สถานการณ์ที่เจอบ่อยในการยื่น วีซ่าแคนาดา คือ Applicant มีแฟน พี่น้อง ลูก ญาติ หรือเพื่อนอยู่ Canada และอีกฝ่ายเชิญให้ไปพักที่บ้านตลอดทริป แต่ผู้สมัครมีรายได้และเงินออมของตัวเอง จึงตั้งใจจ่ายค่าตั๋ว ค่าอาหาร ค่าเดินทางภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวเองทั้งหมด
เคสแบบนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “Sponsor จ่ายให้ทั้งหมด” หากไม่ตรงข้อเท็จจริง เพราะบทบาทจริงมี 2 ส่วนที่ต่างกัน: Host ให้ Accommodation ส่วน Applicant เป็นผู้รับผิดชอบ Financial Costs ของตัวเอง
IRCC ระบุในแนวทาง Letter of Invitation ว่าจดหมายควรบอกทั้ง ผู้สมัครจะพักที่ไหน และ จะจ่ายค่าใช้จ่ายอย่างไร จึงควรเขียน Expense Split ให้ตรงตั้งแต่ต้น ไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ต้องเดาจาก Statement ของคนละฝ่าย
💬 Invitation เขียนว่า “I will support the applicant” แต่จริง ๆ ให้แค่ที่พัก?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Expense Split ระหว่าง Host กับ Applicant ให้ Invitation, Statement และข้อมูลใน IRCC Portal ใช้เรื่องเดียวกัน
📋 สารบัญ
- Host กับ Financial Sponsor ต่างกันอย่างไร
- ต้องเตรียมเอกสารฝั่งไหนบ้าง
- Invitation Letter ต้องเขียนอะไร
- ผู้เชิญใน Canada ควรส่งเอกสารอะไร
- Applicant Self-funded ต้องใช้การเงินอะไร
- วิธีแบ่งค่าใช้จ่ายให้ชัด
- พักบ้านฟรีใช้เป็น Proof of Accommodation อย่างไร
- แฟนกับญาติต้องใช้หลักฐานความสัมพันธ์ต่างกันไหม
- ถ้าเป็นแฟนหรือคู่รักอยู่ Canada ต้องระวังอะไร
- ต้องใช้ Bank Statement ของ Host ไหม
- ตัวอย่างเอกสารตามอาชีพ Applicant
- ตัวอย่างคำอธิบายใน Cover Letter
- ตัวอย่าง 6 สถานการณ์
- เอกสารไทยต้องแปลหรือไม่
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- แหล่งข้อมูลทางการ IRCC
- Checklist ก่อน Submit
- คำถามที่ถามบ่อย
1. ให้พักบ้านฟรี ไม่ได้แปลว่าเป็น Financial Sponsor
เริ่มจากแยกคำ 3 คำนี้ก่อน:
บุคคลเดียวกันอาจทำหลายบทบาทได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นทั้งหมด เช่น แฟนใน Toronto อาจเป็นทั้ง Inviter และ Host แต่ไม่ได้เป็น Financial Supporter หาก Applicant จ่ายค่าใช้จ่ายเอง
Host → ให้ที่พัก
Applicant → จ่าย Airfare + Food + Local Transport + Personal Expenses
แนวทาง Letter of Invitation ของ IRCC ระบุว่าจดหมายควรอธิบายว่า Visitor จะพักที่ไหนและจะจ่ายค่าใช้จ่ายอย่างไร จึงควรเขียนการแบ่งบทบาทให้ตรงกับความจริงตั้งแต่ Invitation
IRCC — Letter of invitation for visitors to Canada
2. ถ้าพักฟรีแต่จ่ายเอง ควรแยกเอกสารเป็น 2 ฝั่ง
| ฝั่ง Host ใน Canada | ฝั่ง Applicant ในไทย |
|---|---|
| Invitation Letter | Passport / Travel Document |
| ข้อมูลที่อยู่ที่จะพัก | Bank Statement ของ Applicant |
| Proof of Status ตามสถานการณ์ | Employment / Business / Study Evidence |
| Relationship Evidence เมื่อเกี่ยวข้อง | Travel Itinerary |
| หลักฐานที่พักเพิ่มเติม หาก Checklist หรือบริบทต้องใช้ | Travel History |
| ไม่จำเป็นต้องแสดงตัวเป็นผู้จ่ายหากไม่ได้จ่าย | คำอธิบายว่า Applicant รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง |
รายการสุดท้ายต้องตรวจ Personalized Document Checklist ใน IRCC Portal เพราะเอกสารที่ระบบขออาจแตกต่างตาม Purpose และข้อมูลผู้สมัคร
3. Invitation Letter ควรระบุอะไร เมื่อ Host ให้แค่ที่พัก
IRCC ระบุว่า Invitation Letter ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับ Applicant เช่น:
- ชื่อเต็ม
- วันเกิด
- ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์
- ความสัมพันธ์กับผู้เชิญ
- Purpose of Trip
- ระยะเวลาที่จะอยู่ Canada
- จะพักที่ไหน
- จะจ่ายค่าใช้จ่ายอย่างไร
- วันที่คาดว่าจะออกจาก Canada
และควรมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้เชิญ เช่น ชื่อ วันเกิด ที่อยู่ใน Canada เบอร์โทรศัพท์ อาชีพ และสถานะใน Canada ตามแนวทางของ IRCC
ตัวอย่างข้อความเรื่อง Accommodation + Funding
During the visit from [date] to [date], [Applicant Name] will stay with me at my residence at [full address]. I will provide accommodation at no charge during this period.
[Applicant Name] will be responsible for their own round-trip airfare, meals, local transportation, travel-related costs and personal expenses using their own funds.
4. ผู้เชิญใน Canada ควรส่งเอกสารอะไรประกอบ Invitation
ตามแนวทาง Invitation Letter ของ IRCC หากผู้เชิญเป็น Canadian citizen หรือ permanent resident จดหมายควรระบุสถานะและมีสำเนาหลักฐานสถานะที่เกี่ยวข้อง เช่น:
- Canadian birth certificate ตามกรณี
- Canadian citizenship document ตามกรณี
- PR Card หรือ Proof of Landing ตามกรณี
- เอกสารสถานะอื่นที่ IRCC ระบุในหน้าคำแนะนำ
หาก Inviter เป็น Temporary Resident เช่น Work Permit หรือ Study Permit holder ให้ตรวจ Personalized Checklist และใช้หลักฐานสถานะที่ตรงกับเคสหากระบบหรือ Visa Office ขอ
แล้วต้องส่ง Lease, Property Deed หรือ Utility Bill ไหม?
ไม่ควรถือว่าเป็น Mandatory Document ทุกเคส แต่สามารถใช้เป็น Supporting Evidence เมื่อจำเป็นต้องยืนยันที่อยู่หรือความสามารถในการให้ Applicant พักที่สถานที่นั้น โดยเฉพาะเมื่อข้อมูล Accommodation ต้องการบริบทเพิ่ม
5. ผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง ต้องพิสูจน์ Financial Capacity จากฝั่งตัวเอง
IRCC ระบุว่า Visitor Visa Applicant ต้องมีเงินเพียงพอสำหรับการพำนัก และจำนวนเงินที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น ระยะเวลาที่อยู่และพักโรงแรมหรือพักกับเพื่อน/ญาติ
IRCC — Visitor visa eligibility
หน้า How to apply for a visitor visa ปัจจุบันระบุว่า Bank Account Statement ช่วยให้ IRCC เข้าใจว่าผู้สมัครมีเงินพอหรือไม่ และแนะนำรายละเอียดบัญชีอย่างน้อย 6 เดือน รวมถึงยอดเงินในบัญชี
IRCC — How to apply for a visitor visa
หาก Applicant ใช้หลายบัญชี ควรจัด Statement ให้เห็นว่าบัญชีใดรับรายได้ บัญชีใดเป็น Savings และเงินโอนระหว่างบัญชีตัวเองไม่ถูกนับเป็นรายได้ใหม่ซ้ำอีกครั้ง
6. วิธีแบ่งค่าใช้จ่ายให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพในครั้งเดียว
ถ้า Host ช่วยเฉพาะ Accommodation ควรทำ Expense Structure ให้เหมือนกันทั้ง Invitation, Portal และ Cover Letter
| ค่าใช้จ่าย | ผู้รับผิดชอบ | เอกสารที่ช่วยอธิบาย |
|---|---|---|
| ที่พักใน Canada | Host ให้พักโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย | Invitation Letter + Address |
| ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ | Applicant | Applicant Funds + Itinerary |
| อาหาร | Applicant | Applicant Funds / Trip Budget |
| การเดินทางภายใน Canada | Applicant | Applicant Funds / Itinerary |
| กิจกรรมท่องเที่ยว | Applicant | Applicant Funds |
| ค่าใช้จ่ายส่วนตัว | Applicant | Applicant Funds |
ถ้า Host ให้ทั้งที่พักและอาหารบางมื้อ
เขียนตามจริงได้ เช่น:
My host will provide accommodation and some meals at home. I will remain responsible for my airfare, local transportation, sightseeing activities and personal expenses.
ในกรณีนี้ไม่ควรเขียนว่า Applicant เป็น 100% self-funded เพราะมี In-kind Support บางส่วนจาก Host แม้ Host จะไม่ได้โอนเงินให้ก็ตาม
7. พักบ้านแฟนหรือญาติ ใช้อะไรเป็น Proof of Accommodation
หน้า How to apply ของ IRCC ระบุว่า Itinerary สามารถมี Proof of Accommodation เพื่อแสดงว่าจะพักที่ไหนและอยู่นานเท่าไร
ถ้าพักบ้าน Host จริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Hotel Booking ที่ไม่ได้ใช้ สิ่งที่ควรสอดคล้องกันคือ:
- Invitation ระบุ Full Address
- Travel Dates ตรงกับช่วงที่พัก
- Itinerary ใช้เมืองและที่พักเดียวกัน
- Application ระบุ Accommodation ตามจริง
- หากเดินทางหลายเมือง แยกช่วงที่พักบ้านกับช่วงที่พักที่อื่น
ไม่ควรเขียนว่า Host provides accommodation for the entire trip หากจริง ๆ มี 3 คืนที่ Applicant ไปเที่ยวเมืองอื่นและพักโรงแรม
ควรแยก:
Day 1–8: staying with aunt in Toronto
Day 9–11: hotel in Montréal paid by applicant
8. แฟนกับญาติ ใช้หลักฐานความสัมพันธ์เหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกันทั้งหมด เพราะ Relationship Evidence ควรตรงกับประเภทความสัมพันธ์จริง
| ความสัมพันธ์ | ตัวอย่างหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้อง |
|---|---|
| คู่สมรส | Marriage Certificate |
| พ่อแม่–ลูก | Birth Certificate / Official Civil Record |
| พี่น้อง | Civil Documents ที่เชื่อม Parentage เมื่อจำเป็น |
| ญาติอื่น | เอกสารครอบครัวที่เชื่อมความสัมพันธ์ตามจริง |
| แฟน / Romantic Partner | ข้อมูล Relationship ตามข้อเท็จจริง และ Supporting Evidence เท่าที่มีสาระต่อ Purpose |
| เพื่อน | Invitation ที่อธิบายว่าเป็นเพื่อนและรู้จักกันอย่างไร เมื่อบริบทต้องการ |
ไม่จำเป็นต้องส่งหลักฐาน Relationship จำนวนมากหากไม่ได้เพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Purpose of Visit หรือคำถามใน Checklist
9. ถ้าคนเชิญเป็นแฟนอยู่ Canada ต้องเปิดเผยอย่างไร
ควรเปิดเผย Relationship ตามข้อเท็จจริง ไม่ควรเรียก Romantic Partner ว่า “just a friend” เพียงเพราะกังวลเรื่อง Family Ties หรือ Temporary Intent
สิ่งที่ควรทำให้สอดคล้องคือ:
การมีแฟนอยู่ Canada ไม่ได้เป็นเหตุปฏิเสธอัตโนมัติ แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบริบทที่เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาร่วมกับ Purpose, Financial Means และ Ties อื่นของ Applicant
10. ถ้า Host ไม่ได้จ่าย ต้องแนบ Bank Statement ของ Host ไหม
ไม่ควรถือว่า Host Financial Documents เป็นเอกสารหลักโดยอัตโนมัติ หาก Applicant เป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายเองจริง
ในโครงสร้างนี้ Financial Story ควรอยู่ที่ Applicant:
- Applicant มีรายได้หรือ Source of Funds ของตน
- Applicant มี Bank Account ที่ใช้กับทริป
- Applicant รับผิดชอบค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายส่วนตัว
- Host ให้เพียง Accommodation
Bank Statement, Employment Income, T4 หรือ Notice of Assessment ของ Host จะมีความเกี่ยวข้องมากขึ้นเมื่อ Host รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการเงินจริง หรือเมื่อ Personalized Checklist / Visa Office / IRCC ขอเอกสารดังกล่าวเฉพาะเคส
11. Applicant แต่ละอาชีพควรเสริมหลักฐานอะไร
ใช้: Employment Letter, Salary Evidence, Bank Statement และ Approved Leave ตามที่มีจริง
IRCC ระบุว่า Employer Letter สามารถช่วยยืนยันว่าผู้สมัครมีงานที่มั่นคงและจะกลับไปทำงาน โดยหน้า How to apply ปัจจุบันให้รายละเอียดข้อมูลที่ควรมี เช่น ตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน และข้อมูลติดต่อ Employer
ใช้: Business Registration, Business Activity Evidence, Personal Bank Statement และหลักฐานรายได้ที่เชื่อมกับกิจการตามจริง
ใช้: Contracts, Invoices, Client Payments, Tax Evidence หรือหลักฐานรายได้ที่มีจริง พร้อม Personal Statement
ใช้: Enrollment Evidence, Academic Schedule เมื่อเกี่ยวข้อง และ Financial Evidence ของผู้จ่ายตามข้อเท็จจริง
ใช้: Pension/Retirement Income, Savings, Investments หรือ Financial Evidence ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จริง
12. Cover Letter ควรเขียนอย่างไรให้ Host กับ Funding ไม่ปนกัน
หากโครงสร้างง่าย ไม่จำเป็นต้องเขียนจดหมายยาว แต่ Cover Letter แบบสั้นสามารถช่วยสรุป Expense Split ได้เมื่อเอกสารหลายชุด
ตัวอย่างคำอธิบาย
I plan to visit Canada from [date] to [date] to visit my [relationship], [Host Name], and for tourism.
During my stay in [city], I will stay at [Host Name]'s residence at [address] at no accommodation cost.
I will fund my own round-trip airfare, meals, local transportation, sightseeing and personal expenses using my employment income and personal savings.
My financial documents and employment evidence are included with my application.
13. ตัวอย่าง 6 สถานการณ์ที่ควรแบ่งเอกสารต่างกัน
Host: Invitation + Status + Address
Applicant: Bank Statement + Employment + Itinerary + Travel History
ข้อความ Funding: Accommodation only from host; all other costs paid by applicant
อธิบาย In-kind Support ตามจริง ไม่ต้องเรียกว่า Sponsor จ่ายทั้งหมด Applicant ยังสามารถเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลักของทริปได้
ไม่ควรเขียน Self-funded แบบเต็มรูปแบบหากความจริงต้องพึ่ง Financial Support จากญาติ ควรแสดง Funding Arrangement ตามที่เกิดขึ้นจริงและใช้เอกสารของผู้ช่วยจ่ายตามความเหมาะสม
แบ่ง Accommodation ให้ชัดว่า 7 คืนแรกพักบ้านแฟน ส่วนช่วง Vancouver ใช้ Hotel หรือที่พักอื่นตามจริง และ Applicant เป็นคนจ่ายช่วงนั้น
กรณีนี้ไม่ใช่ Accommodation Only แล้ว ควรเปิดเผยว่า Host ออก Airfare และ Applicant จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนอื่น พร้อม Evidence ที่สัมพันธ์กับโครงสร้างจริง
สามารถใช้ Invitation อธิบาย Family Visit + Accommodation และใช้ Financial/Employment Evidence ของ Applicant เป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องทำให้พ่อแม่เป็น Financial Sponsor หากไม่ได้จ่ายจริง
⚡ Host ช่วยบางอย่าง แต่ Applicant จ่ายบางอย่าง?
ทีม Co Journey Visa ช่วยทำ Expense Matrix ให้เห็นว่า Airfare, Accommodation, Food และ Daily Expenses เป็นของใคร เพื่อให้ Portal, Invitation และ Statement ไม่ขัดกัน
14. เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นอังกฤษหรือฝรั่งเศสไหม
IRCC ระบุว่า Supporting Documents ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสต้องมีคำแปลตามข้อกำหนดของ Department
Guide 5256 สำหรับ Visitor Visa ระบุว่า เอกสารที่ไม่ใช่ English หรือ French ต้องมี:
- English หรือ French translation
- Affidavit จากผู้แปล หากผู้แปลไม่ใช่ Certified Translator ตามเงื่อนไขที่ IRCC กำหนด
IRCC — Guide 5256: Applying for a visitor visa
15. 10 ข้อผิดพลาดเมื่อพักบ้าน Host แต่ Applicant จ่ายเอง
ใช้คำว่า Inviter หรือ Host providing accommodation ให้ตรงบทบาท
ทำให้ Funding Story สองชุดขัดกัน
คำอธิบายต้องมีเอกสารรองรับ
ถ้า Host ไม่ได้จ่าย ควรให้ Financial Evidence ของ Applicant เป็นหลัก
ใช้ Accommodation ตามแผนจริง
Relationship, Purpose และ Invitation ควรตรงกัน
ทำให้ Accommodation Plan ไม่ชัด
ตรวจ Employment, Business หรือแหล่งเงินตามจริง
อย่ายืมหรือหมุนเงินเพื่อสร้างภาพ Financial Capacity
IRCC ระบุว่าผู้สมัครออนไลน์จะได้รับรายการเอกสารตามสถานการณ์ของตนใน Portal
16. แหล่งข้อมูลทางการ IRCC
-
IRCC — Letter of invitation for visitors to Canada
ระบุข้อมูลที่ควรมีใน Invitation เช่น Relationship, Purpose, Duration, Where the Visitor Will Stay, How the Visitor Will Pay for Things และข้อมูลของ Inviter ใน Canada -
IRCC — How to apply for a visitor visa
ระบุ Personalized Document Checklist และตัวอย่าง Supporting Documents เช่น Travel History, Itinerary, Proof of Accommodation, Bank Statement และ Employer Information -
IRCC — Visitor visa: Who can apply
ระบุว่าผู้สมัครต้องมีเงินเพียงพอ โดยจำนวนที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาพำนักและลักษณะที่พัก เช่น Hotel หรือพักกับ Friends/Relatives รวมถึงต้องทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะออกจาก Canada เมื่อจบทริป -
IRCC — Supporting documents
อธิบายเอกสารทั่วไป เช่น Identity, Civil Status, Invitation, Employment และ Proof of Funds/Income พร้อมย้ำว่าแต่ละ Program มี Document List ของตนเอง -
IRCC — Guide 5256
ใช้ตรวจขั้นตอน Visitor Visa และข้อกำหนดเกี่ยวกับการแปล Supporting Documents ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส
17. Checklist ก่อน Submit: Host ให้พัก แต่ Applicant จ่ายเอง
- Purpose of Visit ตรงกับ Invitation
- ความสัมพันธ์กับ Inviter ระบุตามจริง
- Invitation ระบุ Full Name ของ Applicant
- Invitation ระบุ Travel Dates
- Invitation ระบุ Full Address ที่จะพัก
- Invitation ระบุ Length of Stay
- Invitation ระบุว่า Host ให้ Accommodation แบบใด
- Invitation ระบุว่า Applicant จ่ายค่าอะไรเอง
- ไม่ใช้คำว่า Full Financial Support หาก Host ไม่ได้จ่ายทั้งหมด
- มีข้อมูลติดต่อของ Inviter
- มีข้อมูลสถานะของ Inviter ตามที่เกี่ยวข้อง
- มี Proof of Status ตามคำแนะนำหรือ Checklist
- Relationship Evidence ใช้เมื่อมีสาระหรือถูกขอ
- Applicant มี Bank Statement ของตนเอง
- ตรวจรายละเอียดบัญชีตามคำแนะนำล่าสุดของ IRCC
- เงินใน Statement มี Source of Income ที่อธิบายได้
- Employment หรือ Business Evidence สอดคล้องกับรายได้
- ไม่มีเงินยืมหรือเงินหมุนเพื่อเพิ่ม Balance
- Itinerary ระบุที่พักตรงกับ Invitation
- ถ้ามี Hotel บางคืน แยกช่วงที่พักให้ถูก
- Trip Budget ไม่นับค่าโรงแรมในคืนที่พักฟรี
- แต่ยังเผื่อค่าอาหาร Transport และ Personal Expenses ตามจริง
- หาก Host ช่วยอาหารหรือ Airfare ให้เปิดเผยตามจริง
- Travel History ถูกต้อง
- Family Information สอดคล้องกับ Relationship
- เอกสารไทยมี Translation ตามข้อกำหนด
- ตรวจ Personalized Document Checklist ใน IRCC Portal แล้ว
Decision Flow: ต้องใช้เอกสารการเงินของใคร
ถ้า Applicant จ่ายเอง Financial Evidence ควรเริ่มที่ Applicant
ถ้าใช่ ระบุ Accommodation Only ใน Invitation ให้ชัด
ถ้ามี ให้ระบุแยก ไม่ควรเรียก Applicant Self-funded 100%
ตรวจ Statement, Income และ Trip Budget เป็นภาพเดียวกัน
ถ้าขอ ให้จัดตาม Personalized Checklist ไม่ตัดออกเพียงเพราะ Applicant จ่ายเอง
⭐ Co Journey Visa ช่วยจัดเคส Host ให้พัก แต่ Applicant จ่ายเองอย่างไร
เคสลักษณะนี้มักไม่ได้ติดที่ไม่มีเอกสาร แต่ติดที่แต่ละไฟล์อธิบาย “คนจ่าย” ไม่เหมือนกัน เช่น Invitation บอก Host Support Everything แต่ Statement และ Cover Letter บอก Applicant Self-funded
- ตรวจ Invitation: Relationship, Dates, Address และ Accommodation Scope
- ทำ Expense Map: แยก Airfare, Accommodation, Food, Transport และ Personal Expenses
- ตรวจ Statement: Applicant มี Financial Capacity สำหรับส่วนที่ตนรับผิดชอบหรือไม่
- ตรวจ Source of Funds: รายได้ เงินออม และเงินก้อนสำคัญ
- ตรวจ Employment/Business: ให้ Source of Income สอดคล้องกับ Statement
- ตรวจ Relationship: ไม่ให้ Invitation กับ Family Information ขัดกัน
- จัด Cover Letter: สรุป Funding Structure แบบสั้นเมื่อจำเป็น
การจัดบทบาท Host และ Applicant ให้ตรงข้อเท็จจริงช่วยลดความคลุมเครือ แต่ไม่สามารถรับประกันผล Visa ได้ การพิจารณาเป็นอำนาจของ Immigration, Refugees and Citizenship Canada
❓ คำถามที่ถามบ่อย
แฟนหรือญาติให้พักบ้านฟรี แต่ผู้สมัครจ่ายค่าใช้จ่ายเอง ต้องเรียกคนเชิญว่า Sponsor ไหม
คนเชิญต้องส่ง Bank Statement หรือ Notice of Assessment ไหมถ้าไม่ได้ออกค่าใช้จ่าย
Invitation Letter ควรระบุว่าให้พักฟรีอย่างไร
ผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเองควรใช้ Statement กี่เดือน
พักบ้านแฟนหรือญาติแล้วต้องจองโรงแรมเพิ่มไหม
ถ้าแฟนอยู่แคนาดาแต่ผู้สมัครจ่ายเอง ต้องเปิดเผยว่าเป็นแฟนไหม
ญาติให้ทั้งที่พักและอาหารบางมื้อ ยังถือว่าผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเองไหม
เอกสารภาษาไทยสำหรับวีซ่าแคนาดาต้องแปลไหม
📌 สรุป: แยก “ที่พักฟรี” ออกจาก “Financial Sponsorship” ให้ชัด
- Host สามารถให้ Accommodation อย่างเดียวได้
- การให้พักบ้านไม่ได้ทำให้ Host เป็น Financial Sponsor อัตโนมัติ
- Invitation ควรระบุว่า Applicant พักที่ไหนและใครจ่ายค่าอะไร
- ถ้า Applicant จ่ายเอง Financial Evidence ควรมาจาก Applicant เป็นหลัก
- IRCC ปัจจุบันแนะนำ Bank Account Details อย่างน้อย 6 เดือนในหน้า Visitor Visa Application
- Statement ควรสัมพันธ์กับรายได้และ Source of Funds จริง
- Host ควรให้ข้อมูล Identity, Address และ Status ตามแนวทาง Invitation
- ถ้า Host เป็น Citizen หรือ PR ให้ตรวจ Proof of Status ตามคำแนะนำของ IRCC
- Relationship Evidence ใช้ตามประเภทความสัมพันธ์และความจำเป็น
- ถ้าพักบ้าน Host จริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Hotel Booking
- ถ้าพักหลายแห่ง ให้แบ่ง Accommodation Dates ให้ตรง
- หาก Host ช่วยค่าอาหารหรือตั๋วเพิ่ม ต้องเปิดเผยตามจริง
- อย่าเขียน Full Financial Support หากให้เพียงที่พัก
- อย่าซ่อน Relationship กับแฟนหรือ Partner
- เอกสารภาษาไทยต้องตรวจ Translation Requirement ของ IRCC
- Personalized Document Checklist ใน IRCC Portal เป็นรายการที่ต้องตรวจก่อน Submit
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี
Host ให้ที่พัก แต่ Applicant จ่ายเอง ต้องให้ทุกเอกสารพูดเรื่องเดียวกัน
ส่ง Invitation, สถานะของคนเชิญ, ความสัมพันธ์, Statement ของ Applicant และแผนเดินทาง ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่า Accommodation กับ Funding ถูกแบ่งชัดหรือยัง และมีจุดไหนที่ข้อมูลใน Portal อาจขัดกับเอกสาร
📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.comบทความที่เกี่ยวข้อง
ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น







