เจรจากับบริษัท Trading ของฮ่องกง ต้องถามคำถามอะไรบ้าง
บริษัท Trading ติดต่อมาว่าสนใจนำสินค้าไทยไปขายในฮ่องกงและตลาดเอเชีย แต่เมื่อถามว่าจะขายผ่านช่องทางใด กลับตอบเพียงว่า “เรามีเครือข่ายจำนวนมาก” หากเจ้าของแบรนด์รีบส่งราคาต่ำสุดหรือให้สิทธิ์ Exclusive ในจังหวะนี้ ความเสี่ยงจะตกอยู่กับฝั่งไทยเกือบทั้งหมด
คำว่า Trading Company อาจหมายถึงผู้รวบรวมสินค้า ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ตัวแทนจัดซื้อ นายหน้าหาลูกค้า หรือบริษัทที่ซื้อสินค้าไปขายต่อจริง บทบาทเหล่านี้ใช้ราคา เงื่อนไข และระดับความรับผิดชอบไม่เหมือนกัน
เป้าหมายของการประชุมครั้งแรกจึงไม่ใช่รีบปิดยอด แต่ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร มีลูกค้าปลายทางจริงหรือไม่ ต้องการสิทธิ์ระดับไหน รับผิดชอบอะไร และดีลนี้สร้างกำไรที่ยั่งยืนให้ทั้งสองฝ่ายได้หรือไม่
✈️ มีนัดเจรจากับ Trading Company หรือ Buyer ที่ฮ่องกง?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจแผนเดินทาง วันนัด ที่พัก และเอกสารประกอบให้สัมพันธ์กันก่อนชำระค่าเดินทางจริง
📋 สารบัญบทความ
- Trading Company ทำหน้าที่อะไรในดีลนี้
- จะนำสินค้าไปขายตลาดและช่องทางใด
- คำถามเรื่องยอดสั่งซื้อ MOQ และ Forecast
- ต้องถามเรื่องราคา Incoterms และค่าใช้จ่ายอย่างไร
- คำถามเรื่องการชำระเงินและเครดิตเทอม
- ก่อนให้ Exclusive ต้องถามอะไร
- การใช้แบรนด์ Artwork และทรัพย์สินทางปัญญา
- วิธีตรวจสอบ Trading Company ก่อนเซ็นสัญญา
- กระบวนการสั่งซื้อ QC และการเคลมสินค้า
- ชุดคำถามภาษาอังกฤษสำหรับใช้ในห้องประชุม
- สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
- สิ่งที่ต้องทำหลังประชุม
1. เริ่มจากถามว่า Trading Company ทำหน้าที่อะไรในดีลนี้
อย่าเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “ต้องการราคาเท่าไร” ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ เพราะราคาที่เสนอให้ Importer, Sourcing Agent, Distributor และ Broker ไม่ควรเป็นราคาและเงื่อนไขชุดเดียวกัน
ซื้อสินค้าเข้าสต็อกเองหรือไม่
ช่วยแยกว่าอีกฝ่ายเป็น Buyer จริงหรือเป็นเพียงตัวกลางหาลูกค้า
Do you purchase and hold inventory, or do you work on a back-to-back order basis?ใครเป็นผู้ออก Purchase Order
ชื่อคู่สัญญา ผู้จ่ายเงิน และผู้รับสินค้าอาจเป็นคนละบริษัท
Which entity will issue the purchase order and make the payment?รายได้ของ Trading Company มาจากไหน
อาจมาจากส่วนต่างราคา ค่าคอมมิชชัน หรือค่าบริการจัดหา
Do you operate on a trading margin, commission or service-fee model?ขายให้ใครต่อ
ต้องรู้ว่าลูกค้าปลายทางเป็น Retailer, Distributor, Corporate Buyer หรือ Marketplace
Who are the intended customers for our products?2. บริษัท Trading จะนำสินค้าไปขายที่ไหนและขายให้ใคร
คำว่า “ขายในฮ่องกง” ยังไม่ละเอียดพอ เพราะสินค้าที่ขายในห้าง Department Store, Specialty Shop, Supermarket, Corporate Gift และ Marketplace มีต้นทุน โปรโมชั่น บรรจุภัณฑ์ และ Margin ต่างกัน
เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ
| เรื่องที่ต้องถาม | ตัวอย่างคำถามภาษาอังกฤษ | เหตุผลที่ต้องรู้ |
|---|---|---|
| ตลาดปลายทาง | Which countries or territories are you planning to sell in? | ป้องกันสินค้าไหลไปยังพื้นที่ที่มีคู่ค้ารายอื่น |
| ช่องทางขาย | Which sales channels will you use? | ประเมินราคา โปรโมชั่น และภาพลักษณ์แบรนด์ |
| ลูกค้าเป้าหมาย | Who is the target consumer and what is the expected retail price? | ตรวจว่าราคาสินค้าเหมาะกับตลาดจริงหรือไม่ |
| ลูกค้าหลักที่มีอยู่ | Which retailers or business customers do you currently supply? | ตรวจความสามารถเข้าถึงช่องทางขาย |
| สินค้าคู่แข่ง | Which competing or comparable brands are already in your portfolio? | ดูความขัดแย้งและตำแหน่งของสินค้า |
| ราคาขายปลายทาง | What retail price range do you believe is suitable for this market? | คำนวณ Margin และ Landed Cost ย้อนกลับ |
3. ต้องถามยอดสั่งซื้อ MOQ และ Forecast ให้แยกจากกัน
Forecast ไม่ใช่ Purchase Order และยอดขายที่คาดการณ์ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้แบรนด์ลดราคาหรือให้ Exclusive โดยไม่มีคำมั่นที่วัดผลได้
คำสั่งซื้อทดลอง
ตรวจว่าต้องการทดลองกี่ SKU และกี่ชิ้นต่อ SKU
What quantity and SKU mix are you considering for the initial trial order?ยอดสั่งซื้อปกติ
แยก Trial Order ออกจากจำนวน Repeat Order
What would be the expected quantity for regular repeat orders?ความถี่สั่งซื้อ
ช่วยประเมินกำลังผลิตและกระแสเงินสด
How frequently do you expect to place purchase orders?Forecast มีหลักฐานอะไร
สอบถามว่ามีคำสั่งซื้อจากลูกค้าปลายทางหรือเป็นเพียงเป้าหมาย
Is the forecast based on confirmed customer demand or an internal sales estimate?4. คำถามเรื่องราคา Incoterms และค่าใช้จ่ายต้องเจาะให้ถึงจุดส่งมอบ
ตัวเลขราคาเดียวอาจมีความหมายต่างกันมาก หากฝ่ายหนึ่งเข้าใจว่าเป็นราคาหน้าโรงงาน แต่อีกฝ่ายเข้าใจว่ารวมขนส่งถึงฮ่องกงแล้ว ก่อนตอบราคา ต้องกำหนดจุดส่งมอบและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ละช่วง
| ประเด็นราคา | คำถามที่ควรถาม | สิ่งที่ต้องบันทึกในข้อเสนอ |
|---|---|---|
| Price Basis | Which Incoterms® rule and named place do you prefer? | Rule, Named Place และเวอร์ชัน Incoterms |
| ค่าขนส่ง | Will you nominate the freight forwarder? | ฝ่ายที่จองและชำระค่าขนส่ง |
| บรรจุภัณฑ์ | Do you require custom packaging, labels or barcodes? | Standard Packaging และค่า Custom เพิ่มเติม |
| การตรวจสินค้า | Do you require third-party inspection before shipment? | มาตรฐานตรวจ ผู้ว่าจ้าง และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย |
| เอกสาร | Which shipping and compliance documents are required? | รายการเอกสารและค่าออกเอกสาร |
| สกุลเงิน | Which currency should be used for the quotation and payment? | Currency, Price Validity และเงื่อนไขปรับราคา |
5. ถามเรื่องการชำระเงินก่อนคุยส่วนลด
ราคาที่ดูดีอาจกลายเป็นดีลที่ไม่ดี หากต้องให้เครดิตยาว รับความเสี่ยงค่าเงิน หรือผลิตทั้งหมดก่อนรับเงิน การเจรจาราคาจึงต้องเดินพร้อมกับ Payment Terms
วิธีชำระเงิน
What payment method do you normally use with overseas suppliers?เงินมัดจำ
What deposit percentage can be arranged for the first order?ยอดคงเหลือ
When will the balance become due: before shipment or against documents?เครดิตเทอม
Are you requesting open-account terms? If so, what credit period?ค่าธรรมเนียมธนาคาร
How will bank charges and intermediary bank fees be allocated?ชื่อบัญชีผู้รับเงิน
Will payment be made by the same legal entity stated in the contract?6. ถ้าบริษัท Trading ขอ Exclusive ต้องถามอะไรให้ครบ
คำว่า Exclusive อาจครอบคลุมทั้งประเทศ ทุกช่องทาง และสินค้าทุกประเภท หากไม่แยกขอบเขตให้ละเอียด แบรนด์อาจเสียโอกาสขายให้คู่ค้ารายอื่นโดยไม่ได้รับยอดสั่งซื้อที่เหมาะสมกลับมา
| หัวข้อ Exclusive | คำถามที่ต้องถาม | เงื่อนไขป้องกันความเสี่ยง |
|---|---|---|
| Territory | Does the requested territory cover Hong Kong only or other markets? | ระบุประเทศหรือเขตพื้นที่ทีละแห่ง |
| Channel | Is exclusivity required for all channels or selected channels only? | แยก Retail, Online, Corporate และ Duty-free |
| Product Scope | Which products or categories are included? | ระบุ SKU หรือ Category ที่ชัดเจน |
| Minimum Purchase | What annual minimum purchase can you commit to? | กำหนดยอดขั้นต่ำเป็นลายลักษณ์อักษร |
| Sales Target | What quarterly sales targets and reporting will be provided? | มี KPI และ Sales Report ตามรอบ |
| Marketing | What launch and marketing investment will your company provide? | กำหนดกิจกรรม งบประมาณ และระยะเวลา |
| Exit Clause | What happens if the minimum target is not achieved? | ลดพื้นที่ ลดช่องทาง หรือคืนสิทธิ์เป็น Non-exclusive |
🧳 เตรียมคำถามเจรจาครบแล้ว อย่าลืมตรวจเงื่อนไขการเดินทาง
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูวันนัด วัตถุประสงค์ เอกสารบริษัท ที่พัก และแผนการเดินทางให้สัมพันธ์กันก่อนออกเดินทาง
7. ต้องถามว่าจะใช้แบรนด์ Artwork และรูปสินค้าอย่างไร
Trading Company อาจต้องใช้รูปสินค้า โลโก้ และข้อมูลแบรนด์เพื่อเสนอให้ลูกค้าปลายทาง แต่การอนุญาตให้ใช้สื่อเพื่อขายสินค้าไม่ควรถูกตีความว่าเป็นสิทธิ์แก้ไขงาน จดทะเบียนเครื่องหมาย หรือให้สิทธิ์ต่อแก่บุคคลอื่น
ใช้สื่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด
How do you plan to use our trademarks, product images and marketing materials?ใครเป็นผู้อนุมัติ Artwork
Will all artwork and marketing materials be submitted for our written approval?มีการแปลหรือปรับชื่อสินค้าหรือไม่
Do you intend to translate, localize or modify any brand or product content?จะส่งต่อไฟล์ให้ใครบ้าง
Will any brand assets be shared with retailers, agencies or other third parties?ขอจดทะเบียนในนามใคร
Will any trademark, domain name or marketplace account be registered locally?หยุดใช้สื่อเมื่อสัญญาจบอย่างไร
How will brand materials and listings be removed after termination?เอกสารสิทธิ์ สัญญาแต่งตั้งตัวแทน และเงื่อนไขการใช้แบรนด์อาจต้องจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ หากใช้บริการ แปลเอกสาร ควรตรวจให้คำว่า Distributor, Agent, Trading Company, Licensee และ Territory สอดคล้องกับบทบาทจริง ไม่ควรใช้แทนกันโดยไม่พิจารณาผลทางสัญญา
8. ตรวจสอบบริษัท Trading ฮ่องกงก่อนเชื่อ Forecast หรือให้เครดิต
การมีเว็บไซต์และนามบัตรไม่ได้ยืนยันว่าอีกฝ่ายมีอำนาจซื้อหรือมีสถานะตรงตามที่กล่าวอ้าง ก่อนรับคำสั่งซื้อ ให้เครดิต หรือเซ็นสัญญาระยะยาว ควรทำ Due Diligence ตามระดับความเสี่ยงของดีล
ชื่อบนสัญญา Purchase Order Invoice และบัญชีธนาคารควรตรวจสอบเชื่อมโยงกันได้
ตรวจสถานะบริษัท ที่อยู่จดทะเบียน และข้อมูลผู้มีอำนาจตามช่องทางทางการ
อีเมลบริษัทควรสอดคล้องกับเว็บไซต์ ระวังการสื่อสารที่ย้ายไปใช้อีเมลส่วนตัวโดยไม่มีเหตุผล
สอบถาม Supplier หรือคู่ค้าที่เคยทำธุรกิจ โดยต้องได้รับอนุญาตให้ติดต่อได้จริง
ขอข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เช่น หมวดสินค้า รูปแบบโครงการ หรือ Reference ที่ไม่ละเมิดความลับทางธุรกิจ
ผู้เข้าประชุม ผู้เจรจา และผู้ลงนามอาจเป็นคนละคน ต้องรู้ว่าใครอนุมัติราคาและสัญญา
ระวังคำขอให้โอนเงินไปยังบริษัทหรือบุคคลที่ไม่ปรากฏในสัญญาโดยไม่มีเอกสารรองรับ
9. ถามกระบวนการทำงานหลังตกลงราคาให้ครบ
หลายดีลมีปัญหาไม่ใช่เพราะราคาหรือสัญญา แต่เพราะไม่มีใครกำหนดว่าใครอนุมัติตัวอย่าง ใครตรวจสินค้า และต้องแก้ปัญหาอย่างไรเมื่อสินค้าส่งล่าช้าหรือมีข้อบกพร่อง
| กระบวนการ | คำถามที่ควรถาม | สิ่งที่ต้องตกลง |
|---|---|---|
| Sample Approval | Who will approve samples and final specifications? | ผู้อนุมัติ จำนวนรอบแก้ และเวลาตอบกลับ |
| Purchase Order | What information must appear on the purchase order? | SKU จำนวน ราคา Incoterms และวันส่ง |
| Production | When does the production lead time officially start? | เริ่มหลังรับมัดจำหรือหลังอนุมัติตัวอย่าง |
| Inspection | What inspection standard and sampling method will be used? | เกณฑ์ QC ผู้ตรวจ และค่าใช้จ่าย |
| Shipping Documents | Which documents must be provided before shipment? | Invoice, Packing List, Certificate และเอกสารอื่น |
| Claims | How will damaged, defective or short-shipped goods be handled? | ระยะเวลาแจ้ง หลักฐาน และวิธีชดเชย |
| Product Recall | Who will manage and bear the cost of a product recall? | ความรับผิดชอบตามสาเหตุและเขตอำนาจ |
10. ชุดคำถามภาษาอังกฤษสำหรับใช้ในห้องประชุม
Opening: ทำความเข้าใจเป้าหมายของอีกฝ่าย
ช่วยเล่าโมเดลธุรกิจและบทบาทของบริษัทในความร่วมมือนี้ได้ไหม
อะไรทำให้สนใจแบรนด์ของเรา และคิดว่าสินค้ากลุ่มใดมีโอกาสที่สุด
ลูกค้า ตลาด และช่องทางขายเป้าหมายคืออะไร
บริษัทจะซื้อสินค้าเข้าสต็อกเองหรือทำหน้าที่เป็นตัวกลาง
ต้องการเริ่มคำสั่งซื้อทดลองจำนวนเท่าไรและกี่ SKU
บริษัทสามารถให้คำมั่นยอดซื้อรายปีที่เป็นจริงได้เท่าไร
ต้องการใช้ Incoterms จุดส่งมอบ และเงื่อนไขชำระเงินแบบใด
บริษัทจะทำการตลาดและลงทุนสนับสนุนแบรนด์อย่างไร
หากขอ Exclusive สามารถรับรองยอดซื้อขั้นต่ำและเป้าหมายผลงานใดได้บ้าง
ใครคือผู้ตัดสินใจและผู้ประสานงานหลักหลังการประชุม
11. สัญญาณเตือนที่ควรหยุดตรวจสอบก่อนเดินหน้าดีล
🚩 ขอราคาต่ำสุด แต่ไม่บอกตลาดและจำนวน
ราคาต้องอิงปริมาณ ขอบเขตบริการ บรรจุภัณฑ์ และการส่งมอบ หากอีกฝ่ายปฏิเสธให้ข้อมูลพื้นฐาน ราคาอาจถูกนำไปเปรียบเทียบหรือเสนอให้บุคคลอื่นโดยที่ดีลยังไม่มีความชัดเจน
🚩 ขอ Exclusive ตั้งแต่ยังไม่มีคำสั่งซื้อ
สิทธิ์แต่ผู้เดียวควรแลกกับยอดซื้อขั้นต่ำ แผนตลาด และผลลัพธ์ที่วัดได้ ไม่ใช่แลกกับคำพูดว่าจะช่วยเปิดตลาด
🚩 ชื่อผู้จ่ายเงินไม่ตรงกับคู่สัญญา
ควรขอคำอธิบายและเอกสารเชื่อมโยงบริษัทก่อนดำเนินการ ระวังการเปลี่ยนบัญชีธนาคารกะทันหันผ่านอีเมล
🚩 ขอไฟล์ต้นฉบับก่อนตกลงสิทธิ์
ควรส่งเฉพาะไฟล์ที่จำเป็นต่อการประเมินและใส่ Watermark เมื่อเหมาะสม ไฟล์ผลิตควรส่งหลังมีข้อตกลงและขั้นตอนอนุมัติที่ชัดเจน
🚩 ต้องการเครดิตยาวตั้งแต่คำสั่งซื้อแรก
คู่ค้าใหม่ที่ยังไม่มีประวัติการชำระควรเริ่มจากเงื่อนไขที่ควบคุมความเสี่ยงได้ แล้วค่อยปรับเครดิตเมื่อมีประวัติการค้าจริง
🚩 รีบให้เซ็นเอกสารโดยไม่ให้เวลาตรวจ
ข้อตกลงที่มี Territory, Exclusivity, Penalty, Governing Law หรือสิทธิ์ในแบรนด์ควรได้รับเวลาตรวจและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
12. หลังประชุม ต้องทำอะไรเพื่อไม่ให้ข้อตกลงคลาดเคลื่อน
สรุปวัตถุประสงค์ ตลาด สินค้า จำนวน ราคาเบื้องต้น และประเด็นที่ยังรอคำตอบ
แยกข้อมูลเพื่อการหารือออกจากข้อเสนอที่มีอายุและเงื่อนไขชัดเจน
อ้างอิงจำนวนจริง สกุลเงิน Incoterms บรรจุภัณฑ์ และ Payment Terms ที่คุยกัน
เช่น ส่งตัวอย่าง ตรวจเอกสารบริษัท ยืนยัน Forecast หรือร่าง Distribution Agreement
แต่ละฝ่ายต้องรู้ว่าใครส่งอะไรภายในวันใด
คำพูดในที่ประชุมไม่ควรแทน Purchase Order เงินมัดจำ หรือสัญญาที่จำเป็น
📋 One-page Meeting Checklist
- Trading Company ซื้อสินค้าเองหรือเป็นตัวกลาง
- คู่สัญญา ผู้จ่ายเงิน และผู้รับสินค้าเป็นบริษัทใด
- ตลาด ประเทศ ลูกค้า และช่องทางขายปลายทางคืออะไร
- Trial Order, MOQ, Repeat Order และ Forecast เท่าไร
- ราคาอิงสกุลเงินและ Incoterms ใด
- ใครรับผิดชอบ Packaging, Inspection, Freight และเอกสาร
- Deposit, Balance และ Credit Term เป็นอย่างไร
- ขอ Exclusive หรือไม่ และมี Minimum Commitment เท่าไร
- จะใช้โลโก้ Artwork และข้อมูลแบรนด์อย่างไร
- ใครเป็นผู้ตัดสินใจและผู้ประสานงานหลัก
- หลังประชุมต้องส่งเอกสารอะไรและภายในวันใด
ก่อนจอง ตั๋วเครื่องบิน ควรยืนยันวันประชุม สถานที่ ผู้เข้าร่วม และเวลาสำรองสำหรับเดินทางระหว่างนัด หากกำหนดการยังเปลี่ยนได้ ควรพิจารณาเงื่อนไขการเปลี่ยนเที่ยวบินและที่พักร่วมด้วย
เงื่อนไขการเข้าฮ่องกงควรตรวจตามสัญชาติและกิจกรรมจริง การประชุม เจรจา เข้าชมงาน ออกบูธ ติดตั้งสินค้า หรือรับค่าตอบแทนอาจต้องพิจารณาคนละเงื่อนไข สามารถอ่านข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ วีซ่าฮ่องกง และใช้คู่มือ เที่ยวฮ่องกง วางแผนพื้นที่พักและเวลาเดินทาง แต่ควรยึดข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานทางการก่อนเดินทางจริง
13. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรใช้ตรวจสอบก่อนทำธุรกรรม
🔎 Official References
- Hong Kong Companies Registry — ตรวจข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทและบริการค้นหาข้อมูลนิติบุคคล
- GovHK: Business & Company Registration — ข้อมูลภาพรวมเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจและบริษัทในฮ่องกง
- Hong Kong Customs and Excise Department — ตรวจขั้นตอนศุลกากร สินค้าควบคุม และข้อกำหนดการนำเข้า–ส่งออก
- Hong Kong Trade Development Council — ข้อมูลตลาด งานแสดงสินค้า และแหล่งสนับสนุนธุรกิจระหว่างประเทศ
- International Chamber of Commerce: Incoterms® Rules — ตรวจขอบเขตหน้าที่ ต้นทุน และความเสี่ยงของเงื่อนไขส่งมอบ
ข้อมูลบริษัท สถานะการจดทะเบียน กฎศุลกากร ข้อกำหนดสินค้า Incoterms และเงื่อนไขการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ และให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ภาษี ศุลกากร หรือการค้าระหว่างประเทศตรวจเอกสารตามความเสี่ยงของธุรกรรม
⭐ Co Journey Visa ช่วยเตรียมการเดินทางไปเจรจาธุรกิจได้อย่างไร
- ตรวจเงื่อนไขการเดินทางตามกิจกรรมจริง — แยกการประชุม เข้าชมงาน ออกบูธ และกิจกรรมที่อาจต้องตรวจเงื่อนไขเพิ่มเติม
- เช็กกำหนดการกับเอกสารประกอบ — วันนัด ที่พัก เที่ยวบิน และวัตถุประสงค์ควรเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน
- วางลำดับการเตรียมเอกสาร — ลดความเสี่ยงจากชื่อบริษัท วันที่ หรือข้อมูลผู้เชิญที่ไม่สอดคล้องกัน
- ประสานงานแปลและรับรองเอกสาร — สำหรับเอกสารบริษัทหรือเอกสารประกอบที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ
- แนะนำตามเคสผู้เดินทาง — พิจารณาสัญชาติ ระยะเวลา กิจกรรม และเอกสารที่มีจริง
❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการเจรจากับ Trading Company ฮ่องกง
Trading Company อาจทำหน้าที่จัดซื้อ รวมสินค้า ประสานโรงงาน ส่งออก หรือขายต่อให้คู่ค้าอื่น ขณะที่ Distributor มักรับผิดชอบการนำสินค้าไปกระจายในตลาดและช่องทางขายที่กำหนด จึงต้องถามบทบาทที่แท้จริงก่อนเสนอราคาและสิทธิ์ทางการค้า
ไม่ควรส่งราคาต่ำสุดก่อนทราบจำนวนสั่งซื้อ บรรจุภัณฑ์ Incoterms เงื่อนไขชำระเงิน ตลาดปลายทาง และบริการที่ Trading Company ต้องการ ควรเสนอราคาแบบมีเงื่อนไขและแยกราคาตามปริมาณ
ควรถามพื้นที่ ช่องทางสินค้า ระยะเวลา ยอดสั่งขั้นต่ำ เป้าหมายยอดขาย งบการตลาด รายงานยอดขาย ลูกค้าปลายทาง และเงื่อนไขคืนสิทธิ์หากทำผลงานไม่ถึงเป้า ไม่ควรให้สิทธิ์กว้างโดยไม่มี Performance Commitment
ควรตรวจชื่อบริษัทและสถานะการจดทะเบียน ขอ Business Registration Certificate ตรวจที่อยู่ เว็บไซต์ อีเมลบริษัท ผู้มีอำนาจลงนาม ประวัติการค้า Reference จาก Supplier และตรวจว่าบัญชีรับชำระเงินเป็นชื่อเดียวกับคู่สัญญาหรือไม่
ควรพิจารณาจากประวัติเครดิต มูลค่าคำสั่งซื้อ ประกันการค้า หลักประกัน ความสามารถกระแสเงินสด และประสบการณ์การชำระเงินที่ผ่านมา สำหรับคู่ค้าใหม่อาจเริ่มจากเงินมัดจำหรือคำสั่งซื้อทดลองก่อนขยายเครดิต
ควรส่ง Meeting Summary, Price List หรือ Quotation ที่ปรับแล้ว Product Specification, MOQ, Sample Policy, Lead Time, Payment Terms, Incoterms และรายการ Next Steps พร้อมผู้รับผิดชอบและกำหนดเวลา
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำก่อนเจรจากับบริษัท Trading ของฮ่องกง
- ทำความเข้าใจบทบาทของ Trading Company ก่อนเสนอราคา
- ถามตลาด ช่องทาง ลูกค้าปลายทาง และราคาขายเป้าหมายให้ชัด
- แยก Trial Order, MOQ, Forecast และยอดซื้อที่รับรองได้ออกจากกัน
- ราคา Incoterms สกุลเงิน บรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายต้องถูกบันทึกเป็นเงื่อนไขเดียวกัน
- อย่าลดราคาก่อนคุย Payment Terms และความเสี่ยงเครดิต
- Exclusive ต้องมีขอบเขต ยอดซื้อขั้นต่ำ KPI และเงื่อนไขคืนสิทธิ์
- กำหนดวิธีใช้แบรนด์ Artwork และบัญชี Marketplace ให้ชัด
- ตรวจสถานะบริษัท ผู้มีอำนาจ Trade Reference และชื่อบัญชีธนาคาร
- หลังประชุมต้องส่งสรุปและกำหนด Next Step เป็นลายลักษณ์อักษร
- สัญญาสำคัญควรได้รับการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนลงนาม
เตรียมคำถามให้พร้อม และเตรียมเอกสารเดินทางให้เป็นระบบ
หากกำลังเดินทางไปเจรจากับ Trading Company, Buyer หรือ Distributor ในฮ่องกง ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเงื่อนไขการเดินทาง กำหนดการ เอกสารประกอบ และการจองให้สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของคุณได้
📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.com







