🇨🇳 Thai ↔ Chinese Translation

รับแปลภาษาจีน ไทย–จีน จีน–ไทย สำหรับธุรกิจและเอกสาร

รับประเมินงานแปลภาษาไทยเป็นจีนและจีนเป็นไทย ตั้งแต่เอกสารบริษัท สัญญา เอกสารการค้า ไปจนถึงเอกสารส่วนบุคคล โดยตรวจรูปแบบภาษาจีน ชื่อเฉพาะ ศัพท์ธุรกิจ ตัวเลข และวัตถุประสงค์ก่อนเริ่มงาน
📅 อัปเดตล่าสุด: 5 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ 🇹🇭 ไทย → จีน • 🇨🇳 จีน → ไทย

ปัญหาของงานแปลภาษาจีนสำหรับธุรกิจมักไม่ได้เริ่มจากประโยคยาก แต่เริ่มจากสิ่งเล็กกว่า เช่น ชื่อบริษัทมีภาษาจีนที่ใช้อยู่แล้วหรือไม่ สินค้าชื่อนี้ควรแปลหรือคงชื่อเดิม ตัวเลขในตารางใช้หน่วยอะไร และผู้รับต้องการจีนรูปแบบใด

ตัวอย่างง่าย ๆ คือบริษัทไทยมีชื่อภาษาจีนที่คู่ค้าใช้มาหลายปี แต่ส่งเอกสารให้แปลโดยไม่ได้แนบ Reference หากสร้างชื่อจีนขึ้นใหม่ เอกสารฉบับใหม่อาจเรียกบริษัทเดียวกันคนละชื่อกับนามบัตร เว็บไซต์ Invoice และสัญญาเดิม แม้ข้อความส่วนอื่นจะแปลถูกก็ตาม

Co Journey Visa จึงรับประเมิน แปลเอกสาร ไทย–จีนและจีน–ไทยโดยดู ภาษาต้นทาง + ภาษาปลายทาง + ประเภทเอกสาร + ประเทศหรือกลุ่มผู้รับ + ศัพท์เฉพาะ + Reference เดิม ก่อนเริ่มงาน

สรุปสั้น ๆ: งานแปลภาษาจีนสำหรับธุรกิจและเอกสารควรระบุให้ชัดว่าเป็น ไทย → จีน หรือ จีน → ไทย และถ้าแปลเป็นจีนควรบอกด้วยว่าผู้รับอยู่ที่ใดหรือใช้เอกสารในตลาดไหน เพื่อเลือกตัวอักษรและคำศัพท์ให้เหมาะสม พร้อมส่งชื่อบริษัท ชื่อบุคคล Product Name และ Glossary เดิมถ้ามี

💬 มีไฟล์จีนแต่ยังไม่รู้ว่าจะประเมินงานอย่างไร?
ส่งเอกสาร พร้อมพิมพ์ “จีน → ไทย” หรือ “ไทย → จีน” และแจ้งวัตถุประสงค์ ทีมช่วยตรวจ Scope และความพร้อมก่อนเสนอราคา

🇨🇳 ส่งไฟล์ภาษาจีนให้ตรวจ
ทีมธุรกิจตรวจเอกสารและข้อมูลก่อนเริ่มงานแปลภาษาจีน

1. ไทย–จีน กับจีน–ไทย ต้องเตรียมข้อมูลต่างกันอย่างไร

ทิศทางการแปลไม่ใช่รายละเอียดเล็ก ๆ เพราะมีผลต่อวิธีตรวจชื่อเฉพาะ คำศัพท์ และ Reference ที่ควรใช้

🇹🇭 ไทย → จีน ต้องรู้ว่าเอกสารจะถูกอ่านโดยใคร ใช้ที่ประเทศหรือพื้นที่ใด มีชื่อจีนเดิมหรือไม่ และศัพท์ของบริษัทมีมาตรฐานที่ใช้กับคู่ค้าอยู่แล้วหรือไม่
🇨🇳 จีน → ไทย ต้องรักษาความหมายของต้นฉบับ พร้อมตรวจชื่อบุคคล บริษัท ตัวเลข หน่วยวัด ตราประทับ และคำที่มีบริบทเฉพาะทาง
วิธีแจ้งงานที่ช่วยให้ประเมินเร็วขึ้น: ระบุให้ครบ เช่น “จีน → ไทย / สัญญาซื้อขาย 12 หน้า / ใช้ตรวจภายในบริษัท / ต้องการไฟล์ Word” ดีกว่าถามเพียงว่า “รับแปลจีนไหม”

2. ก่อนแปลไทยเป็นจีน ต้องรู้ว่าผู้รับใช้ภาษาจีนแบบไหน

คำว่า “ภาษาจีน” ยังไม่เพียงพอสำหรับกำหนด Scope ของงานทุกประเภท เพราะผู้รับในแต่ละตลาดอาจใช้รูปแบบตัวอักษรและคำศัพท์ไม่เหมือนกัน

ข้อมูลที่ควรถาม เหตุผล ตัวอย่างสิ่งที่ควรส่ง
ผู้รับอยู่ที่ใด ช่วยกำหนดรูปแบบภาษาปลายทางและคำศัพท์ให้เหมาะกับผู้อ่าน ประเทศ เมือง บริษัท หรือกลุ่มลูกค้า
ใช้เพื่ออะไร Brochure กับสัญญาธุรกิจใช้สำนวนและระดับความเป็นทางการต่างกัน การตลาด สัญญา รายงาน เอกสารบริษัท
มีภาษาจีนเดิมหรือไม่ ลดการสร้างชื่อและศัพท์ใหม่ที่ขัดกับเอกสารเก่า เว็บไซต์ นามบัตร Catalogue สัญญาเดิม
มี Glossary หรือไม่ ช่วยให้ Product Name และ Technical Term ใช้สม่ำเสมอ Excel คำศัพท์ คู่มือ Brand

📱 บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้

📌 ถ้าไม่แน่ใจเรื่องรูปแบบภาษาจีน: แจ้งผู้รับและประเทศปลายทางก่อน ไม่ควรเลือกจากคำว่า “จีนตัวย่อ” หรือ “จีนตัวเต็ม” โดยไม่ดูบริบทการใช้งาน

3. เอกสารธุรกิจจีนประเภทไหนส่งมาแปลได้บ้าง

งานไทย–จีนไม่ได้มีเฉพาะเอกสารราชการ แต่พบมากในงานซื้อขาย บริษัท โรงงาน การนำเสนอสินค้า และการประสานงานกับคู่ค้าด้วย

📑 สัญญาและข้อตกลง Sales Agreement, Service Agreement, MOU หรือเงื่อนไขทางธุรกิจที่ต้องควบคุมคำสำคัญให้สม่ำเสมอ
🏢 เอกสารบริษัท หนังสือบริษัท รายงาน หนังสือมอบอำนาจ เอกสารผู้ถือหุ้น หรือเอกสารประกอบการติดต่อธุรกิจ
📦 เอกสารสินค้า Product Specification, Catalogue, รายละเอียดสินค้า คู่มือ หรือข้อมูลสำหรับคู่ค้า
💰 เอกสารการค้า Quotation, Invoice, Purchase Order และข้อความที่เกี่ยวกับจำนวน ราคา เงื่อนไข และการส่งมอบ
👤 เอกสารส่วนบุคคล เอกสารครอบครัว การศึกษา การทำงาน หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ระหว่างไทยและจีน
📊 Presentation / รายงาน เอกสารนำเสนอธุรกิจ รายงานโครงการ และเนื้อหาที่ต้องให้ผู้อ่านเข้าใจศัพท์เฉพาะขององค์กร

4. ชื่อบริษัท แบรนด์ และชื่อบุคคล ทำไมต้องมี Reference

ชื่อเฉพาะเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้งานแปลจีน “อ่านได้แต่ใช้จริงยาก” เพราะชื่อเดียวสามารถถอดเสียงหรือเลือกตัวอักษรจีนได้หลายแบบ

ชื่อบริษัท ถ้าบริษัทมีชื่อภาษาจีนที่ใช้กับคู่ค้า เว็บไซต์ หรือเอกสารเดิมอยู่แล้ว ควรใช้ Reference นั้นแทนการสร้างชื่อใหม่
ชื่อบุคคล ควรตรวจ Passport นามบัตร หรือเอกสารที่บุคคลใช้จริง โดยเฉพาะเมื่อเอกสารหลายฉบับต้องอ้างถึงคนเดียวกัน
ชื่อสินค้า ต้องตัดสินใจว่าจะใช้ชื่อ Brand เดิม ชื่อจีนที่ตลาดใช้อยู่ หรือแปลคำอธิบายสินค้าแยกจากชื่อสินค้า
ชื่อสถานที่ เมือง จังหวัด โรงงาน หรือสาขาควรใช้รูปแบบเดียวกันตลอดโปรเจกต์
⚠️ ตัวอย่างความเสี่ยง: บริษัทมีชื่อจีนที่คู่ค้าใช้ในสัญญาเดิม แต่ไฟล์ใหม่ไม่ได้แนบสัญญาเก่า หากสร้างชื่อบริษัทจีนอีกแบบ เอกสารสองฉบับอาจดูเหมือนกล่าวถึงคนละนิติบุคคล

5. ตัวเลข เงิน วันที่ และหน่วยวัด คือจุดที่ต้องตรวจแยก

เอกสารธุรกิจจำนวนมากไม่ได้ผิดจากการแปลประโยค แต่ผิดจากรายละเอียดที่ผู้อ่านมองผ่านเร็ว เช่น จุดทศนิยม หน่วย จำนวนสินค้า วันที่ส่งมอบ หรือสกุลเงิน

จำนวนเงินและสกุลเงิน
จำนวนสินค้าและจำนวนหน่วย
เปอร์เซ็นต์และอัตราส่วน
วันที่เริ่มและวันสิ้นสุด
เลขที่สัญญาหรือเลข Invoice
Model และ Serial Number
หน่วยน้ำหนักและขนาด
เงื่อนไขการชำระเงิน
❌ อย่าปรับตัวเลขเพื่อให้ “อ่านง่าย” โดยไม่มีเหตุผล: ตัวเลขในเอกสารธุรกิจควรตรวจกลับกับ Source โดยเฉพาะจำนวนเงิน วันที่ และเงื่อนไขที่อาจมีผลต่อคู่สัญญา
นักธุรกิจตรวจตัวเลขและเอกสารก่อนใช้งานแปลภาษาจีน

6. สัญญาและเอกสารธุรกิจจีนควรระวังอะไร

สัญญาไม่ได้ต้องการเพียงภาษาที่ฟังดี แต่ต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคำ เช่น ใครมีหน้าที่อะไร เงื่อนไขเกิดเมื่อใด สิทธิเริ่มหรือสิ้นสุดตรงไหน และตัวเลขในแต่ละข้อสัมพันธ์กันอย่างไร

จุดในเอกสาร สิ่งที่ต้องรักษา ความเสี่ยงถ้าแปลคลาดเคลื่อน
ชื่อคู่สัญญา ชื่อทางการและสถานะของแต่ละฝ่าย อาจทำให้ไม่ชัดว่าเงื่อนไขผูกกับใคร
สิทธิและหน้าที่ ระดับการบังคับและผู้ที่ต้องดำเนินการ เนื้อหาอาจเปลี่ยนจากหน้าที่เป็นเพียงทางเลือก
กำหนดเวลา วันที่ ระยะเวลา และเงื่อนไขเริ่มนับ กระทบ Deadline หรือการส่งมอบ
ราคาและการชำระ สกุลเงิน งวด เงื่อนไข และจำนวน เกิดความเข้าใจต่างกันด้านการเงิน
ศัพท์เฉพาะ คำเดียวควรใช้ความหมายเดียวกันทั้งฉบับเมื่อบริบทเดียวกัน เกิดความกำกวมระหว่าง Section

📱 บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้

เอกสารที่มีผลทางกฎหมายควรใช้ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์: บริการแปลช่วยถ่ายทอดเนื้อหาระหว่างภาษา แต่ถ้าต้องการคำวินิจฉัยเรื่องสิทธิ หน้าที่ หรือผลทางกฎหมาย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องตรวจเพิ่มเติม

7. เอกสารแต่ละประเภทมีจุดเสี่ยงอะไรไม่เหมือนกัน

ประเภทงาน จุดที่ควรเน้น Reference ที่ช่วยได้
สัญญา คู่สัญญา สิทธิ หน้าที่ เงื่อนไข ตัวเลข สัญญาเดิม / Glossary กฎหมายหรือองค์กร
Catalogue ชื่อสินค้า คุณสมบัติ หน่วย และศัพท์การตลาด เว็บไซต์สินค้า / Product List
Invoice / PO รหัสสินค้า จำนวน ราคา สกุลเงิน ระบบสินค้าและเอกสารซื้อขายเดิม
Company Profile ชื่อบริษัท บริการ ตำแหน่ง และ Branding เว็บไซต์ / Brand Guide / นามบัตร
เอกสารส่วนบุคคล ชื่อ วันเกิด เลขเอกสาร และสถานภาพ Passport / เอกสารราชการเดิม
คู่มือเทคนิค คำสั่ง ขั้นตอน Model หน่วย และศัพท์เฉพาะ Manual เดิม / Terminology List

📱 บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้

8. โปรเจกต์แปลภาษาจีนสำหรับบริษัทควรวางงานอย่างไร

ถ้ามีเอกสารหลายฉบับหรือทำงานต่อเนื่อง การแปลทีละไฟล์โดยไม่มี Reference กลางอาจทำให้ชื่อสินค้า บริษัท ตำแหน่ง และศัพท์ภายในเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

กำหนดไฟล์ต้นฉบับ
ระบุ Version ที่ต้องใช้จริงเพื่อไม่ให้ทีมแปลจาก Draft คนละชุด
รวบรวมชื่อเฉพาะ
ชื่อบริษัท บุคคล Brand Product และ Department ที่มีคำแปลเดิมควรถูกรวมไว้ก่อน
กำหนดตลาดหรือผู้รับ
หากแปลไทยเป็นจีน แจ้งว่าผู้อ่านหรือคู่ค้าอยู่ที่ใดและเอกสารใช้ในสถานการณ์ใด
จัด Glossary กลาง
คำธุรกิจและ Technical Term สำคัญควรมีรูปแบบที่ใช้ร่วมกันทุกไฟล์
ตรวจตัวเลขและชื่อแยกจากภาษา
ใช้รอบตรวจเฉพาะสำหรับจำนวน วันที่ ชื่อบริษัท และรหัสต่าง ๆ
เก็บคำศัพท์ที่อนุมัติแล้ว
หากเป็นงานต่อเนื่อง ควรใช้ศัพท์ชุดเดิมเป็น Reference สำหรับงานรอบถัดไป

บริษัทมีไฟล์จีนหลายฉบับและกลัวศัพท์ไม่ตรงกัน?
ส่งไฟล์ตัวอย่าง พร้อมเอกสารเดิมหรือ Glossary ที่ใช้อยู่ ทีมช่วยดูว่าควรวาง Reference กลางอย่างไรก่อนประเมินโปรเจกต์

📑 ส่งไฟล์ธุรกิจให้ตรวจ
ทีมงานร่วมกันตรวจเอกสารธุรกิจหลายฉบับเพื่อควบคุมคำศัพท์ในงานแปลจีน

9. Checklist ก่อนขอราคาแปลจีน ช่วยลดคำถามกลับหลายรอบ

ระบุไทย → จีน หรือจีน → ไทย
ส่งไฟล์ครบทุกหน้า
ระบุผู้รับหรือประเทศปลายทาง
บอกประเภทงานและวัตถุประสงค์
ส่งชื่อบริษัทภาษาจีนที่ใช้อยู่
ส่งชื่อบุคคลตาม Reference
แนบ Product Name และ Brand Name
แนบ Glossary ถ้ามี
แจ้งรูปแบบไฟล์ที่ต้องการ
แจ้ง Deadline ที่ต้องใช้จริง
ถ้ามีไฟล์เก่า ให้ส่งมาด้วย: งานแปลเดิมที่บริษัทเคยใช้สามารถช่วยเป็น Reference ของชื่อและศัพท์ได้ แม้ไฟล์ใหม่จะมีเนื้อหาไม่เหมือนเดิมทั้งหมด

10. ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานจีนต้องแก้หลายรอบ

1. บอกเพียงว่า “แปลเป็นภาษาจีน”
แต่ไม่บอกว่าผู้รับคือใคร ทำให้ยังไม่ชัดว่าควรใช้รูปแบบภาษาและศัพท์แบบใด
2. สร้างชื่อบริษัทจีนใหม่ทั้งที่มีชื่อเดิมอยู่แล้ว
ทำให้เอกสารใหม่ไม่สัมพันธ์กับสัญญา เว็บไซต์ หรือข้อมูลที่คู่ค้ารู้จัก
3. เปลี่ยน Product Name ไปมาระหว่างไฟล์
โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่แบ่งงานหลายไฟล์และไม่มี Glossary กลาง
4. ตรวจภาษาแต่ไม่ตรวจตัวเลข
ราคา จำนวนสินค้า วันที่ และรหัส Model สามารถผิดได้แม้ประโยคอื่นแปลถูก
5. ส่ง Screenshot แทน Source ที่อ่านชัด
หากตัวอักษรจีนขนาดเล็ก ตราประทับ หรือหมายเหตุไม่ชัด อาจทำให้ตีความต้นฉบับผิด
6. ไม่แจ้งว่าเอกสารจะใช้กับหน่วยงานภายนอก
ทำให้ไม่ได้ตรวจ Requirement เรื่องรูปแบบคำแปลหรือการรับรองตั้งแต่ต้น

11. ถ้าเอกสารจีนจะใช้กับหน่วยงาน ต้องเช็กอะไรเพิ่ม

งานธุรกิจภายในบริษัทกับเอกสารที่จะนำไปยื่นต่อหน่วยงานราชการ สถานทูต มหาวิทยาลัย ศาล หรือหน่วยงานต่างประเทศ ไม่ควรถูกประเมินเหมือนกัน

ก่อนดำเนินการควรตรวจว่า:

  • ผู้รับยอมรับภาษาใด
  • ต้องแปลทั้งฉบับหรือเฉพาะส่วน
  • ต้องมีข้อความรับรองคำแปลหรือไม่
  • กำหนดคุณสมบัติของผู้แปลหรือผู้รับรองหรือไม่
  • ต้นฉบับต้องผ่านขั้นตอนรับรองก่อนหรือหลังการแปลหรือไม่
  • มี Checklist ล่าสุดของหน่วยงานผู้รับหรือไม่

หากปลายทางกำหนดขั้นตอนเพิ่มเติม สามารถสอบถามเรื่อง รับรองเอกสาร โดยควรส่ง Requirement มาพร้อมไฟล์ เพื่อแยก Scope การแปลออกจากขั้นตอนรับรองให้ชัดเจน

⚠️ ข้อกำหนดของผู้รับเป็นข้อมูลที่ควรเช็กก่อนเริ่มงาน: ไม่ควรสรุปว่าคำแปลจีนทุกฉบับต้องรับรอง หรือใช้การรับรองแบบเดียวกัน เพราะขึ้นอยู่กับประเทศ หน่วยงาน และวัตถุประสงค์ของเอกสาร

⭐ Co Journey Visa ช่วยงานแปลไทย–จีนและจีน–ไทยอย่างไร

  • ตรวจคู่ภาษาก่อนเริ่ม — แยกไทย → จีน และจีน → ไทยให้ชัด
  • ตรวจผู้รับและตลาดปลายทาง — ลดความเสี่ยงเลือกรูปแบบภาษาจีนไม่เหมาะกับการใช้งาน
  • ตรวจชื่อบริษัทและชื่อบุคคล — ใช้ Reference เดิมเมื่อมี แทนการสร้างชื่อใหม่โดยไม่จำเป็น
  • ควบคุมศัพท์ธุรกิจ — เหมาะกับโปรเจกต์ที่มีหลายไฟล์หรือใช้งานต่อเนื่อง
  • ตรวจตัวเลขและข้อมูลสำคัญ — ราคา วันที่ จำนวน หน่วย และเลขเอกสาร
  • แยกงานแปลกับการรับรอง — ตรวจ Requirement ก่อนเพิ่มขั้นตอนที่อาจไม่จำเป็น

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับบริการแปลภาษาจีน

แปลไทยเป็นจีนต้องระบุว่าต้องการจีนตัวย่อหรือจีนตัวเต็มหรือไม่
ควรระบุเมื่อทราบประเทศหรือกลุ่มผู้รับ เพราะภาษาจีนที่ใช้ในแต่ละตลาดอาจมีรูปแบบตัวอักษรและคำศัพท์ต่างกัน หากไม่แน่ใจควรแจ้งว่าผู้รับอยู่ประเทศหรือพื้นที่ใดและเอกสารใช้เพื่ออะไร ก่อนกำหนดรูปแบบภาษาปลายทาง
แปลเอกสารธุรกิจจีนต้องส่งชื่อบริษัทภาษาจีนมาด้วยหรือไม่
หากบริษัท คู่ค้า สินค้า หรือบุคคลมีชื่อภาษาจีนที่ใช้อยู่แล้ว ควรส่งเป็น Reference เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างชื่อใหม่ที่ไม่ตรงกับเอกสารเดิม นามบัตร เว็บไซต์ หรือเอกสารทางธุรกิจที่คู่ค้าใช้อยู่
รับแปลสัญญาภาษาจีนเป็นไทยหรือไทยเป็นจีนหรือไม่
สามารถส่งสัญญาหรือเอกสารธุรกิจมาให้ประเมินได้ โดยควรแจ้งวัตถุประสงค์และส่งไฟล์ครบทุกหน้า เพราะศัพท์เรื่องสิทธิ หน้าที่ เงื่อนไข จำนวนเงิน และกำหนดเวลาต้องรักษาความหมายอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นเรื่องกฎหมายที่มีผลสำคัญควรให้ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
แปลจีนเป็นไทยราคาเท่าไรต่อหน้า
ควรประเมินจากไฟล์จริงมากกว่าจำนวนหน้าเพียงอย่างเดียว เพราะปริมาณข้อความ ความซับซ้อนของศัพท์ ตาราง ตัวเลข รูปภาพ คุณภาพไฟล์ และรูปแบบงานมีผลต่อ Scope ควรส่งเอกสารเพื่อประเมินราคาและระยะเวลาก่อนเริ่มงาน
เอกสารจีนที่มีตราประทับหรือลายมือชื่อต้องแปลด้วยหรือไม่
ควรส่งหน้าที่มีตราประทับ ลายมือชื่อ และหมายเหตุมาให้ตรวจทั้งหมด เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจมีความสำคัญต่อความเข้าใจเอกสาร ส่วนใดต้องถ่ายทอดในคำแปลขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และ Requirement ของผู้รับ
ชื่อภาษาจีนของบุคคลควรแปลเป็นไทยอย่างไร
ควรตรวจ Reference ที่บุคคลนั้นใช้อยู่ก่อน เช่น หนังสือเดินทาง เอกสารภาษาไทยเดิม หรือนามบัตร หากไม่มี Reference จึงค่อยกำหนดรูปถอดเสียงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรเปลี่ยนการสะกดชื่อไปมาระหว่างเอกสารหลายฉบับ
แปลเอกสารภาษาจีนแล้วต้องรับรองทุกฉบับหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกกรณี การรับรองขึ้นอยู่กับหน่วยงานผู้รับ ประเทศ วัตถุประสงค์ และประเภทเอกสาร ควรตรวจ Requirement ล่าสุดของผู้รับก่อนสั่งงานรับรองเพิ่มเติม

📌 ก่อนส่งงานแปลไทย–จีนหรือจีน–ไทย ให้จำ 8 ข้อนี้

  • ระบุทิศทางภาษาให้ชัดตั้งแต่ต้น
  • ถ้าแปลเป็นจีน ให้แจ้งประเทศหรือกลุ่มผู้รับ
  • ชื่อบริษัทจีนเดิมควรส่งมาเป็น Reference
  • ชื่อบุคคลและ Brand Name ไม่ควรเปลี่ยนรูปไปมาระหว่างเอกสาร
  • โปรเจกต์หลายไฟล์ควรมี Glossary กลาง
  • ตัวเลข ราคา วันที่ และหน่วยควรถูกตรวจแยกจากภาษา
  • เอกสารเฉพาะทางควรส่งตัวอย่างก่อนประเมินผู้แปลและ Scope
  • หากต้องใช้กับหน่วยงานภายนอก ให้ตรวจ Requirement การรับรองก่อนเริ่มงาน
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

มีเอกสารไทย–จีนหรือจีน–ไทยที่ต้องใช้กับธุรกิจ?

ส่งไฟล์ พร้อมแจ้งทิศทางภาษา ผู้รับ และวันที่ต้องใช้ ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Scope ชื่อเฉพาะ ศัพท์ที่ควรมี Reference และ Requirement เบื้องต้นก่อนประเมินงาน

📱 ส่งไฟล์และสอบถามงานแปลจีน

โทร 080-841-2543 • 061-031-2188
Email: cojourneyvisa@gmail.com