วิธีนัดหมาย Buyer ล่วงหน้าก่อนเดินทางไปงานแสดงสินค้าฮ่องกง
ผู้ประกอบการบางรายลงทุนเดินทาง ออกบูธ และขนตัวอย่างสินค้าไปฮ่องกงครบทุกอย่าง แต่ตลอดงานกลับได้คุยกับผู้เข้าชมทั่วไปมากกว่า Buyer ที่มีอำนาจซื้อ สาเหตุไม่ได้มาจากสินค้าไม่ดีเสมอไป แต่อาจเกิดจากการเริ่มหาคู่ค้าหลังเดินทางถึงงานแล้ว
International Buyer ที่มีตารางจัดซื้อจริงมักวางแผนล่วงหน้า เขาอาจต้องพบหลาย Supplier เข้าร่วม Business Matching และประชุมกับพาร์ตเนอร์เดิม หากแบรนด์ติดต่อในวันงาน โอกาสได้ช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงลดลง
การนัดหมาย Buyer ล่วงหน้าที่ได้ผลไม่ได้เริ่มจากส่ง Catalog ไปหาคนจำนวนมาก แต่เริ่มจากเลือกบริษัทที่ตรงตลาด หาผู้ตัดสินใจ เขียนเหตุผลที่ควรพบกัน และเสนอเวลานัดที่ตอบกลับง่าย
✈️ มีวันจัดงานและรายชื่อ Buyer แล้ว แต่แผนเดินทางยังไม่ลงตัว?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจวันเดินทาง ที่พัก กำหนดการประชุม และเอกสารประกอบก่อนชำระค่าใช้จ่ายจริง
📋 สารบัญบทความ
- ตั้งเป้าหมายการนัด Buyer ให้ถูกก่อน
- หารายชื่อ Buyer จากช่องทางใด
- คัด Buyer ที่ควรนัดก่อนด้วยคะแนน 5 ด้าน
- Timeline นัดหมายก่อนงาน 8 สัปดาห์
- ต้องศึกษาข้อมูลอะไร ก่อนส่งข้อความ
- ตัวอย่างอีเมลนัด Buyer ภาษาอังกฤษ
- ตัวอย่างข้อความ LinkedIn และ Business Matching
- ติดตามอย่างไรเมื่อ Buyer ไม่ตอบ
- ยืนยันเวลานัดและจุดนัดอย่างไร
- ต้องส่งเอกสารอะไรให้ Buyer ก่อนประชุม
- จัดตารางประชุมในงานอย่างไรไม่ให้ชนกัน
- ข้อผิดพลาดที่ทำให้นัดไม่สำเร็จ
- เครื่องมือและแหล่งข้อมูลทางการ
1. อย่าเริ่มจากคำว่า “อยากพบ Buyer” ต้องระบุว่าอยากพบเพื่ออะไร
Buyer จะตัดสินใจรับนัดง่ายขึ้นเมื่อเข้าใจว่าการประชุมมีประโยชน์กับเขาอย่างไร หากข้อความบอกเพียงว่าเป็นแบรนด์ไทยและต้องการแนะนำสินค้า Buyer ยังไม่รู้ว่าสินค้าเหมาะกับตลาด ช่องทาง หรือกลุ่มลูกค้าของบริษัทเขาหรือไม่
2. หารายชื่อ Buyer ล่วงหน้าจากช่องทางใดได้บ้าง
การหา Buyer ไม่ควรพึ่งฐานข้อมูลแหล่งเดียว ควรนำรายชื่อจากผู้จัดงาน เครือข่ายธุรกิจ เว็บไซต์บริษัท และ LinkedIn มาตรวจสอบร่วมกัน
เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ
| ช่องทาง | ค้นหาอะไรได้ | วิธีใช้ให้เกิดนัดหมาย | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| ระบบ Business Matching ของผู้จัดงาน | Buyer หรือ Exhibitor ที่ลงทะเบียนในระบบ | ทำ Company Profile ให้ครบ ค้นหาบริษัท และส่ง Meeting Request | ระยะเวลาเปิดระบบและฟังก์ชันอาจต่างกันในแต่ละงาน |
| เว็บไซต์งานแสดงสินค้า | รายชื่อ Exhibitor, Product Category และ Programme | หา Partner, Distributor หรือบริษัทที่มี Portfolio ใกล้เคียง | รายชื่อ Exhibitor ไม่ได้หมายความว่าทุกรายเป็น Buyer |
| HKTDC Sourcing | บริษัท Supplier, Product และข้อมูลธุรกิจบางประเภท | ใช้ศึกษาตลาดและค้นหาบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหมวดสินค้า | ต้องตรวจบทบาทของบริษัทอีกครั้งก่อนติดต่อ |
| Buyer, Category Manager, Sourcing Manager และ Business Development | ค้นหาด้วยตำแหน่ง บริษัท หมวดสินค้า และประเทศ | อย่าส่งข้อความขายยาวทันทีหลังเชื่อมต่อ | |
| เว็บไซต์บริษัทเป้าหมาย | สินค้า ตลาด ช่องทาง และอีเมลติดต่อ | ใช้สร้างข้อความที่อ้างถึงธุรกิจของบริษัทนั้นโดยตรง | อีเมลทั่วไปอาจตอบช้ากว่าการติดต่อผู้รับผิดชอบโดยตรง |
| สมาคมและหน่วยงานส่งเสริมการค้า | สมาชิก กิจกรรม Business Matching และ Trade Mission | ขอคำแนะนำหรือ Referral จากผู้ประสานงาน | ต้องแจ้ง Profile และเป้าหมายของแบรนด์ให้ชัด |
| ลูกค้าและพันธมิตรเดิม | ผู้แนะนำที่มีความน่าเชื่อถือร่วมกัน | ขอ Warm Introduction พร้อมข้อความแนะนำสั้น ๆ | อย่าขอให้แนะนำโดยไม่มีข้อมูลว่าต้องการพบใคร |
3. ใช้ Buyer Fit Score คัดว่าใครควรได้รับข้อความก่อน
หากมีรายชื่อ 100 บริษัท ไม่ควรใช้เวลาส่งข้อความเท่ากันทุกราย ให้ประเมินว่าบริษัทใดมีโอกาสสนใจและมีความสามารถทำธุรกิจร่วมกันจริง
Buyer Fit Score: ให้คะแนนด้านละ 0–2 คะแนน
- 0–2 Product Fit: บริษัทขายสินค้าประเภทเดียวกันหรือสินค้าเสริมกันหรือไม่
- 0–2 Market Fit: มีตลาดและกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับแบรนด์หรือไม่
- 0–2 Channel Fit: มีช่องทาง Retail, Online, Corporate หรือ Distribution ที่ต้องการหรือไม่
- 0–2 Commercial Fit: ขนาดบริษัท ระดับราคา และรูปแบบการซื้อสอดคล้องกันหรือไม่
- 0–2 Access Fit: หาผู้รับผิดชอบและช่องทางติดต่อที่มีคุณภาพได้หรือไม่
| คะแนนรวม | Priority | แนวทางติดต่อ | เป้าหมาย |
|---|---|---|---|
| 8–10 คะแนน | Priority A | เขียนข้อความเฉพาะราย ติดต่อหลายช่องทางอย่างสุภาพ | ต้องพยายามยืนยันนัดก่อนเดินทาง |
| 5–7 คะแนน | Priority B | ส่งข้อความเฉพาะหมวดสินค้าและติดตามตามรอบ | นัดเมื่อมีช่วงเวลาว่างหรือพบที่บูธ |
| 0–4 คะแนน | Priority C | เก็บไว้สำหรับ Walk-in, Networking หรือ Email Campaign ภายหลัง | ไม่ควรใช้เวลาหลักก่อนงาน |
4. Timeline นัดหมาย Buyer ก่อนงาน 8 สัปดาห์
ระบุประเภท Buyer ประเทศ ช่องทาง ราคาเป้าหมาย และรูปแบบดีลที่ต้องการ
รวบรวมบริษัทจากผู้จัดงาน LinkedIn เว็บไซต์ สมาคม และเครือข่ายเดิม
ตรวจสินค้า ช่องทาง ผู้ตัดสินใจ และเหตุผลที่บริษัทนั้นควรพบคุณ
เสนอคุณค่าที่เกี่ยวข้อง แนบ One-page Overview และให้เลือกเวลานัด
เพิ่มข้อมูลใหม่ เช่น Bestseller, Market Proof, Wholesale Range หรือ Collaboration Idea
ติดต่อผ่าน LinkedIn ระบบ Business Matching หรือ Referral หากอีเมลยังไม่ได้รับการตอบ
ส่ง Calendar Invitation จุดนัด เบอร์โทร และข้อมูลบูธให้ครบ
ส่งข้อความสั้นเพื่อยืนยันวัน เวลา สถานที่ และชื่อผู้เข้าร่วม
5. ก่อนส่งข้อความ ต้องรู้ข้อมูลของ Buyer อย่างน้อย 6 เรื่อง
6. ตัวอย่างอีเมลนัดหมาย Buyer ภาษาอังกฤษ
Template 1: นัด Buyer ที่ตรงหมวดสินค้า
I am [Your Name], [Position] at [Company], a Thai brand specialising in [short product description].
I noticed that [Buyer’s Company] works with [specific product category, channel or customer group]. Our [specific product or collection] may be relevant to your portfolio because [one clear reason].
We will be attending [Trade Fair Name] in Hong Kong on [dates] and would be pleased to present our products, wholesale terms and market support in a 20-minute meeting.
Would any of the following times be convenient?
• [Date and time – Hong Kong time]
• [Date and time – Hong Kong time]
• [Date and time – Hong Kong time]
Our one-page product overview is attached for your reference.
Best regards,
[Name]
[Position / Company]
[Booth Number / Mobile / Email / Website]
Template 2: นัดบริษัท Trading หรือ Distributor
We are exploring distribution partners for [market or channel] and identified [Company] through [source].
Our brand currently offers [key products], with [short proof such as existing channels, customer profile or production capability]. We believe there may be a fit with your business in [specific reason].
I will be in Hong Kong for [Trade Fair Name] from [date] to [date]. Would you be available for a brief meeting to discuss your market coverage, customer channels and potential trial-order requirements?
I can meet at our booth [number], the fair’s business-matching area or another convenient location.
Kind regards,
[Name and contact details]
7. ตัวอย่างข้อความ LinkedIn และ Business Matching
ข้อความขอเชื่อมต่อ LinkedIn
ข้อความหลังอีกฝ่ายรับ Connection
ข้อความในระบบ Business Matching
🧳 เริ่มยืนยันนัดแล้ว ควรล็อกแผนเดินทางให้สัมพันธ์กับตารางประชุม
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจวันเดินทาง ที่พัก เอกสารบริษัท และกำหนดการเข้าร่วมงานตามข้อมูลจริงของคุณ
8. Buyer ไม่ตอบ ต้อง Follow-up อย่างไรไม่ให้ดูเป็น Spam
การไม่ตอบครั้งแรกไม่ได้หมายถึงไม่สนใจเสมอไป อีเมลอาจถูกเปิดในช่วงที่ Buyer กำลังจัดตารางงาน หรือผู้รับอาจต้องส่งต่อให้ Category Manager คนอื่น
| รอบติดตาม | ช่วงเวลาแนะนำ | สิ่งที่ควรเพิ่ม | สิ่งที่ไม่ควรทำ |
|---|---|---|---|
| Follow-up 1 | ประมาณ 4–6 วันทำการหลังข้อความแรก | ย้ำเหตุผลที่ตรงกับ Buyer และเสนอเวลาให้เลือก | ส่งข้อความเดิมซ้ำทั้งฉบับ |
| Follow-up 2 | ประมาณ 5–7 วันทำการถัดมา | เพิ่ม Bestseller, Price Range, Case หรือ Product Launch | ลดราคาทันทีเพื่อให้ได้คำตอบ |
| Final Follow-up | ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนงาน | แจ้ง Booth Number และช่วงเวลาว่างที่เหลือ | ใช้ถ้อยคำกดดันหรือทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด |
ตัวอย่าง Follow-up สั้น
I am following up on my earlier meeting request for [Trade Fair]. Based on your company’s focus on [specific category], I believe our [specific product] may be particularly relevant.
We currently have the following meeting slots available:
• [Option 1]
• [Option 2]
I would be pleased to send additional information if another colleague is responsible for this category.
Best regards,
[Name]
9. เมื่อ Buyer ตอบรับ ต้องยืนยันอะไรให้ครบ
คำว่า “See you at the fair” ยังไม่ถือเป็นนัดที่สมบูรณ์ ควรล็อกวัน เวลา สถานที่ ผู้เข้าร่วม และช่องทางติดต่อในกรณีที่หากันไม่พบ
เขียนวันที่ เวลา และ Time Zone ให้ชัด เช่น 11:00–11:20 HKT
นัดแรกประมาณ 20–30 นาทีมักเพียงพอสำหรับคัดกรองความสนใจ
เช่น Booth Number, Business Matching Lounge, Registration Area หรือร้านที่ระบุชื่อและชั้น
ใส่ชื่องาน ที่อยู่ จุดนัด Agenda และข้อมูลติดต่อใน Description
ช่วยให้เตรียมเนื้อหาตรงกับ Buyer, Technical Team หรือผู้บริหาร
ส่งข้อความสั้นก่อนนัด 3–5 วัน และส่งเบอร์โทรหรือ WhatsApp ที่ติดต่อได้ในฮ่องกง
ตัวอย่างข้อความยืนยันนัด
Thank you for confirming our meeting. Please find the details below:
Date: [Date]
Time: [Time] Hong Kong Time
Duration: 20 minutes
Location: [Booth / Meeting Area / Venue]
Agenda: Product introduction, market fit, MOQ and potential next steps
On-site contact: [Name and mobile number]
I have also sent a calendar invitation. We look forward to meeting you in Hong Kong.
10. ก่อนประชุมควรส่ง Buyer Pack อะไรบ้าง
หากเอกสารบริษัท ใบรับรอง หรือรายละเอียดผลิตภัณฑ์เป็นภาษาไทย ควรจัดทำฉบับภาษาอังกฤษก่อนส่งให้ Buyer การใช้บริการ แปลเอกสาร ควรตรวจชื่อสินค้า หน่วยวัด ตัวเลข เงื่อนไขราคา และชื่อบริษัทให้ตรงกับต้นฉบับทุกจุด
11. จัดตารางประชุมในงานอย่างไรไม่ให้ชนและไม่เหนื่อยเกินไป
งานแสดงสินค้าขนาดใหญ่อาจใช้เวลาเดินระหว่าง Hall มากกว่าที่คาด การนัดต่อกันทุก 20 นาทีโดยไม่เผื่อเวลาอาจทำให้สายตั้งแต่นัดที่สอง
| หลักจัดตาราง | คำแนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| Meeting Duration | ล็อกนัดแรกประมาณ 20–30 นาที | เพียงพอสำหรับคัดกรองและกำหนด Next Step |
| Buffer Time | เผื่อประมาณ 15–20 นาทีระหว่างนัด | รองรับการเดินทาง นัดก่อนหน้าล่าช้า และจดบันทึก |
| Location Cluster | จัดนัดใน Hall หรือพื้นที่ใกล้กันเป็นช่วง | ลดเวลาข้ามอาคารและลดโอกาสมาสาย |
| Priority Slot | ให้ Buyer Priority A อยู่ช่วงที่ทีมพร้อมที่สุด | หลีกเลี่ยงช่วงเปิดงานและก่อนปิดงานที่วุ่นวาย |
| Lunch Window | เว้นเวลารับประทานอาหารและจัดข้อมูล | ช่วยให้ทีมมีสมาธิในนัดช่วงบ่าย |
| Daily Review | เว้นเวลา 30–45 นาทีท้ายวัน | สรุป Lead ส่งข้อมูล และเตรียมนัดวันถัดไป |
ตัวอย่างตารางหนึ่งวัน
- 09:30–10:00 เตรียมบูธและยืนยันนัดช่วงเช้า
- 10:00–10:25 Buyer A1
- 10:45–11:10 Buyer A2
- 11:30–11:55 Buyer B1
- 12:00–13:00 Lunch และบันทึกข้อมูล
- 13:15–13:40 Buyer A3
- 14:00–14:25 Business Matching
- 15:00–15:25 Buyer B2
- 16:00–17:00 Walk-in และสำรวจคู่ค้า
- 17:00–17:30 ส่ง Follow-up ด่วนและสรุป Lead
12. ข้อผิดพลาดที่ทำให้นัด Buyer ล่วงหน้าไม่สำเร็จ
เคสที่ 1: ส่ง Catalog โดยไม่มีข้อความเฉพาะ
เจ้าของแบรนด์ส่งไฟล์ 40 หน้าให้ Buyer หลายสิบรายพร้อมข้อความว่า “Please check our products.” Buyer ต้องค้นหาเองว่าสินค้าใดเกี่ยวข้องกับเขา จึงไม่มีแรงจูงใจตอบกลับ
แนวทางแก้: เลือกสินค้า 3–5 รายการที่ตรงกับ Portfolio ของ Buyer และอธิบายเหตุผลในอีเมล
เคสที่ 2: ถามเพียงว่า “สะดวกวันไหน”
Buyer ต้องเปิดตารางและคิดคำตอบเอง ทำให้ข้อความถูกพักไว้
แนวทางแก้: เสนอเวลา 2–3 ตัวเลือก พร้อมระบุ Hong Kong Time และระยะเวลาประชุม
เคสที่ 3: ไม่ยืนยันจุดนัดหมาย
ทั้งสองฝ่ายอยู่ในอาคารเดียวกัน แต่ฝ่ายหนึ่งรอที่บูธ ส่วนอีกฝ่ายรอที่ Business Matching Area
แนวทางแก้: ส่ง Calendar Invitation พร้อม Hall, Booth, ชั้น จุดสังเกต และเบอร์โทร
เคสที่ 4: ติดต่อแต่บริษัท ไม่ได้ติดต่อผู้รับผิดชอบหมวด
อีเมลถูกส่งไปยังฝ่ายธุรการหรือ Customer Service ซึ่งไม่มีหน้าที่พิจารณาสินค้าใหม่
แนวทางแก้: ค้นหา Category Buyer, Sourcing Manager, Purchasing Manager หรือ Business Development ที่เกี่ยวข้อง
เคสที่ 5: ขอเวลาหนึ่งชั่วโมงตั้งแต่นัดแรก
Buyer ที่มีตารางแน่นอาจไม่รับนัด เพราะยังไม่รู้ว่าคุ้มกับเวลาหรือไม่
แนวทางแก้: เสนอการประชุม 20 นาที และขยายเวลาเมื่อเกิดความสนใจจริง
เคสที่ 6: นัดได้แล้วแต่ไม่เตรียม Next Step
การประชุมจบด้วยคำว่า “Keep in touch” โดยไม่มีการตกลงว่าจะส่ง Sample, Price List หรือข้อมูลอะไรต่อ
แนวทางแก้: ปิดประชุมด้วย Next Step ผู้รับผิดชอบ และวันครบกำหนดที่ชัดเจน
📋 Appointment Checklist ก่อนเดินทาง
- มี Buyer Long List และแบ่ง Priority A, B, C แล้ว
- ทราบชื่อ ตำแหน่ง บริษัท ตลาด และช่องทางของผู้รับ
- มีเหตุผลเฉพาะว่าทำไม Buyer แต่ละรายควรพบแบรนด์
- Company Profile และ Product Overview ภาษาอังกฤษพร้อมใช้งาน
- เสนอเวลานัด 2–3 ช่วงโดยใช้ Hong Kong Time
- Buyer ที่ตอบรับได้รับ Calendar Invitation แล้ว
- จุดนัด เบอร์โทร Booth Number และผู้เข้าร่วมชัดเจน
- มีเวลาสำรองระหว่างนัดและมี Slot สำหรับนัดด่วน
- ทีมรู้ว่าแต่ละนัดต้องนำเสนอสินค้าใดและถามคำถามอะไร
- มีระบบบันทึก Meeting Notes และ Follow-up หลังประชุม
เมื่อเริ่มมีนัดยืนยันแล้ว ควรวางตำแหน่งที่พักและเวลาเดินทางให้สัมพันธ์กับสถานที่จัดงาน ก่อนจอง ตั๋วเครื่องบิน ควรเผื่อเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงนัด และหลีกเลี่ยงเที่ยวบินขากลับที่กระชั้นกับการประชุมช่วงสุดท้าย
ผู้เดินทางต้องตรวจเงื่อนไขเข้าฮ่องกงตามสัญชาติและกิจกรรมจริง การเข้าชมงาน ประชุม ออกบูธ ติดตั้งอุปกรณ์ ทำงาน หรือรับค่าตอบแทนอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน สามารถอ่านข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ วีซ่าฮ่องกง และวางแผนพื้นที่พักหรือการเดินทางจากคู่มือ เที่ยวฮ่องกง โดยควรตรวจประกาศล่าสุดจากหน่วยงานทางการก่อนเดินทางจริง
13. เครื่องมือและแหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
🔎 Official Resources
- Hong Kong Trade Development Council — ตรวจปฏิทินงาน รายละเอียดผู้จัดงาน บริการ Buyer และข้อมูลธุรกิจล่าสุด
- HKTDC Click2Match — ข้อมูลเกี่ยวกับระบบ Business Matching และการนัดหมายออนไลน์ของงานที่รองรับ
- HKTDC EXHIBITION+ Support Centre — คู่มือการเข้าสู่ระบบ การส่งข้อความ และการใช้งานฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
- HKTDC Sourcing — ใช้ค้นหาสินค้า บริษัท และข้อมูลตลาดเพื่อประกอบการสร้าง Buyer List
- Hong Kong Immigration Department — ตรวจเงื่อนไขการเข้าเมืองและการอนุญาตตามสัญชาติและกิจกรรม
รายชื่อ Buyer ฟังก์ชัน Business Matching ช่วงเปิดใช้งานระบบ วันจัดงาน สถานที่ และเงื่อนไขเข้าร่วมอาจแตกต่างกันในแต่ละงานและเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจหน้าทางการของงานที่ลงทะเบียนและติดต่อผู้จัดงานโดยตรงก่อนวางแผนขั้นสุดท้าย
⭐ Co Journey Visa ช่วยเตรียมการเดินทางไปพบ Buyer ได้อย่างไร
- ตรวจเงื่อนไขการเดินทางตามกิจกรรมจริง — แยกการเข้าชมงาน การประชุม การออกบูธ และกิจกรรมที่อาจต้องตรวจเพิ่มเติม
- ตรวจความสัมพันธ์ของวันเดินทางกับตารางนัด — ช่วยลดความเสี่ยงจากเที่ยวบิน ที่พัก และเวลาประชุมที่กระชั้นเกินไป
- วางลำดับเอกสารประกอบ — ตรวจชื่อบริษัท วัตถุประสงค์ ผู้เชิญ และกำหนดการให้ใช้ข้อมูลสอดคล้องกัน
- ประสานงานแปลและรับรองเอกสาร — สำหรับเอกสารบริษัทหรือเอกสารประกอบการเดินทางที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ
- ดูเป็นรายเคสก่อนดำเนินการ — พิจารณาสัญชาติ ระยะเวลา กิจกรรม และเอกสารที่ผู้เดินทางมีจริง
❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการนัด Buyer ก่อนงานฮ่องกง
โดยทั่วไปควรเริ่มสร้างรายชื่อเป้าหมายก่อนงานประมาณ 6–8 สัปดาห์ และเริ่มส่งคำขอนัดหมายเมื่อมีข้อมูล Buyer และระบบ Business Matching เปิดให้ใช้งาน หากเริ่มช้ากว่านั้นยังติดต่อได้ แต่ช่วงเวลาที่ Buyer สะดวกอาจเหลือน้อยลง
สามารถติดตามอย่างสุภาพประมาณ 2–3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งควรเพิ่มข้อมูลใหม่ เช่น สินค้าที่ตรงกับตลาดของ Buyer ตัวอย่างราคา หรือช่วงเวลานัดที่ชัดเจน ไม่ควรส่งข้อความเดิมซ้ำทุกวัน
ควรส่งเมื่อรู้ว่าผู้รับสนใจสินค้ากลุ่มใดและเอกสารราคามีเงื่อนไขครบ หากยังไม่ทราบจำนวน ตลาดปลายทาง หรือรูปแบบดีล อาจส่ง Product Overview หรือราคาเบื้องต้นก่อน และระบุว่าราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับ MOQ บรรจุภัณฑ์ Incoterms และเงื่อนไขการชำระเงิน
การนัดที่บูธเหมาะกับการดูสินค้าและพบทีมงานหลายคน ส่วนพื้นที่ Business Matching หรือร้านกาแฟเหมาะกับการพูดคุยที่ต้องการสมาธิ ควรเลือกตามวัตถุประสงค์และระบุจุดนัดหมายให้ชัดเจน
ใช้ได้ โดยควรส่งข้อความสั้นและเจาะจงว่าเหตุใดสินค้าหรือแบรนด์ของคุณจึงเกี่ยวข้องกับบริษัทนั้น จากนั้นขออีเมลธุรกิจหรือเสนอช่วงเวลานัด ไม่ควรเริ่มด้วยการส่ง Catalog ขนาดใหญ่หรือข้อความขายทั่วไป
ควรเสนอเวลาให้เลือก 2–3 ช่วง ระบุเขตเวลาฮ่องกง จุดนัดหมาย และระยะเวลาประชุม เมื่อ Buyer เลือกแล้วให้ส่ง Calendar Invitation พร้อมข้อมูลติดต่อและจุดนัดสำรอง
📌 สรุปวิธีเพิ่มโอกาสได้นัด Buyer ก่อนเดินทาง
- กำหนดก่อนว่าต้องการพบ Importer, Distributor, Trading Company, Retail Buyer หรือ Licensing Partner
- เริ่มสร้างรายชื่อก่อนงานประมาณ 6–8 สัปดาห์
- คัด Buyer ด้วย Product, Market, Channel, Commercial และ Access Fit
- ส่งข้อความเฉพาะบริษัท ไม่ใช้ข้อความเดียวส่งหาทุกคน
- บอกเหตุผลที่ควรพบกันและเสนอเวลานัด 2–3 ช่วง
- ใช้ Business Matching, Email, LinkedIn และ Referral ร่วมกัน
- ติดตาม 2–3 ครั้งโดยเพิ่มข้อมูลใหม่ ไม่ส่งข้อความเดิมซ้ำ
- เมื่อตกลงแล้วให้ส่ง Calendar Invitation พร้อมจุดนัดและเบอร์ติดต่อ
- เผื่อเวลาระหว่างประชุมและจัด Buyer Priority A ในช่วงเวลาที่ทีมพร้อม
- ทุกการประชุมต้องจบด้วย Next Step ผู้รับผิดชอบ และวันครบกำหนด
ยืนยันนัด Buyer แล้ว วางแผนเดินทางให้รองรับทุกประชุม
หากกำลังเดินทางไปงานแสดงสินค้า พบ Buyer หรือประชุมคู่ค้าในฮ่องกง ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเงื่อนไขการเดินทาง กำหนดการ เอกสารประกอบ ที่พัก และการจองให้สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์จริงได้
📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.com







