วีซ่า Digital Nomad เกาหลี 2026: คนไทยสมัครได้ไหม? คุณสมบัติ รายได้ เอกสาร และขั้นตอนยื่น
จุดที่คนไทยมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับวีซ่า Digital Nomad เกาหลี ไม่ใช่เรื่องว่า “ทำงานออนไลน์ได้หรือไม่” แต่คือการคิดว่าเพียงมีโน้ตบุ๊ก มีลูกค้าต่างประเทศ และมีเงินในบัญชีก็เพียงพอแล้ว
ความจริง วีซ่า Workation หรือ F-1-D ดูทั้งสถานะการทำงาน ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม รายได้ส่วนบุคคล ประวัติอาชญากรรม และประกันสุขภาพ โดยเอกสารต้องพิสูจน์ได้ว่าคุณยังทำงานและรับรายได้จากแหล่งนอกเกาหลี ไม่ได้เข้าไปหางานหรือหารายได้จากบริษัทในเกาหลี
สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าวีซ่าประเภทนี้ต่างจากวีซ่าทำงานทางไกลประเทศอื่นอย่างไร สามารถอ่านภาพรวมเรื่อง Digital Nomad Visa คืออะไร ก่อนเปรียบเทียบกับเกณฑ์เฉพาะของเกาหลีใต้
💬 ไม่แน่ใจว่ารายได้หรือสถานะฟรีแลนซ์เข้าเกณฑ์หรือไม่?
ส่งข้อมูลอาชีพ รายได้ และรูปแบบสัญญามาให้ทีมช่วยคัดกรองเบื้องต้นก่อนเริ่มขอเอกสารหลายชุด
📋 สารบัญบทความ
- คนไทยสมัครวีซ่า F-1-D ได้ไหม?
- วีซ่านี้อนุญาตให้ทำอะไรและห้ามทำอะไร?
- คุณสมบัติที่ต้องผ่านก่อนเตรียมเอกสาร
- เกณฑ์รายได้ปี 2026 คำนวณอย่างไร?
- เอกสารที่ควรเตรียมมีอะไรบ้าง?
- ฟรีแลนซ์และเจ้าของธุรกิจต้องพิสูจน์ต่างกันอย่างไร?
- ขั้นตอนยื่นจากประเทศไทย
- ตัวอย่างเคสที่ควรประเมินก่อนยื่น
- ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารดูไม่แข็งแรง
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
🇰🇷 คนไทยสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลี F-1-D ได้ไหม?
สมัครได้ครับ วีซ่า F-1-D ไม่ได้จำกัดเฉพาะบางสัญชาติ และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยมีประกาศเกี่ยวกับวีซ่าดิจิทัลโนแมดสำหรับการยื่นจากประเทศไทยในปี 2026
อย่างไรก็ตาม การถือหนังสือเดินทางไทยไม่ได้ทำให้ผ่านคุณสมบัติโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครยังต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศจริง มีรายได้ถึงเกณฑ์ และไม่ได้มีแผนเข้าไปทำงานกับนายจ้างในเกาหลี
ผู้ที่ต้องการดูข้อมูลบริการและวีซ่าประเภทอื่นของประเทศเดียวกัน สามารถดูหน้า วีซ่าเกาหลีใต้ เพื่อเปรียบเทียบว่าวัตถุประสงค์การเดินทางของตนควรใช้ประเภทใด
🧭 วีซ่า F-1-D อนุญาตให้ทำอะไร และมีข้อจำกัดอะไร?
F-1-D ถูกออกแบบสำหรับคนที่มีงานหรือธุรกิจอยู่นอกเกาหลีอยู่แล้ว แต่ต้องการพำนักในเกาหลีพร้อมทำงานทางไกล วีซ่านี้จึงไม่ใช่ใบอนุญาตสำหรับเข้าไปหางาน รับจ้างบริษัทเกาหลี หรือเริ่มกิจกรรมที่สร้างรายได้ในประเทศ
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| กิจกรรม | สอดคล้องกับ F-1-D หรือไม่ | สิ่งที่ต้องพิสูจน์หรือระวัง |
|---|---|---|
| ทำงานออนไลน์ให้บริษัทในไทย | มีโอกาสเข้าเกณฑ์ | ต้องมีหนังสือรับรองการทำงาน ระยะเวลาทำงาน และสิทธิทำงานจากต่างประเทศ |
| บริหารบริษัทที่จดทะเบียนนอกเกาหลี | มีโอกาสเข้าเกณฑ์ | ต้องพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ การดำเนินธุรกิจจริง และรายได้ส่วนบุคคล |
| ฟรีแลนซ์รับลูกค้าหลายประเทศ | ต้องพิจารณารายเคส | สถานะต้องเชื่อมโยงกับธุรกิจหรือบริษัทต่างประเทศได้ชัด ไม่ใช่มีเพียงใบโอนเงินกระจัดกระจาย |
| รับงานจากบริษัทเกาหลี | ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ | อาจเข้าข่ายกิจกรรมการจ้างงานหรือแสวงหากำไรในเกาหลีซึ่งถูกจำกัด |
| เปิดร้านหรือให้บริการลูกค้าในเกาหลี | ไม่ควรใช้ F-1-D เป็นฐาน | ควรตรวจประเภทวีซ่าและใบอนุญาตที่รองรับกิจกรรมทางธุรกิจโดยตรง |
🔍 คุณสมบัติหลักที่ต้องผ่านก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร
อายุอย่างน้อย 18 ปี
ข้อกำหนดอายุใช้กับผู้สมัครหลัก ส่วนบุตรที่เป็นผู้ติดตามอาจมีอายุต่ำกว่า 18 ปีได้
มีฐานงานหรือธุรกิจนอกเกาหลี
เป็นพนักงานบริษัทต่างประเทศ เจ้าของบริษัท หรือผู้ประกอบธุรกิจที่พิสูจน์ตัวตนและการดำเนินงานได้
ทำงานในอุตสาหกรรมเดิมไม่น้อยกว่า 1 ปี
ควรมีเอกสารที่แสดงเส้นทางอาชีพต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งเริ่มงานก่อนยื่นไม่นาน
ได้รับอนุญาตให้ทำงานทางไกล
หนังสือจากนายจ้างควรยืนยันโดยตรงว่าสามารถทำงานจากเกาหลีหรือจากต่างประเทศได้
รายได้มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
พิจารณาจากรายได้ของผู้สมัคร ไม่ใช่เพียงยอดเงินฝากหรือยอดขายรวมของบริษัท
มีประกันสุขภาพตามเงื่อนไข
ต้องครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและการส่งตัวกลับประเทศไม่น้อยกว่า 100 ล้านวอนตลอดช่วงพำนัก
💰 รายได้ขั้นต่ำของวีซ่า Digital Nomad เกาหลีปี 2026 เท่าไร?
หลักเกณฑ์ของกระทรวงยุติธรรมเกาหลีกำหนดว่า ผู้สมัครต้องมีรายได้ มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีในปีก่อนหน้า ตามตัวเลขที่ธนาคารกลางเกาหลีประกาศ
ธนาคารกลางเกาหลีเผยแพร่ข้อมูลวันที่ 9 มิถุนายน 2026 ว่า GNI ต่อหัวของปี 2025 อยู่ที่ 52.57 ล้านวอน เมื่อนำมาคูณสอง จะได้เกณฑ์คำนวณดังนี้
- GNI ต่อหัวปี 2025: 52,570,000 วอน
- 2 เท่าของ GNI: 105,140,000 วอนต่อปี
- เฉลี่ยประมาณ: 8,761,667 วอนต่อเดือน
- กฎใช้คำว่า “มากกว่า” 2 เท่า จึงไม่ควรวางรายได้ให้พอดีกับเส้นขั้นต่ำ
ประกาศของสถานกงสุลเกาหลีบางแห่งระบุให้พิจารณารายได้หลังหักภาษี ดังนั้นผู้สมัครควรเตรียมเอกสารที่แยกเงินเดือนขั้นต้น ภาษี และรายได้สุทธิให้เข้าใจง่าย ไม่ควรใช้ตัวเลขในสัญญาจ้างเพียงอย่างเดียว
รายได้แบบไหนอธิบายได้ง่ายกว่า?
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| รูปแบบรายได้ | หลักฐานที่ช่วยยืนยัน | จุดที่ต้องอธิบายเพิ่ม |
|---|---|---|
| เงินเดือนประจำ | สัญญาจ้าง หนังสือรับรอง เงินเดือน สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี และภาษี | ชื่อผู้จ่ายกับชื่อบริษัทควรสัมพันธ์กัน และหนังสือต้องอนุญาตให้ทำงานทางไกล |
| เงินเดือนกับโบนัส | เอกสารบริษัทที่แยกเงินเดือน โบนัส และเงื่อนไขการจ่าย | โบนัสที่ไม่แน่นอนอาจไม่ถูกนับเท่ารายได้ประจำทั้งหมด |
| รายได้เจ้าของบริษัท | ทะเบียนบริษัท งบการเงิน ภาษี เงินเดือนหรือเงินปันผล และ Statement ส่วนตัว | รายได้บริษัทไม่เท่ากับรายได้ส่วนบุคคล ต้องแสดงเงินที่ผู้สมัครได้รับจริง |
| รายได้ฟรีแลนซ์ | สัญญาลูกค้า ใบแจ้งหนี้ หลักฐานรับเงิน ภาษี และประวัติผลงาน | ต้องพิสูจน์สถานะธุรกิจต่างประเทศและความต่อเนื่องของงานให้ชัด |
📂 เอกสารวีซ่า F-1-D ที่คนไทยควรเตรียมเป็นหมวด
รายการสุดท้ายต้องยึดประกาศของสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยในวันที่ยื่น แต่จากหลักเกณฑ์กลาง เอกสารสำคัญสามารถแบ่งได้ดังนี้
1. เอกสารประจำตัวและแบบคำร้อง
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าเกาหลี Form No. 17 ที่กรอกครบและลงลายมือชื่อ
- หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุเพียงพอตามข้อกำหนดของสถานทูต
- รูปถ่ายมาตรฐานตามขนาดและเงื่อนไขล่าสุด
- ค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ใช้กับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย
- หลักฐานที่อยู่หรือถิ่นพำนักในเขตอำนาจของสถานทูต หากมีการร้องขอ
2. เอกสารงานและสิทธิทำงานทางไกล
- สัญญาจ้างงานหรือหนังสือแต่งตั้งตำแหน่ง
- หนังสือรับรองจากนายจ้าง ระบุวันเริ่มงาน ตำแหน่ง รายได้ และลักษณะงาน
- ข้อความยืนยันว่าบริษัทอนุญาตให้ทำงานทางไกลจากเกาหลีใต้
- หลักฐานประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
- ข้อมูลจดทะเบียนและลักษณะธุรกิจของบริษัท
หนังสือจากนายจ้างที่ออกเป็นภาษาไทยอาจต้อง แปลเอกสาร หรือรับรองเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่สถานทูตกำหนด ควรเช็กภาษาที่รับและรูปแบบการรับรองก่อนสั่งเอกสารจากบริษัท
3. เอกสารรายได้และการเงิน
- สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน
- รายการเดินบัญชีที่เห็นเงินเข้าจากนายจ้างหรือคู่สัญญา
- เอกสารภาษีเงินได้หรือหลักฐานรายได้ประจำปี
- หลักฐานโบนัส เงินปันผล หรือรายได้อื่น หากนำมาใช้ประกอบ
- คำอธิบายกรณีชื่อผู้โอนเงินไม่ตรงกับชื่อนายจ้างในสัญญา
4. ประวัติอาชญากรรมและประกันสุขภาพ
- หนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมจากประเทศไทย
- ประวัติอาชญากรรมจากประเทศอื่น หากเคยพำนักเป็นเวลานานตามเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด
- Apostille หรือ Consular Legalization ตามประเทศที่ออกเอกสาร
- กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมอย่างน้อย 100 ล้านวอน
- รายละเอียดความคุ้มครองค่ารักษาและการส่งตัวกลับประเทศ
5. เอกสารครอบครัว หากมีผู้ติดตาม
- ทะเบียนสมรสสำหรับคู่สมรส
- สูติบัตรสำหรับบุตร
- เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน
- ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมสมาชิกครอบครัว
- หลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม หากสถานทูตร้องขอ
🧑💻 ฟรีแลนซ์ พนักงาน และเจ้าของธุรกิจ ถูกตรวจต่างกันอย่างไร?
คำว่า Digital Nomad ทำให้หลายคนคิดว่าวีซ่านี้เปิดกว้างสำหรับฟรีแลนซ์ทุกคน แต่ภาษาของหลักเกณฑ์กลางเน้น “เจ้าของธุรกิจในต่างประเทศ” หรือ “บุคคลที่สังกัดบริษัทต่างประเทศ” ซึ่งทำงานทางไกลได้
ฟรีแลนซ์ที่ไม่มีนิติบุคคล ไม่มีทะเบียนธุรกิจ ไม่มีสัญญาระยะยาว และรับเงินจากบุคคลหลายรายแบบไม่สม่ำเสมอ จึงอาจต้องอธิบายสถานะมากกว่าพนักงานประจำ
🧩 Decision Flow: เคสของคุณพร้อมยื่นหรือยัง?
ถ้าไม่มี ควรประเมินก่อนว่าสถานะอาชีพเข้าเกณฑ์ผู้สมัครหรือไม่
ถ้าเปลี่ยนอาชีพหรือเพิ่งเริ่มธุรกิจ ต้องเตรียมหลักฐานเส้นทางอาชีพให้ละเอียด
อย่านับยอดขายบริษัทหรือรายได้ที่ยังไม่ได้จ่ายให้ผู้สมัครเป็นรายได้ส่วนตัวทันที
คำว่า Remote Work อย่างเดียวอาจยังไม่ชัดเท่าการระบุประเทศและช่วงเวลาโดยตรง
ถ้าไม่ตรง ควรมีเอกสารอธิบายแหล่งเงินก่อนยื่น
⚡ มีรายได้ถึงเกณฑ์ แต่ไม่แน่ใจว่าสถานะอาชีพพิสูจน์ได้พอหรือไม่?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจความเชื่อมโยงระหว่างสัญญา หนังสือนายจ้าง ภาษี และรายการรับเงินก่อนจัดชุดยื่น
📝 ขั้นตอนยื่นวีซ่า Digital Nomad เกาหลีจากประเทศไทย
-
ตรวจคุณสมบัติขั้นต้น
เช็กอายุ ประสบการณ์ รูปแบบการทำงาน รายได้ และข้อจำกัดเรื่องการรับงานในเกาหลี -
ตรวจประกาศ F-1-D ของสถานทูตเกาหลีในประเทศไทย
ยืนยัน Checklist วิธีรับคำร้อง ระบบนัดหมาย การยื่นด้วยตนเองหรือผ่านตัวแทน และค่าธรรมเนียมล่าสุด -
ขอหนังสือจากบริษัทให้ตรงวัตถุประสงค์
หนังสือควรระบุความสัมพันธ์กับบริษัท ประสบการณ์ รายได้ และสิทธิทำงานทางไกลจากเกาหลีอย่างชัดเจน -
รวบรวมหลักฐานรายได้
จัดสลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี และภาษีให้อ่านต่อเนื่องและคำนวณรายได้สุทธิได้ -
ทำประวัติอาชญากรรมและรับรองเอกสาร
ตรวจอายุเอกสารและวิธี Apostille หรือ Consular Legalization ก่อนเริ่ม เพราะบางขั้นตอนใช้เวลา -
ซื้อประกันสุขภาพตามวงเงิน
กรมธรรม์ต้องแสดงรายละเอียดความคุ้มครองไม่น้อยกว่า 100 ล้านวอนและครอบคลุมช่วงพำนัก -
กรอกแบบฟอร์มและยื่นตามช่องทางที่ประกาศ
ตรวจชื่อ วันเดือนปีเกิด หมายเลขหนังสือเดินทาง และประวัติการเดินทางให้ตรงทุกเอกสาร -
ติดตามสถานะผ่าน Korea Visa Portal
สถานทูตอาจขอเอกสารเพิ่มเติมหรือเรียกสัมภาษณ์ตามความจำเป็น -
หลังเดินทางเข้าเกาหลี
หากพำนักเกิน 90 วัน ให้ลงทะเบียนคนต่างชาติตามกำหนด และแจ้งการเปลี่ยนที่อยู่เมื่อมีการย้ายที่พัก
🧪 3 ตัวอย่างเคสที่ควรประเมินก่อนตัดสินใจยื่น
เคสที่ 1: พนักงานบริษัทไทย ทำงาน Remote เต็มเวลา
ผู้สมัครทำงานบริษัทเทคโนโลยีในไทยมา 3 ปี รายได้สูงกว่าเกณฑ์ บริษัทอนุญาตให้ทำงานจากต่างประเทศ แต่หนังสือรับรองเดิมระบุเพียง “Work from Home”
จุดที่ควรแก้: ขอหนังสือใหม่ที่ระบุว่าสามารถทำงานจากสาธารณรัฐเกาหลีในช่วงเวลาที่วางแผนไว้ พร้อมยืนยันว่าบริษัทยังเป็นผู้จ่ายเงินเดือน
เคสที่ 2: ฟรีแลนซ์มีรายได้ถึง แต่ไม่มีสถานะธุรกิจชัด
ผู้สมัครรับงานออกแบบจากลูกค้าหลายประเทศ รายได้รวมสูง แต่ใช้ข้อตกลงผ่านแชต ไม่มีสัญญา ไม่มีทะเบียนธุรกิจ และบางเดือนรับเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่น
จุดเสี่ยง: แม้ยอดรวมถึงเกณฑ์ แต่เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบสถานะงาน ความต่อเนื่อง และแหล่งเงินได้ยาก ควรจัดระบบสัญญา ใบแจ้งหนี้ ภาษี และบัญชีรับเงินก่อน
เคสที่ 3: เจ้าของบริษัทที่ยอดขายสูง แต่เงินเดือนส่วนตัวต่ำ
บริษัทมียอดขายหลายล้านบาทต่อปี แต่ผู้สมัครรับเงินเดือนต่ำและนำกำไรส่วนใหญ่เก็บไว้ในบริษัท
จุดที่ต้องพิจารณา: เกณฑ์รายได้มุ่งที่รายได้ของผู้สมัคร การนำยอดขายหรืองบกำไรบริษัทมาใช้แทนรายได้ส่วนบุคคลอาจไม่เพียงพอ ต้องแสดงเงินเดือน เงินปันผล หรือรายได้ที่ได้รับจริง
🚫 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยในการเตรียมวีซ่า Workation เกาหลี
- คำนวณรายได้จากยอดเงินเข้าทุกประเภท ทั้งเงินโอนระหว่างบัญชี เงินคืน หรือเงินกู้ ทำให้ยอดรายได้จริงไม่ชัด
- ใช้รายได้บริษัทแทนรายได้ส่วนบุคคล โดยไม่มีหลักฐานเงินเดือนหรือเงินปันผลที่ผู้สมัครได้รับจริง
- หนังสือนายจ้างไม่ระบุสิทธิทำงานจากเกาหลี หรือระบุเพียงทำงานจากบ้านโดยไม่กล่าวถึงการทำงานข้ามประเทศ
- ระยะเวลาทำงานในเอกสารไม่ตรงกัน เช่น สัญญา หนังสือรับรอง และภาษีแสดงวันเริ่มงานคนละวัน
- ซื้อประกันจากชื่อผลิตภัณฑ์โดยไม่ดูวงเงิน กรมธรรม์อาจไม่ถึง 100 ล้านวอนหรือไม่ครอบคลุมการส่งตัวกลับประเทศ
- ทำประวัติอาชญากรรมเร็วเกินไป จนเอกสารหมดอายุหรือผ่านการรับรองไม่ตรงรูปแบบในวันยื่น
- มีแผนรับงานในเกาหลี ซึ่งขัดกับข้อจำกัดของสถานะ F-1-D แม้รายได้และเอกสารอื่นจะครบ
ผู้ที่ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจประเภทวีซ่าและลำดับเอกสาร สามารถดูข้อมูล ปรึกษาวีซ่า เพื่อประเมินว่าควรเริ่มจากเอกสารส่วนใดก่อน
🏠 หลังได้วีซ่าแล้ว อยู่เกาหลีได้นานแค่ไหน?
ตามหลักเกณฑ์กลาง ผู้ถือ F-1-D ได้รับระยะเวลาพำนัก 1 ปีนับจากวันเดินทางเข้า และอาจขอต่อได้อีก 1 ปี รวมระยะเวลาสูงสุด 2 ปี หากยังมีคุณสมบัติและยื่นเอกสารต่ออายุตามกำหนด
ผู้ที่พำนักเกิน 90 วันต้องลงทะเบียนคนต่างชาติกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบพื้นที่พักอาศัยภายในกำหนด หากย้ายที่อยู่ระหว่างพำนัก ต้องรายงานที่อยู่ใหม่ตามกรอบเวลาของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง
- สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย — ประกาศและขั้นตอนวีซ่า
- Korea Immigration Service — Digital Nomad (Workcation) Visa Official Guide
- Bank of Korea — ข้อมูล GNI ต่อหัวปี 2025 ประกาศวันที่ 9 มิถุนายน 2026
- Korea Visa Portal — แบบฟอร์มและระบบตรวจสอบสถานะวีซ่า
- Hi Korea — ข้อมูลการพำนัก การลงทะเบียน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจเคส F-1-D?
- คัดกรองคุณสมบัติก่อนเริ่มทำเอกสาร — ช่วยดูว่าฐานงาน รูปแบบธุรกิจ และประสบการณ์เข้าเกณฑ์เบื้องต้นหรือไม่
- ตรวจวิธีคำนวณรายได้ — แยกรายได้ส่วนบุคคล เงินเดือน โบนัส เงินปันผล และเงินที่ไม่ควรนับรวม
- ตรวจหนังสือจากบริษัท — ช่วยดูว่ามีรายละเอียดเรื่อง Remote Work ระยะเวลาทำงาน และผู้จ่ายรายได้เพียงพอหรือไม่
- วางแผนเอกสารที่ต้องรับรอง — ลดความเสี่ยงจากการทำประวัติอาชญากรรมหรือรับรองเอกสารผิดลำดับ
- คำแนะนำแบบรายเคส — พนักงาน ฟรีแลนซ์ และเจ้าของธุรกิจมีจุดพิสูจน์ต่างกัน จึงไม่ควรใช้รายการเอกสารเดียวกันทั้งหมด
Co Journey Visa ช่วยด้านการประเมิน วางแผน และตรวจความสอดคล้องของเอกสาร แต่ไม่สามารถรับประกันผลการอนุมัติ ซึ่งเป็นอำนาจของสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี
❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับวีซ่า Digital Nomad เกาหลี
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่า Digital Nomad เกาหลี 2026
- คนไทยสมัคร F-1-D ได้ แต่ต้องมีฐานงานหรือธุรกิจอยู่นอกเกาหลี
- ต้องมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
- จากข้อมูล GNI ปี 2025 เกณฑ์คำนวณปัจจุบันอยู่ที่มากกว่า 105.14 ล้านวอนต่อปี
- รายได้บริษัท ยอดเงินฝาก และรายได้ส่วนบุคคลเป็นคนละเรื่อง ต้องแยกให้ชัด
- ประกันสุขภาพต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 100 ล้านวอนและครอบคลุมการส่งตัวกลับประเทศ
- ไม่อนุญาตให้ใช้วีซ่านี้เป็นฐานในการรับงานหรือสร้างรายได้จากบริษัทในเกาหลี
- พำนักได้ 1 ปี และอาจต่อได้อีก 1 ปี รวมสูงสุด 2 ปี
- ควรตรวจประกาศสถานทูตเกาหลีในประเทศไทยก่อนยื่นทุกครั้ง
รายได้ถึงเกณฑ์แล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้เอกสารพิสูจน์ได้จริง
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจสถานะอาชีพ วิธีคำนวณรายได้ หนังสือจากบริษัท เอกสารการเงิน ประกัน และลำดับการรับรองเอกสาร เพื่อให้ชุดคำร้องอ่านแล้วเห็นภาพเดียวกันมากขึ้น
📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ







