คำถามว่า “ไปแอฟริกาต้องฉีด Yellow Fever ไหม?” ตอบจากชื่อทวีปอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีอยู่สองเรื่องที่คนเดินทางมักปนกัน คือ ความเสี่ยงติดเชื้อในพื้นที่ปลายทาง กับ ข้อกำหนดให้แสดง International Certificate of Vaccination or Prophylaxis (ICVP) หรือที่คนไทยเรียกกันว่าสมุดเหลืองเมื่อผ่านด่านเข้าเมือง
บางประเทศมีความเสี่ยง Yellow Fever และแนะนำวัคซีนเพื่อป้องกันผู้เดินทาง บางประเทศไม่ได้มีความเสี่ยงในประเทศตัวเอง แต่ขอสมุดเหลืองจากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงเพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าประเทศ และบางประเทศกำหนดให้ผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมดตามเกณฑ์อายุแสดงหลักฐานการฉีด
สำหรับคนไทย จุดที่ต้องดูจึงไม่ใช่แค่ “บินจากกรุงเทพฯ ไปประเทศไหน” แต่ต้องดู ทุกประเทศใน Route รวมถึง Transit/Layover เพราะปลายทางอย่าง Botswana, South Africa, Namibia, Zimbabwe หรือ Zambia อาจไม่ขอสมุดเหลืองจาก Route ที่ไม่ได้ผ่านประเทศเสี่ยง แต่เงื่อนไขสามารถเปลี่ยนทันทีหากแวะประเทศ Yellow Fever risk นานตามเกณฑ์
มี Flight หลายต่อและไม่แน่ใจว่า Transit ทำให้ต้องใช้สมุดเหลืองหรือไม่?
ส่ง Route เต็มตั้งแต่ไทยจนถึงปลายทางให้ทีมช่วยไล่ประเทศ Transit, Visa และเอกสารเข้าเมืองที่ควรเช็กก่อนจองส่วนที่แก้ไขยาก
📋 สารบัญ
- สมุดเหลืองคืออะไร
- 19 ประเทศในแอฟริกาที่ขอหลักฐานจากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมด
- ประเทศยอดนิยมที่ขอสมุดเหลืองแบบมีเงื่อนไข
- ประเทศ Yellow Fever risk ที่ทำให้ Route เปลี่ยน
- Transit เกิน 12 ชั่วโมงสำคัญอย่างไร
- ฉีดกี่วันก่อนเดินทางและสมุดเหลืองใช้ได้นานแค่ไหน
- วัคซีนแนะนำกับกฎเข้าเมืองต่างกันอย่างไร
- ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
- 3 สถานการณ์สมมติ
- ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
- Official Sources
- FAQ
1. สมุดเหลืองคืออะไร? ไม่ใช่แค่ใบรับรองจากคลินิกทั่วไป
เอกสารที่ใช้ในกฎการเดินทางระหว่างประเทศเรียกว่า International Certificate of Vaccination or Prophylaxis (ICVP) เป็นหลักฐานที่ได้รับการยอมรับภายใต้ International Health Regulations สำหรับการบันทึกวัคซีน Yellow Fever
กรมควบคุมโรคของไทยเรียกเอกสารนี้ว่า หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อระหว่างประเทศ หรือ Yellow Book และแนะนำให้ตรวจชื่อภาษาอังกฤษให้ตรง Passport รวมถึงพกสมุดไว้คู่กับ Passport เมื่อเดินทาง
2. ประเทศไหน “ขอสมุดเหลืองจากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมด”?
CDC Yellow Book 2026 มีตารางประเทศที่กำหนดหลักฐาน Yellow Fever vaccination จากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมด โดยในแอฟริกามี 19 ประเทศ ตามรายการด้านล่าง ทั้งนี้แต่ละประเทศอาจมีเกณฑ์อายุหรือข้อยกเว้นเฉพาะของตัวเอง
| กลุ่มประเทศ | ประเทศที่ CDC Yellow Book 2026 ระบุ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| West Africa | Benin, Burkina Faso, Côte d’Ivoire, Ghana, Guinea, Guinea-Bissau, Mali, Niger, Sierra Leone, Togo | ตรวจเกณฑ์อายุและเตรียม ICVP ก่อนเดินทาง |
| Central Africa | Cameroon, Central African Republic, Republic of the Congo, Democratic Republic of the Congo, Gabon | ตรวจทั้ง Entry Requirement และคำแนะนำวัคซีนจาก Travel Medicine |
| East / Southern-related routes | Burundi, South Sudan, Uganda | Uganda เป็นตัวอย่างที่ CDC ระบุทั้งแนะนำวัคซีนและกำหนดใบรับรองสำหรับผู้เดินทางขาเข้าตามเกณฑ์อายุ |
| Southern West-Central connection | Angola | เตรียม ICVP ตามกฎเข้าเมืองและตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง |
3. ประเทศยอดนิยมที่ไม่ได้บังคับทุกคน แต่ Route ผ่านประเทศเสี่ยงอาจทำให้ต้องใช้สมุดเหลือง
สำหรับคนไทยที่เที่ยว Southern/East Africa กลุ่มนี้สำคัญมาก เพราะเดินทางตรงจากไทยกับเดินทางผ่านประเทศ Yellow Fever risk สามารถได้คำตอบต่างกัน
| ปลายทาง | ข้อกำหนด Yellow Fever ที่ตรวจสอบ | ตัวอย่างจุดที่ทำให้ต้องระวัง |
|---|---|---|
| Botswana | ขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมงในประเทศเสี่ยง | เปลี่ยน Route จากเอเชีย/ตะวันออกกลางเป็นการค้าง Transit ในประเทศเสี่ยง |
| South Africa | ขอ ICVP สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากหรือ Transit มากกว่า 12 ชั่วโมงในประเทศเสี่ยง | ต่อ Johannesburg หลังทริป East/West Africa |
| Namibia | ขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 9 เดือนที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง | เข้า Namibia หลังประเทศที่ WHO จัดเป็น Yellow Fever risk |
| Zimbabwe | ขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 9 เดือนที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง | ต่อ Victoria Falls หลัง Route จากประเทศเสี่ยง |
| Zambia | ขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง | เข้า Livingstone หลัง East/West Africa route บางประเทศ |
| Kenya | ขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง; วัคซีนยังถูกแนะนำสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของ Kenya | ต้องแยก Entry Rule ออกจากคำแนะนำเพื่อป้องกันสุขภาพ |
| Tanzania | ขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง | Route Kenya → Tanzania ต้องตรวจตามสถานะประเทศต้นทางและกฎล่าสุด |
| Rwanda | ขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 1 ปีที่มาจากประเทศเสี่ยง | เข้า Rwanda หลัง Yellow Fever risk country |
| Ethiopia | ขอ Certificate สำหรับผู้เดินทางอายุอย่างน้อย 9 เดือนที่มาจากประเทศเสี่ยง รวม Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง | Route หลายประเทศที่กลับเข้า Ethiopia หรือใช้ Ethiopia เป็นปลายทาง |
หาก Botswana อยู่ใน Route สามารถตรวจเรื่อง วีซ่าบอตสวานา แยกจาก Yellow Fever เพราะ Visa Approval กับ Health Entry Requirement เป็นคนละเงื่อนไข ต่อให้ Visa ออกแล้ว Route ที่เปลี่ยน Transit ก็อาจทำให้เอกสารสุขภาพที่ต้องพกเปลี่ยนตาม
4. ประเทศ Yellow Fever risk ในแอฟริกาที่อาจทำให้ปลายทางถัดไปขอสมุดเหลือง
CDC Yellow Book 2026 อ้างอิง WHO list ของประเทศที่มีความเสี่ยง Yellow Fever virus transmission ในแอฟริกา ซึ่งเป็นรายการที่หลายประเทศใช้ประกอบกฎว่าผู้เดินทาง “มาจากประเทศเสี่ยง” หรือไม่
รายชื่อประเทศเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อวาง Route
Angola, Benin, Burkina Faso, Burundi, Cameroon, Central African Republic, Chad, Republic of the Congo, Côte d’Ivoire, Democratic Republic of the Congo, Equatorial Guinea, Ethiopia, Gabon, The Gambia, Ghana, Guinea, Guinea-Bissau, Kenya, Liberia, Mali, Mauritania, Niger, Nigeria, Senegal, Sierra Leone, South Sudan, Sudan, Togo และ Uganda
รายชื่อ “ประเทศเสี่ยง” ไม่เหมือนกับรายชื่อ “ประเทศที่บังคับสมุดเหลืองกับผู้เดินทางทุกคน” เช่น Kenya มีพื้นที่ที่วัคซีนถูกแนะนำและอยู่ใน WHO risk list แต่ไม่ได้แปลว่า Kenya ขอสมุดเหลืองจากผู้เดินทางทุกคนที่บินมาจากไทยโดยตรง
5. Transit เกิน 12 ชั่วโมง: จุดเล็กที่ทำให้ต้องมี Yellow Book ได้
หลาย Country Entry Requirements ใช้เกณฑ์ว่า หากผู้เดินทางมี Airport Transit หรือ Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง ในประเทศที่มี Yellow Fever risk ก็ถือว่าเข้าข่ายต้องแสดง Certificate เมื่อถึงปลายทาง แม้ผู้เดินทางจะไม่ได้ตั้งใจเที่ยวประเทศ Transit ก็ตาม
อย่าดูเพียงต้นทาง Thailand กับปลายทางสุดท้าย
จดเวลาเป็นชั่วโมง ไม่ใช้คำว่า “ต่อเครื่องเฉย ๆ”
ถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ให้เปิด Country Entry Requirement ของปลายทาง
บางประเทศใช้ 9 เดือน บางประเทศใช้ 1 ปี
เปลี่ยน Hub หรือ Layover สามารถเปลี่ยน Yellow Fever requirement ได้
ก่อนออก ตั๋วเครื่องบิน แบบ Multi-city ควรเช็ก Transit Health Requirement พร้อม Visa เพราะการเปลี่ยนสายการบินเพื่อประหยัดค่าโดยสารอาจเพิ่ม Layover ในประเทศเสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ
กำลังเปรียบเทียบ Flight สอง Route?
อย่าดูแค่ราคาและเวลาเดินทาง ลองเทียบด้วยว่า Route ไหนผ่าน Yellow Fever risk country และ Layover นานเท่าไร ก่อนตัดสินใจจอง
6. ต้องฉีด Yellow Fever กี่วันก่อนเดินทาง? สมุดเหลืองหมดอายุไหม?
International Health Regulations ระบุว่า Certificate สำหรับ Yellow Fever เริ่มมีผล 10 วันหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก ดังนั้นการไปฉีดก่อนบินเพียงไม่กี่วันอาจยังไม่ทำให้เอกสารมีผลตามกฎเข้าเมือง
WHO ระบุว่าเมื่อใช้วัคซีน Yellow Fever ที่ได้รับการรับรอง การฉีดหนึ่งครั้งให้การคุ้มครองระยะยาว และตั้งแต่การแก้ไข IHR มีผลในปี 2016 ใบรับรอง Yellow Fever มีอายุตลอดชีวิตของผู้ได้รับวัคซีน ไม่ใช่หมดอายุทุก 10 ปีแบบกฎเดิม
7. “ควรฉีดเพื่อสุขภาพ” กับ “ต้องฉีดเพื่อเข้าเมือง” ต่างกันอย่างไร?
CDC และ WHO แยก vaccine recommendation ออกจาก country entry requirement เพราะเป้าหมายต่างกัน การแนะนำวัคซีนมีไว้ป้องกันผู้เดินทางจากการติดเชื้อในพื้นที่เสี่ยง ส่วนกฎสมุดเหลืองมีไว้เป็นมาตรการด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศของประเทศปลายทาง
| ตัวอย่างประเทศ | คำแนะนำด้านสุขภาพ | กฎเข้าเมือง |
|---|---|---|
| Uganda | CDC แนะนำวัคซีนสำหรับผู้เดินทางอายุ ≥9 เดือน | CDC ระบุ Certificate required สำหรับผู้เดินทางขาเข้าอายุ ≥1 ปี |
| Kenya | วัคซีนแนะนำสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ แต่มีพื้นที่ยกเว้น/ไม่แนะนำบางแห่ง | Certificate required เมื่อมาจากประเทศ Yellow Fever risk ตามเกณฑ์ |
| Botswana | CDC ไม่แนะนำวัคซีนเพราะปลายทาง Botswana เอง | ยังสามารถขอ Certificate หาก Route มาจากประเทศเสี่ยงหรือ Transit นานตามเกณฑ์ |
| Tanzania | CDC โดยทั่วไปไม่แนะนำวัคซีนสำหรับการเดินทางไป Tanzania | ยังขอ Certificate สำหรับผู้ที่มาจากประเทศเสี่ยงตามเงื่อนไข |
8. ใครควรคุยกับแพทย์หรือ Travel Medicine Clinic ก่อนฉีด?
Yellow Fever vaccine เป็นวัคซีนเชื้อเป็น จึงมีข้อห้ามและข้อควรระวังในบางคน ไม่ควรตัดสินใจฉีดจากตารางประเทศเพียงอย่างเดียว หากมีประวัติแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบ, ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง, การใช้ยากดภูมิ, การตั้งครรภ์/ให้นม หรืออายุที่ต้องพิจารณาความเสี่ยงเป็นพิเศษ ควรให้แพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางประเมินก่อน
กรมควบคุมโรคมีคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวที่ให้บริการวัคซีนสำหรับการเดินทางและออก Yellow Book ผู้เดินทางควรนำ Passport และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของหน่วยบริการ และตรวจชื่อภาษาอังกฤษในเอกสารให้ตรงกับ Passport
นอกจาก Yellow Fever ควรดู ประกันเดินทาง และคำแนะนำสุขภาพอื่นตามพื้นที่จริง เช่น Malaria ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสมุดเหลืองและอาจสำคัญในหลาย Safari destination
9. 3 สถานการณ์สมมติ: Route เปลี่ยน คำตอบ Yellow Fever ก็เปลี่ยน
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายวิธีตรวจ Route ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์หรือคำยืนยันสิทธิผ่าน Immigration
หาก Route ไม่ผ่านประเทศใน WHO Yellow Fever risk list และไม่ได้มีเงื่อนไขอื่นเพิ่ม South Africa ไม่ได้ขอ ICVP เพียงเพราะผู้เดินทางถือ Passport ไทย จุดที่ต้องทำคือเช็ก Flight จริงและกฎล่าสุดก่อนบิน ไม่ใช่ฉีดเพราะคำว่า Africa อย่างเดียว
Kenya อยู่ใน WHO Yellow Fever risk list หาก Route ทำให้ผู้เดินทางเข้าข่าย “มาจาก” หรือ Transit ตามเกณฑ์ของ South Africa โดยเฉพาะ Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง ต้องตรวจ ICVP อย่างจริงจัง คำตอบจึงต่างจาก Route ที่ไม่ผ่าน Kenya
Uganda เป็นประเทศเสี่ยงและยังอยู่ในกลุ่มที่กำหนด Certificate กับผู้เดินทางขาเข้าตามเกณฑ์ ผู้เดินทางที่ต่อไปประเทศอื่นควรพก ICVP ตลอด Route เพราะประเทศถัดไปอาจใช้ประวัติการเดินทางจาก Uganda เป็นเงื่อนไขตรวจสมุดเหลือง แม้ Botswana เองไม่ได้แนะนำวัคซีนจากความเสี่ยงภายในประเทศ
10. ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเรื่อง Yellow Fever และสมุดเหลือง
| ข้อผิดพลาด | ทำไมเสี่ยง | ควรทำแทน |
|---|---|---|
| คิดว่าไปแอฟริกาทุกคนต้องฉีด | Entry Requirement และ Health Risk ต่างกันตามประเทศ/Route | ตรวจปลายทางและ Transit รายประเทศ |
| คิดว่าไม่ออกสนามบินจึงไม่เกี่ยว | หลายประเทศนับ Transit/Layover มากกว่า 12 ชั่วโมง | ตรวจระยะเวลา Layover |
| ฉีดก่อนบิน 2–3 วัน | ICVP ครั้งแรกเริ่มมีผลหลัง 10 วัน | วาง Travel Medicine ล่วงหน้า |
| คิดว่าสมุดเหลืองหมดอายุทุก 10 ปี | IHR ปัจจุบันให้ Certificate มีผลตลอดชีวิต | เก็บเอกสารเดิมและตรวจความถูกต้อง |
| ใช้รูปถ่ายเอกสารแทนต้นฉบับโดยไม่ตรวจ | ด่านอาจต้องการ ICVP ที่ถูกต้อง | พกต้นฉบับคู่ Passport และมีสำเนาสำรอง |
| คิดว่า Vaccine Recommendation = Entry Requirement | เป็นคนละเหตุผลและคนละเกณฑ์ | ตรวจทั้งสองหัวข้อแยกกัน |
| มีข้อห้ามทางการแพทย์แต่ไปฉีดเอง | วัคซีนมีข้อห้าม/ข้อควรระวัง | ปรึกษาแพทย์หรือ Travel Medicine Clinic |
| เปลี่ยน Flight หลังจัดเอกสารแล้วไม่เช็กใหม่ | ประเทศ Transit ใหม่อาจทำให้ต้องใช้ ICVP | Cross-check ทุกครั้งหลังเปลี่ยน Route |
11. Official Sources สำหรับตรวจ Yellow Fever ก่อนเดินทาง
อธิบายหลัก IHR ว่าประเทศสามารถกำหนดหลักฐานการฉีดได้ และการฉีดหนึ่งครั้งที่บันทึกใน ICVP มีผลตลอดชีวิตตามกฎระหว่างประเทศ
WHO Yellow Fever — Global
ใช้ตรวจหลักการเรื่องความมีผลตลอดชีวิตของ Certificate หลังการแก้ไข Annex 7
International Health Regulations (2005)
มีรายชื่อประเทศ Yellow Fever risk และตารางประเทศที่ขอหลักฐานจากผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมด
CDC Yellow Book — Yellow Fever
ใช้ตรวจ Recommendation และ Entry Requirement ของแต่ละประเทศ รวมเกณฑ์อายุและ Transit
Yellow Fever Information by Country
ข้อมูลบริการฉีดวัคซีนสำหรับผู้เดินทางและการออกหนังสือรับรอง Yellow Book ในประเทศไทย
กรมควบคุมโรค — วัคซีนเพื่อการเดินทางต่างประเทศ
แนะนำให้ตรวจชื่อให้ตรง Passport พกเอกสารคู่ Passport และเก็บสำเนาไว้
คู่มือการใช้หนังสือรับรองการฉีดวัคซีน
Co Journey Visa ช่วยตรวจ Route ที่เกี่ยวกับ Yellow Fever อย่างไร?
การตรวจของทีมเน้นด้าน Route และเอกสารเดินทาง ไม่แทนคำแนะนำจากแพทย์ สามารถช่วยแยกว่าจุดใดใน Flight/Border Route อาจทำให้ต้องกลับไปเช็ก Yellow Fever Certificate กับหน่วยงานสุขภาพหรือ Immigration
- ไล่ทุกประเทศต้นทางและ Transit จาก Itinerary จริง
- เช็ก Layover ที่อาจเกินเกณฑ์ 12 ชั่วโมง
- แยก Visa Requirement ออกจาก Health Entry Requirement
- ตรวจว่าการเปลี่ยน Flight กระทบเอกสารเข้าเมืองหรือไม่
- จัด Border Folder สำหรับ Visa, ICVP, Flight และ Accommodation
- ระบุประเด็นที่ควรถาม Travel Medicine Clinic หรือ Embassy ก่อนเดินทาง
หาก Route มีหลายประเทศ สามารถ ปรึกษาวีซ่า พร้อมส่ง Flight ทุก Segment เพื่อช่วยทำ Route Check ก่อนเริ่มยื่นเอกสาร
เกี่ยวกับผู้เขียน
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี เน้นการตรวจ Route, Visa, Transit และความสอดคล้องของเอกสารตามข้อเท็จจริงของผู้เดินทาง
คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ Yellow Fever และสมุดเหลือง
📌 Final Checklist ก่อนเดินทาง
- เปิด Route ทุก Segment รวม Transit และ Layover
- ตรวจว่าปลายทางเป็นกลุ่มบังคับ Certificate กับผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมดหรือไม่
- ถ้าไม่ใช่ ให้ตรวจว่ามาจากหรือ Transit ประเทศ Yellow Fever risk หรือไม่
- เช็กเกณฑ์ 12 ชั่วโมงของประเทศปลายทาง หากมี
- เช็กเกณฑ์อายุ เพราะ 9 เดือนและ 1 ปีถูกใช้ต่างกันในแต่ละประเทศ
- ถ้าต้องฉีดครั้งแรก ให้วางอย่างน้อย 10 วันก่อนวันที่ Certificate ต้องเริ่มมีผล
- ชื่อใน Yellow Book ต้องตรง Passport
- พก Yellow Book ต้นฉบับคู่ Passport และมีสำเนา Offline
- ถ้ามีข้อห้ามหรือข้อกังวลด้านสุขภาพ ให้พบ Travel Medicine Clinic
- ตรวจใหม่ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยน Flight หรือประเทศ Transit
Route แอฟริกามีหลาย Transit และไม่แน่ใจว่าต้องใช้สมุดเหลืองตรงไหน?
ส่ง Flight ทุกช่วงและประเทศที่พักให้ทีม Co Journey Visa ช่วย Cross-check Route, Visa และจุดที่ควรยืนยัน Yellow Fever requirement กับ Travel Medicine Clinic หรือ Immigration ได้ การตรวจ Route ไม่แทนคำแนะนำทางการแพทย์และไม่รับประกันการอนุญาตเข้าเมือง
📱 LINE: @cojourneyvisaข้อมูลนี้อัปเดตจากแหล่งทางการที่ตรวจสอบ ณ 21 กันยายน 2569 และใช้เพื่อช่วยวางแผนการเดินทาง ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล Yellow Fever risk, Country Entry Requirement, เกณฑ์ Transit, อายุขั้นต่ำ และการยอมรับ Medical Waiver สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจ WHO/CDC, Embassy หรือ Immigration ของประเทศปลายทาง และปรึกษาแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางก่อนฉีดวัคซีน การอนุญาตเข้าเมืองเป็นอำนาจของหน่วยงานปลายทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น







