วีซ่าทำงานข้ามบริษัทอเมริกา L-1 สำหรับผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
เจ้าของธุรกิจไทยหลายคนอยากขยายกิจการไปอเมริกา เช่น เปิดบริษัทลูก เปิดสาขา ตั้ง office ฝ่ายขาย หรือย้ายผู้บริหารไปดูแลตลาดสหรัฐฯ จึงเริ่มสนใจวีซ่า L-1 เพราะเป็นช่องทางสำหรับการย้ายพนักงานภายในกลุ่มบริษัท ไม่ใช่การสมัครงานกับนายจ้างใหม่แบบ H-1B
จุดสำคัญของ L-1 คือ USCIS ไม่ได้ดูแค่ว่าผู้สมัครเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร แต่ต้องดูครบว่า บริษัทไทยดำเนินธุรกิจจริง บริษัทสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เข้าเกณฑ์ ผู้สมัครเคยทำงานกับบริษัทไทยอย่างน้อย 1 ปีต่อเนื่องภายใน 3 ปีก่อนยื่น และตำแหน่งในสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้บริหาร/ผู้จัดการสำหรับ L-1A หรือมีความรู้เฉพาะสำหรับ L-1B
หากต้องการ บริการรับทำวีซ่าอเมริกา สำหรับเส้นทาง L-1 ควรเริ่มจากการจัดเอกสารบริษัทไทย บริษัทสหรัฐฯ โครงสร้างผู้ถือหุ้น เอกสารผู้สมัคร และแผนธุรกิจให้เป็นระบบก่อนส่งต่อทนายความ immigration ในสหรัฐฯ เพราะเคส L-1 เป็น petition ที่เอกสารละเอียดและควรวางหลักฐานตั้งแต่ต้น
💬 มีบริษัทไทยและอยากเปิดบริษัทในอเมริกา?
ส่งประเภทธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น จำนวนพนักงาน รายได้ย้อนหลัง และบทบาทของผู้ที่จะย้ายไปสหรัฐฯ ให้ทีมช่วยคัดกรองว่า L-1A New Office มีความเป็นไปได้แค่ไหน
📋 สารบัญบทความ
- วีซ่า L-1 คืออะไร และเหมาะกับเจ้าของธุรกิจไทยแบบไหน
- L-1A กับ L-1B ต่างกันอย่างไร
- เงื่อนไขหลักของ L-1 ที่ต้องผ่านก่อนดูเอกสาร
- เอกสารบริษัทไทยที่ต้องเตรียม
- เอกสารบริษัทอเมริกาที่ต้องเตรียม
- เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทสหรัฐฯ
- เอกสารผู้สมัคร L-1A/L-1B
- กรณี L-1 New Office ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม
- ขั้นตอนยื่น L-1 ตั้งแต่เตรียมเอกสารถึงสัมภาษณ์
- ข้อผิดพลาดที่ทำให้ L-1 เสี่ยงถูก RFE หรือปฏิเสธ
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
- สรุป
🏢 วีซ่า L-1 คืออะไร และเหมาะกับเจ้าของธุรกิจไทยแบบไหน
L-1 เป็นวีซ่าทำงานชั่วคราวสำหรับ intracompany transferee หรือการย้ายบุคลากรภายในกลุ่มบริษัท จากบริษัทต่างประเทศไปยังบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันในสหรัฐฯ เช่น บริษัทแม่ บริษัทลูก สาขา หรือบริษัทในเครือ
สำหรับเจ้าของธุรกิจไทย L-1 มักถูกใช้ในกรณีต้องการเปิดบริษัทหรือสำนักงานในสหรัฐฯ เพื่อขยายตลาด ย้ายผู้บริหารไปดูแลทีม ตั้งระบบขาย ตั้ง operation หรือย้ายพนักงานที่มีความรู้เฉพาะเกี่ยวกับสินค้า/เทคโนโลยีของบริษัทไปช่วยบริษัทสหรัฐฯ
| เหมาะกับ | ตัวอย่างเคส | สิ่งที่ต้องพิสูจน์ |
|---|---|---|
| เจ้าของธุรกิจไทยขยายไปอเมริกา | บริษัทไทยเปิดบริษัทลูกในสหรัฐฯ เพื่อขายสินค้า บริการ หรือซอฟต์แวร์ | บริษัทไทยมีธุรกิจจริง บริษัทสหรัฐฯ มีแผนธุรกิจจริง และผู้สมัครมีบทบาทบริหาร |
| ผู้บริหาร/ผู้จัดการของบริษัทไทย | ย้าย General Manager, Operations Manager, Regional Director ไปดูแล office สหรัฐฯ | ผู้สมัครเคยทำงานบริหารจริงและตำแหน่งในสหรัฐฯ เป็น managerial/executive จริง |
| ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของบริษัท | ย้ายคนที่รู้ระบบภายใน เทคโนโลยี proprietary หรือกระบวนการเฉพาะของบริษัท | ต้องพิสูจน์ specialized knowledge ไม่ใช่แค่พนักงานทั่วไป |
| บริษัทไทยที่มีบริษัทในเครือต่างประเทศ | ย้ายคนจากบริษัทแม่หรือ affiliate ไปยังบริษัทสหรัฐฯ | ต้องมี qualifying relationship และทำธุรกิจจริงทั้งสองฝั่ง |
👔 L-1A กับ L-1B ต่างกันอย่างไร
L-1 แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ L-1A สำหรับ executive หรือ manager และ L-1B สำหรับ specialized knowledge employee การเลือกผิดประเภทอาจทำให้เอกสารไปคนละทางและเพิ่มความเสี่ยง RFE
| ประเภท | เหมาะกับใคร | หลักฐานที่ต้องเน้น |
|---|---|---|
| L-1A Executive | เจ้าของกิจการ CEO, Managing Director หรือผู้มีอำนาจกำหนดทิศทางองค์กร | อำนาจตัดสินใจสูง โครงสร้างองค์กร รายงานตรงต่อ board/owner และหน้าที่เชิงกลยุทธ์ |
| L-1A Manager | ผู้จัดการที่ดูแลทีม หน่วยงาน หรือ function สำคัญของบริษัท | Organization chart, subordinate roles, duty breakdown, budget, authority, performance review |
| L-1B Specialized Knowledge | พนักงานที่มีความรู้เฉพาะเกี่ยวกับสินค้า ระบบ กระบวนการ เทคโนโลยี หรือวิธีทำงานของบริษัท | training records, proprietary tools, product docs, internal manuals, proof of unique expertise |
✅ เงื่อนไขหลักของ L-1 ที่ต้องผ่านก่อนดูเอกสาร
ก่อนเริ่มแปลเอกสารหรือจดบริษัทในสหรัฐฯ ควรเช็กเงื่อนไขพื้นฐานก่อน เพราะถ้าโครงสร้างไม่เข้าเกณฑ์ ต่อให้เอกสารเยอะก็อาจไม่ช่วย
| เงื่อนไขหลัก | คำอธิบาย | เอกสารที่ใช้พิสูจน์ |
|---|---|---|
| Qualifying relationship | บริษัทไทยและบริษัทสหรัฐฯ ต้องมีความสัมพันธ์แบบ parent, branch, subsidiary หรือ affiliate | Shareholding documents, corporate records, ownership chart, incorporation documents |
| Doing business | บริษัทต่างประเทศและบริษัทสหรัฐฯ ต้องทำธุรกิจจริง ไม่ใช่แค่จดทะเบียนบนกระดาษ | Invoices, contracts, tax filings, payroll, bank statements, website, customer records |
| 1-year employment abroad | ผู้สมัครต้องเคยทำงานให้บริษัทต่างประเทศอย่างน้อย 1 ปีต่อเนื่องภายใน 3 ปีก่อนยื่น | Employment letter, payroll, tax, social security, payslips, HR records |
| Qualifying capacity | งานในต่างประเทศและงานในสหรัฐฯ ต้องเป็น executive/manager หรือ specialized knowledge ตามประเภทที่ยื่น | Job description, duty breakdown, org chart, subordinate list, project records |
| Temporary transfer | เป็นการย้ายไปทำงานชั่วคราวกับบริษัทในสหรัฐฯ ภายใต้ petition ที่ถูกต้อง | Assignment letter, business plan, employment offer, work location details |
🇹🇭 เอกสารบริษัทไทยที่ต้องเตรียม
เอกสารบริษัทไทยใช้พิสูจน์ว่า foreign entity มีธุรกิจจริง มีรายได้จริง มีพนักงานจริง และเป็นฐานที่ส่งผู้สมัครไปทำงานในสหรัฐฯ ไม่ใช่บริษัทกระดาษที่เพิ่งสร้างเพื่อยื่นวีซ่า
| หมวดเอกสาร | ตัวอย่างเอกสารบริษัทไทย | ใช้พิสูจน์อะไร |
|---|---|---|
| เอกสารจดทะเบียน | หนังสือรับรองบริษัท บอจ.5, หนังสือบริคณห์สนธิ, VAT registration | บริษัทมีตัวตนจริง ผู้ถือหุ้น และกรรมการเป็นใคร |
| การเงินและภาษี | งบการเงินย้อนหลัง 2–3 ปี ภ.พ.30, ภ.ง.ด.50, bank statement บริษัท | ธุรกิจมีรายได้และดำเนินงานจริง |
| พนักงานและ payroll | ประกันสังคม payroll, payslips, employee list, HR records | บริษัทมีทีมงานจริง และผู้สมัครทำงานให้บริษัทจริง |
| ธุรกิจและลูกค้า | สัญญาลูกค้า ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ purchase orders, supplier contracts | พิสูจน์ commercial activity ไม่ใช่บริษัท inactive |
| สถานที่และทรัพย์สิน | สัญญาเช่าสำนักงาน รูปออฟฟิศ รูปหน้าร้าน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ | บริษัทมีที่ตั้งและการดำเนินงานจริง |
| โครงสร้างองค์กร | Organization chart, team list, reporting lines, job duties ของแต่ละฝ่าย | ใช้พิสูจน์บทบาทบริหารของผู้สมัครและขนาดธุรกิจ |
เอกสารไทยหลายประเภทควรเตรียมเวอร์ชันภาษาอังกฤษหรือคำแปลที่อ่านง่าย หากต้องใช้ยื่นประกอบ petition ควรจัด แปลเอกสาร ให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ และที่อยู่สะกดตรงกันทุกไฟล์
🇺🇸 เอกสารบริษัทอเมริกาที่ต้องเตรียม
เอกสารบริษัทสหรัฐฯ ใช้พิสูจน์ว่ามี entity ในสหรัฐฯ ที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทไทยและมีงานจริงให้ผู้สมัครไปทำ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแล้วหรือ New Office ที่เพิ่งเปิด
| หมวดเอกสาร | ตัวอย่างเอกสารบริษัทสหรัฐฯ | ใช้พิสูจน์อะไร |
|---|---|---|
| เอกสารจัดตั้งบริษัท | Articles of Incorporation/Organization, Certificate of Formation, Operating Agreement, bylaws | บริษัทสหรัฐฯ ถูกจัดตั้งถูกต้องตามรัฐที่จดทะเบียน |
| ภาษีและเลขประจำตัว | EIN confirmation, tax registration, state filings | บริษัทมีตัวตนทางภาษีและพร้อมดำเนินธุรกิจ |
| สถานที่ทำงาน | office lease, coworking agreement, utility bill, photos of office | โดยเฉพาะ New Office ต้องพิสูจน์ว่ามี physical premises ที่เพียงพอ |
| บัญชีและเงินทุน | U.S. company bank account, capital transfer, investment records | บริษัทมีเงินทุนพอเริ่มทำธุรกิจและจ่ายค่าใช้จ่าย |
| Business plan | แผนธุรกิจ 1–3 ปี, financial projection, hiring plan, market strategy | พิสูจน์ว่าบริษัทสหรัฐฯ จะดำเนินงานจริงและรองรับตำแหน่ง L-1 ได้ |
| Commercial activity | contracts, LOI, invoices, customer pipeline, supplier agreements | แสดงว่าธุรกิจเริ่มมี activity หรือมีแผนเชิงพาณิชย์จริง |
🔗 เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทสหรัฐฯ
L-1 จะใช้ไม่ได้ถ้าบริษัทไทยกับบริษัทสหรัฐฯ ไม่มี qualifying relationship ที่พิสูจน์ได้ เช่น parent/subsidiary, branch หรือ affiliate ดังนั้นเอกสาร ownership เป็นหัวใจของเคส
| รูปแบบความสัมพันธ์ | ตัวอย่าง | เอกสารที่ควรมี |
|---|---|---|
| Parent / Subsidiary | บริษัทไทยถือหุ้นบริษัทสหรัฐฯ หรือบริษัทสหรัฐฯ ถือหุ้นบริษัทไทย | share certificates, capitalization table, ownership records, corporate resolutions |
| Branch | สำนักงานสหรัฐฯ เป็นสาขาของบริษัทต่างประเทศ | registration documents, branch registration, board resolution, tax records |
| Affiliate | บริษัทสองประเทศมีเจ้าของหรือกลุ่มผู้ถือหุ้นควบคุมเดียวกัน | shareholder records, ownership chart, voting control documents |
| New U.S. entity | บริษัทไทยตั้งบริษัทใหม่ในสหรัฐฯ เพื่อขยายธุรกิจ | incorporation, ownership proof, fund transfer, business plan, office lease |
👤 เอกสารผู้สมัคร L-1A/L-1B
เอกสารผู้สมัครต้องพิสูจน์ 2 เรื่องพร้อมกัน คือ เคยทำงานกับบริษัทต่างประเทศตามเงื่อนไขจริง และตำแหน่งในต่างประเทศกับตำแหน่งในสหรัฐฯ เข้าเกณฑ์ L-1A หรือ L-1B จริง
| หมวดเอกสารผู้สมัคร | ตัวอย่างเอกสาร | ใช้พิสูจน์อะไร |
|---|---|---|
| ตัวตนและประวัติเดินทาง | พาสปอร์ตปัจจุบันและเล่มเก่า ประวัติวีซ่า I-94 หากเคยเข้าอเมริกา | ตัวตน ประวัติเดินทาง และความสอดคล้องของข้อมูล |
| ประวัติทำงานกับบริษัทไทย | employment letter, appointment letter, payroll, payslips, tax, social security | พิสูจน์การทำงาน 1 ปีต่อเนื่องภายใน 3 ปีก่อนยื่น |
| บทบาท L-1A | job description, duty breakdown, org chart, subordinate list, authority documents | พิสูจน์บทบาท executive/manager ทั้งในไทยและสหรัฐฯ |
| บทบาท L-1B | product docs, internal manuals, proprietary process, training records, project evidence | พิสูจน์ specialized knowledge ที่ไม่ใช่ความรู้ทั่วไป |
| วุฒิและประสบการณ์ | degree, transcript, certificates, professional licenses, resume | เสริมความสามารถและความสัมพันธ์กับตำแหน่ง |
| ตำแหน่งในสหรัฐฯ | U.S. job offer/assignment letter, job description, salary, work location | พิสูจน์งานที่จะไปทำในสหรัฐฯ ตามประเภท L-1 |
🆕 กรณี L-1 New Office ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม
New Office L-1 คือกรณีที่บริษัทสหรัฐฯ ยังดำเนินงานไม่ถึง 1 ปีหรือเพิ่งเปิดใหม่ USCIS จึงต้องการเห็นหลักฐานมากเป็นพิเศษว่า office นี้ไม่ใช่แค่ที่อยู่บนกระดาษ แต่มีแผนธุรกิจ เงินทุน สถานที่ และโอกาสที่จะเติบโตจริง
| สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่ม | ตัวอย่างเอกสาร | ทำไมสำคัญ |
|---|---|---|
| Physical premises | สัญญาเช่าสำนักงาน รูปสำนักงาน แผนผังพื้นที่ coworking agreement | USCIS ระบุว่าต้องมีสถานที่เพียงพอสำหรับ New Office |
| Business plan | แผนตลาด แผนขาย แผนจ้างงาน financial projections 1–3 ปี | พิสูจน์ว่าบริษัทจะดำเนินงานจริงและมีศักยภาพเติบโต |
| Capital investment | หลักฐานโอนเงิน bank records, capitalization, budget allocation | แสดงว่ามีเงินทุนพอเริ่มธุรกิจและจ่ายค่าใช้จ่าย |
| Hiring plan | แผนจ้างงาน org chart ปีที่ 1, job openings, recruiter contract | สำหรับ L-1A ต้องแสดงว่า office จะรองรับบทบาทบริหารได้ ไม่ใช่ให้ผู้สมัครทำทุกอย่างเอง |
| Market evidence | customer pipeline, LOI, contracts, supplier agreements, competitor analysis | ช่วยพิสูจน์ว่าแผนธุรกิจมีฐานจริงในตลาดสหรัฐฯ |
🧭 ขั้นตอนยื่น L-1 ตั้งแต่เตรียมเอกสารถึงสัมภาษณ์
ขั้นตอน L-1 โดยทั่วไปเริ่มจากนายจ้างหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องยื่น Form I-129 กับ USCIS สำหรับผู้สมัคร L-1 ก่อน หากอนุมัติและผู้สมัครอยู่นอกสหรัฐฯ จึงนำ approval ไปดำเนินการขอวีซ่าที่สถานทูต/สถานกงสุลสหรัฐฯ ตามขั้นตอน
ตรวจบริษัทไทย บริษัทสหรัฐฯ ownership, control, business activity และความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท
วิเคราะห์บทบาทผู้สมัครในไทยและบทบาทในสหรัฐฯ ว่าเป็น executive/manager หรือ specialized knowledge
รวมเอกสารบริษัทไทย บริษัทสหรัฐฯ ความสัมพันธ์บริษัท และเอกสารผู้สมัคร พร้อมคำแปลอังกฤษที่จำเป็น
นายจ้างหรือทนายความยื่น petition พร้อม L Supplement และเอกสารสนับสนุนตามประเภท L-1
หากได้รับ Request for Evidence ต้องตอบตรงประเด็น เช่น qualifying relationship, managerial duties หรือ business activity
ผู้สมัครนอกสหรัฐฯ ต้องกรอก DS-160 จองสัมภาษณ์ และถือ approval notice พร้อมเอกสารสำคัญไปสถานทูต
🚩 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ L-1 เสี่ยงถูก RFE หรือปฏิเสธ
L-1 เป็นเคสที่ RFE เกิดได้บ่อยหากเอกสารไม่ตอบประเด็น เจ้าหน้าที่อาจถามเพิ่มเรื่องความสัมพันธ์บริษัท บทบาทผู้บริหาร สถานที่ทำงาน หรือธุรกิจจริงของ office ใหม่
| ข้อผิดพลาด | ทำไมเสี่ยง | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| ownership chart ไม่ชัด | พิสูจน์ qualifying relationship ไม่ได้ | จัด share documents, shareholder list, control chart และ corporate records ให้ตรงกัน |
| บริษัทไทยดู inactive | USCIS อาจไม่เชื่อว่าบริษัททำธุรกิจจริง | เตรียมงบ ภาษี สัญญา ลูกค้า payroll รูปกิจการ และ bank statement |
| ผู้บริหารทำงานปฏิบัติการเป็นหลัก | อาจไม่เข้า L-1A managerial/executive capacity | ทำ duty breakdown ให้เห็นงานบริหาร กลยุทธ์ งบประมาณ ทีม และอำนาจตัดสินใจ |
| New Office มีแค่จดบริษัท แต่ไม่มี office จริง | ไม่ผ่านเงื่อนไข physical premises และ business readiness | เตรียม lease, office photos, business plan, funding และ hiring plan |
| L-1B อธิบาย specialized knowledge กว้างเกินไป | ดูเหมือนพนักงานทั่วไปที่มีทักษะตามตลาดแรงงาน | แสดง proprietary tools, internal systems, unique training และ impact ที่เฉพาะกับบริษัท |
| เอกสารไทยแปลไม่ตรงหรือชื่อสะกดไม่ตรง | ทำให้ข้อมูลบริษัท/ผู้สมัครดูขัดกัน | ตรวจชื่อบริษัท ที่อยู่ ชื่อกรรมการ และชื่อผู้สมัครให้ตรงทุกไฟล์ก่อนยื่น |
⚡ อยากรู้ว่าเอกสารบริษัทไทยพอสำหรับ L-1 หรือยัง?
Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารบริษัทไทย บริษัทสหรัฐฯ โครงสร้างผู้ถือหุ้น บทบาทผู้สมัคร และรายการเอกสารที่ควรแปล/จัดก่อนส่งทนายสหรัฐฯ
🌍 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
กฎ L-1, Form I-129, เอกสารประกอบ, ค่าธรรมเนียม, ระยะเวลา และขั้นตอนสัมภาษณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจจาก USCIS, Department of State และปรึกษาทนายความ immigration ในสหรัฐฯ สำหรับ petition จริง
- USCIS — L-1A Intracompany Transferee Executive or Manager: https://www.uscis.gov/working-in-the-united-states/temporary-workers/l-1a-intracompany-transferee-executive-or-manager
- USCIS — L-1B Intracompany Transferee Specialized Knowledge: https://www.uscis.gov/working-in-the-united-states/temporary-workers/l-1b-intracompany-transferee-specialized-knowledge
- USCIS Policy Manual — Intracompany Transferees: https://www.uscis.gov/policy-manual/volume-2-part-l
- USCIS — Form I-129 Petition for a Nonimmigrant Worker: https://www.uscis.gov/i-129
- USCIS — Checklist of Required Initial Evidence for Form I-129: https://www.uscis.gov/i-129Checklist
- U.S. Department of State — 9 FAM 402.12 Intracompany Transferees: https://fam.state.gov/fam/09FAM/09FAM040212.html
- บริการ Co Journey Visa สำหรับ วีซ่าสหรัฐอเมริกา
⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยเตรียมเคส L-1 เบื้องต้น?
- ช่วยคัดกรองว่าเหมาะกับ L-1A หรือ L-1B — ดูบทบาทผู้สมัครในไทยและตำแหน่งที่จะไปทำในสหรัฐฯ
- ช่วยจัดเอกสารบริษัทไทย — หนังสือรับรองบริษัท งบการเงิน ภาษี payroll, contracts, org chart และเอกสารธุรกิจจริง
- ช่วยตรวจเอกสารบริษัทสหรัฐฯ — incorporation, EIN, office lease, business plan, bank account และแผนจ้างงาน
- ช่วยทำ Evidence Map — แยกหลักฐาน qualifying relationship, doing business, 1-year employment และ managerial/specialized role
- ช่วยแปลและจัดเอกสารไทยเป็นอังกฤษ — ให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ ที่อยู่ และข้อมูลสำคัญตรงกันทุกไฟล์
- ช่วยเตรียมข้อมูลก่อนคุยกับทนายสหรัฐฯ — ลดเวลาสื่อสารผิด และช่วยให้รู้ว่าจุดอ่อนของเคสอยู่ตรงไหนก่อนเริ่ม petition
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
วีซ่า L-1 อเมริกาเหมาะกับใคร?
L-1A กับ L-1B ต่างกันอย่างไร?
เจ้าของธุรกิจไทยเปิดบริษัทใหม่ในอเมริกาแล้วขอ L-1A ได้ไหม?
เอกสารสำคัญของวีซ่า L-1 มีอะไรบ้าง?
L-1 New Office ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม?
Co Journey Visa ช่วยอะไรได้บ้างสำหรับ L-1?
📌 สรุป: วีซ่า L-1 สำหรับผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจไทย ต้องเตรียมอะไร
- L-1 ใช้สำหรับการย้ายผู้บริหาร ผู้จัดการ หรือผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทต่างประเทศไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯ
- ผู้สมัครต้องเคยทำงานกับบริษัทต่างประเทศอย่างน้อย 1 ปีต่อเนื่องภายใน 3 ปีก่อนยื่น
- บริษัทไทยและบริษัทสหรัฐฯ ต้องมี qualifying relationship เช่น parent, subsidiary, branch หรือ affiliate
- เอกสารบริษัทไทยต้องพิสูจน์ว่าธุรกิจมีตัวตนจริง มีรายได้ พนักงาน ลูกค้า ภาษี และ operation จริง
- เอกสารบริษัทสหรัฐฯ ต้องพิสูจน์การจัดตั้งบริษัท สถานที่ทำงาน เงินทุน business plan และแผนจ้างงาน
- L-1A ต้องเน้นบทบาท executive/manager ส่วน L-1B ต้องเน้น specialized knowledge ที่เฉพาะกับบริษัท
- New Office ต้องเตรียม evidence เพิ่ม เช่น physical premises, business plan, capital investment และ hiring plan
- หากต้องการ บริการรับทำวีซ่าอเมริกา สำหรับ L-1 ควรเริ่มจากการคัดกรองโครงสร้างบริษัทและจัดเอกสารก่อนประสานทนายสหรัฐฯ
🏢 มีบริษัทไทยและอยากย้ายผู้บริหารหรือเปิดบริษัทในอเมริกาด้วย L-1?
Co Journey Visa ช่วยคัดกรองโครงสร้างบริษัทไทย–สหรัฐฯ ตรวจเอกสารผู้สมัคร จัด checklist เอกสาร L-1A/L-1B แปลเอกสารไทยเป็นอังกฤษ และทำ Evidence Map ให้พร้อมก่อนประสานทนายความ immigration ในสหรัฐฯ
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com







