์คือธุรกิจ ควรจัดเอกสารให้ตรงกับธุรกิจตั้งแต่แรก

10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนจองและก่อนยื่น

ข้อมูลวีซ่าและระบบลงทะเบียนงานอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางใกล้วันงาน ขอ invitation letter หรือมีแผนขอวีซ่าธุรกิจจีน M

หากเอกสารบริษัทไทยต้องใช้กับคู่ค้าจีน ผู้จัดงาน หรือศูนย์รับคำร้องวีซ่า ควรตรวจภาษาที่ใช้และรูปแบบเอกสารให้ชัด หากต้องแปลเอกสาร หนังสือรับรองบริษัท หรือจดหมายบริษัท สามารถเตรียมล่วงหน้าผ่านบริการ แปลเอกสาร เพื่อให้พร้อมก่อนยื่นหรือก่อนเดินทางจริง

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยวางแผนก่อนเดินทางไป Canton Fair?

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยแยกวัตถุประสงค์การเดินทางให้ชัด — ดูว่าเคสเป็นการเดินงาน เจรจาธุรกิจ ออกบูธ เยี่ยมโรงงาน หรือกิจกรรมที่ควรตรวจวีซ่าเพิ่ม
  • ช่วยประเมินฟรีวีซ่าจีน 30 วัน vs วีซ่าธุรกิจจีน M — โดยดูจากวันเดินทาง หนังสือเชิญ จำนวนวัน เมืองที่ไป และกิจกรรมจริง
  • ตรวจเอกสารให้สอดคล้องกัน — ตั๋ว โรงแรม แผนเดินทาง invitation, buyer badge, เอกสารบริษัท และ meeting schedule ควรเล่าเรื่องเดียวกัน
  • ช่วยเตรียมเอกสารภาษาอังกฤษ/จีน — เช่น company profile, invitation letter, catalog, sourcing brief หรือเอกสารประกอบธุรกิจ
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่การันตีผล — ทีมช่วยลดจุดเสี่ยงจากเอกสารไม่ชัด แต่การอนุญาตเข้าเมืองหรือผลวีซ่าขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเงื่อนไขล่าสุด

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

ถ้าเป็นผู้ถือพาสปอร์ตไทยธรรมดา เดินทางไปดูงาน Canton Fair หาคู่ค้า หรือเจรจาธุรกิจระยะสั้นไม่เกิน 30 วัน อาจใช้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าจีนได้ตามความตกลงไทย–จีน แต่ถ้าต้องอยู่เกิน 30 วัน เดินทางหลายครั้ง ออกบูธอย่างเป็นทางการ ทำงานหน้างาน รับค่าจ้าง ติดตั้งสินค้า หรือมีกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า ควรตรวจวีซ่าธุรกิจจีน M หรือวีซ่าประเภทที่เหมาะสมก่อนเดินทาง
วีซ่า M ใช้สำหรับ commercial/business activities เช่น เจรจาธุรกิจ พบคู่ค้า เข้าร่วมงานแสดงสินค้า เยี่ยมโรงงาน หรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่มีหนังสือเชิญจากคู่ค้าหรือหน่วยงานในจีน โดยสถานทูตจีนในไทยระบุว่าเอกสารสำคัญของวีซ่า M คือ invitation letter จาก commercial business partner ในจีน
ในหลายเคสที่ใช้ฟรีวีซ่า 30 วัน อาจไม่ต้องใช้ invitation letter เพื่อยื่นวีซ่า แต่ถ้าเดินทางไป Canton Fair ในฐานะผู้ซื้อหรือมีนัดธุรกิจ ควรมีหลักฐานลงทะเบียนงาน buyer badge, invitation จาก Canton Fair หรือหนังสือเชิญจากคู่ค้าไว้ประกอบแผนเดินทางและใช้ยืนยันวัตถุประสงค์หากถูกสอบถาม
ผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถสมัคร buyer badge และขอ Canton Fair invitation ผ่าน Buyer Service System หรือช่องทางทางการของ Canton Fair ตามรอบที่ระบบเปิด โดย invitation สามารถใช้ประกอบการสมัครวีซ่าจีนและลงทะเบียนเข้างานได้ แต่ควรตรวจขั้นตอนล่าสุดจากเว็บไซต์ Canton Fair ทุกครั้ง
ถ้าวัตถุประสงค์จริงคือเจรจาธุรกิจ หา supplier เข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือเยี่ยมโรงงาน ไม่ควรวางเอกสารเป็นท่องเที่ยวอย่างเดียว เพราะอาจทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับกิจกรรมจริง หากต้องยื่นวีซ่า ควรพิจารณาวีซ่าธุรกิจจีน M หรือประเภทที่ตรงกับวัตถุประสงค์ตามแหล่งทางการ
ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนเดินทาง หากเป็นการเดินงานทั่วไปอาจใช้เวลาน้อยกว่า แต่ถ้ามีการขอ invitation letter ขอวีซ่าธุรกิจจีน M นัดเยี่ยมโรงงาน เดินทางหลายคนในนามบริษัท หรือมีเอกสารแปล ควรเผื่อเวลามากขึ้นเพื่อให้ตั๋ว โรงแรม แผนเดินทาง และเอกสารธุรกิจสอดคล้องกัน

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำก่อนเลือกวีซ่าจีนไป Canton Fair

  • คนไทยถือพาสปอร์ตไทยธรรมดาเข้าเมืองจีนได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้งตามความตกลงยกเว้นวีซ่าไทย–จีน หากเข้าเงื่อนไข
  • การเดิน Canton Fair แบบ Buyer หรือ Visitor ระยะสั้นอาจใช้ฟรีวีซ่าได้ในหลายกรณี แต่ควรมีเอกสารงานและแผนเดินทางชัดเจน
  • หากอยู่เกิน 30 วัน เดินทางหลายครั้ง ออกบูธ ทำงานหน้างาน รับค่าจ้าง หรือต้องขออนุญาตล่วงหน้า ควรตรวจวีซ่า M หรือประเภทอื่นที่เหมาะสม
  • วีซ่า M ใช้สำหรับกิจกรรม commercial/business และต้องมี invitation letter จากคู่ค้าหรือหน่วยงานธุรกิจในจีน
  • Buyer Badge และ Canton Fair Invitation ช่วยยืนยันวัตถุประสงค์การเดินทาง แต่ไม่ใช่วีซ่า
  • เอกสารสำคัญคือพาสปอร์ต ตั๋ว โรงแรม buyer badge, invitation, company profile, meeting schedule และเอกสารธุรกิจ
  • ก่อนจองหรือยื่นจริง ควรตรวจข้อมูลจาก MFA Thailand, สถานทูตจีน, ศูนย์วีซ่าจีน และเว็บไซต์ Canton Fair ล่าสุดเสมอ

เตรียมไป Canton Fair ให้เอกสารตรงกับวัตถุประสงค์จริง

ถ้าคุณกำลังจะไป Canton Fair ที่กวางโจว และไม่แน่ใจว่าใช้ฟรีวีซ่าจีน 30 วันได้ไหม หรือควรวางเอกสารเป็นวีซ่าธุรกิจจีน M ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเบื้องต้นได้จากแผนเดินทาง หนังสือเชิญ buyer badge และเอกสารบริษัท พร้อมช่วยวางแนวทาง ปรึกษาวีซ่า ให้สอดคล้องกับเคสจริง โดยไม่การันตีผล แต่ช่วยลดจุดเสี่ยงจากเอกสารไม่ครบหรือวัตถุประสงค์ไม่ชัด

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ