คู่มือวีซ่าไทยสำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์

คู่มือวีซ่าไทยสำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์

🇹🇭 Thailand DTV • Online Business Owner 2026
คู่มือวีซ่าไทยสำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์
มีบริษัทต่างประเทศ ร้านค้าออนไลน์ SaaS Agency หรือธุรกิจ Digital Product แล้วอยากบริหารงานจากไทย ต้องใช้ DTV ได้แค่ไหน เอกสารบริษัทควรมีอะไร และจุดไหนที่ธุรกิจเริ่มเข้าเขต Non-B หรือ Work Authorization
📅 อัปเดตล่าสุด: 2 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ ⏱ อ่านประมาณ 15 นาที

คำว่า “เจ้าของธุรกิจออนไลน์” ครอบคลุมตั้งแต่เจ้าของ E-commerce Store, SaaS, Digital Agency, Consulting Firm, Content Business, Online Course ไปจนถึงบริษัทที่มีทีมงานและลูกค้าอยู่หลายประเทศ ซึ่งแต่ละโครงสร้างอาจใช้ วีซ่าไทย ไม่เหมือนกัน

หากบริษัทและการดำเนินธุรกิจหลักอยู่นอกประเทศไทย และเจ้าของเพียงบริหารงานทางไกลจากไทย เส้นทางที่ควรตรวจคือ Destination Thailand Visa หรือ DTV หมวด Workcation เพราะกระทรวงการต่างประเทศระบุ Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent และ Freelancer ไว้ในกลุ่มนี้

แต่การ “เป็นเจ้าของบริษัทต่างประเทศ” ไม่ได้ทำให้ DTV ครอบคลุมทุกกิจกรรม หากมีบริษัทไทย พนักงานไทย คลังสินค้าในไทย การขายหรือให้บริการในตลาดไทย หรือ Applicant เข้าไปทำงานให้กิจการในประเทศไทย ต้องแยกเรื่อง Immigration, Business และ Work Authorization ออกจากการทำ Remote Work ทั่วไป

คำตอบสั้น ๆ: เจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่บริษัท ลูกค้า และการดำเนินงานหลักอยู่ต่างประเทศสามารถ ตรวจ DTV Workcation เป็นเส้นทางแรก ได้ แต่ต้องพิสูจน์มากกว่าการถือหุ้น เช่น Business Registration, บทบาทของ Applicant, Professional Portfolio, Client/Revenue Evidence และ Financial Evidence ตาม Checklist ของสถานทูต การมีบริษัทไทยหรือดำเนินกิจกรรมธุรกิจในประเทศไทยควรตรวจ Non-Immigrant B + Work Authorization แยกก่อนเริ่มกิจกรรม

💬 มีบริษัทต่างประเทศแต่ไม่แน่ใจว่าจัดตัวเองเป็น Business Owner, Remote Worker หรือ Freelancer?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจโครงสร้างบริษัท ประเทศของลูกค้า Business Registration รายได้ และ Mission ที่จะยื่นก่อนจัด DTV Document Set

📱 ตรวจเคสเจ้าของธุรกิจออนไลน์

📋 สารบัญ

  1. เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรเริ่มจาก DTV หรือ Non-B
  2. ธุรกิจแบบไหนสอดคล้องกับ DTV Workcation
  3. เป็นเจ้าของบริษัทอย่างเดียวเพียงพอไหม
  4. เจ้าของบริษัทควรใช้เอกสารอะไร
  5. เจ้าของร้าน E-commerce ควรพิสูจน์อะไร
  6. SaaS, Agency และ Consultant จัดเอกสารอย่างไร
  7. บัญชีบริษัทกับบัญชีส่วนตัวใช้ต่างกันอย่างไร
  8. เงิน 500,000 บาทต้องเตรียมแบบไหน
  9. ทำไมแต่ละสถานทูตขอเอกสารไม่เท่ากัน
  10. ยื่น DTV ขณะอยู่ในไทยได้ไหม
  11. เมื่อไร Online Business กลายเป็นการทำธุรกิจในไทย
  12. เจ้าของบริษัทใช้ LTR Work-from-Thailand ได้ไหม
  13. DTV 5 ปีและ 180 วันต่อ Entry ต่างกันอย่างไร
  14. หลังเข้าไทยต้องทำอะไร
  15. ภาษีเจ้าของธุรกิจออนไลน์ต้องคิดอะไรเพิ่ม
  16. ตัวอย่าง 8 โครงสร้างธุรกิจ
  17. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  18. แหล่งข้อมูลทางการ
  19. Checklist ก่อน Submit
  20. คำถามที่ถามบ่อย
เจ้าของธุรกิจออนไลน์ทำงานด้วยแล็ปท็อปและบริหารกิจการทางไกล

1. เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรใช้ DTV หรือ Non-Immigrant B

ให้เริ่มจากคำถามว่า ธุรกิจอยู่ที่ไหน และ Applicant กำลังทำงานให้กิจการใด ไม่ใช่ถามเพียงว่า “ธุรกิจทำออนไลน์หรือไม่”

โครงสร้าง เส้นทางที่ควรตรวจ จุดสำคัญ
บริษัทจดทะเบียนต่างประเทศ ลูกค้าต่างประเทศ เจ้าของบริหาร Remote DTV Workcation พิสูจน์ Foreign Business + Remote Professional Activity
ร้าน E-commerce ต่างประเทศ ใช้ Fulfilment ต่างประเทศ DTV Workcation แสดง Store, Business Registration, Sales/Payment และบทบาทเจ้าของ
SaaS / Digital Agency ต่างประเทศ DTV Workcation Client / Subscription / Company Evidence
บริษัทต่างประเทศ แต่เจ้าของไม่ได้ทำงานในบริษัทแล้ว ตรวจวัตถุประสงค์อื่นเพิ่ม Ownership อย่างเดียวอาจไม่อธิบาย Workcation Activity
ตั้งบริษัทไทยและทำงานเป็น Director/Employee ตรวจ Non-B + Work Authorization DTV ไม่ควรถูกใช้แทนโครงสร้างทำงานของ Thai Company
เข้ามาทำ Business Activity หรือสำรวจโอกาสธุรกิจในไทย ตรวจ Non-Immigrant B Royal Thai Embassy Seoul ระบุให้ใช้ Non-B สำหรับกิจกรรมลักษณะนี้

คำว่า “ควรตรวจ” ไม่ใช่ผลวินิจฉัยอัตโนมัติ ประเภทสุดท้ายต้องดูสัญชาติ สถานที่ยื่น โครงสร้างบริษัท และกิจกรรมจริง

แยกให้ง่าย:
บริหาร Foreign Online Business จากระยะไกล → DTV อาจสอดคล้อง
ทำงานหรือดำเนิน Business Operation ในประเทศไทย → ตรวจ Non-B / Work Authorization

2. เจ้าของธุรกิจออนไลน์แบบไหนสอดคล้องกับ DTV Workcation

DTV ไม่ได้ใช้คำว่า “Online Business Owner” เป็นหมวดแยก แต่ Purpose ทางการครอบคลุม Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent และ Freelancer

ดังนั้นเจ้าของกิจการควรทำให้แฟ้มเห็นว่า กิจกรรมของตนมีลักษณะ Remote Professional Activity จริง เช่น:

  • บริษัทจดทะเบียนนอกประเทศไทย
  • บริการหรือสินค้าถูกขายผ่านระบบออนไลน์
  • ลูกค้าอยู่ต่างประเทศเป็นหลักตามข้อเท็จจริง
  • Applicant สามารถบริหารงานผ่านระบบออนไลน์
  • มีรายได้หรือ Business Activity ที่ตรวจสอบได้
  • ไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งในบริษัทไทย

ภาพรวมเกณฑ์ของวีซ่าประเภทนี้อ่านเพิ่มเติมได้ที่ DTV คืออะไร

คำว่า “Online” ไม่ใช่เกณฑ์ทางกฎหมาย: ร้านค้าที่มี Website แต่มีคลังสินค้า ทีมงาน และการขายในประเทศไทย อาจมีข้อเท็จจริงต่างจาก E-commerce Company ที่ดำเนินงานทั้งหมดจากต่างประเทศ

3. มี Company Registration และเป็น Shareholder แล้วเพียงพอไหม

ยังไม่ควรถือว่าเพียงพอ เพราะ Company Registration ช่วยพิสูจน์ว่าบริษัทมีตัวตนหรือ Applicant มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท แต่ไม่ได้พิสูจน์ทั้งหมดว่า Applicant ทำงานอะไรจากประเทศไทย

ควรแยก 3 ชั้นของหลักฐาน:

1. Company Exists บริษัทหรือธุรกิจมีตัวตนจริง
2. Applicant Has a Role Applicant เป็น Owner, Director, Self-employed หรือผู้ดำเนินกิจการจริง
3. Business Is Active มีลูกค้า ยอดขาย Contract, Invoice, Subscription หรือธุรกรรมตามรูปแบบธุรกิจ
4. Work Can Be Remote หน้าที่สามารถบริหารหรือดำเนินจากระยะไกลตามข้อเท็จจริง
ตัวอย่างที่ต่างกันชัดเจน

Applicant A ถือหุ้น 100% ในบริษัท แต่ไม่ได้บริหารงานและรับเฉพาะ Dividend

Applicant B ถือหุ้น 100% และเป็น Managing Director ดูแล Client, Sales, Product และทีมต่างประเทศทุกวันผ่านระบบ Remote

ทั้งคู่เป็น “เจ้าของบริษัท” เหมือนกัน แต่หลักฐาน Workcation และกิจกรรม Professional ไม่เหมือนกัน

4. เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรเตรียมเอกสารอะไร

Checklist กลาง DTV ระบุ Passport, Photograph, Current Location, Financial Evidence และ Employment Contract/Certificate หรือ Professional Portfolio เป็นฐาน

สำหรับเจ้าของธุรกิจ เอกสารเสริมที่ อาจช่วยตามโครงสร้างจริง ได้แก่:

เอกสาร ช่วยพิสูจน์อะไร
Certificate of Incorporation / Business Registration ตัวตนของบริษัทและข้อมูลการจดทะเบียน
Company Registry / Director Record บทบาทของ Applicant เมื่อข้อมูลดังกล่าวปรากฏในทะเบียนจริง
Professional Portfolio / Resume ประสบการณ์และหน้าที่ทางวิชาชีพ
Website / Online Store รูปแบบธุรกิจและบริการหรือสินค้าที่ขาย
Client Contract / Service Agreement ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง
Invoice / Sales Record กิจกรรมสร้างรายได้
Payment Processor Report เส้นทางรายรับจากระบบที่ใช้จริง
Business Bank Statement การเคลื่อนไหวของกิจการ ไม่ใช่เงินส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ
Corporate Tax Record สถานะธุรกิจและรายได้ เมื่อมีและเกี่ยวข้อง

เอกสารในตารางเป็น Evidence Planning ไม่ใช่ Mandatory Checklist เดียวกันทุกประเทศ

หากต้องการดูมุมเอกสารสำหรับผู้ประกอบการโดยเฉพาะ สามารถใช้ Checklist เจ้าของธุรกิจ ฟรีแลนซ์ เป็นแนวทางจัดหลักฐานต้นทางเพิ่มเติมได้

เจ้าของกิจการตรวจเอกสารธุรกิจและรายได้ผ่านคอมพิวเตอร์

5. เจ้าของร้าน E-commerce ควรพิสูจน์อะไรเพิ่มเติม

ร้านค้าออนไลน์มักมีหลักฐานกระจัดกระจายมากกว่าธุรกิจบริการ เพราะมีทั้ง Store Platform, Payment Gateway, Supplier และ Fulfilment

ก่อนยื่นควรสร้าง Business Evidence Map แบบง่าย:

ร้านจดทะเบียนที่ไหน
บริษัทหรือ Sole Proprietorship อยู่ประเทศใด
ขายผ่านช่องทางไหน
Website, Shopify, Marketplace หรือ Platform ที่ใช้จริง
ลูกค้าอยู่ที่ไหน
ไม่ต้องสร้างสถิติใหม่ ให้ใช้ข้อมูล Sales ที่มีอยู่จริง
เงินเข้าทางไหน
Payment Gateway → Company Account หรือบัญชีตามระบบธุรกิจจริง
Applicant ทำหน้าที่อะไร
เช่น Strategy, Product, Marketing, Vendor Management หรือ Operations ตามจริง

สำหรับธุรกิจร้านค้าออนไลน์ สามารถอ่านแนวทางจัดเอกสารเพิ่มที่ เจ้าของแบรนด์ ค้าขายออนไลน์

อย่าใช้ Screenshot ยอดขายเพียงภาพเดียวเป็นหลักฐานทั้งธุรกิจ: Sales Dashboard สามารถเป็น Supporting Evidence แต่ควรเชื่อมกับ Registration, Payment และบทบาทของ Applicant เมื่อจำเป็น

6. SaaS, Digital Agency และ Consulting Business ควรจัดแฟ้มต่างกันอย่างไร

SaaS Owner

อาจใช้ Company Registration, Product Website, Subscription Revenue, Payment Processor, Corporate Account และ Professional Background เพื่อทำให้เห็นว่าบริษัทและ Software Product มีตัวตนจริง

Digital Agency Owner

ใช้ Company Registration, Client Service Agreements, Invoices, Project Records และ Business Payments ช่วยแสดงว่ามี Agency Activity จริง

Online Consultant

อาจมีโครงสร้างใกล้ Freelancer มากกว่า Company Owner หากรับงานในนามบุคคล จึงควรใช้ Contract, Invoice, Portfolio และ Payment ตามสถานะจริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Corporate Document ที่ไม่มี

Course / Membership / Creator Business

ใช้ Business Registration เมื่อมีจริง พร้อม Platform Revenue, Commercial Agreements, Website และ Payment Trail ตามรูปแบบรายได้

ไม่มีเอกสารชุดเดียวสำหรับ “Online Business”: หลักฐานที่ดีควรสะท้อน Business Model จริง ไม่ใช่พยายามทำให้ทุกธุรกิจหน้าตาเหมือนบริษัทพนักงานประจำ

7. บัญชีบริษัทกับบัญชีส่วนตัวต้องแยกกันอย่างไร

นี่เป็นจุดสำคัญมากสำหรับ Business Owner เพราะเงินบริษัทไม่ควรถูกนำเสนอเป็น Personal Savings โดยอัตโนมัติ

บัญชี หน้าที่ในแฟ้ม
Personal Bank Account ใช้แสดง Financial Position ของ Applicant ตาม Requirement ของ Mission
Company Bank Account ช่วยแสดง Business Revenue / Operations เมื่อเกี่ยวข้อง
Payment Processor ช่วยเชื่อม Sales / Client Payments กับกิจการ
Transfer Company → Personal ควรอธิบายตามสถานะจริง เช่น Salary, Director Remuneration, Dividend หรือ Owner Draw ตามระบบของประเทศนั้น

การตรวจ Statement คนทำธุรกิจ ควรดูทั้งเจ้าของบัญชี Source of Funds เงินก้อนใหญ่ และเส้นทางเงินระหว่างบริษัทกับเจ้าของ ไม่ควรนับเงินบริษัทกับเงินส่วนตัวซ้ำเป็นก้อนเดียว

Company Revenue ≠ Personal Savings: บริษัทมียอดขายสูงไม่ได้แปลว่า Applicant สามารถใช้เงินทั้งหมดเป็น Financial Evidence ส่วนตัวได้ ต้องดูสิทธิในเงินและ Requirement ของ Mission

8. DTV กำหนดเงิน 500,000 บาทอย่างไร

Checklist กลาง DTV ของกระทรวงการต่างประเทศระบุ Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และยก Bank Statements ช่วง 3 เดือนเป็นตัวอย่าง

อย่างไรก็ตาม Detail ของแต่ละ Mission ยังต่างกันได้ เช่น:

  • Royal Thai Consulate-General Los Angeles อัปเดต 1 กันยายน 2026 ใช้ Recent Saving หรือ Checking Statement ที่มียอดปลายงวดไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และในบางกรณี Family Statement ต้องมี Proof of Relationship
  • Royal Thai Embassy London อัปเดต 8 กันยายน 2026 ระบุ Financial Evidence เทียบเท่า 500,000 บาท พร้อม Proof of Permanent Residence และ Police Clearance สำหรับ DTV1
  • Royal Thai Embassy Seoul อัปเดต 14 กันยายน 2026 กำหนดสำหรับผู้ยื่นในเกาหลีให้ Statement แสดงยอดขั้นต่ำตามเกณฑ์ต่อเนื่อง 3 เดือน
สรุป: ตัวเลข 500,000 บาทเป็นแกนของ DTV แต่รูปแบบ Statement, ช่วงเวลา, Residence Evidence และเอกสารเพิ่มเติมต้องตรวจ Mission ในวันที่ยื่นจริง
อย่าทำ Financial Window Dressing: ไม่ควรยืมเงิน โอนเงินวน หรือดึงเงินบริษัทออกชั่วคราวเพียงเพื่อทำยอด หากมีเงินก้อนใหญ่ให้ใช้ Source ที่ตรวจสอบได้ตามข้อเท็จจริง

9. เจ้าของธุรกิจยิ่งต้องตรวจ Mission-specific Checklist

Business Owner มีโอกาสถูกขอเอกสารต่างจาก Remote Employee เพราะไม่มี Employment Letter จากนายจ้างภายนอกแบบทั่วไป

ตัวอย่างจากข้อมูลทางการปี 2026:

Los Angeles สำหรับ Self-employed บางกลุ่มผู้สมัครระบุให้ใช้ Business License หรือ Business Registration ที่มีชื่อ Applicant
Seoul ขอหลักฐาน Remote/Freelance Work พร้อม Company หรือ Individual Business Registration และ Portfolio/Resume
London ใช้ Core Workcation Evidence แต่เพิ่ม Permanent Residence และ Police Clearance ตาม Checklist ปัจจุบัน
Helsinki อัปเดตปี 2026 เพิ่ม Criminal Record Clearance และ Accommodation Evidence สำหรับผู้สมัครในเขตของตน
อย่าเอาเอกสารของประเทศหนึ่งไปสร้าง Universal Checklist: Business Registration ที่ Mission A ขอ ไม่ได้หมายความว่า Mission B ใช้รูปแบบเดียวกัน และเอกสารที่ Mission B เพิ่มก็ไม่ควรถูกตัดออกเพราะคนอื่นไม่เคยใช้

10. เจ้าของธุรกิจออนไลน์ยื่น DTV ขณะอยู่ประเทศไทยได้ไหม

เว็บไซต์ Thai e-Visa ของกระทรวงการต่างประเทศระบุชัดว่า Applicant สามารถยื่น e-Visa ได้เมื่อ currently not in Thailand

Thai e-Visa Official Website — Ministry of Foreign Affairs

ขั้นตอนก่อนสร้าง Application ควรเป็น:

ระบุประเทศที่พำนักจริง
ไม่เลือก Mission จากค่าธรรมเนียมหรือข่าวว่าอนุมัติเร็วกว่า
ตรวจ Jurisdiction
บาง Mission ต้องการ Permanent Residence หรือ Legal Residence ในเขตนั้น
เปิด DTV Workcation Checklist ล่าสุด
ตรวจ Business, Police Clearance และ Financial Documents
เตรียม Business Evidence ให้ตรงบทบาท
Owner, Director, Sole Proprietor หรือ Consultant ใช้หลักฐานไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
จึง Submit ผ่าน e-Visa
และเตรียมตอบ Additional Document Request หาก Mission ขอ
เจ้าของธุรกิจดิจิทัลบริหารบริษัทผ่านแล็ปท็อปและแท็บเล็ต

11. เมื่อไร Online Business เริ่มเข้าเขตการทำธุรกิจในประเทศไทย

จุดนี้สำคัญกว่าการตั้งชื่ออาชีพ เพราะสถานทูตไทย ณ กรุงโซลอัปเดตข้อมูลเดือนกันยายน 2026 ว่า ผู้ที่เดินทางเพื่อ Business Activities, Employment หรือ Exploratory Visits related to potential business opportunities in Thailand ควรยื่น Non-Immigrant B

Royal Thai Embassy Seoul — Visa Application Information

ควรหยุดตรวจ DTV แล้วขอคำแนะนำเรื่อง Non-B / Work Authorization หากเริ่มมีข้อเท็จจริง เช่น:

  • ตั้งบริษัทไทยและ Applicant เข้าไปทำหน้าที่บริหาร
  • รับตำแหน่ง Director หรือ Employee ที่มีการปฏิบัติงานในกิจการไทย
  • มีสำนักงานหรือ Operation ในประเทศไทยที่ Applicant เข้าไปทำงาน
  • มีพนักงานไทยและ Applicant ทำหน้าที่บริหารงานประจำในประเทศ
  • ทำ Business Activity ในประเทศไทย
  • รับงานหรือให้บริการแก่บริษัทไทยในรูปแบบที่อาจเข้าข่ายการทำงานภายใต้กฎหมายไทย

กรมการจัดหางานอธิบายเส้นทางของคนต่างด้าวระดับฝีมือหรือผู้บริหารที่เข้ามาทำงานกับสถานประกอบการในไทยว่าเกี่ยวข้องกับ Non-Immigrant B และขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงาน

Department of Employment — การขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว

สำคัญ: การรับเงินเข้า Bank Account ต่างประเทศ หรือการเปิด Laptop ทำงาน ไม่ได้ทำให้กิจกรรมเป็น Foreign Remote Business โดยอัตโนมัติ ต้องดูเนื้อหางานและโครงสร้างกิจการจริง

12. เจ้าของ Online Company ใช้ LTR Work-from-Thailand Professional ได้ไหม

LTR Work-from-Thailand Professional เป็นอีกเส้นทางหนึ่ง แต่ไม่ได้ออกแบบจากคำว่า “Business Owner” อย่างเดียว

ข้อมูล BOI ปี 2026 ระบุเกณฑ์หลักด้าน:

  • การทำงานกับ Overseas Company ที่เข้าเกณฑ์
  • บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่ดำเนินงานและมี Revenue ตามเกณฑ์ หรือบริษัทลูกที่เข้าเงื่อนไข
  • Personal Income ตามเกณฑ์ของ BOI
  • Employment Evidence
  • Health Insurance, Thai Social Security หรือ Deposit ตามทางเลือกที่กำหนด

ดังนั้น Founder หรือ Owner ที่เป็น Employee/Executive ของ Overseas Company ซึ่งเข้าเกณฑ์อาจตรวจ LTR เพิ่มได้ แต่ Ownership เพียงอย่างเดียวไม่ได้แทนเกณฑ์ Employment และ Corporate Qualification ของ BOI

BOI — Long-Term Resident Visa

13. DTV 5 ปี แต่เจ้าของธุรกิจอยู่ไทยได้ต่อเนื่องกี่วัน

Royal Thai Embassy London ซึ่งอัปเดตข้อมูล DTV เมื่อ 8 กันยายน 2026 ระบุโครงสร้างดังนี้:

หัวข้อ DTV
Visa Validity 5 ปี
Entry Multiple Entries
Period of Stay 180 วันต่อ Entry
Extension หนึ่งครั้งต่อ Entry ไม่เกินอีก 180 วัน ผ่าน Thai Immigration Bureau
หลังครบ 180 + 180 วัน ต้องออกจากประเทศไทย ก่อนใช้ DTV ที่ยังมีอายุเดินทางกลับเข้ามาใหม่

การอนุญาตเข้าและระยะพำนักจริงอยู่ภายใต้การตรวจของ Immigration ทุกครั้ง

อย่าวาง Business Calendar จากคำว่า “5 Years”: เจ้าของกิจการที่ต้องอยู่ไทยต่อเนื่องควรวาง Entry, Extension, Reporting และ Tax Calendar แยกกัน

14. หลังได้รับ DTV แล้วมีหน้าที่อะไรเมื่อเข้าไทย

TDAC

Thailand Digital Arrival Card เป็น Arrival Form ออนไลน์สำหรับผู้เดินทางต่างชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าต้องส่งภายใน 3 วันก่อนวันเดินทางมาถึง รวมวันเดินทาง และต้องทำใหม่ทุกครั้งที่เข้าไทย

Thailand Immigration Bureau — TDAC

TM30

เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่พัก และโรงแรมมีหน้าที่แจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวตามกฎหมาย ผู้ที่เช่าบ้านหรือคอนโดระยะยาวควรตรวจเรื่อง TM30 กับผู้ให้เช่า

Immigration Bureau — TM30

90-Day Notification

หากอยู่ในประเทศไทยต่อเนื่องเกิน 90 วัน ต้องตรวจหน้าที่แจ้งที่พักตามรอบ 90 วัน การรายงานดังกล่าวไม่ได้เป็นการเพิ่มระยะพำนัก

Immigration Bureau — 90-Day Notification

แยกให้ออก:
DTV = Visa
TDAC = Arrival Information
TM30 = Accommodation Notification
90-Day Report = Residence Notification
Extension = การขอเพิ่มระยะพำนัก

15. ภาษีของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ซับซ้อนกว่า Remote Employee อย่างไร

เจ้าของกิจการควรแยกอย่างน้อย ภาษีส่วนบุคคล ออกจาก ประเด็นระดับบริษัท

ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 ระบุว่าบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยรวม 180 วันหรือมากกว่าในปีภาษี ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี

Thailand Revenue Department — Revenue Code Section 41

สำหรับ Business Owner ต้องพิจารณาเพิ่ม เช่น:

  • Applicant รับ Salary, Dividend, Director Fee หรือ Owner Distribution แบบใด
  • งานหรือบริการถูกดำเนินจากที่ใด
  • บริษัทจดทะเบียนประเทศใด
  • มีลูกค้าและการดำเนินงานในประเทศไทยหรือไม่
  • เงินถูกนำเข้าไทยเมื่อใด
  • มี Double Tax Agreement ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  • โครงสร้างการบริหารจากประเทศไทยอาจมีประเด็นภาษีระดับบริษัทหรือไม่
อย่าใช้ Visa เป็นคำตอบเรื่อง Tax: การได้รับ DTV ไม่ได้ทำให้ Business Income ได้รับยกเว้นภาษีโดยอัตโนมัติ และการมีบริษัทต่างประเทศก็ไม่ได้ทำให้ทุกกิจกรรมในไทยอยู่นอกระบบภาษีไทยเสมอไป

ผู้ที่ตั้งใจบริหารบริษัทจากประเทศไทยระยะยาวควรให้ผู้เชี่ยวชาญภาษีตรวจทั้ง Personal Tax, Corporate Structure และ DTA ตามประเทศที่เกี่ยวข้อง

16. ตัวอย่าง 8 โครงสร้าง Online Business และจุดที่ควรตรวจ

เคส 1: Shopify Store จดบริษัทใน UK ลูกค้าหลักยุโรป

ใช้ Company Registration, Store Evidence, Payment Records, Business Revenue และ Professional Role ช่วยอธิบาย Foreign Online Business พร้อม Financial Evidence ของ Applicant ตาม Mission

เคส 2: เจ้าของ US LLC ทำ Digital Marketing Agency

ใช้ LLC Record, Client Agreements, Invoices, Website และ Business Payments ตามจริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Employment Letter หากเจ้าของไม่ได้เป็น Employee ตามโครงสร้างบริษัท

เคส 3: SaaS Founder มี Subscription Revenue

ใช้ Company Record, Product Website, Subscription/Payment Reports และหลักฐานบทบาท Founder หากข้อมูลตรวจสอบได้

เคส 4: เจ้าของบริษัทมีทีมต่างประเทศ แต่รับเฉพาะ Dividend

การเป็น Shareholder แสดง Ownership แต่หากไม่มี Professional Activity ควรตรวจว่า Workcation Purpose อธิบายจากข้อเท็จจริงได้หรือไม่ ไม่ควรสร้างหน้าที่งานขึ้นมาเพื่อให้ตรง DTV

เคส 5: ร้านออนไลน์ต่างประเทศเริ่มเช่า Warehouse ในไทย

เมื่อธุรกิจมี Operation ในประเทศไทย ควรตรวจ Business, Corporate, Customs, Tax และ Work Authorization เพิ่ม ไม่ควรถือว่าโครงสร้างยังเหมือน Foreign Remote Store เดิม

เคส 6: Agency ต่างประเทศเริ่มรับลูกค้า Thai Company

ควรตรวจลักษณะ Service และกิจกรรมในประเทศไทยก่อน ไม่ใช้เพียงประเทศที่ออก Invoice เป็นตัวตัดสินสิทธิทำงาน

เคส 7: Sole Proprietor ไม่มีบริษัท

สามารถใช้ Registration ของ Self-employed เมื่อมีจริง พร้อม Portfolio, Client Contract, Invoice และ Payment Evidence ตามข้อเท็จจริงและ Mission-specific Checklist

เคส 8: Founder ของบริษัทต่างประเทศรายได้สูง

หากทำงานเป็น Executive/Employee ของบริษัทที่มีขนาดและรายได้เข้าเกณฑ์ BOI สามารถตรวจ LTR Work-from-Thailand Professional เพิ่มได้ แต่ต้องผ่านเกณฑ์ LTR แยกจาก DTV

⚡ บริษัทมีหลายบัญชี หลาย Payment Gateway และ Applicant ถอนเงินหลายรูปแบบ?
ทีม Co Journey Visa ช่วยแยก Business Revenue, Personal Funds และ Source of Funds เพื่อไม่ให้ยอดบริษัทถูกนำไปอธิบายเป็นเงินส่วนตัวผิดประเภท

💬 ตรวจ Business + Financial Evidence

17. 12 ข้อผิดพลาดของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่ควรเลี่ยง

คิดว่ามี Company Registration ฉบับเดียวก็พอ
Registration พิสูจน์บริษัท แต่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ Active Remote Work ทั้งหมด
สร้าง Employment Letter ให้ตัวเอง
ทั้งที่โครงสร้างบริษัทไม่มีการจ้าง Applicant แบบ Employee
ใช้ยอดบัญชีบริษัทเป็น Personal Savings
ควรแยกสิทธิในเงินและหน้าที่ของแต่ละบัญชี
ส่ง Sales Screenshot โดยไม่มีบริบท
เชื่อม Store, Payment และ Business Entity ตามความจำเป็น
ใส่ Revenue เป็น Personal Income ทั้งหมด
Company Revenue ไม่เท่ากับรายได้ส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ
ยืมเงินเพื่อทำยอด DTV
ใช้ Financial Evidence ที่มี Source จริง
ใช้ Requirement ของ Mission คนละประเทศ
Permanent Residence, Police Clearance และ Statement Rules ต่างกันได้
สมัคร e-Visa ขณะอยู่ไทย
Thai e-Visa ระบุว่าต้องอยู่นอกประเทศไทยขณะสมัคร
ตั้ง Thai Company แล้วคิดว่า DTV ครอบคลุมการบริหารทั้งหมด
ต้องตรวจ Non-B และ Work Authorization แยก
ขายให้ลูกค้าไทยแล้วคิดว่ายังเป็น Foreign Remote Work เสมอ
ต้องดู Service, Contract และกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง
คิดว่า Visa 5 ปี = อยู่ต่อเนื่อง 5 ปี
ระยะพำนักคือ 180 วันต่อ Entry
ไม่ตรวจภาษีระดับบุคคลและบริษัท
Business Owner มีประเด็นมากกว่าแค่ Tax Residence ของตัวเอง

หาก Business Registration, Corporate Tax Return หรือเอกสารบริษัทออกเป็นภาษาอื่น ควรตรวจ Mission ก่อนจัด เอกสารแปลภาษาอังกฤษ เพราะ Translation และ Certification Requirement สามารถต่างกันได้

18. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจในปี 2026

⚠️ Freshness Warning: DTV มีการปรับ Supporting Documents ในหลาย Mission ช่วงปี 2026 ก่อนยื่นให้เปิดหน้า Embassy/Consulate ของคุณอีกครั้ง โดยเฉพาะ Permanent Residence, Criminal Record, Business Registration, Financial Statement, Translation และ Additional Documents

19. Checklist DTV สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์

✅ ตรวจทีละข้อ
  • บริษัทหรือธุรกิจมีตัวตนจริง
  • รู้ว่าจดทะเบียนประเทศใด
  • บทบาทของ Applicant ในบริษัทอธิบายได้
  • ไม่ได้ใช้คำว่า Employee หากโครงสร้างจริงไม่ใช่ Employment
  • ธุรกิจดำเนินงานออนไลน์จริง
  • ระบุประเทศของลูกค้าหลักตามข้อเท็จจริง
  • ทราบว่า Business Operation อยู่ประเทศใด
  • กิจกรรมในไทยสอดคล้องกับ Remote Work / Workcation
  • ไม่มี Thai Employment ที่ถูกละเลยในคำร้อง
  • หากมี Thai Business Activity ได้ตรวจ Non-B / Work Authorization แล้ว
  • เลือก Embassy/Consulate ที่มีอำนาจรับคำร้องแล้ว
  • ตรวจ Permanent / Legal Residence Requirement แล้ว
  • Applicant อยู่นอกประเทศไทยตอนยื่น Thai e-Visa
  • มี Passport และ Photograph ตาม Requirement
  • มี Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาทตามเกณฑ์ DTV
  • ตรวจ Statement Period ของ Mission แล้ว
  • ไม่ใช้ Company Money เป็น Personal Savings โดยไม่มีสิทธิหรือคำอธิบาย
  • ไม่มีเงินยืมชั่วคราวเพื่อสร้าง Balance
  • มี Business Registration เมื่อมีจริงหรือ Mission ขอ
  • มีหลักฐาน Applicant Role ตามโครงสร้างจริง
  • มี Portfolio / Resume เมื่อเกี่ยวข้อง
  • มี Website / Store Evidence ที่ตรวจสอบได้เมื่อช่วยอธิบายธุรกิจ
  • มี Client Contract หรือ Sales Evidence ตามความเหมาะสม
  • Invoice เชื่อมกับ Business Activity จริง
  • Payment Record เชื่อมกับ Revenue ได้
  • Company Revenue ไม่ถูกเขียนเป็น Personal Income ทั้งหมด
  • ตรวจ Corporate Tax / Business Records ที่ Mission อาจขอ
  • ตรวจ Police Clearance Requirement
  • ตรวจ Translation / Certification Requirement
  • เข้าใจว่า DTV 5 ปีแต่ Stay 180 วันต่อ Entry
  • วางแผน Extension หากจำเป็น
  • วางแผน TDAC ก่อนทุก Entry
  • ตรวจ TM30 กับที่พัก
  • วางแผน 90-Day Report เมื่ออยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน
  • ตรวจ Personal Tax และ Corporate Tax Structure หากอยู่ไทยระยะยาว

Decision Flow: Online Business ของคุณเข้าทาง DTV หรือ Non-B

บริษัทหลักอยู่ต่างประเทศหรือประเทศไทย?
ต่างประเทศ → ไปข้อถัดไป
ไทย → ตรวจ Non-B / Work Authorization
Applicant ทำงานให้ Foreign Business จริงหรือเป็นเพียงผู้ถือหุ้น?
ถ้าทำงานจริง เตรียม Professional / Business Evidence ให้เห็นบทบาท
การดำเนินงานหลักอยู่ที่ไหน?
Foreign Operation → DTV อาจสอดคล้อง
Thai Operation → ตรวจ Business / Work Structure เพิ่ม
Financial Evidence ส่วนตัวครบหรือไม่?
แยก Personal Funds ออกจาก Company Funds และตรวจ 500,000 บาทตาม Mission
Mission ขออะไรเพิ่มในปี 2026?
ตรวจ Residence, Criminal Record, Business Registration, Portfolio และ Explanation ก่อน Submit

⭐ Co Journey Visa ช่วยจัด DTV สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์อย่างไร

เคส Business Owner มักซับซ้อนกว่า Remote Employee เพราะเอกสารบริษัท รายได้ส่วนตัว และเงินของกิจการเป็นคนละชั้นกัน หากจัดรวมกันหมด เจ้าหน้าที่อาจอ่านไม่ออกว่า Applicant ทำงานอะไรและเงินใดเป็นของใคร

  • ตรวจ Visa Route: DTV, LTR หรือ Non-B ตามกิจกรรมจริง
  • ตรวจ Business Structure: Company, Sole Proprietor, Agency, SaaS หรือ E-commerce
  • ตรวจ Applicant Role: Owner, Director, Shareholder หรือ Self-employed
  • จัด Business Evidence: Registration, Client, Sales, Invoice และ Payment Trail
  • ตรวจ Financial Evidence: แยก Company Funds กับ Personal Funds
  • ตรวจ Mission-specific Rules: Residence, Police Clearance และ Additional Documents
  • ตรวจ Translation: Corporate Documents ตาม Requirement
  • วาง After-entry Plan: Stay, Reporting, Extension และประเด็น Tax ที่ควรนำไปตรวจต่อ

การจัดเอกสารให้สอดคล้องช่วยให้คำร้องอ่านได้ชัดขึ้น แต่ไม่รับประกันการอนุมัติวีซ่า การพิจารณาเป็นอำนาจของสถานทูต สถานกงสุล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

❓ คำถามที่ถามบ่อย

เจ้าของธุรกิจออนไลน์ต่างประเทศสามารถยื่น DTV ได้ไหม
สามารถตรวจเส้นทาง DTV Workcation ได้หากกิจกรรมจริงสอดคล้องกับ Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent หรือ Freelancer และสามารถพิสูจน์บทบาทการทำงานทางไกลได้ การเป็นเจ้าของบริษัทเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้แทนหลักฐาน Professional Activity และสถานทูตหรือสถานกงสุลสามารถขอ Business Registration หรือเอกสารเพิ่มเติมได้
เจ้าของบริษัทต้องใช้ Employment Letter ของตัวเองไหม
ไม่ควรสร้าง Employment Letter ให้ตัวเองโดยไม่มีโครงสร้างทางบริษัทที่รองรับ เจ้าของกิจการสามารถใช้ Business Registration, Company Registry, Professional Portfolio, Client Contract, Invoice, Tax Record หรือหลักฐานการดำเนินธุรกิจตามข้อเท็จจริง และต้องตรวจ Checklist ของ Mission ที่ยื่นจริง
บัญชีบริษัทใช้แทนเงิน 500,000 บาทของ DTV ได้ไหม
ไม่ควรถือว่าบัญชีบริษัทเป็นเงินส่วนตัวของผู้สมัครโดยอัตโนมัติ DTV กำหนด Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท แต่รูปแบบบัญชีที่ยอมรับและเงื่อนไขของ Statement ขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือสถานกงสุล บัญชีบริษัทอาจช่วยพิสูจน์การดำเนินธุรกิจ แต่ควรแยกจากหลักฐานการเงินของผู้สมัครเว้นแต่ Mission ระบุว่ายอมรับ
ร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าให้ลูกค้าต่างประเทศใช้ DTV ได้ไหม
ควรพิจารณาจากโครงสร้างจริง หากบริษัท ร้านค้า ลูกค้า ระบบชำระเงิน และการดำเนินงานหลักอยู่นอกประเทศไทย และเจ้าของทำงานทางไกลจากไทย รูปแบบอาจสอดคล้องกับ DTV Workcation มากกว่ากรณีที่มีบริษัทไทย คลังสินค้า พนักงาน หรือการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งควรตรวจ Non-Immigrant B และสิทธิทำงานเพิ่มเติม
DTV สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์ต้องมีเงิน 500,000 บาทกี่เดือน
Checklist กลางของ DTV ระบุ Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาทและยกตัวอย่าง Bank Statements ช่วง 3 เดือน แต่ Mission แต่ละแห่งสามารถมีรายละเอียดต่างกัน เช่น บางแห่งพิจารณา Ending Balance หรือกำหนดการรักษายอดต่อเนื่อง จึงต้องใช้ Checklist ของสถานที่ยื่นจริงเป็นหลัก
ถือ DTV แล้วตั้งบริษัทไทยหรือบริหารบริษัทไทยได้เลยไหม
ไม่ควรตีความ DTV ว่าเป็นใบอนุญาตทำงานทั่วไปสำหรับการบริหารหรือทำงานในบริษัทไทย หากกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ การจ้างงาน หรือการปฏิบัติงานให้กิจการในประเทศไทย ควรตรวจ Non-Immigrant B และข้อกำหนด Work Authorization กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินกิจกรรม
เจ้าของธุรกิจออนไลน์ยื่น Thai e-Visa DTV ขณะอยู่ในประเทศไทยได้ไหม
เว็บไซต์ Thai e-Visa ทางการระบุว่าผู้สมัครสามารถยื่น e-Visa ได้เมื่อไม่ได้อยู่ในประเทศไทย และยังต้องตรวจ Residence หรือ Jurisdiction Requirement ของสถานทูตหรือสถานกงสุลที่เลือกยื่นด้วย
DTV อายุ 5 ปีหมายถึงเจ้าของธุรกิจอยู่ไทยต่อเนื่อง 5 ปีได้ไหม
ไม่ใช่ DTV เป็น Multiple Entry Visa อายุ 5 ปี แต่ระยะพำนักคือไม่เกิน 180 วันต่อการเข้าแต่ละครั้ง ข้อมูลของสถานทูตไทยระบุว่าสามารถขอต่อระยะพำนักได้หนึ่งครั้งต่อการเข้าไม่เกินอีก 180 วัน และหลังถึงระยะสูงสุดต้องออกจากประเทศไทยก่อนใช้วีซ่าที่ยังมีอายุเดินทางกลับเข้าใหม่
เจ้าของธุรกิจออนไลน์อยู่ไทย 180 วันขึ้นไปต้องเสียภาษีไทยหรือไม่
ประมวลรัษฎากรมาตรา 41 ระบุว่าผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวม 180 วันหรือมากกว่าในปีภาษีถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี แต่เจ้าของธุรกิจยังต้องวิเคราะห์รายได้ส่วนบุคคล แหล่งเงินได้ สถานที่ดำเนินกิจกรรม การนำเงินเข้าไทย และอาจต้องพิจารณาภาษีระดับบริษัทหรืออนุสัญญาภาษีซ้อนตามโครงสร้างจริง

📌 สรุป: เจ้าของธุรกิจออนไลน์ต้องพิสูจน์ทั้ง “บริษัท” และ “งานที่ทำจากไทย”

  • DTV Workcation เป็นเส้นทางที่ควรตรวจสำหรับเจ้าของ Foreign Online Business ที่ทำงานทางไกล
  • การเป็น Shareholder อย่างเดียวไม่ใช่หลักฐาน Professional Activity ทั้งหมด
  • Business Registration ช่วยพิสูจน์ตัวตนของกิจการ
  • Portfolio, Contract, Invoice และ Payment Evidence ช่วยพิสูจน์ Business Activity ตามเคส
  • E-commerce, SaaS, Agency และ Consulting ใช้เอกสารไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
  • Company Revenue ไม่ควรถูกนับเป็น Personal Income ทั้งหมด
  • Company Bank Account ไม่ควรถูกใช้เป็น Personal Savings โดยอัตโนมัติ
  • DTV กำหนด Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
  • Checklist กลางยก Bank Statement ช่วง 3 เดือนเป็นตัวอย่าง แต่ Mission สามารถกำหนดรายละเอียดเพิ่ม
  • หลายสถานทูตปรับ DTV Requirements ในปี 2026
  • Thai e-Visa ต้องสมัครขณะอยู่นอกประเทศไทย
  • DTV เป็น Multiple Entry อายุ 5 ปี
  • ระยะพำนักคือ 180 วันต่อ Entry ไม่ใช่ 5 ปีต่อเนื่อง
  • หากเริ่มทำ Business Activity หรือ Employment ในประเทศไทย ต้องตรวจ Non-B
  • เจ้าของบริษัทที่เข้าเกณฑ์ BOI อาจตรวจ LTR Work-from-Thailand เพิ่มได้
  • TDAC, TM30, 90-Day Report และ Extension เป็นคนละกระบวนการ
  • อยู่ไทยรวม 180 วันหรือมากกว่าในปีภาษีเข้าเกณฑ์ Tax Resident ตาม Section 41
  • Business Owner ควรตรวจทั้ง Personal Tax และ Corporate Tax Structure
  • ห้ามสร้างธุรกิจ รายได้ หรือธุรกรรมเทียมเพื่อใช้ประกอบคำร้อง
  • ก่อน Submit ต้องใช้ Checklist ล่าสุดของ Mission ที่รับคำร้องจริง
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

มีบริษัทออนไลน์ ไม่ได้แปลว่าใช้เอกสารบริษัททั้งหมดแทนเอกสารส่วนตัวได้

ส่งสัญชาติ ประเทศที่พำนัก ประเทศที่จดบริษัท รูปแบบธุรกิจ ประเทศของลูกค้า บทบาทของ Applicant และ Financial Evidence ที่มีจริง ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยแยกว่าเอกสารใดพิสูจน์ Business Activity เอกสารใดพิสูจน์ Personal Funds และควรเริ่มจาก DTV, LTR หรือ Non-B

📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com  |  ปรึกษาวีซ่า

ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa

เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น