ชาวต่างชาติที่รับงานอิสระจากหลายประเทศ เช่น Graphic Designer, Developer, Consultant, Content Creator, Marketing Specialist, Photographer, Coach หรือผู้ให้บริการออนไลน์ มักมีปัญหาเวลาเลือก วีซ่าไทย เพราะไม่มี Employment Letter แบบพนักงานประจำ และรายได้อาจไม่เข้าเท่ากันทุกเดือน
สำหรับผู้ที่ตั้งใจใช้ประเทศไทยเป็นฐานทำงานทางไกล Destination Thailand Visa หรือ DTV เป็นเส้นทางที่ควรตรวจเป็นอันดับแรก เพราะกระทรวงการต่างประเทศไทยระบุ Workcation สำหรับ Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent และ Freelancer โดยตรง
อย่างไรก็ตาม การเป็น Freelancer ไม่ได้แปลว่าใช้ DTV ได้กับงานทุกชนิด หากข้อเท็จจริงคือรับตำแหน่งกับบริษัทไทย ทำงานให้กิจการไทย หรือดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ต้องแยกไปตรวจ Non-Immigrant B และข้อกำหนดด้านการทำงาน ไม่ควรเลือกวีซ่าจากคำว่า “Freelance” อย่างเดียว
💬 เป็น Freelancer แต่ไม่มีบริษัท ไม่มี Payslip และรับเงินจากลูกค้าหลายประเทศ?
ทีม Co Journey Visa ช่วยจัด Document Map ว่า Portfolio, Contract, Invoice, Payment Evidence และ Statement แต่ละชุดควรทำหน้าที่อะไรในคำร้อง DTV
📋 สารบัญ
- Freelancer ควรใช้ DTV หรือวีซ่าอื่น
- DTV สำหรับ Freelancer มีสิทธิอะไร
- เอกสารทางการกำหนดอะไรบ้าง
- Portfolio แบบไหนช่วยพิสูจน์ Freelancer
- Client Contract, Invoice และ Payment ใช้อย่างไร
- รายได้ไม่คงที่ต้องอธิบายอย่างไร
- เงิน 500,000 บาทต้องเตรียมอย่างไร
- ไม่มี Business Registration ยื่นได้ไหม
- ทำไม Checklist ของแต่ละสถานทูตไม่เหมือนกัน
- ยื่น DTV ขณะอยู่ไทยได้ไหม
- รับลูกค้าจากประเทศไทยได้หรือไม่
- 180 วันกับอายุวีซ่า 5 ปีต่างกันอย่างไร
- หลังเข้าไทยต้องดู TDAC, TM30 และ 90-Day Report อย่างไร
- Freelancer ต้องคิดเรื่องภาษีไทยอย่างไร
- ตัวอย่าง 7 โปรไฟล์ Freelancer
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- แหล่งข้อมูลทางการ
- Checklist ก่อนยื่น
- คำถามที่ถามบ่อย
1. Freelancer ที่อยากอยู่ไทยควรใช้ DTV หรือวีซ่าประเภทอื่น
ก่อนดูเอกสาร ต้องแยกก่อนว่า “Freelance” ของคุณหมายถึงกิจกรรมแบบไหน
| สถานการณ์ | เส้นทางที่ควรตรวจ | เหตุผล |
|---|---|---|
| รับ Project จากลูกค้าต่างประเทศและทำออนไลน์ | DTV Workcation | Freelancer อยู่ในกลุ่มที่ DTV ระบุโดยตรง |
| เป็น Self-employed และมีธุรกิจจดทะเบียนต่างประเทศ | DTV Workcation | ใช้ Business + Professional Evidence ช่วยพิสูจน์สถานะได้ตาม Checklist ของ Mission |
| มี Client หลายประเทศ ไม่มี Employer หลัก | DTV Workcation | Portfolio และหลักฐานงานจริงมีความสำคัญกว่าการสร้าง Employment Letter |
| รับเข้าทำงานประจำกับบริษัทไทย | ตรวจ Non-Immigrant B + Work Authorization | โครงสร้างเปลี่ยนเป็น Thai Employment |
| เข้ามาทำธุรกิจหรือสำรวจการทำธุรกิจในไทย | ตรวจ Non-Immigrant B | สถานทูตไทยบางแห่งระบุให้ใช้ Non-B สำหรับ Business Activity ในประเทศไทย |
| มาเที่ยวและไม่ได้ทำงาน | Tourist / Visa Exemption ตามสัญชาติ | ไม่จำเป็นต้องใช้ DTV หากไม่มี Workcation Purpose |
การเลือกเส้นทางต้องดูสัญชาติ สถานที่ยื่น และกิจกรรมจริง ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งใน LinkedIn เพียงอย่างเดียว
2. DTV สำหรับ Freelancer มีอายุและระยะพำนักอย่างไร
ข้อมูล DTV ของกระทรวงการต่างประเทศระบุ:
- Purpose: Workcation สำหรับ Digital Nomad / Remote Worker / Foreign Talent / Freelancer
- Visa Validity: 5 ปี
- Number of Entries: Multiple Entries
- Period of Stay: ไม่เกิน 180 วันต่อการเข้า
- สามารถยื่น Extension ผ่าน Immigration ได้หนึ่งครั้งต่อการเข้า ไม่เกินอีก 180 วัน
หลังครบระยะสูงสุด 180 + 180 วัน ต้องออกจากประเทศไทยก่อน และหาก DTV ยังไม่หมดอายุจึงสามารถใช้วีซ่าเดิมเดินทางกลับเข้ามาใหม่ภายในอายุวีซ่าได้
หากต้องการทำความเข้าใจโครงสร้างวีซ่าประเภทนี้โดยเฉพาะ สามารถอ่าน DTV คืออะไร เพิ่มเติมได้
3. Checklist กลางของ DTV Freelancer ขอเอกสารอะไร
Checklist DTV ของกระทรวงการต่างประเทศระบุ Core Documents สำหรับ Workcation ได้แก่:
Ministry of Foreign Affairs — DTV Core Required Documents
4. Professional Portfolio สำหรับ DTV Freelancer ควรมีอะไร
กระทรวงการต่างประเทศระบุ Professional Portfolio เป็นหลักฐานที่ใช้แสดง Freelancer Status แต่ไม่ได้กำหนด Template ตายตัวใน Checklist กลาง
ในทางจัดแฟ้ม Portfolio ควรช่วยตอบ 5 เรื่องนี้:
ระบุ Services หรือ Professional Field ให้ชัด เช่น UX Designer, Developer, Consultant หรือ Copywriter
ใช้ Timeline หรือประสบการณ์จริง ไม่สร้างประวัติย้อนหลัง
แสดง Selected Projects ที่มีตัวตนและตรวจสอบได้
ช่วยให้เห็นลักษณะ Remote / Overseas Work ตามข้อเท็จจริง
เชื่อม Portfolio กับ Contract, Invoice และ Payment Records เมื่อเกี่ยวข้อง
โครงสร้าง Portfolio แบบอ่านง่าย
Professional Summary: Freelance UX/UI Designer since 2021
Services: Product design, UX research, design systems
Selected Clients: Client A – Germany / Client B – Singapore / Client C – USA
Selected Projects: ชื่อ Project + Scope + ช่วงเวลา
Working Model: Remote project-based services
Supporting Evidence: Contracts / Invoices / Payment Records
5. Client Contract, Invoice และ Payment Record ช่วย DTV อย่างไร
เอกสารเหล่านี้ไม่ได้ถูกระบุเป็น Core Requirement เหมือนกันทุก Mission แต่มีประโยชน์มากสำหรับ Freelancer เพราะช่วยเปลี่ยนคำว่า “รับงานอิสระ” ให้เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้
| เอกสาร | ช่วยพิสูจน์อะไร | ควรเช็กอะไร |
|---|---|---|
| Client Contract | ความสัมพันธ์ทางงาน Scope และระยะเวลา | ชื่อ Applicant, Client, Service และ Dates |
| Statement of Work | รายละเอียด Project | ตรงกับ Portfolio และ Invoice หรือไม่ |
| Invoice | จำนวนเงินและบริการที่เรียกเก็บ | เชื่อมกับ Client และ Payment ได้หรือไม่ |
| Bank / Payment Record | มีรายได้จากงานเกิดขึ้นจริง | ชื่อผู้จ่ายหรือ Reference สัมพันธ์กับ Invoice หรือไม่ |
| Tax / Business Record | สถานะ Self-employed ตามประเทศที่พำนัก | ใช้เมื่อมีจริงและเกี่ยวข้อง |
ตารางนี้เป็นแนวทางจัดเอกสารเสริม ไม่ใช่รายการ Mandatory ของทุก Royal Thai Embassy/Consulate-General
6. Freelancer รายได้ไม่เท่ากันทุกเดือน ต้องทำให้แฟ้มอ่านอย่างไร
รายได้ของ Freelancer อาจขึ้นลงตาม Project ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ สิ่งสำคัญคืออย่าแปลงรายได้ Project-based ให้กลายเป็น “Fixed Salary” หากไม่ได้รับเงินแบบนั้นจริง
วิธีจัดข้อมูลที่อ่านง่ายคือ:
- แยก Client รายสำคัญ
- ระบุ Project Period
- เชื่อม Invoice กับ Payment
- แยก Revenue ออกจากการโอนเงินระหว่างบัญชีตัวเอง
- หากมี Platform เช่น Upwork หรือระบบรับเงินออนไลน์ ใช้รายงานที่ตรวจสอบได้เมื่อมีสาระ
- อธิบาย Seasonal หรือ Variable Income เฉพาะเมื่อจำเป็น
Freelance Developer มีรายได้เดือนมกราคม 4,000 USD, กุมภาพันธ์ 1,500 USD และมีนาคม 6,000 USD เพราะ Project จ่ายตาม Milestone
ไม่ควรเขียนว่ามี “Monthly Salary 4,000 USD” หากไม่มีเงินเดือนประจำ แต่สามารถแสดง Contract, Milestone Invoice และ Bank Credits เพื่ออธิบายรูปแบบรายได้ Project-based ได้ตรงกว่า
ผู้สมัครในกลุ่ม เจ้าของธุรกิจ ฟรีแลนซ์ ควรให้เอกสารสะท้อนสถานะจริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Payslip หรือ Employment Letter ให้เหมือนพนักงานประจำหากไม่ได้มีโครงสร้างแบบนั้น
7. เงิน 500,000 บาทสำหรับ DTV Freelancer ต้องเตรียมอย่างไร
เกณฑ์กลางของ DTV ระบุ Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และยกตัวอย่าง Bank Statement หรือ Sponsorship Letter
แต่คำถามว่า “ต้องค้างกี่เดือน” ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุก Mission
Freelancer ควรเช็ก Statement จุดไหน
- ชื่อเจ้าของบัญชีตรงกับ Applicant หรือไม่
- ยอดเงินถึงเกณฑ์ของ Mission หรือไม่
- Mission กำหนด Statement Period กี่เดือน
- ต้องรักษายอดขั้นต่ำตลอดช่วงหรือดู Ending Balance
- มีเงินก้อนที่ต้องอธิบาย Source หรือไม่
- รายได้จาก Client เชื่อมกับธุรกรรมได้หรือไม่
- เอกสารต้องเป็นภาษาใดและต้องรับรองหรือไม่
8. Freelancer ไม่มีบริษัทหรือ Business Registration ยื่น DTV ได้ไหม
Checklist กลางของ MFA ไม่ได้บอกว่า Freelancer ทุกคนต้องมีบริษัทจดทะเบียน เพราะเปิดทางให้ใช้ Professional Portfolio แสดงสถานะได้
แต่ Mission บางแห่งสามารถกำหนดเอกสารเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น Royal Thai Embassy Seoul ใน Checklist ที่อัปเดตเดือนกันยายน 2026 ขอหลักฐาน Freelance Work และ Business Registration ของบริษัทหรือบุคคลตามรูปแบบที่ระบุสำหรับผู้สมัครในเขตนั้น
ดังนั้นต้องแยก:
| สถานการณ์ | แนวทาง |
|---|---|
| Freelancer จด Self-employed ถูกต้องในประเทศตน | ใช้ Registration / Tax Record เมื่อ Mission ขอหรือช่วยพิสูจน์สถานะ |
| Freelancer ไม่มีบริษัท แต่รับงานในนามบุคคล | ใช้ Portfolio + Client Contracts + Payments ตามข้อเท็จจริง แล้วตรวจ Mission ว่ายอมรับหรือขออะไรเพิ่ม |
| เป็น Director ของบริษัทต่างประเทศ | ใช้ Company Registration + Ownership/Role + Client/Revenue Evidence เมื่อเกี่ยวข้อง |
| เพิ่งจดธุรกิจก่อนยื่น | อย่าใช้ Registration ใหม่เพื่อสร้างภาพว่าดำเนินธุรกิจมานาน ควรแสดง Timeline จริง |
9. ทำไม DTV Freelancer ของสถานทูตหนึ่งใช้เอกสารไม่เหมือนอีกประเทศ
นี่เป็นจุดที่ผู้สมัคร DTV พลาดบ่อยที่สุด เพราะใช้ Checklist จากกลุ่มออนไลน์หรือเคสเพื่อนที่ยื่นคนละประเทศ
Checklist กลางของ MFA เป็นฐาน แต่ Embassy/Consulate สามารถ:
- ขอเอกสารเพิ่ม
- กำหนด Statement Period
- กำหนดหลักฐาน Residence / Jurisdiction
- ขอ Business Registration
- ขอ Resume หรือ Professional Portfolio เพิ่มเติม
- ขอ Explanation Letter
- ขอ Criminal Record ในบาง Mission
- เรียกสัมภาษณ์ได้
Royal Thai Embassy Seoul ระบุสำหรับ Workcation Applicant ในเขตของตนให้มีหลักฐาน Permanent Residence, Statement ที่รักษายอดขั้นต่ำตามเกณฑ์ 3 เดือน, หลักฐาน Remote/Freelance Work, Business Registration, Resume หรือ Professional Portfolio, Explanation of Planned Activities in Thailand และ Criminal Record
นี่เป็นตัวอย่างว่าทำไมคำว่า “DTV ใช้แค่ 5 เอกสาร” จึงไม่สามารถใช้เป็น Checklist สากลได้
10. Freelancer สามารถยื่น Thai e-Visa ขณะอยู่ประเทศไทยได้หรือไม่
ไม่ได้ผ่านระบบ Thai e-Visa ขณะอยู่ในประเทศไทย ตาม Important Notice บนเว็บไซต์ Thai e-Visa ทางการ ซึ่งระบุว่าผู้สมัครสามารถยื่นได้เมื่อไม่ได้อยู่ในประเทศไทย
Thai e-Visa Official Website — Ministry of Foreign Affairs
นอกจากนี้ การอยู่นอกไทยไม่ได้แปลว่าเลือกยื่นกับสถานทูตประเทศใดก็ได้ เพราะแต่ละ Mission อาจกำหนด:
- Citizenship
- Permanent Residence
- Legal Residence
- หลักฐานที่อยู่ในเขตกงสุล
ไม่เลือก Mission จาก Processing Time ที่ได้ยินจากคนอื่น
ดู Residence / Jurisdiction Requirement ของ Mission
จด Additional Documents ทุกข้อ
ให้ตรงกับรูปแบบ Freelancer ของคุณ
เพื่อไม่ให้สร้างคำร้องก่อนรู้ว่าตนมีสิทธิยื่นที่ไหน
11. ถือ DTV แล้ว Freelancer รับลูกค้าจากบริษัทไทยได้เลยไหม
ควรระวังการตีความว่า “DTV ระบุ Freelancer = ทำ Freelance ทุกแบบในประเทศไทยได้”
DTV Workcation ถูกออกแบบมาเพื่อ Digital Nomad, Remote Worker และ Freelancer แต่ถ้ากิจกรรมของคุณมีองค์ประกอบเหล่านี้ ควรหยุดตรวจ Visa/Work Authorization เพิ่ม:
- รับตำแหน่งประจำกับบริษัทไทย
- เซ็น Employment Contract กับ Thai Employer
- ทำงานในสำนักงานหรือ Operation ของกิจการไทย
- ทำ Business Activity ในประเทศไทย
- ให้บริการแก่กิจการไทยในลักษณะที่อาจเข้าข่ายการทำงานภายใต้กฎหมายแรงงานต่างด้าว
Royal Thai Embassy Seoul ซึ่งอัปเดตข้อมูล DTV ในเดือนกันยายน 2026 ระบุโดยเฉพาะว่า หากเข้ามาเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทยหรือสำรวจโอกาสในการทำธุรกิจ ให้ยื่น Non-Immigrant B
12. DTV 5 ปี, Stay 180 วัน และ Extension ต้องแยกอย่างไร
| คำศัพท์ | ความหมาย |
|---|---|
| Visa Validity | ช่วงเวลาที่ DTV สามารถใช้สำหรับการเดินทางเข้าประเทศภายในอายุวีซ่า |
| Multiple Entry | สามารถเดินทางเข้าได้หลายครั้งภายในอายุวีซ่า ภายใต้การตรวจเข้าเมืองแต่ละครั้ง |
| Period of Stay | ไม่เกิน 180 วันต่อการเข้าแต่ละครั้ง |
| Extension | ข้อมูลทางการระบุ 1 ครั้งต่อ Entry ไม่เกินอีก 180 วัน ผ่าน Immigration Bureau |
| หลัง 180 + 180 วัน | ออกจากไทยก่อน และหาก DTV ยังมีอายุจึงสามารถใช้เดินทางกลับเข้ามาใหม่ |
⚡ รายได้เป็น Project-based และ Portfolio มีหลายประเภท?
ทีม Co Journey Visa ช่วยคัดว่าควรใช้ Client ไหน Contract ไหน และ Statement ช่วงใด เพื่อไม่ให้อัปโหลดเอกสารจำนวนมากโดยไม่มีโครงสร้าง
13. หลังได้ DTV แล้ว Freelancer ต้องดู TDAC, TM30 และ 90-Day Report อย่างไร
TDAC ก่อนเข้าไทย
Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC เป็น Arrival Form ออนไลน์ ไม่ใช่วีซ่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าคนต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยต้องส่ง TDAC ภายใน 3 วันก่อนวันเดินทางมาถึง รวมวันเดินทาง และต้องทำใหม่สำหรับแต่ละ Entry
Thailand Immigration Bureau — TDAC
TM30 หลังเข้าพัก
หน้าที่ TM30 เกี่ยวข้องกับเจ้าบ้าน เจ้าของ ผู้ครอบครองที่พัก หรือโรงแรมที่รับคนต่างด้าวเข้าพัก ผู้ที่เช่าคอนโดหรือบ้านระยะยาวควรตรวจว่าที่พักดำเนินการแจ้งข้อมูลถูกต้อง
อยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวและอยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วันต้องแจ้งที่พักทุก 90 วัน
หากออกจากประเทศไทยก่อนถึงรอบแจ้ง แล้วกลับเข้ามาใหม่ การนับรอบ 90 วันเริ่มจากวันที่เข้าประเทศครั้งล่าสุด
Immigration Bureau — 90-Day Notification
DTV = วีซ่า
TDAC = Arrival Information
TM30 = การแจ้งที่พักคนต่างด้าว
90-Day Report = การแจ้งเมื่ออยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน
Extension = การขอเพิ่มระยะพำนัก
14. Freelancer ถือ DTV ต้องเสียภาษีไทยหรือไม่
เรื่อง Visa กับ Tax ต้องวิเคราะห์แยกจากกัน
ประมวลรัษฎากรมาตรา 41 ระบุว่า บุคคลที่อยู่ในประเทศไทยรวม 180 วันหรือมากกว่าในปีภาษี ถือเป็น Resident ของประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี
แต่สำหรับ Freelancer สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการนับวันคือ งานหรือธุรกิจนั้นถูกดำเนินที่ใด เพราะ Section 41 ยังกล่าวถึงรายได้จาก Employment หรือ Business ที่ดำเนินในประเทศไทยด้วย
หัวข้อที่ควรนำไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญภาษี ได้แก่:
- จำนวนวันที่อยู่ไทยในปีภาษี
- ประเภทบริการของ Freelancer
- สถานที่ที่ทำงานหรือให้บริการ
- ประเทศของ Client
- ประเทศที่รับเงิน
- วันที่นำเงินเข้าประเทศไทย
- ภาษีที่จ่ายในประเทศอื่น
- Double Tax Agreement ระหว่างไทยกับประเทศที่เกี่ยวข้อง
Thailand Revenue Department — Revenue Code Section 41
15. ตัวอย่าง 7 โปรไฟล์ Freelancer และวิธีจัดเอกสาร
ควรเน้น: Portfolio + Selected Client Contracts + Invoices + Payments + Statement + Financial Evidence ตาม Mission
ไม่จำเป็นต้องสร้าง Employer Letter เพราะข้อเท็จจริงคือประกอบอาชีพอิสระ
ใช้ Service Agreement ระยะยาวเป็นหลัก พร้อม Invoice และ Payment History เพื่อแสดงว่าความสัมพันธ์เป็น Independent Contractor ไม่ใช่สร้างข้อมูล Employment ใหม่ขึ้นมา
ใช้ Platform Revenue Statements, Sponsorship Agreements, Brand Contracts และ Bank Credits ตามจริง โดย Portfolio ควรอธิบาย Business Model ให้เข้าใจได้
ใช้ Company Registration, Director/Ownership Evidence, Client Agreements และ Revenue Evidence ช่วยแยก Company Activity ออกจาก Personal Savings
ใช้ Timeline จริง แม้ประวัติยังสั้น แสดง Project ที่เกิดขึ้นแล้ว Contract, Invoice และ Payment ที่มี ไม่สร้าง Client หรือประวัติย้อนหลังให้ดูเก่ากว่าความจริง
Financial Threshold กับ Freelancer Status เป็นคนละเรื่อง การมีเงินถึงเกณฑ์ไม่ได้แทน Professional Evidence ควรอธิบายว่ายังประกอบอาชีพอยู่หรือสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรตามจริง
อย่าใช้ DTV โดยอัตโนมัติเพียงเพราะออก Invoice ในนาม Freelancer ควรตรวจว่ากิจกรรมเข้าข่าย Local Work, Business Activity หรือจำเป็นต้องใช้ Non-B / Work Authorization หรือไม่ก่อนรับงาน
16. 12 ข้อผิดพลาดที่ Freelancer ควรเลี่ยงก่อนยื่น DTV
ใช้สถานะ Freelancer จริงและ Professional Portfolio แทน
เสริม Contract, Invoice หรือ Payment เมื่อมีและเกี่ยวข้อง
อธิบาย Variable Income ตามข้อเท็จจริง
เลือกตัวอย่างที่ตรวจสอบเส้นทางเงินได้
ใช้เงินที่มี Source อธิบายได้จริง
ตรวจ Mission-specific Requirement ก่อน
Core Requirement กับ Additional Requirement ต้องแยกกัน
ตรวจ Mission จริง เพราะ Checklist กลางรองรับ Professional Portfolio
Thai e-Visa ระบุว่าผู้สมัครต้องอยู่นอกประเทศไทย
DTV ไม่ควรถูกตีความเป็น Work Permit สำหรับทุกกิจกรรม
ต้องแยก Visa Validity กับ Period of Stay
ตรวจ TDAC, TM30, 90-Day Report และ Tax Situation ตามระยะพำนักจริง
หากเอกสาร Freelance, Business Registration หรือ Tax Document เป็นภาษาอื่น ควรตรวจข้อกำหนดของ Mission ก่อนจัด เอกสารแปลภาษาอังกฤษ เพราะรูปแบบ Translation และ Certification อาจต่างกันตามสถานที่ยื่น
17. แหล่งข้อมูลทางการสำหรับ DTV Freelancer
-
Thai e-Visa Official Website — Ministry of Foreign Affairs
ใช้สร้างคำร้อง e-Visa และระบุชัดว่าผู้สมัครต้องอยู่นอกประเทศไทยในขณะสมัคร -
Ministry of Foreign Affairs — Visa Types & Required Documents
ระบุ DTV1 Workcation สำหรับ Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent และ Freelancer รวมถึงเงินขั้นต่ำ 500,000 บาทและ Professional Portfolio -
Ministry of Foreign Affairs — Destination Thailand Visa Infographic
สรุป Eligible Foreigners, ค่าธรรมเนียมอ้างอิง 10,000 บาท, อายุวีซ่า 5 ปี, Multiple Entry, ระยะพำนัก 180 วัน และ Extension -
Royal Thai Embassy Seoul — DTV, updated 14 September 2026
ตัวอย่าง Mission-specific Checklist ล่าสุดที่เพิ่ม Permanent Residence, Financial History, Freelance Evidence, Portfolio, Explanation Letter และ Criminal Record สำหรับผู้สมัครในเขตของสถานทูตนั้น -
Thailand Immigration Bureau — TDAC
ใช้ส่ง Arrival Information ก่อนการเดินทางเข้าไทย -
Immigration Bureau — Notification of Residence over 90 Days
ใช้ตรวจการแจ้งที่พักเมื่ออยู่ในประเทศไทยต่อเนื่องเกิน 90 วัน -
Thailand Revenue Department — Revenue Code Section 41
ใช้ตรวจหลัก Tax Residence และ Income ที่เกี่ยวข้องกับ Employment หรือ Business ในประเทศไทย
18. Checklist DTV สำหรับ Freelancer ก่อนกด Submit
- กิจกรรมจริงเป็น Freelancer / Remote Work ที่สอดคล้องกับ DTV Workcation
- ไม่ได้ใช้ DTV แทน Thai Employment โดยไม่ตรวจสิทธิทำงาน
- ทราบแล้วว่าจะยื่นกับ Embassy/Consulate ใด
- ตรวจ Residence/Jurisdiction ของ Mission แล้ว
- ผู้สมัครอยู่นอกประเทศไทยขณะยื่น Thai e-Visa
- Passport ตรงตามข้อกำหนดของ Mission
- มี Photograph ตามเกณฑ์
- มี Location/Residence Evidence ตาม Mission
- มี Financial Evidence อย่างน้อย 500,000 บาทตามเกณฑ์ DTV
- ตรวจ Statement Period ของ Mission แล้ว
- ตรวจว่าต้องรักษายอดต่อเนื่องหรือไม่
- เงินก้อนมี Source of Funds ที่อธิบายได้
- ไม่ใช้เงินยืมชั่วคราวเพื่อสร้าง Balance
- มี Professional Portfolio
- Portfolio ระบุ Services และ Professional Background ชัด
- มี Client Contracts เมื่อช่วยพิสูจน์สถานะ
- Invoice ตรงกับ Client และ Project
- Payment Evidence เชื่อมกับ Invoice ได้
- ไม่เรียก Project Income ว่า Salary หากไม่ใช่
- Business Registration ใช้ตามสถานะจริง
- ไม่สร้างบริษัทหรือเอกสารย้อนหลังเพื่อยื่นวีซ่า
- ตรวจว่า Mission ขอ Resume หรือ Explanation Letter หรือไม่
- ตรวจ Criminal Record Requirement ของ Mission
- ตรวจ Translation / Certification Requirement
- เข้าใจว่า Visa Validity 5 ปี แต่ Stay 180 วันต่อ Entry
- วางแผน Extension หากต้องอยู่เกิน 180 วัน
- วางแผน TDAC ทุกครั้งก่อนเข้าไทย
- ตรวจ TM30 กับที่พัก
- วางแผน 90-Day Report หากอยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน
- ตรวจ Tax Situation หากทำงานจากไทยระยะยาว
Decision Flow: Freelancer ของคุณเข้าทาง DTV หรือไม่
ถ้าใช่ → ตรวจ DTV Workcation ต่อ หากเป็น Thai Employment → ตรวจ Non-B / Work Authorization
ตรวจ Portfolio, Contracts, Invoices และ Payments ที่มีจริง
ตรวจ 500,000 บาทพร้อม Statement Period ของ Mission
ตรวจ Citizenship / Residence / Jurisdiction ก่อนสร้างคำร้อง
เช็ก Residence, Criminal Record, Business Registration, Resume และ Explanation ตามหน้าทางการล่าสุด
⭐ Co Journey Visa ช่วยจัด DTV สำหรับ Freelancer อย่างไร
เคส Freelancer ไม่ควรพยายามเลียนแบบแฟ้มพนักงานประจำ เพราะจุดแข็งของคำร้องอยู่ที่การพิสูจน์ Professional Activity และ Income Trail ตามรูปแบบงานจริง
- ตรวจ Visa Route: แยก DTV Workcation ออกจาก Local Employment / Business
- ตรวจ Mission: Residence และสิทธิยื่นของสถานทูต
- จัด Portfolio: เลือก Project และ Professional Evidence ที่เกี่ยวข้อง
- คัด Contracts: เลือก Client Agreements ที่สะท้อนงานปัจจุบัน
- ตรวจ Income Trail: Invoice → Payment → Statement
- ตรวจ Financial Requirement: เงิน 500,000 บาทและ Statement Period
- ตรวจ Additional Documents: Business Registration, Resume, Criminal Record และ Translation ตาม Mission
- วาง After-entry Plan: TDAC, TM30, 90-Day Report และ Extension
การจัดเอกสารให้สอดคล้องช่วยลดความคลุมเครือของคำร้อง แต่ไม่รับประกันการอนุมัติ การพิจารณาวีซ่าและการอนุญาตเข้าเมืองเป็นอำนาจของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง
❓ คำถามที่ถามบ่อย
Freelancer ที่ต้องการอยู่ไทยควรดูวีซ่าประเภทไหน
Freelancer ไม่มี Employment Letter ยื่น DTV ได้ไหม
Portfolio สำหรับ DTV Freelancer ควรมีอะไร
DTV Freelancer ต้องมีเงิน 500,000 บาทนานกี่เดือน
DTV อายุ 5 ปี อยู่ไทยได้ 5 ปีต่อเนื่องหรือไม่
Freelancer สามารถยื่น DTV ขณะอยู่ในประเทศไทยได้ไหม
ถือ DTV แล้ว Freelancer รับลูกค้าบริษัทไทยได้เลยไหม
Freelancer ถือ DTV อยู่ไทยเกิน 90 วันต้องทำ 90-Day Report ไหม
Freelancer อยู่ไทย 180 วันขึ้นไปต้องเสียภาษีไทยหรือไม่
📌 สรุป: Freelancer ยื่น DTV ได้โดยไม่ต้องทำตัวให้เหมือนพนักงานประจำ
- DTV Workcation ระบุ Freelancer เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
- ไม่มี Employer ไม่ได้แปลว่ายื่นไม่ได้
- Checklist กลางรองรับ Professional Portfolio เพื่อพิสูจน์สถานะ Freelancer
- Client Contract, Invoice และ Payment Evidence เป็นหลักฐานเสริมที่ช่วยให้ Professional Activity ตรวจสอบได้
- ไม่ควรสร้าง Employment Letter หรือ Payslip หากไม่มีจริง
- Financial Evidence ขั้นต่ำตามเกณฑ์ DTV คือ 500,000 บาท
- จำนวนเดือน Statement และการรักษายอดแตกต่างตาม Mission
- ไม่มี Business Registration ไม่ได้แปลว่าไม่ผ่านโดยอัตโนมัติ แต่บาง Mission สามารถขอเอกสารนี้เพิ่ม
- Thai e-Visa ต้องสมัครขณะอยู่นอกประเทศไทย
- ต้องตรวจ Residence/Jurisdiction ก่อนเลือก Embassy หรือ Consulate
- DTV อายุ 5 ปีและเป็น Multiple Entry
- ระยะพำนักคือไม่เกิน 180 วันต่อ Entry ไม่ใช่อยู่ต่อเนื่อง 5 ปี
- มี Extension ผ่าน Immigration ได้ตามเงื่อนไข
- อย่าถือว่า DTV ครอบคลุม Thai Employment หรือ Business Activity ทุกประเภท
- ก่อนเข้าไทยต้องตรวจ TDAC
- ที่พักเกี่ยวข้องกับ TM30
- อยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วันต้องตรวจ 90-Day Report
- Visa กับ Tax เป็นคนละระบบ
- Freelancer ที่ทำงานจากไทยระยะยาวควรตรวจ Source of Income และ Tax Position เพิ่ม
- ใช้ Checklist ของ Mission ที่รับคำร้องเป็นข้อมูลสุดท้ายก่อน Submit
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี
Freelancer ไม่ต้องสร้างเอกสารให้เหมือนพนักงานบริษัท
ส่งสัญชาติ ประเทศที่พำนัก ประเภทงาน ลูกค้าหลัก รูปแบบรายได้ Portfolio และ Statement ที่มีจริง ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่า DTV เหมาะกับเคสหรือไม่ และสถานทูตที่คุณจะยื่นขอเอกสารเพิ่มเติมอะไร
📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.com | ปรึกษาวีซ่าบทความที่เกี่ยวข้อง
ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น







