รับแปลเอกสารบริษัทและธุรกิจ สำหรับติดต่อองค์กรต่างประเทศ

🏢 Business & Corporate Translation

รับแปลเอกสารบริษัทและธุรกิจ สำหรับติดต่อองค์กรต่างประเทศ

แปลเอกสารบริษัทสำหรับติดต่อคู่ค้า ลูกค้า นักลงทุน ธนาคาร หน่วยงาน และองค์กรต่างประเทศ พร้อมตรวจชื่อบริษัท ตัวเลข วันที่ คำศัพท์ธุรกิจ และความสอดคล้องของเอกสารก่อนส่งมอบ
📅 อัปเดตล่าสุด: 5 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ 🌏 สำหรับงานธุรกิจระหว่างประเทศ

เมื่อต้องส่งเอกสารบริษัทให้คู่ค้าหรือองค์กรในต่างประเทศ สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงการแปลภาษาให้เข้าใจ แต่ต้องทำให้ข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ ที่อยู่ วันที่ เลขทะเบียน จำนวนเงิน สกุลเงิน และคำศัพท์ที่ใช้ในธุรกิจ สอดคล้องกันทั้งชุด

Co Journey Visa ให้บริการ แปลเอกสาร สำหรับบริษัท เจ้าของกิจการ และผู้ที่ต้องใช้เอกสารติดต่อองค์กรต่างประเทศ โดยประเมินจากไฟล์จริง วัตถุประสงค์ คู่ภาษา และ Requirement ของผู้รับก่อนเริ่มงาน

คำตอบสั้น ๆ: ก่อนแปลเอกสารบริษัท ควรระบุว่า เอกสารจะส่งให้ใคร ใช้เพื่ออะไร และต้องการภาษาใด จากนั้นตรวจชื่อบริษัทตาม Reference ทางการ ตรวจตัวเลข วันที่ และคำศัพท์สำคัญให้สม่ำเสมอ รวมถึงตรวจก่อนว่าผู้รับต้องการ Translation Only, Certified Translation หรือการรับรองเพิ่มเติมหรือไม่

มีเอกสารหลายฉบับที่จะส่งให้บริษัทต่างประเทศ?
ส่งไฟล์ทั้งหมดพร้อมแจ้งประเทศ องค์กรผู้รับ วัตถุประสงค์ และวันที่ต้องใช้ เพื่อให้ทีมช่วยประเมินขอบเขต ราคา และระยะเวลาก่อนเริ่มงาน

📄 ส่งเอกสารเพื่อประเมิน
ทีมธุรกิจประชุมและเตรียมเอกสารสำหรับติดต่อบริษัทต่างประเทศ

1. รับแปลเอกสารบริษัทและธุรกิจประเภทใดบ้าง

เอกสารธุรกิจมีตั้งแต่เอกสารทะเบียนบริษัทไปจนถึงไฟล์ที่จัดทำขึ้นเพื่อการขาย การเจรจา หรือประสานงานระหว่างองค์กร ตัวอย่างที่สามารถส่งมาให้ประเมินได้ เช่น:

🏢 เอกสารทะเบียนและข้อมูลบริษัท หนังสือรับรองบริษัท เอกสารทะเบียนนิติบุคคล รายละเอียดกรรมการ หรือเอกสารบริษัทตามวัตถุประสงค์
📊 Company Profile ประวัติบริษัท บริการ ผลิตภัณฑ์ ความสามารถทางธุรกิจ และข้อมูลสำหรับแนะนำองค์กร
📝 หนังสือและจดหมายธุรกิจ Business Letter, Confirmation Letter, Notification, Request Letter และจดหมายติดต่อคู่ค้า
🤝 สัญญาและข้อตกลง Contract, Agreement, MOU, Addendum หรือเอกสารข้อตกลงตามไฟล์ที่ส่งประเมิน
💰 เอกสารการเงินและการค้า Quotation, Invoice, Purchase Order, รายงานหรือเอกสารตัวเลขที่ต้องส่งให้คู่ค้า
📋 รายงานการประชุม Meeting Minutes, Resolution หรือเอกสารสรุปการตัดสินใจของบริษัท
📦 เอกสารสินค้าและบริการ Product Information, Specification, Service Description หรือข้อมูลสำหรับ Supplier และ Buyer
✈️ เอกสารบริษัทสำหรับวีซ่า เอกสารของเจ้าของกิจการหรือบริษัทที่ Checklist ของคำร้องกำหนดให้แปล
ชื่อเอกสารไม่ตรงกับรายการก็สอบถามได้: ส่งไฟล์มาให้ทีมดูโครงสร้างและวัตถุประสงค์ก่อน เพราะเอกสารบริษัทแต่ละแห่งอาจใช้ชื่อหรือ Template ภายในต่างกัน

2. องค์กรต่างประเทศอาจขอเอกสารบริษัทไปใช้ในสถานการณ์ใด

ก่อนแปล ควรรู้ว่าผู้รับต้องการข้อมูลเพื่ออะไร เพราะวัตถุประสงค์มีผลต่อทั้งคำศัพท์และระดับรายละเอียดที่ต้องรักษาไว้

ติดต่อและเปิดความสัมพันธ์กับคู่ค้า
Supplier / Vendor Registration
ตรวจข้อมูลบริษัทก่อนทำธุรกิจ
เปิดบัญชีหรือประสานงานกับสถาบันการเงิน
เสนองานหรือเสนอราคา
เจรจาสัญญา
สมัครเข้าร่วมโครงการหรือ Tender
ส่งข้อมูลให้สำนักงานใหญ่ต่างประเทศ
ติดต่อหน่วยงานรัฐหรือองค์กรต่างประเทศ
ประกอบคำร้องวีซ่าหรือเดินทางธุรกิจ
แจ้งวัตถุประสงค์ตั้งแต่ต้น: เอกสารสำหรับ “แนะนำบริษัทให้คู่ค้า” กับเอกสารที่ “ยื่นให้หน่วยงานตรวจสอบ” อาจใช้ระดับความเป็นทางการและวิธีรักษารูปแบบต่างกัน

3. ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษต้องตรวจอย่างไร

ชื่อบริษัทเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ไม่ควรแปลหรือถอดเสียงใหม่ทุกครั้ง หากบริษัทมีชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้อย่างเป็นทางการอยู่แล้ว ควรใช้ Reference นั้นให้สม่ำเสมอทั้งชุด

ตัวอย่าง Reference ที่อาจใช้ประกอบ ได้แก่:

  • เอกสารจดทะเบียนหรือหนังสือรับรองที่มีชื่อภาษาอังกฤษ
  • เว็บไซต์ทางการของบริษัท
  • Company Profile ที่ใช้อยู่จริง
  • สัญญาฉบับเดิมที่คู่สัญญายอมรับแล้ว
  • เอกสารจากสำนักงานใหญ่
ตัวอย่าง: หากชื่อบริษัทถูกใช้อยู่แล้วว่า “ABC Trading Co., Ltd.” ควรตรวจไม่ให้เอกสารอีกฉบับกลายเป็น “ABC Trade Company Limited” โดยไม่มีเหตุผล เพราะผู้รับอาจสงสัยว่าเป็นนิติบุคคลเดียวกันหรือไม่
อย่าแต่งชื่อภาษาอังกฤษเองเพื่อให้ดูสวยขึ้น: หากเป็นชื่อทางการของนิติบุคคล ควรใช้ Reference ที่บริษัทมีจริง และหากเอกสารต้นฉบับมีข้อมูลผิดควรแก้ที่ต้นทางแทนการปรับคำแปล
เอกสารบริษัทที่กำลังตรวจชื่อและข้อมูลก่อนแปลเป็นภาษาต่างประเทศ

4. คำศัพท์ธุรกิจควรใช้ให้สม่ำเสมออย่างไร

บริษัทจำนวนมากมีคำศัพท์ของตนเอง เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อฝ่าย ชื่อ Project หรือตำแหน่งภายใน หากเอกสารหลายไฟล์ถูกแปลโดยไม่มี Reference อาจเกิดการใช้คำต่างกัน

ข้อมูล สิ่งที่ควรตรวจ ตัวอย่าง Reference
ชื่อบริษัท รูปแบบชื่อเต็มและคำย่อ เอกสารบริษัท
ชื่อตำแหน่ง ใช้ชื่อตามระบบองค์กร Organization Chart / HR Record
ชื่อผลิตภัณฑ์ ไม่แปล Brand Name โดยไม่จำเป็น Catalogue / Website
ชื่อฝ่าย เลือกคำอังกฤษให้เหมือนกันทุกเอกสาร Company Profile
ศัพท์เฉพาะ กำหนด Glossary ก่อนเริ่มชุดงานใหญ่ เอกสารเก่าที่อนุมัติแล้ว

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

มี Glossary อยู่แล้วควรส่งมาด้วย: หากบริษัทมีศัพท์ภาษาอังกฤษมาตรฐาน ชื่อสินค้า หรือตำแหน่งที่สำนักงานใหญ่กำหนด การใช้ Reference เดิมช่วยให้เอกสารชุดใหม่สอดคล้องกับระบบขององค์กร

5. ตัวเลข วันที่ และข้อมูลทางการเงิน ต้องตรวจแยกจากภาษา

เอกสารธุรกิจจำนวนมากมีข้อมูลที่ “ห้ามผิดแม้หนึ่งหลัก” เช่น จำนวนเงิน เลขใบเสนอราคา เลข Invoice เปอร์เซ็นต์ หรือวันที่มีผล

จำนวนเงิน
สกุลเงิน
ทศนิยม
เปอร์เซ็นต์
เลข Quotation / Invoice / PO
วันออกเอกสาร
กำหนดชำระเงิน
ระยะเวลาสัญญา
คำแปลไม่ควรใช้แก้ตัวเลข: หากต้นฉบับระบุยอดหรือวันที่ผิด ควรให้บริษัทผู้ออกเอกสารแก้ไขต้นฉบับ ไม่ควรเปลี่ยนตัวเลขในคำแปลเพื่อให้ตรงกับข้อมูลจากไฟล์อื่น

6. การจัดรูปแบบเอกสารบริษัทควรรักษาอะไรไว้

การจัดหน้าคำแปลควรช่วยให้คู่ค้าหรือเจ้าหน้าที่สามารถจับคู่ข้อมูลกับต้นฉบับได้สะดวก โดยเฉพาะเอกสารที่มีตารางหรือหลายหัวข้อ

ส่วนที่มักควรรักษาโครงสร้าง ได้แก่:

  • ชื่อและหัวข้อเอกสาร
  • เลขที่เอกสาร
  • วันที่
  • ตารางสินค้าและราคา
  • เลขข้อและ Bullet
  • หมายเหตุ
  • ชื่อและตำแหน่งผู้ลงนาม
  • ส่วนอ้างอิง Attachment หรือ Annex
Layout เหมือนต้นฉบับ 100% ไม่ใช่สิ่งเดียวกับคำแปลถูกต้อง: หากต้องการจัดหน้าให้ใกล้ Template เดิมมากเป็นพิเศษ ควรแจ้งตั้งแต่ขอราคา เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ Scope งาน

7. ก่อนแปลหนังสือรับรองบริษัท ลองตรวจว่ามีเอกสารภาษาอังกฤษทางการอยู่แล้วหรือไม่

สำหรับเอกสารทะเบียนธุรกิจบางประเภท ควรตรวจช่องทางของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ก่อนว่ามีเอกสารหรือบริการภาษาอังกฤษที่ตรงกับวัตถุประสงค์หรือไม่ หากมีเอกสารทางการที่ใช้งานได้โดยตรง อาจไม่จำเป็นต้องสร้างคำแปลซ้ำสำหรับเอกสารนั้น

แนวทางที่ควรทำก่อน: ถามองค์กรผู้รับก่อนว่าเขารับหนังสือรับรองภาษาอังกฤษที่ออกจากหน่วยงานต้นทางหรือไม่ หากรับได้ การใช้เอกสารทางการโดยตรงอาจลดขั้นตอนการแปลและการตรวจซ้ำ

8. เอกสารบริษัทต้องแปลอย่างเดียว หรือรับรองคำแปลเพิ่มเติม

อย่าใช้คำว่า “รับรอง” แบบรวมทุกขั้นตอน เพราะ Translation, Certified Translation และ Legalization มีวัตถุประสงค์ต่างกัน

รูปแบบ ใช้ทำอะไรโดยทั่วไป ควรตรวจอะไร
Translation Only ใช้สื่อสารหรือส่งข้อมูลในอีกภาษา ผู้รับต้องการเพียงคำแปลหรือไม่
Certified Translation คำแปลที่มีการรับรองตามรูปแบบที่เกี่ยวข้อง ผู้รับยอมรับผู้รับรองแบบใด
Legalization / Authentication กระบวนการรับรองเอกสารเพิ่มเติม ประเทศและหน่วยงานผู้รับกำหนดหรือไม่

แต่ละประเทศและองค์กรสามารถใช้คำศัพท์ด้านการรับรองต่างกัน ควรขอ Requirement ที่เป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อทำได้

หากผู้รับกำหนดขั้นตอนเพิ่มเติม สามารถสอบถามบริการ รับรองเอกสาร และส่ง Requirement มาให้ทีมช่วยแยก Scope ก่อนดำเนินการ

คู่ค้าส่ง Requirement ภาษาอังกฤษมา แต่ไม่แน่ใจว่าต้องแปลหรือรับรองระดับไหน?
ส่งข้อความ Requirement พร้อมเอกสารต้นฉบับให้ทีมช่วยแยก Translation, Certification และขั้นตอนอื่นก่อนประเมิน

🔎 ตรวจ Requirement เอกสาร

9. เอกสารบริษัทที่ใช้ประกอบวีซ่าธุรกิจหรือวีซ่าเจ้าของกิจการ

เอกสารบริษัทอาจถูกใช้ประกอบคำร้องเดินทางเพื่อธุรกิจ การประชุม การเจรจา หรือเพื่อแสดงอาชีพของเจ้าของกิจการ แต่เอกสารที่ต้องใช้และข้อกำหนดด้านภาษาแตกต่างตามประเทศและประเภทวีซ่า

หากนำคำแปลไปใช้กับคำร้องวีซ่า ควรตรวจ:

  • Checklist ของวีซ่าประเภทนั้น
  • ชื่อบริษัทตรงกับแบบฟอร์มและเอกสารอื่นหรือไม่
  • ชื่อกรรมการหรือเจ้าของกิจการสอดคล้องกับ Passport หรือไม่
  • ตำแหน่งหรือสถานะทางธุรกิจใช้ข้อมูลจริงหรือไม่
  • เอกสารใดจำเป็นต้องแปลจริง
  • ต้องมี Certified Translation หรือไม่

สามารถดูแนวทาง เอกสารแปลภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยตรวจชื่อ วันที่ และข้อมูลที่ต้องสอดคล้องกันก่อนนำไปใช้ประกอบวีซ่า

คำแปลไม่ใช่เครื่องมือเปลี่ยนภาพธุรกิจ: ไม่ควรสร้างรายได้ ตำแหน่ง ลูกค้า หรือข้อมูลบริษัทที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อให้เอกสารดูแข็งแรงขึ้น การแปลควรอยู่บนข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากต้นฉบับและเอกสารจริง
ผู้บริหารและทีมงานประชุมเอกสารเพื่อประสานธุรกิจกับองค์กรต่างประเทศ

10. Case Studies: งานแปลเอกสารบริษัทที่ต้องวางแผนก่อนเริ่ม

เคส 1: Supplier ต่างประเทศขอ Company Certificate และ Company Profile

ควรตรวจก่อนว่า Supplier รับเอกสารภาษาอังกฤษจากหน่วยงานต้นทางได้หรือไม่ ส่วน Company Profile สามารถแปลและปรับศัพท์ให้สอดคล้องกับ Brand Terminology ของบริษัท โดยยังต้องรักษาข้อเท็จจริงเดิม

เคส 2: ส่ง Quotation และ Product Specification ให้ลูกค้าต่างประเทศ

นอกจากภาษา ต้องตรวจเลข Quotation, SKU, จำนวนสินค้า, ราคา, Currency, Incoterm หรือศัพท์การค้าที่ปรากฏในต้นฉบับอย่างระมัดระวัง และไม่ควรเปลี่ยนเงื่อนไขทางการค้าเองผ่านคำแปล

เคส 3: เอกสารบริษัท 8 ฉบับใช้ชื่ออังกฤษไม่เหมือนกัน

ควรเลือก Reference ทางการก่อนเริ่ม แล้วจัด Name List ให้ผู้แปลใช้ร่วมกันทั้งชุด หากต้นฉบับแต่ละฉบับต่างกันจริงควรแจ้งจุดต่างแทนการแก้เงียบ ๆ

เคส 4: บริษัทต่างประเทศขอ Certified Translation

ควรขอข้อความ Requirement ของผู้รับก่อน เพื่อดูว่าเขาหมายถึงการรับรองแบบใด ใครสามารถลงนาม และต้องมี Legalization เพิ่มหรือไม่ ไม่ควรตีความจากคำว่า Certified เพียงคำเดียว

เคส 5: เจ้าของธุรกิจใช้เอกสารบริษัทประกอบวีซ่า

เริ่มจาก Checklist ของวีซ่าก่อนเพื่อแยกว่าเอกสารใดจำเป็นต้องแปล และตรวจชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ สถานะผู้สมัคร และข้อมูลที่ปรากฏในคำร้องให้สอดคล้องตามข้อเท็จจริง

11. ขั้นตอนใช้บริการแปลเอกสารบริษัทและธุรกิจ

ส่งไฟล์ครบทุกหน้า
PDF, Scan หรือไฟล์ต้นฉบับที่อ่านข้อความและตัวเลขได้ชัด
แจ้งคู่ภาษา
เช่น ไทย–อังกฤษ อังกฤษ–ไทย หรือภาษาอื่นตามงาน
แจ้งองค์กรปลายทาง
คู่ค้า ธนาคาร บริษัทแม่ นักลงทุน สถานทูต หรือหน่วยงานอื่น
แจ้งวัตถุประสงค์
Supplier Registration, Contract, Due Diligence, Visa หรือการติดต่อธุรกิจ
ส่ง Reference
ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษ Glossary ชื่อสินค้า และคำศัพท์ที่องค์กรใช้อยู่
ตรวจ Requirement การรับรอง
แยกว่าต้องแปลอย่างเดียวหรือมี Certification / Legalization
ประเมินราคาและระยะเวลา
จากจำนวนหน้า ปริมาณข้อความ ความซับซ้อน Layout และ Deadline

12. Checklist ก่อนส่งเอกสารบริษัทมาแปล

✅ ส่งข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดรอบถามกลับ
  • ไฟล์เอกสารครบทุกหน้า
  • คู่ภาษาที่ต้องการ
  • ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษที่ใช้อยู่จริง
  • ชื่อบุคคลหรือกรรมการภาษาอังกฤษเมื่อมี Reference
  • ประเทศและองค์กรปลายทาง
  • วัตถุประสงค์การใช้งาน
  • Glossary หรือคำศัพท์เฉพาะของบริษัทถ้ามี
  • เอกสารตัวอย่างเก่าที่ได้รับอนุมัติถ้ามี
  • Requirement ขององค์กรผู้รับ
  • ระบุว่าต้องรักษา Layout เดิมมากน้อยเพียงใด
  • Requirement เรื่อง Certified Translation ถ้ามี
  • วันที่ต้องใช้เอกสาร

13. 10 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการแปลเอกสารบริษัท

ถอดชื่อบริษัทใหม่ทั้งที่มีชื่ออังกฤษทางการอยู่แล้ว
ควรตรวจ Reference ก่อนเริ่มแปล
ใช้ชื่อเดียวกันหลายรูปในเอกสารชุดเดียว
ทำ Name List เพื่อควบคุมความสม่ำเสมอ
แปล Brand Name หรือ Product Name โดยไม่จำเป็น
ตรวจชื่อที่ธุรกิจใช้อยู่จริง
พิมพ์ราคาและจำนวนเงินผิด
ตรวจตัวเลขแยกจาก Language Proofread
มองข้ามสกุลเงิน
จำนวนเท่าเดิมแต่ Currency ผิดก็ทำให้ข้อมูลต่างจากต้นฉบับ
ใช้ศัพท์ภายในองค์กรไม่สม่ำเสมอ
ส่ง Glossary หรือเอกสาร Reference เมื่อมี
แก้เงื่อนไขทางธุรกิจผ่านคำแปล
หากต้องแก้ต้นฉบับควรให้เจ้าของเอกสารยืนยันก่อน
สั่งแปลทั้งหมดโดยยังไม่รู้ว่าผู้รับต้องการอะไร
อาจแปลเอกสารเกินความจำเป็น
คิดว่าแปลแล้วเท่ากับรับรองแล้ว
Translation และ Certification เป็นคนละ Scope
ไม่แจ้ง Deadline หรือการจัดหน้าเพิ่มเติม
ทั้งสองเรื่องมีผลต่อการประเมินงาน

14. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
สำหรับเอกสารนิติบุคคล ควรตรวจข้อมูลและช่องทางบริการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงตรวจว่ามีเอกสารภาษาอังกฤษจากหน่วยงานต้นทางที่เหมาะกับวัตถุประสงค์หรือไม่

DBD — บริการหนังสือรับรองภาษาอังกฤษ

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
หากเอกสารบริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการนิติกรณ์หรือรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ ควรตรวจ Requirement และขั้นตอนปัจจุบันจากกรมการกงสุลก่อน

กรมการกงสุล — รับรองนิติกรณ์เอกสาร

⚠️ Freshness Warning: Requirement ของคู่ค้า ธนาคาร สถานทูต บริษัทแม่ และหน่วยงานต่างประเทศสามารถเปลี่ยนได้ การแปลที่ถูกต้องทางภาษาไม่ได้ยืนยันโดยอัตโนมัติว่าผู้รับจะยอมรับรูปแบบเอกสารนั้น ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดขององค์กรปลายทางก่อนเริ่มงาน

Co Journey Visa ช่วยอะไรกับงานแปลเอกสารบริษัท

  • Scope Review: ตรวจเอกสารและวัตถุประสงค์ก่อนประเมิน
  • Business Translation: แปลข้อความตามต้นฉบับและบริบทธุรกิจ
  • Company Name Check: ตรวจชื่อบริษัทกับ Reference ที่ลูกค้าจัดให้
  • Terminology Check: ควบคุมชื่อสินค้า ฝ่าย ตำแหน่ง และศัพท์เฉพาะให้สม่ำเสมอ
  • Number Check: ตรวจจำนวนเงิน วันที่ เปอร์เซ็นต์ และเลขอ้างอิง
  • Format Review: รักษาหัวข้อ ตาราง และโครงสร้างสำคัญตาม Scope
  • Certification Planning: ช่วยแยกงานแปลออกจากขั้นตอนรับรอง
  • Deadline Review: ประเมินระยะเวลาจากปริมาณและความซับซ้อนจริง

หากเอกสารบริษัทใช้ร่วมกับคำร้องเดินทาง สามารถ ปรึกษาวีซ่า เพิ่มเติมเพื่อแยก Checklist ของคำร้องออกจาก Scope งานแปลได้

❓ คำถามที่ถามบ่อย

รับแปลเอกสารบริษัทประเภทใดบ้าง
สามารถสอบถามงานแปลหนังสือรับรองบริษัท เอกสารทะเบียนธุรกิจ รายงานการประชุม หนังสือบริษัท สัญญา ใบเสนอราคา Company Profile เอกสารการเงิน และเอกสารสำหรับติดต่อคู่ค้าหรือองค์กรต่างประเทศ โดยควรส่งไฟล์จริงเพื่อประเมินขอบเขตก่อน
ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษในคำแปลควรใช้แบบไหน
หากบริษัทมีชื่อภาษาอังกฤษที่จดทะเบียนหรือใช้อย่างเป็นทางการอยู่แล้ว ควรใช้ชื่อนั้นเป็น Reference และตรวจให้สม่ำเสมอทั้งชุดเอกสาร ไม่ควรถอดชื่อใหม่ต่างกันในแต่ละฉบับ
เอกสารบริษัทต้องแปลทุกหน้าไหม
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และ Requirement ขององค์กรผู้รับ ควรตรวจว่าผู้รับต้องการเอกสารฉบับใดและข้อมูลส่วนใดก่อนสั่งแปลทั้งชุด เพื่อลดงานที่ไม่จำเป็น
แปลเอกสารธุรกิจต้องรักษาตารางและรูปแบบเดิมหรือไม่
ควรรักษาโครงสร้างสำคัญให้ผู้อ่านสามารถเทียบกับต้นฉบับได้ง่าย เช่น หัวข้อ ตาราง เลขข้อ รายการสินค้า จำนวนเงิน และลายเซ็น แต่ระดับการจัดหน้าให้เหมือนต้นฉบับควรตกลงเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงาน
เอกสารบริษัทที่ใช้ต่างประเทศต้องรับรองคำแปลทุกฉบับไหม
ไม่จำเป็นทุกกรณี การรับรองคำแปลและการนิติกรณ์ขึ้นอยู่กับประเทศ องค์กรผู้รับ และวัตถุประสงค์ ควรตรวจ Requirement ของปลายทางก่อนดำเนินการ
ถ้าเอกสารมีตัวเลขทางการเงินต้องตรวจอย่างไร
ควรตรวจจำนวนเงิน สกุลเงิน ทศนิยม เปอร์เซ็นต์ วันที่ และเลขอ้างอิงแยกจากการ Proofread ภาษา เพราะตัวเลขผิดเพียงหลักเดียวสามารถทำให้ข้อมูลต่างจากต้นฉบับได้
สามารถแปลเอกสารบริษัทเพื่อใช้ประกอบวีซ่าธุรกิจได้หรือไม่
สามารถประเมินงานแปลเอกสารบริษัทที่ใช้ประกอบคำร้องวีซ่าได้ แต่ควรตรวจ Checklist ของประเทศและประเภทวีซ่าก่อนว่าเอกสารใดต้องแปลและต้องมีการรับรองรูปแบบใด
ก่อนขอราคาควรส่งข้อมูลอะไร
ควรส่งไฟล์เอกสารครบทุกหน้า คู่ภาษา วัตถุประสงค์ ประเทศหรือองค์กรปลายทาง วันที่ต้องใช้ และ Reference ของชื่อบริษัทหรือคำศัพท์เฉพาะที่ใช้อยู่ เพื่อให้ประเมินราคาและระยะเวลาได้ตรงขึ้น

📌 สรุปก่อนส่งเอกสารบริษัทมาแปล

  • ระบุให้ชัดว่าจะส่งเอกสารให้ใครและใช้เพื่ออะไร
  • ตรวจชื่อบริษัทภาษาอังกฤษจาก Reference ทางการก่อนเริ่ม
  • ควบคุมชื่อสินค้า ฝ่าย ตำแหน่ง และศัพท์ธุรกิจให้สม่ำเสมอ
  • ตรวจจำนวนเงิน สกุลเงิน เปอร์เซ็นต์ และวันที่แยกจากภาษา
  • ไม่ควรแก้เงื่อนไขทางธุรกิจผ่านคำแปล
  • ส่งเอกสารครบทุกหน้าที่เกี่ยวข้อง
  • หากมี Company Glossary ควรส่งให้ผู้แปลใช้เป็น Reference
  • ตรวจว่ามีเอกสารภาษาอังกฤษจากหน่วยงานต้นทางอยู่แล้วหรือไม่
  • Translation, Certified Translation และ Legalization เป็นคนละขั้นตอน
  • ไม่จำเป็นต้องรับรองเอกสารทุกฉบับโดยอัตโนมัติ
  • เอกสารวีซ่าควรตรวจ Checklist ก่อนสั่งแปล
  • Requirement ขององค์กรปลายทางควรตรวจล่าสุดก่อนใช้งาน
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

มีเอกสารบริษัทที่จะส่งต่างประเทศ? ส่งไฟล์ให้ทีมประเมินก่อน

แจ้งคู่ภาษา องค์กรหรือประเทศปลายทาง วัตถุประสงค์ และวันที่ต้องใช้ พร้อมส่งไฟล์ครบทุกหน้า ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Scope ชื่อบริษัท คำศัพท์สำคัญ รูปแบบ และ Requirement การรับรองก่อนประเมินราคาและระยะเวลา

📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com  |  www.cojourneyvisa.com