Yellow Fever ไปแอฟริกาต้องฉีดไหม? ประเทศไหนต้องใช้สมุดเหลืองก่อนเข้าเมือง

Yellow Fever ไปแอฟริกาต้องฉีดไหม? ประเทศไหนต้องใช้สมุดเหลืองก่อนเข้าเมือง

💛 Yellow Fever & Africa Entry Guide 2026
Yellow Fever ไปแอฟริกาต้องฉีดไหม? ประเทศไหนต้องใช้สมุดเหลืองก่อนเข้าเมือง
แยกให้ชัดระหว่าง “วัคซีนที่แนะนำเพื่อป้องกันโรค” กับ “สมุดเหลืองที่ Immigration ใช้เป็นเงื่อนไขเข้าเมือง” พร้อมเช็ก Route และ Transit ที่ทำให้ข้อกำหนดเปลี่ยนได้
📅 อัปเดตล่าสุด: 21 กันยายน 2569 ✍️ ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ ⏱ อ่านประมาณ 13 นาที

คำถามว่า “ไปแอฟริกาต้องฉีด Yellow Fever ไหม?” ตอบจากชื่อทวีปอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีอยู่สองเรื่องที่คนเดินทางมักปนกัน คือ ความเสี่ยงติดเชื้อในพื้นที่ปลายทาง กับ ข้อกำหนดให้แสดง International Certificate of Vaccination or Prophylaxis (ICVP) หรือที่คนไทยเรียกกันว่าสมุดเหลืองเมื่อผ่านด่านเข้าเมือง

บางประเทศมีความเสี่ยง Yellow Fever และแนะนำวัคซีนเพื่อป้องกันผู้เดินทาง บางประเทศไม่ได้มีความเสี่ยงในประเทศตัวเอง แต่ขอสมุดเหลืองจากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงเพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าประเทศ และบางประเทศกำหนดให้ผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมดตามเกณฑ์อายุแสดงหลักฐานการฉีด

สำหรับคนไทย จุดที่ต้องดูจึงไม่ใช่แค่ “บินจากกรุงเทพฯ ไปประเทศไหน” แต่ต้องดู ทุกประเทศใน Route รวมถึง Transit/Layover เพราะปลายทางอย่าง Botswana, South Africa, Namibia, Zimbabwe หรือ Zambia อาจไม่ขอสมุดเหลืองจาก Route ที่ไม่ได้ผ่านประเทศเสี่ยง แต่เงื่อนไขสามารถเปลี่ยนทันทีหากแวะประเทศ Yellow Fever risk นานตามเกณฑ์

สรุปสั้น ๆ: ไม่ใช่ทุกคนที่ไปแอฟริกาต้องฉีด Yellow Fever แต่มี 3 สถานการณ์หลักที่ควรเช็ก: (1) ประเทศปลายทางกำหนดสมุดเหลืองกับผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมดตามเกณฑ์อายุ (2) ประเทศปลายทางกำหนดสมุดเหลืองเฉพาะเมื่อมาจากหรือ Transit นานในประเทศเสี่ยง และ (3) ประเทศหรือพื้นที่ที่วัคซีนถูกแนะนำเพื่อป้องกันสุขภาพของผู้เดินทาง แม้กฎ Immigration จะไม่ได้บังคับทุก Route

มี Flight หลายต่อและไม่แน่ใจว่า Transit ทำให้ต้องใช้สมุดเหลืองหรือไม่?
ส่ง Route เต็มตั้งแต่ไทยจนถึงปลายทางให้ทีมช่วยไล่ประเทศ Transit, Visa และเอกสารเข้าเมืองที่ควรเช็กก่อนจองส่วนที่แก้ไขยาก

📱 ส่ง Route ให้ทีมช่วยตรวจ

1. สมุดเหลืองคืออะไร? ไม่ใช่แค่ใบรับรองจากคลินิกทั่วไป

เอกสารที่ใช้ในกฎการเดินทางระหว่างประเทศเรียกว่า International Certificate of Vaccination or Prophylaxis (ICVP) เป็นหลักฐานที่ได้รับการยอมรับภายใต้ International Health Regulations สำหรับการบันทึกวัคซีน Yellow Fever

กรมควบคุมโรคของไทยเรียกเอกสารนี้ว่า หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อระหว่างประเทศ หรือ Yellow Book และแนะนำให้ตรวจชื่อภาษาอังกฤษให้ตรง Passport รวมถึงพกสมุดไว้คู่กับ Passport เมื่อเดินทาง

จุดที่ต้องตรวจหลังได้รับสมุดเหลือง: ชื่อ–นามสกุลภาษาอังกฤษควรตรงกับ Passport, ข้อมูลวัคซีนและลายมือ/การรับรองของศูนย์ต้องครบ และควรเก็บสำเนาหรือรูปถ่ายหน้าเอกสารไว้สำรอง แต่ในวันที่ถูกขอตรวจควรพร้อมแสดงเอกสารต้นฉบับตามข้อกำหนดของด่าน

2. ประเทศไหน “ขอสมุดเหลืองจากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมด”?

CDC Yellow Book 2026 มีตารางประเทศที่กำหนดหลักฐาน Yellow Fever vaccination จากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมด โดยในแอฟริกามี 19 ประเทศ ตามรายการด้านล่าง ทั้งนี้แต่ละประเทศอาจมีเกณฑ์อายุหรือข้อยกเว้นเฉพาะของตัวเอง

กลุ่มประเทศ ประเทศที่ CDC Yellow Book 2026 ระบุ สิ่งที่ควรทำ
West Africa Benin, Burkina Faso, Côte d’Ivoire, Ghana, Guinea, Guinea-Bissau, Mali, Niger, Sierra Leone, Togo ตรวจเกณฑ์อายุและเตรียม ICVP ก่อนเดินทาง
Central Africa Cameroon, Central African Republic, Republic of the Congo, Democratic Republic of the Congo, Gabon ตรวจทั้ง Entry Requirement และคำแนะนำวัคซีนจาก Travel Medicine
East / Southern-related routes Burundi, South Sudan, Uganda Uganda เป็นตัวอย่างที่ CDC ระบุทั้งแนะนำวัคซีนและกำหนดใบรับรองสำหรับผู้เดินทางขาเข้าตามเกณฑ์อายุ
Southern West-Central connection Angola เตรียม ICVP ตามกฎเข้าเมืองและตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
↔ รายการนี้อ้างอิง CDC Yellow Book 2026 ซึ่งระบุว่าข้อกำหนดประเทศสามารถเปลี่ยนได้ ควรตรวจ Embassy/Immigration อีกครั้งก่อนเดินทาง
คำว่า “ขาเข้าทั้งหมด” ไม่ได้แปลว่าเด็กทุกวัยต้องฉีด: ประเทศต่าง ๆ ใช้เกณฑ์อายุไม่เหมือนกัน จึงต้องดู Country Entry Requirement ของประเทศนั้นโดยตรง ไม่ควรนำอายุขั้นต่ำของประเทศหนึ่งไปใช้กับอีกประเทศ

3. ประเทศยอดนิยมที่ไม่ได้บังคับทุกคน แต่ Route ผ่านประเทศเสี่ยงอาจทำให้ต้องใช้สมุดเหลือง

สำหรับคนไทยที่เที่ยว Southern/East Africa กลุ่มนี้สำคัญมาก เพราะเดินทางตรงจากไทยกับเดินทางผ่านประเทศ Yellow Fever risk สามารถได้คำตอบต่างกัน

ปลายทาง ข้อกำหนด Yellow Fever ที่ตรวจสอบ ตัวอย่างจุดที่ทำให้ต้องระวัง
Botswanaขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงในประเทศเสี่ยงเปลี่ยน Route จากเอเชีย/ตะวันออกกลางเป็นการค้าง Transit ในประเทศเสี่ยง
South Africaขอ ICVP สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากหรือ Transit มากกว่า 12 ชั่วโมงในประเทศเสี่ยงต่อ Johannesburg หลังทริป East/West Africa
Namibiaขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 9 เดือนที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงเข้า Namibia หลังประเทศที่ WHO จัดเป็น Yellow Fever risk
Zimbabweขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 9 เดือนที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงต่อ Victoria Falls หลัง Route จากประเทศเสี่ยง
Zambiaขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงเข้า Livingstone หลัง East/West Africa route บางประเทศ
Kenyaขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง; วัคซีนยังถูกแนะนำสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของ Kenyaต้องแยก Entry Rule ออกจากคำแนะนำเพื่อป้องกันสุขภาพ
Tanzaniaขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงRoute Kenya → Tanzania ต้องตรวจตามสถานะประเทศต้นทางและกฎล่าสุด
Rwandaขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยงเข้า Rwanda หลัง Yellow Fever risk country
Ethiopiaขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 9 เดือนที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงRoute หลายประเทศที่กลับเข้า Ethiopia หรือใช้ Ethiopia เป็นปลายทาง
↔ ตารางนี้ใช้สำหรับวางแผนเบื้องต้น ต้องเช็ก Country Entry Requirement ล่าสุดตามวันเดินทางจริง

หาก Botswana อยู่ใน Route สามารถตรวจเรื่อง วีซ่าบอตสวานา แยกจาก Yellow Fever เพราะ Visa Approval กับ Health Entry Requirement เป็นคนละเงื่อนไข ต่อให้ Visa ออกแล้ว Route ที่เปลี่ยน Transit ก็อาจทำให้เอกสารสุขภาพที่ต้องพกเปลี่ยนตาม

4. ประเทศ Yellow Fever risk ในแอฟริกาที่อาจทำให้ปลายทางถัดไปขอสมุดเหลือง

CDC Yellow Book 2026 อ้างอิง WHO list ของประเทศที่มีความเสี่ยง Yellow Fever virus transmission ในแอฟริกา ซึ่งเป็นรายการที่หลายประเทศใช้ประกอบกฎว่าผู้เดินทาง “มาจากประเทศเสี่ยง” หรือไม่

รายชื่อประเทศเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อวาง Route

Angola, Benin, Burkina Faso, Burundi, Cameroon, Central African Republic, Chad, Republic of the Congo, Côte d’Ivoire, Democratic Republic of the Congo, Equatorial Guinea, Ethiopia, Gabon, The Gambia, Ghana, Guinea, Guinea-Bissau, Kenya, Liberia, Mali, Mauritania, Niger, Nigeria, Senegal, Sierra Leone, South Sudan, Sudan, Togo และ Uganda

รายชื่อ “ประเทศเสี่ยง” ไม่เหมือนกับรายชื่อ “ประเทศที่บังคับสมุดเหลืองกับผู้เดินทางทุกคน” เช่น Kenya มีพื้นที่ที่วัคซีนถูกแนะนำและอยู่ใน WHO risk list แต่ไม่ได้แปลว่า Kenya ขอสมุดเหลืองจากผู้เดินทางทุกคนที่บินมาจากไทยโดยตรง

อีกกลุ่มที่ไม่ควรเหมารวม: Rwanda, Tanzania และ Zambia ถูก CDC จัดในกลุ่มที่มีศักยภาพการสัมผัสต่ำหรือบางพื้นที่ แต่ไม่ได้อยู่ใน WHO risk-country list ชุดเดียวกับ 29 ประเทศด้านบน อย่างไรก็ดี Entry Requirement ของแต่ละปลายทางยังต้องตรวจแยก

5. Transit เกิน 12 ชั่วโมง: จุดเล็กที่ทำให้ต้องมี Yellow Book ได้

หลาย Country Entry Requirements ใช้เกณฑ์ว่า หากผู้เดินทางมี Airport Transit หรือ Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง ในประเทศที่มี Yellow Fever risk ก็ถือว่าเข้าข่ายต้องแสดง Certificate เมื่อถึงปลายทาง แม้ผู้เดินทางจะไม่ได้ตั้งใจเที่ยวประเทศ Transit ก็ตาม

1
เขียนทุกประเทศ Transit
อย่าดูเพียงต้นทาง Thailand กับปลายทางสุดท้าย
2
ดูระยะ Layover
จดเวลาเป็นชั่วโมง ไม่ใช้คำว่า “ต่อเครื่องเฉย ๆ”
3
เทียบประเทศ Transit กับ WHO/CDC risk list
ถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ให้เปิด Country Entry Requirement ของปลายทาง
4
ตรวจเกณฑ์อายุและเงื่อนไขเฉพาะ
บางประเทศใช้ 9 เดือน บางประเทศใช้ 1 ปี
5
ตรวจใหม่เมื่อ Flight เปลี่ยน
เปลี่ยน Hub หรือ Layover สามารถเปลี่ยน Yellow Fever requirement ได้

ก่อนออก ตั๋วเครื่องบิน แบบ Multi-city ควรเช็ก Transit Health Requirement พร้อม Visa เพราะการเปลี่ยนสายการบินเพื่อประหยัดค่าโดยสารอาจเพิ่ม Layover ในประเทศเสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ

กำลังเปรียบเทียบ Flight สอง Route?
อย่าดูแค่ราคาและเวลาเดินทาง ลองเทียบด้วยว่า Route ไหนผ่าน Yellow Fever risk country และ Layover นานเท่าไร ก่อนตัดสินใจจอง

💬 ช่วยเช็ก Route ก่อนออกตั๋ว

6. ต้องฉีด Yellow Fever กี่วันก่อนเดินทาง? สมุดเหลืองหมดอายุไหม?

International Health Regulations ระบุว่า Certificate สำหรับ Yellow Fever เริ่มมีผล 10 วันหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก ดังนั้นการไปฉีดก่อนบินเพียงไม่กี่วันอาจยังไม่ทำให้เอกสารมีผลตามกฎเข้าเมือง

WHO ระบุว่าเมื่อใช้วัคซีน Yellow Fever ที่ได้รับการรับรอง การฉีดหนึ่งครั้งให้การคุ้มครองระยะยาว และตั้งแต่การแก้ไข IHR มีผลในปี 2016 ใบรับรอง Yellow Fever มีอายุตลอดชีวิตของผู้ได้รับวัคซีน ไม่ใช่หมดอายุทุก 10 ปีแบบกฎเดิม

จำตัวเลขนี้: 10 วัน = ระยะก่อน Certificate ครั้งแรกเริ่มมีผลตาม IHR; อายุเอกสาร = ตลอดชีวิตสำหรับการฉีดที่ถูกต้องตามมาตรฐาน แม้บางสถานการณ์ทางการแพทย์อาจมีเหตุผลให้แพทย์พิจารณาวัคซีนเพิ่มเติมซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งจากข้อกำหนดเข้าเมือง

7. “ควรฉีดเพื่อสุขภาพ” กับ “ต้องฉีดเพื่อเข้าเมือง” ต่างกันอย่างไร?

CDC และ WHO แยก vaccine recommendation ออกจาก country entry requirement เพราะเป้าหมายต่างกัน การแนะนำวัคซีนมีไว้ป้องกันผู้เดินทางจากการติดเชื้อในพื้นที่เสี่ยง ส่วนกฎสมุดเหลืองมีไว้เป็นมาตรการด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศของประเทศปลายทาง

ตัวอย่างประเทศคำแนะนำด้านสุขภาพกฎเข้าเมือง
UgandaCDC แนะนำวัคซีนสำหรับผู้เดินทางอายุ ≥9 เดือนCDC ระบุ Certificate required สำหรับผู้เดินทางขาเข้าอายุ ≥1 ปี
Kenyaวัคซีนแนะนำสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ แต่มีพื้นที่ยกเว้น/ไม่แนะนำบางแห่งCertificate required เมื่อมาจากประเทศ Yellow Fever risk ตามเกณฑ์
BotswanaCDC ไม่แนะนำวัคซีนเพราะปลายทาง Botswana เองยังสามารถขอ Certificate หาก Route มาจากประเทศเสี่ยงหรือ Transit นานตามเกณฑ์
TanzaniaCDC โดยทั่วไปไม่แนะนำวัคซีนสำหรับการเดินทางไป Tanzaniaยังขอ Certificate สำหรับผู้ที่มาจากประเทศเสี่ยงตามเงื่อนไข
↔ จึงไม่ควรใช้คำว่า “ประเทศนี้ไม่แนะนำวัคซีน” แล้วสรุปต่อว่า “ไม่ต้องพกสมุดเหลือง” โดยไม่ดู Route

8. ใครควรคุยกับแพทย์หรือ Travel Medicine Clinic ก่อนฉีด?

Yellow Fever vaccine เป็นวัคซีนเชื้อเป็น จึงมีข้อห้ามและข้อควรระวังในบางคน ไม่ควรตัดสินใจฉีดจากตารางประเทศเพียงอย่างเดียว หากมีประวัติแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบ, ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง, การใช้ยากดภูมิ, การตั้งครรภ์/ให้นม หรืออายุที่ต้องพิจารณาความเสี่ยงเป็นพิเศษ ควรให้แพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางประเมินก่อน

Medical Waiver ไม่ใช่บัตรผ่านอัตโนมัติ: หากแพทย์เห็นว่ามีข้อห้ามต่อวัคซีน อาจมีการออกเอกสารยกเว้นทางการแพทย์ตามมาตรฐาน แต่ประเทศปลายทางเป็นผู้ตัดสินว่าจะยอมรับ Waiver หรือใช้มาตรการอื่น จึงควรติดต่อ Embassy/Immigration ของปลายทางก่อนเดินทาง

กรมควบคุมโรคมีคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวที่ให้บริการวัคซีนสำหรับการเดินทางและออก Yellow Book ผู้เดินทางควรนำ Passport และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของหน่วยบริการ และตรวจชื่อภาษาอังกฤษในเอกสารให้ตรงกับ Passport

นอกจาก Yellow Fever ควรดู ประกันเดินทาง และคำแนะนำสุขภาพอื่นตามพื้นที่จริง เช่น Malaria ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสมุดเหลืองและอาจสำคัญในหลาย Safari destination

9. 3 สถานการณ์สมมติ: Route เปลี่ยน คำตอบ Yellow Fever ก็เปลี่ยน

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายวิธีตรวจ Route ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์หรือคำยืนยันสิทธิผ่าน Immigration

สถานการณ์สมมติ A — Bangkok → Doha → Johannesburg → Cape Town

หาก Route ไม่ผ่านประเทศใน WHO Yellow Fever risk list และไม่ได้มีเงื่อนไขอื่นเพิ่ม South Africa ไม่ได้ขอ ICVP เพียงเพราะผู้เดินทางถือ Passport ไทย จุดที่ต้องทำคือเช็ก Flight จริงและกฎล่าสุดก่อนบิน ไม่ใช่ฉีดเพราะคำว่า Africa อย่างเดียว

สถานการณ์สมมติ B — Bangkok → Nairobi → Johannesburg

Kenya อยู่ใน WHO Yellow Fever risk list หาก Route ทำให้ผู้เดินทางเข้าข่าย “มาจาก” หรือ Transit ตามเกณฑ์ของ South Africa โดยเฉพาะ Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง ต้องตรวจ ICVP อย่างจริงจัง คำตอบจึงต่างจาก Route ที่ไม่ผ่าน Kenya

สถานการณ์สมมติ C — Uganda → Rwanda → Tanzania → Botswana

Uganda เป็นประเทศเสี่ยงและยังอยู่ในกลุ่มที่กำหนด Certificate กับผู้เดินทางขาเข้าตามเกณฑ์ ผู้เดินทางที่ต่อไปประเทศอื่นควรพก ICVP ตลอด Route เพราะประเทศถัดไปอาจใช้ประวัติการเดินทางจาก Uganda เป็นเงื่อนไขตรวจสมุดเหลือง แม้ Botswana เองไม่ได้แนะนำวัคซีนจากความเสี่ยงภายในประเทศ

10. ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเรื่อง Yellow Fever และสมุดเหลือง

ข้อผิดพลาดทำไมเสี่ยงควรทำแทน
คิดว่าไปแอฟริกาทุกคนต้องฉีดEntry Requirement และ Health Risk ต่างกันตามประเทศ/Routeตรวจปลายทางและ Transit รายประเทศ
คิดว่าไม่ออกสนามบินจึงไม่เกี่ยวหลายประเทศนับ Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงตรวจระยะเวลา Layover
ฉีดก่อนบิน 2–3 วันICVP ครั้งแรกเริ่มมีผลหลัง 10 วันวาง Travel Medicine ล่วงหน้า
คิดว่าสมุดเหลืองหมดอายุทุก 10 ปีIHR ปัจจุบันให้ Certificate มีผลตลอดชีวิตเก็บเอกสารเดิมและตรวจความถูกต้อง
ใช้รูปถ่ายเอกสารแทนต้นฉบับโดยไม่ตรวจด่านอาจต้องการ ICVP ที่ถูกต้องพกต้นฉบับคู่ Passport และมีสำเนาสำรอง
คิดว่า Vaccine Recommendation = Entry Requirementเป็นคนละเหตุผลและคนละเกณฑ์ตรวจทั้งสองหัวข้อแยกกัน
มีข้อห้ามทางการแพทย์แต่ไปฉีดเองวัคซีนมีข้อห้าม/ข้อควรระวังปรึกษาแพทย์หรือ Travel Medicine Clinic
เปลี่ยน Flight หลังจัดเอกสารแล้วไม่เช็กใหม่ประเทศ Transit ใหม่อาจทำให้ต้องใช้ ICVPCross-check ทุกครั้งหลังเปลี่ยน Route
↔ Yellow Fever requirement เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ควรเก็บ Master Itinerary เวอร์ชันล่าสุดก่อนเดินทางหลายประเทศ

11. Official Sources สำหรับตรวจ Yellow Fever ก่อนเดินทาง

WHO — Yellow Fever Global Update 2026
อธิบายหลัก IHR ว่าประเทศสามารถกำหนดหลักฐานการฉีดได้ และการฉีดหนึ่งครั้งที่บันทึกใน ICVP มีผลตลอดชีวิตตามกฎระหว่างประเทศ
WHO Yellow Fever — Global
WHO — International Health Regulations
ใช้ตรวจหลักการเรื่องความมีผลตลอดชีวิตของ Certificate หลังการแก้ไข Annex 7
International Health Regulations (2005)
CDC Yellow Book 2026 — Yellow Fever
มีรายชื่อประเทศ Yellow Fever risk และตารางประเทศที่ขอหลักฐานจากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมด
CDC Yellow Book — Yellow Fever
CDC Yellow Book — Country-by-Country Requirements
ใช้ตรวจ Recommendation และ Entry Requirement ของแต่ละประเทศ รวมเกณฑ์อายุและ Transit
Yellow Fever Information by Country
กรมควบคุมโรค — วัคซีนเพื่อการเดินทางต่างประเทศ
ข้อมูลบริการฉีดวัคซีนสำหรับผู้เดินทางและการออกหนังสือรับรอง Yellow Book ในประเทศไทย
กรมควบคุมโรค — วัคซีนเพื่อการเดินทางต่างประเทศ
กรมควบคุมโรค — คู่มือการใช้ Yellow Book
แนะนำให้ตรวจชื่อให้ตรง Passport พกเอกสารคู่ Passport และเก็บสำเนาไว้
คู่มือการใช้หนังสือรับรองการฉีดวัคซีน
ก่อนออกเดินทางให้ตรวจ 3 ชั้น: WHO/CDC เพื่อดู Risk และ Entry Rule, เว็บไซต์ Embassy/Immigration ของประเทศปลายทางเพื่อยืนยันกฎล่าสุด และ Travel Medicine Clinic เพื่อประเมินว่าวัคซีนเหมาะกับสุขภาพของคุณหรือไม่

Co Journey Visa ช่วยตรวจ Route ที่เกี่ยวกับ Yellow Fever อย่างไร?

การตรวจของทีมเน้นด้าน Route และเอกสารเดินทาง ไม่แทนคำแนะนำจากแพทย์ สามารถช่วยแยกว่าจุดใดใน Flight/Border Route อาจทำให้ต้องกลับไปเช็ก Yellow Fever Certificate กับหน่วยงานสุขภาพหรือ Immigration

  • ไล่ทุกประเทศต้นทางและ Transit จาก Itinerary จริง
  • เช็ก Layover ที่อาจเกินเกณฑ์ 12 ชั่วโมง
  • แยก Visa Requirement ออกจาก Health Entry Requirement
  • ตรวจว่าการเปลี่ยน Flight กระทบเอกสารเข้าเมืองหรือไม่
  • จัด Border Folder สำหรับ Visa, ICVP, Flight และ Accommodation
  • ระบุประเด็นที่ควรถาม Travel Medicine Clinic หรือ Embassy ก่อนเดินทาง

หาก Route มีหลายประเทศ สามารถ ปรึกษาวีซ่า พร้อมส่ง Flight ทุก Segment เพื่อช่วยทำ Route Check ก่อนเริ่มยื่นเอกสาร

ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ Chaiyapat Promboriruk

เกี่ยวกับผู้เขียน

ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี เน้นการตรวจ Route, Visa, Transit และความสอดคล้องของเอกสารตามข้อเท็จจริงของผู้เดินทาง

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ Yellow Fever และสมุดเหลือง

ไม่ใช่ทุกคนและไม่ใช่ทุกประเทศ ต้องแยกข้อแนะนำด้านสุขภาพออกจากกฎเข้าเมือง บางประเทศในแอฟริกาขอสมุดเหลืองจากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมดตามเกณฑ์อายุ ขณะที่หลายประเทศขอเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากหรือ Transit นานในประเทศที่มีความเสี่ยง Yellow Fever จึงต้องตรวจ Route ทั้งทริปก่อนตัดสินใจ
CDC Yellow Book 2026 ระบุประเทศในแอฟริกาที่ขอหลักฐาน Yellow Fever vaccination จากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมดตามเกณฑ์อายุของแต่ละประเทศ ได้แก่ Angola, Benin, Burkina Faso, Burundi, Cameroon, Central African Republic, Republic of the Congo, Côte d’Ivoire, Democratic Republic of the Congo, Gabon, Ghana, Guinea, Guinea-Bissau, Mali, Niger, Sierra Leone, South Sudan, Togo และ Uganda โดยกฎสามารถเปลี่ยนได้จึงควรตรวจอีกครั้งก่อนเดินทาง
โดยเงื่อนไข Yellow Fever ที่ CDC เผยแพร่สำหรับ Botswana และ South Africa ประเทศเหล่านี้ขอใบรับรองเมื่อผู้เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยง Yellow Fever หรือมี Transit หรือ Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงในประเทศเสี่ยงตามเกณฑ์ที่กำหนด ดังนั้น Route ที่เดินทางจากไทยโดยไม่ผ่านประเทศเสี่ยงจะต่างจาก Route ที่แวะประเทศเสี่ยงนาน ควรตรวจเที่ยวบินทั้งหมดก่อนเดินทาง
ตาม International Health Regulations ใบรับรอง ICVP สำหรับ Yellow Fever เริ่มมีผล 10 วันหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก และใบรับรองของวัคซีนที่ได้รับการรับรองมีผลตลอดชีวิตของผู้ได้รับวัคซีน โดยทั่วไปไม่ต้องฉีดกระตุ้นเพื่อให้ใบรับรองเดินทางมีผลต่อเนื่อง
หลายประเทศรวมเวลาที่ Transit หรือ Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงในประเทศที่มีความเสี่ยง Yellow Fever ไว้ในเงื่อนไขการขอใบรับรอง เช่น Botswana, South Africa, Namibia, Zimbabwe, Zambia, Tanzania และ Ethiopia ตามข้อมูล CDC ที่ตรวจสอบ แต่เกณฑ์อายุและรายละเอียดต่างกัน จึงควรตรวจประเทศปลายทางรายประเทศ
ไม่ควรตัดสินใจฉีดเองหากมีประวัติสุขภาพหรือภาวะที่อาจเป็นข้อห้ามต่อวัคซีน Yellow Fever ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อเป็น ควรพบแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางเพื่อประเมินความเสี่ยงและสอบถามเรื่อง Medical Waiver หากเหมาะสม ทั้งนี้ประเทศปลายทางเป็นผู้ตัดสินว่าจะยอมรับ Waiver หรือกำหนดมาตรการอื่นหรือไม่

📌 Final Checklist ก่อนเดินทาง

  • เปิด Route ทุก Segment รวม Transit และ Layover
  • ตรวจว่าปลายทางเป็นกลุ่มบังคับ Certificate กับผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมดหรือไม่
  • ถ้าไม่ใช่ ให้ตรวจว่ามาจากหรือ Transit ประเทศ Yellow Fever risk หรือไม่
  • เช็กเกณฑ์ 12 ชั่วโมงของประเทศปลายทาง หากมี
  • เช็กเกณฑ์อายุ เพราะ 9 เดือนและ 1 ปีถูกใช้ต่างกันในแต่ละประเทศ
  • ถ้าต้องฉีดครั้งแรก ให้วางอย่างน้อย 10 วันก่อนวันที่ Certificate ต้องเริ่มมีผล
  • ชื่อใน Yellow Book ต้องตรง Passport
  • พก Yellow Book ต้นฉบับคู่ Passport และมีสำเนา Offline
  • ถ้ามีข้อห้ามหรือข้อกังวลด้านสุขภาพ ให้พบ Travel Medicine Clinic
  • ตรวจใหม่ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยน Flight หรือประเทศ Transit

Route แอฟริกามีหลาย Transit และไม่แน่ใจว่าต้องใช้สมุดเหลืองตรงไหน?

ส่ง Flight ทุกช่วงและประเทศที่พักให้ทีม Co Journey Visa ช่วย Cross-check Route, Visa และจุดที่ควรยืนยัน Yellow Fever requirement กับ Travel Medicine Clinic หรือ Immigration ได้ การตรวจ Route ไม่แทนคำแนะนำทางการแพทย์และไม่รับประกันการอนุญาตเข้าเมือง

📱 LINE: @cojourneyvisa

โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com

ข้อมูลนี้อัปเดตจากแหล่งทางการที่ตรวจสอบ ณ 21 กันยายน 2569 และใช้เพื่อช่วยวางแผนการเดินทาง ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล Yellow Fever risk, Country Entry Requirement, เกณฑ์ Transit, อายุขั้นต่ำ และการยอมรับ Medical Waiver สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจ WHO/CDC, Embassy หรือ Immigration ของประเทศปลายทาง และปรึกษาแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางก่อนฉีดวัคซีน การอนุญาตเข้าเมืองเป็นอำนาจของหน่วยงานปลายทาง

ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa

เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น