บริการรับรองคำแปล สำหรับเอกสารที่ใช้ในไทยและต่างประเทศ

📄 Certified Translation Service

บริการรับรองคำแปล สำหรับเอกสารที่ใช้ในไทยและต่างประเทศ

แปลและรับรองคำแปลสำหรับเอกสารส่วนบุคคล การศึกษา การทำงาน ธุรกิจ วีซ่า และการติดต่อหน่วยงาน พร้อมช่วยตรวจว่าควรใช้เพียงคำแปล คำแปลรับรอง หรือมีขั้นตอนรับรองเอกสารอื่นเพิ่มเติม
📅 อัปเดตล่าสุด: 5 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ 🌏 สำหรับใช้ในไทยและต่างประเทศ

เอกสารที่แปลถูกต้องในทางภาษาอาจยังไม่ใช่เอกสารในรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางต้องการเสมอไป เพราะคำว่า “รับรองคำแปล” และ “รับรองเอกสาร” เป็นคนละเรื่อง และแต่ละสถานทูต มหาวิทยาลัย บริษัท หรือหน่วยงานราชการสามารถกำหนดรูปแบบต่างกันได้

บริการของ Co Journey Visa จึงเริ่มจากการดูว่าเอกสารจะนำไปใช้ ที่ประเทศใด กับหน่วยงานใด และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ก่อนประเมินว่าควรใช้เพียง แปลเอกสาร หรือควรมีการรับรองคำแปลและขั้นตอนอื่นเพิ่มเติม

คำตอบสั้น ๆ: บริการรับรองคำแปลเหมาะกับผู้ที่ต้องการนำเอกสารไปใช้กับสถานทูต หน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย บริษัท หรือองค์กรในไทยและต่างประเทศ แต่ก่อนดำเนินการควรตรวจ Requirement ปลายทาง เพราะ คำแปลรับรองไม่ได้เท่ากับการนิติกรณ์หรือการรับรองจากสถานทูต และไม่ใช่ทุกเคสที่ต้องทำทุกขั้นตอน

มีเอกสารอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าต้อง “รับรองคำแปล” หรือ “รับรองเอกสาร”?
ส่งไฟล์ พร้อมแจ้งประเทศ หน่วยงานปลายทาง และวัตถุประสงค์ให้ทีมช่วยแยกขอบเขตก่อนดำเนินการ

📱 ส่งเอกสารเพื่อประเมิน
เอกสารสำหรับแปลและรับรองคำแปลก่อนนำไปใช้กับหน่วยงาน

1. รับรองคำแปลคืออะไร

ในงานเอกสาร คำว่า “รับรองคำแปล” โดยทั่วไปใช้กับการที่ผู้แปลลงนามหรือจัดข้อความรับรองว่าคำแปลที่จัดทำขึ้นถ่ายทอดข้อมูลจากต้นฉบับตามเอกสารที่ได้รับ

จุดสำคัญคือ การรับรองคำแปลตอบคำถามว่า “คำแปลนี้ได้รับการรับรองในรูปแบบใด” แต่ไม่ได้ตอบอัตโนมัติว่า “หน่วยงานปลายทางยอมรับหรือไม่” เพราะผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนด Requirement ของตนเอง

ก่อนสั่งรับรองคำแปล: ขอ Checklist หรือ Requirement จากหน่วยงานปลายทางก่อน หากมีคำว่า Certified Translation, Legalized Translation, Notarized Translation หรือ Embassy Authentication ควรแยกความหมายให้ชัดก่อนเริ่มงาน

2. รับรองคำแปลกับรับรองเอกสาร ต่างกันอย่างไร

หัวข้อ รับรองคำแปล รับรอง / นิติกรณ์เอกสาร
สิ่งที่เน้น ความสัมพันธ์ระหว่างต้นฉบับกับคำแปล กระบวนการรับรองเอกสารหรือลายมือชื่อโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้ดำเนินการ ผู้แปลหรือผู้ให้บริการตามรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับยอมรับ ขึ้นอยู่กับขั้นตอน เช่น หน่วยงานรัฐ สถานทูต หรือหน่วยงานที่มีอำนาจ
ต้องทำทุกเคสหรือไม่ ไม่เสมอไป ไม่เสมอไป
สิ่งที่ควรเช็กก่อน รูปแบบ Certified Translation ที่ปลายทางต้องการ Chain of Authentication หรือ Legalization ที่ปลายทางกำหนด

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

หากปลายทางระบุให้มีขั้นตอนนิติกรณ์เพิ่มเติม สามารถดูบริการ รับรองเอกสาร และส่งรายละเอียดปลายทางให้ทีมช่วยแยกขั้นตอนก่อน

3. เอกสารของคุณควรทำถึงระดับไหน

1 แปลอย่างเดียว
เหมาะเมื่อหน่วยงานผู้รับต้องการเพียงเอกสารในอีกภาษาและไม่ได้กำหนด Certification เพิ่ม
2 แปล + รับรองคำแปล
ใช้เมื่อปลายทางกำหนดให้คำแปลมีการรับรองในรูปแบบที่เขายอมรับ
3 แปล + รับรองคำแปล + นิติกรณ์
บางกรณีต้องมีขั้นตอนต่อกับหน่วยงานรัฐตามประเภทเอกสารและประเทศปลายทาง
4 ขั้นตอนเพิ่มเติมของประเทศปลายทาง
ในบางเคสอาจมีข้อกำหนดของสถานทูต กงสุล หรือหน่วยงานในประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้
วิธีเลือกที่ปลอดภัยกว่า: เริ่มจาก Requirement ของผู้รับเอกสาร แล้วทำเฉพาะขั้นตอนที่จำเป็น แทนการสั่ง “แปลพร้อมรับรองทุกอย่าง” โดยไม่รู้ว่าปลายทางต้องการอะไร

4. เอกสารประเภทใดใช้บริการรับรองคำแปลได้บ้าง

👤 เอกสารส่วนบุคคล เอกสารทะเบียนราษฎร เอกสารแสดงตัวตน เอกสารเปลี่ยนชื่อ และเอกสารสถานะบุคคลตามวัตถุประสงค์
💍 เอกสารครอบครัว เอกสารสมรส หย่า ความสัมพันธ์ และเอกสารครอบครัวประเภทต่าง ๆ
🎓 เอกสารการศึกษา Transcript, Degree, Diploma, Certificate และหนังสือจากสถานศึกษา
💼 เอกสารการทำงาน Employment Letter, Employment Certificate, Contract และเอกสารที่เกี่ยวกับประวัติการทำงาน
🏢 เอกสารธุรกิจ หนังสือบริษัท เอกสารทะเบียนธุรกิจ สัญญา และเอกสารสำหรับติดต่อคู่ค้าหรือหน่วยงาน
✈️ เอกสารประกอบวีซ่า เอกสารที่ Checklist ของสถานทูตหรือหน่วยงานรับคำร้องกำหนดให้แปล
ไม่จำเป็นต้องแปลเอกสารทุกอย่าง: หากมีเอกสาร 15 ฉบับ แต่หน่วยงานใช้จริงเพียง 7 ฉบับ การตรวจรายการก่อนแปลช่วยลดทั้งเอกสารซ้ำและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

5. รับรองคำแปลสำหรับเอกสารที่จะใช้ในประเทศไทย

เอกสารจากต่างประเทศที่นำมาใช้ในไทยอาจต้องแปลเป็นภาษาไทยหรือจัดรูปแบบเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับหน่วยงานผู้รับและประเภทเอกสาร

ก่อนส่งแปลควรตรวจอย่างน้อย:

  • เอกสารออกโดยประเทศใด
  • ต้นฉบับเป็นภาษาอะไร
  • หน่วยงานไทยที่จะรับเอกสารคือหน่วยงานใด
  • ผู้รับต้องการคำแปลภาษาไทยหรือไม่
  • ต้องการ Certified Translation หรือไม่
  • ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากประเทศที่ออกเอกสารก่อนหรือไม่
  • มีขั้นตอนรับรองในประเทศไทยต่อหรือไม่
อย่าใช้ขั้นตอนจากเอกสารของคนอื่นแทนเคสตัวเอง: แม้เป็นเอกสารชื่อเดียวกัน แต่ประเทศที่ออกเอกสารและหน่วยงานผู้รับต่างกัน ขั้นตอนที่ต้องใช้ก็อาจต่างกันได้
การตรวจรายละเอียดต้นฉบับก่อนจัดทำคำแปลและรับรองคำแปล

6. รับรองคำแปลสำหรับเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศ

เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ต่างประเทศควรเริ่มจากผู้รับเอกสารในประเทศปลายทาง เพราะคำว่า “ต้องแปลเป็นอังกฤษ” ยังไม่บอกว่าต้องรับรองในระดับใด

ระบุประเทศปลายทาง
เช่น จะใช้เอกสารในยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น
ระบุหน่วยงานผู้รับ
สถานทูต มหาวิทยาลัย บริษัท Registry หรือหน่วยงานราชการ
ตรวจภาษาที่ต้องใช้
อังกฤษหรือภาษาท้องถิ่นตาม Requirement
ตรวจระดับ Certification
คำแปลทั่วไป Certified Translation หรือรูปแบบอื่น
ตรวจขั้นตอน Legalization แยก
หากผู้รับกำหนดให้เอกสารต้องผ่านการรับรองเพิ่มเติม
ศัพท์ใน Requirement สำคัญ: Certified, Notarized, Legalized, Authenticated และ Apostilled ไม่ควรถูกตีความเป็นคำเดียวกัน หากพบคำเหล่านี้ควรตรวจคำอธิบายจากหน่วยงานผู้รับโดยตรง

7. รับรองคำแปลสำหรับเอกสารยื่นวีซ่า

คำร้องวีซ่าเป็นหนึ่งในกรณีที่ไม่ควรใช้กฎการแปลแบบเดียวกับทุกประเทศ เพราะสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องแต่ละแห่งสามารถกำหนดรูปแบบภาษาหรือคำแปลของตนเอง

ก่อนแปลเอกสารวีซ่าควรดู:

  • ประเทศที่ยื่น
  • ประเภทวีซ่า
  • สถานทูตหรือสถานกงสุลที่รับผิดชอบ
  • Checklist ล่าสุด
  • ภาษาที่เอกสารสามารถยื่นได้
  • Requirement เรื่อง Certified Translation ถ้ามี

ผู้สมัครสามารถใช้ Checklist เอกสารแปลภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยตรวจชื่อ วันที่ ตัวเลข และความสอดคล้องของข้อมูลก่อนส่งคำแปลเข้าสู่ชุดเอกสารวีซ่า

คำแปลไม่ควรใช้แก้ข้อเท็จจริง: หากต้นฉบับมีข้อมูลผิด ควรติดต่อหน่วยงานผู้ออกเอกสารเพื่อแก้ไขตามขั้นตอน ไม่ควรเปลี่ยนข้อมูลในคำแปลให้ต่างจากต้นฉบับ

ต้องแปลเอกสารเพื่อยื่นวีซ่า แต่ไม่แน่ใจว่าฉบับไหนจำเป็น?
ส่งประเทศ ประเภทวีซ่า และรายการเอกสารให้ทีมช่วยแยก Requirement ก่อนเริ่มแปล

💬 ตรวจรายการเอกสารก่อนแปล

8. ชื่อ นามสกุล วันที่ และตัวเลขในคำแปล ต้องตรวจอย่างไร

เอกสารแปลหลายฉบับอาจอ่านถูกทางภาษา แต่เกิดปัญหาเพราะข้อมูลสำคัญไม่สอดคล้องกับเอกสารหลัก ตัวอย่างเช่นชื่อเดียวกันสะกดภาษาอังกฤษคนละแบบในแต่ละฉบับ

ข้อมูล สิ่งที่ควรตรวจ เอกสารอ้างอิงที่อาจเกี่ยวข้อง
ชื่อ–นามสกุล ใช้การสะกดให้สอดคล้องกับเอกสารหลัก Passport หรือเอกสารทางการที่เกี่ยวข้อง
ชื่อเดิม / นามสกุลเดิม แยกข้อมูลให้ตรงกับต้นฉบับ เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือเอกสารสถานะบุคคล
วันเดือนปี ตรวจทั้งตัวเลขและระบบปี ต้นฉบับและเอกสารอ้างอิง
ชื่อบริษัท ใช้ชื่อทางการอย่างสม่ำเสมอ Company Registration หรือเอกสารบริษัท
เลขเอกสาร ต้องถ่ายทอดตามต้นฉบับอย่างระมัดระวัง ต้นฉบับ

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

9. Case Studies: เอกสารแบบไหนควรรับรองคำแปล

เคส 1: สูติบัตรไทยใช้สมัครเรียนต่างประเทศ

ควรตรวจมหาวิทยาลัยก่อนว่าต้องการเพียง English Translation หรือ Certified Translation หากระบุขั้นตอนรับรองเพิ่มเติมจึงค่อยวางขั้นตอนต่อ ไม่ควรทำทุกระดับโดยอัตโนมัติ

เคส 2: ทะเบียนสมรสใช้ดำเนินเรื่องกับหน่วยงานต่างประเทศ

ควรแจ้งประเทศและหน่วยงานผู้รับ เพราะเอกสารครอบครัวอาจมีข้อกำหนดเรื่องต้นฉบับ คำแปล และการรับรองแตกต่างกันตามประเทศ

เคส 3: Degree และ Transcript ใช้สมัครงานในไทย

ควรถาม Employer หรือหน่วยงานก่อนว่าต้องการฉบับแปลไทยหรือไม่ และต้องการการรับรองระดับใด เพื่อไม่ให้ดำเนินการเกิน Requirement

เคส 4: เอกสาร 12 ฉบับสำหรับยื่นวีซ่า

ไม่ควรส่งแปลทั้ง 12 ฉบับทันที ควรตรวจ Checklist และเลือกเฉพาะเอกสารที่ต้องแปลจริง พร้อมตรวจว่าคำแปลต้องมี Certification หรือไม่

10. ขั้นตอนใช้บริการรับรองคำแปล

ส่งเอกสารให้ตรวจเบื้องต้น
ไฟล์หรือภาพควรเห็นข้อมูลครบและอ่านได้ชัด
แจ้งภาษาที่ต้องการ
ระบุภาษาต้นทางและภาษาปลายทาง
แจ้งสถานที่นำไปใช้
ประเทศและชื่อหน่วยงานผู้รับเป็นข้อมูลสำคัญ
ตรวจ Requirement
แยกว่าต้องแปลอย่างเดียว รับรองคำแปล หรือต้องมีขั้นตอนต่อ
ยืนยัน Reference สำหรับชื่อ
เช่น Passport เมื่อจำเป็นต่อการสะกดข้อมูลให้สอดคล้องกัน
ประเมินขอบเขตงาน
จำนวนหน้า ภาษา เนื้อหา และระดับการรับรองมีผลต่อการประเมินราคาและระยะเวลา
การตรวจและลงนามเอกสารที่ผ่านการแปลก่อนนำไปใช้งาน

11. Checklist ก่อนส่งเอกสารมารับรองคำแปล

✅ เตรียมข้อมูลให้ครบก่อนประเมินงาน
  • ไฟล์ต้นฉบับอ่านได้ครบทุกส่วน
  • ทราบภาษาต้นทาง
  • ทราบภาษาที่ต้องการแปล
  • ระบุประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้
  • ระบุชื่อหน่วยงานผู้รับ
  • แจ้งวัตถุประสงค์ เช่น วีซ่า เรียน ทำงาน ธุรกิจ หรือจดทะเบียน
  • มี Requirement หรือ Checklist จากหน่วยงานผู้รับถ้ามี
  • ตรวจว่าต้องการ Certified Translation หรือไม่
  • ตรวจว่าต้องการ Legalization เพิ่มหรือไม่
  • มี Passport หรือ Reference Spelling หากต้องใช้ตรวจชื่อ
  • แจ้งวันที่ต้องการใช้เอกสาร
  • แจ้งจำนวนเอกสารทั้งหมดที่ต้องการประเมิน

12. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อสั่งรับรองคำแปล

ใช้คำว่า “รับรอง” โดยไม่รู้ว่าปลายทางต้องการอะไร
ควรส่ง Requirement ให้ตรวจความหมายก่อน
แปลเอกสารทุกฉบับก่อนตรวจ Checklist
อาจเสียค่าใช้จ่ายกับเอกสารที่ไม่จำเป็น
คิดว่ารับรองคำแปลเท่ากับรับรองกงสุล
เป็นคนละกระบวนการ
สะกดชื่อไม่ตรง Passport
ควรมี Reference สำหรับตรวจชื่อเมื่อเกี่ยวข้อง
ส่งภาพเอกสารไม่ครบขอบ
ข้อมูลที่หายไปอาจทำให้คำแปลไม่ครบตามต้นฉบับ
เปลี่ยนข้อมูลในคำแปลเพื่อให้ดูถูกต้องขึ้น
หากต้นฉบับผิด ควรแก้ที่เอกสารต้นทาง
ใช้ Requirement ของคนอื่นแทนของตัวเอง
หน่วยงานและประเทศปลายทางอาจต่างกัน
เริ่มงานโดยไม่แจ้งวันใช้งาน
ขั้นตอนบางประเภทอาจมีหลายช่วง จึงควรวางเวลาเผื่อไว้

13. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจเพิ่มเติม

สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับการนิติกรณ์เอกสารในประเทศไทย ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และหากเอกสารต้องใช้ต่างประเทศควรตรวจ Requirement ของสถานทูตหรือหน่วยงานผู้รับในประเทศนั้นโดยตรง

กรมการกงสุล: ข้อมูลการรับรองนิติกรณ์เอกสาร

หลักการแปลเพื่อการนิติกรณ์: หลักการปฏิบัติในการแปลเอกสารเพื่อการนิติกรณ์

ข้อมูลอาจเปลี่ยนได้: Requirement ด้านการแปล การรับรอง และนิติกรณ์อาจถูกปรับโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนใช้เอกสารจริง โดยเฉพาะเมื่อเป็นเอกสารสำหรับต่างประเทศ

Co Journey Visa ช่วยอะไรในงานรับรองคำแปล

  • ตรวจวัตถุประสงค์: ดูว่าเอกสารจะนำไปใช้ทำอะไร
  • ตรวจปลายทาง: ประเทศและหน่วยงานผู้รับ
  • แยกระดับบริการ: แปลอย่างเดียว รับรองคำแปล หรือมีขั้นตอนอื่น
  • ตรวจชื่อและข้อมูล: ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในชุดเอกสาร
  • จัดคำแปล: ตามต้นฉบับและขอบเขตงานที่ตกลง
  • รับรองคำแปล: ตามรูปแบบของงานที่ประเมิน
  • วางขั้นตอนเอกสาร: หากต้องมีการรับรองเพิ่มเติม
  • ตรวจเอกสารวีซ่า: แยก Requirement ของวีซ่าออกจากงานแปลเมื่อเกี่ยวข้อง

หากเอกสารใช้ประกอบคำร้องวีซ่า สามารถ ปรึกษาวีซ่า เพิ่มเติม เพื่อช่วยตรวจว่าเอกสารใดอยู่ใน Checklist ของเคสจริงก่อนจัดทำคำแปล

❓ คำถามที่ถามบ่อย

รับรองคำแปลคืออะไร
โดยทั่วไปหมายถึงการที่ผู้แปลรับรองว่าข้อความในคำแปลถ่ายทอดจากต้นฉบับอย่างถูกต้องตามเอกสารที่ได้รับ แต่รูปแบบการรับรองที่หน่วยงานแต่ละแห่งยอมรับอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจ Requirement ของผู้รับเอกสารก่อน
รับรองคำแปลกับรับรองเอกสารเหมือนกันหรือไม่
ไม่เหมือนกัน การรับรองคำแปลเกี่ยวข้องกับความถูกต้องของคำแปล ส่วนการรับรองหรือนิติกรณ์เอกสารเป็นกระบวนการอีกประเภทหนึ่งที่อาจดำเนินการโดยหน่วยงานรัฐ สถานทูต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
เอกสารที่ใช้ต่างประเทศต้องรับรองคำแปลทุกฉบับไหม
ไม่จำเป็นทุกกรณี เพราะข้อกำหนดขึ้นอยู่กับประเทศ หน่วยงานปลายทาง และวัตถุประสงค์ บางแห่งต้องการเพียงคำแปล บางแห่งต้องการ Certified Translation และบางกรณีอาจมีขั้นตอนรับรองเอกสารเพิ่มเติม
เอกสารประเภทใดสามารถส่งมารับรองคำแปลได้
สามารถสอบถามได้ทั้งเอกสารส่วนบุคคล เอกสารครอบครัว เอกสารการศึกษา เอกสารการทำงาน เอกสารธุรกิจ และเอกสารประกอบวีซ่า โดยต้องตรวจความเหมาะสมกับหน่วยงานที่จะนำไปใช้เป็นรายกรณี
เอกสารยื่นวีซ่าจำเป็นต้องรับรองคำแปลหรือไม่
ขึ้นอยู่กับประเทศ ประเภทวีซ่า และ Checklist ของสถานทูตหรือหน่วยงานรับคำร้อง จึงควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดของเคสนั้นก่อนเลือกว่าจะใช้คำแปลทั่วไป คำแปลรับรอง หรือขั้นตอนเพิ่มเติม
ถ้ามีเอกสารหลายฉบับต้องแปลทั้งหมดหรือไม่
ไม่ควรแปลทุกฉบับโดยอัตโนมัติ ควรตรวจว่าหน่วยงานปลายทางต้องการเอกสารใดก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการแปลและรับรองเอกสารที่ไม่จำเป็น
ควรส่งอะไรเพื่อประเมินงานรับรองคำแปล
ควรส่งภาพหรือไฟล์เอกสารที่อ่านได้ชัด ภาษาต้นทาง ภาษาปลายทาง ประเทศและหน่วยงานที่จะนำไปใช้ วัตถุประสงค์ และวันที่ต้องการใช้เอกสาร เพื่อช่วยประเมินขอบเขตงาน
ชื่อภาษาอังกฤษในคำแปลควรใช้แบบไหน
หากเอกสารเกี่ยวข้องกับบุคคล ควรตรวจการสะกดชื่อกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารอ้างอิงหลัก เพื่อช่วยให้ข้อมูลในชุดเอกสารสอดคล้องกัน

📌 สรุปบริการรับรองคำแปล

  • รองรับเอกสารสำหรับใช้ในประเทศไทยและต่างประเทศ
  • ใช้ได้กับเอกสารส่วนบุคคล ครอบครัว การศึกษา การทำงาน ธุรกิจ และวีซ่า
  • รับรองคำแปลกับรับรองเอกสารเป็นคนละขั้นตอน
  • ไม่ใช่ทุกเอกสารที่ต้องมีการนิติกรณ์เพิ่มเติม
  • ควรตรวจประเทศและหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่มงาน
  • ควรตรวจ Requirement ว่าต้องการ Translation หรือ Certified Translation
  • หากต้อง Legalization ควรวางขั้นตอนแยก
  • ชื่อภาษาอังกฤษควรสอดคล้องกับ Passport หรือเอกสารหลัก
  • คำแปลไม่ควรเปลี่ยนข้อเท็จจริงจากต้นฉบับ
  • เอกสารวีซ่าควรตรวจ Checklist ก่อนสั่งแปลทุกฉบับ
  • ส่งไฟล์ ประเทศ หน่วยงานปลายทาง และวันใช้งานเพื่อประเมินได้ตรงขึ้น
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

ก่อนรับรองคำแปล ให้เริ่มจากดูว่า “เอกสารจะไปใช้ที่ไหน”

ส่งภาพหรือไฟล์เอกสาร พร้อมแจ้งภาษาที่ต้องการ ประเทศ หน่วยงานปลายทาง วัตถุประสงค์ และวันที่ต้องใช้ ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินว่าควรแปลอย่างเดียว รับรองคำแปล หรือควรตรวจขั้นตอนรับรองเอกสารเพิ่มเติม

📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com  |  www.cojourneyvisa.com