DS-160 ระบุผู้จ่ายค่าเดินทางอย่างไร เมื่อแฟนหรือญาติเป็น Sponsor

DS-160 ระบุผู้จ่ายค่าเดินทางอย่างไร เมื่อแฟนหรือญาติเป็น Sponsor

🇺🇸 DS-160 • Financial Sponsor Guide
DS-160 ระบุผู้จ่ายค่าเดินทางอย่างไร เมื่อแฟนหรือญาติเป็น Sponsor
ช่อง Person/Entity Paying for Your Trip ไม่ได้ถามว่าใครเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า แต่ถามว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของการเดินทาง หากแฟน พ่อแม่ ลูก หรือญาติเป็นคนจ่ายจริง ควรกรอกให้ตรงกับโครงสร้างการเงินจริง และให้ข้อมูล Sponsor สอดคล้องกับคำตอบสัมภาษณ์
📅 อัปเดตล่าสุด: 11 สิงหาคม 2569 ✍️ โดย ทีม Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 15 นาที

หนึ่งในจุดที่ทำให้ผู้สมัคร วีซ่าสหรัฐอเมริกา สับสนมากที่สุดคือช่อง Person/Entity Paying for Your Trip ใน DS-160 โดยเฉพาะเมื่อผู้สมัครไม่ได้จ่ายค่าเดินทางเองทั้งหมด แต่มีแฟน พ่อแม่ ลูก พี่น้อง หรือญาติเป็น Sponsor

หลักสำคัญไม่ใช่ว่าเลือกคำตอบแบบไหนแล้ว “ดูดีกว่า” แต่คือคำตอบใดตรงกับว่า ใครจะจ่ายค่าเดินทางจริง

คำตอบสั้นๆ: ถ้าแฟนหรือญาติเป็นผู้รับผิดชอบค่าเดินทางหลัก ให้เลือก OTHER PERSON ในช่อง Person/Entity Paying for Your Trip แล้วกรอกชื่อ เบอร์โทร อีเมล ความสัมพันธ์ และที่อยู่ของผู้จ่ายตามที่ DS-160 ถาม หากเป็นพ่อแม่ ลูก หรือญาติให้เลือก Relationship ตามจริง หากเป็นแฟนที่ยังไม่ได้แต่งงาน อย่าเลือก SPOUSE เพียงเพราะเป็นคนรัก ให้เลือกตัวเลือกที่ตรงหรือใกล้เคียงกับสถานะจริงที่สุดตามที่ระบบแสดง และใช้ข้อมูลเดียวกันในการสัมภาษณ์

📝 DS-160 ระบุ Sponsor คนหนึ่ง แต่ Statement หรือ Invitation กลับเป็นอีกคน?
ควรตรวจความสอดคล้องก่อน Submit เพราะกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำชับให้ตอบ DS-160 อย่างถูกต้องและครบถ้วน

📱 ส่ง DS-160 ให้ทีมช่วยตรวจ

1. Person/Entity Paying for Your Trip หมายถึงใครรับผิดชอบค่าเดินทาง

สำหรับ Visitor Visa กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าผู้สมัครอาจต้องแสดงความสามารถในการจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดของทริป และหากผู้สมัครไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ ก็สามารถแสดงหลักฐานว่าบุคคลอื่นจะออกค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมดได้

ดังนั้นช่องนี้ควรมองในบริบทของค่าใช้จ่ายทริป เช่น:

  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ที่พัก
  • อาหารและค่าใช้จ่ายประจำวัน
  • การเดินทางในสหรัฐฯ
  • ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวอื่นตามแผนจริง
อย่าสับสนกับค่าธรรมเนียมวีซ่า: การที่ญาติเป็นคนชำระ Visa Application Fee ให้ ไม่ได้แปลว่าญาติคนนั้นต้องเป็น Person Paying for Your Trip

2. ถ้าแฟนหรือญาติเป็นผู้จ่ายหลัก ให้เลือก OTHER PERSON

ในหน้า Travel Information ของ DS-160 หากผู้รับผิดชอบค่าเดินทางเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัวผู้สมัครหรือองค์กร ให้ใช้ตัวเลือก OTHER PERSON

💳 ตัวอย่างโครงสร้างง่ายที่สุด

แฟน / พ่อ / แม่ / ลูก / ญาติเป็นผู้จ่ายหลัก → OTHER PERSON → กรอกข้อมูลผู้จ่ายจริง

ไม่ควรเลือก SELF เพียงเพราะเงินถูกโอนมาอยู่ในบัญชีผู้สมัคร หากข้อเท็จจริงคือ Sponsor ยังเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของทริป

คำว่า Sponsor ในบทความนี้หมายถึง Financial Sponsor: คือบุคคลที่ออกค่าใช้จ่ายของทริป ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ยื่น Petition หรือเป็น Sponsor ในกระบวนการ Immigrant Visa

3. เมื่อเลือก OTHER PERSON ต้องเตรียมข้อมูล Sponsor ให้พร้อม

DS-160 จะขอรายละเอียดของบุคคลที่เป็นผู้จ่าย ดังนั้นก่อนเริ่มกรอกควรมีข้อมูลจริงของ Sponsor อยู่กับตัว

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ข้อมูล แนวทางกรอก
Surnames of Person Paying for Trip นามสกุล Sponsor ตาม Passport หรือเอกสารประจำตัว
Given Names ชื่อ Sponsor ตามเอกสารจริง
Telephone Number เบอร์ที่ติดต่อ Sponsor ได้จริง
Email Address กรอกตามข้อมูลจริงและวิธีที่ระบบอนุญาต
Relationship to You เลือกความสัมพันธ์ที่ตรงกับสถานะจริง
Same Address? ตอบว่าที่อยู่ Sponsor ตรงกับ Home/Mailing Address ของผู้สมัครหรือไม่
Sponsor Address กรอกที่อยู่จริงหากระบบให้กรอกเพิ่มเติม
ข้อมูลควรตรวจสอบได้: ชื่อ Sponsor ใน DS-160 ควรสะกดตรงกับ Passport Copy, Sponsor Letter หรือเอกสารทางการเงินที่ใช้ประกอบ

4. Relationship to You ต้องเลือกตามความสัมพันธ์จริง

หาก Sponsor เป็นบุคคลในครอบครัว ควรใช้ประเภทความสัมพันธ์ที่ DS-160 แสดงและตรงกับความจริงที่สุด

Sponsor แนวทาง Relationship
พ่อหรือแม่ เลือก PARENT เมื่อระบบมีตัวเลือกดังกล่าว
ลูก เลือก CHILD เมื่อระบบมีตัวเลือกดังกล่าว
สามีหรือภรรยาตามกฎหมาย เลือก SPOUSE
พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา หรือญาติอื่น เลือกประเภทญาติอื่นที่ตรงกับตัวเลือกในระบบ
แฟนที่ยังไม่ได้แต่งงาน อย่าเลือก SPOUSE ให้เลือกตัวเลือกที่ตรงหรือใกล้เคียงกับความสัมพันธ์จริงที่สุดในหน้า DS-160
ห้ามยกระดับสถานะความสัมพันธ์เพื่อให้ดูแข็งแรง: ถ้ายังไม่ได้แต่งงาน ไม่ควรกรอก SPOUSE และไม่ควรสร้างทะเบียนสมรสหรือข้อมูลการสมรสที่ไม่มีจริง

5. แฟนเป็น Sponsor แต่ยังไม่ได้แต่งงาน ต้องทำให้ Relationship สอดคล้องทั้งฟอร์ม

กรณี Boyfriend / Girlfriend หรือ Unmarried Partner จุดสำคัญไม่ใช่เพียงช่องผู้จ่าย แต่คือข้อมูล Sponsor ต้องไม่ขัดกับส่วนอื่นของ DS-160

ควรตรวจอย่างน้อย

  • Relationship to You
  • U.S. Point of Contact หากแฟนอยู่สหรัฐฯ
  • Address Where You Will Stay
  • Purpose of Trip
  • Travel Companion หากเดินทางด้วยกัน
  • คำตอบในการสัมภาษณ์

หากแฟนอยู่สหรัฐฯ และเชิญไปพักด้วย สามารถใช้ จดหมายเชิญ เป็นเอกสารเสริมได้ตามสถานการณ์ แต่สำหรับ B1/B2 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าจดหมายเชิญไม่ใช่เอกสารที่จำเป็นในการสมัคร

สถานการณ์สมมติ: แฟนชาวอเมริกันออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ผู้สมัครจะไปเที่ยวและพักกับแฟน 12 วัน แฟนเป็นคนซื้อตั๋วและจ่ายค่ากินอยู่

DS-160: Person Paying = OTHER PERSON และกรอกข้อมูลแฟนตามจริง ส่วนสถานะความสัมพันธ์ไม่ควรระบุ SPOUSE หากยังไม่ได้แต่งงาน

6. ถ้าพ่อแม่ ลูก หรือญาติเป็น Sponsor โครงสร้างจะตรงกว่า

เมื่อเป็นความสัมพันธ์ทางครอบครัว การเลือก Relationship มักตรงไปตรงมากว่า แต่ต้องระวังว่า Sponsor กับผู้สมัครอาจอยู่คนละประเทศ

Parent Sponsor

พ่อแม่ออกค่าเที่ยว

กรอกข้อมูลพ่อหรือแม่ที่เป็นผู้จ่ายจริง ไม่จำเป็นต้องเลือกคนที่มีเงินเยอะกว่า หากอีกคนเป็นผู้จ่ายจริง

Child Sponsor

ลูกออกค่าเที่ยวให้พ่อแม่

ใช้ข้อมูลลูกเป็น Person Paying และรักษาความสัมพันธ์ให้ตรงกับเอกสารครอบครัว

Relative Sponsor

พี่น้องหรือลุงป้า

เลือกหมวดญาติอื่นตามตัวเลือกที่ระบบแสดง และเตรียมอธิบายเหตุผล Sponsorship ตามจริง

Financial Evidence

เงิน Sponsor

หากต้องใช้เอกสารประกอบ ควรทำให้เห็นว่า Sponsor มีความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจริง

7. ถ้าผู้สมัครกับ Sponsor แบ่งกันจ่าย ต้องกรอกอย่างไร

บางทริปไม่ได้มีคนเดียวออกทั้งหมด เช่น แฟนออกค่าตั๋ว ผู้สมัครจ่ายค่าโรงแรมเอง หรือพ่อแม่จ่ายตั๋วแต่ผู้สมัครมีเงินใช้จ่ายของตนเอง

DS-160 ใช้ช่อง Person/Entity Paying for Your Trip เพื่อระบุผู้จ่ายหลักในส่วนนี้ จึงควรเลือกคำตอบที่สะท้อน Funding Structure หลัก และรักษาคำอธิบายการแบ่งค่าใช้จ่ายให้ตรงกับข้อเท็จจริง

ตัวอย่าง Shared Funding Summary

Applicant: - Will pay personal shopping and daily incidental expenses. Sponsor: - Will pay international airfare. - Will provide accommodation. - Will cover major transportation expenses. Primary financial arrangement: Sponsor is the principal person paying for the trip.
ไม่ควรเขียนว่า Sponsor จ่ายทุกอย่าง ถ้าไม่ใช่ความจริง: การแบ่งค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัญหาในตัวเอง แต่ควรอธิบายแบบเดียวกันทุกครั้ง

8. Person Paying กับ U.S. Point of Contact เป็นคนเดียวกันได้ แต่ไม่จำเป็น

DS-160 ใช้ข้อมูลสองส่วนนี้คนละวัตถุประสงค์

ช่อง หน้าที่ ตัวอย่าง
Person/Entity Paying for Your Trip ใครรับผิดชอบค่าเดินทาง พ่อในไทย
U.S. Point of Contact บุคคลหรือองค์กรที่ติดต่อได้ในสหรัฐฯ ญาติที่นิวยอร์ก
Address Where You Will Stay ที่พักระหว่างอยู่สหรัฐฯ โรงแรมหรือบ้านญาติ

ทั้งสามช่องสามารถเป็นคนหรือที่อยู่เดียวกันได้หากเป็นข้อเท็จจริง เช่น แฟนในสหรัฐฯ เป็นทั้ง Sponsor, U.S. Contact และ Host แต่ไม่ควรบังคับให้เป็นคนเดียวกันเพื่อให้ฟอร์มดูเรียบร้อย

9. คนจ่าย Visa Fee ไม่ใช่คำตอบเดียวกับ Person Paying for Your Trip

คำถามนี้ถูกสับสนบ่อยมาก

ระบบนัดหมายวีซ่าสหรัฐฯ ในประเทศไทยระบุว่าบุคคลอื่น เช่น ญาติหรือเพื่อน สามารถชำระ Visa Application Fee แทนผู้สมัครได้ในบางช่องทาง

💡 แยกให้ออก

คนจ่าย Visa Fee ≠ จำเป็นต้องเป็นคนจ่ายค่าทริป

สถานการณ์สมมติ

พี่สาวช่วยชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าออนไลน์ให้ แต่ผู้สมัครใช้เงินเดือนตัวเองเที่ยวทั้งหมด

DS-160 Person Paying: SELF ตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่พี่สาว

10. ถ้าแฟนหรือญาติเป็น Sponsor ควรเตรียมเอกสารอะไร

สำหรับ B1/B2 เอกสารการเงินเพิ่มเติมไม่ได้เป็นชุด Mandatory เหมือนกันทุกคน แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าสามารถขอหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการจ่ายค่าเดินทางได้

เอกสารที่อาจใช้เมื่อเหมาะกับเคส

  • Passport / ID Copy ของ Sponsor
  • หลักฐานงานหรือธุรกิจ Sponsor
  • Bank Statement หรือหลักฐานการเงิน Sponsor
  • หลักฐานความสัมพันธ์เมื่อมีประโยชน์
  • Sponsor Letter อธิบายว่าออกค่าใช้จ่ายส่วนใด
  • Travel Plan หรือ Booking ที่สอดคล้องกับผู้จ่าย

หากจำเป็นต้องอธิบาย Funding Structure เพิ่ม สามารถใช้บริการ Cover Letter หรือจดหมายอธิบายจากข้อเท็จจริงได้ แต่ไม่ควรเพิ่มเรื่องราวที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

11. Visitor Visa B1/B2 ไม่ได้กำหนดให้ต้องมี I-134 หรือ Invitation Letter

จุดนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนคิดว่าถ้ามี Sponsor ในสหรัฐฯ ต้องทำ Affidavit of Support เสมอ

หน้า Visitor Visa ของ U.S. Department of State ระบุว่า:

  • หากผู้สมัครจ่ายค่าเดินทางทั้งหมดไม่ได้ สามารถแสดงหลักฐานว่าบุคคลอื่นจะจ่ายบางส่วนหรือทั้งหมดได้
  • ผู้สมัคร Visitor Visa ต้องมีคุณสมบัติจากความผูกพันนอกสหรัฐฯ ของตนเอง
  • Letter of Invitation หรือ Affidavit of Support ไม่ใช่เอกสารที่จำเป็นในการสมัคร Visitor Visa
ดังนั้น Sponsor ที่มีเงินมากไม่ได้แทนคุณสมบัติของผู้สมัคร: การมีแฟนหรือญาติในสหรัฐฯ พร้อมออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ได้ทำให้ผลวีซ่าถูกกำหนดโดย Sponsor เพียงอย่างเดียว

12. มี Sponsor แล้ว ผู้สมัครยังต้องอธิบายชีวิตของตัวเอง

สำหรับ B1/B2 ประเด็นสำคัญยังรวมถึงวัตถุประสงค์ของทริป ความตั้งใจเดินทางกลับ และสถานการณ์ของผู้สมัครนอกสหรัฐฯ

DS-160

ข้อมูลส่วนตัว

งาน การศึกษา ประวัติเดินทาง ครอบครัวและรายละเอียดอื่นต้องถูกต้อง

Sponsor

การเงิน

อธิบายว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายจริง

Ties

เหตุผลกลับประเทศ

งาน ธุรกิจ ครอบครัว บ้าน การเรียน หรือภาระอื่นตามสถานการณ์จริง

Purpose

เหตุผลเดินทาง

ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือเยี่ยมแฟนต้องเล่าเรื่องเดียวกับแผนเดินทางจริง

ก่อนจัด ตั๋วเครื่องบิน ที่มีค่าใช้จ่ายสูงหรือแก้ไขยาก ควรตรวจแผนเดินทางและขั้นตอนวีซ่าก่อน เพราะการมี Booking ไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับวีซ่า

13. ตัวอย่างสถานการณ์การกรอก Sponsor ใน DS-160

สถานการณ์ที่ 1: พ่อออกค่าเที่ยวให้ลูก

ผู้สมัครเพิ่งเรียนจบ พ่อออกค่าตั๋ว โรงแรม และค่าใช้จ่ายทั้งหมด

Person Paying: OTHER PERSON — พ่อ

Relationship: PARENT ตามตัวเลือกในระบบ

สถานการณ์ที่ 2: ลูกพาแม่ไปเที่ยวอเมริกา

ลูกทำงานในไทยและเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้แม่ทั้งหมด

Person Paying: OTHER PERSON — ลูก

Relationship: CHILD ตามตัวเลือกในระบบ

สถานการณ์ที่ 3: แฟนในสหรัฐฯ ออกค่าใช้จ่าย

ผู้สมัครไปเยี่ยมแฟนและพักบ้านแฟน แฟนจ่ายค่าเดินทางหลัก

Person Paying: OTHER PERSON — แฟน

Relationship: เลือกตัวเลือกที่ตรงหรือใกล้เคียงกับสถานะจริงที่สุด แต่ไม่ใช้ SPOUSE หากไม่ได้แต่งงาน

สถานการณ์ที่ 4: พี่สาวออกเฉพาะค่าตั๋ว ผู้สมัครจ่ายค่าเที่ยวเอง

เป็น Shared Funding ควรพิจารณาว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบหลักของค่าใช้จ่ายทริป และเตรียมอธิบายส่วนที่แบ่งกันจ่ายอย่างตรงไปตรงมา

สถานการณ์ที่ 5: ญาติโอนเงินให้ก่อนยื่น แล้วผู้สมัครเลือก SELF

ถ้าเงินดังกล่าวเป็นเพียงการโอนเพื่อให้ผู้สมัครมีเงินในบัญชี แต่ญาติยังเป็นเจ้าของและออกค่าใช้จ่ายจริง การเลือก SELF อาจไม่สะท้อน Funding Structure จริง

14. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่อง Sponsor ใน DS-160

1. แฟนยังไม่ได้แต่งงานแต่เลือก SPOUSE

สถานะความสัมพันธ์ควรตรงตามข้อเท็จจริง

2. เลือก SELF เพราะเงินอยู่ในบัญชีตัวเอง

ทั้งที่เงินเพิ่งมาจาก Sponsor และ Sponsor เป็นคนจ่ายทริปจริง

3. DS-160 บอกพ่อ Sponsor แต่สัมภาษณ์บอกแฟนเป็นคนจ่าย

ข้อมูลหลักควรสอดคล้องกัน

4. Sponsor Letter บอกจ่ายทั้งหมด แต่ผู้สมัครบอก Self-funded

ทำให้ Financial Arrangement อ่านแล้วไม่ตรงกัน

5. สับสนคนจ่าย Visa Fee กับคนจ่ายค่าทริป

เป็นคนละคำถามและอาจเป็นคนละคนได้

6. คิดว่า Sponsor ในสหรัฐฯ ทำให้ไม่ต้องพิสูจน์ Ties

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า Visitor Visa พิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครเอง รวมถึง Ties นอกสหรัฐฯ

7. ทำ I-134 เพราะคิดว่า B1/B2 บังคับ

Department of State ระบุว่า Affidavit of Support ไม่ใช่เอกสารที่จำเป็นในการสมัคร Visitor Visa

8. สร้าง Statement หรือ Sponsor Letter ที่ไม่ตรงความจริง

DS-160 ต้องตอบอย่างถูกต้องและครบถ้วน และข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดอาจมีผลร้ายแรงต่อคำร้อง

🇺🇸 DS-160 ที่ดีไม่ใช่แบบที่เลือกคำตอบ “ดูดีที่สุด”
แต่คือแบบที่ Person Paying, Relationship, U.S. Contact, Travel Plan และคำตอบสัมภาษณ์เล่าเรื่องเดียวกัน

💬 ให้ทีมช่วยตรวจ DS-160 Consistency

15. ถ้า Sponsor เปลี่ยนหลัง Submit DS-160 ควรทำอย่างไร

U.S. Department of State เตือนให้ตอบ DS-160 อย่างถูกต้องและครบถ้วน เพราะข้อมูลผิดหรือไม่ครบอาจทำให้ต้องแก้คำร้อง และในบางสถานการณ์อาจกระทบต่อการนัดสัมภาษณ์

หากยังไม่ได้ Submit ควรแก้ข้อมูลให้ตรงก่อนส่ง

หาก Submit ไปแล้วและ Funding Arrangement เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เดิมระบุ SELF แต่ภายหลังแฟนจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ควรตรวจคำแนะนำของสถานทูต/ระบบนัดหมายที่สมัคร และไม่ควรไปสัมภาษณ์โดยตั้งใจปกปิดความเปลี่ยนแปลง

อย่าแก้ด้วยการสร้างเอกสารให้เหมือนข้อมูลเดิม: หากสถานการณ์เปลี่ยน ให้จัดการข้อมูลตามขั้นตอนจริงของสถานทูต ไม่ควรทำ Statement หรือ Sponsor Evidence เพื่อให้ตรงกับ DS-160 ที่กรอกผิด

16. Checklist ก่อน Submit DS-160 เมื่อแฟนหรือญาติ Sponsor

💳 Person Paying

ระบุคนที่รับผิดชอบค่าเดินทางจริง
หากเป็นบุคคลอื่น เลือก OTHER PERSON
ชื่อ Sponsor สะกดตรงกับเอกสารจริง

❤️ Relationship

เลือก Parent / Child / Spouse / Relative ตามสถานะจริงเมื่อระบบมีตัวเลือก
แฟนที่ยังไม่ได้แต่งงานไม่ถูกระบุเป็น Spouse
ความสัมพันธ์ตรงกับ U.S. Contact และคำตอบสัมภาษณ์

🏠 Address

ที่อยู่ Sponsor เป็นที่อยู่จริง
ตอบ Same Address ตามข้อเท็จจริง
ไม่สับสน Sponsor Address กับ Address Where You Will Stay

💰 Funding

รู้ว่า Sponsor จ่ายค่าอะไรบ้าง
Shared Funding ถูกอธิบายตรงกัน
ไม่มีเงินโอนชั่วคราวที่ถูกอ้างเป็นเงินของผู้สมัครโดยไม่ตรงความจริง

📄 Supporting Evidence

Passport/ID Sponsor พร้อมเมื่อมีประโยชน์
Financial Evidence Sponsor สอดคล้องกับความสามารถในการจ่าย
Sponsor Letter หรือ Invitation ใช้เฉพาะเมื่อเหมาะกับเคส
ไม่ถือว่า I-134 เป็น Mandatory สำหรับ B1/B2

🏡 Applicant Profile

ข้อมูลอาชีพของผู้สมัครยังครบ
Purpose of Trip สมเหตุสมผล
Home Ties ไม่ได้พึ่ง Sponsor แทนทั้งหมด

✅ Final Consistency

DS-160, Sponsor Evidence และสัมภาษณ์ใช้ Funding Story เดียวกัน
ไม่มีข้อมูลสร้างหรือปกปิดเพื่อทำให้ Sponsor ดูแข็งแรงขึ้น
ตรวจคำแนะนำล่าสุดของสถานทูต/ระบบนัดหมายก่อน Submit

17. เอกสาร Sponsor ภาษาไทยต้องแปลทั้งหมดไหม

สำหรับ Visitor Visa สหรัฐฯ เอกสาร Supporting Documents ที่อาจนำไปสัมภาษณ์ขึ้นอยู่กับเคสและคำแนะนำของสถานทูตที่สมัคร ไม่ควรแปลเอกสารจำนวนมากโดยไม่รู้ว่าจะใช้พิสูจน์อะไร

หากมีเอกสารภาษาไทยที่มีหน้าที่สำคัญ เช่น หลักฐานความสัมพันธ์หรือเอกสารธุรกิจของ Sponsor ควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดก่อนใช้บริการ แปลเอกสาร

📌 Fact Freshness: ตรวจข้อมูลทางการล่าสุด ณ 11 สิงหาคม 2569 พบว่า U.S. Department of State ยังคงกำหนดให้ DS-160 ต้องตอบอย่างถูกต้องและครบถ้วน และหน้า Visitor Visa ระบุว่าสามารถใช้หลักฐานว่าบุคคลอื่นจะออกค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ขณะเดียวกัน Letter of Invitation หรือ Affidavit of Support ไม่ใช่เอกสารที่จำเป็นสำหรับการสมัคร Visitor Visa

18. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจล่าสุด

บทความนี้โฟกัสกรณี Nonimmigrant Visitor Visa โดยเฉพาะ B1/B2 หากเป็น F, J, M, K, H, L หรือวีซ่าที่มี Petition/Funding Document เฉพาะ ต้องตรวจเอกสารของประเภทวีซ่านั้นเพิ่มเติม ไม่ควรใช้แนวทาง Sponsor ของ B1/B2 แทนข้อกำหนดประเภทอื่น

⭐ Co Journey Visa ช่วยตรวจ DS-160 กรณีมี Sponsor ได้อย่างไร

จุดที่ควรตรวจไม่ใช่เพียงว่าเลือก OTHER PERSON หรือไม่ แต่ต้องตรวจว่าความสัมพันธ์ การเงิน และแผนเดินทางเชื่อมกันตลอดทั้งคำร้อง

  • ตรวจ Person Paying — Self, Other Person หรือ Entity ตาม Funding จริง
  • ตรวจ Relationship — แฟน ญาติ พ่อแม่ หรือลูกให้ตรงสถานะ
  • ตรวจ U.S. Contact — ไม่ให้ข้อมูลขัดกับ Sponsor
  • ตรวจ Travel Plan — วันเดินทาง ที่พัก และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • ตรวจ Financial Evidence — Source of Funds ของ Sponsor และผู้สมัคร
  • ตรวจ Sponsor/Invitation Letter — ให้ตรงกับ DS-160
  • ตรวจ Home Ties — ไม่ให้ Sponsor กลบข้อมูลชีวิตของผู้สมัคร
  • เตรียม Interview Consistency — ลดความผิดพลาดจากคำตอบที่ไม่ตรงกับแบบฟอร์ม
ขอบเขตบริการ: Co Journey Visa ช่วยจัดระบบและตรวจความสอดคล้องจากข้อมูลจริง แต่ไม่สามารถสร้าง Sponsor, รายได้, ความสัมพันธ์, Statement หรือเหตุผลเดินทางที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และไม่สามารถรับประกันผลการพิจารณาวีซ่า

❓ คำถามที่ถามบ่อยเรื่องผู้จ่ายค่าเดินทางใน DS-160

หากแฟนเป็นบุคคลที่รับผิดชอบค่าเดินทางหลักตามข้อเท็จจริง ให้เลือก OTHER PERSON ในช่อง Person/Entity Paying for Your Trip และกรอกข้อมูลของผู้จ่ายตามที่ระบบถาม หากยังไม่ได้แต่งงานไม่ควรเลือก SPOUSE ในช่องความสัมพันธ์ แต่ควรเลือกตัวเลือกที่ตรงหรือใกล้เคียงกับสถานะจริงที่สุดตามตัวเลือกที่ระบบแสดง
หากพ่อ แม่ ลูก หรือญาติเป็นผู้รับผิดชอบค่าเดินทางหลักในฐานะบุคคล ให้เลือก OTHER PERSON และกรอกข้อมูลผู้จ่าย จากนั้นเลือก Relationship to You ให้ตรงกับความสัมพันธ์จริง เช่น PARENT, CHILD หรือหมวดญาติอื่นตามตัวเลือกที่ระบบแสดง
ไม่ควรเลือก SPOUSE หากยังไม่ได้เป็นคู่สมรสตามกฎหมาย ให้ใช้สถานะความสัมพันธ์ตามจริงและเลือกตัวเลือกที่ใกล้เคียงที่สุดใน DS-160 โดยข้อมูลนี้ควรสอดคล้องกับ U.S. Contact, Invitation, Sponsor Letter และคำตอบในการสัมภาษณ์
ควรยึดโครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง DS-160 มีช่องผู้จ่ายหลักในส่วนนี้ หากมีการแบ่งค่าใช้จ่ายควรเลือกคำตอบที่สะท้อนผู้รับผิดชอบหลักอย่างเหมาะสม และเตรียมอธิบายว่าใครจ่ายรายการใดให้ตรงกับเอกสารและคำตอบสัมภาษณ์ ไม่ควรระบุว่าคนหนึ่งออกทั้งหมดหากความจริงแบ่งกันจ่าย
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าสำหรับ Visitor Visa จดหมายเชิญหรือ Affidavit of Support ไม่ใช่เอกสารที่จำเป็นในการสมัคร ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติจากสถานการณ์ของตนเอง โดยอาจแสดงหลักฐานว่าบุคคลอื่นจะออกค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมดได้
ไม่จำเป็น การชำระค่าธรรมเนียมคำร้องกับคำถาม Person/Entity Paying for Your Trip เป็นคนละเรื่อง บุคคลอื่นสามารถชำระค่าธรรมเนียมแทนได้ แต่ DS-160 ควรระบุผู้ที่รับผิดชอบค่าเดินทางจริง
ยังต้องพิจารณา ผู้สมัคร B1/B2 ต้องมีคุณสมบัติจากสถานการณ์ของตนเอง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าหลักฐานงานและความสัมพันธ์ในประเทศบ้านเกิดอาจใช้แสดงวัตถุประสงค์และความตั้งใจเดินทางกลับได้ การมี Sponsor ไม่ได้แทน Home Ties ของผู้สมัคร

📌 สรุป DS-160 เมื่อแฟนหรือญาติเป็น Sponsor

  • Person/Entity Paying for Your Trip ถามว่าใครรับผิดชอบค่าเดินทางจริง
  • ถ้าแฟนหรือญาติเป็นผู้จ่ายหลัก ให้เลือก OTHER PERSON
  • กรอกชื่อและข้อมูล Sponsor ตามเอกสารจริง
  • พ่อแม่ใช้ Relationship ที่ตรงกับ Parent
  • ลูกใช้ Relationship ที่ตรงกับ Child
  • ญาติอื่นเลือกหมวดญาติที่ตรงตามตัวเลือกในระบบ
  • แฟนที่ยังไม่ได้แต่งงานไม่ควรเลือก Spouse
  • Sponsor กับ U.S. Contact สามารถเป็นคนเดียวกันได้ แต่ไม่จำเป็น
  • คนจ่าย Visa Fee ไม่จำเป็นต้องเป็นคนจ่ายค่าทริป
  • Shared Funding ควรอธิบายว่าใครจ่ายรายการใดตามจริง
  • B1/B2 ไม่ได้กำหนดให้ต้องมี I-134 หรือ Invitation Letter
  • บุคคลอื่นสามารถแสดงว่าออกค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมดได้
  • Sponsor ไม่ได้แทน Employment หรือ Home Ties ของผู้สมัคร
  • DS-160 และคำตอบสัมภาษณ์ควรสอดคล้องกัน
  • ห้ามสร้างรายได้ Statement หรือความสัมพันธ์เพื่อให้ Sponsor ดูแข็งแรงขึ้น
  • ข้อมูล DS-160 ควรถูกต้องและครบถ้วนก่อน Submit
  • หากข้อมูลเปลี่ยนหลัง Submit ให้ตรวจขั้นตอนแก้ไขกับสถานทูตที่สมัคร
  • การมี Sponsor ไม่รับประกันผลวีซ่า

Person Paying ใน DS-160 ควรตอบจาก “ใครจ่ายจริง” ไม่ใช่เลือกคำตอบที่คิดว่าสถานทูตอยากเห็น

ส่งข้อมูล Sponsor, ความสัมพันธ์, แผนว่าใครจ่ายตั๋ว/ที่พัก/ค่าใช้จ่าย และข้อมูล DS-160 ที่กรอกไว้ เพื่อให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจความสอดคล้องก่อน Submit หรือก่อนสัมภาษณ์

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com