ขั้นตอนในการทำวีซ่าประเทศจีน (อัปเดตปี 2026)

ขั้นตอนในการทำวีซ่าประเทศจีน (อัปเดตปี 2026)

🇨🇳 วีซ่าจีน 2026

ขั้นตอนในการทำวีซ่าประเทศจีน อัปเดตปี 2026

สรุปสำหรับคนไทย กรณีไหนเข้าจีนได้แบบยกเว้นวีซ่า กรณีไหนต้องขอวีซ่าจีน ประเภทวีซ่า เอกสาร ขั้นตอน CVASC และจุดที่ควรระวังก่อนยื่นจริง
📅 อัปเดตล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2026 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 10 นาที

ประเทศจีนยังเป็นจุดหมายสำคัญของคนไทย ทั้งเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เฉิงตู กวางโจว ติดต่อธุรกิจ เรียนต่อ เยี่ยมญาติ หรือทำงาน แต่ตั้งแต่มีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าไทย-จีน หลายคนเริ่มสับสนว่า “ยังต้องขอวีซ่าจีนอยู่ไหม?”

คำตอบคือ คนไทยถือหนังสือเดินทางธรรมดาสามารถเข้าจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าในบางกรณี โดยพำนักได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน ตามข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศไทย แต่ถ้าเดินทางเพื่อเรียน ทำงาน สื่อมวลชน พำนักระยะยาว หรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า ยังต้องขอวีซ่าหรือเอกสารอนุมัติให้ถูกประเภท

บทความนี้จึงเน้นช่วยแยกให้ชัดว่าเคสไหนใช้ฟรีวีซ่าได้ เคสไหนต้องยื่นผ่านศูนย์บริการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศจีน หรือ CVASC และควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนยื่นจริง

สรุปสั้น ๆ: ปี 2026 คนไทยถือหนังสือเดินทางธรรมดาสามารถเข้าจีนแบบยกเว้นวีซ่าได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันใน 180 วัน สำหรับวัตถุประสงค์ที่อยู่ในขอบเขตข้อตกลง เช่น ท่องเที่ยวหรือกิจกรรมระยะสั้นบางประเภท แต่ถ้าอยู่เกินกำหนด เรียน ทำงาน สื่อมวลชน หรือมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ต้องยื่นวีซ่าจีนให้ถูกประเภทผ่าน CVASC หรือช่องทางทางการ

💬 ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณเข้าจีนแบบฟรีวีซ่าได้ไหม หรือควรยื่นวีซ่าก่อน?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูวัตถุประสงค์ จำนวนวัน เอกสารเชิญ และแผนเดินทางก่อนจองทริปจริง

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

📌 คนไทยไปจีนปี 2026 ต้องขอวีซ่าไหม?

สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาไทยและจีน ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีนกำหนดให้สามารถเดินทางเข้า ออก หรือแวะผ่านอีกประเทศหนึ่งได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน

อย่างไรก็ตาม การยกเว้นวีซ่าไม่ครอบคลุมการพำนักถาวร การทำงาน การเรียน การทำงานด้านสื่อ หรือกิจกรรมอื่นที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากหน่วยงานของจีน หากแผนเดินทางของคุณเข้าข่ายเหล่านี้ ควรขอวีซ่าหรือเอกสารอนุมัติให้ถูกต้องก่อนเดินทาง

⚠️ ข้อควรระวัง: ฟรีวีซ่าไม่ได้แปลว่าอยู่จีนได้ทุกวัตถุประสงค์ หากไปจีนเพื่อเรียน ทำงาน ฝึกงาน ถ่ายทำสื่อ หรือพำนักระยะยาว ต้องตรวจประเภทวีซ่าและเอกสารอนุมัติจากหน่วยงานจีนก่อนเสมอ

🛂 ประเภทวีซ่าจีนที่ควรรู้ในปี 2026

หากเคสของคุณไม่อยู่ในเงื่อนไขยกเว้นวีซ่า หรืออยู่เกิน 30 วัน ต้องเลือกประเภทวีซ่าตามวัตถุประสงค์จริง การเลือกผิดประเภทอาจทำให้ศูนย์ไม่รับคำร้อง หรือทำให้เอกสารที่เตรียมไว้ไม่ตรงกับสิ่งที่สถานทูตต้องการ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

รหัสวีซ่า ประเภทวีซ่า เหมาะกับใคร เอกสารสำคัญที่มักต้องใช้
L วีซ่าท่องเที่ยว ผู้เดินทางท่องเที่ยวที่ไม่เข้าเงื่อนไขฟรีวีซ่าหรืออยู่เกินกำหนด แผนเดินทาง ที่พัก ตั๋ว และหลักฐานการเงินตามที่ร้องขอ
M วีซ่าธุรกิจ / ติดต่อการค้า ประชุม เจรจาธุรกิจ ติดต่อคู่ค้า จดหมายเชิญจากบริษัทจีน รายละเอียดกิจกรรม และเอกสารบริษัท
F วีซ่าแลกเปลี่ยน / ดูงาน / สัมมนา เยี่ยมองค์กร ฝึกอบรม แลกเปลี่ยน วัฒนธรรม หรือกิจกรรมไม่ใช่เชิงพาณิชย์บางประเภท จดหมายเชิญจากหน่วยงานจีนและกำหนดการกิจกรรม
X1 / X2 วีซ่านักเรียน X1 สำหรับการเรียนระยะยาวเกิน 180 วัน, X2 สำหรับไม่เกิน 180 วัน Admission Notice และเอกสาร JW201/JW202 ตามกรณี
Z วีซ่าทำงาน ผู้ที่ได้รับการจ้างงานในจีน ใบอนุญาตทำงานหรือ Notification Letter of Foreigner's Work Permit
S1 / S2 เยี่ยมครอบครัวของชาวต่างชาติที่พำนักในจีน ญาติของผู้ที่เรียนหรือทำงานในจีน เอกสารความสัมพันธ์ เอกสารผู้พำนักในจีน และจดหมายเชิญ
Q1 / Q2 เยี่ยมญาติชาวจีนหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรในจีน ผู้มีญาติเป็นพลเมืองจีนหรือผู้พำนักถาวร หลักฐานความสัมพันธ์ จดหมายเชิญ และเอกสารผู้เชิญ
G วีซ่าผ่านทาง ผู้ที่ผ่านจีนเพื่อเดินทางต่อประเทศที่สามในบางกรณี ตั๋วเดินทางต่อและเอกสารปลายทาง

📄 เอกสารที่ต้องใช้สำหรับยื่นวีซ่าจีน

เอกสารจริงขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่า แต่โดยทั่วไปการยื่นวีซ่าจีนผ่านศูนย์ CVASC จะเริ่มจากการกรอกฟอร์มออนไลน์ จากนั้นนัดหมายและนำเอกสารไปยื่นที่ศูนย์ตามวันเวลา

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอ โดยทั่วไปควรมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนและมีหน้าว่าง
  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าจีนที่กรอกออนไลน์และพิมพ์ออกมา
  • รูปถ่ายตามข้อกำหนดของวีซ่าจีน เช่น พื้นหลังขาวและขนาดที่ศูนย์กำหนด
  • สำเนาหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัว
  • หลักฐานการเดินทาง เช่น ตั๋วเครื่องบิน หรือแผนเดินทาง
  • หลักฐานที่พักหรือข้อมูลผู้เชิญในจีน
  • หลักฐานการเงิน เช่น Statement หรือเอกสารรายได้ หากถูกขอหรือจำเป็นต่อเคส
  • จดหมายเชิญสำหรับวีซ่าธุรกิจ F/M หรือเคสเยี่ยมญาติ/องค์กร
  • Admission Notice และเอกสารจากสถาบัน สำหรับวีซ่านักเรียน X1/X2
  • ใบอนุญาตทำงานหรือเอกสารอนุมัติจากนายจ้างจีน สำหรับวีซ่า Z
💡 จากเคสจริง: วีซ่าจีนมักพลาดตรงข้อมูลในฟอร์มออนไลน์ไม่ตรงกับเอกสาร เช่น ชื่อองค์กรเชิญ วันที่เข้า-ออกจีน เมืองที่พัก หรือชื่อผู้เชิญสะกดไม่เหมือนจดหมายเชิญ ควรตรวจให้ตรงก่อนกดยืนยันฟอร์ม

✅ ขั้นตอนยื่นวีซ่าจีนผ่าน CVASC

ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาโดยทั่วไปต้องยื่นผ่านศูนย์บริการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศจีน หรือ Chinese Visa Application Service Center โดยศูนย์จะรับคำร้องและเอกสาร ส่วนการพิจารณาเป็นหน้าที่ของสถานทูตหรือสถานกงสุลจีน

ขั้นตอน สิ่งที่ต้องทำ จุดที่ควรระวัง
1. ตรวจว่าต้องขอวีซ่าหรือไม่ ดูจำนวนวัน วัตถุประสงค์ และเงื่อนไขฟรีวีซ่าไทย-จีน หากทำงาน เรียน หรืออยู่เกิน 30 วัน ควรยื่นวีซ่าให้ถูกประเภท
2. เลือกประเภทวีซ่า เลือก L, M, F, X, Z, Q, S หรือประเภทอื่นตามวัตถุประสงค์ เลือกผิดประเภทอาจทำให้เอกสารเชิญหรือฟอร์มไม่ตรง
3. กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ศูนย์วีซ่าจีนและบันทึกหมายเลขใบสมัคร ข้อมูลต้องตรงกับพาสปอร์ต จดหมายเชิญ และแผนเดินทาง
4. นัดหมายยื่นเอกสาร เลือกวันและเวลานัดผ่านระบบของศูนย์ ควรพิมพ์หรือตั้งภาพหน้าจอใบนัดไว้
5. ยื่นเอกสารที่ CVASC นำเอกสารตัวจริง สำเนา ฟอร์ม และใบนัดไปตามเวลานัด บางประเภทต้องยื่นล่วงหน้า และผู้สมัครต้องอยู่ในไทยขณะยื่นตามประกาศศูนย์
6. ชำระค่าธรรมเนียมและรอรับเล่ม ติดตามสถานะและรับพาสปอร์ตคืนตามกำหนด อย่าจองแผนที่เปลี่ยนไม่ได้ หากยังไม่ทราบผลวีซ่า

💰 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการวีซ่าจีน

สถานทูตจีนประจำประเทศไทยมีประกาศลดค่าธรรมเนียมวีซ่าต่อเนื่องถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026 โดยตัวอย่างค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือสัญชาติไทย เช่น วีซ่าเข้าได้ครั้งเดียว 750 บาท, สองครั้ง 1,500 บาท, หลายครั้งภายใน 6 เดือน 2,250 บาท และหลายครั้ง 12 เดือนหรือมากกว่า 3,370 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าบริการของศูนย์วีซ่า

ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับประเภทบริการและศูนย์ที่ยื่น โดยทั่วไปควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ก่อนเดินทางจริง เพราะบางประเภทวีซ่า เช่น F, M, X1, X2 และ Z หรือผู้สมัครครั้งแรก อาจมีข้อจำกัดเรื่องบริการด่วนตามประกาศของศูนย์บางแห่ง

📌 หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมและบริการด่วนอาจเปลี่ยนตามประกาศของสถานทูตและศูนย์ CVASC ควรตรวจจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นจริงทุกครั้ง

🎓 วีซ่าเรียน ทำงาน ธุรกิจ และเยี่ยมญาติ ต้องระวังอะไร?

เคสที่ไม่ใช่ท่องเที่ยวทั่วไปมักต้องใช้เอกสารเฉพาะจากฝั่งจีน เช่น จดหมายเชิญ ใบตอบรับจากมหาวิทยาลัย หรือใบอนุญาตทำงาน หากเอกสารจากจีนยังไม่พร้อม ไม่ควรกรอกฟอร์มแบบเดาสุ่ม เพราะข้อมูลในฟอร์มต้องตรงกับเอกสารจริง

ประเภทเคส เอกสารที่ควรเน้น ข้อควรระวัง
ธุรกิจ M จดหมายเชิญจากบริษัทจีน รายละเอียดบริษัท และกำหนดการเดินทาง ชื่อองค์กรในฟอร์มต้องตรงกับจดหมายเชิญ
ดูงาน/สัมมนา F จดหมายเชิญจากหน่วยงานหรือองค์กรในจีน ต้องแยกจากการทำงานหรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่ต้องใช้วีซ่าอื่น
นักเรียน X1/X2 Admission Notice และเอกสารจากสถาบัน เช่น JW201/JW202 ตามกรณี X1 ต้องดำเนินการเรื่อง Residence Permit หลังเข้าจีนตามกำหนด
ทำงาน Z ใบอนุญาตทำงานหรือ Notification Letter of Foreigner's Work Permit ห้ามใช้วีซ่าท่องเที่ยวหรือธุรกิจเพื่อเริ่มงาน
เยี่ยมญาติ Q/S เอกสารความสัมพันธ์ จดหมายเชิญ และเอกสารผู้เชิญในจีน ต้องเลือก Q หรือ S ตามสถานะผู้เชิญและความสัมพันธ์จริง
⚠️ เคสจดหมายเชิญต้องตรวจละเอียด: จดหมายเชิญควรมีชื่อผู้สมัคร เลขพาสปอร์ต วันที่เดินทาง วัตถุประสงค์ ข้อมูลผู้เชิญ และช่องทางติดต่อที่ชัดเจน หากเป็นบริษัทควรใช้ชื่อองค์กรตรงกับเอกสารทางธุรกิจ

❌ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการยื่นวีซ่าจีน

ข้อผิดพลาด ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น วิธีป้องกัน
ใช้ฟรีวีซ่าผิดวัตถุประสงค์ อาจถูกปฏิเสธเข้าเมืองหรือมีปัญหาสถานะพำนัก ตรวจวัตถุประสงค์ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเรียน ทำงาน และสื่อ
กรอกฟอร์มออนไลน์ไม่ตรงกับจดหมายเชิญ ศูนย์อาจให้แก้ฟอร์มหรือขอเอกสารเพิ่ม ตรวจชื่อองค์กร ที่อยู่ วันที่ และรายละเอียดผู้เชิญทุกจุด
เลือกประเภทวีซ่าผิด เอกสารที่เตรียมไม่ตรงกับเงื่อนไข แยกวัตถุประสงค์จริงก่อนเริ่มกรอกฟอร์ม
พาสปอร์ตอายุเหลือน้อยหรือหน้าว่างไม่พอ เสี่ยงถูกปฏิเสธคำร้องหรือมีปัญหาตอนเดินทาง ต่อพาสปอร์ตก่อนหากอายุเหลือน้อยกว่า 6 เดือน
ยื่นใกล้วันเดินทางเกินไป ไม่มีเวลาแก้เอกสารหรือรับเล่มล่าช้า วางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์

📘 ตัวอย่างเคสที่ควรระวัง

เคสที่ 1: ไปจีน 45 วัน แต่เข้าใจว่าใช้ฟรีวีซ่าได้

ข้อตกลงฟรีวีซ่าไทย-จีนให้พำนักไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง หากแผนเดินทางเกินกว่านั้น ควรขอวีซ่าตามประเภทที่เหมาะสมก่อนเดินทาง ไม่ควรหวังไปต่ออายุหรือแก้สถานะหลังเข้าเมืองโดยไม่มีข้อมูลทางการรองรับ

เคสที่ 2: ไปประชุมกับคู่ค้า แต่จดหมายเชิญเขียนไม่ตรงฟอร์ม

บางเคสจดหมายเชิญใช้ชื่อบริษัทแบบย่อ แต่ฟอร์มออนไลน์ใช้ชื่อเต็มไม่ตรงกัน หรือวันที่ในจดหมายเชิญไม่ตรงกับแผนเดินทาง ทำให้ต้องแก้เอกสารใหม่ ควรตรวจทุกจุดก่อนวันนัด

เคสที่ 3: ได้งานในจีนแล้วแต่ยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน

การมีบริษัทจีนรับเข้าทำงานยังไม่เพียงพอสำหรับวีซ่า Z ต้องมีเอกสารอนุญาตที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานจีนก่อนยื่น หากเอกสารยังไม่ครบ ไม่ควรใช้วีซ่าท่องเที่ยวหรือธุรกิจเพื่อเริ่มงาน

เคสจีนของคุณเป็นท่องเที่ยว ธุรกิจ เรียน ทำงาน หรือเยี่ยมญาติ?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยแยกประเภทวีซ่า ตรวจจดหมายเชิญ กรอกฟอร์ม และจัดชุดเอกสารก่อนนัด CVASC

💬 ส่งเคสให้ทีมช่วยประเมิน

🔎 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูลวีซ่าจีน เงื่อนไขฟรีวีซ่า ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพิจารณา และขั้นตอนของศูนย์ CVASC อาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนดำเนินการจริงทุกครั้ง

📌 หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นแนวทางเตรียมเอกสาร ไม่ใช่ประกาศทางการ การอนุมัติวีซ่าอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของสถานทูตหรือสถานกงสุลจีน และควรยึดข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นจริงเสมอ

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูเอกสารวีซ่าจีน?

  • ช่วยแยกประเภทวีซ่าให้ถูก — ท่องเที่ยว ธุรกิจ ดูงาน เรียน ทำงาน หรือเยี่ยมญาติ ใช้เอกสารต่างกัน
  • ช่วยตรวจจดหมายเชิญ — โดยเฉพาะ M, F, Q, S และ Z ที่ข้อมูลผู้เชิญต้องตรงกับฟอร์ม
  • ช่วยกรอกฟอร์มออนไลน์อย่างรอบคอบ — ลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือเอกสารจีน
  • ช่วยวางแผนเอกสารประกอบ — เช่น ที่พัก แผนเดินทาง เอกสารการเงิน และ จดหมายแนะนำตัว หากจำเป็น
  • ให้คำแนะนำแบบรายเคส — ทีมช่วยดูจุดเสี่ยงก่อนยื่นจริง โดยไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

คนไทยไปจีนปี 2026 ต้องขอวีซ่าไหม?
ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาไทยสามารถเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง ภายใต้ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าไทย-จีน และรวมระยะพำนักไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน แต่ไม่ครอบคลุมการพำนัก ทำงาน เรียน สื่อมวลชน หรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า
ถ้าไปจีนเกิน 30 วันต้องขอวีซ่าประเภทไหน?
ต้องเลือกประเภทวีซ่าตามวัตถุประสงค์ เช่น L สำหรับท่องเที่ยว, M สำหรับธุรกิจ, F สำหรับแลกเปลี่ยนหรือดูงาน, X1/X2 สำหรับเรียน, Z สำหรับทำงาน, Q/S สำหรับเยี่ยมญาติหรือครอบครัว
ยื่นวีซ่าจีนในไทยต้องยื่นที่ไหน?
ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาโดยทั่วไปต้องยื่นผ่านศูนย์บริการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศจีน หรือ Chinese Visa Application Service Center เช่น ศูนย์กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ตามเขตบริการและข้อมูลล่าสุดของศูนย์
วีซ่าจีนใช้เวลาดำเนินการกี่วัน?
ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับประเภทบริการและศูนย์รับคำร้อง โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–3 สัปดาห์ก่อนเดินทางจริง เพราะบางประเภทวีซ่าหรือผู้สมัครครั้งแรกอาจไม่สามารถใช้บริการด่วนได้
วีซ่าท่องเที่ยวจีน L ต้องใช้ Bank Statement ไหม?
เอกสารการเงินอาจถูกขอตามดุลยพินิจของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง โดยควรเตรียมหลักฐานการเงิน แผนเดินทาง ที่พัก และตั๋วให้สอดคล้องกัน แม้บางเคสอาจใช้เอกสารจองทริปและแผนเดินทางเป็นหลัก
Co Journey Visa ช่วยเตรียมเอกสารวีซ่าจีนได้ไหม?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจประเภทวีซ่า วางแผนเอกสาร กรอกฟอร์มออนไลน์ ตรวจจดหมายเชิญ ตรวจเอกสารการเงิน และช่วยเตรียมความพร้อมก่อนยื่นที่ศูนย์ CVASC โดยไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าจีนปี 2026

  • คนไทยถือหนังสือเดินทางธรรมดาเข้าจีนได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้งภายใต้ข้อตกลงยกเว้นวีซ่า
  • รวมระยะพำนักต้องไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน ตามเงื่อนไขข้อตกลงไทย-จีน
  • การเรียน ทำงาน สื่อมวลชน พำนักระยะยาว หรือกิจกรรมที่ต้องอนุมัติล่วงหน้า ยังต้องขอวีซ่า
  • ประเภทวีซ่าจีนต้องเลือกตามวัตถุประสงค์จริง เช่น L, M, F, X, Z, Q, S
  • ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดามักยื่นผ่าน CVASC และต้องกรอกฟอร์มออนไลน์ก่อนนัดหมาย
  • ค่าธรรมเนียมและบริการด่วนควรตรวจจากสถานทูตจีนและศูนย์ CVASC ล่าสุดก่อนยื่นจริง

วางแผนวีซ่าจีนให้ถูกประเภท ก่อนยื่นจริง

Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเคสของคุณใช้ฟรีวีซ่าได้ไหม หรือต้องยื่นวีซ่าประเภทใด พร้อมช่วยตรวจเอกสาร กรอกฟอร์มออนไลน์ จัดจดหมายเชิญ และเตรียมชุดเอกสารก่อนนัดศูนย์ CVASC อย่างเป็นระบบ

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com

Checklist ขั้นตอนสำคัญก่อนยื่นวีซ่าจีน

ก่อนเริ่มยื่นวีซ่าจีน ควรแยกงานออกเป็น 3 ส่วนคือ ตรวจเงื่อนไขวีซ่า เตรียมเอกสารให้ตรงกับสถานะจริง และวางแผนเวลายื่นให้พอดีกับวันเดินทาง เพราะหลายเคสที่ล่าช้าไม่ได้เกิดจากเอกสารขาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน

ข้อมูลค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพิจารณา และช่องทางนัดหมายอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลา จึงควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนจ่ายเงิน จองตั๋ว หรือส่งเอกสารจริง โดยเฉพาะเคสที่มีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย เดินทางเป็นครอบครัว หรือเคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาก่อน

Checklist เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม

  • พาสปอร์ตเล่มปัจจุบันที่ยังมีอายุเหลือเพียงพอ และมีหน้าว่างสำหรับประทับตราหรือสติกเกอร์วีซ่า
  • รูปถ่ายตามขนาดที่ประเทศปลายทางกำหนด ไม่ใช้รูปเก่าหรือรูปที่พื้นหลังไม่ตรงเงื่อนไข
  • หลักฐานการเงิน เช่น Bank Statement หนังสือรับรองบัญชี หรือเอกสารผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย
  • เอกสารการทำงาน การเรียน ธุรกิจ หรือเอกสารแสดงแหล่งรายได้ที่สัมพันธ์กับสถานะผู้ยื่น
  • แผนการเดินทาง ที่พัก ประกันเดินทาง และเอกสารประกอบอื่นที่ช่วยอธิบายวัตถุประสงค์การเดินทาง

ลำดับงานที่ควรวางแผน

ช่วงงานควรเช็กอะไรข้อควรระวัง
ก่อนกรอกฟอร์มประเภทวีซ่า ระยะเวลาพำนัก และเงื่อนไขผู้ยื่นเลือกประเภทวีซ่าผิดอาจทำให้ต้องเริ่มใหม่
ก่อนนัดหมายเอกสารหลักฐานการเงิน งาน และแผนเดินทางอย่านัดเร็วเกินไปถ้าเอกสารยังไม่พร้อม
ก่อนชำระเงินค่าธรรมเนียม วิธีชำระ และนโยบายคืนเงินบางรายการจ่ายแล้วเปลี่ยนหรือขอคืนไม่ได้
ก่อนส่งเอกสารชื่อ-นามสกุล วันเกิด เลขพาสปอร์ต และวันที่เดินทางข้อมูลไม่ตรงกันมักทำให้ถูกขอเอกสารเพิ่ม

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรซื้อตั๋วเครื่องบินแบบเปลี่ยนไม่ได้ก่อนทราบผลวีซ่า หากประเทศนั้นไม่ได้บังคับให้ใช้ตั๋วที่ออกจริง
  • เอกสารภาษาไทยบางรายการอาจต้องแปลหรือรับรองก่อนใช้ยื่น ควรตรวจตามประเทศปลายทาง
  • ถ้าเคยถูกปฏิเสธวีซ่า ควรเตรียมคำอธิบายและเอกสารแก้จุดอ่อนเดิม ไม่ควรยื่นซ้ำด้วยชุดเอกสารเดิมทั้งหมด
  • ข้อมูลในแบบฟอร์มต้องตรงกับเอกสารจริง โดยเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษ วันที่เกิด สถานะสมรส และประวัติการเดินทาง

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มเตรียมวีซ่าจีนล่วงหน้ากี่วัน?
โดยทั่วไปควรเริ่มเตรียมเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 สัปดาห์ หรือเร็วกว่านั้นถ้าต้องแปลเอกสาร นัดคิว หรือมีเอกสารจากต่างประเทศ

จำเป็นต้องจองตั๋วเครื่องบินก่อนวีซ่าออกไหม?
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละประเทศ หลายกรณีใช้ booking หรือแผนการเดินทางประกอบได้ จึงควรตรวจข้อกำหนดก่อนซื้อตั๋วจริง

ถ้าเอกสารการเงินไม่แข็งแรงควรทำอย่างไร?
ควรเตรียมเอกสารอธิบายรายได้ ที่มาของเงิน และความสัมพันธ์กับผู้สนับสนุนให้ชัดเจน แทนการเติมเงินก้อนใหญ่แบบไม่มีที่มาใกล้วันยื่น

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *