คำว่า “เจ้าของธุรกิจออนไลน์” ครอบคลุมตั้งแต่เจ้าของ E-commerce Store, SaaS, Digital Agency, Consulting Firm, Content Business, Online Course ไปจนถึงบริษัทที่มีทีมงานและลูกค้าอยู่หลายประเทศ ซึ่งแต่ละโครงสร้างอาจใช้ วีซ่าไทย ไม่เหมือนกัน
หากบริษัทและการดำเนินธุรกิจหลักอยู่นอกประเทศไทย และเจ้าของเพียงบริหารงานทางไกลจากไทย เส้นทางที่ควรตรวจคือ Destination Thailand Visa หรือ DTV หมวด Workcation เพราะกระทรวงการต่างประเทศระบุ Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent และ Freelancer ไว้ในกลุ่มนี้
แต่การ “เป็นเจ้าของบริษัทต่างประเทศ” ไม่ได้ทำให้ DTV ครอบคลุมทุกกิจกรรม หากมีบริษัทไทย พนักงานไทย คลังสินค้าในไทย การขายหรือให้บริการในตลาดไทย หรือ Applicant เข้าไปทำงานให้กิจการในประเทศไทย ต้องแยกเรื่อง Immigration, Business และ Work Authorization ออกจากการทำ Remote Work ทั่วไป
💬 มีบริษัทต่างประเทศแต่ไม่แน่ใจว่าจัดตัวเองเป็น Business Owner, Remote Worker หรือ Freelancer?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจโครงสร้างบริษัท ประเทศของลูกค้า Business Registration รายได้ และ Mission ที่จะยื่นก่อนจัด DTV Document Set
📋 สารบัญ
- เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรเริ่มจาก DTV หรือ Non-B
- ธุรกิจแบบไหนสอดคล้องกับ DTV Workcation
- เป็นเจ้าของบริษัทอย่างเดียวเพียงพอไหม
- เจ้าของบริษัทควรใช้เอกสารอะไร
- เจ้าของร้าน E-commerce ควรพิสูจน์อะไร
- SaaS, Agency และ Consultant จัดเอกสารอย่างไร
- บัญชีบริษัทกับบัญชีส่วนตัวใช้ต่างกันอย่างไร
- เงิน 500,000 บาทต้องเตรียมแบบไหน
- ทำไมแต่ละสถานทูตขอเอกสารไม่เท่ากัน
- ยื่น DTV ขณะอยู่ในไทยได้ไหม
- เมื่อไร Online Business กลายเป็นการทำธุรกิจในไทย
- เจ้าของบริษัทใช้ LTR Work-from-Thailand ได้ไหม
- DTV 5 ปีและ 180 วันต่อ Entry ต่างกันอย่างไร
- หลังเข้าไทยต้องทำอะไร
- ภาษีเจ้าของธุรกิจออนไลน์ต้องคิดอะไรเพิ่ม
- ตัวอย่าง 8 โครงสร้างธุรกิจ
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- แหล่งข้อมูลทางการ
- Checklist ก่อน Submit
- คำถามที่ถามบ่อย
1. เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรใช้ DTV หรือ Non-Immigrant B
ให้เริ่มจากคำถามว่า ธุรกิจอยู่ที่ไหน และ Applicant กำลังทำงานให้กิจการใด ไม่ใช่ถามเพียงว่า “ธุรกิจทำออนไลน์หรือไม่”
| โครงสร้าง | เส้นทางที่ควรตรวจ | จุดสำคัญ |
|---|---|---|
| บริษัทจดทะเบียนต่างประเทศ ลูกค้าต่างประเทศ เจ้าของบริหาร Remote | DTV Workcation | พิสูจน์ Foreign Business + Remote Professional Activity |
| ร้าน E-commerce ต่างประเทศ ใช้ Fulfilment ต่างประเทศ | DTV Workcation | แสดง Store, Business Registration, Sales/Payment และบทบาทเจ้าของ |
| SaaS / Digital Agency ต่างประเทศ | DTV Workcation | Client / Subscription / Company Evidence |
| บริษัทต่างประเทศ แต่เจ้าของไม่ได้ทำงานในบริษัทแล้ว | ตรวจวัตถุประสงค์อื่นเพิ่ม | Ownership อย่างเดียวอาจไม่อธิบาย Workcation Activity |
| ตั้งบริษัทไทยและทำงานเป็น Director/Employee | ตรวจ Non-B + Work Authorization | DTV ไม่ควรถูกใช้แทนโครงสร้างทำงานของ Thai Company |
| เข้ามาทำ Business Activity หรือสำรวจโอกาสธุรกิจในไทย | ตรวจ Non-Immigrant B | Royal Thai Embassy Seoul ระบุให้ใช้ Non-B สำหรับกิจกรรมลักษณะนี้ |
คำว่า “ควรตรวจ” ไม่ใช่ผลวินิจฉัยอัตโนมัติ ประเภทสุดท้ายต้องดูสัญชาติ สถานที่ยื่น โครงสร้างบริษัท และกิจกรรมจริง
บริหาร Foreign Online Business จากระยะไกล → DTV อาจสอดคล้อง
ทำงานหรือดำเนิน Business Operation ในประเทศไทย → ตรวจ Non-B / Work Authorization
2. เจ้าของธุรกิจออนไลน์แบบไหนสอดคล้องกับ DTV Workcation
DTV ไม่ได้ใช้คำว่า “Online Business Owner” เป็นหมวดแยก แต่ Purpose ทางการครอบคลุม Digital Nomad, Remote Worker, Foreign Talent และ Freelancer
ดังนั้นเจ้าของกิจการควรทำให้แฟ้มเห็นว่า กิจกรรมของตนมีลักษณะ Remote Professional Activity จริง เช่น:
- บริษัทจดทะเบียนนอกประเทศไทย
- บริการหรือสินค้าถูกขายผ่านระบบออนไลน์
- ลูกค้าอยู่ต่างประเทศเป็นหลักตามข้อเท็จจริง
- Applicant สามารถบริหารงานผ่านระบบออนไลน์
- มีรายได้หรือ Business Activity ที่ตรวจสอบได้
- ไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งในบริษัทไทย
ภาพรวมเกณฑ์ของวีซ่าประเภทนี้อ่านเพิ่มเติมได้ที่ DTV คืออะไร
3. มี Company Registration และเป็น Shareholder แล้วเพียงพอไหม
ยังไม่ควรถือว่าเพียงพอ เพราะ Company Registration ช่วยพิสูจน์ว่าบริษัทมีตัวตนหรือ Applicant มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท แต่ไม่ได้พิสูจน์ทั้งหมดว่า Applicant ทำงานอะไรจากประเทศไทย
ควรแยก 3 ชั้นของหลักฐาน:
Applicant A ถือหุ้น 100% ในบริษัท แต่ไม่ได้บริหารงานและรับเฉพาะ Dividend
Applicant B ถือหุ้น 100% และเป็น Managing Director ดูแล Client, Sales, Product และทีมต่างประเทศทุกวันผ่านระบบ Remote
ทั้งคู่เป็น “เจ้าของบริษัท” เหมือนกัน แต่หลักฐาน Workcation และกิจกรรม Professional ไม่เหมือนกัน
4. เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรเตรียมเอกสารอะไร
Checklist กลาง DTV ระบุ Passport, Photograph, Current Location, Financial Evidence และ Employment Contract/Certificate หรือ Professional Portfolio เป็นฐาน
สำหรับเจ้าของธุรกิจ เอกสารเสริมที่ อาจช่วยตามโครงสร้างจริง ได้แก่:
| เอกสาร | ช่วยพิสูจน์อะไร |
|---|---|
| Certificate of Incorporation / Business Registration | ตัวตนของบริษัทและข้อมูลการจดทะเบียน |
| Company Registry / Director Record | บทบาทของ Applicant เมื่อข้อมูลดังกล่าวปรากฏในทะเบียนจริง |
| Professional Portfolio / Resume | ประสบการณ์และหน้าที่ทางวิชาชีพ |
| Website / Online Store | รูปแบบธุรกิจและบริการหรือสินค้าที่ขาย |
| Client Contract / Service Agreement | ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง |
| Invoice / Sales Record | กิจกรรมสร้างรายได้ |
| Payment Processor Report | เส้นทางรายรับจากระบบที่ใช้จริง |
| Business Bank Statement | การเคลื่อนไหวของกิจการ ไม่ใช่เงินส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ |
| Corporate Tax Record | สถานะธุรกิจและรายได้ เมื่อมีและเกี่ยวข้อง |
เอกสารในตารางเป็น Evidence Planning ไม่ใช่ Mandatory Checklist เดียวกันทุกประเทศ
หากต้องการดูมุมเอกสารสำหรับผู้ประกอบการโดยเฉพาะ สามารถใช้ Checklist เจ้าของธุรกิจ ฟรีแลนซ์ เป็นแนวทางจัดหลักฐานต้นทางเพิ่มเติมได้
5. เจ้าของร้าน E-commerce ควรพิสูจน์อะไรเพิ่มเติม
ร้านค้าออนไลน์มักมีหลักฐานกระจัดกระจายมากกว่าธุรกิจบริการ เพราะมีทั้ง Store Platform, Payment Gateway, Supplier และ Fulfilment
ก่อนยื่นควรสร้าง Business Evidence Map แบบง่าย:
บริษัทหรือ Sole Proprietorship อยู่ประเทศใด
Website, Shopify, Marketplace หรือ Platform ที่ใช้จริง
ไม่ต้องสร้างสถิติใหม่ ให้ใช้ข้อมูล Sales ที่มีอยู่จริง
Payment Gateway → Company Account หรือบัญชีตามระบบธุรกิจจริง
เช่น Strategy, Product, Marketing, Vendor Management หรือ Operations ตามจริง
สำหรับธุรกิจร้านค้าออนไลน์ สามารถอ่านแนวทางจัดเอกสารเพิ่มที่ เจ้าของแบรนด์ ค้าขายออนไลน์
6. SaaS, Digital Agency และ Consulting Business ควรจัดแฟ้มต่างกันอย่างไร
อาจใช้ Company Registration, Product Website, Subscription Revenue, Payment Processor, Corporate Account และ Professional Background เพื่อทำให้เห็นว่าบริษัทและ Software Product มีตัวตนจริง
ใช้ Company Registration, Client Service Agreements, Invoices, Project Records และ Business Payments ช่วยแสดงว่ามี Agency Activity จริง
อาจมีโครงสร้างใกล้ Freelancer มากกว่า Company Owner หากรับงานในนามบุคคล จึงควรใช้ Contract, Invoice, Portfolio และ Payment ตามสถานะจริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Corporate Document ที่ไม่มี
ใช้ Business Registration เมื่อมีจริง พร้อม Platform Revenue, Commercial Agreements, Website และ Payment Trail ตามรูปแบบรายได้
7. บัญชีบริษัทกับบัญชีส่วนตัวต้องแยกกันอย่างไร
นี่เป็นจุดสำคัญมากสำหรับ Business Owner เพราะเงินบริษัทไม่ควรถูกนำเสนอเป็น Personal Savings โดยอัตโนมัติ
| บัญชี | หน้าที่ในแฟ้ม |
|---|---|
| Personal Bank Account | ใช้แสดง Financial Position ของ Applicant ตาม Requirement ของ Mission |
| Company Bank Account | ช่วยแสดง Business Revenue / Operations เมื่อเกี่ยวข้อง |
| Payment Processor | ช่วยเชื่อม Sales / Client Payments กับกิจการ |
| Transfer Company → Personal | ควรอธิบายตามสถานะจริง เช่น Salary, Director Remuneration, Dividend หรือ Owner Draw ตามระบบของประเทศนั้น |
การตรวจ Statement คนทำธุรกิจ ควรดูทั้งเจ้าของบัญชี Source of Funds เงินก้อนใหญ่ และเส้นทางเงินระหว่างบริษัทกับเจ้าของ ไม่ควรนับเงินบริษัทกับเงินส่วนตัวซ้ำเป็นก้อนเดียว
8. DTV กำหนดเงิน 500,000 บาทอย่างไร
Checklist กลาง DTV ของกระทรวงการต่างประเทศระบุ Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และยก Bank Statements ช่วง 3 เดือนเป็นตัวอย่าง
อย่างไรก็ตาม Detail ของแต่ละ Mission ยังต่างกันได้ เช่น:
- Royal Thai Consulate-General Los Angeles อัปเดต 1 กันยายน 2026 ใช้ Recent Saving หรือ Checking Statement ที่มียอดปลายงวดไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และในบางกรณี Family Statement ต้องมี Proof of Relationship
- Royal Thai Embassy London อัปเดต 8 กันยายน 2026 ระบุ Financial Evidence เทียบเท่า 500,000 บาท พร้อม Proof of Permanent Residence และ Police Clearance สำหรับ DTV1
- Royal Thai Embassy Seoul อัปเดต 14 กันยายน 2026 กำหนดสำหรับผู้ยื่นในเกาหลีให้ Statement แสดงยอดขั้นต่ำตามเกณฑ์ต่อเนื่อง 3 เดือน
9. เจ้าของธุรกิจยิ่งต้องตรวจ Mission-specific Checklist
Business Owner มีโอกาสถูกขอเอกสารต่างจาก Remote Employee เพราะไม่มี Employment Letter จากนายจ้างภายนอกแบบทั่วไป
ตัวอย่างจากข้อมูลทางการปี 2026:
10. เจ้าของธุรกิจออนไลน์ยื่น DTV ขณะอยู่ประเทศไทยได้ไหม
เว็บไซต์ Thai e-Visa ของกระทรวงการต่างประเทศระบุชัดว่า Applicant สามารถยื่น e-Visa ได้เมื่อ currently not in Thailand
Thai e-Visa Official Website — Ministry of Foreign Affairs
ขั้นตอนก่อนสร้าง Application ควรเป็น:
ไม่เลือก Mission จากค่าธรรมเนียมหรือข่าวว่าอนุมัติเร็วกว่า
บาง Mission ต้องการ Permanent Residence หรือ Legal Residence ในเขตนั้น
ตรวจ Business, Police Clearance และ Financial Documents
Owner, Director, Sole Proprietor หรือ Consultant ใช้หลักฐานไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
และเตรียมตอบ Additional Document Request หาก Mission ขอ
11. เมื่อไร Online Business เริ่มเข้าเขตการทำธุรกิจในประเทศไทย
จุดนี้สำคัญกว่าการตั้งชื่ออาชีพ เพราะสถานทูตไทย ณ กรุงโซลอัปเดตข้อมูลเดือนกันยายน 2026 ว่า ผู้ที่เดินทางเพื่อ Business Activities, Employment หรือ Exploratory Visits related to potential business opportunities in Thailand ควรยื่น Non-Immigrant B
Royal Thai Embassy Seoul — Visa Application Information
ควรหยุดตรวจ DTV แล้วขอคำแนะนำเรื่อง Non-B / Work Authorization หากเริ่มมีข้อเท็จจริง เช่น:
- ตั้งบริษัทไทยและ Applicant เข้าไปทำหน้าที่บริหาร
- รับตำแหน่ง Director หรือ Employee ที่มีการปฏิบัติงานในกิจการไทย
- มีสำนักงานหรือ Operation ในประเทศไทยที่ Applicant เข้าไปทำงาน
- มีพนักงานไทยและ Applicant ทำหน้าที่บริหารงานประจำในประเทศ
- ทำ Business Activity ในประเทศไทย
- รับงานหรือให้บริการแก่บริษัทไทยในรูปแบบที่อาจเข้าข่ายการทำงานภายใต้กฎหมายไทย
กรมการจัดหางานอธิบายเส้นทางของคนต่างด้าวระดับฝีมือหรือผู้บริหารที่เข้ามาทำงานกับสถานประกอบการในไทยว่าเกี่ยวข้องกับ Non-Immigrant B และขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงาน
Department of Employment — การขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว
12. เจ้าของ Online Company ใช้ LTR Work-from-Thailand Professional ได้ไหม
LTR Work-from-Thailand Professional เป็นอีกเส้นทางหนึ่ง แต่ไม่ได้ออกแบบจากคำว่า “Business Owner” อย่างเดียว
ข้อมูล BOI ปี 2026 ระบุเกณฑ์หลักด้าน:
- การทำงานกับ Overseas Company ที่เข้าเกณฑ์
- บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่ดำเนินงานและมี Revenue ตามเกณฑ์ หรือบริษัทลูกที่เข้าเงื่อนไข
- Personal Income ตามเกณฑ์ของ BOI
- Employment Evidence
- Health Insurance, Thai Social Security หรือ Deposit ตามทางเลือกที่กำหนด
ดังนั้น Founder หรือ Owner ที่เป็น Employee/Executive ของ Overseas Company ซึ่งเข้าเกณฑ์อาจตรวจ LTR เพิ่มได้ แต่ Ownership เพียงอย่างเดียวไม่ได้แทนเกณฑ์ Employment และ Corporate Qualification ของ BOI
13. DTV 5 ปี แต่เจ้าของธุรกิจอยู่ไทยได้ต่อเนื่องกี่วัน
Royal Thai Embassy London ซึ่งอัปเดตข้อมูล DTV เมื่อ 8 กันยายน 2026 ระบุโครงสร้างดังนี้:
| หัวข้อ | DTV |
|---|---|
| Visa Validity | 5 ปี |
| Entry | Multiple Entries |
| Period of Stay | 180 วันต่อ Entry |
| Extension | หนึ่งครั้งต่อ Entry ไม่เกินอีก 180 วัน ผ่าน Thai Immigration Bureau |
| หลังครบ 180 + 180 วัน | ต้องออกจากประเทศไทย ก่อนใช้ DTV ที่ยังมีอายุเดินทางกลับเข้ามาใหม่ |
การอนุญาตเข้าและระยะพำนักจริงอยู่ภายใต้การตรวจของ Immigration ทุกครั้ง
14. หลังได้รับ DTV แล้วมีหน้าที่อะไรเมื่อเข้าไทย
TDAC
Thailand Digital Arrival Card เป็น Arrival Form ออนไลน์สำหรับผู้เดินทางต่างชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าต้องส่งภายใน 3 วันก่อนวันเดินทางมาถึง รวมวันเดินทาง และต้องทำใหม่ทุกครั้งที่เข้าไทย
Thailand Immigration Bureau — TDAC
TM30
เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่พัก และโรงแรมมีหน้าที่แจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวตามกฎหมาย ผู้ที่เช่าบ้านหรือคอนโดระยะยาวควรตรวจเรื่อง TM30 กับผู้ให้เช่า
90-Day Notification
หากอยู่ในประเทศไทยต่อเนื่องเกิน 90 วัน ต้องตรวจหน้าที่แจ้งที่พักตามรอบ 90 วัน การรายงานดังกล่าวไม่ได้เป็นการเพิ่มระยะพำนัก
Immigration Bureau — 90-Day Notification
DTV = Visa
TDAC = Arrival Information
TM30 = Accommodation Notification
90-Day Report = Residence Notification
Extension = การขอเพิ่มระยะพำนัก
15. ภาษีของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ซับซ้อนกว่า Remote Employee อย่างไร
เจ้าของกิจการควรแยกอย่างน้อย ภาษีส่วนบุคคล ออกจาก ประเด็นระดับบริษัท
ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 ระบุว่าบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยรวม 180 วันหรือมากกว่าในปีภาษี ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี
Thailand Revenue Department — Revenue Code Section 41
สำหรับ Business Owner ต้องพิจารณาเพิ่ม เช่น:
- Applicant รับ Salary, Dividend, Director Fee หรือ Owner Distribution แบบใด
- งานหรือบริการถูกดำเนินจากที่ใด
- บริษัทจดทะเบียนประเทศใด
- มีลูกค้าและการดำเนินงานในประเทศไทยหรือไม่
- เงินถูกนำเข้าไทยเมื่อใด
- มี Double Tax Agreement ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
- โครงสร้างการบริหารจากประเทศไทยอาจมีประเด็นภาษีระดับบริษัทหรือไม่
ผู้ที่ตั้งใจบริหารบริษัทจากประเทศไทยระยะยาวควรให้ผู้เชี่ยวชาญภาษีตรวจทั้ง Personal Tax, Corporate Structure และ DTA ตามประเทศที่เกี่ยวข้อง
16. ตัวอย่าง 8 โครงสร้าง Online Business และจุดที่ควรตรวจ
ใช้ Company Registration, Store Evidence, Payment Records, Business Revenue และ Professional Role ช่วยอธิบาย Foreign Online Business พร้อม Financial Evidence ของ Applicant ตาม Mission
ใช้ LLC Record, Client Agreements, Invoices, Website และ Business Payments ตามจริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Employment Letter หากเจ้าของไม่ได้เป็น Employee ตามโครงสร้างบริษัท
ใช้ Company Record, Product Website, Subscription/Payment Reports และหลักฐานบทบาท Founder หากข้อมูลตรวจสอบได้
การเป็น Shareholder แสดง Ownership แต่หากไม่มี Professional Activity ควรตรวจว่า Workcation Purpose อธิบายจากข้อเท็จจริงได้หรือไม่ ไม่ควรสร้างหน้าที่งานขึ้นมาเพื่อให้ตรง DTV
เมื่อธุรกิจมี Operation ในประเทศไทย ควรตรวจ Business, Corporate, Customs, Tax และ Work Authorization เพิ่ม ไม่ควรถือว่าโครงสร้างยังเหมือน Foreign Remote Store เดิม
ควรตรวจลักษณะ Service และกิจกรรมในประเทศไทยก่อน ไม่ใช้เพียงประเทศที่ออก Invoice เป็นตัวตัดสินสิทธิทำงาน
สามารถใช้ Registration ของ Self-employed เมื่อมีจริง พร้อม Portfolio, Client Contract, Invoice และ Payment Evidence ตามข้อเท็จจริงและ Mission-specific Checklist
หากทำงานเป็น Executive/Employee ของบริษัทที่มีขนาดและรายได้เข้าเกณฑ์ BOI สามารถตรวจ LTR Work-from-Thailand Professional เพิ่มได้ แต่ต้องผ่านเกณฑ์ LTR แยกจาก DTV
⚡ บริษัทมีหลายบัญชี หลาย Payment Gateway และ Applicant ถอนเงินหลายรูปแบบ?
ทีม Co Journey Visa ช่วยแยก Business Revenue, Personal Funds และ Source of Funds เพื่อไม่ให้ยอดบริษัทถูกนำไปอธิบายเป็นเงินส่วนตัวผิดประเภท
17. 12 ข้อผิดพลาดของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่ควรเลี่ยง
Registration พิสูจน์บริษัท แต่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ Active Remote Work ทั้งหมด
ทั้งที่โครงสร้างบริษัทไม่มีการจ้าง Applicant แบบ Employee
ควรแยกสิทธิในเงินและหน้าที่ของแต่ละบัญชี
เชื่อม Store, Payment และ Business Entity ตามความจำเป็น
Company Revenue ไม่เท่ากับรายได้ส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ
ใช้ Financial Evidence ที่มี Source จริง
Permanent Residence, Police Clearance และ Statement Rules ต่างกันได้
Thai e-Visa ระบุว่าต้องอยู่นอกประเทศไทยขณะสมัคร
ต้องตรวจ Non-B และ Work Authorization แยก
ต้องดู Service, Contract และกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง
ระยะพำนักคือ 180 วันต่อ Entry
Business Owner มีประเด็นมากกว่าแค่ Tax Residence ของตัวเอง
หาก Business Registration, Corporate Tax Return หรือเอกสารบริษัทออกเป็นภาษาอื่น ควรตรวจ Mission ก่อนจัด เอกสารแปลภาษาอังกฤษ เพราะ Translation และ Certification Requirement สามารถต่างกันได้
18. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจในปี 2026
-
Thai e-Visa Official Website — Ministry of Foreign Affairs
ใช้สร้างคำร้อง e-Visa และยืนยันว่าผู้สมัครต้องไม่ได้อยู่ในประเทศไทยขณะสมัคร -
Ministry of Foreign Affairs — DTV Visa Type & Core Required Documents
ระบุ DTV Workcation, Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และ Employment Contract/Certificate หรือ Professional Portfolio -
Royal Thai Consulate-General Los Angeles — DTV, updated September 2026
แสดง Current Mission Requirement และตัวอย่าง Business License / Business Registration สำหรับ Self-employed ในสถานการณ์ที่ระบุ -
Royal Thai Embassy London — Destination Thailand Visa, updated September 2026
ยืนยัน DTV1 Workcation, 5-year Multiple Entry, 180-day Stay, Extension และ Requirement ปัจจุบันของ Mission -
Royal Thai Embassy Seoul — DTV, updated 14 September 2026
เป็นตัวอย่าง Mission-specific Requirement ด้าน Financial History, Business Registration, Portfolio และ Explanation -
Royal Thai Embassy Seoul — Important Notice for DTV
ระบุให้ผู้ที่มีกิจกรรม Business, Employment หรือสำรวจโอกาสธุรกิจในประเทศไทยตรวจ Non-Immigrant B -
BOI — Long-Term Resident Visa
ใช้ตรวจ Work-from-Thailand Professional สำหรับผู้ที่บริษัทและรายได้เข้าเกณฑ์ BOI -
Department of Employment — Work Permit FAQ
ใช้ตรวจโครงสร้าง Non-Immigrant B และใบอนุญาตทำงานเมื่อเข้ามาทำงานกับสถานประกอบการในประเทศไทย - Immigration Bureau — Thailand Digital Arrival Card
- Thailand Revenue Department — Revenue Code Section 41
19. Checklist DTV สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์
- บริษัทหรือธุรกิจมีตัวตนจริง
- รู้ว่าจดทะเบียนประเทศใด
- บทบาทของ Applicant ในบริษัทอธิบายได้
- ไม่ได้ใช้คำว่า Employee หากโครงสร้างจริงไม่ใช่ Employment
- ธุรกิจดำเนินงานออนไลน์จริง
- ระบุประเทศของลูกค้าหลักตามข้อเท็จจริง
- ทราบว่า Business Operation อยู่ประเทศใด
- กิจกรรมในไทยสอดคล้องกับ Remote Work / Workcation
- ไม่มี Thai Employment ที่ถูกละเลยในคำร้อง
- หากมี Thai Business Activity ได้ตรวจ Non-B / Work Authorization แล้ว
- เลือก Embassy/Consulate ที่มีอำนาจรับคำร้องแล้ว
- ตรวจ Permanent / Legal Residence Requirement แล้ว
- Applicant อยู่นอกประเทศไทยตอนยื่น Thai e-Visa
- มี Passport และ Photograph ตาม Requirement
- มี Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาทตามเกณฑ์ DTV
- ตรวจ Statement Period ของ Mission แล้ว
- ไม่ใช้ Company Money เป็น Personal Savings โดยไม่มีสิทธิหรือคำอธิบาย
- ไม่มีเงินยืมชั่วคราวเพื่อสร้าง Balance
- มี Business Registration เมื่อมีจริงหรือ Mission ขอ
- มีหลักฐาน Applicant Role ตามโครงสร้างจริง
- มี Portfolio / Resume เมื่อเกี่ยวข้อง
- มี Website / Store Evidence ที่ตรวจสอบได้เมื่อช่วยอธิบายธุรกิจ
- มี Client Contract หรือ Sales Evidence ตามความเหมาะสม
- Invoice เชื่อมกับ Business Activity จริง
- Payment Record เชื่อมกับ Revenue ได้
- Company Revenue ไม่ถูกเขียนเป็น Personal Income ทั้งหมด
- ตรวจ Corporate Tax / Business Records ที่ Mission อาจขอ
- ตรวจ Police Clearance Requirement
- ตรวจ Translation / Certification Requirement
- เข้าใจว่า DTV 5 ปีแต่ Stay 180 วันต่อ Entry
- วางแผน Extension หากจำเป็น
- วางแผน TDAC ก่อนทุก Entry
- ตรวจ TM30 กับที่พัก
- วางแผน 90-Day Report เมื่ออยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน
- ตรวจ Personal Tax และ Corporate Tax Structure หากอยู่ไทยระยะยาว
Decision Flow: Online Business ของคุณเข้าทาง DTV หรือ Non-B
ต่างประเทศ → ไปข้อถัดไป
ไทย → ตรวจ Non-B / Work Authorization
ถ้าทำงานจริง เตรียม Professional / Business Evidence ให้เห็นบทบาท
Foreign Operation → DTV อาจสอดคล้อง
Thai Operation → ตรวจ Business / Work Structure เพิ่ม
แยก Personal Funds ออกจาก Company Funds และตรวจ 500,000 บาทตาม Mission
ตรวจ Residence, Criminal Record, Business Registration, Portfolio และ Explanation ก่อน Submit
⭐ Co Journey Visa ช่วยจัด DTV สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์อย่างไร
เคส Business Owner มักซับซ้อนกว่า Remote Employee เพราะเอกสารบริษัท รายได้ส่วนตัว และเงินของกิจการเป็นคนละชั้นกัน หากจัดรวมกันหมด เจ้าหน้าที่อาจอ่านไม่ออกว่า Applicant ทำงานอะไรและเงินใดเป็นของใคร
- ตรวจ Visa Route: DTV, LTR หรือ Non-B ตามกิจกรรมจริง
- ตรวจ Business Structure: Company, Sole Proprietor, Agency, SaaS หรือ E-commerce
- ตรวจ Applicant Role: Owner, Director, Shareholder หรือ Self-employed
- จัด Business Evidence: Registration, Client, Sales, Invoice และ Payment Trail
- ตรวจ Financial Evidence: แยก Company Funds กับ Personal Funds
- ตรวจ Mission-specific Rules: Residence, Police Clearance และ Additional Documents
- ตรวจ Translation: Corporate Documents ตาม Requirement
- วาง After-entry Plan: Stay, Reporting, Extension และประเด็น Tax ที่ควรนำไปตรวจต่อ
การจัดเอกสารให้สอดคล้องช่วยให้คำร้องอ่านได้ชัดขึ้น แต่ไม่รับประกันการอนุมัติวีซ่า การพิจารณาเป็นอำนาจของสถานทูต สถานกงสุล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
❓ คำถามที่ถามบ่อย
เจ้าของธุรกิจออนไลน์ต่างประเทศสามารถยื่น DTV ได้ไหม
เจ้าของบริษัทต้องใช้ Employment Letter ของตัวเองไหม
บัญชีบริษัทใช้แทนเงิน 500,000 บาทของ DTV ได้ไหม
ร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าให้ลูกค้าต่างประเทศใช้ DTV ได้ไหม
DTV สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์ต้องมีเงิน 500,000 บาทกี่เดือน
ถือ DTV แล้วตั้งบริษัทไทยหรือบริหารบริษัทไทยได้เลยไหม
เจ้าของธุรกิจออนไลน์ยื่น Thai e-Visa DTV ขณะอยู่ในประเทศไทยได้ไหม
DTV อายุ 5 ปีหมายถึงเจ้าของธุรกิจอยู่ไทยต่อเนื่อง 5 ปีได้ไหม
เจ้าของธุรกิจออนไลน์อยู่ไทย 180 วันขึ้นไปต้องเสียภาษีไทยหรือไม่
📌 สรุป: เจ้าของธุรกิจออนไลน์ต้องพิสูจน์ทั้ง “บริษัท” และ “งานที่ทำจากไทย”
- DTV Workcation เป็นเส้นทางที่ควรตรวจสำหรับเจ้าของ Foreign Online Business ที่ทำงานทางไกล
- การเป็น Shareholder อย่างเดียวไม่ใช่หลักฐาน Professional Activity ทั้งหมด
- Business Registration ช่วยพิสูจน์ตัวตนของกิจการ
- Portfolio, Contract, Invoice และ Payment Evidence ช่วยพิสูจน์ Business Activity ตามเคส
- E-commerce, SaaS, Agency และ Consulting ใช้เอกสารไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
- Company Revenue ไม่ควรถูกนับเป็น Personal Income ทั้งหมด
- Company Bank Account ไม่ควรถูกใช้เป็น Personal Savings โดยอัตโนมัติ
- DTV กำหนด Financial Evidence ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
- Checklist กลางยก Bank Statement ช่วง 3 เดือนเป็นตัวอย่าง แต่ Mission สามารถกำหนดรายละเอียดเพิ่ม
- หลายสถานทูตปรับ DTV Requirements ในปี 2026
- Thai e-Visa ต้องสมัครขณะอยู่นอกประเทศไทย
- DTV เป็น Multiple Entry อายุ 5 ปี
- ระยะพำนักคือ 180 วันต่อ Entry ไม่ใช่ 5 ปีต่อเนื่อง
- หากเริ่มทำ Business Activity หรือ Employment ในประเทศไทย ต้องตรวจ Non-B
- เจ้าของบริษัทที่เข้าเกณฑ์ BOI อาจตรวจ LTR Work-from-Thailand เพิ่มได้
- TDAC, TM30, 90-Day Report และ Extension เป็นคนละกระบวนการ
- อยู่ไทยรวม 180 วันหรือมากกว่าในปีภาษีเข้าเกณฑ์ Tax Resident ตาม Section 41
- Business Owner ควรตรวจทั้ง Personal Tax และ Corporate Tax Structure
- ห้ามสร้างธุรกิจ รายได้ หรือธุรกรรมเทียมเพื่อใช้ประกอบคำร้อง
- ก่อน Submit ต้องใช้ Checklist ล่าสุดของ Mission ที่รับคำร้องจริง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี
มีบริษัทออนไลน์ ไม่ได้แปลว่าใช้เอกสารบริษัททั้งหมดแทนเอกสารส่วนตัวได้
ส่งสัญชาติ ประเทศที่พำนัก ประเทศที่จดบริษัท รูปแบบธุรกิจ ประเทศของลูกค้า บทบาทของ Applicant และ Financial Evidence ที่มีจริง ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยแยกว่าเอกสารใดพิสูจน์ Business Activity เอกสารใดพิสูจน์ Personal Funds และควรเริ่มจาก DTV, LTR หรือ Non-B
📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.com | ปรึกษาวีซ่าบทความที่เกี่ยวข้อง
ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น







