วีซ่าไทยสำหรับชาวเกาหลีใต้ 2026: คู่มือเลือกวีซ่าไทยตามวัตถุประสงค์การเข้าไทย

วีซ่าไทยสำหรับชาวเกาหลีใต้ 2026: คู่มือเลือกวีซ่าไทยตามวัตถุประสงค์การเข้าไทย

🇹🇭🇰🇷 Thailand Visa Guide 2026

วีซ่าไทยสำหรับชาวเกาหลีใต้ 2026: คู่มือเลือกวีซ่าไทยตามวัตถุประสงค์การเข้าไทย

คู่มือสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตเกาหลีใต้ที่ต้องการเข้าไทยให้ถูกเงื่อนไข ทั้งท่องเที่ยว ธุรกิจ ทำงาน เรียน ฝึกงาน ครอบครัว เกษียณ DTV ทำงานทางไกล กีฬา การแสดง หรืออยู่ระยะยาว พร้อมวิธีเช็ก Visa Exemption, Thai e-Visa และ TDAC ก่อนเดินทาง
📅 อัปเดตล่าสุด: 1 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 12 นาที

ชาวเกาหลีใต้เดินทางเข้าไทยจำนวนมาก ทั้งเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน ทำธุรกิจระยะสั้น ทำงานกับบริษัทไทย เรียน ฝึกงาน อยู่กับครอบครัวไทย เกษียณในไทย ทำงานทางไกลแบบ digital nomad หรือสมัคร DTV แต่คำถามว่า “ต้องใช้วีซ่าอะไร” ต้องดูจาก วัตถุประสงค์จริง + จำนวนวันที่ต้องการอยู่ไทย + เอกสารที่มี ไม่ใช่ดูแค่สัญชาติอย่างเดียว

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่าปัจจุบันผู้ถือพาสปอร์ตเกาหลีใต้สามารถเข้าไทยภายใต้ Visa Exemption เพื่อพำนักไม่เกิน 60 วัน และสามารถขยายได้สูงสุด 90 วันต่อการเข้าไทยหนึ่งครั้งตามเงื่อนไข แต่ปี 2026 ไทยมีประกาศทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและ VoA จึงควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนวันเดินทางจริงทุกครั้ง

บทความนี้สรุปแนวทางวางแผน Thailand Visa สำหรับชาวเกาหลีใต้แบบใช้งานจริง ว่าเที่ยว ธุรกิจ ทำงาน เรียน ครอบครัว เกษียณ หรือ DTV ควรเลือกวีซ่าอะไร และควรวางเอกสารอย่างไรให้ไม่ขัดกับวัตถุประสงค์การเดินทาง

สรุปสั้น ๆ: ชาวเกาหลีใต้ที่เข้าไทยเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นควรตรวจสิทธิ Visa Exemption ล่าสุดก่อนเดินทาง โดยสถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่าปัจจุบันผู้ถือพาสปอร์ตเกาหลีใต้เข้าไทยได้ไม่เกิน 60 วันและขยายได้สูงสุด 90 วันต่อครั้งตามเงื่อนไข หากเข้าไทยเพื่อทำงานจริง ควรตรวจ Non-Immigrant B, ถ้าเรียนหรือฝึกงานควรตรวจ ED, ถ้าอยู่กับครอบครัวควรตรวจ O, ถ้าเกษียณควรตรวจ Retirement route, ถ้าทำงานทางไกลหรือ soft power activity ควรตรวจ DTV และทุกคนควรทำ TDAC ก่อนเข้าไทย

💬 ไม่แน่ใจว่าชาวเกาหลีใต้ควรใช้ Visa Exemption หรือยื่น e-Visa? ส่งวันเดินทาง วัตถุประสงค์ จำนวนวันที่ต้องการอยู่ไทย และเอกสารฝั่งเกาหลี/ฝั่งไทยให้ทีมช่วยเช็กก่อนยื่นหรือก่อนเดินทาง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. ชาวเกาหลีใต้เข้าไทยเพื่อเที่ยวต้องขอวีซ่าไหม?

สำหรับการเข้าไทยเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเพื่อน หรือเดินทางระยะสั้น ผู้ถือพาสปอร์ตเกาหลีใต้ควรตรวจสิทธิ Visa Exemption ล่าสุดก่อนเดินทางจริง หน้า Visa Exemption Scheme ของสถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่า ordinary passport holders ของประเทศ/ดินแดนที่ได้รับสิทธิสามารถเข้าไทยเพื่อท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 60 วัน และระบุเพิ่มเติมว่าปัจจุบันผู้ถือพาสปอร์ตเกาหลีใต้สามารถเข้าไทยภายใต้ visa exemption ได้ไม่เกิน 60 วัน พร้อมขยายได้สูงสุด 90 วันต่อการเข้าไทยหนึ่งครั้งตามเงื่อนไข

อย่างไรก็ตาม สิทธิระยะสั้นไม่ได้รองรับทุกวัตถุประสงค์ หากเอกสารหรือแผนเดินทางสื่อว่าต้องเข้ามาทำงาน รับตำแหน่ง สอนหนังสือ ฝึกงานแบบทำงานจริง อยู่กับครอบครัวระยะยาว เกษียณ ทำงานทางไกล DTV หรือรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ควรตรวจประเภทวีซ่าที่เหมาะสมก่อนเดินทาง

📌 เข้าใจง่าย: เที่ยวหรือเยี่ยมระยะสั้นอาจใช้ Visa Exemption ได้ถ้าเงื่อนไขล่าสุดยังรองรับ แต่ถ้าเอกสารบอกว่า work, employment, teaching, internship, family stay, retirement, remote work หรือ DTV activity ควรยื่นวีซ่าให้ตรงประเภท

2. ปี 2026 ต้องเช็กเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษ?

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศเมื่อ 19 พฤษภาคม 2026 ว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและ Visa on Arrival ของไทย โดยมีสาระสำคัญ เช่น ให้ 1 ประเทศ/ดินแดนได้รับ 1 สิทธิ, ยกเลิกมาตรการยกเว้นวีซ่า 60 วันสำหรับ 93 ประเทศ/ดินแดน, ทบทวนรายชื่อ 30 วัน, จัดทำ 15 วัน และทบทวน VoA โดยรายละเอียดต้องดูประกาศกระทรวงมหาดไทยและวันมีผลจริง

สำหรับชาวเกาหลีใต้ จึงควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดก่อนวันเดินทางจริง โดยเฉพาะหากเดินทางหลายครั้งต่อปี อยู่ไทยใกล้เต็มกรอบเวลา ต้องการอยู่เกินสิทธิระยะสั้น หรือใช้ไทยเป็นฐานทำงานทางไกล เพราะเจ้าหน้าที่จะดูภาพรวมวัตถุประสงค์และประวัติการเข้าเมือง ไม่ใช่ดูแค่สัญชาติ

⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าใช้ข้อมูลเก่าแบบเหมารวมว่า “พาสปอร์ตเกาหลีเข้าไทยได้กี่วันเสมอ” โดยไม่ตรวจวันเดินทางจริง เพราะหากมาตรการใหม่มีผลแล้ว สิทธิและจำนวนวันที่อนุญาตอาจเปลี่ยนได้

3. กรณีไหนควรยื่นวีซ่าไทยล่วงหน้า?

แม้ชาวเกาหลีใต้จะเข้าไทยระยะสั้นได้สะดวก แต่หลายเคสควรยื่น Thai e-Visa ล่วงหน้า เพราะวัตถุประสงค์จริงไม่ใช่แค่เที่ยวหรือเยี่ยมระยะสั้น หากใช้สิทธิผิดประเภท อาจถูกถามตั้งแต่สายการบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย

💡 ควรยื่นวีซ่าล่วงหน้าหากมีข้อใดข้อหนึ่ง:
  • เข้าไทยเพื่อทำงานจริง รับตำแหน่ง หรือมีสัญญาจ้างกับบริษัทไทย
  • เข้าไทยเพื่อทำธุรกิจที่มีหนังสือเชิญ เอกสารบริษัท หรือ conference
  • เข้าไทยเพื่อเป็นครู บุคลากรวิชาการ โค้ช เทรนเนอร์ หรือผู้สอนกีฬา
  • เข้าไทยเพื่อการแสดง งานอีเวนต์ แฟนมีตติ้ง showcase หรือ entertainment
  • เข้าไทยเพื่อเรียนเต็มเวลา ฝึกงาน หรือ educational programme
  • ต้องอยู่กับคู่สมรส บุตร พ่อแม่ หรือครอบครัวไทย/ครอบครัวที่พำนักในไทย
  • ต้องการเกษียณในไทยหรืออยู่ระยะยาว
  • ต้องการ DTV เพื่อ remote work, digital nomad, soft power activity หรือ medical appointment
  • เข้าไทยหลายครั้งหรืออยู่ไทยใกล้เต็มกรอบเวลาบ่อยจนควรมีสถานะที่ชัดกว่าเดิม

4. เลือกวีซ่าไทยตามวัตถุประสงค์อย่างไร?

การเลือกวีซ่าไทยสำหรับชาวเกาหลีใต้ควรเริ่มจากคำถามว่า “เข้าไทยไปทำอะไรจริง ๆ” หากคำตอบคือเที่ยว พักผ่อน หรือเยี่ยมระยะสั้น อาจใช้สิทธิระยะสั้นได้ แต่ถ้าเป็นงาน ธุรกิจ เรียน ครอบครัว เกษียณ DTV หรืออยู่ยาว ควรเลือกวีซ่าที่สะท้อนวัตถุประสงค์นั้น

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

วัตถุประสงค์เข้าไทย แนวทางที่ควรตรวจ เอกสารสำคัญ จุดที่มักพลาด
ท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเพื่อน Visa Exemption ล่าสุด หรือ Tourist Visa หากต้องการแผนที่เกินสิทธิ พาสปอร์ต ตั๋วออกจากไทย ที่พัก แผนเดินทาง หลักฐานการเงิน TDAC อยู่ใกล้เต็มกรอบเวลาแต่ไม่มีที่พักครบหรือไม่มีหลักฐานออกจากไทย
ธุรกิจ ประชุม หรือ conference Non-Immigrant B Business / Conference หรือสิทธิระยะสั้นตามกรณี หนังสือเชิญบริษัทไทย เอกสารบริษัท ตารางประชุม เอกสารงานในเกาหลีใต้ หนังสือเชิญใช้คำว่า work หรือ employment ทั้งที่ไม่ได้ยื่น Non-B Employment
ทำงานจริงในไทย Non-Immigrant B Employment หนังสือนายจ้างไทย สัญญาจ้าง ตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลา เอกสารบริษัท และ work permit/WP3 ตามกรณี เข้าไทยแบบเที่ยวก่อน แล้วเริ่มงานทันทีโดยยังไม่มีสถานะที่ถูกต้อง
ครู บุคลากรวิชาการ กีฬา การแสดง Non-Immigrant B เฉพาะกิจกรรม เอกสารโรงเรียน เอกสารหน่วยงานกีฬา/อีเวนต์ หนังสืออนุมัติ และ police certificate หากเกี่ยวข้อง กิจกรรมดูเหมือนงานจริงแต่ใช้เอกสารท่องเที่ยวหรือธุรกิจทั่วไป
เรียน ฝึกงาน หรือ educational programme Non-Immigrant ED หรือ ED Plus หนังสือรับเข้าเรียน หลักสูตร ระยะเวลาเรียน เอกสารสถาบัน และเอกสารฝึกงาน internship ดูเหมือน employment แต่เลือก ED โดยไม่มีเอกสารการศึกษาอธิบาย
ครอบครัวไทยหรือผู้ติดตาม Non-Immigrant O ทะเบียนสมรส สูติบัตร เอกสารผู้เชิญ เอกสารผู้หลักในไทย และหลักฐานการเงิน พักบ้านผู้เชิญแต่ไม่มีหลักฐานความสัมพันธ์หรือจดหมายเชิญ
เกษียณหรืออยู่ระยะยาว Retirement route, O-A, O-X, LTR หรือประเภทที่ตรงคุณสมบัติ อายุ เอกสารบำนาญ เงินฝาก ประกัน สุขภาพ และเอกสารคุณสมบัติเฉพาะ เลือก retirement route แต่ยังมีแผนทำงานในไทย ซึ่งอาจขัดกับเงื่อนไข
DTV / remote work / soft power Destination Thailand Visa bank statement ไม่น้อยกว่า 500,000 บาทคงไว้ 3 เดือน เอกสารงาน remote/freelance หรือเอกสารกิจกรรม/โรงพยาบาล มีแค่ความตั้งใจจะอยู่ไทย แต่ไม่มีเอกสารงาน กิจกรรม หรือหลักฐานการเงินรองรับ

5. ธุรกิจกับทำงานจริงต่างกันอย่างไร?

ธุรกิจระยะสั้น เช่น ประชุม เจรจาคู่ค้า เข้าร่วม conference หรือนัดหมายกับบริษัทไทย ต้องแยกจากการทำงานจริง หากเอกสารจากบริษัทไทยระบุ business visit, conference, meeting หรือ negotiation อาจตรวจ Non-B Business/Conference หรือใช้สิทธิระยะสั้นตามเงื่อนไขล่าสุดได้

แต่ถ้าเอกสารระบุ work, employment, assignment, performance, coaching, teaching, on-site operation, training staff หรือมีสัญญาจ้างกับบริษัทไทย ควรตรวจ Non-B Employment หรือ Non-B เฉพาะกิจกรรม ไม่ควรใช้คำว่า business trip เพื่อหลีกเลี่ยงวีซ่าทำงาน เพราะเอกสารกับวัตถุประสงค์จะไม่ตรงกัน

❌ ตัวอย่างที่เสี่ยง: บริษัทไทยออกจดหมายว่า “to work with our production team for 45 days” แต่ผู้เดินทางตั้งใจใช้ Visa Exemption แบบนี้เอกสารกับวัตถุประสงค์ไม่ตรงกัน ควรตรวจ Non-B ก่อนเดินทาง

6. เข้าไทยเพื่อทำงาน ครู กีฬา หรือการแสดงต้องใช้วีซ่าอะไร?

หากชาวเกาหลีใต้เข้าไทยเพื่อทำงานจริง รับตำแหน่งกับบริษัทไทย เป็นครู บุคลากรวิชาการ โค้ช เทรนเนอร์ นักแสดง ทีมงานอีเวนต์ แฟนมีตติ้ง showcase หรือ non-curricular internship ควรวางแผน Non-Immigrant B และเอกสารหน่วยงานไทยตั้งแต่ต้น ไม่ควรใช้สิทธิท่องเที่ยวแทน

สถานทูตไทย ณ กรุงโซลมีหน้าข้อมูล Non-Immigrant B สำหรับ business visit, employment, teacher/academic staff, sport-related activities, performance/fan meeting/showcase และ non-curricular internship โดยเอกสารมักรวมถึงพาสปอร์ต รูปถ่าย เอกสารพิสูจน์การพำนักในเกาหลีใต้ หลักฐานการเงินบางกรณี หนังสือเชิญหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานไทย เอกสารบริษัท/โรงเรียน/ผู้จัดงาน และเอกสารอนุมัติจากหน่วยงานไทยตามกิจกรรม

สำหรับครูหรือบุคลากรวิชาการ สถานทูตระบุเอกสารเช่น หนังสือจากโรงเรียน/มหาวิทยาลัยไทย เอกสารจากหน่วยงานด้านการศึกษาในไทยหากเกี่ยวข้อง และใบรับรองประวัติอาชญากรรมภาษาอังกฤษที่ออกไม่เกิน 3 เดือนในบางกรณี ส่วนกิจกรรมกีฬา/โค้ชอาจต้องมี WP3 หรือเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลักษณะงาน

⚠️ จุดที่ควรเช็กก่อนยื่น Non-B: ชื่อตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน ระยะเวลาสัญญา นายจ้าง/ผู้จัดงานในไทย และเอกสารอนุมัติควรสอดคล้องกัน หากเอกสารยังไม่พร้อม ไม่ควรเดินทางเข้ามาเริ่มงานด้วยสถานะท่องเที่ยวก่อน

7. เข้าไทยเพื่อเรียน ฝึกงาน หรือครอบครัวต้องใช้อะไร?

หากเข้าไทยเพื่อเรียนเต็มเวลา ฝึกงานที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร หรือเข้าร่วม educational programme ควรตรวจ Non-Immigrant ED หรือ ED Plus โดยต้องมีเอกสารจากสถาบันไทย หลักสูตร ระยะเวลาเรียน และเอกสารที่พิสูจน์ว่ากิจกรรมเป็นการศึกษา ไม่ใช่การทำงานจริง

หากเข้าไทยเพื่ออยู่กับครอบครัวไทย หรืออยู่กับคู่สมรส/ครอบครัวที่เป็นผู้ถือวีซ่าในไทย ควรตรวจ Non-Immigrant O โดยสถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุเอกสารสำหรับ family stay เช่น พาสปอร์ต รูปถ่าย เอกสารพิสูจน์การพำนักในเกาหลีใต้ หลักฐานการเงิน เอกสารของผู้ถือวีซ่าหรือผู้เชิญในไทย และหลักฐานความสัมพันธ์ เช่น English Certificate of Family Relations หรือเอกสารทะเบียนครอบครัวที่เกี่ยวข้อง

เอกสารภาษาเกาหลีหลายประเภท เช่น 가족관계증명서, 주민등록등본, หนังสือรับรองงาน หรือเอกสารบริษัท ควรตรวจว่าต้องใช้ฉบับภาษาอังกฤษหรือไม่ หากต้องใช้ประกอบคำร้อง ควรวางแผน แปลเอกสาร หรือ รับรองเอกสาร ให้เรียบร้อยก่อนอัปโหลด

📌 จุดที่ควรจำ: ถ้าเป็น internship เพื่อการศึกษา ควรมีเอกสารสถาบันรองรับ แต่ถ้าเป็น non-curricular internship หรือทำงานจริง อาจต้องใช้ Non-B แทน ED

8. เกษียณ DTV ทำงานทางไกล หรืออยู่ยาวต้องเลือกอะไร?

ชาวเกาหลีใต้ที่ต้องการอยู่ไทยนานขึ้น เช่น เกษียณในไทย ทำงานทางไกล workcation, freelancer, digital nomad, Thai soft power activities หรือรักษาพยาบาล ควรเลือกวีซ่าตามวัตถุประสงค์จริง ไม่ควรใช้การเข้าออกด้วย Visa Exemption ซ้ำ ๆ เป็นแผนหลักระยะยาว

DTV เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับผู้ที่มีเอกสารรองรับกิจกรรม เช่น remote work, freelancer, digital nomad, foreign talent, professional portfolio, Thai soft power activity เช่น มวยไทยหรือทำอาหารไทย หรือ medical appointment โดยสถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่าเอกสารหลักของ DTV รวมถึงพาสปอร์ตอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน รูปถ่าย เอกสารพิสูจน์การพำนักในเกาหลีใต้ bank statement ภาษาอังกฤษที่มียอดไม่น้อยกว่า 500,000 บาทและคงไว้ 3 เดือน เอกสารงาน remote/freelance รายได้ Resume/Portfolio และคำอธิบายแผนกิจกรรมในไทย

สำหรับ retirement ควรตรวจ Non-O Retirement หรือประเภทที่เหมาะสมกับอายุ รายได้ เงินฝาก และแผนพำนัก หากยังมีแผนทำงานในไทย ไม่ควรใช้ retirement route แทนงาน เพราะเงื่อนไขเกษียณโดยทั่วไปไม่ใช่เส้นทางสำหรับการทำงานในประเทศไทย

💡 DTV ไม่ใช่ “วีซ่าอยู่ไทยเฉย ๆ”: ต้องมีหลักฐานกิจกรรมจริง เช่น สัญญางาน remote work, หนังสือรับรองงาน, company registration, income proof, portfolio, activity confirmation หรือ hospital appointment หากไม่มีเอกสารเหล่านี้ ควรตรวจวีซ่าประเภทอื่นแทน

9. Checklist เอกสารก่อนเดินทางหรือก่อนยื่น e-Visa

เอกสารของชาวเกาหลีใต้ควรเล่าเรื่องเดียวกันตั้งแต่พาสปอร์ต ตั๋ว ที่พัก แผนเดินทาง หนังสือเชิญ เอกสารงาน เอกสารครอบครัว เอกสาร DTV และหลักฐานการเงิน หากแต่ละไฟล์สื่อวัตถุประสงค์คนละทาง เคสจะดูไม่ชัดและมีโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร ใช้พิสูจน์อะไร ควรตรวจอะไรเป็นพิเศษ
พาสปอร์ตเกาหลีใต้ ตัวตน สัญชาติ และสิทธิการเข้าไทย อายุพาสปอร์ต ชื่อ วันเกิด เลขพาสปอร์ต และวันหมดอายุต้องตรงทุกไฟล์
ตั๋วเดินทาง / หลักฐานออกจากไทย แผนเข้า-ออกไทยตามสิทธิหรือประเภทวีซ่า วันที่ควรสัมพันธ์กับจำนวนวันที่ต้องการอยู่ไทยและวัตถุประสงค์
ที่พักหรือเอกสารผู้เชิญ ยืนยันว่าจะอยู่ที่ไหนในไทย โรงแรมต้องครอบคลุมแผน หรือถ้าพักบ้านคนไทยต้องมีเอกสารผู้เชิญ
หลักฐานการเงิน / Statement ความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่าย สำหรับ DTV ต้องแสดงยอดไม่น้อยกว่า 500,000 บาทและคงไว้ 3 เดือนตามข้อมูลสถานทูตไทย ณ กรุงโซล
เอกสารพิสูจน์การพำนักในเกาหลีใต้ ยืนยันว่าผู้สมัครอยู่ในเกาหลีใต้ในวันที่ยื่น e-Visa เช่น English Certificate of Entry and Exit / Alien Registration Card ตามสถานะผู้สมัคร และควรออกใกล้วันยื่นตามที่สถานทูตกำหนด
หนังสือเชิญธุรกิจ รองรับ business visit หรือ conference ควรระบุประชุม เจรจา หรือนัดหมาย ไม่ควรใช้คำว่า work หากไม่ได้ยื่น Non-B Employment
เอกสารนายจ้างไทย รองรับ Non-B Employment ตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาจ้าง เอกสารบริษัท และ work permit/WP3 ต้องสอดคล้องกัน
เอกสารโรงเรียน/อีเวนต์/กีฬา รองรับครู โค้ช นักกีฬา การแสดง หรือกิจกรรมเฉพาะ หนังสือจากหน่วยงานไทย เอกสารอนุมัติ และ police certificate หากเกี่ยวข้องควรครบก่อนยื่น
เอกสารครอบครัว รองรับ Non-O หรือ dependent case English Certificate of Family Relations, ทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือเอกสารผู้หลักในไทยต้องตรงกัน
เอกสาร DTV รองรับ remote work, soft power, medical หรือ dependent employment certificate, remote/freelance contract, company registration, income proof, Resume/Portfolio หรือ activity/hospital confirmation ต้องชัดเจน

10. ขั้นตอนยื่น Thai e-Visa จากเกาหลีใต้

ผู้สมัครที่อยู่ในเกาหลีใต้ควรยื่นผ่านระบบ Thai e-Visa ที่ thaievisa.go.th โดยสถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่าผู้สมัครต้องพำนักอยู่ในเกาหลีใต้ในวันที่ส่งคำร้อง หากไม่อยู่ในเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่กงสุลมีสิทธิยกเลิกคำร้องได้

สถานทูตระบุว่าวีซ่าไทยทุกประเภทสามารถยื่นล่วงหน้าได้ประมาณ 2-3 เดือนก่อนเดินทาง และโดยทั่วไปสามารถตรวจผลได้ภายในประมาณ 7 วันทำการหลังส่งคำร้อง หากเอกสารไม่มีปัญหา ทั้งนี้ระยะเวลาจริงอาจเปลี่ยนตามสถานการณ์ของสถานทูตและความครบถ้วนของเอกสาร

สำหรับค่าธรรมเนียม สถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุรายการค่าธรรมเนียม เช่น Tourist Visa, Non-Immigrant Visa, LTR และ DTV พร้อมระบุว่าประเทศเกาหลีใต้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีข้อตกลงยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าบางกรณี แต่ผู้สมัครยังต้องทำขั้นตอน payment ให้ระบบรับคำร้อง และหากเลือกประเภทพาสปอร์ตผิดอาจถูกเรียกเก็บเงินโดยค่าธรรมเนียมที่ชำระแล้วไม่คืนเงิน จึงควรตรวจข้อมูลก่อนกดส่งทุกครั้ง

เช็กก่อนว่าต้องใช้วีซ่าหรือไม่
ถ้าเที่ยวสั้น ๆ อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าล่าสุดได้ แต่ถ้าเป็นงาน เรียน ครอบครัว DTV หรืออยู่ยาว ควรเลือกวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์
สร้างบัญชีที่ thaievisa.go.th
ใช้อีเมลที่เข้าถึงได้จริง เพราะผลอนุมัติและคำขอเอกสารเพิ่มจะส่งผ่านระบบหรืออีเมล
เลือกประเภทวีซ่าให้ตรง
เช่น Tourist, Non-B, ED, O, Retirement, DTV, LTR หรือประเภทอื่นตามวัตถุประสงค์จริง
อัปโหลดเอกสารให้ชัด
ไฟล์ควรเป็น JPG/PDF ตามที่ระบบกำหนด อ่านง่าย และข้อมูลชื่อ วันเกิด เลขพาสปอร์ตต้องตรงทุกไฟล์
ตรวจข้อมูลก่อนกดส่ง
สถานทูตระบุว่าหลังส่งคำร้องแล้วไม่สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวได้ หากข้อมูลผิดอาจถูกปฏิเสธและต้องยื่นใหม่
ทำขั้นตอน payment ตามระบบ
แม้บางสัญชาติจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม แต่ยังต้องกดขั้นตอน payment ให้คำร้องสมบูรณ์ตามระบบ e-Visa
รอผลและพิมพ์ e-Visa confirmation
หลังอนุมัติควรพิมพ์หรือบันทึกเอกสารไว้แสดงต่อสายการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทย
❌ จุดที่ไม่ควรพลาด: อย่ากดส่ง e-Visa หากชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด ประเภทพาสปอร์ต หรือประเภทวีซ่ายังไม่ถูกต้อง เพราะข้อมูลผิดอาจทำให้ถูกปฏิเสธ ต้องยื่นใหม่ หรือเสียค่าธรรมเนียมโดยไม่สามารถขอคืนได้

ต้องการให้ช่วยเช็กก่อนเลือกวีซ่า?
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูวัตถุประสงค์ เอกสารบริษัท เอกสารเรียน เอกสารครอบครัว เอกสาร DTV ผู้เชิญ ที่พัก และจำนวนวันที่อยู่ไทย เพื่อประเมินว่าควรใช้ Visa Exemption หรือยื่น Thai e-Visa ประเภทใด

💬 ให้ทีมช่วยประเมินประเภทวีซ่า

11. TDAC และเอกสารที่ควรพกตอนเข้าไทย

Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC เป็นแบบฟอร์มออนไลน์สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ระบบ TDAC ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าชาวต่างชาติทุกคนต้องกรอกข้อมูลก่อนเข้าไทย และควรส่งข้อมูลล่วงหน้า 3 วันก่อนวันเดินทางถึงประเทศไทย โดย TDAC ไม่ใช่วีซ่า

ผู้เดินทางชาวเกาหลีใต้ควรพกเอกสารสำคัญไว้กับตัว เช่น พาสปอร์ต e-Visa confirmation หากมี หลักฐานออกจากไทย ที่พัก แผนเดินทาง หนังสือเชิญธุรกิจ เอกสารนายจ้างไทย เอกสารโรงเรียน เอกสารครอบครัว เอกสาร DTV หลักฐานการเงิน และ ประกันเดินทาง หากมี โดยเฉพาะเคสที่อยู่ไทยหลายสัปดาห์ ทำงาน เรียน DTV หรือมีผู้เชิญในไทย

📌 ก่อนเดินทางจากเกาหลีใต้: ตรวจ 5 อย่างเสมอ — สิทธิ/วีซ่าที่ใช้, TDAC, หลักฐานออกจากไทย, ที่พักหรือผู้เชิญ และเอกสารที่อธิบายวัตถุประสงค์ หากเอกสารบอกว่า work, study, internship, family stay, retirement, remote work หรือ DTV ควรตรวจวีซ่าให้ตรงก่อนเดินทาง

12. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ข้อมูลเรื่องวีซ่าไทย สิทธิระยะสั้น e-Visa ค่าธรรมเนียม เอกสาร และ TDAC เปลี่ยนได้ โดยเฉพาะในปี 2026 ที่ไทยมีการทบทวนมาตรการวีซ่า จึงควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนเดินทางหรือก่อนยื่นจริง

❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ: อย่าใช้ข้อมูลจากโพสต์เก่า เอเจนต์ที่ไม่อ้างอิงแหล่งทางการ หรือคำบอกเล่าว่า “พาสปอร์ตเกาหลีเข้าไทยได้เสมอ” โดยไม่ดูวัตถุประสงค์จริง เพราะการทำงาน เรียน ฝึกงาน ครอบครัว เกษียณ DTV ทำงานทางไกล กีฬา การแสดง และอยู่ยาว ใช้เอกสารคนละแบบกับท่องเที่ยวระยะสั้น

13. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูก่อนเดินทางหรือยื่นวีซ่า

การ ปรึกษาวีซ่า จะมีประโยชน์มากหากผู้เดินทางมีหนังสือเชิญจากบริษัทไทย, จะทำงานในไทย, เป็นครู/โค้ช/นักแสดง, เข้าไทยเพื่อเรียนหรือฝึกงาน, อยู่กับครอบครัวไทย, ต้องสมัคร DTV, วางแผนเกษียณ, ตั้งใจอยู่ไทยนาน, เข้าไทยหลายครั้ง หรือเดินทางช่วงที่มาตรการยกเว้นวีซ่าปี 2026 มีการเปลี่ยนแปลง

ทีม Co Journey Visa ช่วยวางแผน วีซ่าไทย และ ทำวีซ่า สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องเข้าไทย โดยช่วยดูทั้งกรณีเข้าไทยระยะสั้นและกรณีต้องยื่น Thai e-Visa ทั้งนี้ผลการอนุญาตเข้าเมืองหรือผลวีซ่ายังคงขึ้นอยู่กับสถานทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยแยกเคสเที่ยว ธุรกิจ งาน เรียน ครอบครัว เกษียณ และ DTV — ไม่เหมารวมว่าพาสปอร์ตเกาหลีใต้ทุกเคสใช้วิธีเดียวกัน
  • ตรวจมาตรการปี 2026 จากแหล่งทางการ — โดยเฉพาะช่วงที่ไทยมีการทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและสิทธิการตรวจลงตรา
  • ช่วยเลือกประเภทวีซ่าตามวัตถุประสงค์จริง — ท่องเที่ยว ธุรกิจ ทำงาน ครู กีฬา การแสดง เรียน ครอบครัว เกษียณ DTV และอยู่ยาวใช้เอกสารต่างกัน
  • จัดเอกสารให้เป็นเรื่องเดียวกัน — พาสปอร์ต ตั๋ว ที่พัก เอกสารผู้เชิญ เอกสารบริษัท เอกสารเรียน เอกสารครอบครัว หรือเอกสาร DTV ต้องไม่ขัดกัน
  • ให้คำแนะนำแบบไม่โอเวอร์เคลม — ช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่สอดคล้อง แต่ไม่รับประกันผลแทนสถานทูตหรือด่านตรวจคนเข้าเมือง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่าปัจจุบันผู้ถือพาสปอร์ตเกาหลีใต้สามารถเข้าไทยภายใต้ Visa Exemption เพื่อพำนักไม่เกิน 60 วัน และสามารถขยายได้สูงสุด 90 วันต่อการเข้าไทยหนึ่งครั้งตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม ปี 2026 ไทยมีการทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่า จึงควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนวันเดินทางจริง
ควรยื่นวีซ่าไทยล่วงหน้าหากเข้าไทยเพื่อทำงานจริง ธุรกิจที่มีเอกสารบริษัท เรียน ฝึกงาน ครอบครัว เกษียณ DTV ทำงานทางไกล การแสดง แฟนมีตติ้ง กีฬา อาสาสมัคร หรืออยู่เกินสิทธิระยะสั้น เพราะวัตถุประสงค์เหล่านี้มักต้องใช้ Thai e-Visa หรือวีซ่าประเภทเฉพาะ ไม่ควรใช้สิทธิท่องเที่ยวแทน
ผู้สมัครที่อยู่ในเกาหลีใต้ควรยื่นผ่านระบบ Thai e-Visa ที่ thaievisa.go.th โดยสถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่าผู้สมัครต้องพำนักอยู่ในเกาหลีใต้ในวันที่ส่งคำร้อง และสามารถยื่นวีซ่าได้ล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือนก่อนเดินทาง
หากเป็นการทำงานจริง รับตำแหน่งกับบริษัทไทย เป็นครู บุคลากรวิชาการ โค้ช นักแสดง ทีมงานกิจกรรม หรือ non-curricular internship ควรตรวจ Non-Immigrant B โดยเอกสารมักต้องมีหนังสือเชิญหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานไทย เอกสารบริษัทไทย เอกสารงาน และเอกสารอนุมัติที่เกี่ยวข้องตามกรณี
DTV เหมาะกับชาวเกาหลีใต้ที่เข้าไทยเพื่อ remote work, digital nomad, freelancer, foreign talent, Thai soft power activities เช่น Muay Thai หรือ Thai culinary, medical treatment บางกรณี รวมถึงคู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 20 ปีของผู้ถือ DTV โดยสถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่าต้องมี bank statement ภาษาอังกฤษที่แสดงยอดไม่น้อยกว่า 500,000 บาทและคงไว้ 3 เดือน พร้อมเอกสารพิสูจน์วัตถุประสงค์
ต้องทำ TDAC เช่นเดียวกับชาวต่างชาติทั่วไป โดยระบบ Thailand Digital Arrival Card ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าชาวต่างชาติทุกคนต้องกรอกข้อมูลออนไลน์ก่อนเข้าไทย และควรส่งข้อมูลล่วงหน้า 3 วันก่อนวันเดินทางถึงประเทศไทย

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าไทยสำหรับชาวเกาหลีใต้ 2026

  • ผู้ถือพาสปอร์ตเกาหลีใต้ควรตรวจสิทธิ Visa Exemption ล่าสุดก่อนเดินทางจริง โดยสถานทูตไทย ณ กรุงโซลระบุว่าปัจจุบันเข้าไทยได้ไม่เกิน 60 วันและขยายได้สูงสุด 90 วันต่อครั้งตามเงื่อนไข
  • ปี 2026 ไทยมีประกาศทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่าและ VoA จึงต้องตรวจวันมีผลและเงื่อนไขล่าสุดก่อนเดินทาง
  • ธุรกิจ ประชุม หรือ conference อาจเกี่ยวกับ Non-B Business/Conference หรือสิทธิระยะสั้นตามกรณี แต่ต้องแยกจากงานจริง
  • ทำงานจริง ครู กีฬา การแสดง แฟนมีตติ้ง หรือ non-curricular internship ควรตรวจ Non-Immigrant B
  • เรียนหรือฝึกงานตามหลักสูตรควรตรวจ Non-Immigrant ED หรือ ED Plus ให้ตรงกิจกรรม
  • ครอบครัวไทยหรือผู้ติดตามควรตรวจ Non-Immigrant O และเตรียมหลักฐานความสัมพันธ์ให้ครบ
  • เกษียณควรตรวจ retirement route ตามอายุ รายได้ เงินฝาก และเงื่อนไขล่าสุด
  • DTV เหมาะกับ remote work, digital nomad, freelancer, soft power activities, medical appointment และผู้ติดตามตามเงื่อนไข พร้อมหลักฐานการเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาทคงไว้ 3 เดือน
  • ผู้สมัครจากเกาหลีใต้ควรยื่นผ่าน Thai e-Visa และต้องอยู่ในเกาหลีใต้ในวันที่ส่งคำร้อง
  • ก่อนเข้าไทยต้องกรอก TDAC ล่วงหน้า 3 วัน และพกเอกสารประกอบไว้ตอบคำถามที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ต้องเช็กวีซ่าไทยสำหรับชาวเกาหลีใต้ก่อนเดินทาง?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจวัตถุประสงค์การเดินทาง จำนวนวันที่ต้องการพำนัก เอกสารบริษัท เอกสารเรียน เอกสารครอบครัว เอกสาร DTV ผู้เชิญ ที่พัก และความเหมาะสมของการใช้ Visa Exemption หรือยื่น Thai e-Visa โดยเน้นคำแนะนำรายเคส ไม่โอเวอร์เคลม และไม่รับประกันผลแทนหน่วยงานรัฐ

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ