เช็กลิสต์ก่อนเดินทางไปออกบูธอินโดนีเซีย: วีซ่า C11 เอกสารบริษัท และของนำเข้างาน

เช็กลิสต์ก่อนเดินทางไปออกบูธอินโดนีเซีย: วีซ่า C11 เอกสารบริษัท และของนำเข้างาน

🇮🇩 Indonesia Trade Fair Checklist / C11 Visa / Exhibitor Goods

เช็กลิสต์ก่อนเดินทางไปออกบูธอินโดนีเซีย: วีซ่า C11 เอกสารบริษัท และของนำเข้างาน

ก่อนส่งทีมไปออกบูธที่อินโดนีเซีย ไม่ควรเช็กแค่วีซ่าอย่างเดียว แต่ต้องเช็กทั้งวีซ่า C11, Sponsor/Invitation, เอกสารบริษัทไทย, รายชื่อทีม, ตั๋ว โรงแรม และของนำเข้างาน เช่น สินค้าตัวอย่าง อุปกรณ์บูธ เอกสารโฆษณา และพิธีการศุลกากร
📅 อัปเดตล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2026 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 14 นาที

การไปออกบูธ Trade Fair, Exhibition หรือ MICE ที่อินโดนีเซียต่างจากการเดินทางท่องเที่ยวทั่วไปมาก เพราะมีทั้งเรื่องวีซ่า C11 เอกสารบริษัท เอกสารผู้จัดงาน รายชื่อพนักงาน เอกสาร Sponsor และของนำเข้างาน เช่น สินค้าตัวอย่าง เครื่องมือสาธิต อุปกรณ์บูธ ป้าย โบรชัวร์ หรือสินค้า display ที่อาจเกี่ยวข้องกับศุลกากรอินโดนีเซีย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือบริษัทเตรียมวีซ่าแล้ว แต่ลืมเอกสารของนำเข้างาน หรือเตรียมสินค้าไปพร้อมกระเป๋าเดินทางโดยไม่มี packing list / invoice / เอกสาร temporary import ทำให้เกิดคำถามที่ด่านศุลกากร อีกกรณีคือเตรียมของนำเข้างานครบ แต่เอกสารวีซ่าเขียนเหมือนผู้เดินทางเป็น visitor ไม่ใช่ exhibitor ทำให้เรื่องทั้งหมดไม่สอดคล้องกัน

บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ก่อนเดินทางสำหรับคนไทยและบริษัทไทยที่ไปออกบูธอินโดนีเซีย ครอบคลุม 3 เรื่องหลัก คือ วีซ่า C11, เอกสารบริษัทและทีมเดินทาง, และ ของนำเข้างาน/เอกสารศุลกากร หากต้องการให้ทีมช่วยตรวจเอกสารก่อนเดินทาง สามารถปรึกษา บริการรับทำวีซ่าและปรึกษาวีซ่า เพื่อประเมินว่าเอกสารของคนเดินทางและเอกสารงานเล่าเรื่องเดียวกันหรือไม่

สรุปสั้น ๆ: ก่อนเดินทางไปออกบูธอินโดนีเซีย ควรเช็ก 3 ชุดใหญ่ให้ครบ คือ 1) วีซ่า C11 และเอกสารผู้เดินทาง เช่น Sponsor/Guarantor, Invitation Letter, พาสปอร์ต, รูปถ่าย, Bank Statement และตั๋ว/โรงแรม 2) เอกสารบริษัทและงานแฟร์ เช่น Company Letter, Booth Confirmation, Exhibitor Registration, รายชื่อทีม และบทบาทในบูธ 3) ของนำเข้างาน เช่น สินค้าตัวอย่าง อุปกรณ์บูธ เครื่องมือสาธิต ป้าย โบรชัวร์ และเอกสารศุลกากร เช่น packing list, invoice/proforma invoice, temporary import, ATA Carnet หรือเอกสารจากผู้จัดงาน/ตัวแทนขนส่ง หากจะขาย แจก หรือทิ้งสินค้าไว้ในอินโดนีเซีย ต้องตรวจเงื่อนไขนำเข้าและใบอนุญาตแยกต่างหาก

💬 มีทีมไปออกบูธอินโดนีเซีย แต่ยังไม่แน่ใจว่าเช็กลิสต์ครบไหม?
ส่ง Invitation, Booth Confirmation, รายชื่อทีม, เอกสารบริษัท และรายการของนำเข้างานให้ Co Journey Visa ช่วยเช็กเบื้องต้นก่อนเดินทาง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. ภาพรวม: เช็ก 3 เรื่องก่อนออกบูธอินโดนีเซีย

การเตรียมตัวไปออกบูธอินโดนีเซียควรคิดเป็น 3 ชั้น ไม่ใช่ทำทีละเรื่องแบบแยกกัน เพราะวีซ่า เอกสารบริษัท และของนำเข้างานต้องเล่าเรื่องเดียวกันทั้งหมด

ชั้นที่ 1: คนเดินทางและวีซ่า

ตรวจว่าผู้เดินทางแต่ละคนทำกิจกรรมอะไรในงาน หากเป็น Exhibitor, Booth Staff หรือ Product Promotion Team ควรตรวจ C11 พร้อมเอกสารรายบุคคล เช่น พาสปอร์ต รูปถ่าย Statement และข้อมูลตำแหน่งงาน

ชั้นที่ 2: บริษัทและงานแฟร์

ต้องมีเอกสารที่อธิบายว่าบริษัทไทยไปออกบูธจริง เช่น Invitation Letter, Booth Confirmation, Exhibitor Registration, Company Letter, รายชื่อทีม และบทบาทในบูธ

ชั้นที่ 3: ของนำเข้างาน

ต้องแยกว่าสิ่งของที่นำเข้าเป็นของส่วนตัว สื่อโฆษณา สินค้าตัวอย่าง อุปกรณ์สาธิต หรือสินค้าสำหรับขาย เพราะแต่ละกลุ่มอาจใช้เอกสารศุลกากรและใบอนุญาตต่างกัน

📌 หลักจำง่าย: ถ้าเอกสารวีซ่าบอกว่าไปออกบูธ แต่รายการของนำเข้าเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์จำนวนมากโดยไม่มีเอกสารศุลกากร หรือถ้าเอกสารศุลกากรบอกว่าเป็นของจัดแสดง แต่วีซ่าบอกว่าไปเที่ยว เอกสารจะไม่สอดคล้องกัน

2. เช็กลิสต์วีซ่า C11 สำหรับผู้ไปออกบูธ

ข้อมูลจาก Immigration Indonesia ระบุว่า C11 ใช้สำหรับการเข้าร่วม meeting, incentive, convention และ exhibition เพื่อทำการตลาดสินค้าและบริการในฐานะ Exhibitor ดังนั้นผู้เดินทางควรตรวจให้ชัดว่ากิจกรรมของตนตรงกับ C11 จริงหรือไม่

เช็กลิสต์ C11 ที่ควรมี:

  1. ยืนยันบทบาท Exhibitor
    ผู้เดินทางต้องไปประจำบูธ โปรโมตสินค้า นำเสนอสินค้า หรือเป็นตัวแทนบริษัทในงาน ไม่ใช่แค่เดินชมงานทั่วไป
  2. มี Sponsor/Guarantor
    Sponsor ต้องมีบัญชีในระบบ eVisa และสามารถยื่น C11 ให้ชาวต่างชาติได้จริง
  3. มีเอกสาร Sponsor
    เช่น surat permohonan และ surat pernyataan penjamin ตามที่ระบบกำหนด
  4. มี Invitation Letter
    ควรระบุชื่อผู้เดินทาง ชื่องาน วันงาน สถานที่ และบทบาท เช่น Exhibitor, Booth Staff หรือ Company Representative
  5. มีเอกสารบูธ
    เช่น Booth Confirmation, Booth Number, Exhibitor Registration, Floor Plan หรือ Invoice ค่าบูธ
  6. ตรวจระยะเวลายื่น
    หน้า C11 ระบุเวลาพิจารณา 5 วันทำการหลังชำระค่าธรรมเนียม แต่ควรเตรียมเอกสารล่วงหน้า 6-8 สัปดาห์สำหรับเคสทีม/งานแฟร์
⚠️ อย่าเริ่มจากคำว่า “ไปดูงาน” อย่างเดียว: ถ้าความจริงคือออกบูธ ต้องใช้เอกสารที่ชี้ว่าเป็น Exhibitor ไม่ใช่เอกสาร visitor หรือ tourism ทั่วไป

3. เอกสารรายบุคคลของพนักงานที่เดินทาง

วีซ่าเป็นของรายบุคคล ไม่ใช่วีซ่ารวมของบริษัทหรือบูธเดียวกัน ดังนั้นพนักงานแต่ละคนที่เดินทางต้องมีเอกสารส่วนตัวครบ และข้อมูลต้องตรงกับเอกสารบริษัทและงานแฟร์

เอกสารรายบุคคลที่ควรตรวจ:

  • พาสปอร์ตอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
  • ชื่อ-นามสกุลในพาสปอร์ตตรงกับ Invitation, Company Letter และตั๋ว
  • รูปถ่ายสีล่าสุดตามรูปแบบที่ระบบหรือ Sponsor ต้องการ
  • Bank Statement / rekening koran 3 เดือนของผู้เดินทางหรือ Sponsor ตามที่ใช้ในเคส
  • ตำแหน่งงานในบริษัทไทย
  • หน้าที่ในบูธ เช่น Sales, Product Demo, Booth Coordinator, Marketing Support
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล หากชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน
  • ข้อมูลติดต่อ อีเมล และเบอร์โทรที่ใช้ยื่น
❌ จุดที่พบบ่อย: ทีมหลายคนใช้รายชื่อจาก HR เป็นภาษาอังกฤษแบบหนึ่ง แต่พาสปอร์ตสะกดอีกแบบหนึ่ง ทำให้ Invitation, Company Letter และตั๋วไม่ตรงกัน ควรตรวจจากหน้าพาสปอร์ตเป็นหลักทุกครั้ง

4. เอกสารบริษัทไทยและเอกสารงานแฟร์

เอกสารบริษัทไทยช่วยอธิบายว่าทำไมต้องส่งคนไปออกบูธ ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และแต่ละคนทำหน้าที่อะไรในงาน ส่วนเอกสารงานแฟร์ช่วยพิสูจน์ว่ามีบูธจริงและผู้เดินทางเกี่ยวข้องกับงานนั้นจริง

เอกสารบริษัทไทยที่ควรมี:

  • Company Letter หรือหนังสือรับรองการเดินทางจากบริษัทไทย
  • รายชื่อผู้เดินทางพร้อมตำแหน่ง
  • บทบาทในบูธของแต่ละคน
  • วัตถุประสงค์ เช่น Product Promotion, Trade Fair Participation, Market Expansion
  • ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น ตั๋ว โรงแรม ค่าอาหาร และค่าเดินทาง
  • Company Profile หรือเอกสารจดทะเบียนบริษัท หากจำเป็น
  • Product Catalog หรือรายละเอียดสินค้า/บริการที่นำไปแสดง

เอกสารงานแฟร์ที่ควรมี:

  • Invitation Letter จากผู้จัดงานหรือ Host
  • Booth Confirmation
  • Booth Number / Hall / Pavilion
  • Exhibitor Registration
  • Floor Plan
  • Invoice หรือ Receipt ค่าบูธ
  • รายชื่อ Exhibitor จากเว็บไซต์งาน หากมี
  • ข้อมูลผู้จัดงานและผู้ประสานงานในอินโดนีเซีย

หากต้องจัดเอกสารเชิญหรือ wording ของเอกสารบริษัทให้ตรงกับบทบาทในงาน สามารถดู บริการทำจดหมายเชิญวีซ่า เพื่อให้ Invitation และ Company Letter สอดคล้องกัน

5. เช็กบทบาททีม: ใครเป็น Exhibitor ใครไม่ใช่

ในทีมเดียวกันอาจมีทั้งคนที่ควรใช้ C11 และคนที่อาจต้องใช้ประเภทอื่น หากไม่แยกบทบาทตั้งแต่ต้น อาจทำให้เอกสารทั้งหมดถูกจัดผิดประเภท

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

บทบาทในทีม กิจกรรมจริง แนวทางวีซ่าที่ควรตรวจ เอกสารที่ควรมี
Booth Staff ยืนบูธ ต้อนรับลูกค้า แจกเอกสาร ควรตรวจ C11 Invitation, Booth Confirmation, Company Letter, รายชื่อทีม
Sales Team แนะนำสินค้า เจรจาลูกค้า เก็บ lead ควรตรวจ C11 Product Catalog, Company Letter, บทบาทในบูธ
Product Specialist สาธิตสินค้า ทำ demo หรือ showcase ควรตรวจ C11 หากเป็น demo ในบริบทงานแสดงสินค้า Demo schedule, product list, booth document
Marketing Team ดูแลสื่อ ป้าย โบรชัวร์ กิจกรรมโปรโมต ควรตรวจ C11 Marketing material, Booth Confirmation
Attendee / Visitor เดินชมงาน ฟังสัมมนา ไม่ได้ยืนบูธ อาจไม่ใช่ C11 ควรตรวจ B1/C1 หรือประเภท visitor Event ticket, itinerary, หลักฐานแผนเดินทาง
Business Meeting Only นัดคู่ค้า ประชุม หรือเซ็นเอกสาร ไม่ได้ออกบูธ อาจต้องตรวจ business visit เช่น C2 Meeting invitation, agenda, company letter
Speaker / Presenter ขึ้นเวที บรรยาย หรือเป็น panelist อาจต้องตรวจประเภท speaker/presenter Speaker invitation, agenda, profile
Technical Staff ติดตั้ง ซ่อม เครื่องจักร หรือบริการหลังการขาย อาจไม่ใช่ C11 ต้องตรวจประเภทงานเทคนิค Scope of work, service letter, equipment list

6. ตั๋ว โรงแรม และแผนเดินทาง

แผนเดินทางของเคสออกบูธควรสัมพันธ์กับวันจริงของงาน ไม่ใช่แค่วันเปิดงาน เพราะหลายงานมีวัน setup booth และวัน dismantle booth ที่ต้องอธิบายด้วย

ควรเช็กสิ่งเหล่านี้:

  • วันเดินทางเข้าอินโดนีเซียครอบคลุมวัน setup booth หรือไม่
  • วันเดินทางกลับสัมพันธ์กับวันรื้อบูธหรือวันประชุมหลังงานหรือไม่
  • โรงแรมอยู่ใกล้สถานที่จัดงานหรือมีเหตุผลในการเลือกหรือไม่
  • ชื่อผู้เดินทางบนตั๋วตรงกับพาสปอร์ตหรือไม่
  • แผนเดินทางตรงกับ Invitation และ Company Letter หรือไม่
  • หลีกเลี่ยงตั๋ว/โรงแรมแบบยกเลิกไม่ได้ หากเอกสาร Sponsor หรือ C11 ยังไม่พร้อม

หากต้องใช้ตั๋วประกอบเอกสารเดินทาง สามารถดู บริการจองตั๋วเครื่องบินสำหรับยื่นวีซ่า เพื่อจัดวันเดินทางให้ตรงกับวันงานและเอกสารบริษัท

💡 ตัวอย่าง: ถ้างานจัด 10-13 กันยายน แต่ต้อง setup วันที่ 9 และรื้อบูธวันที่ 14 แผนเดินทางควรอธิบายช่วง 8-15 กันยายนอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช่ระบุแค่วันเปิดงาน

7. ของนำเข้างานต้องเช็กอะไรบ้าง

ของนำเข้างานเป็นส่วนที่หลายบริษัทมองข้าม แต่เป็นจุดสำคัญมาก เพราะด่านศุลกากรอาจถามว่าสิ่งของเหล่านี้คืออะไร ใช้ทำอะไร จะนำกลับออกไปหรือไม่ และมีมูลค่าเท่าไร

ให้แยกของนำเข้างานเป็นกลุ่มดังนี้:

  1. ของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์ทำงานทั่วไป
    เช่น laptop, tablet, uniform, name card, เครื่องเขียน ควรมีเหตุผลการใช้งานและไม่ควรมีจำนวนเกินสมเหตุสมผล
  2. สื่อโฆษณาและเอกสารแจก
    เช่น brochure, catalog, flyer, banner, roll-up, poster ต้องแยกว่าจะแจกฟรีหรือใช้ตกแต่งบูธ
  3. สินค้าตัวอย่าง
    เช่น sample product, mockup, tester, product display ต้องระบุจำนวน มูลค่า และจะนำกลับออกหรือไม่
  4. อุปกรณ์สาธิตหรือเครื่องมือ demo
    เช่น เครื่องจักรขนาดเล็ก อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง หรือ gadget ต้องตรวจใบอนุญาตและข้อจำกัดเฉพาะสินค้า
  5. สินค้าที่จะขายหรือแจกจริง
    หากมีการขาย แจกจำนวนมาก หรือทิ้งสินค้าไว้ในอินโดนีเซีย ต้องตรวจพิธีการนำเข้า ภาษี และใบอนุญาตต่างหาก ไม่ควรถือเป็นของจัดแสดงชั่วคราวอัตโนมัติ
❌ จุดเสี่ยง: อย่านำสินค้าตัวอย่างจำนวนมากใส่กระเป๋าเดินทางโดยไม่มี invoice, packing list หรือคำอธิบายว่านำไปเพื่อจัดแสดง เพราะอาจถูกมองเป็นสินค้านำเข้าเชิงพาณิชย์ได้

8. Temporary Import, ATA Carnet และของจัดแสดง

สำหรับสินค้าที่นำเข้าอินโดนีเซียเพื่อใช้ชั่วคราวในงาน เช่น เครื่องมือสาธิต สินค้าตัวอย่าง หรืออุปกรณ์จัดแสดง ควรตรวจทางเลือกด้านศุลกากรกับผู้จัดงาน ตัวแทนขนส่ง หรือหน่วยงานศุลกากร โดยเฉพาะกรณีที่ของมีมูลค่าสูงหรือมีจำนวนมาก

ข้อมูลจาก Direktorat Jenderal Bea dan Cukai ระบุเรื่อง Impor Sementara หรือการนำเข้าชั่วคราวว่าเป็นการนำของเข้าอินโดนีเซียเพื่อใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง โดยมีข้อผูกพันว่าจะส่งกลับออกไปภายในเวลาที่กำหนด และยกตัวอย่างกิจกรรม เช่น pameran หรือ exhibition รวมถึงอาจมีสิทธิประโยชน์ด้านอากรภายใต้เงื่อนไขและการวางหลักประกัน

นอกจากนี้ Indonesia Customs มีข้อมูลเรื่อง ATA Carnet ซึ่งเป็นระบบสำหรับการเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามแดนชั่วคราวโดยไม่ต้องชำระภาษีนำเข้าและภาษีในลักษณะปกติภายใต้เงื่อนไขของระบบ Carnet ส่วนฝั่งกรมศุลกากรไทยก็มีข้อมูลเรื่องการนำเข้าส่งออกชั่วคราวด้วย A.T.A. Carnet สำหรับของจัดแสดง สื่อโฆษณา สินค้าตัวอย่าง และอุปกรณ์บางประเภท

📌 ต้องตรวจเป็นรายเคส: การใช้ Temporary Import หรือ ATA Carnet ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า มูลค่า จุดประสงค์ การนำกลับออกจากอินโดนีเซีย และเงื่อนไขของศุลกากร/ผู้จัดงาน ไม่ควรสรุปเองจากประสบการณ์งานก่อนหน้า

9. สินค้ากลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจใบอนุญาตก่อน

สินค้าบางกลุ่มอาจมีข้อกำหนดนำเข้า ใบอนุญาต มาตรฐาน ฉลาก หรือการตรวจสอบเฉพาะ แม้จะนำไปแสดงในงานหรือเป็นตัวอย่างก็ตาม จึงควรให้ผู้จัดงาน ตัวแทนขนส่ง หรือผู้เชี่ยวชาญศุลกากรตรวจล่วงหน้า

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ:

  • อาหาร เครื่องดื่ม วัตถุดิบ หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค
  • เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารเสริม หรือสินค้าที่เกี่ยวกับร่างกาย
  • ยา เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรืออุปกรณ์วินิจฉัย
  • อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ลิเธียม หรือ power bank จำนวนมาก
  • สารเคมี วัสดุไวไฟ ของเหลว สเปรย์ หรือสินค้าที่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย
  • อุปกรณ์สื่อสาร วิทยุ กล้องบางประเภท หรืออุปกรณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการอนุญาตเฉพาะ
  • สินค้ามีแบรนด์ เครื่องหมายการค้า หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่ต้องมีหลักฐานสิทธิ์
  • สินค้า sample ที่ตั้งใจขาย แจก หรือไม่ได้นำกลับออกจากอินโดนีเซีย
⚠️ หลักป้องกันปัญหา: ถ้าของนำเข้างานเป็นสินค้าในกลุ่ม regulated goods อย่าเตรียมเฉพาะวีซ่า ให้เตรียมเอกสารสินค้า HS code ใบอนุญาต ฉลาก เอกสารความปลอดภัย และคำแนะนำจาก freight forwarder/organizer ล่วงหน้า

10. Packing List และ Invoice ควรเขียนอย่างไร

การเตรียม packing list และ invoice/proforma invoice ที่ชัดเจนช่วยให้การอธิบายของนำเข้างานง่ายขึ้น ทั้งกับสายการบิน ศุลกากร ผู้จัดงาน และตัวแทนขนส่ง

ข้อมูลที่ควรมีใน packing list / invoice:

  • ชื่อบริษัทไทยและข้อมูลติดต่อ
  • ชื่อผู้รับหรือผู้ประสานงานในอินโดนีเซีย
  • ชื่องาน Trade Fair / Exhibition
  • สถานที่จัดงานและวันที่จัดงาน
  • รายการสินค้าแต่ละชิ้น
  • จำนวน น้ำหนัก ขนาด และจำนวนกล่อง
  • มูลค่าเพื่อวัตถุประสงค์ทางศุลกากร
  • Serial number / model number หากมี
  • วัตถุประสงค์ เช่น For exhibition display only / Not for sale / To be re-exported after event
  • แผนการนำกลับออกจากอินโดนีเซีย หากเป็น temporary import
💡 คำแนะนำ practical: ถ้าของชิ้นไหน “จะนำกลับออก” ให้ระบุในรายการให้ชัด ถ้าของชิ้นไหน “จะแจกหรือใช้หมด” ต้องแยกออกจากของ temporary import และตรวจเงื่อนไขนำเข้าแยกต่างหาก

11. เช็กลิสต์ 7 วันก่อนบิน

ก่อนเดินทาง 7 วัน ควรใช้เวลาตรวจครั้งสุดท้าย ไม่ใช่เพิ่งเริ่มขอเอกสารใหม่ เพราะหากพบชื่อผิดหรือเอกสารขาดใกล้วันบิน อาจแก้ไม่ทัน

  1. ตรวจวีซ่าและพาสปอร์ต
    ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเดินทาง และประเภทวีซ่าต้องถูกต้อง
  2. ตรวจ Invitation และ Booth Document
    ชื่องาน วันงาน สถานที่ และบทบาท Exhibitor ต้องตรงกัน
  3. ตรวจรายชื่อทีม
    ทุกคนมีเอกสารส่วนตัวครบ และบทบาทในบูธชัดเจน
  4. ตรวจตั๋วและโรงแรม
    วันเดินทางตรงกับ setup, event, dismantle และวันกลับ
  5. ตรวจของนำเข้างาน
    แยกของส่วนตัว สื่อโฆษณา สินค้าตัวอย่าง อุปกรณ์ demo และสินค้าที่จะขาย/แจก
  6. ตรวจเอกสารศุลกากร
    Packing list, invoice, temporary import/ATA Carnet หรือเอกสารจาก freight forwarder พร้อมหรือไม่
  7. เตรียมไฟล์สำรอง
    เก็บเอกสารในมือถือ cloud และสำเนากระดาษ แยกเป็นชุด visa, company, booth, goods
  8. แจ้งทีมให้ตอบคำถามตรงกัน
    ทุกคนควรรู้ว่าตนเดินทางไปทำอะไร อยู่บูธไหน และนำของอะไรเข้าไปในงาน

12. ตารางเช็กลิสต์รวมก่อนเดินทาง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หมวดเช็ก รายการที่ต้องมี ใครรับผิดชอบ จุดที่ต้องระวัง
วีซ่า C11 Sponsor/Guarantor, Invitation, เอกสาร Sponsor, พาสปอร์ต, รูปถ่าย, Statement Sponsor, ผู้เดินทาง, บริษัทไทย กิจกรรมต้องตรงกับ Exhibitor ไม่ใช่ visitor/tourism
เอกสารงานแฟร์ Booth Confirmation, Booth Number, Exhibitor Registration, Floor Plan Organizer / บริษัทไทย ชื่อบริษัทและชื่องานต้องตรงกับ Invitation
เอกสารบริษัทไทย Company Letter, รายชื่อทีม, ตำแหน่ง, บทบาทในบูธ, ค่าใช้จ่าย บริษัทไทย / HR / Admin อย่าเขียนว่าไปเที่ยวถ้ากิจกรรมจริงคือออกบูธ
เอกสารรายบุคคล พาสปอร์ต รูปถ่าย Statement เอกสารเปลี่ยนชื่อถ้ามี ผู้เดินทางแต่ละคน ชื่อภาษาอังกฤษต้องตรงทุกเอกสาร
ตั๋วและโรงแรม Flight itinerary, hotel booking, travel plan บริษัทไทย / ผู้เดินทาง วันเดินทางต้องสัมพันธ์กับ setup/event/dismantle
สินค้าตัวอย่าง Packing list, invoice/proforma invoice, product list, value, quantity บริษัทไทย / Logistics ระบุว่า for exhibition / not for sale / to be re-exported หากเป็นของชั่วคราว
อุปกรณ์บูธและ demo Equipment list, serial number, manual, safety document ถ้ามี Marketing / Product / Logistics อุปกรณ์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือเครื่องมือเฉพาะควรตรวจข้อกำหนดล่วงหน้า
ศุลกากร/นำเข้าชั่วคราว Temporary Import, ATA Carnet, TPPB หรือเอกสารตามที่ forwarder/organizer แนะนำ Freight Forwarder / Organizer / บริษัทไทย ต้องรู้ว่าของจะนำกลับออกหรือจำหน่าย/แจก/ทิ้งไว้

13. ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

ข้อผิดพลาดก่อนเดินทางไปออกบูธอินโดนีเซียมักเกิดจากการเตรียมคน เอกสาร และของนำเข้าไม่เชื่อมกัน

  • ขอวีซ่าเหมือนท่องเที่ยว ทั้งที่เอกสารงานเป็น Exhibitor
  • ไม่มี Sponsor/Guarantor ที่ยื่น C11 ผ่านระบบ eVisa ได้จริง
  • Invitation ไม่ระบุบทบาทในบูธ
  • Company Letter ไม่ระบุรายชื่อทีมและหน้าที่รายคน
  • เตรียมสินค้าตัวอย่างจำนวนมากโดยไม่มี packing list หรือ invoice
  • คิดว่าสินค้าทุกอย่างเป็นของส่วนตัว เพียงเพราะใส่กระเป๋าเดินทาง
  • นำสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตเข้าโดยไม่ได้ตรวจล่วงหน้า
  • ไม่แยกสินค้าสำหรับจัดแสดงกับสินค้าสำหรับขาย/แจก
  • ลืมวางแผนนำของกลับออกจากอินโดนีเซียหลังงาน
  • ตั๋ว โรงแรม วัน setup และวันงานไม่สัมพันธ์กัน
❌ จุดเสี่ยงที่สุด: เอกสารวีซ่าบอกว่าไปออกบูธ แต่ของที่นำเข้าเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์จำนวนมากโดยไม่มีเอกสารศุลกากร หรือไม่มีแผนนำกลับออก หากเจอคำถามที่ด่าน อาจอธิบายได้ยาก

ก่อนบินไปออกบูธอินโดนีเซีย ให้เช็กทั้งคน เอกสาร และของนำเข้างานพร้อมกัน
Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสาร C11, Company Letter, Invitation, Booth Confirmation และ checklist ของนำเข้างานเบื้องต้น เพื่อให้เอกสารเล่าเรื่องเดียวกัน

💬 ส่งเช็กลิสต์ให้ทีมช่วยประเมิน

14. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ข้อมูลเรื่องวีซ่า C11, Sponsor, เอกสารเฉพาะ, ศุลกากร และของนำเข้างานอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจจากแหล่งทางการและผู้จัดงานก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะหากมีสินค้าตัวอย่าง อุปกรณ์ demo สินค้ามูลค่าสูง หรือสินค้าที่อาจต้องใช้ใบอนุญาต

📌 ข้อมูลอัปเดตจากแหล่งทางการ: Immigration Indonesia ระบุว่า C11 ใช้กับการทำกิจกรรมการตลาดสินค้าและบริการใน MICE หรือ Trade Fair ในฐานะ Exhibitor และต้องมี Sponsor/Guarantor ส่วน Bea Cukai Indonesia ระบุเรื่อง Impor Sementara ว่าเป็นการนำของเข้าอินโดนีเซียเพื่อใช้ชั่วคราวและส่งกลับออกไป โดยมีตัวอย่างกิจกรรมอย่าง pameran หรือ exhibition และมีข้อมูลเรื่อง ATA Carnet/TPPB สำหรับการจัดแสดงสินค้า ทั้งนี้รายละเอียดเอกสารและการอนุญาตต้องตรวจตามประเภทสินค้าและช่องทางนำเข้าแต่ละเคส

15. ทำไมควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเช็กก่อนเดินทาง

เคสออกบูธอินโดนีเซียไม่ใช่แค่ “ขอวีซ่าให้ผ่าน” แต่ต้องทำให้เรื่องทั้งหมดสอดคล้องกัน ตั้งแต่ผู้เดินทางไปทำอะไร บริษัทไทยส่งไปในฐานะอะไร ผู้จัดงานเชิญในฐานะใด Sponsor รับรองอะไร และของที่นำเข้ามาในงานเป็นของจัดแสดงชั่วคราวหรือของเพื่อจำหน่าย

ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยตรวจเอกสารในมุมความสอดคล้อง เช่น C11 ตรงกับกิจกรรมจริงไหม Company Letter ระบุบทบาทรายคนหรือยัง Invitation กับ Booth Confirmation ตรงกันหรือไม่ และรายการของนำเข้างานควรขอเอกสารเพิ่มจาก organizer/freight forwarder ตรงไหน

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยตรวจ C11 และเอกสารคนเดินทาง — พาสปอร์ต รูปถ่าย Statement Sponsor และ Invitation
  • ช่วยจัดเอกสารบริษัทไทย — Company Letter รายชื่อทีม บทบาทในบูธ และค่าใช้จ่าย
  • ช่วยเช็กเอกสารงานแฟร์ — Booth Confirmation, Exhibitor Registration, Booth Number และ Floor Plan
  • ช่วยทำ checklist ของนำเข้างานเบื้องต้น — แยกสินค้าตัวอย่าง อุปกรณ์ demo สื่อโฆษณา และของที่ต้องตรวจศุลกากรเพิ่ม
  • ให้คำแนะนำแบบระมัดระวัง ไม่การันตีผล — ทีมช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ชัดหรือประเภทวีซ่าไม่ตรง แต่ผลพิจารณาและการอนุญาตเข้าเมือง/ศุลกากรขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและข้อมูลทั้งหมดของผู้เดินทาง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

ควรเช็กอย่างน้อย 3 กลุ่มหลัก คือ 1) วีซ่าและเอกสารส่วนตัว เช่น วีซ่า C11, Sponsor/Guarantor, Invitation Letter, พาสปอร์ต, รูปถ่าย และ Bank Statement 2) เอกสารบริษัทและงาน เช่น Company Letter, Booth Confirmation, Exhibitor Registration, รายชื่อทีม และตารางหน้าที่ในบูธ 3) ของนำเข้างาน เช่น สินค้าตัวอย่าง อุปกรณ์บูธ เครื่องมือสาธิต เอกสารโฆษณา และเอกสารศุลกากร/Temporary Import หรือ ATA Carnet หากเกี่ยวข้อง
ถ้าเดินทางไปในฐานะ Exhibitor เช่น ประจำบูธ โปรโมตสินค้า แจกแคตตาล็อก ทำ product demo หรือเป็นตัวแทนบริษัทในงาน Trade Fair ควรตรวจวีซ่า C11 เป็นหลัก เพราะ C11 ใช้กับการทำกิจกรรมการตลาดสินค้าและบริการใน MICE หรือ Trade Fair ในฐานะ exhibitor แต่ถ้าเป็นแค่ผู้เข้าชมงาน ประชุมคู่ค้า หรือ speaker อาจต้องตรวจวีซ่าประเภทอื่นให้ตรงกับกิจกรรมจริง
ควรเตรียม packing list, commercial invoice หรือ proforma invoice, รายละเอียดสินค้า, จำนวน, serial number ถ้ามี, มูลค่าสินค้า, วัตถุประสงค์ว่าใช้เพื่อจัดแสดงหรือสาธิตในงาน, แผนส่งกลับออกจากอินโดนีเซีย และเอกสารจากผู้จัดงาน หากเป็นของนำเข้าชั่วคราวควรตรวจ Temporary Import, ATA Carnet หรือช่องทางที่ผู้จัดงาน/ตัวแทนขนส่งแนะนำ
ควรระวังมาก หากเป็นสินค้าจำนวนมาก สินค้ามีมูลค่าสูง สินค้าที่ต้องขออนุญาต หรือสินค้าที่ใช้เพื่อการค้า ไม่ควรถือเป็นของส่วนตัวโดยไม่มีเอกสาร ควรเตรียมรายการสินค้า invoice/packing list และตรวจข้อกำหนดศุลกากรอินโดนีเซียกับผู้จัดงานหรือตัวแทนขนส่งก่อนเดินทาง
ATA Carnet เป็นเอกสารศุลกากรสำหรับการนำเข้าส่งออกชั่วคราว เช่น ของจัดแสดง โฆษณา และสินค้าตัวอย่าง โดยควรตรวจทั้งฝั่งไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงประเภทสินค้าและเงื่อนไขการส่งกลับออกจากอินโดนีเซียก่อนใช้งานจริง หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้จัดงาน ตัวแทนขนส่ง หรือหน่วยงานศุลกากร
ไม่ควรสรุปว่าใช้ได้ เพราะสินค้าสำหรับจัดแสดงชั่วคราวกับสินค้าสำหรับจำหน่ายจริงอาจใช้พิธีการศุลกากรและใบอนุญาตต่างกัน หากจะขายสินค้า แจกสินค้า หรือทิ้งสินค้าไว้ในอินโดนีเซีย ต้องตรวจข้อกำหนดนำเข้า ภาษี ใบอนุญาต และเงื่อนไขของผู้จัดงานก่อน

📌 สรุป: เช็กลิสต์ก่อนเดินทางไปออกบูธอินโดนีเซีย

  • เช็กวีซ่า C11 ก่อน หากผู้เดินทางไปในฐานะ Exhibitor, Booth Staff หรือ Product Promotion Team
  • C11 ต้องมี Sponsor/Guarantor และเอกสารจากผู้จัดกิจกรรม เช่น Invitation Letter
  • พนักงานแต่ละคนต้องมีเอกสารรายบุคคลครบ เช่น พาสปอร์ต รูปถ่าย และ Bank Statement
  • บริษัทไทยควรมี Company Letter ที่ระบุรายชื่อทีม ตำแหน่ง บทบาทในบูธ และค่าใช้จ่าย
  • เอกสารงานแฟร์ควรมี Booth Confirmation, Booth Number, Exhibitor Registration และ Floor Plan หากมี
  • ตั๋ว โรงแรม และแผนเดินทางควรสัมพันธ์กับวัน setup, วันงาน, วันรื้อบูธ และวันกลับ
  • ของนำเข้างานควรแยกเป็นของส่วนตัว สื่อโฆษณา สินค้าตัวอย่าง อุปกรณ์ demo และสินค้าที่จะขาย/แจก
  • ควรเตรียม packing list, invoice/proforma invoice, รายละเอียดสินค้า มูลค่า และแผนนำกลับออกจากอินโดนีเซีย
  • หากเป็นของจัดแสดงชั่วคราว ควรตรวจ Temporary Import, ATA Carnet หรือช่องทางที่ organizer/freight forwarder แนะนำ
  • ควรตรวจ official source ล่าสุดจาก Immigration Indonesia, eVisa, Bea Cukai Indonesia, กรมศุลกากรไทย และผู้จัดงานก่อนเดินทางทุกครั้ง

ไปออกบูธอินโดนีเซียให้พร้อม ต้องเช็กทั้งวีซ่า เอกสารบริษัท และของนำเข้างาน

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเช็กลิสต์ก่อนเดินทางสำหรับคนไทยและบริษัทไทยที่ไปออกบูธอินโดนีเซีย ตั้งแต่วีซ่า C11, Sponsor, Invitation, Company Letter, รายชื่อทีม, ตั๋ว โรงแรม และรายการของนำเข้างาน โดยไม่รับประกันผล และไม่แนะนำเอกสารหรือข้อมูลที่ไม่ตรงจริง

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ