คุณสมบัติวีซ่า Digital Nomad เกาหลี ใครสมัครได้บ้าง?

คุณสมบัติวีซ่า Digital Nomad เกาหลี ใครสมัครได้บ้าง?

💻 Korea Workation Visa

คุณสมบัติวีซ่า Digital Nomad เกาหลี ใครสมัครได้บ้าง?

แยกให้ชัดว่าพนักงานประจำ เจ้าของบริษัท และฟรีแลนซ์แบบใดมีโอกาสเข้าเกณฑ์ F-1-D ก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร
📅 อัปเดตล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 11 นาที

คนทำงานออนไลน์สองคนอาจมีรายได้เท่ากัน แต่คนหนึ่งสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีได้ง่ายกว่าอีกคน เพราะสิ่งที่ถูกตรวจไม่ได้มีแค่ว่า “ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตหรือไม่”

เจ้าหน้าที่จะดูด้วยว่าผู้สมัครสังกัดบริษัทหรือมีธุรกิจนอกเกาหลีจริงหรือไม่ ทำงานในสายเดิมมานานแค่ไหน ใครเป็นผู้จ่ายรายได้ และสามารถทำงานจากเกาหลีโดยไม่เข้าไปหารายได้จากตลาดเกาหลีได้หรือไม่

ดังนั้น พนักงานบริษัทไทย เจ้าของกิจการ และฟรีแลนซ์อาจสมัครได้ทั้งหมด แต่หลักฐานที่แต่ละกลุ่มต้องใช้พิสูจน์คุณสมบัติไม่เหมือนกัน ผู้ที่ต้องการดูบริการและวีซ่าประเภทอื่นของประเทศเดียวกันสามารถอ่านหน้า วีซ่าเกาหลีใต้ เพื่อเปรียบเทียบวัตถุประสงค์ก่อนเลือกประเภทวีซ่า

สรุปสั้น ๆ: ผู้สมัครหลักต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี เป็นเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศหรือทำงานกับบริษัทต่างประเทศ สามารถทำงานทางไกล และมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี นอกจากนี้ยังต้องผ่านเกณฑ์รายได้ มีประกันสุขภาพวงเงินอย่างน้อย 100 ล้านวอน และไม่มีแผนเข้าไปทำงานหรือหารายได้จากบริษัทในเกาหลี

💬 ทำงานออนไลน์แต่ไม่แน่ใจว่าสถานะอาชีพเข้าเกณฑ์หรือไม่?
ส่งข้อมูลตำแหน่งงาน รูปแบบสัญญา และแหล่งรายได้มาให้ทีมช่วยคัดกรองเบื้องต้นก่อนขอเอกสารจากบริษัท

📱 เช็กคุณสมบัติทาง LINE

👤 ใครอยู่ในกลุ่มผู้มีสิทธิสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลี?

หลักเกณฑ์ของ Korea Immigration Service ระบุกลุ่มผู้สมัครหลักไว้ 2 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าของธุรกิจในต่างประเทศ และ ชาวต่างชาติที่สังกัดบริษัทต่างประเทศ ซึ่งสามารถปฏิบัติงานทางไกลได้

คำว่า “ต่างประเทศ” ในที่นี้หมายถึงฐานงาน นายจ้าง บริษัท หรือธุรกิจที่อยู่นอกสาธารณรัฐเกาหลี ผู้สมัครจึงควรมีงานอยู่แล้วก่อนเดินทาง ไม่ใช่เข้าไปเกาหลีเพื่อเริ่มหาลูกค้า สมัครงาน หรือเปิดกิจการใหม่

🏢

พนักงานบริษัทในไทย

มีนายจ้างในไทย รับเงินเดือนจากไทย และบริษัทอนุญาตให้ทำงานทางไกลจากเกาหลีได้

🌍

พนักงานบริษัทต่างประเทศ

ทำงานให้บริษัทนอกเกาหลี มีสัญญาจ้างและหลักฐานเงินเดือนที่ตรวจสอบได้

📊

เจ้าของบริษัทในไทย

มีบริษัทดำเนินงานจริง สามารถบริหารจากระยะไกล และมีรายได้ส่วนบุคคลตามเกณฑ์

💼

เจ้าของธุรกิจต่างประเทศ

พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ การดำเนินธุรกิจ รายได้ และความต่อเนื่องของกิจการได้

🧑‍💻

ฟรีแลนซ์ที่มีระบบธุรกิจชัด

มีทะเบียนธุรกิจ สัญญาลูกค้า ใบแจ้งหนี้ ภาษี และประวัติรับเงินอย่างต่อเนื่อง

👨‍👩‍👧

สมาชิกครอบครัวผู้สมัคร

คู่สมรสและบุตรที่มีสิทธิอาจยื่นติดตามได้ พร้อมเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์

📌 คนไทยสมัครได้หรือไม่? หลักเกณฑ์กลางไม่ได้กำหนดว่าผู้สมัครต้องมาจากประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ คนถือหนังสือเดินทางไทยจึงมีสิทธิยื่นหากผ่านคุณสมบัติและข้อกำหนดของสถานทูตเกาหลีที่รับคำร้อง

✅ คุณสมบัติหลัก 6 ข้อที่ผู้สมัครต้องผ่าน

1. ผู้สมัครหลักต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี

อายุขั้นต่ำใช้กับผู้สมัครหลัก ส่วนบุตรที่ยื่นในฐานะผู้ติดตามสามารถมีอายุต่ำกว่า 18 ปีได้ โดยต้องมีเอกสารความสัมพันธ์และความยินยอมตามกรณี

2. ต้องมีบริษัทหรือธุรกิจอยู่นอกเกาหลี

ผู้สมัครต้องเป็นเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศหรือสังกัดบริษัทต่างประเทศที่ตรวจสอบได้ การมีเพียงรายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์โดยไม่มีเอกสารยืนยันสถานะงาน อาจยังไม่เพียงพอ

3. งานต้องสามารถทำจากระยะไกลได้จริง

หนังสือจากนายจ้างควรระบุว่าผู้สมัครได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานจากต่างประเทศหรือจากเกาหลีใต้ ไม่ควรใช้เพียงประโยคกว้าง ๆ ว่า “สามารถ Work from Home ได้”

4. ต้องทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี

ควรมีหลักฐานแสดงวันเริ่มงาน ตำแหน่ง หน้าที่ และประวัติในสายงานเดียวกันต่อเนื่อง หากเพิ่งเปลี่ยนอาชีพหรือเริ่มธุรกิจใหม่ก่อนยื่นไม่นาน เจ้าหน้าที่อาจต้องการคำอธิบายเพิ่ม

5. ต้องมีรายได้มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

หลักเกณฑ์ใช้รายได้มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่อาจเปลี่ยนทุกปี ผู้สมัครควรยืนยันเกณฑ์ล่าสุดจากสถานทูตเกาหลีในวันที่เตรียมยื่น

6. ต้องมีประกันสุขภาพตามวงเงิน

ประกันต้องมีความคุ้มครองอย่างน้อย 100 ล้านวอน สำหรับค่ารักษาพยาบาลและการส่งตัวกลับประเทศตลอดระยะเวลาพำนัก ไม่ควรเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ต้องดูข้อความความคุ้มครองในกรมธรรม์ด้วย

⚠️ เงินในบัญชีกับรายได้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน: ยอดเงินฝากสูงช่วยแสดงสภาพคล่องได้ แต่ไม่สามารถแทนหลักฐานรายได้ตามเกณฑ์ได้โดยอัตโนมัติ เอกสารควรพิสูจน์ว่าเงินมาจากการทำงานหรือธุรกิจของผู้สมัครจริง

🏢 พนักงานประจำแบบไหนมีโอกาสเข้าเกณฑ์?

พนักงานบริษัทเป็นกลุ่มที่อธิบายสถานะได้ค่อนข้างตรง หากมีนายจ้างชัดเจน เงินเดือนเข้าต่อเนื่อง และบริษัทออกเอกสารสนับสนุนการทำงานจากต่างประเทศได้

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

จุดที่ถูกตรวจ ลักษณะเคสที่ค่อนข้างชัด ลักษณะเคสที่ควรอธิบายเพิ่ม
สถานะการจ้างงาน มีสัญญาจ้างและหนังสือรับรองจากบริษัท ทำงานโดยไม่มีสัญญา หรือใช้สัญญาระยะสั้นต่อเนื่องหลายฉบับ
การทำงานทางไกล บริษัทระบุชัดว่าสามารถทำงานจากเกาหลีได้ หนังสือระบุเพียง Work from Home หรือ Hybrid Work
ประสบการณ์ ทำงานในสายเดียวกันเกิน 1 ปีและมีประวัติต่อเนื่อง เพิ่งเปลี่ยนสายงานหรือเริ่มงานใหม่ก่อนยื่นไม่นาน
รายได้ เงินเดือนในหนังสือ สลิป ภาษี และบัญชีตรงกัน เงินเดือนในสัญญาไม่ตรงกับยอดรับจริง หรือรับผ่านบริษัทในเครือ
กิจกรรมในเกาหลี ยังทำงานให้บริษัทเดิมนอกเกาหลี มีแผนพบลูกค้า รับโปรเจกต์ หรือสร้างรายได้จากบริษัทเกาหลี
💡 หนังสือรับรองที่มีน้ำหนักควรตอบ 5 เรื่อง: ผู้สมัครทำงานตำแหน่งใด เริ่มงานเมื่อไร ได้รับรายได้เท่าไร ทำหน้าที่อะไร และบริษัทอนุญาตให้ทำงานจากเกาหลีในช่วงใด

📈 เจ้าของบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจต้องพิสูจน์อะไร?

การเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นไม่ได้แปลว่าเข้าเกณฑ์ทันที ผู้สมัครต้องพิสูจน์ว่าธุรกิจดำเนินงานจริง สามารถบริหารจากระยะไกล และผู้สมัครมีรายได้ส่วนบุคคลถึงเกณฑ์

เอกสารที่มักถูกนำมาดูร่วมกัน ได้แก่ ทะเบียนบริษัท หนังสือรับรองผู้ถือหุ้น งบการเงิน ภาษีบริษัท ภาษีส่วนบุคคล เงินเดือนกรรมการ เงินปันผล และรายการเดินบัญชี

❌ จุดที่เจ้าของธุรกิจพลาดบ่อย: นำยอดขายหรือกำไรของบริษัทมาใช้เป็นรายได้ของตนเองทั้งหมด ทั้งที่เงินยังอยู่ในบัญชีบริษัท เจ้าหน้าที่อาจต้องการเห็นว่าผู้สมัครได้รับเงินเดือน เงินปันผล หรือรายได้ส่วนบุคคลจริงเท่าไร

เอกสารบริษัทภาษาไทยอาจต้อง แปลเอกสาร และรับรองตามเงื่อนไขของสถานทูต จึงควรตรวจรูปแบบที่รับก่อนจัดทำฉบับแปล

🧑‍💻 ฟรีแลนซ์สมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีได้ไหม?

คำตอบคือ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เพราะเอกสารทางการใช้ถ้อยคำเน้นเจ้าของธุรกิจต่างประเทศหรือบุคคลที่สังกัดบริษัทต่างประเทศ ไม่ได้ระบุว่าผู้รับงานอิสระทุกประเภทจะเข้าเกณฑ์โดยอัตโนมัติ

ฟรีแลนซ์ที่มีทะเบียนธุรกิจ เสียภาษี มีสัญญาลูกค้าระยะยาว ออกใบแจ้งหนี้ และรับเงินผ่านบัญชีของตนอย่างสม่ำเสมอ จะอธิบายฐานอาชีพได้ชัดกว่าผู้ที่รับงานผ่านแชตและรับเงินไม่ต่อเนื่อง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

รูปแบบฟรีแลนซ์ ระดับความพร้อม สิ่งที่ควรเสริม
จดทะเบียนธุรกิจ มีลูกค้าต่างประเทศหลายราย มีฐานอธิบายค่อนข้างชัด สัญญา ใบแจ้งหนี้ ภาษี และหลักฐานรับเงิน
มีสัญญาระยะยาวกับบริษัทต่างประเทศรายเดียว ต้องดูรายละเอียดสัญญา หนังสือยืนยันความสัมพันธ์และสิทธิทำงานทางไกล
รับงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องประเมินแหล่งรายได้ รายงานรายได้ ประวัติงาน ภาษี และการถอนเงินเข้าบัญชี
รับเงินเป็นครั้งคราว ไม่มีสัญญาและไม่เสียภาษี เคสยังอ่อน ควรจัดระบบสถานะธุรกิจและหลักฐานก่อนตัดสินใจยื่น

ฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการไม่ควรดูแค่ยอดรายได้รวม
ให้ทีมช่วยตรวจว่าสถานะธุรกิจ สัญญา ภาษี และเงินเข้าบัญชีเชื่อมโยงกันพอที่จะอธิบายเคสหรือไม่

💬 ส่งรูปแบบรายได้ให้ทีมช่วยดู

⛔ ใครยังไม่ควรรีบสมัครวีซ่า F-1-D?

การยังไม่พร้อมไม่ได้หมายความว่าจะสมัครไม่ได้ตลอดไป แต่ควรแก้ฐานเอกสารก่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปกับเอกสารที่ยังพิสูจน์คุณสมบัติหลักไม่ได้

  • ผู้ที่ยังไม่มีงานหรือธุรกิจนอกเกาหลี และวางแผนเข้าไปหางานเมื่อเดินทางถึง
  • ผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่ถึง 1 ปี และไม่มีประสบการณ์เดิมในสายที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้ที่รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ แม้มีเงินฝากหรือทรัพย์สินจำนวนมาก
  • ผู้ที่บริษัทไม่อนุญาตให้ทำงานจากต่างประเทศ หรือไม่สามารถออกหนังสือยืนยันได้
  • ผู้ที่ตั้งใจรับงานจากลูกค้าหรือบริษัทในเกาหลี ซึ่งอาจขัดกับข้อจำกัดของวีซ่า
  • ผู้ที่ไม่มีหลักฐานแหล่งรายได้ เช่น รับเงินสด รับเงินผ่านบัญชีบุคคลอื่น หรือไม่มีภาษี
  • ผู้ที่ซื้อประกันไม่ถึงวงเงิน หรือกรมธรรม์ไม่ครอบคลุมการส่งตัวกลับประเทศ
⚠️ ระวังการวางแผนจากชื่ออาชีพ: ตำแหน่งอย่าง Programmer, Designer, Consultant หรือ Content Creator ไม่ได้ทำให้ผ่านเกณฑ์โดยอัตโนมัติ สิ่งที่สำคัญกว่าคือสถานะงาน ความต่อเนื่อง รายได้ และสิทธิทำงานจากเกาหลี

🧭 แบบประเมิน 7 ขั้น: คุณเข้าใกล้คุณสมบัติแล้วหรือยัง?

1
อายุ 18 ปีขึ้นไปหรือไม่?
หากเป็นผู้สมัครหลักและอายุยังไม่ถึง จะไม่เข้าเกณฑ์อายุ
2
มีบริษัท นายจ้าง หรือธุรกิจนอกเกาหลีหรือไม่?
ต้องมีสถานะที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงวางแผนเริ่มทำงานในอนาคต
3
ทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันเกิน 1 ปีหรือยัง?
ควรรวมประสบการณ์เดิมที่มีเอกสารยืนยันได้
4
สามารถทำงานทางไกลจากเกาหลีได้หรือไม่?
ควรมีหนังสือหรือสัญญาที่ระบุสิทธินี้อย่างชัดเจน
5
รายได้ส่วนบุคคลมากกว่าเกณฑ์ล่าสุดหรือไม่?
อย่านับยอดขายบริษัทหรือเงินโอนระหว่างบัญชีเป็นรายได้ทั้งหมด
6
รายได้ ภาษี และรายการเดินบัญชีตรงกันหรือไม่?
หากตัวเลขต่างกัน ต้องเตรียมเหตุผลและหลักฐานรองรับ
7
ไม่มีแผนรับงานจากบริษัทเกาหลีใช่หรือไม่?
วีซ่านี้ไม่ได้รองรับกิจกรรมการจ้างงานและหารายได้ในเกาหลีโดยทั่วไป
✅ หากตอบ “ใช่” ได้ครบ: หมายความว่าเคสมีแนวโน้มเข้าใกล้คุณสมบัติพื้นฐาน แต่ยังต้องตรวจเอกสารจริง รายได้ล่าสุด ประกัน ประวัติอาชญากรรม และ Checklist ของสถานทูตก่อนยื่น

🧪 ตัวอย่างเคส: ใครค่อนข้างพร้อม และใครควรเสริมก่อน?

เคส A: พนักงานบริษัทเทคโนโลยีในไทย

ทำงานมา 4 ปี เงินเดือนสูงกว่าเกณฑ์ บริษัทอนุญาตให้ทำงานจากต่างประเทศ และเงินเดือนในสลิป ภาษี กับ Statement ตรงกัน

จุดแข็ง: สถานะนายจ้างและรายได้พิสูจน์ได้ชัด สิ่งที่ควรตรวจเพิ่มคือถ้อยคำในหนังสืออนุญาตให้ทำงานจากเกาหลีและความคุ้มครองของประกัน

เคส B: เจ้าของบริษัทที่ธุรกิจมีรายได้สูง

บริษัทดำเนินงานมา 5 ปี แต่ผู้สมัครรับเงินเดือนต่ำ ส่วนกำไรเก็บไว้ในบริษัทเกือบทั้งหมด

จุดที่ต้องแก้: ยอดขายบริษัทไม่ได้แปลว่าผู้สมัครมีรายได้ส่วนบุคคลถึงเกณฑ์ ควรตรวจเงินเดือน เงินปันผล ภาษี และเอกสารบัญชีที่ยืนยันรายได้ของตนเอง

เคส C: ฟรีแลนซ์ทำงานผ่านแพลตฟอร์ม

มีรายได้สูงต่อเนื่อง 2 ปี แต่รับเงินผ่านหลายช่องทาง ไม่มีทะเบียนธุรกิจ และยังไม่ได้ยื่นภาษีครบ

จุดเสี่ยง: เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบฐานอาชีพและที่มาของรายได้ได้ยาก ควรจัดรายงานรายได้ สัญญา ประวัติงาน ภาษี และบัญชีรับเงินให้เป็นระบบก่อนยื่น

📣 หมายเหตุ: ตัวอย่างเคสใช้เพื่ออธิบายวิธีประเมินเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผล การพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลี

📂 เอกสารใดใช้พิสูจน์ว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติจริง?

เอกสารไม่ควรถูกมองเป็นรายการแยกใบ แต่ควรทำหน้าที่ยืนยันเรื่องเดียวกันตั้งแต่สถานะงาน ประสบการณ์ รายได้ จนถึงเหตุผลที่สามารถทำงานจากเกาหลีได้

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

คุณสมบัติที่ต้องพิสูจน์ ตัวอย่างเอกสาร จุดที่ควรตรวจ
สังกัดบริษัทต่างประเทศ สัญญาจ้าง หนังสือรับรองงาน ข้อมูลจดทะเบียนบริษัท ชื่อบริษัท ตำแหน่ง และวันเริ่มงานต้องตรงกัน
เป็นเจ้าของธุรกิจ ทะเบียนบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น ภาษี และงบการเงิน ต้องแยกรายได้บริษัทออกจากรายได้ส่วนบุคคล
ทำงานทางไกลได้ หนังสืออนุญาต Remote Work หรือข้อกำหนดในสัญญา ควรระบุการทำงานจากต่างประเทศหรือเกาหลีโดยตรง
ประสบการณ์อย่างน้อย 1 ปี หนังสือรับรองงานเดิม ประวัติการทำงาน และเอกสารภาษี หน้าที่เดิมควรอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
รายได้ถึงเกณฑ์ หนังสือเงินเดือน สลิป Statement และภาษี ยอดรายได้ควรคำนวณและตรวจสอบย้อนกลับได้
ประวัติและประกัน ประวัติอาชญากรรมพร้อมการรับรอง และกรมธรรม์ประกัน ตรวจอายุเอกสาร วิธีรับรอง และวงเงินประกันล่าสุด

หากเอกสารแต่ละใบใช้คำเรียกตำแหน่ง รายได้ หรือชื่อบริษัทไม่ตรงกัน อาจต้องจัดทำคำอธิบายประกอบ ผู้สมัครสามารถ ปรึกษาวีซ่า เพื่อวางลำดับเอกสารก่อนขอฉบับจริงจากบริษัท

🇰🇷 คุณสมบัติครบแล้ว เข้าไปทำงานอะไรในเกาหลีได้บ้าง?

ผู้ถือ F-1-D สามารถพำนักในเกาหลีพร้อมทำงานทางไกลให้บริษัทหรือธุรกิจที่อยู่นอกเกาหลี แต่กิจกรรมการจ้างงานและการแสวงหากำไรภายในเกาหลีถูกจำกัด

ผู้สมัครจึงไม่ควรวางแผนใช้วีซ่านี้เพื่อรับงานกับบริษัทเกาหลี เปิดร้าน ให้บริการลูกค้าในเกาหลี หรือเปลี่ยนจาก Remote Worker เป็นพนักงานท้องถิ่นโดยไม่ได้เปลี่ยนสถานะการพำนักให้ถูกต้อง

⚠️ ประชุมกับลูกค้าและรับงานจากลูกค้าเป็นคนละเรื่อง: กิจกรรมทางธุรกิจบางรูปแบบอาจต้องพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม หากแผนงานเกี่ยวข้องกับลูกค้า บริษัท หรือรายได้ในเกาหลี ควรถามสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนดำเนินการ

ผู้ที่กำลังวางแผนเมืองพักอาศัยและการเดินทางสามารถดูข้อมูล เที่ยวเกาหลีใต้ เพื่อประเมินเมือง ค่าเดินทาง และรูปแบบการใช้ชีวิตเบื้องต้น

🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

📌 Fact Freshness: เกณฑ์รายได้ ค่าธรรมเนียม แบบฟอร์ม อายุเอกสาร ขั้นตอนนัดหมาย และรายการเอกสารอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึด Checklist ล่าสุดของสถานทูตเกาหลีที่รับคำร้องในวันที่ยื่นเป็นหลัก

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจคุณสมบัติก่อนยื่น?

  • แยกประเภทผู้สมัครให้ถูก — พนักงาน เจ้าของกิจการ และฟรีแลนซ์ต้องใช้วิธีพิสูจน์สถานะต่างกัน
  • ตรวจเกณฑ์ประสบการณ์ — ช่วยดูว่าประวัติงานเดิมสามารถนับเป็นอุตสาหกรรมเดียวกันได้หรือไม่
  • ตรวจรายได้ส่วนบุคคล — แยกเงินเดือน โบนัส เงินปันผล ยอดขายบริษัท และเงินโอนที่ไม่ใช่รายได้
  • ตรวจหนังสือ Remote Work — ดูว่าถ้อยคำจากนายจ้างตอบเงื่อนไขการทำงานจากเกาหลีได้ชัดเพียงใด
  • วางแผนเอกสารเป็นรายเคส — ช่วยลดการขอเอกสารผิดรูปแบบหรือทำเอกสารรับรองเร็วเกินไป

ทีมช่วยประเมินและวางแผนเอกสารตามข้อมูลจริงของผู้สมัคร แต่ไม่สามารถรับประกันผลวีซ่าได้ การอนุมัติขึ้นอยู่กับสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับคุณสมบัติวีซ่า Digital Nomad เกาหลี

คนไทยมีสิทธิยื่นได้ตามหลักเกณฑ์กลาง หากเป็นเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศหรือทำงานกับบริษัทต่างประเทศ สามารถทำงานทางไกล มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี และผ่านเกณฑ์ด้านรายได้ ประกันสุขภาพ และเอกสารประกอบ
มีโอกาสสมัครได้ หากบริษัทในไทยยังเป็นนายจ้างและผู้จ่ายเงินเดือน พร้อมออกหนังสือยืนยันว่าผู้สมัครสามารถปฏิบัติงานทางไกลจากประเทศเกาหลีใต้ได้โดยไม่เข้าไปทำงานให้บริษัทเกาหลี
ต้องประเมินเป็นรายกรณี เนื่องจากหลักเกณฑ์เน้นเจ้าของธุรกิจต่างประเทศหรือบุคคลที่สังกัดบริษัทต่างประเทศ ฟรีแลนซ์ควรมีสถานะธุรกิจ สัญญาลูกค้า หลักฐานรับเงิน ภาษี และประวัติการทำงานต่อเนื่องที่ตรวจสอบได้
อาจยังไม่ผ่านเกณฑ์รายได้ เพราะยอดขายและกำไรของบริษัทไม่ใช่รายได้ส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครต้องแสดงเงินเดือน เงินปันผล หรือรายได้ที่ได้รับจริงตามเอกสารทางบัญชีและภาษี
หลักเกณฑ์ทางการกำหนดให้ผู้สมัครทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี โดยควรมีเอกสารยืนยันวันเริ่มงาน ตำแหน่ง หน้าที่ และประวัติอาชีพที่ต่อเนื่อง
วีซ่า F-1-D ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำงานหารายได้จากบริษัทหรือกิจการในเกาหลี กิจกรรมการจ้างงานและการแสวงหากำไรในเกาหลีถูกจำกัด ผู้สมัครควรรักษาฐานงานและแหล่งรายได้ไว้นอกเกาหลี
สมาชิกครอบครัวที่มีสิทธิสามารถยื่นติดตามผู้สมัครหลักได้ โดยต้องมีเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ ประกันสุขภาพ และเอกสารเพิ่มเติมตามที่สถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

📌 สรุปว่าใครสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีได้บ้าง

  • ผู้สมัครหลักต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี
  • ต้องเป็นเจ้าของธุรกิจนอกเกาหลีหรือสังกัดบริษัทต่างประเทศ
  • ต้องสามารถทำงานทางไกลจากเกาหลีได้จริง
  • ต้องมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
  • รายได้ส่วนบุคคลต้องมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในปีที่ยื่น
  • ต้องมีประกันสุขภาพวงเงินอย่างน้อย 100 ล้านวอน
  • พนักงาน เจ้าของธุรกิจ และฟรีแลนซ์ใช้หลักฐานพิสูจน์ต่างกัน
  • ไม่ควรมีแผนเข้าไปทำงานหรือหารายได้จากบริษัทในเกาหลี
  • ควรตรวจ Checklist ล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

อย่าเริ่มจากการขอเอกสาร ก่อนรู้ว่าสถานะอาชีพเข้าเกณฑ์หรือไม่

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจประเภทผู้สมัคร ประสบการณ์ รูปแบบ Remote Work รายได้ และจุดที่ควรเสริมก่อนเริ่มจัดชุดเอกสารจริง

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ