เอกสารยื่นวีซ่า Digital Nomad เกาหลี 2026 มีอะไรบ้าง?
จุดยากของการเตรียมเอกสาร F-1-D ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้เจ้าหน้าที่เห็นว่า ผู้สมัครมีงานหรือธุรกิจอยู่นอกเกาหลี ทำงานทางไกลได้จริง มีประสบการณ์ในสายงานตามเกณฑ์ และรับรายได้จากแหล่งที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
เคสที่พบบ่อยคือมีหนังสือรับรองงาน แต่ไม่ได้ระบุว่าสามารถทำงานจากเกาหลี หรือมีเงินเข้าบัญชีสูงแต่ไม่เชื่อมโยงกับสลิปเงินเดือน ภาษี และผู้จ่ายเงิน เอกสารจึงดูมีจำนวนมาก แต่ยังตอบคุณสมบัติของวีซ่าไม่ครบ
ผู้สมัครควรเริ่มจากตรวจคุณสมบัติของ วีซ่า Digital Nomad เกาหลี ก่อน แล้วจึงเลือกเอกสารให้ตรงกับสถานะพนักงาน เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระของตน
💬 ไม่แน่ใจว่าหนังสือรับรองงานหรือชุดรายได้ที่มีตอบเงื่อนไขครบหรือยัง?
ส่งรายการเอกสารเบื้องต้นมาให้ทีมช่วยแยกว่าใบไหนใช้ได้ ใบไหนควรขอใหม่ และใบไหนต้องแปลหรือรับรองเพิ่มเติม
📋 สารบัญบทความ
- รายการเอกสารหลักตามคู่มือทางการ
- เอกสารแต่ละใบใช้พิสูจน์อะไร?
- หนังสือรับรองการทำงานต้องเขียนอย่างไร?
- พนักงานประจำต้องเพิ่มเอกสารอะไร?
- เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมเอกสารอะไร?
- ฟรีแลนซ์ใช้เอกสารแบบไหน?
- จัดหลักฐานรายได้และ Statement อย่างไร?
- ประวัติอาชญากรรมต้องรับรองอย่างไร?
- ประกันสุขภาพต้องมีข้อความอะไร?
- เอกสารคู่สมรสและบุตรมีอะไรบ้าง?
- เอกสารใดอาจต้องแปลและรับรอง?
- วิธีจัดแฟ้มเอกสารก่อนยื่น
- ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกขอเอกสารเพิ่ม
- แหล่งข้อมูลทางการ
- คำถามที่ถามบ่อย
🗂 รายการเอกสารหลักตามคู่มือ Korea Immigration Service
คู่มือส่วนกลางของ Korea Immigration Service ระบุเอกสารพื้นฐานของวีซ่า Digital Nomad หรือ Workcation Visa ประเภท F-1-D ไว้เป็นกลุ่มหลักดังต่อไปนี้
แบบฟอร์มคำร้อง
แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า Form No. 17 กรอกข้อมูลครบและลงลายมือชื่อ
หนังสือเดินทาง
หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าข้อมูล ตามอายุคงเหลือที่สถานทูตกำหนด
รูปถ่ายวีซ่า
รูปถ่ายล่าสุดตามมาตรฐานวีซ่าเกาหลี พื้นหลังและขนาดต้องตรงกับ Checklist
ค่าธรรมเนียม
ชำระตามประเภทคำร้อง สัญชาติ และอัตราที่สถานทูตประกาศในวันที่ยื่น
หลักฐานงานหรือธุรกิจ
ยืนยันว่ามีนายจ้างหรือธุรกิจอยู่นอกเกาหลีและสามารถทำงานทางไกลได้
หลักฐานรายได้
หนังสือรับรองรายได้ สลิปเงินเดือน ภาษี และรายการเดินบัญชีที่ตรวจสอบได้
ประวัติอาชญากรรม
หนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมการรับรองตามระบบที่กำหนด
ประกันสุขภาพ
วงเงินอย่างน้อย 100 ล้านวอน ครอบคลุมการรักษาและการส่งตัวกลับประเทศ
เอกสารครอบครัว
ใช้เมื่อพาคู่สมรสหรือบุตร โดยต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์ตามกฎหมาย
เอกสารเพิ่มเติม
สถานทูตสามารถขอเอกสารเพิ่มเติมตามสัญชาติ ประเทศที่พำนัก และรายละเอียดของเคส
🔍 เอกสารแต่ละกลุ่มต้องช่วยพิสูจน์อะไร?
การเตรียมเอกสารตามชื่อรายการอย่างเดียวอาจไม่พอ ควรตรวจด้วยว่าเอกสารตอบคำถามที่เจ้าหน้าที่ต้องประเมินได้ครบหรือไม่
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเด็นที่ต้องพิสูจน์ | เอกสารหลัก | เจ้าหน้าที่ควรเห็นอะไร | จุดที่มักขาด |
|---|---|---|---|
| มีงานหรือธุรกิจนอกเกาหลี | หนังสือรับรองงาน สัญญาจ้าง หรือทะเบียนบริษัท | ชื่อองค์กร สถานะผู้สมัคร และการดำเนินงานจริง | บริษัทไม่มีข้อมูลติดต่อหรือเอกสารตรวจสอบไม่ได้ |
| ทำงานทางไกลได้ | หนังสืออนุญาต Remote Work | บริษัทอนุญาตให้ทำงานจากเกาหลีในช่วงที่พำนัก | ระบุเพียง Work from Home แต่ไม่กล่าวถึงต่างประเทศ |
| มีประสบการณ์ในสายงาน | Employment Letter และเอกสารงานเดิม | ทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี | ระบุตำแหน่งแต่ไม่มีวันเริ่มงานหรือหน้าที่ |
| รายได้ถึงเกณฑ์ | หนังสือรายได้ สลิป ภาษี และ Statement | รายได้เกิดขึ้นจริง ต่อเนื่อง และมาจากงานที่แจ้ง | ยอดในเอกสารแต่ละใบไม่ตรงกัน |
| มีความคุ้มครองระหว่างพำนัก | กรมธรรม์และ Certificate of Insurance | วงเงิน ระยะเวลา และความคุ้มครองครบตามกฎ | ไม่มีข้อความเรื่องการส่งตัวกลับประเทศ |
| ไม่มีข้อจำกัดด้านประวัติ | หนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม | เอกสารออกโดยหน่วยงานที่ถูกต้องและรับรองแล้ว | เอกสารเกินอายุหรือรับรองผิดขั้นตอน |
🏢 หนังสือรับรองการทำงานสำหรับ F-1-D ควรระบุอะไร?
หนังสือรับรองการทำงาน เป็นเอกสารสำคัญ เพราะต้องพิสูจน์พร้อมกันทั้งสถานะการจ้างงาน ประสบการณ์ รายได้ และสิทธิทำงานจากระยะไกล
ข้อมูลที่ควรปรากฏในหนังสือ
- ชื่อและนามสกุลผู้สมัครตรงกับหนังสือเดินทาง
- ตำแหน่งงานและแผนก
- วันที่เริ่มทำงานและระยะเวลาการจ้างงาน
- หน้าที่หรืออุตสาหกรรมที่ทำงาน
- เงินเดือนหรือค่าตอบแทน
- ประเภทการจ้างงาน เช่น พนักงานประจำหรือสัญญาจ้าง
- ข้อความยืนยันว่าสามารถทำงานทางไกลจากประเทศเกาหลีใต้ได้
- ช่วงเวลาที่บริษัทอนุญาตให้ทำงานจากเกาหลี
- ข้อความยืนยันว่านายจ้างและแหล่งรายได้อยู่นอกเกาหลี
- ชื่อ ตำแหน่ง ลายมือชื่อ และข้อมูลติดต่อของผู้ออกหนังสือ
- หัวจดหมาย ตราบริษัท หรือวิธีตรวจสอบบริษัทตามที่เหมาะสม
👔 พนักงานประจำต้องเพิ่มเอกสารอะไรนอกจาก Employment Letter?
พนักงานประจำควรจัดเอกสารเป็นสายเดียวกันตั้งแต่สัญญาจ้างไปจนถึงเงินเข้าบัญชี เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าเงินที่ได้รับมาจากนายจ้างตามที่ระบุจริง
- สัญญาจ้างงานฉบับปัจจุบัน
- หนังสือรับรองการทำงานและสิทธิทำงานทางไกล
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- สลิปเงินเดือนตามช่วงที่สถานทูตกำหนด
- รายการเดินบัญชีที่รับเงินเดือน
- หนังสือรับรองการหักภาษีหรือแบบยื่นภาษี
- หลักฐานโบนัสหรือค่าคอมมิชชัน หากนำรายได้ส่วนนั้นมาคำนวณ
- หนังสืออธิบายความสัมพันธ์ของบริษัท หากชื่อผู้จ่ายเงินไม่ตรงกับนายจ้าง
ตัวอย่างเคส: เงินเดือนเข้าจากบริษัทแม่
ผู้สมัครทำงานให้บริษัทในไทย แต่เงินเดือนถูกโอนโดยบริษัทแม่ในสิงคโปร์ หนังสือรับรองงานระบุชื่อบริษัทไทย ขณะที่ Statement แสดงชื่อผู้โอนอีกบริษัทหนึ่ง
วิธีเสริม: ขอหนังสืออธิบายโครงสร้างกลุ่มบริษัทและยืนยันว่าบริษัทแม่ทำหน้าที่จ่ายเงินเดือนแทนนายจ้าง เพื่อป้องกันความเข้าใจว่าเงินเข้ามาจากแหล่งอื่น
📊 เจ้าของบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจต้องเตรียมเอกสารอะไร?
เจ้าของธุรกิจต้องแยกให้ชัดระหว่าง “บริษัทมีรายได้” กับ “ผู้สมัครมีรายได้ส่วนบุคคล” เพราะยอดขายและเงินในบัญชีบริษัทไม่ได้กลายเป็นรายได้ของกรรมการหรือผู้ถือหุ้นโดยอัตโนมัติ
เอกสารสถานะและการดำเนินธุรกิจ
- หนังสือรับรองบริษัทหรือทะเบียนธุรกิจ
- รายชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้น
- วัตถุประสงค์และประเภทธุรกิจ
- งบการเงินหรือรายงานผลประกอบการ
- ภาษีบริษัท
- สัญญากับลูกค้าหรือหลักฐานการดำเนินงาน
- เว็บไซต์บริษัท ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้
เอกสารรายได้ของผู้สมัคร
- หลักฐานเงินเดือนกรรมการ
- สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการจ่ายค่าตอบแทน
- มติหรือเอกสารจ่ายเงินปันผล
- ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล
- รายการเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
🧑💻 ฟรีแลนซ์หรือผู้รับงานอิสระควรใช้เอกสารแบบไหน?
ฟรีแลนซ์ต้องประเมินเป็นรายกรณี เพราะหลักเกณฑ์กลางเน้นเจ้าของธุรกิจต่างประเทศหรือผู้ที่สังกัดบริษัทต่างประเทศ ผู้รับงานอิสระจึงควรมีระบบธุรกิจและหลักฐานความต่อเนื่องที่ชัดกว่าการแสดงเงินเข้าบัญชีเพียงอย่างเดียว
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| เอกสารฟรีแลนซ์ | ใช้พิสูจน์อะไร | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|---|
| ทะเบียนธุรกิจหรือทะเบียนพาณิชย์ | สถานะการประกอบอาชีพ | ชื่อกิจการและประเภทงานตรงกับรายได้ที่แจ้ง |
| สัญญาลูกค้า | ความต่อเนื่องของงาน | มีระยะเวลา ขอบเขตงาน และค่าตอบแทนชัดเจน |
| ใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้ | ที่มาของยอดเรียกเก็บ | ตรงกับหลักฐานชำระเงินและบัญชีรับเงิน |
| รายงานจากแพลตฟอร์ม | ประวัติรายได้ออนไลน์ | ต้องเชื่อมกับยอดถอนเข้าบัญชีของผู้สมัคร |
| แบบยื่นภาษี | รายได้ที่ประกาศต่อหน่วยงานรัฐ | ยอดควรอธิบายได้เมื่อเทียบกับรายรับในบัญชี |
| Portfolio หรือประวัติงาน | ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม | ควรมีวันที่ ลูกค้า หรือหลักฐานที่ตรวจสอบได้ |
ตัวอย่างเคส: รายได้สูงแต่รับเงินหลายช่องทาง
ฟรีแลนซ์มีรายได้รวมถึงเกณฑ์ แต่รับผ่าน PayPal แพลตฟอร์มงานออนไลน์ และบัญชีธนาคารสองแห่ง โดยไม่มีตารางสรุป
วิธีเสริม: ทำตารางแยกตามเดือนและลูกค้า เชื่อมเลข Invoice กับยอดรับเงินและยอดถอนเข้าบัญชี เพื่อป้องกันการนับรายได้ซ้ำ
💰 หลักฐานรายได้และ Statement ควรจัดอย่างไร?
คู่มือทางการยกตัวอย่างเอกสารรายได้ ได้แก่ หนังสือรับรองการทำงาน หนังสือรับรองเงินเดือน และหลักฐานรายการเดินบัญชี แต่จำนวนเดือนและรูปแบบรายละเอียดอาจแตกต่างตามสถานทูต
Statement ที่ช่วยเคสควรแสดงชื่อเจ้าของบัญชี เลขบัญชี ช่วงวันที่ และรายการรับเงินอย่างครบถ้วน โดยเงินเข้าควรเชื่อมโยงกับนายจ้าง ลูกค้า หรือธุรกิจที่แจ้งไว้
ดูว่าบริษัทรับรองเงินเดือน โบนัส หรือค่าตอบแทนส่วนใดบ้าง
ตรวจเงินเดือนขั้นต้น รายการหัก และยอดสุทธิที่ควรเข้าบัญชี
ชื่อผู้โอน วันที่ และจำนวนเงินควรสัมพันธ์กับสลิป
ตรวจว่ารายได้ที่แจ้งกับสถานทูตอธิบายได้เมื่อเทียบกับเอกสารภาษี
เงินก้อน เงินยืม เงินโอนระหว่างบัญชี หรือการขายทรัพย์สินควรมีคำอธิบายแยก
⚡ เอกสารรายได้หลายชุดและไม่แน่ใจว่าต้องเรียงหรืออธิบายอย่างไร?
ให้ทีมช่วยจับคู่หนังสือรับรอง สลิป ภาษี และรายการเงินเข้า ก่อนนำไปแปลหรือขอฉบับใหม่จากบริษัท
👮 หนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมต้องเตรียมและรับรองอย่างไร?
ผู้สมัครต้องมีหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คู่มือ Korea Immigration Service ระบุให้เอกสารแนบ Apostille หรือดำเนินการรับรองโดยกงสุลตามระบบที่ใช้กับประเทศผู้ออกเอกสาร
หากเคยพำนักในประเทศอื่นเป็นระยะเวลานาน สถานทูตบางแห่งอาจขอหนังสือรับรองจากประเทศนั้นเพิ่มด้วย จึงควรแจ้งประวัติที่อยู่ย้อนหลังให้ครบก่อนเริ่มขอเอกสาร
เอกสารที่ต้องใช้ต่างประเทศอาจต้อง รับรองเอกสาร ตามขั้นตอนเฉพาะ จึงควรยืนยันเส้นทางการรับรองกับสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยก่อนดำเนินการ
🩺 เอกสารประกันสุขภาพต้องมีรายละเอียดอะไร?
ประกันต้องมีวงเงินคุ้มครองอย่างน้อย 100 ล้านวอน สำหรับค่ารักษาพยาบาลและการส่งตัวกลับประเทศตลอดช่วงพำนักในเกาหลี
ข้อมูลที่ควรตรวจใน Certificate และกรมธรรม์
- ชื่อผู้เอาประกันตรงกับหนังสือเดินทาง
- ประเทศหรือพื้นที่คุ้มครองรวมสาธารณรัฐเกาหลี
- วันเริ่มและวันสิ้นสุดความคุ้มครอง
- วงเงินค่ารักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าเกณฑ์
- มีความคุ้มครองการส่งตัวกลับประเทศหรือ Medical Repatriation
- ระบุสกุลเงินและวงเงินอย่างชัดเจน
- มีรายละเอียดข้อยกเว้นที่ไม่ทำให้ความคุ้มครองหลักขาดหาย
👨👩👧 เอกสารคู่สมรสและบุตรที่ยื่นติดตามมีอะไรบ้าง?
หากพาครอบครัว ผู้สมัครหลักต้องเพิ่มเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ และผู้ติดตามแต่ละคนต้องมีเอกสารส่วนตัวของตนเอง
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ผู้ยื่นติดตาม | เอกสารความสัมพันธ์ | เอกสารส่วนตัว | จุดที่ควรระวัง |
|---|---|---|---|
| คู่สมรส | ทะเบียนสมรสหรือเอกสารสมรสตามกฎหมาย | แบบฟอร์ม หนังสือเดินทาง รูปถ่าย และประกัน | ชื่อหลังสมรสและชื่อในหนังสือเดินทางต้องอธิบายได้ |
| บุตร | สูติบัตรหรือเอกสารความสัมพันธ์บิดามารดา | แบบฟอร์ม หนังสือเดินทาง รูปถ่าย และประกัน | กรณีเดินทางกับผู้ปกครองคนเดียวอาจต้องมีเอกสารยินยอม |
| ครอบครัวที่เอกสารออกต่างประเทศ | ทะเบียนหรือใบรับรองจากประเทศผู้ออก | คำแปลและการรับรองตามที่สถานทูตกำหนด | วิธีรับรองขึ้นอยู่กับประเทศที่ออกเอกสาร |
🌐 เอกสารภาษาไทยใบใดอาจต้องแปลและรับรอง?
เอกสารภาษาไทยที่มักเกี่ยวข้อง ได้แก่ หนังสือรับรองงาน หนังสือรับรองเงินเดือน เอกสารภาษี ทะเบียนบริษัท ทะเบียนสมรส สูติบัตร และหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม
การ แปลเอกสาร ควรรักษาการสะกดชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ตำแหน่ง และตัวเลขให้ตรงกันทุกฉบับ โดยเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง
ไม่ควรสรุปว่าเอกสารทุกใบต้องใช้ขั้นตอนรับรองแบบเดียวกัน เพราะขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร ประเทศผู้ออก และข้อกำหนดของสถานทูต ณ วันที่ยื่น
🧭 ควรเตรียมเอกสารอะไรก่อนและหลัง?
แยกสถานะพนักงาน เจ้าของธุรกิจ หรือฟรีแลนซ์ก่อนขอเอกสาร
ดูรูปแบบยื่น อายุเอกสาร ค่าธรรมเนียม และข้อกำหนดล่าสุด
ส่งหัวข้อที่ต้องระบุให้นายจ้างก่อนออกฉบับจริง
จับคู่สลิป ภาษี และรายการเงินเข้า พร้อมแยกรายการผิดปกติ
เช่น ประวัติอาชญากรรม หนังสือธนาคาร และเอกสารบริษัทฉบับล่าสุด
ตรวจวิธีรับรองให้แน่ใจก่อนส่งแปลหรือชำระค่าดำเนินการ
ตรวจวงเงิน การส่งตัวกลับประเทศ และวันคุ้มครอง
เช็กชื่อ วันที่ ตัวเลข ลายมือชื่อ และความสอดคล้องของเอกสารทั้งชุด
🚫 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกขอเอกสารเพิ่ม
- Employment Letter ไม่ระบุ Remote Work จึงไม่เห็นว่าสามารถทำงานจากเกาหลีได้
- ไม่มีหลักฐานประสบการณ์ครบ 1 ปี เพราะหนังสือไม่ระบุวันเริ่มงาน
- ชื่อผู้จ่ายเงินไม่ตรงกับนายจ้าง และไม่มีหนังสืออธิบายบริษัทในเครือ
- นำยอดขายบริษัทมาเป็นรายได้ส่วนตัว โดยไม่มีหลักฐานจ่ายเงินเดือนหรือปันผล
- Statement มีเงินก้อนก่อนยื่น แต่ไม่แสดงแหล่งที่มา
- รายได้ในหนังสือรับรองไม่ตรงกับภาษี และไม่มีคำอธิบายโบนัสหรือค่าคอมมิชชัน
- ประกันไม่มี Medical Repatriation แม้วงเงินรักษาจะสูง
- ประวัติอาชญากรรมไม่ได้รับรองตามขั้นตอน หรือออกเร็วเกินไปจนใกล้หมดอายุ
- คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ทำให้ต้องแก้เอกสารหลายใบ
- ใช้ Checklist จากสถานทูตประเทศอื่นทั้งหมด โดยไม่ตรวจข้อกำหนดสำหรับผู้สมัครในประเทศไทย
ตัวอย่างเคส: เอกสารครบแต่วันออกไม่สัมพันธ์กัน
ผู้สมัครขอประวัติอาชญากรรมก่อน แล้วใช้เวลาหลายเดือนจัดเอกสารบริษัท เมื่อถึงวันยื่น เอกสารบางใบเกินอายุที่สถานทูตรับ
วิธีป้องกัน: แยกเอกสารอายุยาวออกจากเอกสารอายุสั้น และกำหนดวันขอเอกสารย้อนจากวันนัดหมายจริง
ผู้สมัครสามารถ ปรึกษาวีซ่า ก่อนขอเอกสารที่มีค่าแปลหรือค่ารับรองสูง เพื่อวางลำดับให้ตรงกับวันยื่นและลดการทำเอกสารซ้ำ
🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง
- Korea Immigration Service — Digital Nomad (Workcation) Visa Official Guide
- สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย — ประกาศวีซ่าและประกาศ F-1-D ล่าสุด
- Korea Visa Portal — แบบฟอร์มคำร้องและตรวจสอบสถานะวีซ่า
- Hi Korea — ข้อมูลการพำนักและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- Ministry of Foreign Affairs — ตัวอย่างรายละเอียดเอกสาร F-1-D จากสถานทูตเกาหลี
⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจแฟ้ม F-1-D ก่อนยื่น?
- แยกเอกสารตามสถานะอาชีพ — พนักงาน เจ้าของบริษัท และฟรีแลนซ์ไม่ควรใช้ชุดเอกสารเหมือนกันทั้งหมด
- ตรวจเนื้อหา Employment Letter — ดูว่าระบุประสบการณ์ รายได้ และสิทธิทำงานจากเกาหลีครบหรือไม่
- เชื่อมรายได้กับเงินเข้าบัญชี — จับคู่หนังสือรับรอง สลิป ภาษี และ Statement
- วางลำดับการแปลและรับรอง — ลดความเสี่ยงจากการทำเอกสารผิดขั้นตอนหรือหมดอายุ
- ตรวจประกันและเอกสารผู้ติดตาม — ดูวงเงิน ระยะเวลาคุ้มครอง และเอกสารความสัมพันธ์
ทีมช่วยตรวจและวางแผนเอกสารตามข้อเท็จจริงของผู้สมัคร แต่ไม่สามารถรับประกันผลวีซ่าได้ การพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี
❓ คำถามที่ถามบ่อยเรื่องเอกสารวีซ่า Digital Nomad เกาหลี
📌 สรุป Checklist เอกสาร F-1-D ที่ต้องจำ
- แบบฟอร์ม หนังสือเดินทาง รูปถ่าย และค่าธรรมเนียมเป็นเอกสารพื้นฐาน
- ต้องพิสูจน์ว่างานหรือธุรกิจตั้งอยู่นอกเกาหลีและทำทางไกลได้
- Employment Letter ควรระบุวันเริ่มงาน หน้าที่ รายได้ และสิทธิ Remote Work
- หลักฐานรายได้ต้องเชื่อมกันระหว่างสลิป ภาษี และเงินเข้าบัญชี
- เจ้าของธุรกิจต้องแยกรายได้บริษัทออกจากรายได้ส่วนบุคคล
- ฟรีแลนซ์ควรมีสัญญา ใบแจ้งหนี้ ภาษี และประวัติรับเงินต่อเนื่อง
- ประวัติอาชญากรรมต้องผ่านการรับรองตามระบบที่ใช้กับประเทศผู้ออก
- ประกันต้องมีวงเงินอย่างน้อย 100 ล้านวอนและครอบคลุมการส่งตัวกลับประเทศ
- ผู้ติดตามแต่ละคนต้องมีชุดเอกสารส่วนตัวและเอกสารความสัมพันธ์
- ตรวจ Checklist ของสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยก่อนยื่นทุกครั้ง
เอกสารครบทุกชื่อรายการ ยังต้องตรวจว่าแต่ละใบเล่าเรื่องเดียวกันหรือไม่
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารตามสถานะอาชีพ วางเนื้อหา Employment Letter เชื่อมหลักฐานรายได้ และจัดลำดับเอกสารแปล รับรอง ประกัน และผู้ติดตามก่อนยื่นจริง
📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ







