ครูต่างชาติเปลี่ยนโรงเรียนในไทย ต้องทำวีซ่าและ Work Permit ใหม่ไหม

ครูต่างชาติเปลี่ยนโรงเรียนในไทย ต้องทำวีซ่าและ Work Permit ใหม่ไหม

🇹🇭 Foreign Teacher Transfer / Non-B / Work Permit

ครูต่างชาติเปลี่ยนโรงเรียนในไทย ต้องทำวีซ่าและ Work Permit ใหม่ไหม

การย้ายโรงเรียนไม่ใช่แค่ย้ายที่สอน แต่เกี่ยวกับนายจ้าง สถานที่ทำงาน Work Permit, Extension of Stay และเอกสารคุรุสภา ถ้าจัดลำดับผิด ครูอาจเริ่มงานใหม่ไม่ได้หรือสถานะอยู่ต่อสะดุด
📅 อัปเดตล่าสุด: 4 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 12 นาที

คำถามนี้เจอบ่อยมากในโรงเรียนไทย สถาบันภาษา และเอเจนซี่ครูต่างชาติ: ครูต่างชาติทำงานกับโรงเรียน A อยู่แล้ว ต้องการย้ายไปโรงเรียน B ในไทย ต้องทำวีซ่าใหม่ไหม? Work Permit เดิมใช้ต่อได้หรือเปล่า? หรือแค่เปลี่ยนหนังสือจ้างงานก็พอ?

คำตอบที่ปลอดภัยคือ ต้องตรวจใหม่ทั้งชุด เพราะการอยู่ต่อในไทยของครูต่างชาติและ Work Permit มักอ้างอิงโรงเรียนเดิม นายจ้างเดิม ตำแหน่งเดิม และสถานที่ทำงานเดิม หากครูย้ายโรงเรียนใหม่โดยไม่จัดการเอกสารให้ถูกลำดับ อาจเกิดปัญหาทั้งฝั่ง Immigration, กรมการจัดหางาน และคุรุสภา

บทความนี้จะอธิบายแบบเป็นขั้นตอนว่า กรณีไหนต้องยกเลิกและยื่นใหม่ กรณีไหนอาจใช้การเปลี่ยนรายการหรือเพิ่มนายจ้าง กรณีไหนต้องออกไปยื่น Non-B ใหม่ และโรงเรียนใหม่ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้าง หากเอกสารต่างประเทศหรือเอกสารครูต้องใช้ประกอบ เช่น degree, transcript, police clearance หรือเอกสารคุรุสภา ควรวางแผน แปลเอกสาร และรับรองให้พร้อมก่อนยื่นจริง

สรุปสั้น ๆ: ครูต่างชาติเปลี่ยนโรงเรียนในไทย โดยทั่วไปต้องจัดการเอกสารใหม่อย่างน้อย 2 ส่วนคือ 1) Work Permit เพราะใบอนุญาตทำงานผูกกับนายจ้าง ตำแหน่ง และสถานที่ทำงาน 2) สถานะอยู่ต่อกับ Immigration เพราะ Extension of Stay ในฐานะครูมักอ้างอิงโรงเรียนเดิม หากโรงเรียนใหม่เป็นคนละนิติบุคคลหรือสถานที่ทำงานใหม่ มักต้องยกเลิก/จัดการเอกสารเดิมและยื่นเอกสารใหม่จากโรงเรียนใหม่ ไม่ควรเริ่มสอนโรงเรียนใหม่โดยใช้ Work Permit หรือหนังสือรับรองจากโรงเรียนเดิม

💬 ครูต่างชาติกำลังจะย้ายโรงเรียน และไม่แน่ใจว่าต้องยกเลิกหรือยื่นใหม่อะไรบ้าง?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจสถานะ Non-B, Extension, Work Permit, คุรุสภา และเอกสารโรงเรียนใหม่ก่อนวันลาออกหรือวันเริ่มงาน

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. คำตอบชัด ๆ: ต้องทำใหม่ไหม

ถ้าเป็นการเปลี่ยนโรงเรียนจริง เช่น ย้ายจากโรงเรียน A ไปโรงเรียน B ที่เป็นคนละนิติบุคคล คนละนายจ้าง หรือคนละสถานที่ทำงาน โดยหลักควรถือว่า ต้องจัดการเอกสารใหม่ ไม่ใช่แค่ใช้ Non-B และ Work Permit เดิมต่อทันที

เหตุผลคือ Non-B หรือ Extension of Stay ในฐานะครูมักอ้างอิงโรงเรียนที่ออกหนังสือขอให้อยู่ต่อ ส่วน Work Permit ระบุนายจ้าง ตำแหน่ง ลักษณะงาน และสถานที่ทำงาน หากครูเปลี่ยนโรงเรียนใหม่ เอกสารเหล่านี้ต้องสอดคล้องกับโรงเรียนใหม่ก่อนเริ่มสอนจริง

💡 จำง่าย: Non-B / Extension = อนุญาตให้อยู่ในไทยตามเหตุผลที่ระบุ, Work Permit = อนุญาตให้ทำงานตามนายจ้างและสถานที่ที่ระบุ, คุรุสภา = คุณสมบัติและการอนุญาตประกอบวิชาชีพครูในสถานศึกษาที่เข้าข่าย เมื่อเปลี่ยนโรงเรียน ต้องตรวจทั้ง 3 ชั้นพร้อมกัน

2. ทำไมเปลี่ยนโรงเรียนถึงเสี่ยงเรื่องวีซ่าและ Work Permit

ปัญหาหลักของการย้ายโรงเรียนคือ “เอกสารเดิมผูกกับโรงเรียนเดิม” เช่น หนังสือขออยู่ต่อออกโดยโรงเรียนเก่า Work Permit ระบุโรงเรียนเก่า และเอกสารคุรุสภาอาจออกหรือดำเนินการผ่านสถานศึกษาเดิม หากครูย้ายไปสอนโรงเรียนใหม่ทันที ข้อเท็จจริงการทำงานอาจไม่ตรงกับเอกสารที่มีอยู่

โดยเฉพาะครูที่ถือ Extension of Stay 1 ปีจากโรงเรียนเดิม ต้องระวังมากกว่าครูที่ยังอยู่ในช่วง Non-B 90 วันแรก เพราะ Extension มักอ้างอิงการจ้างงานและหนังสือรับรองจากสถานศึกษาเดิม หากจ้างงานเดิมสิ้นสุด โรงเรียนและครูควรประสาน Immigration เพื่อจัดการสถานะต่อไปอย่างถูกต้อง

⚠️ จุดสำคัญ: อย่าให้ครูเซ็นสัญญาโรงเรียนใหม่และเริ่มสอนก่อนตรวจว่า Work Permit และสถานะอยู่ต่อรองรับโรงเรียนใหม่แล้วหรือยัง เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ครูยังมีตราประทับอยู่ถึงวันไหน แต่อยู่ที่ตราประทับและ Work Permit นั้นอ้างอิงงานเดิมหรือไม่

3. ต้องทำวีซ่าใหม่ไหม หรือใช้ Non-B เดิมได้

คำว่า “ทำวีซ่าใหม่ไหม” ต้องแยกก่อนว่าครูถือสถานะแบบใดอยู่ในไทย เพราะคำตอบต่างกันมากระหว่างครูที่เพิ่งเข้าไทยด้วย Non-B 90 วัน, ครูที่ได้ Extension of Stay จากโรงเรียนเดิมแล้ว, หรือครูที่ Work Permit เดิมถูกยกเลิกไปแล้ว

สถานะปัจจุบันของครู วีซ่า/Extension ต้องทำอย่างไร สิ่งที่ต้องระวัง
ยังอยู่ในช่วง Non-B 90 วันแรก อาจใช้สถานะ Non-Immigrant ที่มีอยู่เพื่อยื่น Work Permit/Extension กับโรงเรียนใหม่ได้ในบางเคส แต่ต้องตรวจกับ Immigration และกรมการจัดหางาน เอกสารโรงเรียนใหม่ต้องพร้อมก่อนหมดอายุ 90 วัน และตำแหน่งต้องสอดคล้องกับ Work Permit
มี Extension of Stay จากโรงเรียนเดิม ต้องตรวจการยกเลิก/จัดการ Extension เดิม และยื่นขออยู่ต่อใหม่ภายใต้โรงเรียนใหม่ให้ต่อเนื่อง ถ้าโรงเรียนเดิมยกเลิกก่อนโรงเรียนใหม่พร้อม อาจทำให้สถานะอยู่ต่อสะดุด
Work Permit เดิมถูกยกเลิกแล้ว ต้องรีบตรวจสถานะกับ Immigration เพราะเหตุผลการอยู่ต่อในฐานะครูเดิมอาจไม่รองรับอีกต่อไป ไม่ควรเริ่มงานใหม่ก่อนมีแผนเอกสารจากโรงเรียนใหม่
ย้ายโรงเรียนในเครือเดียวกัน ต้องดูว่านายจ้างตามนิติบุคคลเดิมหรือใหม่ และสถานที่ทำงานครอบคลุมหรือไม่ ชื่อแบรนด์เดียวกันไม่ได้แปลว่าเป็นนายจ้างเดียวกันในเอกสารราชการ
สถานะเดิมใกล้หมดอายุ อาจต้องวางแผนต่ออยู่ใหม่หรือออกไปยื่น Non-B ใหม่ หากเอกสารโรงเรียนใหม่ไม่ทัน อย่ารอจนวันท้าย ๆ เพราะหนังสือโรงเรียน Work Permit และคุรุสภาอาจใช้เวลา
📌 วิธีคิดที่ปลอดภัย: ก่อนลาออกจากโรงเรียนเดิม ให้ตรวจ 4 วันหมดอายุพร้อมกัน คือ วันหมดอายุ stay permit, วันหมดอายุ Work Permit, วันสิ้นสุดสัญญาเดิม และวันที่โรงเรียนใหม่พร้อมยื่นเอกสาร หาก 4 วันนี้ไม่สัมพันธ์กัน เคสมีโอกาสสะดุดสูง

4. Work Permit เดิมใช้กับโรงเรียนใหม่ได้ไหม

โดยหลัก ไม่ควรถือว่า Work Permit เดิมใช้กับโรงเรียนใหม่ได้อัตโนมัติ เพราะ Work Permit ผูกกับข้อมูลการทำงานจริง เช่น นายจ้าง ตำแหน่ง ลักษณะงาน และสถานที่ทำงาน ถ้าโรงเรียนใหม่เป็นนายจ้างใหม่หรือสถานที่ทำงานใหม่ ต้องตรวจว่าต้องยื่นขอ Work Permit ใหม่ เปลี่ยนรายการ หรือเพิ่มนายจ้างตามเงื่อนไขที่กรมการจัดหางานกำหนด

เอกสาร WP.6 ของกรมการจัดหางานระบุกรณีเปลี่ยนหรือเพิ่มลักษณะงานในนายจ้างเดิม และกรณีเพิ่มนายจ้าง พร้อมเอกสาร เช่น แบบ WP.6, Work Permit, Employment Certification, วุฒิการศึกษา และใบอนุญาตวิชาชีพถ้ากฎหมายกำหนด แต่ถ้า Work Permit ถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนนายจ้างเต็มรูปแบบ อาจต้องไปเส้นทางขอใบอนุญาตทำงานใหม่แทน

สถานการณ์ Work Permit แนวทางที่ควรตรวจ เอกสารที่มักเกี่ยวข้อง
ย้ายไปโรงเรียนใหม่ คนละนิติบุคคล มักต้องยกเลิก/จัดการ Work Permit เดิมและยื่น Work Permit ใหม่ภายใต้โรงเรียนใหม่ หนังสือลาออก/เลิกจ้าง, แบบแจ้งยกเลิก, สัญญาใหม่, Employment Certification, เอกสารโรงเรียนใหม่
เพิ่มโรงเรียน/เพิ่มนายจ้าง โดยยังมีนายจ้างเดิม ตรวจว่าทำได้ผ่านการเพิ่มนายจ้างหรือเปลี่ยนรายการ เช่น WP.6 หรือช่องทางปัจจุบันใน e-WorkPermit หรือไม่ WP.6, Work Permit เดิม, Employment Certification, เอกสารนายจ้างเดิมและใหม่
ย้ายสาขาในนิติบุคคลเดียวกัน ตรวจว่าต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือเพิ่มสถานที่ทำงานใน Work Permit หรือไม่ เอกสารสาขา แผนที่ สัญญาจ้าง/คำสั่งย้าย และเอกสารนายจ้าง
Work Permit เดิมหมดอายุแล้ว ต้องตรวจเส้นทางขอใหม่ ไม่ควรใช้เอกสารหมดอายุไปเริ่มงาน คำขอ Work Permit ใหม่, Non-Immigrant status, เอกสารนายจ้างใหม่
เปลี่ยนจากโรงเรียนไปบริษัทอบรมภาษา ต้องประเมินว่าเป็น Non-B Teaching หรือ Employment/Working และ Work Permit ระบุงานอย่างไร เอกสารบริษัท, contract, job description, สถานที่สอน, เอกสารครู

5. ตารางแยกเคส: เปลี่ยนโรงเรียนแบบไหนต้องทำอะไร

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ตารางนี้สรุปแนวทางเบื้องต้นว่าเคสไหนควรเตรียมอะไร แต่การตัดสินจริงต้องตรวจจากเอกสารปัจจุบัน วันหมดอายุ และสำนักงานที่ยื่นจริงอีกครั้ง

เคส วีซ่า / Extension Work Permit คุรุสภา คำแนะนำ
ครูลาออกจากโรงเรียนเดิมและเริ่มโรงเรียนใหม่คนละนิติบุคคล ต้องจัดการ Extension เดิมและยื่นอยู่ต่อใหม่ภายใต้โรงเรียนใหม่ หรือวางแผน Non-B ใหม่ถ้าทำในไทยไม่ทัน มักต้องยกเลิกเดิมและยื่นใหม่กับโรงเรียนใหม่ โรงเรียนใหม่ควรตรวจ/ยื่นเอกสารในนามตนเอง อย่าให้ครูเริ่มสอนจนกว่าสถานะใหม่พร้อม
ครูเปลี่ยนโรงเรียนในเครือเดียวกัน แต่นิติบุคคลต่างกัน ต้องตรวจเหมือนเปลี่ยนนายจ้าง อาจต้องทำใหม่หรือเปลี่ยน/เพิ่มรายการตามข้อเท็จจริง ต้องดูว่าเอกสารเดิมผูกกับโรงเรียนใด ชื่อเครือเดียวกันไม่พอ ต้องดูชื่อในเอกสารราชการ
ครูย้ายสาขาในนิติบุคคลเดียวกัน อาจไม่ต้องทำ Non-B ใหม่ แต่ต้องตรวจเอกสารอยู่ต่อและสถานที่ทำงาน อาจต้องเปลี่ยน/เพิ่มสถานที่ทำงาน ตรวจว่าสถานศึกษาที่ขออนุญาตตรงกับการสอนจริง ต้องแจ้งและแก้ข้อมูลก่อนเริ่มสาขาใหม่
ครูยังอยู่ Non-B 90 วันแรกและยังไม่ได้ Extension อาจใช้สถานะ Non-B เดิมเป็นฐานได้ในบางเคส แต่ต้องยื่นเอกสารใหม่จากโรงเรียนใหม่ ต้องยื่น Work Permit ให้สอดคล้องกับโรงเรียนใหม่ เตรียมเอกสารโรงเรียนใหม่ตั้งแต่ต้น ต้องรีบเพราะเวลาของ Non-B 90 วันจำกัด
ครูเริ่มสอนโรงเรียนใหม่ไปแล้วโดยไม่ได้แก้เอกสาร ต้องหยุดและตรวจสถานะทันที มีความเสี่ยง Work Permit ไม่ตรงงานจริง อาจกระทบใบอนุญาตสอน/เอกสารวิชาชีพ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเดินต่อ

6. เอกสารจากโรงเรียนเก่าและโรงเรียนใหม่ต้องมีอะไร

การเปลี่ยนโรงเรียนต้องมีเอกสารจากทั้งโรงเรียนเก่าและโรงเรียนใหม่ เพราะต้องปิดสถานะเดิมให้เรียบร้อยและเปิดสถานะใหม่ให้ถูกต้อง หากเอกสารฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พร้อม อาจเกิดช่องว่างระหว่างวันที่ออกจากงานเดิมกับวันที่เริ่มงานใหม่

เอกสารจากโรงเรียนเดิมที่ควรเตรียม

  • หนังสือลาออกหรือหนังสือสิ้นสุดการจ้าง
  • วันที่สิ้นสุดการทำงานที่ชัดเจน
  • เอกสารแจ้งยกเลิก Work Permit หรือเอกสารที่กรมการจัดหางานกำหนด
  • หนังสือสำหรับ Immigration หากต้องยกเลิก Extension เดิม
  • สำเนาเอกสาร Work Permit เดิม
  • ข้อมูลคุรุสภาหรือเอกสารใบอนุญาตสอนเดิม

เอกสารจากโรงเรียนใหม่ที่ควรเตรียม

  • Employment Letter / Offer Letter
  • Employment Contract
  • Job Description ระบุตำแหน่ง วิชา ระดับชั้น และสถานที่สอน
  • เอกสารโรงเรียน เช่น ใบอนุญาตจัดตั้งหรือเอกสารสถานศึกษา
  • เอกสารผู้มีอำนาจลงนามและตราประทับ
  • Employment Certification สำหรับ Work Permit
  • เอกสารคุรุสภา/ใบอนุญาตสอนหากเกี่ยวข้อง
⚠️ ข้อควรระวัง: วันที่ในเอกสารสำคัญมาก เช่น วันที่ลาออกจากโรงเรียนเดิม วันที่เริ่มสัญญากับโรงเรียนใหม่ วันที่ยกเลิก Work Permit เดิม และวันที่ยื่น Immigration หากวันที่เหล่านี้ไม่ต่อเนื่อง อาจทำให้สถานะครูสะดุดหรือเกิดช่วงที่ทำงานไม่ได้

7. คุรุสภา / ใบอนุญาตสอน ต้องทำใหม่ไหม

คุรุสภาเป็นอีกจุดที่โรงเรียนมักลืมตอนครูย้ายโรงเรียน เพราะคิดว่าแก้แค่วีซ่าและ Work Permit ก็พอ แต่หากตำแหน่งเข้าข่ายวิชาชีพครู เอกสารใบอนุญาตสอน หนังสืออนุญาตชั่วคราว หรือ P-License อาจเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาและการยื่นของโรงเรียนเดิม

คู่มือ P-License ของคุรุสภาระบุว่าเลขประจำตัว 13 หลักของครูต่างชาติที่โรงเรียนเคยขอไว้สามารถใช้ต่อได้เมื่อครูย้ายโรงเรียน แต่โรงเรียนใหม่อาจไม่สามารถตรวจเลขนั้นจากระบบโรงเรียนเก่าได้ในลักษณะเดิม ดังนั้นโรงเรียนใหม่ควรตรวจสถานะใบอนุญาต เอกสารเดิม และขั้นตอนที่ต้องดำเนินการในระบบของตนเองก่อนให้ครูเริ่มสอน

ประเด็นคุรุสภา สิ่งที่ต้องตรวจ ทำไมสำคัญ
เลขประจำตัวครูต่างชาติ ครูเคยมีเลข 13 หลักหรือยัง และโรงเรียนใหม่เข้าถึงข้อมูลได้อย่างไร ใช้เชื่อมประวัติ/ระบบคุรุสภา แต่โรงเรียนใหม่ต้องดำเนินการให้ถูกช่องทาง
P-License / Temporary Permit ยังไม่หมดอายุหรือไม่ และระบุสถานศึกษา/ตำแหน่งอย่างไร หากเอกสารเดิมไม่ครอบคลุมโรงเรียนใหม่ อาจต้องดำเนินการใหม่หรือปรับข้อมูล
ตำแหน่งและวิชาที่สอน โรงเรียนใหม่ให้สอนวิชาเดิมหรือเปลี่ยนระดับชั้น/วิชา อาจกระทบคุณสมบัติครูและเอกสารประกอบคุรุสภา
ประเภทสถานศึกษา โรงเรียนใหม่เป็นโรงเรียนในระบบ นอกระบบ นานาชาติ หรือสถาบันภาษา ข้อกำหนดเอกสารคุรุสภาอาจไม่เหมือนกันทุกประเภท

8. Timeline ที่ควรวางก่อนลาออกและก่อนเริ่มโรงเรียนใหม่

เคสย้ายโรงเรียนควรวาง Timeline ก่อนให้ครูลาออกจริง เพราะถ้าโรงเรียนเดิมยกเลิก Work Permit หรือเอกสาร Immigration ก่อนโรงเรียนใหม่พร้อม ครูอาจตกอยู่ในช่วงที่สถานะไม่รองรับการอยู่ต่อหรือการทำงานใหม่

1
ตรวจเอกสารปัจจุบันของครู

ดู Passport, Non-B หรือ Extension stamp, Work Permit, สัญญาเดิม, วันหมดอายุ และเอกสารคุรุสภาเดิม

2
ยืนยันวันที่สิ้นสุดงานกับโรงเรียนเดิม

วันที่ลาออกต้องสอดคล้องกับการยกเลิก Work Permit และการจัดการสถานะกับ Immigration

3
เตรียมเอกสารโรงเรียนใหม่ก่อนยกเลิกของเดิม

ให้โรงเรียนใหม่เตรียม contract, employment letter, school documents, employment certification และเอกสารคุรุสภาให้พร้อม

4
ประสานกรมการจัดหางานเรื่อง Work Permit

ตรวจว่าจะยื่นใหม่ เปลี่ยนรายการ เพิ่มนายจ้าง หรือจัดการยกเลิกเดิมอย่างไรตามข้อเท็จจริง

5
ประสาน Immigration เรื่องสถานะอยู่ต่อ

ตรวจว่าต้องยกเลิก Extension เดิมและยื่นใหม่ภายใต้โรงเรียนใหม่ หรือจำเป็นต้องออกไปยื่น Non-B ใหม่หรือไม่

6
กำหนดวันเริ่มสอนหลังเอกสารพร้อม

อย่าใช้วันเริ่มสัญญาเป็นวันเริ่มสอนจริง หาก Work Permit และสถานะอยู่ต่อยังไม่พร้อม

📌 คำแนะนำเชิงปฏิบัติ: โรงเรียนใหม่ควรตรวจเอกสารก่อนให้ครูลาออกจากโรงเรียนเก่าเสมอ โดยเฉพาะกรณีที่ครูมี Extension of Stay 1 ปีจากโรงเรียนเดิม เพราะหากสถานะเดิมถูกยกเลิกก่อนเอกสารใหม่พร้อม อาจต้องแก้เคสเร่งด่วนมากขึ้น

9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนครูย้ายโรงเรียน

การย้ายโรงเรียนของครูต่างชาติเป็นเคสที่ดูเหมือนง่าย แต่พลาดง่ายมาก เพราะทุกฝ่ายมักโฟกัสที่วันเริ่มงานใหม่ แต่ลืมว่าสถานะเดิมต้องปิดให้ถูกและสถานะใหม่ต้องเปิดให้ทัน

ข้อผิดพลาด ผลที่อาจเกิดขึ้น วิธีป้องกัน
เริ่มสอนโรงเรียนใหม่ด้วย Work Permit โรงเรียนเดิม งานจริงไม่ตรงกับนายจ้าง/สถานที่ในใบอนุญาต รอให้ Work Permit ใหม่หรือรายการที่แก้ไขพร้อมก่อนเริ่มสอน
โรงเรียนเดิมยกเลิก Work Permit ก่อนโรงเรียนใหม่พร้อม สถานะอยู่ต่ออาจสะดุดและต้องแก้เร่งด่วน วาง Timeline ยกเลิกเดิมและยื่นใหม่ให้ต่อเนื่อง
คิดว่า Non-B เดิมใช้ได้กับทุกโรงเรียน Extension เดิมอาจอ้างอิงโรงเรียนเก่า ตรวจกับ Immigration ว่าสถานะเดิมต้องจัดการอย่างไร
ไม่ตรวจว่านายจ้างใหม่เป็นนิติบุคคลเดียวกันหรือไม่ เอกสาร Work Permit และวีซ่าอาจเลือกผิดขั้นตอน ตรวจชื่อใน school license, company registration และ contract
ลืมคุรุสภา เริ่มสอน ต่อวีซ่า หรือ Work Permit อาจสะดุด ให้โรงเรียนใหม่ตรวจ P-License/Temporary Permit และสถานะครูในระบบ
วันที่ในเอกสารไม่สัมพันธ์กัน เกิดช่องว่างระหว่างออกจากงานเดิมกับเริ่มงานใหม่ ทำตารางวันที่ลาออก ยกเลิก Work Permit ยื่นใหม่ และวันเริ่มสอนจริง

ครูต่างชาติกำลังย้ายโรงเรียน และมีวันลาออก/วันเริ่มงานใกล้กัน?
ทีม Co Journey Visa ช่วยทำ Transfer Case Audit ตรวจว่าต้องยกเลิกอะไร ยื่นอะไรใหม่ และควรเรียงลำดับกับ Immigration, กรมการจัดหางาน และคุรุสภาอย่างไร

💬 ส่งเคสให้ทีมช่วยประเมิน

10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ข้อมูลการยกเลิก Work Permit, การยื่นขอ Work Permit ใหม่, การเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงาน, การต่ออยู่ในฐานะครู และคุรุสภา อาจเปลี่ยนได้ตามระบบ e-WorkPermit, สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพื้นที่, ประเภทโรงเรียน และสถานะครูปัจจุบัน ก่อนดำเนินการควรตรวจจากแหล่งทางการโดยตรง

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ:

หากเคสย้ายโรงเรียนมีหลายฝ่าย เช่น โรงเรียนเก่า โรงเรียนใหม่ เอเจนซี่ และครูต่างชาติ ควรทำ Case Summary หรือ Cover Letter เพื่ออธิบายลำดับการย้ายงาน นายจ้างใหม่ วันที่สิ้นสุดงานเดิม และวันที่ขอเริ่มงานใหม่ให้ชัดก่อนยื่นจริง

⚠️ คำเตือนก่อนดำเนินการ: การเปลี่ยนโรงเรียนของครูต่างชาติขึ้นอยู่กับสถานะวีซ่าเดิม Work Permit เดิม เอกสารโรงเรียนใหม่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน คุรุสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บทความนี้เป็นแนวทางวางแผนเอกสาร ไม่ใช่การการันตีผลอนุมัติหรือแทนคำสั่งของเจ้าหน้าที่

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยวางแผนครูต่างชาติย้ายโรงเรียน?

  • ช่วยแยกสถานะเดิมก่อนย้าย — ตรวจ Non-B, Extension, Work Permit, คุรุสภา และวันหมดอายุของครู
  • ช่วยดูว่าต้องยื่นใหม่หรือเปลี่ยนรายการ — แยกเคส Work Permit ใหม่, WP.6, เพิ่มนายจ้าง, เปลี่ยนสถานที่ หรือยกเลิกเดิม
  • ช่วยวาง Timeline โรงเรียนเก่าและโรงเรียนใหม่ — ลดความเสี่ยงจากการยกเลิกเดิมก่อนเอกสารใหม่พร้อม
  • ช่วยตรวจเอกสารโรงเรียนใหม่ — Employment Letter, Contract, School License, เอกสารผู้ลงนาม และ Employment Certification
  • ช่วยประเมินคุรุสภา — ตรวจว่า P-License, Temporary Permit หรือใบอนุญาตสอนเดิมใช้ต่อกับโรงเรียนใหม่อย่างไร
  • ช่วยจัด Evidence Map — ให้เอกสารเล่าเรื่องเดียวกันว่าออกจากโรงเรียนเดิมเมื่อไร เริ่มโรงเรียนใหม่เมื่อไร และทำงานถูกต้องในช่วงใด

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับครูต่างชาติเปลี่ยนโรงเรียนในไทย

โดยทั่วไปต้องจัดการใหม่อย่างน้อยในส่วน Work Permit และเอกสาร Immigration เพราะ Work Permit และการอยู่ต่อในฐานะครูมักผูกกับนายจ้าง สถานศึกษา ตำแหน่ง และสถานที่ทำงานเดิม หากเปลี่ยนโรงเรียนใหม่ ต้องตรวจว่าต้องยกเลิกและยื่น Work Permit ใหม่ หรือสามารถเปลี่ยน/เพิ่มรายการได้ตามเคส พร้อมจัดการสถานะอยู่ต่อกับ Immigration ให้สัมพันธ์กับโรงเรียนใหม่
ไม่ควรย้ายไปเริ่มสอนทันทีเพียงเพราะยังมี Non-B หรือ Extension เดิม เพราะสถานะเดิมอาจอ้างอิงโรงเรียนเก่า ต้องตรวจกับ Immigration ว่าต้องยกเลิกการอยู่ต่อเดิมและยื่นอยู่ต่อใหม่ภายใต้โรงเรียนใหม่หรือไม่
ไม่ควรถือว่าใช้ได้อัตโนมัติ เพราะ Work Permit ระบุนายจ้าง ตำแหน่ง ลักษณะงาน และสถานที่ทำงาน หากโรงเรียนใหม่เป็นนายจ้างใหม่หรือสถานที่ทำงานใหม่ ต้องตรวจว่าต้องยื่นขอ Work Permit ใหม่ เปลี่ยนรายการ หรือเพิ่มนายจ้างตามเงื่อนไขของกรมการจัดหางาน
ถ้าการอยู่ต่อในไทยอ้างอิงการจ้างงานจากโรงเรียนเดิม มักต้องประสานยกเลิกหรือจัดการสถานะเดิมกับ Immigration และยื่นเอกสารใหม่จากโรงเรียนใหม่ให้ต่อเนื่อง ไม่ควรปล่อยให้โรงเรียนเก่ายกเลิกเอกสารโดยไม่มีแผนจากโรงเรียนใหม่รองรับ
ต้องดูว่านิติบุคคลนายจ้างเดิมกับใหม่เป็นรายเดียวกันหรือไม่ และสถานที่ทำงานใน Work Permit ครอบคลุมหรือไม่ หากเป็นคนละนิติบุคคลหรือคนละสถานที่ที่ไม่ได้ระบุ อาจต้องยื่นเปลี่ยนรายการ เพิ่มนายจ้าง หรือขอ Work Permit ใหม่ตามข้อเท็จจริง
ต้องตรวจตามประเภทใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสอนเดิม เพราะเอกสารคุรุสภาเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาและตำแหน่งสอน แม้เลขประจำตัวครูต่างชาติบางกรณียังใช้ต่อได้ แต่โรงเรียนใหม่ควรตรวจสถานะและดำเนินการในระบบหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องของตนเอง

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเมื่อครูต่างชาติเปลี่ยนโรงเรียนในไทย

  • ครูต่างชาติเปลี่ยนโรงเรียน ไม่ควรใช้ Work Permit เดิมไปเริ่มสอนโรงเรียนใหม่อัตโนมัติ
  • ต้องตรวจว่าโรงเรียนใหม่เป็นนายจ้างใหม่ นิติบุคคลใหม่ หรือเพียงสาขา/สถานที่ใหม่ของนายจ้างเดิม
  • ถ้า Extension of Stay อ้างอิงโรงเรียนเดิม ต้องจัดการกับ Immigration ก่อนย้ายหรือเริ่มงานใหม่
  • Work Permit อาจต้องยกเลิกและยื่นใหม่ หรือใช้การเปลี่ยนรายการ/เพิ่มนายจ้างตามเงื่อนไขของกรมการจัดหางาน
  • โรงเรียนเดิมควรมีเอกสารสิ้นสุดการจ้างและการยกเลิก Work Permit/สถานะที่เกี่ยวข้อง
  • โรงเรียนใหม่ต้องเตรียม Employment Letter, Contract, เอกสารโรงเรียน, Employment Certification และเอกสารคุรุสภา
  • คุรุสภาหรือ P-License ต้องตรวจตามโรงเรียนใหม่ ไม่ควรถือว่าเอกสารเดิมใช้ได้ทันทีทุกกรณี
  • วันที่ลาออก วันที่ยกเลิก Work Permit วันที่ยื่นใหม่ และวันที่เริ่มสอนต้องวางให้ต่อเนื่อง
  • การพิจารณาขึ้นอยู่กับ Immigration กรมการจัดหางาน คุรุสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีใครสามารถการันตีผลได้

ครูต่างชาติกำลังย้ายโรงเรียน และไม่อยากให้วีซ่าหรือ Work Permit สะดุด?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเคสเปลี่ยนโรงเรียนแบบรายคน ตั้งแต่ Non-B, Extension of Stay, Work Permit เดิม, การยกเลิกนายจ้างเดิม, เอกสารโรงเรียนใหม่, WP.6/Work Permit ใหม่, คุรุสภา และ Timeline วันลาออก-วันเริ่มงาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารขัดกัน โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลอนุมัติ

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ