คู่มือวีซ่าไทยสำหรับ freelancer

คู่มือวีซ่าไทยสำหรับ freelancer

🇹🇭 Thailand DTV • Freelancer Guide 2026
คู่มือวีซ่าไทยสำหรับ freelancer
ไม่มีนายจ้างประจำ ไม่มีสลิปเงินเดือน และมีลูกค้าหลายรายก็ไม่ได้แปลว่ายื่น DTV ไม่ได้ จุดสำคัญคือทำให้ Portfolio, Contract, รายได้ และเงิน 500,000 บาทเชื่อมกันเป็นสถานะ Freelancer ที่ตรวจสอบได้
📅 อัปเดตล่าสุด: 2 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ ⏱ อ่านประมาณ 14 นาที

ชาวต่างชาติที่รับงานอิสระจากหลายประเทศ เช่น Graphic Designer, Developer, Consultant, Content Creator, Marketing Specialist, Photographer, Coach หรือผู้ให้บริการออนไลน์ มักมีปัญหาเวลาเลือก วีซ่าไทย เพราะไม่มี Employment Letter แบบพนักงานประจำ และรายได้อาจไม่เข้าเท่ากันทุกเดือน

สำหรับผู้ที่ตั้งใจใช้ประเทศไทยเป็นฐานทำงานทางไกล Destination Thailand Visa หรือ DTV เป็นเส้นทางที่ควรตรวจเป็นอันดับแรก เพราะกระทรวงการต่างประเทศไทยระบุ Workcation สำหรับ Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent และ Freelancer โดยตรง

อย่างไรก็ตาม การเป็น Freelancer ไม่ได้แปลว่าใช้ DTV ได้กับงานทุกชนิด หากข้อเท็จจริงคือรับตำแหน่งกับบริษัทไทย ทำงานให้กิจการไทย หรือดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ต้องแยกไปตรวจ Non-Immigrant B และข้อกำหนดด้านการทำงาน ไม่ควรเลือกวีซ่าจากคำว่า “Freelance” อย่างเดียว

คำตอบสั้น ๆ: Freelancer ที่รับงานทางไกลและต้องการพำนักในไทยควรตรวจ DTV Workcation ซึ่งเป็น Multiple Entry Visa อายุ 5 ปี พำนักได้ไม่เกิน 180 วันต่อการเข้า มีเกณฑ์ Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และ Checklist กลางอนุญาตให้ใช้ Professional Portfolio เพื่อพิสูจน์สถานะ Freelancer ได้ แต่สถานทูตแต่ละแห่งสามารถขอ Freelance Contract, Business Registration, Resume, Statement หรือเอกสารเพิ่มต่างกัน จึงต้องเริ่มจากประเทศและสถานทูตที่จะยื่นจริง

💬 เป็น Freelancer แต่ไม่มีบริษัท ไม่มี Payslip และรับเงินจากลูกค้าหลายประเทศ?
ทีม Co Journey Visa ช่วยจัด Document Map ว่า Portfolio, Contract, Invoice, Payment Evidence และ Statement แต่ละชุดควรทำหน้าที่อะไรในคำร้อง DTV

📱 ตรวจโปรไฟล์ Freelancer
Freelancer ทำงานออนไลน์ด้วยแล็ปท็อปในคาเฟ่ที่กรุงเทพฯ

1. Freelancer ที่อยากอยู่ไทยควรใช้ DTV หรือวีซ่าประเภทอื่น

ก่อนดูเอกสาร ต้องแยกก่อนว่า “Freelance” ของคุณหมายถึงกิจกรรมแบบไหน

สถานการณ์ เส้นทางที่ควรตรวจ เหตุผล
รับ Project จากลูกค้าต่างประเทศและทำออนไลน์ DTV Workcation Freelancer อยู่ในกลุ่มที่ DTV ระบุโดยตรง
เป็น Self-employed และมีธุรกิจจดทะเบียนต่างประเทศ DTV Workcation ใช้ Business + Professional Evidence ช่วยพิสูจน์สถานะได้ตาม Checklist ของ Mission
มี Client หลายประเทศ ไม่มี Employer หลัก DTV Workcation Portfolio และหลักฐานงานจริงมีความสำคัญกว่าการสร้าง Employment Letter
รับเข้าทำงานประจำกับบริษัทไทย ตรวจ Non-Immigrant B + Work Authorization โครงสร้างเปลี่ยนเป็น Thai Employment
เข้ามาทำธุรกิจหรือสำรวจการทำธุรกิจในไทย ตรวจ Non-Immigrant B สถานทูตไทยบางแห่งระบุให้ใช้ Non-B สำหรับ Business Activity ในประเทศไทย
มาเที่ยวและไม่ได้ทำงาน Tourist / Visa Exemption ตามสัญชาติ ไม่จำเป็นต้องใช้ DTV หากไม่มี Workcation Purpose

การเลือกเส้นทางต้องดูสัญชาติ สถานที่ยื่น และกิจกรรมจริง ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งใน LinkedIn เพียงอย่างเดียว

ถามตัวเองก่อน: ลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างของคุณอยู่ที่ไหน ใครเป็นผู้รับผลงาน และคุณจะทำอะไรขณะพำนักในประเทศไทย คำตอบสามข้อนี้สำคัญกว่าคำว่า Freelancer บนนามบัตร

2. DTV สำหรับ Freelancer มีอายุและระยะพำนักอย่างไร

ข้อมูล DTV ของกระทรวงการต่างประเทศระบุ:

  • Purpose: Workcation สำหรับ Digital Nomad / Remote Worker / Foreign Talent / Freelancer
  • Visa Validity: 5 ปี
  • Number of Entries: Multiple Entries
  • Period of Stay: ไม่เกิน 180 วันต่อการเข้า
  • สามารถยื่น Extension ผ่าน Immigration ได้หนึ่งครั้งต่อการเข้า ไม่เกินอีก 180 วัน

หลังครบระยะสูงสุด 180 + 180 วัน ต้องออกจากประเทศไทยก่อน และหาก DTV ยังไม่หมดอายุจึงสามารถใช้วีซ่าเดิมเดินทางกลับเข้ามาใหม่ภายในอายุวีซ่าได้

หากต้องการทำความเข้าใจโครงสร้างวีซ่าประเภทนี้โดยเฉพาะ สามารถอ่าน DTV คืออะไร เพิ่มเติมได้

5 ปีคือ Visa Validity ไม่ใช่สิทธิอยู่ต่อเนื่อง 5 ปี: ทุกครั้งที่เข้าประเทศต้องดู Permitted Stay ที่ได้รับจริงจาก Immigration

3. Checklist กลางของ DTV Freelancer ขอเอกสารอะไร

Checklist DTV ของกระทรวงการต่างประเทศระบุ Core Documents สำหรับ Workcation ได้แก่:

Passport / Travel Document หน้าข้อมูลหนังสือเดินทางตามข้อกำหนด
Recent Photograph รูปถ่ายภายในช่วงเวลาที่กำหนด
Location / Residence Evidence เอกสารตามเงื่อนไขของ Mission ที่รับคำร้อง
Financial Evidence จำนวนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
Professional Portfolio ใช้แสดงสถานะ Freelancer, Digital Nomad หรือ Remote Worker
Employment Evidence เมื่อเกี่ยวข้อง Checklist กลางระบุ Employment Contract/Certificate หรือ Professional Portfolio ตามสถานะผู้สมัคร
จุดสำคัญสำหรับ Freelancer: คำว่า “or professional portfolio” ทำให้ผู้สมัครที่ไม่มี Employer สามารถพิสูจน์สถานะด้วย Professional Evidence ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า Portfolio ไฟล์เดียวจะเพียงพอกับทุกสถานทูต

Ministry of Foreign Affairs — DTV Core Required Documents

4. Professional Portfolio สำหรับ DTV Freelancer ควรมีอะไร

กระทรวงการต่างประเทศระบุ Professional Portfolio เป็นหลักฐานที่ใช้แสดง Freelancer Status แต่ไม่ได้กำหนด Template ตายตัวใน Checklist กลาง

ในทางจัดแฟ้ม Portfolio ควรช่วยตอบ 5 เรื่องนี้:

คุณทำอาชีพอะไร
ระบุ Services หรือ Professional Field ให้ชัด เช่น UX Designer, Developer, Consultant หรือ Copywriter
ทำมานานเท่าไร
ใช้ Timeline หรือประสบการณ์จริง ไม่สร้างประวัติย้อนหลัง
มีผลงานอะไร
แสดง Selected Projects ที่มีตัวตนและตรวจสอบได้
ลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างอยู่ที่ไหน
ช่วยให้เห็นลักษณะ Remote / Overseas Work ตามข้อเท็จจริง
งานสร้างรายได้อย่างไร
เชื่อม Portfolio กับ Contract, Invoice และ Payment Records เมื่อเกี่ยวข้อง

โครงสร้าง Portfolio แบบอ่านง่าย

Professional Summary: Freelance UX/UI Designer since 2021

Services: Product design, UX research, design systems

Selected Clients: Client A – Germany / Client B – Singapore / Client C – USA

Selected Projects: ชื่อ Project + Scope + ช่วงเวลา

Working Model: Remote project-based services

Supporting Evidence: Contracts / Invoices / Payment Records

Portfolio สวยไม่ได้แปลว่า Portfolio พิสูจน์อาชีพได้: ถ้ามีเพียงภาพผลงานแต่ไม่เห็นว่าผู้สมัครเป็นผู้ทำงานจริง ไม่เห็น Client Relationship หรือไม่มีร่องรอยรายได้เลย อาจต้องใช้หลักฐานอื่นประกอบ
พื้นที่ทำงาน Freelancer พร้อมแล็ปท็อปและแท็บเล็ตสำหรับจัด Portfolio และเอกสาร DTV

5. Client Contract, Invoice และ Payment Record ช่วย DTV อย่างไร

เอกสารเหล่านี้ไม่ได้ถูกระบุเป็น Core Requirement เหมือนกันทุก Mission แต่มีประโยชน์มากสำหรับ Freelancer เพราะช่วยเปลี่ยนคำว่า “รับงานอิสระ” ให้เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้

เอกสาร ช่วยพิสูจน์อะไร ควรเช็กอะไร
Client Contract ความสัมพันธ์ทางงาน Scope และระยะเวลา ชื่อ Applicant, Client, Service และ Dates
Statement of Work รายละเอียด Project ตรงกับ Portfolio และ Invoice หรือไม่
Invoice จำนวนเงินและบริการที่เรียกเก็บ เชื่อมกับ Client และ Payment ได้หรือไม่
Bank / Payment Record มีรายได้จากงานเกิดขึ้นจริง ชื่อผู้จ่ายหรือ Reference สัมพันธ์กับ Invoice หรือไม่
Tax / Business Record สถานะ Self-employed ตามประเทศที่พำนัก ใช้เมื่อมีจริงและเกี่ยวข้อง

ตารางนี้เป็นแนวทางจัดเอกสารเสริม ไม่ใช่รายการ Mandatory ของทุก Royal Thai Embassy/Consulate-General

ไม่จำเป็นต้องส่งทุก Invoice ที่เคยออก: เลือกชุดที่ทำให้เห็น Pattern งานปัจจุบันและเชื่อมกับรายได้ได้ชัดกว่าเอกสารจำนวนมากที่ซ้ำกัน

6. Freelancer รายได้ไม่เท่ากันทุกเดือน ต้องทำให้แฟ้มอ่านอย่างไร

รายได้ของ Freelancer อาจขึ้นลงตาม Project ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ สิ่งสำคัญคืออย่าแปลงรายได้ Project-based ให้กลายเป็น “Fixed Salary” หากไม่ได้รับเงินแบบนั้นจริง

วิธีจัดข้อมูลที่อ่านง่ายคือ:

  • แยก Client รายสำคัญ
  • ระบุ Project Period
  • เชื่อม Invoice กับ Payment
  • แยก Revenue ออกจากการโอนเงินระหว่างบัญชีตัวเอง
  • หากมี Platform เช่น Upwork หรือระบบรับเงินออนไลน์ ใช้รายงานที่ตรวจสอบได้เมื่อมีสาระ
  • อธิบาย Seasonal หรือ Variable Income เฉพาะเมื่อจำเป็น
ตัวอย่าง

Freelance Developer มีรายได้เดือนมกราคม 4,000 USD, กุมภาพันธ์ 1,500 USD และมีนาคม 6,000 USD เพราะ Project จ่ายตาม Milestone

ไม่ควรเขียนว่ามี “Monthly Salary 4,000 USD” หากไม่มีเงินเดือนประจำ แต่สามารถแสดง Contract, Milestone Invoice และ Bank Credits เพื่ออธิบายรูปแบบรายได้ Project-based ได้ตรงกว่า

ผู้สมัครในกลุ่ม เจ้าของธุรกิจ ฟรีแลนซ์ ควรให้เอกสารสะท้อนสถานะจริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Payslip หรือ Employment Letter ให้เหมือนพนักงานประจำหากไม่ได้มีโครงสร้างแบบนั้น

7. เงิน 500,000 บาทสำหรับ DTV Freelancer ต้องเตรียมอย่างไร

เกณฑ์กลางของ DTV ระบุ Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และยกตัวอย่าง Bank Statement หรือ Sponsorship Letter

แต่คำถามว่า “ต้องค้างกี่เดือน” ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุก Mission

ตัวอย่างความต่างที่เห็นชัดในปี 2026: สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซลอัปเดต DTV เมื่อ 14 กันยายน 2026 โดยกำหนดสำหรับผู้สมัครในเขตของตนว่า Bank Transaction Statement ต้องแสดงยอดอย่างน้อย 500,000 บาทต่อเนื่อง 3 เดือน และยังขอเอกสารเพิ่มเติมเฉพาะ Mission อีกหลายรายการ เงื่อนไขนี้ไม่ควรถูกนำไปสรุปว่าใช้เหมือนกันทั่วโลก

Freelancer ควรเช็ก Statement จุดไหน

  • ชื่อเจ้าของบัญชีตรงกับ Applicant หรือไม่
  • ยอดเงินถึงเกณฑ์ของ Mission หรือไม่
  • Mission กำหนด Statement Period กี่เดือน
  • ต้องรักษายอดขั้นต่ำตลอดช่วงหรือดู Ending Balance
  • มีเงินก้อนที่ต้องอธิบาย Source หรือไม่
  • รายได้จาก Client เชื่อมกับธุรกรรมได้หรือไม่
  • เอกสารต้องเป็นภาษาใดและต้องรับรองหรือไม่
อย่ายืมเงินมาวางบัญชีเพื่อให้ถึง 500,000 บาท: การมี Balance ตามตัวเลขไม่ได้แทน Source of Funds ที่แท้จริง และ Mission สามารถขอเอกสารเพิ่มหรือสัมภาษณ์ได้

8. Freelancer ไม่มีบริษัทหรือ Business Registration ยื่น DTV ได้ไหม

Checklist กลางของ MFA ไม่ได้บอกว่า Freelancer ทุกคนต้องมีบริษัทจดทะเบียน เพราะเปิดทางให้ใช้ Professional Portfolio แสดงสถานะได้

แต่ Mission บางแห่งสามารถกำหนดเอกสารเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น Royal Thai Embassy Seoul ใน Checklist ที่อัปเดตเดือนกันยายน 2026 ขอหลักฐาน Freelance Work และ Business Registration ของบริษัทหรือบุคคลตามรูปแบบที่ระบุสำหรับผู้สมัครในเขตนั้น

ดังนั้นต้องแยก:

สถานการณ์ แนวทาง
Freelancer จด Self-employed ถูกต้องในประเทศตน ใช้ Registration / Tax Record เมื่อ Mission ขอหรือช่วยพิสูจน์สถานะ
Freelancer ไม่มีบริษัท แต่รับงานในนามบุคคล ใช้ Portfolio + Client Contracts + Payments ตามข้อเท็จจริง แล้วตรวจ Mission ว่ายอมรับหรือขออะไรเพิ่ม
เป็น Director ของบริษัทต่างประเทศ ใช้ Company Registration + Ownership/Role + Client/Revenue Evidence เมื่อเกี่ยวข้อง
เพิ่งจดธุรกิจก่อนยื่น อย่าใช้ Registration ใหม่เพื่อสร้างภาพว่าดำเนินธุรกิจมานาน ควรแสดง Timeline จริง
ไม่ควรจดบริษัทเพียงเพื่อให้มีเอกสารยื่นวีซ่า โดยไม่สัมพันธ์กับวิธีทำงานจริง เพราะ Contract, Payment, Tax และ Business Timeline อาจไม่ต่อกัน

9. ทำไม DTV Freelancer ของสถานทูตหนึ่งใช้เอกสารไม่เหมือนอีกประเทศ

นี่เป็นจุดที่ผู้สมัคร DTV พลาดบ่อยที่สุด เพราะใช้ Checklist จากกลุ่มออนไลน์หรือเคสเพื่อนที่ยื่นคนละประเทศ

Checklist กลางของ MFA เป็นฐาน แต่ Embassy/Consulate สามารถ:

  • ขอเอกสารเพิ่ม
  • กำหนด Statement Period
  • กำหนดหลักฐาน Residence / Jurisdiction
  • ขอ Business Registration
  • ขอ Resume หรือ Professional Portfolio เพิ่มเติม
  • ขอ Explanation Letter
  • ขอ Criminal Record ในบาง Mission
  • เรียกสัมภาษณ์ได้
ตัวอย่าง Seoul — อัปเดต 14 กันยายน 2026

Royal Thai Embassy Seoul ระบุสำหรับ Workcation Applicant ในเขตของตนให้มีหลักฐาน Permanent Residence, Statement ที่รักษายอดขั้นต่ำตามเกณฑ์ 3 เดือน, หลักฐาน Remote/Freelance Work, Business Registration, Resume หรือ Professional Portfolio, Explanation of Planned Activities in Thailand และ Criminal Record

นี่เป็นตัวอย่างว่าทำไมคำว่า “DTV ใช้แค่ 5 เอกสาร” จึงไม่สามารถใช้เป็น Checklist สากลได้

10. Freelancer สามารถยื่น Thai e-Visa ขณะอยู่ประเทศไทยได้หรือไม่

ไม่ได้ผ่านระบบ Thai e-Visa ขณะอยู่ในประเทศไทย ตาม Important Notice บนเว็บไซต์ Thai e-Visa ทางการ ซึ่งระบุว่าผู้สมัครสามารถยื่นได้เมื่อไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

Thai e-Visa Official Website — Ministry of Foreign Affairs

นอกจากนี้ การอยู่นอกไทยไม่ได้แปลว่าเลือกยื่นกับสถานทูตประเทศใดก็ได้ เพราะแต่ละ Mission อาจกำหนด:

  • Citizenship
  • Permanent Residence
  • Legal Residence
  • หลักฐานที่อยู่ในเขตกงสุล
ระบุประเทศที่คุณอยู่จริง
ไม่เลือก Mission จาก Processing Time ที่ได้ยินจากคนอื่น
ตรวจสิทธิยื่น
ดู Residence / Jurisdiction Requirement ของ Mission
เปิด Checklist DTV ของ Mission
จด Additional Documents ทุกข้อ
จัด Portfolio + Financial Evidence
ให้ตรงกับรูปแบบ Freelancer ของคุณ
จึงเริ่ม e-Visa Application
เพื่อไม่ให้สร้างคำร้องก่อนรู้ว่าตนมีสิทธิยื่นที่ไหน
โต๊ะทำงาน Freelancer ในคาเฟ่พร้อมแล็ปท็อปสำหรับทำงานทางไกล

11. ถือ DTV แล้ว Freelancer รับลูกค้าจากบริษัทไทยได้เลยไหม

ควรระวังการตีความว่า “DTV ระบุ Freelancer = ทำ Freelance ทุกแบบในประเทศไทยได้”

DTV Workcation ถูกออกแบบมาเพื่อ Digital Nomad, Remote Worker และ Freelancer แต่ถ้ากิจกรรมของคุณมีองค์ประกอบเหล่านี้ ควรหยุดตรวจ Visa/Work Authorization เพิ่ม:

  • รับตำแหน่งประจำกับบริษัทไทย
  • เซ็น Employment Contract กับ Thai Employer
  • ทำงานในสำนักงานหรือ Operation ของกิจการไทย
  • ทำ Business Activity ในประเทศไทย
  • ให้บริการแก่กิจการไทยในลักษณะที่อาจเข้าข่ายการทำงานภายใต้กฎหมายแรงงานต่างด้าว

Royal Thai Embassy Seoul ซึ่งอัปเดตข้อมูล DTV ในเดือนกันยายน 2026 ระบุโดยเฉพาะว่า หากเข้ามาเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทยหรือสำรวจโอกาสในการทำธุรกิจ ให้ยื่น Non-Immigrant B

สถานที่รับเงินไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว: การรับเงินเข้าบัญชีต่างประเทศไม่ได้ทำให้งานกับบริษัทไทยกลายเป็น Foreign Remote Work โดยอัตโนมัติ ต้องดูว่าใครเป็นผู้ว่าจ้าง งานถูกทำให้ใคร และกิจกรรมเกิดขึ้นอย่างไร

12. DTV 5 ปี, Stay 180 วัน และ Extension ต้องแยกอย่างไร

คำศัพท์ ความหมาย
Visa Validity ช่วงเวลาที่ DTV สามารถใช้สำหรับการเดินทางเข้าประเทศภายในอายุวีซ่า
Multiple Entry สามารถเดินทางเข้าได้หลายครั้งภายในอายุวีซ่า ภายใต้การตรวจเข้าเมืองแต่ละครั้ง
Period of Stay ไม่เกิน 180 วันต่อการเข้าแต่ละครั้ง
Extension ข้อมูลทางการระบุ 1 ครั้งต่อ Entry ไม่เกินอีก 180 วัน ผ่าน Immigration Bureau
หลัง 180 + 180 วัน ออกจากไทยก่อน และหาก DTV ยังมีอายุจึงสามารถใช้เดินทางกลับเข้ามาใหม่
การมี DTV ไม่รับประกันการอนุญาตเข้าเมืองทุกครั้ง: การตรวจลงตรากับการอนุญาตเข้าและระยะพำนักเป็นคนละขั้นตอน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเป็นผู้พิจารณาตอนเดินทางเข้า

⚡ รายได้เป็น Project-based และ Portfolio มีหลายประเภท?
ทีม Co Journey Visa ช่วยคัดว่าควรใช้ Client ไหน Contract ไหน และ Statement ช่วงใด เพื่อไม่ให้อัปโหลดเอกสารจำนวนมากโดยไม่มีโครงสร้าง

💬 จัด DTV Freelancer Document Map

13. หลังได้ DTV แล้ว Freelancer ต้องดู TDAC, TM30 และ 90-Day Report อย่างไร

TDAC ก่อนเข้าไทย

Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC เป็น Arrival Form ออนไลน์ ไม่ใช่วีซ่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าคนต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยต้องส่ง TDAC ภายใน 3 วันก่อนวันเดินทางมาถึง รวมวันเดินทาง และต้องทำใหม่สำหรับแต่ละ Entry

Thailand Immigration Bureau — TDAC

TM30 หลังเข้าพัก

หน้าที่ TM30 เกี่ยวข้องกับเจ้าบ้าน เจ้าของ ผู้ครอบครองที่พัก หรือโรงแรมที่รับคนต่างด้าวเข้าพัก ผู้ที่เช่าคอนโดหรือบ้านระยะยาวควรตรวจว่าที่พักดำเนินการแจ้งข้อมูลถูกต้อง

Immigration Bureau — TM30

อยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวและอยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วันต้องแจ้งที่พักทุก 90 วัน

หากออกจากประเทศไทยก่อนถึงรอบแจ้ง แล้วกลับเข้ามาใหม่ การนับรอบ 90 วันเริ่มจากวันที่เข้าประเทศครั้งล่าสุด

Immigration Bureau — 90-Day Notification

แยกให้ออก:
DTV = วีซ่า
TDAC = Arrival Information
TM30 = การแจ้งที่พักคนต่างด้าว
90-Day Report = การแจ้งเมื่ออยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน
Extension = การขอเพิ่มระยะพำนัก

14. Freelancer ถือ DTV ต้องเสียภาษีไทยหรือไม่

เรื่อง Visa กับ Tax ต้องวิเคราะห์แยกจากกัน

ประมวลรัษฎากรมาตรา 41 ระบุว่า บุคคลที่อยู่ในประเทศไทยรวม 180 วันหรือมากกว่าในปีภาษี ถือเป็น Resident ของประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี

แต่สำหรับ Freelancer สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการนับวันคือ งานหรือธุรกิจนั้นถูกดำเนินที่ใด เพราะ Section 41 ยังกล่าวถึงรายได้จาก Employment หรือ Business ที่ดำเนินในประเทศไทยด้วย

อย่าสรุปว่า “ลูกค้าอยู่ต่างประเทศ = รายได้ไม่เกี่ยวกับภาษีไทย”: ถ้าคุณนั่งทำบริการจากประเทศไทย ข้อเท็จจริงเรื่องสถานที่ให้บริการและแหล่งเงินได้ต้องถูกวิเคราะห์ตามกฎหมายภาษี รวมถึง Double Tax Agreement ที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อที่ควรนำไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญภาษี ได้แก่:

  • จำนวนวันที่อยู่ไทยในปีภาษี
  • ประเภทบริการของ Freelancer
  • สถานที่ที่ทำงานหรือให้บริการ
  • ประเทศของ Client
  • ประเทศที่รับเงิน
  • วันที่นำเงินเข้าประเทศไทย
  • ภาษีที่จ่ายในประเทศอื่น
  • Double Tax Agreement ระหว่างไทยกับประเทศที่เกี่ยวข้อง

Thailand Revenue Department — Revenue Code Section 41

บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำภาษีเฉพาะบุคคล: Freelancer ที่วางแผนอยู่ไทยระยะยาวหรือมีรายได้หลายประเทศควรตรวจโครงสร้างภาษีก่อนตั้งระบบรับเงินถาวร

15. ตัวอย่าง 7 โปรไฟล์ Freelancer และวิธีจัดเอกสาร

เคส 1: Freelance Graphic Designer มีลูกค้า 4 ประเทศ

ควรเน้น: Portfolio + Selected Client Contracts + Invoices + Payments + Statement + Financial Evidence ตาม Mission

ไม่จำเป็นต้องสร้าง Employer Letter เพราะข้อเท็จจริงคือประกอบอาชีพอิสระ

เคส 2: Freelance Developer มีสัญญาระยะยาวกับลูกค้ารายเดียว

ใช้ Service Agreement ระยะยาวเป็นหลัก พร้อม Invoice และ Payment History เพื่อแสดงว่าความสัมพันธ์เป็น Independent Contractor ไม่ใช่สร้างข้อมูล Employment ใหม่ขึ้นมา

เคส 3: Creator รายได้จากหลาย Platform

ใช้ Platform Revenue Statements, Sponsorship Agreements, Brand Contracts และ Bank Credits ตามจริง โดย Portfolio ควรอธิบาย Business Model ให้เข้าใจได้

เคส 4: Consultant มีบริษัทของตัวเองต่างประเทศ

ใช้ Company Registration, Director/Ownership Evidence, Client Agreements และ Revenue Evidence ช่วยแยก Company Activity ออกจาก Personal Savings

เคส 5: Freelancer เพิ่งเริ่มงาน 4 เดือน

ใช้ Timeline จริง แม้ประวัติยังสั้น แสดง Project ที่เกิดขึ้นแล้ว Contract, Invoice และ Payment ที่มี ไม่สร้าง Client หรือประวัติย้อนหลังให้ดูเก่ากว่าความจริง

เคส 6: Freelancer มีเงินออม 700,000 บาท แต่ไม่มีรายได้เข้ามาหลายเดือน

Financial Threshold กับ Freelancer Status เป็นคนละเรื่อง การมีเงินถึงเกณฑ์ไม่ได้แทน Professional Evidence ควรอธิบายว่ายังประกอบอาชีพอยู่หรือสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรตามจริง

เคส 7: Freelancer ต่างชาติได้รับ Project จากบริษัทใน Bangkok

อย่าใช้ DTV โดยอัตโนมัติเพียงเพราะออก Invoice ในนาม Freelancer ควรตรวจว่ากิจกรรมเข้าข่าย Local Work, Business Activity หรือจำเป็นต้องใช้ Non-B / Work Authorization หรือไม่ก่อนรับงาน

16. 12 ข้อผิดพลาดที่ Freelancer ควรเลี่ยงก่อนยื่น DTV

สร้าง Employment Letter ทั้งที่ไม่มี Employer
ใช้สถานะ Freelancer จริงและ Professional Portfolio แทน
มี Portfolio แต่ไม่มีหลักฐานว่ามีงานจริง
เสริม Contract, Invoice หรือ Payment เมื่อมีและเกี่ยวข้อง
เรียกรายได้ Project-based ว่า Fixed Salary
อธิบาย Variable Income ตามข้อเท็จจริง
ส่ง Invoice จำนวนมากแต่ไม่เชื่อมกับ Statement
เลือกตัวอย่างที่ตรวจสอบเส้นทางเงินได้
ยืมเงินให้ถึง 500,000 บาท
ใช้เงินที่มี Source อธิบายได้จริง
คิดว่าต้องค้าง 3 เดือนทั่วโลก
ตรวจ Mission-specific Requirement ก่อน
ใช้ Checklist ของ Seoul ไปยื่น London หรือประเทศอื่น
Core Requirement กับ Additional Requirement ต้องแยกกัน
คิดว่าไม่มี Business Registration = ยื่นไม่ได้เสมอ
ตรวจ Mission จริง เพราะ Checklist กลางรองรับ Professional Portfolio
ยื่น e-Visa ขณะอยู่ในไทย
Thai e-Visa ระบุว่าผู้สมัครต้องอยู่นอกประเทศไทย
รับงานจาก Thai Company โดยไม่ตรวจสิทธิทำงาน
DTV ไม่ควรถูกตีความเป็น Work Permit สำหรับทุกกิจกรรม
คิดว่า Visa 5 ปี = อยู่ไทย 5 ปีต่อเนื่อง
ต้องแยก Visa Validity กับ Period of Stay
ไม่วางแผนภาษีและหน้าที่หลังเข้าไทย
ตรวจ TDAC, TM30, 90-Day Report และ Tax Situation ตามระยะพำนักจริง

หากเอกสาร Freelance, Business Registration หรือ Tax Document เป็นภาษาอื่น ควรตรวจข้อกำหนดของ Mission ก่อนจัด เอกสารแปลภาษาอังกฤษ เพราะรูปแบบ Translation และ Certification อาจต่างกันตามสถานที่ยื่น

17. แหล่งข้อมูลทางการสำหรับ DTV Freelancer

⚠️ ตรวจข้อมูลใหม่ในวันที่ยื่นจริง: DTV เป็นประเภทที่ Embassy/Consulate สามารถปรับ Additional Documents ได้ ตัวอย่างในปี 2026 แสดงให้เห็นว่าบาง Mission เพิ่ม Residence, Criminal Record หรือหลักฐาน Freelance โดยละเอียด จึงต้องใช้หน้า Mission ที่รับคำร้องของคุณเป็น Checklist สุดท้าย

18. Checklist DTV สำหรับ Freelancer ก่อนกด Submit

✅ ตรวจทีละข้อ
  • กิจกรรมจริงเป็น Freelancer / Remote Work ที่สอดคล้องกับ DTV Workcation
  • ไม่ได้ใช้ DTV แทน Thai Employment โดยไม่ตรวจสิทธิทำงาน
  • ทราบแล้วว่าจะยื่นกับ Embassy/Consulate ใด
  • ตรวจ Residence/Jurisdiction ของ Mission แล้ว
  • ผู้สมัครอยู่นอกประเทศไทยขณะยื่น Thai e-Visa
  • Passport ตรงตามข้อกำหนดของ Mission
  • มี Photograph ตามเกณฑ์
  • มี Location/Residence Evidence ตาม Mission
  • มี Financial Evidence อย่างน้อย 500,000 บาทตามเกณฑ์ DTV
  • ตรวจ Statement Period ของ Mission แล้ว
  • ตรวจว่าต้องรักษายอดต่อเนื่องหรือไม่
  • เงินก้อนมี Source of Funds ที่อธิบายได้
  • ไม่ใช้เงินยืมชั่วคราวเพื่อสร้าง Balance
  • มี Professional Portfolio
  • Portfolio ระบุ Services และ Professional Background ชัด
  • มี Client Contracts เมื่อช่วยพิสูจน์สถานะ
  • Invoice ตรงกับ Client และ Project
  • Payment Evidence เชื่อมกับ Invoice ได้
  • ไม่เรียก Project Income ว่า Salary หากไม่ใช่
  • Business Registration ใช้ตามสถานะจริง
  • ไม่สร้างบริษัทหรือเอกสารย้อนหลังเพื่อยื่นวีซ่า
  • ตรวจว่า Mission ขอ Resume หรือ Explanation Letter หรือไม่
  • ตรวจ Criminal Record Requirement ของ Mission
  • ตรวจ Translation / Certification Requirement
  • เข้าใจว่า Visa Validity 5 ปี แต่ Stay 180 วันต่อ Entry
  • วางแผน Extension หากต้องอยู่เกิน 180 วัน
  • วางแผน TDAC ทุกครั้งก่อนเข้าไทย
  • ตรวจ TM30 กับที่พัก
  • วางแผน 90-Day Report หากอยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน
  • ตรวจ Tax Situation หากทำงานจากไทยระยะยาว

Decision Flow: Freelancer ของคุณเข้าทาง DTV หรือไม่

รับงานจากต่างประเทศเป็นหลักหรือไม่?
ถ้าใช่ → ตรวจ DTV Workcation ต่อ หากเป็น Thai Employment → ตรวจ Non-B / Work Authorization
พิสูจน์อาชีพอิสระได้หรือไม่?
ตรวจ Portfolio, Contracts, Invoices และ Payments ที่มีจริง
Financial Evidence ถึงเกณฑ์หรือไม่?
ตรวจ 500,000 บาทพร้อม Statement Period ของ Mission
คุณมีสิทธิยื่นกับ Mission นั้นหรือไม่?
ตรวจ Citizenship / Residence / Jurisdiction ก่อนสร้างคำร้อง
เอกสาร Mission-specific ครบหรือยัง?
เช็ก Residence, Criminal Record, Business Registration, Resume และ Explanation ตามหน้าทางการล่าสุด

⭐ Co Journey Visa ช่วยจัด DTV สำหรับ Freelancer อย่างไร

เคส Freelancer ไม่ควรพยายามเลียนแบบแฟ้มพนักงานประจำ เพราะจุดแข็งของคำร้องอยู่ที่การพิสูจน์ Professional Activity และ Income Trail ตามรูปแบบงานจริง

  • ตรวจ Visa Route: แยก DTV Workcation ออกจาก Local Employment / Business
  • ตรวจ Mission: Residence และสิทธิยื่นของสถานทูต
  • จัด Portfolio: เลือก Project และ Professional Evidence ที่เกี่ยวข้อง
  • คัด Contracts: เลือก Client Agreements ที่สะท้อนงานปัจจุบัน
  • ตรวจ Income Trail: Invoice → Payment → Statement
  • ตรวจ Financial Requirement: เงิน 500,000 บาทและ Statement Period
  • ตรวจ Additional Documents: Business Registration, Resume, Criminal Record และ Translation ตาม Mission
  • วาง After-entry Plan: TDAC, TM30, 90-Day Report และ Extension

การจัดเอกสารให้สอดคล้องช่วยลดความคลุมเครือของคำร้อง แต่ไม่รับประกันการอนุมัติ การพิจารณาวีซ่าและการอนุญาตเข้าเมืองเป็นอำนาจของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง

❓ คำถามที่ถามบ่อย

Freelancer ที่ต้องการอยู่ไทยควรดูวีซ่าประเภทไหน
Destination Thailand Visa หรือ DTV มีวัตถุประสงค์ Workcation ที่กระทรวงการต่างประเทศระบุรวม Freelancer ไว้โดยตรง จึงเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับผู้รับงานอิสระที่ทำงานทางไกล อย่างไรก็ตาม หากงานจริงเป็นการเข้าทำงานกับนายจ้างไทยหรือดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ควรตรวจ Non-Immigrant B และข้อกำหนดด้านการทำงานแยกต่างหาก
Freelancer ไม่มี Employment Letter ยื่น DTV ได้ไหม
Checklist กลางของกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าสามารถใช้ Professional Portfolio เพื่อแสดงสถานะ Freelancer ได้ ไม่ได้กำหนดว่าผู้สมัครทุกคนต้องเป็นพนักงานประจำ แต่สถานทูตหรือสถานกงสุลแต่ละแห่งสามารถขอเอกสารเพิ่ม เช่น Freelance Contract, Business Registration, Resume หรือหลักฐานรายได้ จึงต้องตรวจ Checklist ของสถานที่ยื่นจริง
Portfolio สำหรับ DTV Freelancer ควรมีอะไร
Portfolio ควรช่วยพิสูจน์ว่าผู้สมัครทำอาชีพอิสระจริง เช่น ประเภทบริการ ประสบการณ์ ผลงาน ลูกค้าหรือโครงการที่ตรวจสอบได้ และควรเสริมด้วย Client Contract, Invoice, Payment Record หรือ Business Registration เมื่อมีและเกี่ยวข้อง โดยเอกสารเสริมเหล่านี้เป็นแนวทางจัดแฟ้ม ไม่ใช่เอกสารกลางที่บังคับเหมือนกันทุกสถานทูต
DTV Freelancer ต้องมีเงิน 500,000 บาทนานกี่เดือน
เกณฑ์กลางของ DTV กำหนด Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และยก Bank Statement เป็นตัวอย่าง แต่รายละเอียดเรื่องจำนวนเดือนและการรักษายอดขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือสถานกงสุล เช่น สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซลที่อัปเดตเดือนกันยายน 2026 กำหนด Statement ที่แสดงยอดอย่างน้อย 500,000 บาทต่อเนื่อง 3 เดือนสำหรับผู้ยื่นในเขตของตน จึงไม่ควรนำเงื่อนไขนั้นไปใช้กับทุกประเทศ
DTV อายุ 5 ปี อยู่ไทยได้ 5 ปีต่อเนื่องหรือไม่
ไม่ใช่ DTV เป็น Multiple Entry Visa อายุ 5 ปี แต่ระยะพำนักคือไม่เกิน 180 วันต่อการเข้าแต่ละครั้ง และข้อมูลทางการระบุว่าสามารถขอต่อระยะพำนักผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้หนึ่งครั้งต่อการเข้า ไม่เกินอีก 180 วัน หลังถึงระยะสูงสุดต้องออกจากประเทศไทยก่อนใช้ DTV ที่ยังมีอายุเดินทางกลับเข้ามาใหม่
Freelancer สามารถยื่น DTV ขณะอยู่ในประเทศไทยได้ไหม
เว็บไซต์ Thai e-Visa ทางการระบุว่าผู้สมัคร e-Visa สามารถสมัครได้เมื่ออยู่นอกประเทศไทยเท่านั้น และยังต้องตรวจว่าผู้สมัครมีสิทธิยื่นกับสถานทูตหรือสถานกงสุลที่เลือกตามหลักฐานถิ่นที่อยู่หรือข้อกำหนดของเขตกงสุลนั้นหรือไม่
ถือ DTV แล้ว Freelancer รับลูกค้าบริษัทไทยได้เลยไหม
ไม่ควรถือว่า DTV เป็นใบอนุญาตทั่วไปสำหรับงานทุกประเภทในประเทศไทย DTV Workcation รองรับ Freelancer และ Remote Work แต่หากข้อเท็จจริงเป็นการทำงานให้บริษัทไทย รับตำแหน่งในกิจการไทย หรือดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ควรตรวจ Non-Immigrant B และข้อกำหนดด้าน Work Authorization กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มกิจกรรม
Freelancer ถือ DTV อยู่ไทยเกิน 90 วันต้องทำ 90-Day Report ไหม
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวและอยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วันต้องแจ้งที่พักทุก 90 วัน หากออกจากประเทศไทยแล้วกลับเข้ามาใหม่ การนับรอบจะเริ่มจากวันเข้าประเทศครั้งล่าสุด
Freelancer อยู่ไทย 180 วันขึ้นไปต้องเสียภาษีไทยหรือไม่
ประมวลรัษฎากรมาตรา 41 กำหนดว่าผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี แต่ภาระภาษีของ Freelancer ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมจากแหล่งเงินได้ สถานที่ที่ทำงานหรือให้บริการ การนำเงินเข้าไทย และอนุสัญญาภาษีซ้อน จึงไม่ควรสรุปจากชนิดวีซ่าอย่างเดียว

📌 สรุป: Freelancer ยื่น DTV ได้โดยไม่ต้องทำตัวให้เหมือนพนักงานประจำ

  • DTV Workcation ระบุ Freelancer เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
  • ไม่มี Employer ไม่ได้แปลว่ายื่นไม่ได้
  • Checklist กลางรองรับ Professional Portfolio เพื่อพิสูจน์สถานะ Freelancer
  • Client Contract, Invoice และ Payment Evidence เป็นหลักฐานเสริมที่ช่วยให้ Professional Activity ตรวจสอบได้
  • ไม่ควรสร้าง Employment Letter หรือ Payslip หากไม่มีจริง
  • Financial Evidence ขั้นต่ำตามเกณฑ์ DTV คือ 500,000 บาท
  • จำนวนเดือน Statement และการรักษายอดแตกต่างตาม Mission
  • ไม่มี Business Registration ไม่ได้แปลว่าไม่ผ่านโดยอัตโนมัติ แต่บาง Mission สามารถขอเอกสารนี้เพิ่ม
  • Thai e-Visa ต้องสมัครขณะอยู่นอกประเทศไทย
  • ต้องตรวจ Residence/Jurisdiction ก่อนเลือก Embassy หรือ Consulate
  • DTV อายุ 5 ปีและเป็น Multiple Entry
  • ระยะพำนักคือไม่เกิน 180 วันต่อ Entry ไม่ใช่อยู่ต่อเนื่อง 5 ปี
  • มี Extension ผ่าน Immigration ได้ตามเงื่อนไข
  • อย่าถือว่า DTV ครอบคลุม Thai Employment หรือ Business Activity ทุกประเภท
  • ก่อนเข้าไทยต้องตรวจ TDAC
  • ที่พักเกี่ยวข้องกับ TM30
  • อยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วันต้องตรวจ 90-Day Report
  • Visa กับ Tax เป็นคนละระบบ
  • Freelancer ที่ทำงานจากไทยระยะยาวควรตรวจ Source of Income และ Tax Position เพิ่ม
  • ใช้ Checklist ของ Mission ที่รับคำร้องเป็นข้อมูลสุดท้ายก่อน Submit
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

Freelancer ไม่ต้องสร้างเอกสารให้เหมือนพนักงานบริษัท

ส่งสัญชาติ ประเทศที่พำนัก ประเภทงาน ลูกค้าหลัก รูปแบบรายได้ Portfolio และ Statement ที่มีจริง ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่า DTV เหมาะกับเคสหรือไม่ และสถานทูตที่คุณจะยื่นขอเอกสารเพิ่มเติมอะไร

📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com  |  ปรึกษาวีซ่า

ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa

เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น