เปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นผู้แสดงสินค้าในอินโดนีเซีย ต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าหรือไม่

เปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นผู้แสดงสินค้าในอินโดนีเซีย ต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าหรือไม่

🇮🇩 Visitor to Exhibitor Visa Guide

เปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นผู้แสดงสินค้าในอินโดนีเซีย ต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าหรือไม่

การได้รับมอบหมายให้ไปช่วยประจำบูธหลังยื่นวีซ่าแล้ว ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตารางงาน แต่อาจเป็นการเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเดินทางจาก Business Visitor เป็น Exhibitor
📅 อัปเดตล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 9 นาที

เดิมบริษัทวางแผนให้พนักงานเดินทางไปอินโดนีเซียเพื่อชมงาน พบผู้แทนจำหน่าย และประชุมกับคู่ค้า จึงเตรียมเอกสารในฐานะ Business Visitor แต่ก่อนเดินทางไม่นาน ผู้จัดงานแจ้งว่าบริษัทได้พื้นที่บูธเพิ่ม และขอให้พนักงานคนเดิมไปประจำบูธ แนะนำสินค้า และเก็บข้อมูลลูกค้า

แม้สถานที่และวันเดินทางไม่เปลี่ยน แต่บทบาทของผู้เดินทางเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ C2 รองรับการทำธุรกิจ ประชุม เจรจา ลงนามข้อตกลง และตรวจสินค้า ขณะที่ C11 ระบุวัตถุประสงค์สำหรับการทำตลาดสินค้าและบริการในงานแสดงสินค้าในฐานะ Exhibitor โดยตรง

ดังนั้น เมื่อเปลี่ยนจากผู้เข้าชมหรือผู้เข้าประชุมเป็นผู้แสดงสินค้า ควรประเมินและปรับประเภทวีซ่าก่อนเริ่มกิจกรรม ไม่ควรถือว่าวีซ่าเดิมใช้ต่อได้เพียงเพราะทั้ง C2 และ C11 อยู่ในกลุ่ม Visa Kunjungan

สรุปสั้น ๆ:
โดยหลักควรเปลี่ยนหรือยื่นวีซ่าที่ตรงกับบทบาทใหม่ หากผู้เดินทางจะประจำบูธ แนะนำสินค้า สาธิตเชิงการตลาด เก็บ Lead หรือทำหน้าที่เป็น Exhibitor ควรตรวจ C11 แทนการใช้ C2 หรือวีซ่าสำหรับผู้เข้าชมต่อไป หากอยู่ในอินโดนีเซียแล้ว อย่าเริ่มกิจกรรม Exhibitor จนกว่าสปอนเซอร์หรือ Immigration จะยืนยันแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งอาจต้องยื่น C11 ใหม่และเดินทางเข้าอีกครั้ง

💬 วีซ่าออกแล้ว แต่ผู้จัดเปลี่ยนชื่อคุณจาก Visitor เป็น Exhibitor?
ส่งวีซ่าเดิม Invitation Letter และตารางหน้าที่ใหม่ให้ทีมช่วยตรวจว่าต้องยื่น C11 ใหม่หรือแก้แผนกิจกรรมอย่างไร

📱 ตรวจการเปลี่ยนบทบาทก่อนเดินทาง

ผู้เข้าชมงานกับผู้แสดงสินค้าในอินโดนีเซียต่างกันตรงไหน

ผู้เข้าชมหรือ Business Visitor มักเดินทางเพื่อชมงาน พบคู่ค้า ประชุม เจรจา ตรวจสินค้า หรือสำรวจตลาด โดยไม่มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่จัดแสดง

ผู้แสดงสินค้า หรือ Exhibitor มีบทบาทเชิงปฏิบัติในพื้นที่งานมากขึ้น เช่น ประจำบูธ นำเสนอผลิตภัณฑ์ สาธิตเชิงการตลาด แจกสื่อ เก็บรายชื่อผู้สนใจ และเป็นตัวแทนของแบรนด์ต่อผู้เข้าชม

👤 ผู้เข้าชมหรือ Business Visitor

  • เดินชมงานและสำรวจตลาด
  • ประชุมกับ Distributor หรือ Supplier
  • เจรจาเงื่อนไขธุรกิจ
  • ตรวจสินค้าและข้อมูลคู่ค้า
  • ลงนามข้อตกลงทางธุรกิจ

🏷️ ผู้แสดงสินค้าหรือ Exhibitor

  • มีชื่อในรายชื่อ Exhibitor
  • มีตารางประจำบูธ
  • แนะนำและทำตลาดสินค้า
  • สาธิตสินค้าให้ผู้เข้าชม
  • เก็บ Lead และพบลูกค้าในบูธ
📌 การเปลี่ยนบัตรเข้างานอาจสะท้อนการเปลี่ยนวัตถุประสงค์: หากเดิมลงทะเบียนเป็น Visitor แต่ภายหลังได้รับ Exhibitor Pass มีชื่อใน Booth Roster และต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกะ เอกสารเหล่านี้มีน้ำหนักว่าบทบาทได้เปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นผู้แสดงสินค้าแล้ว

C2 กับ C11 ครอบคลุมกิจกรรมต่างกันอย่างไร

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเด็น C2 Business Visit C11 Product and Service Promotion ผลเมื่อบทบาทเปลี่ยน
วัตถุประสงค์หลัก ประชุม ทำธุรกิจ เจรจา ลงนาม และตรวจสินค้า ทำตลาดสินค้าและบริการในงาน MICE หรือ Exhibition ในฐานะ Exhibitor จากประชุมเป็นประจำบูธ ควรตรวจ C11
การประจำบูธ ไม่ได้ระบุเป็นกิจกรรมหลัก ตรงกับบทบาท Exhibitor มีตารางกะประจำบูธเป็นสัญญาณสำคัญ
การแนะนำสินค้า พูดคุยในบริบทธุรกิจได้ ทำตลาดและนำเสนอสินค้าแก่ผู้เข้าชมงาน หากทำต่อเนื่องต่อสาธารณะอาจเป็น Exhibitor
สปอนเซอร์ ข้อมูลทางการระบุว่าโดยทั่วไปไม่ต้องมีสปอนเซอร์ ยกเว้นบางกรณี ต้องมีสปอนเซอร์ยื่นคำร้อง การเปลี่ยนเป็น C11 ต้องเตรียมสปอนเซอร์
ค่าตอบแทนในอินโดนีเซีย ห้ามรับค่าตอบแทนจากการทำงานหรือธุรกิจในอินโดนีเซีย ห้ามรับค่าตอบแทนจากบุคคลหรือนิติบุคคลในอินโดนีเซีย เปลี่ยนวีซ่าไม่ได้ทำให้รับค่าจ้างท้องถิ่นได้
การขายสินค้า ห้ามขายสินค้าหรือบริการ ห้ามขาย ยกเว้นจำเป็นในฐานะส่วนหนึ่งของงานที่เข้าร่วม ต้องตรวจรูปแบบการรับเงินและกฎของงานแยกต่างหาก

ผู้ที่กำลังจัดทำ วีซ่าอินโดนีเซีย ควรเลือกจากกิจกรรมที่ทำจริง ไม่ควรเลือก C2 เพราะยื่นง่ายกว่า หากรู้อยู่แล้วว่าจะต้องทำหน้าที่ Exhibitor

💡 หลักอ่านตารางงาน: ถ้า Agenda ใช้คำว่า Visit, Meeting, Negotiation หรือ Inspection จะมีน้ำหนักไปทาง C2 แต่หากใช้คำว่า Exhibit, Promote, Product Demonstration หรือ Booth Duty จะมีน้ำหนักไปทาง C11

ถ้ายังไม่ได้ยื่นวีซ่าและบทบาทเปลี่ยนเป็น Exhibitor ควรทำอย่างไร

กรณีนี้แก้ไขได้ง่ายที่สุด เพราะยังไม่มีคำร้องหรือวีซ่าที่ออกตามวัตถุประสงค์เดิม ควรหยุดใช้เอกสารสำหรับผู้เข้าชมและจัดชุด C11 ใหม่ให้ตรงกับกิจกรรมจริง

ขอหลักฐาน Exhibitor จากผู้จัดงาน
เช่น Exhibitor Confirmation, Booth Number และรายชื่อผู้ปฏิบัติงานในบูธ
แต่งตั้งสปอนเซอร์ในอินโดนีเซีย
C11 ต้องมีสปอนเซอร์ที่สามารถยื่นคำร้องผ่านระบบ eVisa
ปรับ Invitation Letter
ระบุว่าผู้เดินทางเข้าร่วมในฐานะ Exhibitor ไม่ใช่เพียง Visitor หรือ Meeting Participant
ทำ Job Description รายบุคคล
อธิบายหน้าที่ว่าแนะนำสินค้า ประชาสัมพันธ์ และพบผู้เข้าชม โดยไม่รับค่าจ้างจากบริษัทในอินโดนีเซีย
ยื่น C11 ตามข้อมูลล่าสุด
ตรวจเอกสาร ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาดำเนินการจากระบบทางการก่อนชำระเงิน

ถ้าวีซ่า C2 หรือวีซ่าเดิมออกแล้ว แต่ยังไม่เดินทางต้องทำอย่างไร

การที่วีซ่าออกแล้วไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้ทำกิจกรรมที่ต่างจากวัตถุประสงค์ได้ หากบทบาทเปลี่ยนก่อนเดินทาง ควรแจ้งสปอนเซอร์หรือผู้ประสานงานวีซ่าทันที

สิ่งที่ควรตรวจตามลำดับ

  • วีซ่าเดิมเป็น C2, C1, B1 หรือประเภทใด
  • วีซ่าเดิมถูกใช้เดินทางเข้าอินโดนีเซียแล้วหรือยัง
  • บทบาทใหม่มีชื่อเป็น Exhibitor อย่างเป็นทางการหรือไม่
  • ต้องประจำบูธกี่วันและทำกิจกรรมอะไร
  • มีสปอนเซอร์สำหรับ C11 แล้วหรือยัง
  • มีเวลาเพียงพอสำหรับยื่นวีซ่าใหม่หรือไม่
  • ผู้จัดงานสามารถปรับหน้าที่กลับเป็น Visitor ได้หรือไม่
❌ วิธีที่ไม่ควรใช้: เดินทางด้วย C2 แล้วเตรียมอธิบายที่ด่านว่า “เดิมมาประชุม แต่บริษัทเพิ่งขอให้ช่วยบูธ” เพราะเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาจากเอกสารและกิจกรรมที่ทราบก่อนเดินทาง ไม่ใช่เพียงคำอธิบายหน้างาน

หากกิจกรรม Exhibitor เป็นหน้าที่สำคัญ ควรให้สปอนเซอร์ยื่น C11 ใหม่และตรวจวิธีจัดการวีซ่าเดิมกับ Immigration โดยตรง ไม่ควรถือว่าการมีวีซ่าสองฉบับหรือการไม่ใช้วีซ่าเดิมจะถูกจัดการโดยระบบโดยอัตโนมัติ

ถ้าเข้าอินโดนีเซียแล้ว สามารถเปลี่ยนจาก C2 เป็น C11 ได้ทันทีไหม

ข้อมูลทางการของ C2 และ C11 ระบุว่าใบอนุญาตพำนักจากวีซ่าทั้งสองประเภทสามารถต่ออายุได้ และอาจเปลี่ยนเป็น Limited Stay Permit หรือ ITAS ตามเงื่อนไข แต่ข้อความดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนรหัสกิจกรรมจาก C2 เป็น C11 ภายในประเทศโดยอัตโนมัติ

⚠️ “เปลี่ยนเป็น ITAS” ไม่เท่ากับ “เปลี่ยน C2 เป็น C11”: กระบวนการ Alih Status ที่ Immigration เผยแพร่เป็นการเปลี่ยนจาก Izin Tinggal Kunjungan ไปเป็น Izin Tinggal Terbatas ไม่ใช่หลักฐานว่าผู้ถือ C2 สามารถเปลี่ยนไปทำกิจกรรม Exhibitor ภายใต้ C11 ได้ทันที

หากอยู่ในอินโดนีเซียแล้วและผู้จัดขอให้เปลี่ยนบทบาท ควรหยุดก่อนรับตารางประจำบูธ และให้สปอนเซอร์ติดต่อ Immigration เพื่อขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร

อย่าเริ่มปฏิบัติหน้าที่ Exhibitor
จนกว่าจะได้รับคำยืนยันว่ากิจกรรมสอดคล้องกับสถานะการพำนักปัจจุบัน
ส่งสำเนาวีซ่าและหลักฐานเข้าเมืองให้สปอนเซอร์
พร้อม Job Description และตารางกิจกรรมใหม่
ขอคำแนะนำจาก Immigration
ว่าต้องยื่นวีซ่าใหม่ ออกจากประเทศแล้วกลับเข้าใหม่ หรือมีขั้นตอนเฉพาะอื่นหรือไม่
เก็บคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
ไม่ควรอาศัยคำแนะนำปากเปล่าจากผู้จัดงานเพียงฝ่ายเดียว
📌 แนวทางที่ปลอดภัยกว่า: หากไม่มีคำยืนยันให้เปลี่ยนบทบาทภายในประเทศ ผู้เดินทางควรคงกิจกรรมตามวีซ่าเดิม เช่น เข้าชมงานและประชุม โดยให้พนักงานท้องถิ่นหรือผู้ถือ C11 ทำหน้าที่ประจำบูธแทน

ช่วยตอบคำถามที่บูธเล็กน้อย ถือว่าเปลี่ยนเป็น Exhibitor หรือไม่

การพูดคุยกับคู่ค้าที่บูธระหว่างเดินชมงานไม่จำเป็นต้องเท่ากับการเป็น Exhibitor ทุกกรณี แต่ต้องดูภาพรวมของพฤติกรรมและความรับผิดชอบ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

สถานการณ์ แนวโน้มบทบาท ระดับความเสี่ยง สิ่งที่ควรทำ
แวะทักทาย Distributor และพูดคุยกับลูกค้ารายหนึ่ง อาจยังเป็น Business Visitor ต่ำกว่า ไม่มีตารางกะหรือหน้าที่ประจำบูธ
มีชื่อใน Booth Roster วันละ 8 ชั่วโมง Exhibitor สูงหากใช้ C2 ตรวจ C11 ก่อนเริ่มงาน
สวม Exhibitor Badge และนำเสนอสินค้าต่อผู้เข้าชม Exhibitor สูง จัดเอกสารและบทบาทให้ตรงกับ C11
ประชุมกับลูกค้าในห้องรับรองหลังบูธ อาจเป็นกิจกรรมธุรกิจ ดูรายละเอียด ตรวจว่าเป็นการประชุมหรือการขายหน้าบูธ
สาธิตสินค้าเป็นรอบทุกชั่วโมง Exhibitor หรือกิจกรรมเฉพาะ ควรตรวจ C11 แนบ Demonstration Schedule
ช่วยรับเงินและจัดการ Stock ชั่วคราว ใกล้การทำงานขาย สูงมาก หยุดและตรวจขอบเขตการขายกับ Immigration
💡 คำถามที่ช่วยแยก: หากผู้เดินทางไม่มาปฏิบัติหน้าที่ บูธจะขาดคนหรือดำเนินกิจกรรมตามแผนไม่ได้หรือไม่ หากคำตอบคือใช่ บทบาทมีแนวโน้มเป็นผู้ปฏิบัติงานในบูธมากกว่าผู้เข้าชมทั่วไป

เปลี่ยนเป็น Exhibitor แล้วสามารถขายและรับเงินที่บูธได้หรือไม่

C11 รองรับการทำตลาดสินค้าและบริการในงานแสดงสินค้า แต่ไม่ได้เป็นใบอนุญาตขายสินค้าอย่างอิสระ ข้อมูลทางการระบุข้อยกเว้นเฉพาะการขายที่จำเป็นในฐานะส่วนหนึ่งของงานที่เข้าร่วม

หากมีการขายปลีก ควรแยกให้ชัดว่าใครรับเงิน ใครออกใบเสร็จ ใครนำเข้าสินค้า ใครเสียภาษี และใครส่งมอบสินค้า ไม่ควรให้ผู้ถือ C11 รับหน้าที่ทั้งหมดเพียงเพราะได้รับ Exhibitor Pass

รูปแบบที่จัดหน้าที่ได้ชัดกว่า

  • ผู้ถือ C11 ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • Distributor รับเงินจากลูกค้า
  • Distributor ออกใบเสร็จและเอกสารภาษี
  • บริษัทท้องถิ่นดูแล Stock และส่งมอบสินค้า

รูปแบบที่ควรตรวจเพิ่ม

  • ผู้ถือ C11 เป็นแคชเชียร์
  • รับค่าคอมมิชชันจากยอดขายในอินโดนีเซีย
  • นำสินค้าเข้ามาขายปลีกด้วยตนเอง
  • ออกใบเสร็จในนามบริษัทต่างประเทศ

เมื่อเปลี่ยนจาก Visitor เป็น Exhibitor ต้องเปลี่ยนหลักฐานอะไรบ้าง

การเปลี่ยนเพียงประเภทวีซ่าโดยใช้หนังสือเชิญและ Agenda ชุดเดิมอาจทำให้คำร้องยังไม่ชัด เอกสารทุกชุดควรสะท้อนบทบาท Exhibitor ให้ตรงกัน

Checklist เอกสารสำหรับบทบาทใหม่

  • หนังสือเชิญฉบับใหม่ที่ระบุว่าเข้าร่วมในฐานะ Exhibitor
  • Exhibitor Confirmation หรือ Booth Registration
  • หมายเลขบูธและแผนผังพื้นที่จัดแสดง
  • Booth Duty Roster หรือตารางกิจกรรมรายวัน
  • Job Description ของผู้เดินทาง
  • หนังสือจากบริษัทต้นสังกัดที่มอบหมายภารกิจ
  • หลักฐานผู้จ่ายเงินเดือนและค่าใช้จ่าย
  • หนังสือสปอนเซอร์และเอกสารที่ระบบกำหนด
  • รายละเอียดสินค้าและรูปแบบการสาธิต
  • คำอธิบายว่ามีการขายหรือรับเงินที่บูธหรือไม่
  • ตั๋วเดินทางกลับและหลักฐานที่พัก

หากเอกสารจากประเทศไทยต้องใช้ภาษาอังกฤษ ควรตรวจคำว่า Visitor, Participant, Exhibitor, Product Promoter และ Sales Representative ให้ตรงกับกิจกรรมก่อน แปลเอกสาร เพราะคำแปลที่ไม่ตรงอาจทำให้หนังสือเชิญกับวีซ่าอธิบายคนละบทบาท

❌ จุดพลาดที่เจอบ่อย: เปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น C11 แต่ Employment Letter ยังระบุว่าเดินทางเพื่อ “attend meetings only” ขณะที่ Agenda ระบุประจำบูธทุกวัน เอกสารควรได้รับการแก้ไขทั้งชุดก่อนยื่น

มีวีซ่าเดิม เอกสารใหม่ และข้อมูลจากผู้จัดงานคนละชุด?
ให้ทีมช่วยทำ Evidence Map เปรียบเทียบวัตถุประสงค์เดิมกับบทบาท Exhibitor และตรวจจุดที่ต้องแก้ก่อนเดินทาง

💬 ส่งเอกสารให้ทีมตรวจ

ตัวอย่างสถานการณ์เปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นผู้แสดงสินค้า

เคสที่ 1: เปลี่ยนก่อนยื่นวีซ่า

เดิม Sales Manager จะไปประชุมกับ Distributor แต่บริษัทได้รับบูธเพิ่มและให้ประจำบูธตลอดสามวัน

แนวทาง: เปลี่ยนชุดเอกสารเป็น Exhibitor และเริ่มประเมินจาก C11 ก่อนยื่น

เคสที่ 2: C2 ออกแล้วแต่ยังไม่เดินทาง

ผู้จัดส่ง Exhibitor Pass และ Booth Roster หลัง C2 ได้รับอนุมัติแล้ว

แนวทาง: ไม่ควรใช้ C2 ทำหน้าที่ใหม่ ให้สปอนเซอร์ตรวจการยื่น C11 และวิธีจัดการวีซ่าเดิมกับ Immigration

เคสที่ 3: อยู่ในอินโดนีเซียแล้ว

ผู้เดินทางเข้าประเทศด้วย C2 เพื่อประชุม แต่ทีม Exhibitor ป่วยและผู้จัดขอให้ช่วยประจำบูธ

แนวทาง: ควรปฏิเสธหน้าที่ประจำบูธชั่วคราวและให้สปอนเซอร์ขอคำยืนยันจาก Immigration

เคสที่ 4: แวะบูธช่วงสั้น ๆ

ผู้บริหารเยี่ยมชมงาน พบลูกค้าสองรายที่บูธ และกลับไปประชุมกับ Distributor โดยไม่มีตารางกะหรือหน้าที่การตลาดต่อสาธารณะ

แนวทาง: อาจยังอยู่ในบริบทธุรกิจของ C2 แต่ควรเก็บ Agenda ให้เห็นว่ากิจกรรมหลักคือการประชุม ไม่ใช่การเป็น Exhibitor

ตัวอย่างเหล่านี้เป็นกรอบช่วยวิเคราะห์ ไม่ใช่การรับรองผลหรือการยืนยันสถานะการเข้าเมือง การพิจารณาขึ้นอยู่กับ Immigration สปอนเซอร์ และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

Decision Flow: ต้องเปลี่ยนเป็น C11 หรือไม่

มีการเปลี่ยนจากการชมงานหรือประชุมเป็นการประจำบูธหรือไม่?
หากใช่ ให้เริ่มตรวจ C11
มีชื่อใน Exhibitor List, Booth Roster หรือ Demonstration Schedule หรือไม่?
หากมี บทบาท Exhibitor มีความชัดเจนมากขึ้น
วีซ่าเดิมออกแล้วหรือยัง?
หากยังไม่ออก ให้ปรับคำร้อง หากออกแล้วให้ขอคำแนะนำก่อนเดินทาง
เข้าอินโดนีเซียแล้วหรือยัง?
หากเข้าแล้ว อย่าเริ่มกิจกรรมใหม่จนกว่า Immigration จะยืนยัน
หน้าที่มีการขาย รับเงิน ติดตั้ง หรือซ่อมด้วยหรือไม่?
หากมี ต้องตรวจข้อจำกัดของ C11 หรือพิจารณาวีซ่าประเภทอื่นเพิ่มเติม
เอกสารทุกชุดระบุบทบาทเดียวกันหรือไม่?
Visa, Invitation, Employment Letter และ Agenda ต้องสอดคล้องกันก่อนเดินทาง

แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนเปลี่ยนบทบาท

ประเภทวีซ่า เอกสาร ค่าธรรมเนียม ระยะพำนัก และขั้นตอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึดเว็บไซต์ Directorate General of Immigration และระบบ eVisa ทางการเป็นหลัก

⚠️ ควรยืนยันก่อนลงมือทำงาน: เว็บไซต์ทางการไม่ได้ระบุขั้นตอนทั่วไปว่า C2 สามารถเปลี่ยนเป็น C11 ภายในอินโดนีเซียได้ทันที หากอยู่ในประเทศแล้ว ควรให้สปอนเซอร์สอบถาม Immigration เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเปลี่ยนกิจกรรม

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ตรวจความต่างระหว่าง Visitor กับ Exhibitor — ดูจากตารางงาน บัตรเข้างาน และหน้าที่จริง ไม่ใช่เพียงชื่อตำแหน่ง
  • เปรียบเทียบ C2 กับ C11 — ช่วยแยกกิจกรรมประชุมและเจรจาออกจากการประจำบูธและทำตลาดสินค้า
  • ตรวจกรณีวีซ่าเดิมออกแล้ว — วางแผนว่าจะปรับกิจกรรม ยื่นใหม่ หรือให้สปอนเซอร์สอบถาม Immigration อย่างไร
  • ตรวจเอกสารทั้งชุดให้ตรงกัน — Invitation Letter, Employment Letter, Job Description และ Booth Schedule ต้องสะท้อนบทบาทเดียวกัน
  • ให้คำแนะนำแบบรายเคส — ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้วีซ่าผิดวัตถุประสงค์โดยไม่การันตีผลการพิจารณา

หากบทบาทเปลี่ยนหลังเตรียมเอกสารแล้ว สามารถส่งวีซ่าเดิมและตารางหน้าที่ใหม่ให้ทีมช่วย ปรึกษาวีซ่า ก่อนแจ้งผู้จัดงานหรือเดินทางจริง

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นผู้แสดงสินค้า

ไม่ควรเริ่มประจำบูธในฐานะ Exhibitor โดยถือว่า C2 ครอบคลุมโดยอัตโนมัติ เพราะ C2 รองรับการประชุม เจรจา ทำธุรกิจ และตรวจสินค้า ส่วน C11 ระบุชัดสำหรับการทำตลาดสินค้าและบริการในงานแสดงสินค้าในฐานะ Exhibitor ควรให้สปอนเซอร์ตรวจและขอวีซ่าที่ตรงกับกิจกรรมก่อนเริ่มงาน
ควรหยุดใช้แผนเอกสารเดิม ตรวจว่าวีซ่าปัจจุบันออกแล้วหรือยัง และให้สปอนเซอร์ดำเนินการ C11 ตามบทบาทใหม่ หากวีซ่าเดิมมีข้อมูลไม่ตรงกับกิจกรรมจริง ไม่ควรเดินทางโดยหวังว่าจะอธิบายการเปลี่ยนบทบาทที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ข้อมูลทางการที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุกระบวนการทั่วไปสำหรับเปลี่ยนรหัสวีซ่าเยี่ยมเยือนจาก C2 เป็น C11 ภายในประเทศโดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนจากใบอนุญาตพำนักเยี่ยมเยือนเป็น ITAS เป็นคนละกระบวนการ จึงควรหยุดกิจกรรม Exhibitor และให้สปอนเซอร์ติดต่อ Immigration เพื่อขอคำยืนยัน ซึ่งอาจต้องยื่น C11 ใหม่และเดินทางเข้าอินโดนีเซียอีกครั้ง
ต้องดูความต่อเนื่องและความรับผิดชอบ หากเพียงเยี่ยมชมและพูดคุยธุรกิจเป็นครั้งคราวอาจยังเป็นผู้เข้าชมหรือผู้เข้าประชุม แต่หากมีตารางประจำบูธ ใส่บัตร Exhibitor นำเสนอสินค้า เก็บรายชื่อลูกค้า หรือรับผิดชอบกิจกรรมการตลาด ถือว่ามีน้ำหนักไปทางบทบาท Exhibitor มากขึ้น
C11 ไม่ได้อนุญาตให้ขายสินค้าหรือบริการอย่างอิสระ ข้อมูลทางการมีข้อยกเว้นเฉพาะการขายที่จำเป็นในฐานะส่วนหนึ่งของงานแสดงสินค้าที่เข้าร่วม จึงควรให้บริษัทหรือผู้แทนจำหน่ายในอินโดนีเซียรับผิดชอบการรับเงิน ใบเสร็จ ภาษี และการส่งมอบสินค้า พร้อมตรวจเงื่อนไขกับสปอนเซอร์ก่อน
ควรเตรียมหนังสือเชิญฉบับใหม่ หลักฐานการเป็น Exhibitor หมายเลขบูธ Job Description ตารางกิจกรรม ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หนังสือรับรองการทำงาน รายละเอียดสปอนเซอร์ และคำอธิบายว่าเหตุใดบทบาทจึงเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นผู้แสดงสินค้า

📌 สรุปเมื่อต้องเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเป็นผู้แสดงสินค้า

  • การเปลี่ยนจากผู้เข้าชมหรือผู้ประชุมเป็น Exhibitor อาจทำให้ต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่า
  • C2 เหมาะกับการประชุม เจรจา ลงนาม และตรวจสินค้า
  • C11 ระบุสำหรับการทำตลาดสินค้าและบริการในงานแสดงสินค้าในฐานะ Exhibitor
  • หากยังไม่ยื่นวีซ่า ควรจัดเอกสาร C11 ตั้งแต่ต้น
  • หากวีซ่าเดิมออกแล้วแต่ยังไม่เดินทาง ควรตรวจการยื่นใหม่ก่อนใช้บทบาท Exhibitor
  • หากอยู่ในอินโดนีเซียแล้ว ไม่ควรเปลี่ยนกิจกรรมเองโดยไม่มีคำยืนยันจาก Immigration
  • การเปลี่ยน ITK เป็น ITAS ไม่ใช่กระบวนการเดียวกับการเปลี่ยน C2 เป็น C11
  • Exhibitor Pass, Booth Roster และตารางสาธิตเป็นหลักฐานว่าบทบาทเปลี่ยนแล้ว
  • C11 ยังมีข้อจำกัดเรื่องค่าตอบแทนและการขายสินค้า
  • ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก Immigration และสปอนเซอร์ก่อนเริ่มกิจกรรมจริง

บทบาทเปลี่ยน เอกสารและวีซ่าต้องเปลี่ยนตาม

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจวีซ่าเดิม เปรียบเทียบ C2 กับ C11 และจัดเอกสารใหม่ให้ตรงกับบทบาท Exhibitor ก่อนเดินทางหรือก่อนเริ่มทำหน้าที่ในอินโดนีเซีย

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ