BUSINESS VISA SERVICE · ข้อมูลล่าสุด

บริการรับทำวีซ่าธุรกิจ Business Visa พร้อมดูแลเอกสารบริษัท

สำหรับผู้บริหาร พนักงาน เจ้าของธุรกิจ บริษัท และฝ่าย HR ที่ต้องเดินทางไปประชุม พบคู่ค้า งานแสดงสินค้า Conference Training หรือเจรจาธุรกิจ พร้อมข้อมูลแยกชัดเจนสำหรับ วีซ่าทำงาน Non-B และใบอนุญาตทำงาน Work Permit สำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทย
Business Visa / Business Visitor Corporate & HR Non-B / Work Visa Work Permit / e-WorkPermit ไม่รับประกันผลอนุมัติ
ปรึกษา Business Visa
ผู้บริหารประชุมธุรกิจและตรวจเอกสาร Business Visa
Business Trip กับ Employment ต้องแยกให้ถูกตั้งแต่ต้น ประชุม เจรจา Conference และ Trade Fair ไม่ใช่เรื่องเดียวกับการเข้าไปทำงานประจำหรือลงมือปฏิบัติงาน
Home  ›  บริการทำวีซ่า  ›  วีซ่าธุรกิจ

ทริปธุรกิจมีสิ่งหนึ่งที่ต่างจากทริปเที่ยวชัดเจน คือวันเดินทางมักผูกกับนัดประชุม งานแฟร์ Conference หรือกำหนดการของคู่ค้า ถ้าวีซ่าล่าช้า เอกสารบริษัทออกไม่ทัน หรือเลือกประเภทคำร้องผิด ผลกระทบอาจไม่ได้เกิดกับผู้เดินทางเพียงคนเดียว แต่กระทบ Timeline ของบริษัทด้วย

Co Journey Visa ให้บริการ บริการยื่นขอวีซ่าธุรกิจ สำหรับผู้เดินทางรายบุคคลและองค์กร โดยช่วยประเมินก่อนว่า Business Visa, Business Visitor หรือ Visitor Route ของประเทศนั้นรองรับกิจกรรมที่จะไปทำจริงหรือไม่ จากนั้นจึงจัด Checklist แยกเอกสารฝั่งผู้เดินทาง บริษัทไทย และบริษัทหรือองค์กรผู้เชิญในต่างประเทศ

ประเด็นสำคัญคือคำว่า วีซ่าธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าใช้ทำงานในประเทศปลายทาง ได้ทุกกิจกรรม การประชุม เจรจาสัญญา Conference หรือ Trade Fair อาจอยู่ในขอบเขต Business Visitor ของหลายประเทศ แต่หากต้องไปปฏิบัติงาน ให้บริการ ติดตั้ง ทำงานประจำ หรือรับตำแหน่งกับนายจ้าง ต้องตรวจเส้นทาง วีซ่าทำงาน หรือ ใบอนุญาตทำงาน ให้เหมาะสม

Business Visa คืออะไร — สรุปสั้น ๆ:
Business Visa หรือเส้นทาง Business Visitor ใช้สำหรับการเดินทางธุรกิจชั่วคราว ตามกิจกรรมที่ประเทศปลายทางอนุญาต เช่น ประชุม พบคู่ค้า เจรจาสัญญา Conference หรือ Trade Fair ในบางกรณี แต่ชื่อวีซ่า เอกสาร และกิจกรรมที่อนุญาต แตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงไม่ควรใช้คำว่า “ไปธุรกิจ” กับ “ไปทำงาน” แทนกันโดยอัตโนมัติ
เส้นทาง A: คนไทย / ผู้พำนักในไทยเดินทางไปทำธุรกิจต่างประเทศ

ประชุม พบ Partner หรือ Client, Business Matching, Conference, Exhibition, Trade Fair, Negotiation, Training หรือกิจกรรมธุรกิจระยะสั้นในต่างประเทศ

ดู Business Visa ต่างประเทศ →
เส้นทาง B: ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจหรือทำงานในประเทศไทย

Non-Immigrant B, วีซ่าทำงาน, ใบอนุญาตทำงาน Work Permit, e-WorkPermit, Extension และ Compliance หลังเริ่มงาน

ดูวีซ่าทำงานและ Work Permit Thailand →

มี Business Trip หรือกำลังจ้างชาวต่างชาติ แต่ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจาก Visa Route ใด?
ส่งประเทศ สัญชาติ กิจกรรมจริง บริษัทที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ให้ทีมช่วยประเมิน Scope ก่อนเริ่มออกเอกสารทั้งชุด

เช็กเคสทาง LINE
BUSINESS VISITOR

Business Visa ใช้เดินทางกรณีไหน? เริ่มจาก “กิจกรรมที่จะไปทำ” ก่อน

อย่าเลือกวีซ่าจากตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว ผู้สมัครสองคนอาจมีตำแหน่ง Sales Manager เหมือนกัน แต่คนหนึ่งไปประชุมกับ Distributor ขณะที่อีกคนไปติดตั้งระบบให้ลูกค้า ซึ่งอาจเข้าคนละเงื่อนไข

Meeting

ประชุมภายในบริษัท หรือกับ Partner / Client ตามกิจกรรมที่ประเทศปลายทางอนุญาต

Business Partner

พบคู่ค้า Supplier, Distributor, Buyer หรือ Partner

Exhibition

เข้าร่วม Trade Fair, Exhibition หรือกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจ ตามขอบเขตกฎ

Conference

เข้าร่วม Conference, Convention, Seminar หรืองานวิชาชีพ

Training

ต้องดูว่าเป็นการเข้าอบรม หรือมีการลงมือปฏิบัติงาน ที่อาจเข้าข่าย Work Route

Negotiation

เจรจาธุรกิจ พูดคุยเงื่อนไข หรือสัญญาทางการค้า

คำว่า “ไป Training”, “ไป Support ลูกค้า” หรือ “ไปดูเครื่องจักร” ต้องดูรายละเอียด: หากมีการลงมือปฏิบัติงาน ให้บริการแก่บริษัทปลายทาง ติดตั้ง ซ่อม หรือทำงาน On-site อาจมีข้อกำหนดด้าน Work Visa หรือ Work Permit เพิ่มเติม
BUSINESS VISA SERVICE

บริการวีซ่าธุรกิจ Co Journey Visa ช่วยอะไรได้บ้าง?

คำร้องธุรกิจมักมีคนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้เดินทาง HR ฝ่ายบัญชี ผู้บริหาร บริษัทคู่ค้า และผู้จัดงานในต่างประเทศ งานหลักจึงไม่ใช่แค่รวบรวมเอกสาร แต่ต้องทำให้ข้อมูลจากทุกฝ่ายตรงกัน

ตรวจเอกสารบริษัทสำหรับยื่นวีซ่าธุรกิจ
ตรวจเอกสารแบบ Cross-check

เทียบ Passport, Employment, Invitation, Application และ Itinerary ไม่ให้ข้อมูลไปคนละทาง

ทีมธุรกิจตรวจเอกสารและวางแผน Business Visa
แยก Checklist ตามผู้รับผิดชอบ

รู้ว่าอะไรพนักงานเตรียม อะไร HR ออก และอะไรต้องขอจากบริษัทต่างประเทศ

ฝ่ายบริษัทวางแผนเอกสารวีซ่าธุรกิจ
วาง Timeline ตาม Event

คำนึงถึง Meeting, Conference, Appointment, Biometrics และวันใช้ Passport

1

วิเคราะห์ประเภทคำร้อง

เช็กกิจกรรม ประเทศ สัญชาติ ระยะเวลา และลักษณะงาน เพื่อแยก Business Visitor จาก Work Route

2

จัด Checklist รายเคส

แยกเอกสาร ผู้เดินทาง บริษัทต้นสังกัด และผู้เชิญ ให้เห็นว่าใครต้องเตรียมอะไร

3

ตรวจเอกสารบริษัท

ดูชื่อบริษัท ตำแหน่ง วัตถุประสงค์ วันเดินทาง ค่าใช้จ่าย และข้อมูลคู่ค้า

4

Application Form

ช่วยจัดข้อมูล จากข้อเท็จจริงของผู้เดินทาง และเทียบกับเอกสารบริษัท

5

Invitation / Supporting Letter

ตรวจผู้เดินทาง เหตุผล วันที่ ผู้เชิญ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

6

Appointment & Timeline

วางลำดับนัดหมาย Biometrics Interview และวัน Event

7

Business Itinerary

จัด Meeting, บริษัทที่ไปพบ เมือง ที่พัก และการเดินทาง ให้สัมพันธ์กัน

8

เอกสารประกอบอื่น

ตรวจเรื่องแปลเอกสาร ประกัน หรือหลักฐานเพิ่มเติม ตาม Checklist ของประเทศนั้น

3-SIDE DOCUMENT CHECK

เอกสารวีซ่าธุรกิจ ควรแบ่งเป็น 3 ฝั่ง

รายการนี้เป็นกรอบสำหรับวางเอกสารเบื้องต้น ไม่ใช่ Checklist บังคับของทุกประเทศ เพราะชื่อเอกสาร ภาษา การรับรอง และจำนวนเอกสารอาจต่างกัน

1. ฝั่งผู้เดินทาง

Passport, ประวัติการเดินทางหรือวีซ่าเดิม, ข้อมูลอาชีพ, การเงินส่วนตัวเมื่อเกี่ยวข้อง, Itinerary, ที่พัก และ Flight ตามข้อกำหนด

2. บริษัทไทย / บริษัทต้นสังกัด

Employment Letter, ตำแหน่ง รายได้ วันเริ่มงาน, เหตุผลการส่งพนักงาน, เอกสารบริษัท และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

3. บริษัทต่างประเทศ / ผู้เชิญ

Invitation Letter, ข้อมูลบริษัทผู้เชิญ, ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ, วัตถุประสงค์, Meeting Schedule, Event Registration และ Contact Person

จุดตรวจร่วมทั้ง 3 ฝั่ง

ชื่อผู้เดินทาง + บริษัท + วัตถุประสงค์ + วันที่ + ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ควรเล่าเรื่องเดียวกัน

วิธีตรวจเอกสารที่ดีกว่าการเช็กทีละใบ: วาง Employment Letter, Invitation Letter, Application และ Itinerary ข้างกัน แล้วเทียบข้อมูลสำคัญก่อน Submit
INVITATION LETTER

Invitation Letter วีซ่าธุรกิจ ควรมีข้อมูลอะไร?

Invitation Letter เป็นเอกสารที่พบได้บ่อยในคำร้องธุรกิจ แต่ไม่มี Format เดียวที่ใช้ได้ทั่วโลก ควรตรวจ Checklist ของประเทศที่ยื่น ก่อนให้คู่ค้าออกเอกสาร

ข้อมูลที่ควรตรวจ คำถามที่ต้องตอบได้ จุดที่มักต้องแก้
ผู้เชิญ บริษัทหรือองค์กรใดเป็นผู้เชิญ? ชื่อหรือที่อยู่ไม่ตรงกับเอกสารอื่น
ผู้เดินทาง เชิญพนักงานคนใด ตำแหน่งอะไร? ชื่อ Passport หรือตำแหน่งไม่ตรง
ความสัมพันธ์ธุรกิจ บริษัทสองฝ่ายเกี่ยวข้องกันอย่างไร? ระบุเพียง Business Meeting โดยไม่มีบริบท
วัตถุประสงค์ ไปประชุม เจรจา Conference หรืออะไร? กิจกรรมไม่ตรง Application
วันที่ ประชุมและเดินทางช่วงใด? Invitation ไม่ตรง Flight หรือ Itinerary
ค่าใช้จ่าย บริษัทใดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใด? เอกสารไทยและต่างประเทศระบุคนละฝ่าย
ผู้ติดต่อ เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อบริษัทผู้เชิญได้หรือไม่? ไม่มี Contact หรือใช้ข้อมูลเก่า

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ไม่ควรทำ: สร้างบริษัทผู้เชิญ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ Meeting Schedule หรือ Invitation Letter จากเหตุการณ์ที่ไม่มีจริง

หากต้องการดูบริการเกี่ยวกับ จดหมายเชิญและจดหมายประกอบวีซ่า สามารถเปิดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้

BUSINESS VS TOURIST

Business Visa vs Tourist Visa ต่างกันอย่างไร?

ประเด็น Business Visa / Business Visitor Tourist / Leisure Visit
เหตุผลหลัก กิจกรรมธุรกิจชั่วคราวที่กฎอนุญาต ท่องเที่ยว พักผ่อน หรือ Visitor Activity อื่น
ตัวอย่าง Meeting, Conference, Trade Fair, Negotiation เที่ยว พักผ่อน เยี่ยมสถานที่
เอกสารบริษัท มักมีบทบาทสำคัญ มักใช้เพื่อพิสูจน์งานหรือสถานะมากกว่า
Invitation พบได้บ่อยในคำร้องธุรกิจ ใช้ในบางกรณี เช่น Visitor / Visit Family
สิทธิทำงาน ไม่ควรถือว่าอนุญาตทำงานอัตโนมัติ ไม่ใช่เส้นทางสำหรับการทำงาน
BUSINESS VISA · WORK VISA · WORK PERMIT

วีซ่าธุรกิจ วีซ่าทำงาน และใบอนุญาตทำงาน ต่างกันอย่างไร?

นี่เป็นจุดสำคัญสำหรับทั้งบริษัท ฝ่าย HR และชาวต่างชาติ เพราะ Visa, Permission to Stay และ Work Authorization ไม่ใช่เอกสารเดียวกัน

เรื่อง Business Visa Work Visa Work Permit
หน้าที่หลัก รองรับ Business Visit ตามกิจกรรมที่กฎอนุญาต รองรับการเข้าประเทศหรือพำนักเพื่อทำงานตาม Route อนุญาตให้ทำงานตามตำแหน่ง/งาน/นายจ้างที่ได้รับอนุญาต
ใช้ทำงานได้เลยไหม ไม่ควรสรุปว่าได้ ยังต้องตรวจ Work Authorization เป็นส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิทำงานโดยตรง
ดูจากอะไร กิจกรรมและวัตถุประสงค์ธุรกิจ นายจ้าง ตำแหน่ง และกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง นายจ้าง ตำแหน่ง หน้าที่ และกฎหมายแรงงานคนต่างด้าว
ประเทศไทย อาจเกี่ยวข้องกับ Non-B Business มักเกี่ยวข้องกับ Non-Immigrant B Employment ต้องดำเนินการกับระบบ/หน่วยงานด้านการจัดหางานตาม Route
จำง่าย: “เข้าประเทศได้” ไม่เท่ากับ “อยู่ได้นานเท่าไร” และไม่เท่ากับ “มีสิทธิทำงาน” ทั้งสามเรื่องอาจอยู่ภายใต้คนละขั้นตอน
POPULAR BUSINESS DESTINATIONS

Business Visa ประเทศยอดนิยม

Business Visa ไม่มีระบบเดียวทั่วโลก บางประเทศใช้ Business Visitor บางประเทศรวมอยู่ใน Visitor Visa และบางปลายทางมีกฎเฉพาะตามกิจกรรม

ฝ่าย HR และทีมบริษัทประชุมเตรียมเอกสาร Business Visa
CORPORATE & HR

Business Visa สำหรับบริษัท HR และ Corporate Account

เมื่อบริษัทส่งพนักงานหลายคน ไป Conference, Exhibition, Training หรือ Meeting ปัญหามักอยู่ที่การประสานเอกสารหลายคน มากกว่าคำร้องใดคำร้องหนึ่ง

Employee Travel Matrix

รายชื่อ Passport, ประเทศ, วันเดินทาง และสถานะเอกสาร

Central Checklist

แยกเอกสารกลางของบริษัท กับเอกสารส่วนบุคคล

Invitation Coordination

ตรวจชื่อ ตำแหน่ง วันที่ และ Activity ให้ตรงผู้เดินทาง

Timeline Tracking

วางลำดับจาก Event Date, Appointment และ Dependency

Document Consistency

ลดปัญหา Template เดิม แต่ลืมแก้ชื่อ วันที่ หรือตำแหน่ง

Corporate Coordination

ประสานงานกับ HR หรือผู้ติดต่อบริษัท ตาม Scope ที่ตกลง

เคส Business Visa แบบไหนควรปรึกษาก่อนออกเอกสารทั้งชุด?

Technical Activity

Training / Support / Installation

ต้องดูว่ากิจกรรม ยังอยู่ใน Business Visitor หรือเข้าข่ายการทำงาน

Expenses

บริษัทต่างประเทศออกค่าใช้จ่าย

Invitation และเอกสารบริษัทไทย ควรระบุข้อมูลตรงกัน

Multi-country

เดินทางหลายประเทศ

ต้องดู Main Destination, Transit และลำดับการยื่น

Urgent Trip

Event Date ใกล้

ต้องดู Appointment, Passport Availability และ Processing Time ไม่ใช่ดูวันบินอย่างเดียว

Previous Refusal

เคยถูกปฏิเสธ

ควรอ่านเหตุผลเดิม และตรวจคำร้องก่อนยื่นใหม่

Corporate Group

บริษัทส่งหลายคน

ควรวาง Master Timeline และ Tracker กลาง ตั้งแต่ต้น

ขั้นตอนใช้บริการรับทำวีซ่าธุรกิจ

  1. แจ้ง Business Trip
    ส่งประเทศปลายทาง วันเดินทาง Activity ผู้เชิญ และข้อมูลผู้เดินทาง
  2. เช็ก Visa Route และ Scope
    ประเมินว่า Activity เหมาะกับ Business Visitor หรือมีประเด็นต้องตรวจ Work Route
  3. จัด Checklist แยกผู้รับผิดชอบ
    ระบุเอกสารที่พนักงานจัด HR ออก และบริษัทต่างประเทศต้องเตรียม
  4. ตรวจความสอดคล้อง
    เช็ก Passport, Employment, Invitation, Business Itinerary, การเงิน และ Application
  5. เตรียม Application / Appointment
    วางขั้นตอนยื่น Biometrics หรือ Interview ตามระบบจริง
  6. ยื่นและติดตาม Dependency
    ช่วยดูเอกสารเพิ่ม ตาม Scope แต่วันตัดสินและผลอนุมัติ อยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
THAILAND WORK VISA & WORK PERMIT

วีซ่าทำงานในประเทศไทย Non-Immigrant B และใบอนุญาตทำงาน Work Permit

สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงาน หรือรับตำแหน่งกับบริษัทในประเทศไทย ควรแยก 3 เรื่องให้ชัด: ประเภทวีซ่า, ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ และสิทธิในการทำงาน เพราะแต่ละส่วนอยู่ภายใต้คนละขั้นตอน และอาจเกี่ยวข้องกับคนละหน่วยงาน

กระทรวงการต่างประเทศระบุ Non-Immigrant Category B สำหรับวัตถุประสงค์ด้านการติดต่อ หรือประกอบธุรกิจและการทำงาน แต่เงื่อนไขของ Business และ Employment ไม่ควรถูกเหมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน และบาง Business-only Route ระบุชัดว่าไม่อนุญาตการจ้างงาน

NON-IMMIGRANT B

Non-Immigrant B คืออะไร? Business กับ Employment ต้องแยกอย่างไร

Non-B เพื่อ Business

ใช้สำหรับกิจกรรมด้านธุรกิจ ตามประเภทและเงื่อนไข เช่น การติดต่อธุรกิจ ประชุม หรือดำเนินกิจกรรม ที่ Route นั้นอนุญาต

Non-B เพื่อ Employment

ใช้ในเส้นทางของผู้ที่เข้ามา เพื่อรับการจ้างงาน หรือทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย โดยต้องตรวจขั้นตอน Work Permit เพิ่ม

อย่าใช้คำว่า “มี Non-B แล้วทำงานได้เลย” เป็นกฎเดียวกับทุกเคส: ต้องตรวจประเภท Non-B, นายจ้าง, ลักษณะงาน และสิทธิ Work Permit ของผู้สมัครด้วย
นายจ้างและชาวต่างชาติตรวจเอกสาร Work Permit
WORK PERMIT THAILAND

ใบอนุญาตทำงาน Work Permit คืออะไร?

Work Permit เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับสิทธิของคนต่างด้าว ในการทำงานในประเทศไทย โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับ ตำแหน่ง งาน หรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายและ Route ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นวีซ่าและ Work Permit ไม่ควรถูกใช้แทนกัน วีซ่าหรือ Permission to Stay ตอบเรื่องการเข้าและพำนัก ส่วน Work Permit ตอบเรื่องการทำงาน

ก่อนเริ่มทำงานจริง บริษัทและชาวต่างชาติ ควรตรวจว่า Visa Status, Work Permit, Job Position และ Employer ตรงกับการปฏิบัติงานจริงหรือไม่

E-WORKPERMIT · ข้อมูลล่าสุด

e-WorkPermit ระบบขอใบอนุญาตทำงาน สำหรับคนต่างด้าว

กรมการจัดหางาน เปิดให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-WorkPermit อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 เพื่อรองรับกระบวนการด้านการอนุญาตทำงาน ผ่านระบบดิจิทัล

Online Application

ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับคำขอที่อยู่ในขอบเขต ของระบบกรมการจัดหางาน

Track Status

ติดตามสถานะคำขอ ตามขั้นตอนของระบบ

Employer Data

นายจ้างและสถานประกอบการ ต้องจัดข้อมูลบริษัท และผู้ขอให้ตรงกับ Route

Separate Special Routes

BOI, MOU, ผู้เชี่ยวชาญ หรือกรณีพิเศษ อาจมีขั้นตอนเฉพาะเพิ่มเติม

ข้อควรระวัง: คำว่า e-WorkPermit ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัท หรือทุกประเภทคนต่างด้าว ใช้ Workflow เดียวกัน จึงต้องตรวจ Route ก่อนเริ่มคำขอ

เว็บไซต์ทางการ: e-WorkPermit กรมการจัดหางาน

WORK PERMIT DOCUMENTS

เอกสารใบอนุญาตทำงาน ควรแยกฝั่งชาวต่างชาติ และฝั่งบริษัทนายจ้าง

รายการต่อไปนี้เป็นตัวอย่างกลุ่มเอกสาร เพื่อใช้วางแผน ไม่ใช่ Checklist บังคับของทุก Route เพราะบริษัททั่วไป, BOI, MOU, ผู้เชี่ยวชาญ และวิชาชีพเฉพาะ อาจใช้เอกสารต่างกัน

ฝั่ง ตัวอย่างเอกสาร จุดที่ควรตรวจ
ชาวต่างชาติ Passport, Visa Status, Entry Stamp, ประวัติส่วนตัว สถานะพำนัก และข้อมูล Passport ตรงกับคำขอหรือไม่
คุณสมบัติผู้สมัคร วุฒิการศึกษา, CV, Work Experience, Professional Certificate ตามกรณี คุณสมบัติสัมพันธ์ กับตำแหน่งและ Job Description หรือไม่
การจ้างงาน Employment Contract, Offer Letter, Job Description นายจ้าง ตำแหน่ง หน้าที่ และสถานที่ทำงาน ตรงกันหรือไม่
บริษัทนายจ้าง หนังสือรับรองบริษัท, รายชื่อผู้ถือหุ้น, เอกสารจดทะเบียน บริษัทมีสถานะ และข้อมูลตรงกับคำขอหรือไม่
ภาษี / การดำเนินธุรกิจ VAT, ภาษี, Financial Documents หรือเอกสารทางธุรกิจตาม Route ใช้ Checklist ล่าสุด ไม่ควรใช้รายการเก่าของเคสอื่นแทน
สถานประกอบการ ที่อยู่, แผนที่, รูปสถานที่ หรือหลักฐานอื่นเมื่อมีข้อกำหนด สถานที่ทำงานจริง และข้อมูลบริษัท ต้องสอดคล้องกัน

เอกสารจริงขึ้นอยู่กับกฎหมาย Route และหน่วยงานที่รับคำร้อง ควรตรวจ Checklist ล่าสุดก่อนเตรียม

THAILAND WORKFLOW

ขั้นตอนวีซ่าทำงาน และ Work Permit ในประเทศไทย ควรวางอย่างไร?

  1. ตรวจ Route ของนายจ้างและผู้สมัคร
    บริษัททั่วไป, BOI, ผู้เชี่ยวชาญ, งานเร่งด่วน หรือเส้นทางอื่น อาจใช้ขั้นตอนไม่เหมือนกัน
  2. ตรวจ Visa Status
    ดูว่าผู้สมัครอยู่ต่างประเทศ หรืออยู่ในไทยแล้ว และถือสถานะใด
  3. จัด Employer Documents
    เตรียมข้อมูลบริษัท การจ้างงาน และตำแหน่ง ตาม Checklist ของ Route
  4. จัด Employee Documents
    เตรียม Passport, คุณสมบัติ, Experience และ Employment Information
  5. ดำเนินการ Non-B ตามกรณี
    อาจเป็นการขอจากต่างประเทศ หรือเปลี่ยนสถานะในไทย หากเข้าเงื่อนไข
  6. ดำเนินการ Work Permit
    ใช้ระบบหรือช่องทาง ที่ตรงกับประเภทผู้สมัคร และนายจ้าง
  7. ตรวจ Permission to Stay
    Work Permit ไม่ได้แทนการขยายระยะพำนัก จึงต้องติดตาม Stay Permission แยก
  8. ดู Compliance หลังเริ่มงาน
    ตรวจ Extension, Re-entry, 90-Day Report และการเปลี่ยนข้อมูลการทำงาน เมื่อเกี่ยวข้อง
TM.86 / TM.87

อยู่ในไทยแล้ว เปลี่ยนเป็น Non-B ได้ไหม?

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีช่องทางการขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา หรือขอรับการตรวจลงตรา เพื่อทำงานในบริษัท สำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไข

TM.86

ใช้ในกรณีผู้สมัคร มี Tourist Visa หรือ Transit Visa และยื่นขอเปลี่ยนประเภท เป็น Non-Immigrant ตามเงื่อนไข

TM.87

ใช้ในบางกรณี สำหรับผู้ที่เข้ามาโดยไม่มีวีซ่า แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่ และต้องการขอรับ Non-Immigrant Visa ตามเงื่อนไข

เงื่อนไขสำคัญจากเอกสาร Immigration: สำหรับ Route ทำงานในบริษัท ต้องยื่นก่อนสิทธิพำนักหมด โดยเอกสารทางการระบุให้ มีระยะเวลาเหลือมากกว่า 15 วัน และผู้ที่ Overstay ไม่สามารถใช้คำร้อง Route นี้ได้
การมีช่องทาง TM.86 / TM.87 ไม่ได้หมายความว่าทุกคน ที่เข้าไทยด้วย Tourist หรือ Visa Exemption สามารถเปลี่ยนได้อัตโนมัติ ต้องตรวจ Employer, Visa Status และเอกสารประกอบรายเคส
BOI & FOREIGN EXPERTS

บริษัท BOI และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ใช้ขั้นตอนเหมือนบริษัททั่วไปไหม?

บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีขั้นตอนและสิทธิ สำหรับนำช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เข้ามาทำงานภายใต้โครงการที่ได้รับส่งเสริม จึงไม่ควรใช้ Checklist ของบริษัททั่วไปมาวางทับทั้งหมด

Non-B

ผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาทำงาน ต้องตรวจ Visa Route ก่อนเดินทาง

BOI Approval

ตำแหน่งและผู้เชี่ยวชาญ ต้องอยู่ในขั้นตอนอนุมัติ ตามโครงการ

Work Permit

ดำเนินการตามขั้นตอน ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ที่ได้รับอนุมัติ

Stay Permit

การขยายระยะพำนัก เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่ต้องติดตาม

BOI เป็น Special Route: ควรตรวจข้อมูลจาก Board of Investment และระบบ Single Window ที่ใช้กับโครงการของบริษัท โดยตรง
AFTER APPROVAL

หลังได้ Work Permit แล้ว ยังต้องดูอะไรต่อ?

การได้รับใบอนุญาตทำงาน ไม่ได้หมายความว่า งานด้าน Immigration และ Compliance จบลงทั้งหมด

Extension of Stay

ตรวจวันอนุญาตให้อยู่ และดำเนินการต่อระยะพำนัก ตามสิทธิของผู้สมัคร

Re-entry Permit

หากต้องเดินทางออกจากไทย และต้องการรักษาสิทธิพำนักเดิม ควรตรวจความจำเป็นของ Re-entry ก่อนออกประเทศ

90-Day Report

ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราว และอยู่ในไทยเกิน 90 วัน ต้องตรวจหน้าที่แจ้งที่พัก ตามกฎ Immigration

Work Permit Expiry

ติดตามวันหมดอายุ และดำเนินการต่อ ก่อนสิทธิหมด

Change Employer

หากเปลี่ยนนายจ้าง ต้องตรวจขั้นตอน Visa และ Work Permit ใหม่ให้สัมพันธ์กัน

Change Position / Work

ตำแหน่ง หน้าที่ หรือสถานที่ทำงาน อาจกระทบข้อมูล ที่ได้รับอนุญาตไว้

Re-entry Permit ไม่ใช่การต่อวีซ่า: หน้าที่หลักคือรักษาสิทธิพำนักเดิม เมื่อผู้ถือสถานะต้องเดินทางออกจากประเทศไทย ตามเงื่อนไขที่ใช้กับผู้สมัคร
90-Day Report ก็ไม่ใช่ Extension of Stay: เป็นการแจ้งที่พักเมื่ออยู่ในราชอาณาจักร ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้ทำให้ระยะเวลาพำนักเพิ่มขึ้น

บริษัทกำลังจ้างชาวต่างชาติ หรือมีพนักงานต่างชาติที่ต้องทำ Non-B / Work Permit?
ส่งสัญชาติ ตำแหน่ง นายจ้าง Visa Status ปัจจุบัน และข้อมูลบริษัท เพื่อให้ทีมช่วยดูว่า ควรเริ่มตรวจ Route และเอกสารส่วนใดก่อน

ปรึกษาเคส Work Visa / Work Permit

Co Journey Visa ช่วยอะไรได้ และอะไรยังเป็นหน้าที่ของผู้สมัครหรือบริษัท?

สิ่งที่ทีมช่วยได้

  • ช่วยเช็ก Business / Work Visa Route เบื้องต้น
  • จัด Checklist ตามเคส
  • ตรวจเอกสารผู้สมัครและเอกสารบริษัท
  • ตรวจ Invitation / Employment / Itinerary
  • ช่วยจัดข้อมูลสำหรับ Application
  • วาง Timeline และ Appointment
  • ช่วยจัด Workflow สำหรับ HR และ Corporate Group
  • ตรวจประเด็น Non-B / Work Permit ตาม Scope บริการ

สิ่งที่บริการทำแทนไม่ได้

  • รับประกันผลวีซ่าหรือ Work Permit
  • ควบคุมดุลยพินิจหน่วยงานราชการ
  • สร้างบริษัท นายจ้าง หรืองานที่ไม่มีจริง
  • สร้าง Invitation จากเหตุการณ์ที่ไม่มีจริง
  • ทำเอกสารราชการหรือการเงินปลอม
  • เปลี่ยน Business Visitor ให้เป็นสิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ
  • ไปสัมภาษณ์หรือแสดงตัวแทนเมื่อกฎหมายกำหนดให้ผู้สมัครดำเนินการเอง

ทำไมเลือกให้ Co Journey Visa ช่วยดู Business Visa และเอกสารบริษัท?

  • ดูจาก Activity ไม่ใช่ชื่อทริป — ลดความสับสนระหว่าง Business Visitor กับ Work Route
  • แยกเอกสาร 3 ฝั่งชัดเจน — ผู้เดินทาง บริษัทไทย และบริษัทต่างประเทศ รู้ว่าใครต้องเตรียมอะไร
  • ตรวจข้อมูลข้ามเอกสาร — วันประชุม ตำแหน่ง ค่าใช้จ่าย และ Activity ไม่ควรไปคนละทาง
  • รองรับ Workflow บริษัท — เหมาะกับ HR หรือองค์กรที่จัดการผู้เดินทางหลายคน
  • เชื่อมต่อ Thailand Visa Route — สำหรับบริษัทที่มี พนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญต่างชาติในไทย สามารถเริ่มจาก บริการวีซ่าไทยสำหรับชาวต่างชาติ
  • ไม่โอเวอร์เคลมผล — ทีมช่วยเรื่องการจัดระบบ และเอกสาร แต่การอนุมัติเป็นอำนาจ ของหน่วยงานรัฐ

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

Business Matching ใช้วีซ่าอะไร? แยก Business Activity ออกจาก Tourist Purpose ก่อนเตรียมเอกสาร ไปดูงานกับไปออกบูธต่างกันอย่างไร ดู Activity ก่อนสรุปว่าเป็น Business Visitor หรือ Work Route Statement คนทำธุรกิจ ตรวจการเงิน Source of Funds และความสัมพันธ์กับทริป เจ้าของธุรกิจ / ฟรีแลนซ์ วางหลักฐานอาชีพ และรายได้ สำหรับคำร้องวีซ่า Thailand Work Visa & Work Permit Guide คู่มือเพิ่มเติมสำหรับ การทำงานของชาวต่างชาติในประเทศไทย Thailand Business Visa Guide ข้อมูล Non-B และ Business Route สำหรับประเทศไทย

แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ Non-Immigrant Visa และวัตถุประสงค์ Category B เปิดข้อมูลทางการ
e-WorkPermit กรมการจัดหางาน ระบบบริการด้านการอนุญาตทำงาน สำหรับคนต่างด้าว เปิด e-WorkPermit
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง TM.86 / TM.87 ข้อมูลการขอเปลี่ยนประเภท หรือขอรับ Non-B เพื่อทำงานในบริษัท เปิด Checklist Immigration
Board of Investment ขั้นตอนสำหรับช่างฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ในบริษัท BOI เปิดข้อมูล BOI
Immigration — Re-entry Permit ข้อมูลสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางออก และต้องการรักษาสิทธิพำนักเดิม เปิดข้อมูล Re-entry
Immigration — 90-Day Notification การแจ้งอยู่ในราชอาณาจักร เกิน 90 วัน และระบบ TM.47 เปิดข้อมูล 90-Day Report
ก่อนยื่นจริง: Visa Rules, Work Permit Rules, เอกสาร, ค่าธรรมเนียม, ระบบออนไลน์ และขั้นตอนของหน่วยงาน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากเจ้าของกฎ โดยใช้ข้อมูลที่ตรงกับ สัญชาติ นายจ้าง ตำแหน่ง และสถานะปัจจุบันของผู้สมัคร

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจ วีซ่าทำงาน และใบอนุญาตทำงาน

Business Visa ใช้สำหรับไปประชุมหรือพบลูกค้าได้ไหม?
กิจกรรมอย่าง Meeting, Conference, Exhibition หรือเจรจาธุรกิจ มักพบใน Business Visitor Route ของหลายประเทศ แต่ต้องตรวจ Activity และประเทศปลายทางจริง
ไป Training ควรใช้ Business Visa หรือ Work Visa?
ต้องดูเนื้อหาของ Training ผู้จัด ระยะเวลา และมีการปฏิบัติงาน หรือให้บริการจริงหรือไม่ หาก Activity เกินขอบเขต Visitor อาจต้องใช้ Work Route
วีซ่าธุรกิจกับวีซ่าทำงานต่างกันอย่างไร?
วีซ่าธุรกิจมักใช้กับ Business Visit ระยะสั้นที่กฎอนุญาต ส่วนวีซ่าทำงานเกี่ยวข้องกับการเข้าไป รับตำแหน่งหรือทำงาน และอาจต้องมี Work Permit เพิ่ม
Business Visa ทำงานได้เลยไหม?
ไม่ควรถือว่า Business Visa ให้สิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจข้อจำกัดของประเทศ และ Activity จริง
Non-Immigrant B คือ Work Visa ไหม?
Non-B มีทั้งบริบทด้าน Business และ Employment จึงต้องดูวัตถุประสงค์ของวีซ่าจริง ไม่ควรสรุปจากตัวอักษร B เพียงอย่างเดียว
มี Non-B แล้วเริ่มทำงานในไทยได้เลยไหม?
โดยทั่วไปต้องตรวจ Work Authorization และ Work Permit ให้ถูกต้องก่อนเริ่มงาน เว้นแต่ Route นั้นมีข้อยกเว้น ตามกฎหมาย
Work Permit คืออะไร?
เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับ สิทธิของคนต่างด้าวในการทำงาน ตามตำแหน่ง งาน และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต จึงไม่ใช่เอกสารเดียวกับวีซ่า
e-WorkPermit คืออะไร?
เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมการจัดหางาน สำหรับบริการด้านการอนุญาตทำงาน ของคนต่างด้าว โดย Route ของผู้สมัคร ยังต้องตรวจแยกตามประเภท
Tourist Visa เปลี่ยนเป็น Non-B ในไทยได้ไหม?
มีช่องทาง TM.86 สำหรับบางกรณีของ Tourist / Transit Visa และ TM.87 สำหรับบางกรณีของผู้ที่ไม่มีวีซ่า แต่ต้องเข้าเงื่อนไข และควรมีระยะเวลาพำนักเหลือ เพียงพอตามข้อกำหนด
Overstay แล้วเปลี่ยนเป็น Non-B ในไทยได้ไหม?
เอกสาร Immigration สำหรับ Route ทำงานในบริษัท ระบุว่าผู้ที่ Overstay ไม่สามารถยื่นคำร้องเปลี่ยนประเภท ตาม Route นี้ได้
บริษัทต้องใช้เอกสารอะไรทำ Work Permit?
ขึ้นอยู่กับ Route ตัวอย่างอาจมี หนังสือรับรองบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น เอกสารภาษี Employment Documents Job Description และหลักฐานสถานประกอบการ ตาม Checklist
ชาวต่างชาติต้องใช้วุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์ไหม?
บาง Route หรือตำแหน่ง ต้องใช้หลักฐานคุณสมบัติ วุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ จึงควรตรวจตามตำแหน่ง และหน่วยงานที่รับคำร้อง
BOI ใช้ Work Permit แบบเดียวกับบริษัททั่วไปไหม?
BOI มีขั้นตอนเฉพาะ สำหรับผู้เชี่ยวชาญ และช่างฝีมือในโครงการที่ได้รับส่งเสริม จึงไม่ควรใช้ Workflow บริษัททั่วไปแทนทั้งหมด
Work Permit แล้วต้องต่อวีซ่าด้วยไหม?
Work Permit และ Permission to Stay เป็นคนละเรื่อง จึงต้องติดตามวันหมดอายุ และ Extension ของสิทธิพำนักแยกจาก ใบอนุญาตทำงาน
Re-entry Permit ใช้ทำอะไร?
ใช้รักษาสิทธิพำนักเดิม ในกรณีที่ผู้ถือสถานะ ต้องเดินทางออกจากประเทศไทย และต้องการกลับเข้ามา ภายในช่วงสิทธิเดิม ตามเงื่อนไข
90-Day Report คือการต่อวีซ่าหรือไม่?
ไม่ใช่ เป็นการแจ้งที่พัก ของคนต่างด้าว เมื่ออยู่ในราชอาณาจักร ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้ขยาย Stay Permission
เปลี่ยนนายจ้างต้องทำอะไร?
ควรตรวจทั้ง Visa, Permission to Stay, Work Permit และขั้นตอนของนายจ้างเดิม/ใหม่ เพราะสิทธิเดิมอาจผูกกับ Employer และ Position
บริษัทส่งพนักงานหลายคนไป Conference ให้ดูแลพร้อมกันได้ไหม?
สามารถวาง Corporate Workflow และ Tracker กลางได้ แต่คำร้องของแต่ละคน ยังต้องใช้ข้อมูลจริง และเอกสารเฉพาะของบุคคลนั้น
ใช้บริการ Co Journey Visa แล้วการันตีวีซ่าหรือ Work Permit ไหม?
ไม่สามารถรับประกันผลอนุมัติได้ ทีมช่วยตรวจ Route, เอกสาร และความสอดคล้องของคำร้อง ส่วนการอนุมัติ เป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ก่อนส่งเคส Business Visa / Work Permit ให้ทีม แนะนำเตรียมข้อมูลเหล่านี้

  • สัญชาติของผู้เดินทางหรือพนักงานต่างชาติ
  • ประเทศปลายทาง หรือกรณีทำงานในไทย
  • กิจกรรมหรือ Job Scope ที่จะทำจริง
  • วันที่เดินทาง / วันที่เริ่มงาน
  • บริษัทต้นสังกัดหรือนายจ้าง
  • บริษัทหรือองค์กรผู้เชิญ
  • Visa Status ปัจจุบันของชาวต่างชาติ ถ้าอยู่ในไทยแล้ว
  • ตำแหน่งงาน และสถานที่ทำงาน หากเป็น Work Permit
  • จำนวนผู้เดินทาง หากเป็น Corporate Group
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ Co Journey Visa
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk) ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่า และการเตรียมเอกสาร ดูแลและตรวจทานเนื้อหา สำหรับ Co Journey Visa

มี Business Trip หรือกำลังเตรียม Non-B / Work Permit?

ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยเริ่มจากการแยก Route ให้ถูกก่อน แล้วค่อยจัด Checklist ผู้เดินทาง บริษัท ผู้เชิญ นายจ้าง และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้ไปในทิศทางเดียวกัน

ปรึกษาทาง LINE @cojourneyvisa

โทร 080-841-2543 / 061-031-2188   |   cojourneyvisa@gmail.com