วีซ่าไทยสำหรับชาวชิลี 2026: เข้าไทยเพื่อเที่ยว ทำงาน หรืออยู่กับครอบครัวต้องขอวีซ่าแบบไหน

วีซ่าไทยสำหรับชาวชิลี 2026: เข้าไทยเพื่อเที่ยว ทำงาน หรืออยู่กับครอบครัวต้องขอวีซ่าแบบไหน

🇨🇱✈️ Thailand Visa Guide 2026

วีซ่าไทยสำหรับชาวชิลี 2026: เข้าไทยเพื่อเที่ยว ทำงาน หรืออยู่กับครอบครัวต้องขอวีซ่าแบบไหน

สรุปแบบแยกตามวัตถุประสงค์จริง: เที่ยวระยะสั้นใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ไหม ทำงานต้องใช้ Non-B หรือไม่ และอยู่กับครอบครัวควรวางแผน Non-O อย่างไร
📅 อัปเดตล่าสุด: 29 มิถุนายน 2026 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 9 นาที

เคสชาวชิลีที่ต้องการเข้าไทยมักเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “ต้องขอวีซ่าไหม?” แต่ในงานจริง คำตอบที่ปลอดภัยกว่าคือ “จะเข้าไทยเพื่ออะไร และจะอยู่กี่วัน?” เพราะการมาเที่ยว 3 สัปดาห์ การมาทำงานกับบริษัทไทย และการมาอยู่กับคู่สมรสหรือครอบครัวในไทย ใช้ตรรกะเอกสารคนละแบบ

สำหรับปี 2026 ผู้ถือหนังสือเดินทางชิลีอยู่ในกลุ่มประเทศที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโกระบุว่าสามารถเข้าไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าในบางกรณี และตามกรอบมาตรการยกเว้นวีซ่าของไทยที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2024 โดยทั่วไปพำนักได้สูงสุด 60 วัน และอาจขยายได้อีกไม่เกิน 30 วันตามดุลพินิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทย แต่สิทธินี้เหมาะกับการท่องเที่ยว ธุรกิจระยะสั้น หรือกิจกรรมที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น

ถ้าเป็นเคสทำงาน เรียน อยู่กับครอบครัว ทำงานทางไกล หรือวางแผนอยู่ไทยนานกว่าแผนท่องเที่ยวปกติ ควรดูประเภท Thailand Visa ให้ตรงก่อนเดินทาง ไม่ควรใช้คำว่า “มาเที่ยว” เพื่อครอบทุกวัตถุประสงค์ เพราะอาจกระทบทั้งการผ่านด่านและการต่อสถานะในอนาคต

สรุปสั้น ๆ: ชาวชิลีที่เข้าไทยเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นโดยไม่ทำงานในไทย โดยหลักสามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ตามเงื่อนไขล่าสุดของไทย แต่ถ้าจะทำงานควรดู Non-Immigrant B หากจะอยู่กับครอบครัวหรือคู่สมรสควรดู Non-Immigrant O และถ้าเป็น remote worker / digital nomad อาจต้องประเมินว่าเข้าเกณฑ์ DTV หรือไม่ พร้อมกรอก TDAC ก่อนเข้าไทยทุกครั้ง

💬 ไม่แน่ใจว่าเคสชาวชิลีของคุณควรเข้าไทยแบบยกเว้นวีซ่าหรือยื่น e-Visa ก่อน?
ส่งวัตถุประสงค์ ระยะเวลาพำนัก และเอกสารที่มีให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. ชาวชิลีเข้าไทยปี 2026 ต้องขอวีซ่าหรือไม่?

ถ้าเป็นผู้ถือหนังสือเดินทางชิลี เดินทางเข้าไทยเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเพื่อน หรือทำธุรกิจระยะสั้นโดยไม่รับค่าจ้างในประเทศไทย โดยหลักสามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ตามรายชื่อประเทศที่ประกาศโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก

แต่สิทธิยกเว้นวีซ่าไม่ใช่ “วีซ่าระยะยาว” และไม่ใช่ทางลัดสำหรับการทำงานหรืออยู่ไทยถาวร เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังสามารถสอบถามแผนเดินทาง หลักฐานที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ออกนอกไทย และเหตุผลการเข้าเมืองได้ โดยเฉพาะเคสที่ตั้งใจอยู่ครบระยะยาวหรือมีประวัติเดินทางเข้าออกบ่อย

📌 หมายเหตุทางการ: ข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาพำนัก การขยายเวลา เอกสาร และค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก ระบบ Thai e-Visa และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยก่อนเดินทางหรือยื่นจริงเสมอ

2. เข้าไทยเพื่อท่องเที่ยวควรใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าหรือ Tourist Visa?

ถ้าแผนท่องเที่ยวไม่ซับซ้อน อยู่ไม่นาน และมีตั๋วออกจากไทยชัดเจน สิทธิยกเว้นวีซ่าอาจเพียงพอสำหรับชาวชิลีหลายเคส แต่ถ้าแผนอยู่ใกล้เต็มกรอบเวลา ต้องการเข้าออกไทยหลายรอบ หรือมีแผนพักยาวต่อเนื่อง การยื่น Tourist Visa ล่วงหน้าอาจเป็นตัวเลือกที่ควรนำมาเทียบ

✅ ใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ในเคสทั่วไป

  • เที่ยวไทยระยะสั้น
  • มีตั๋วเดินทางออกจากไทย
  • มีที่พักและแผนเที่ยวชัดเจน
  • ไม่มีแผนทำงานหรือรับค่าจ้างในไทย

⚠️ ควรเทียบ Tourist Visa ก่อน

  • จะอยู่ไทยนานใกล้เต็มกรอบเวลา
  • ต้องเข้าไทยหลายรอบในช่วงใกล้กัน
  • มีแผนพักกับเพื่อนหรือแฟนโดยไม่มีโรงแรม
  • เคยพำนักในไทยยาวมาก่อน
⚠️ จุดที่ต้องระวัง: คนจำนวนหนึ่งดูแค่จำนวนวันที่อนุญาต แต่ไม่ได้ดูว่าพฤติกรรมการเข้าออกไทย “ดูเป็นนักท่องเที่ยวจริงไหม” หากอยู่เต็มกรอบหลายครั้ง หรือไม่มีเหตุผลการเดินทางที่ชัดเจน อาจถูกถามเพิ่มที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองได้

3. เข้าไทยเพื่อทำงานหรือธุรกิจต้องใช้วีซ่าแบบไหน?

ถ้าเป็นการประชุม เจรจาธุรกิจระยะสั้น หรือเข้ามาติดต่อคู่ค้าช่วงสั้น อาจอยู่ในกรอบของการเดินทางธุรกิจระยะสั้นได้ตามเงื่อนไขที่ไทยกำหนด แต่ถ้าเป็นการทำงานจริงกับบริษัทในไทย สอน ทำงานประจำ รับค่าจ้าง หรือมี employer ในประเทศไทย โดยทั่วไปควรพิจารณา Non-Immigrant B และขั้นตอนใบอนุญาตทำงานร่วมด้วย

เอกสารของ Non-Immigrant B ไม่ได้ดูแค่ผู้สมัคร แต่ดูฝั่งบริษัทหรือหน่วยงานในไทยด้วย เช่น หนังสือเชิญ เอกสารบริษัท วัตถุประสงค์ ระยะเวลาพำนัก และในบางเคสอาจต้องมีเอกสารเกี่ยวกับ work permit หรือ WP3 ตามที่สถานทูตกำหนด

❌ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย: บางเคสตั้งใจมาทำงานจริง แต่กรอกข้อมูลหรือเตรียมเอกสารเหมือนนักท่องเที่ยว เมื่อเจ้าหน้าที่อ่านแผนเดินทางกับเอกสารงานแล้วไม่สอดคล้องกัน เคสอาจดูเสี่ยงขึ้นทันที แม้ผู้เดินทางจะมีตั๋วและที่พักครบก็ตาม

4. อยู่กับครอบครัวหรือคู่สมรสในไทยควรใช้ Non-O เมื่อไหร่?

ถ้าชาวชิลีต้องการมาอยู่กับคู่สมรส บุตร บิดามารดา หรือครอบครัวที่มีสถานะอยู่ในประเทศไทย ควรพิจารณา Non-Immigrant O ตามความสัมพันธ์และเงื่อนไขของสถานทูต ไม่ควรใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าไปเรื่อย ๆ หากเจตนาคือการอยู่กับครอบครัวระยะยาว

จุดสำคัญของเคสครอบครัวคือเอกสารต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์และเหตุผลพำนักให้ชัด เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร เอกสารของผู้สนับสนุนในไทย หลักฐานที่อยู่ และเอกสารการเงิน บางชุดอาจต้อง แปลเอกสาร หรือจัดรูปแบบให้หน่วยงานอ่านเข้าใจง่าย

💡 จากเคสครอบครัวที่เจอบ่อย: เอกสารความสัมพันธ์ “มีจริง” กับ “อ่านแล้วเข้าใจง่าย” ไม่เหมือนกันครับ หากเอกสารเป็นภาษาสเปน มีหลายหน้า หรือชื่อสะกดต่างกันระหว่างเอกสาร ควรจัดชุดเอกสารให้เจ้าหน้าที่เห็นความเชื่อมโยงตั้งแต่หน้าแรก ไม่ใช่ปล่อยให้ตีความเองทั้งหมด

5. Remote worker / digital nomad ชาวชิลีควรดู DTV หรือไม่?

ถ้าชาวชิลีเป็น freelancer, remote worker, digital nomad หรือทำงานให้บริษัทต่างประเทศและต้องการพำนักในไทยนานกว่าทริปท่องเที่ยวทั่วไป ควรประเมิน Destination Thailand Visa หรือ DTV แทนการใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าเพียงอย่างเดียว

ตามข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก DTV ครอบคลุมกลุ่ม digital nomads / remote workers / freelancers รวมถึงบางกิจกรรม เช่น คอร์ส Muay Thai คลาสทำอาหารไทย การรักษาพยาบาล เทศกาล หรือกิจกรรมที่เข้าเงื่อนไข และอาจครอบคลุมคู่สมรสหรือบุตรของผู้ถือ DTV ตามหลักฐานความสัมพันธ์

⚠️ อย่าตีความ DTV กว้างเกินไป: ถึง DTV จะออกแบบมาสำหรับกลุ่มทำงานทางไกลและกิจกรรมระยะยาวบางประเภท แต่ผู้สมัครยังต้องมีหลักฐานวัตถุประสงค์ เอกสารการเงิน และเอกสารอาชีพที่ชัด ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดจากสถานทูตก่อนเตรียมเอกสารจริง

6. ตารางเลือกวีซ่าไทยสำหรับชาวชิลีตามสถานการณ์

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

สถานการณ์ของชาวชิลี แนวทางที่ควรพิจารณา เอกสารหลักที่ต้องทำให้ชัด จุดเสี่ยงถ้าเลือกผิด
มาเที่ยวไทย 2–4 สัปดาห์ สิทธิยกเว้นวีซ่าอาจเพียงพอ พาสปอร์ต ตั๋วออกจากไทย ที่พัก แผนเดินทาง TDAC เอกสารไม่พร้อมอาจถูกถามเพิ่มที่ด่าน
เที่ยวไทยใกล้เต็มกรอบเวลา เทียบระหว่างยกเว้นวีซ่าและ Tourist Visa เหตุผลอยู่ยาว งบประมาณ ที่พักต่อเนื่อง ตั๋วออก อาจดูเหมือนพำนักระยะยาวหากแผนไม่ชัด
ทำงานกับบริษัทในไทย Non-Immigrant B และขั้นตอน work permit เอกสารนายจ้าง หนังสือเชิญ เอกสารบริษัท WP3 หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ใช้สถานะนักท่องเที่ยวทำงานอาจมีผลต่อสถานะเข้าเมือง
อยู่กับคู่สมรสหรือครอบครัวในไทย Non-Immigrant O ทะเบียนสมรส สูติบัตร เอกสารผู้สนับสนุน หลักฐานที่อยู่และการเงิน เอกสารความสัมพันธ์ไม่ชัดอาจทำให้เคสดูอ่อน
เรียนหรือฝึกอบรมระยะยาว Non-Immigrant ED จดหมายรับรองสถาบัน รายละเอียดคอร์ส ระยะเวลาเรียน คอร์สไม่สัมพันธ์กับระยะพำนักอาจถูกขอเอกสารเพิ่ม
Remote worker / digital nomad DTV หากเข้าเกณฑ์ สัญญาจ้าง พอร์ตงาน หลักฐานการเงิน หลักฐานกิจกรรมหรืออาชีพ ใช้ tourist status แทนการวางแผนวีซ่าระยะยาวอาจเสี่ยง

7. เอกสารที่ควรเตรียมก่อนเดินทางหรือยื่น e-Visa

เอกสารของชาวชิลีควรจัดตามวัตถุประสงค์จริง ไม่ใช่ใช้ชุดเดียวกันทุกเคส เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุผลการเข้าไทย ระยะเวลาพำนัก และหลักฐานสนับสนุน

พาสปอร์ตและหลักฐานตัวตน
ควรเหลืออายุใช้งานเพียงพอ ข้อมูลสะกดตรงกับแบบฟอร์ม e-Visa, TDAC และเอกสารเดินทาง
หลักฐานเดินทางเข้า-ออกไทย
ตั๋วกลับหรือตั๋วเดินทางต่อควรสัมพันธ์กับจำนวนวันที่จะอยู่ไทย ไม่ใช่ปล่อยวันออกไม่ชัด
หลักฐานที่พัก
โรงแรม บ้านญาติ บ้านคู่สมรส หรือที่พักระยะยาวควรมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเคสพำนักนาน
หลักฐานการเงิน
ไม่ใช่แค่มีเงินในบัญชี แต่ควรดูว่าจำนวนเงินสัมพันธ์กับแผนพำนักและค่าใช้จ่ายจริงหรือไม่
เอกสารเฉพาะวัตถุประสงค์
เช่น หนังสือเชิญ เอกสารบริษัท เอกสารครอบครัว เอกสารสถาบัน หรือเอกสารอาชีพสำหรับ DTV
💡 วิธีคิดแบบทีมตรวจเอกสาร: เคสที่ดูแข็งไม่ใช่เคสที่ใส่เอกสารเยอะที่สุด แต่เป็นเคสที่เอกสารตอบคำถามเดียวกันได้ครบว่า ผู้เดินทางคือใคร จะเข้าไทยเพื่ออะไร อยู่ที่ไหน ใช้เงินจากไหน และจะออกหรือจัดการสถานะอย่างไรเมื่อครบกำหนด

8. TDAC และข้อกำหนดสุขภาพที่ชาวชิลีควรเช็ก

ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยต้องกรอก Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC ผ่านเว็บไซต์ทางการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยก่อนเดินทาง โดยทั่วไปควรกรอกภายใน 3 วันก่อนถึงไทย และ TDAC ไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับไข้เหลือง ชิลีไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศเสี่ยงตามหน้าข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก แต่หากผู้เดินทางมาจากหรือ transit เกิน 12 ชั่วโมงในประเทศที่มีความเสี่ยง เช่น บางประเทศในอเมริกาใต้หรือแอฟริกา อาจต้องมีใบรับรองวัคซีนไข้เหลือง

📌 เช็กก่อนบิน: TDAC เป็นคนละเรื่องกับวีซ่า ส่วนใบรับรองวัคซีนไข้เหลืองเป็นเงื่อนไขด้านสุขภาพที่ขึ้นกับประเทศต้นทางและเส้นทาง transit ดังนั้นแม้ชาวชิลีจะใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ ก็ยังควรตรวจเอกสารเหล่านี้ก่อนขึ้นเครื่อง

9. ตัวอย่างเคสชาวชิลีที่ควรวางแผนต่างกัน

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูเคสจำลองที่เจอบ่อยครับ จุดตัดสินใจไม่ได้อยู่แค่ “ถือพาสปอร์ตประเทศอะไร” แต่อยู่ที่วัตถุประสงค์จริงและความสอดคล้องของเอกสาร

เคส A: คู่รักชาวชิลีมาเที่ยวไทย 21 วัน

มีตั๋วไป-กลับ โรงแรมครบ และแผนเที่ยวชัด เคสนี้โดยทั่วไปอาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ต้องกรอก TDAC และเตรียมหลักฐานพื้นฐานให้พร้อม หากมี transit ผ่านประเทศเสี่ยงไข้เหลืองควรเช็กเงื่อนไขวัคซีนเพิ่ม

เคส B: ชาวชิลีได้งานในบริษัทไทย

ไม่ควรเข้าไทยด้วยสถานะท่องเที่ยวแล้วเริ่มทำงานทันที ควรให้บริษัทไทยเตรียมเอกสารสำหรับ Non-Immigrant B และตรวจขั้นตอน work permit ร่วมกันตั้งแต่ก่อนเดินทาง

เคส C: แต่งงานกับคนไทยและต้องการอยู่ไทย

ควรดู Non-Immigrant O ตามความสัมพันธ์ เอกสารสำคัญคือทะเบียนสมรส เอกสารคู่สมรส ที่อยู่ และเอกสารการเงิน หากเอกสารเป็นภาษาสเปนควรจัดแปลและ รับรองเอกสาร ให้เหมาะกับการยื่น

เคส D: Freelancer ชาวชิลีอยากอยู่ไทย 6 เดือน

ควรตรวจ DTV มากกว่าการใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าแบบต่อเนื่อง เอกสารที่ควรเตรียมคือสัญญาจ้าง พอร์ตงาน หลักฐานรายได้ และแผนพำนักในไทยที่ชัดเจน

ถ้าเคสชาวชิลีมีมากกว่า “มาเที่ยวระยะสั้น”
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูวัตถุประสงค์จริง เลือกประเภทวีซ่า และเช็กเอกสารก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการวางแผนผิดตั้งแต่ต้น

💬 ส่งเคสให้ทีมช่วยประเมิน

10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูลเรื่องวีซ่า ระยะเวลาพำนัก ค่าธรรมเนียม เอกสาร และระบบออนไลน์เปลี่ยนได้ ก่อนตัดสินใจซื้อตั๋วหรือยื่นวีซ่า ควรตรวจจากแหล่งทางการเหล่านี้โดยตรง

⚠️ ข้อควรระวังเรื่องข้อมูลออนไลน์: อย่ายึดข้อมูลจากบล็อกเก่า โพสต์โซเชียล หรือเว็บที่ไม่ใช่หน่วยงานทางการเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องจำนวนวัน ค่าธรรมเนียม และเอกสาร เพราะการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

11. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ?

ไม่ใช่ทุกเคสต้องใช้บริการเต็มรูปแบบ แต่ถ้ามีปัจจัยซับซ้อน ควรให้ทีมช่วยเช็กก่อนยื่น เพราะการเลือกวีซ่าผิดประเภทอาจทำให้เสียเวลา แก้เอกสารหลายรอบ หรือกระทบแผนเดินทาง

  • ต้องการอยู่ไทยเกินกรอบยกเว้นวีซ่า
  • มีแผนทำงาน รับค่าจ้าง หรือมีบริษัทไทยเกี่ยวข้อง
  • ต้องการอยู่กับคู่สมรส ครอบครัว หรือบุตรในไทย
  • เป็น remote worker / freelancer และต้องการพำนักหลายเดือน
  • มีเอกสารภาษาสเปนหลายชุดที่ต้องแปลหรือจัดลำดับ
  • เคยเข้าไทยหลายครั้งหรือเคยอยู่ไทยต่อเนื่องนาน
  • แผนเดินทางมีหลายประเทศ หลายรอบ หรือวันออกจากไทยยังไม่ชัด
❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ: อย่าเลือกวีซ่าจากชื่อที่ดูง่ายที่สุด เช่น “มาเที่ยวก่อนแล้วค่อยคิดทีหลัง” หากวัตถุประสงค์จริงคือทำงาน อยู่กับครอบครัว หรือพำนักระยะยาว ควรเริ่มจากประเภทวีซ่าที่ตรงกับเจตนาจริงมากกว่า

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยแยกเคสชาวชิลีตามวัตถุประสงค์จริง — เที่ยว ทำงาน อยู่กับครอบครัว เรียน หรือ remote work ใช้เอกสารและตรรกะวีซ่าไม่เหมือนกัน
  • ช่วยตรวจเอกสารก่อนยื่น e-Visa — ดูความสอดคล้องของพาสปอร์ต ที่พัก ตั๋วเดินทาง เอกสารงาน และหลักฐานการเงิน
  • ช่วยวางแผนเอกสารภาษาสเปน — หากมีทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือเอกสารราชการจากชิลี ทีมช่วยดูว่าควรแปล จัดชุด หรือแนบคำอธิบายอย่างไร
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกวีซ่าผิดประเภท — โดยเฉพาะเคส Non-B, Non-O และ DTV ที่ไม่ควรใช้ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไปมาตัดสิน
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลกว้าง ๆ — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูตามข้อมูลจริงของผู้เดินทาง และไม่สื่อสารแบบการันตีผลวีซ่า

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าไทยสำหรับชาวชิลี

ผู้ถือหนังสือเดินทางชิลีอยู่ในกลุ่มประเทศที่สามารถเข้าไทยแบบยกเว้นวีซ่าได้ตามประกาศทางการของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก โดยกรอบทั่วไปของมาตรการยกเว้นวีซ่าคือพำนักได้สูงสุด 60 วัน และอาจขยายได้อีกไม่เกิน 30 วันตามดุลพินิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทย ควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางจริง
หากชาวชิลีจะทำงานกับบริษัทในไทยหรือรับค่าจ้างในไทย โดยทั่วไปควรพิจารณา Non-Immigrant B และตรวจขั้นตอนใบอนุญาตทำงานร่วมด้วย ไม่ควรใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวแทนวัตถุประสงค์การทำงาน
หากต้องการอยู่กับคู่สมรส บุตร บิดามารดา หรือครอบครัวที่มีสถานะในประเทศไทย ควรพิจารณา Non-Immigrant O ตามความสัมพันธ์และสถานะของผู้สนับสนุน โดยต้องเตรียมหลักฐานความสัมพันธ์ เอกสารของฝ่ายไทยหรือผู้พำนักในไทย และเอกสารการเงินตามเงื่อนไขล่าสุด
ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยต้องกรอก Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC ผ่านเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง โดยทั่วไปควรกรอกภายใน 3 วันก่อนถึงประเทศไทย และ TDAC ไม่ใช่วีซ่า
ชิลีไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศเสี่ยงไข้เหลืองตามหน้าข้อมูลของสถานทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก แต่ถ้าผู้เดินทางมาจากหรือแวะเปลี่ยนเครื่องเกิน 12 ชั่วโมงในประเทศที่อยู่ในรายชื่อเสี่ยง เช่น บางประเทศในอเมริกาใต้หรือแอฟริกา อาจต้องมีใบรับรองวัคซีนไข้เหลือง ควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
ผู้ที่อยู่ในชิลี รวมถึงผู้มีถิ่นพำนักหรือเดินทางอยู่ในเขตอำนาจของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก สามารถยื่นวีซ่าไทยผ่านระบบ Thai e-Visa ได้ตามเงื่อนไขของสถานทูต โดยต้องเตรียมหลักฐานที่อยู่ปัจจุบันและเอกสารตามประเภทวีซ่าที่เลือก

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าไทยสำหรับชาวชิลี 2026

  • ชาวชิลีเข้าไทยเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้น โดยหลักสามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ตามเงื่อนไขล่าสุด
  • ถ้าจะทำงานกับบริษัทไทย ควรดู Non-Immigrant B และเอกสาร work permit ที่เกี่ยวข้อง
  • ถ้าจะอยู่กับคู่สมรสหรือครอบครัวในไทย ควรประเมิน Non-Immigrant O และจัดหลักฐานความสัมพันธ์ให้ชัด
  • ถ้าเป็น remote worker หรือ digital nomad ควรตรวจ DTV ไม่ควรใช้สถานะท่องเที่ยวแทนแผนพำนักระยะยาว
  • TDAC เป็นข้อกำหนดแยกจากวีซ่า ต้องกรอกก่อนเข้าไทยผ่านเว็บไซต์ทางการ
  • ชิลีไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศเสี่ยงไข้เหลือง แต่ route ที่ transit ผ่านประเทศเสี่ยงอาจทำให้ต้องใช้ใบรับรองวัคซีน
  • หากเคสมีงาน ครอบครัว หรือเอกสารต่างประเทศหลายชุด ควร ปรึกษาวีซ่า ก่อนยื่นจริง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเลือกประเภทผิด

ให้ทีมช่วยวางแผนวีซ่าไทยสำหรับชาวชิลีแบบรายเคส

Co Journey Visa ช่วยประเมินวัตถุประสงค์การเข้าไทย ตรวจเอกสารเบื้องต้น วางแผน e-Visa และแนะนำจุดที่ควรเช็กกับแหล่งทางการก่อนยื่นจริง โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลการพิจารณา

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ