Professional Visit Pass (PVP) Malaysia vs Employment Pass ต่างกันอย่างไร?

Professional Visit Pass (PVP) Malaysia vs Employment Pass ต่างกันอย่างไร?

🇲🇾 Malaysia Work Pass Guide 2026
Professional Visit Pass (PVP) Malaysia vs Employment Pass ต่างกันอย่างไร?
เลือกให้ถูกจาก “ความสัมพันธ์ในการทำงาน” ไม่ใช่แค่ดูว่างานสั้นหรืองานยาว เพราะ PVP กับ Employment Pass รองรับคนละโครงสร้าง
📅 อัปเดตล่าสุด: 7 กันยายน 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ ⏱ อ่านประมาณ 12 นาที

บริษัทไทยส่งวิศวกรไปติดตั้งเครื่องจักรที่มาเลเซีย 4 เดือน กับบริษัทมาเลเซียรับคนไทยเข้าเป็น Regional Manager 4 เดือน อาจดูเหมือน “ไปทำงานมาเลเซียระยะเท่ากัน” แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ Pass ประเภทเดียวกัน

จุดที่ต้องแยกก่อนคือ ผู้สมัครยังทำงานในนามบริษัทต่างประเทศและเข้ามาให้บริการกับบริษัทมาเลเซียชั่วคราว หรือกำลังรับการจ้างงานกับองค์กรในมาเลเซียโดยตรง เพราะนี่เป็นเส้นแบ่งสำคัญระหว่าง Professional Visit Pass (PVP) และ Employment Pass (EP)

หากกำลังวางแผน วีซ่ามาเลเซีย หรือ Work Pass สำหรับพนักงาน อย่าเริ่มจากการเลือกแบบฟอร์มก่อน ควรเริ่มจาก Employer, Contract, Scope of Work, ผู้จ่ายค่าตอบแทน, บริษัทที่รับบริการ และระยะเวลาของโครงการ

สรุปสั้น ๆ:
PVP ใช้กับผู้มีทักษะหรือคุณวุฒิวิชาชีพที่เข้ามาให้บริการหรือฝึกปฏิบัติกับบริษัทมาเลเซีย ในนามบริษัทต่างประเทศ เป็นการชั่วคราว โดยหน้า ESD ระบุว่าออกได้ไม่เกิน 12 เดือนต่อครั้ง

Employment Pass ใช้กับชาวต่างชาติที่เข้ารับการจ้างงานกับองค์กรในมาเลเซีย และต้องดูตำแหน่ง สัญญาจ้าง เกณฑ์เงินเดือน และการอนุมัติที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ถ้าจะเลือกให้ถูก ให้ถามก่อนว่า “ใครเป็นนายจ้างจริง และคนนี้เข้าไปให้บริการตามโครงการ หรือเข้าไปรับตำแหน่งงานกับบริษัทมาเลเซีย?”

💬 มีทั้งบริษัทไทยและบริษัทมาเลเซียอยู่ใน Contract จนแยกไม่ออกว่าควรเริ่ม PVP หรือ EP?
ส่งโครงสร้างบริษัท หน้าที่งาน และระยะเวลาโครงการให้ทีมช่วยไล่ประเด็นก่อนจัดแฟ้ม จะได้ไม่ต้องย้อนแก้เอกสารเพราะเริ่มจาก Pass ผิดประเภท

📱 ส่งรายละเอียดเคสทาง LINE

PVP Malaysia กับ Employment Pass ต่างกันอย่างไรในจุดที่มีผลต่อการยื่น?

ถ้าต้องเลือกสอง Pass นี้ สิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าคำว่า “งานระยะสั้น” หรือ “งานระยะยาว” คือความสัมพันธ์ในการจ้างงานและวัตถุประสงค์ที่ผู้สมัครเข้าไปปฏิบัติงานในมาเลเซีย

ประเด็น Professional Visit Pass (PVP) Employment Pass (EP)
แกนของ Pass ให้บริการหรือฝึกปฏิบัติกับบริษัทมาเลเซียในนามบริษัทต่างประเทศเป็นการชั่วคราว เข้ารับการจ้างงานกับองค์กรในมาเลเซีย
ความสัมพันธ์กับบริษัทมาเลเซีย บริษัทมาเลเซียเป็นบริษัทที่รับบริการ/โครงการ หรือเป็นบริษัทที่ระบุใน PVP ตามโครงสร้างที่ได้รับอนุมัติ องค์กรในมาเลเซียเป็นบริษัทที่ประสงค์จะจ้างผู้สมัครและเป็นผู้ยื่นผ่านระบบที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลา ESD ระบุไม่เกิน 12 เดือนต่อการออก Pass หนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับ Category สัญญาจ้าง นโยบายที่ใช้ ณ วันยื่น และดุลยพินิจของหน่วยงาน
ทำงานให้ใครได้ ทำงานได้เฉพาะบริษัทที่ระบุใน PVP ทำงานได้เฉพาะบริษัทที่ระบุใน EP; หากเปลี่ยนบริษัทต้องยื่นคำร้องใหม่ตามขั้นตอน
ผู้ติดตาม ESD ระบุว่าผู้ถือ PVP ไม่มีสิทธิสมัคร Dependant Pass ภายใต้ PVP มีช่องทางยื่น Pass ที่เกี่ยวข้องให้สมาชิกครอบครัวเมื่อเข้าเงื่อนไขของ ESD
ความผิดพลาดที่พบบ่อย เห็นว่างานสั้นจึงสรุปว่าเป็น PVP ทั้งที่จริงเป็นการจ้างโดยบริษัทมาเลเซีย เห็นว่าจะอยู่นานจึงเลือก EP ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาทำโครงการชั่วคราว
📱 เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ
💡 วิธีแยกให้เร็ว:
ลองเอาชื่อ Pass ออกก่อน แล้วตอบ 4 คำถาม: ใครเป็นนายจ้าง? ใครจ่ายค่าตอบแทน? บริษัทมาเลเซียรับคนนี้เข้าตำแหน่งหรือรับบริการจากบริษัทต่างประเทศ? หลังจบโครงการผู้สมัครกลับไปทำงานกับใคร? คำตอบเหล่านี้ช่วยให้เห็นโครงสร้างได้ดีกว่าดู Job Title อย่างเดียว

Professional Visit Pass เหมาะกับโครงสร้างงานแบบไหน?

หน้า Expatriate Services Division อธิบาย PVP ว่าออกให้บุคลากรต่างชาติที่มีคุณวุฒิหรือทักษะวิชาชีพที่เหมาะสม เพื่อเข้ามาให้บริการหรือฝึกปฏิบัติกับบริษัทในมาเลเซีย on behalf of an overseas company เป็นการชั่วคราว และระบุระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือนต่อการออก Pass หนึ่งครั้ง

ลักษณะงานที่อาจต้องตรวจในฝั่ง PVP เช่น:

  • วิศวกรจากบริษัทต่างประเทศเข้าไปติดตั้ง ทดสอบ หรือ Commission เครื่องจักรตามโครงการ
  • Technical Specialist เข้าไปซ่อมบำรุงหรือแก้ปัญหาระบบเฉพาะที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ
  • ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปถ่ายทอดความรู้หรือให้บริการทางเทคนิคแก่บริษัทมาเลเซียชั่วคราว
  • การวิจัยหรือกิจกรรมฝึกปฏิบัติที่เข้าหมวดซึ่งหน่วยงานกำหนด
📌 PVP-Expert มีเงื่อนไขที่ต้องอ่านแยกตาม Category:
หน้า Immigration Department สำหรับ Professional Visitor Pass – Expert ระบุว่า Category 1 (Expert Transfer) และ Category 2 (Research) ต้องมีนายจ้างเดิมอยู่ต่างประเทศและเงินเดือนจ่ายโดยนายจ้างเดิม เงื่อนไขนี้ไม่ควรถูกนำไปเหมารวมกับ PVP ทุกวัตถุประสงค์โดยไม่ตรวจ Category ของเคส

ถ้าบริษัทต้องการ ทำวีซ่า หรือ Work Pass ให้พนักงาน ควรเขียน Scope of Work จากงานจริงก่อน เช่น จะติดตั้งอะไร ทำที่ไซต์ไหน บริษัทใดเป็นผู้รับบริการ งานเริ่มและจบเมื่อใด และเหตุใดต้องใช้บุคลากรรายนี้

Employment Pass ใช้เมื่อผู้สมัครเข้ารับตำแหน่งกับองค์กรในมาเลเซียอย่างไร?

ESD ระบุว่า Employment Pass เป็น Work Permit ที่ทำให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ารับการจ้างงานกับองค์กรในมาเลเซีย โดยตำแหน่งต้องได้รับการอนุมัติจาก Expatriate Committee หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน Immigration จะออก Employment Pass

อีกจุดที่ชัดคือผู้สมัครไม่ยื่น EP ด้วยตนเอง หน้า FAQ ของ MYXpats ระบุว่าการยื่นต้องดำเนินการโดยบริษัทที่ต้องการจ้างชาวต่างชาติ และบริษัทต้องผ่านการลงทะเบียน ESD ก่อน

⚠️ งาน 6 เดือนไม่ได้แปลว่าเป็น PVP เสมอ:
หากบริษัทมาเลเซียรับผู้สมัครเข้าตำแหน่งตาม Employment Contract จริง ระยะเวลาสั้นเพียงอย่างเดียวไม่เปลี่ยนธรรมชาติของความสัมพันธ์ในการจ้างงาน ในทางกลับกัน งานที่กินเวลาหลายเดือนก็ไม่ควรถูกจัดเป็น EP อัตโนมัติถ้าข้อเท็จจริงเป็นการให้บริการของบริษัทต่างประเทศ

Employment Pass Malaysia ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2026 ใช้เกณฑ์เงินเดือนอะไร?

ESD ประกาศ Revised Employment Pass Salary Policy เมื่อ 15 มกราคม 2026 และกำหนดให้คำร้องใหม่กับคำร้องต่ออายุที่ยื่นตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2026 ใช้เกณฑ์เงินเดือนใหม่

Category เงินเดือนตามนโยบายที่มีผล 1 มิ.ย. 2026 กรอบระยะเวลาที่ประกาศในนโยบาย 2026
EP Category I RM20,000 ต่อเดือนขึ้นไป สูงสุด 10 ปี
EP Category II RM10,000–RM19,999 ต่อเดือน สูงสุด 10 ปี พร้อมกรอบ succession plan ตามนโยบาย
EP Category III RM5,000–RM9,999 ต่อเดือน สูงสุด 5 ปี พร้อมกรอบ succession plan ตามนโยบาย
📱 เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ
❌ อย่าใช้เกณฑ์ EP เก่าก่อน 1 มิถุนายน 2026 กับคำร้องใหม่:
เกณฑ์เดิมที่เคยเริ่ม Category I ที่ RM10,000, Category II ที่ RM5,000 และ Category III ที่ RM3,000 ถูกปรับในนโยบายใหม่แล้ว หากกำลังวางเงินเดือนหรือตำแหน่งสำหรับคำร้องหลังวันมีผล ควรอ้างอิงประกาศล่าสุดของ ESD
📌 มีจุดที่หน้า ESD ควรอ่านร่วมกัน:
ประกาศนโยบายปี 2026 ระบุกรอบระยะเวลาสูงสุด 10 ปีสำหรับ Category I–II และ 5 ปีสำหรับ Category III แต่หน้า Employment Pass ในส่วน Key Services ที่เปิดอยู่ปัจจุบันยังแสดงข้อความ “up to 60 months” ตามสัญญาจ้างและดุลยพินิจของ EC จึงควรตรวจนโยบายล่าสุด ระบบ ESD และคำชี้แจงของ MYXpats ณ วันที่ยื่นจริงก่อนระบุระยะเวลาในแผนบริษัท

Decision Flow: ควรเริ่มวิเคราะห์ PVP หรือ Employment Pass จากอะไร?

1. ระบุนายจ้างจริง
ผู้สมัครยังอยู่ภายใต้ Employment Contract ของบริษัทไทย/ต่างประเทศ หรือบริษัทมาเลเซียเป็นผู้จ้างเข้าตำแหน่ง?
2. แยก “ตำแหน่งงาน” ออกจาก “บริการตามโครงการ”
การถูกส่งมาทำ Installation, Maintenance, Research หรือ Technical Support ตามสัญญาโครงการ ต่างจากการรับตำแหน่งในองค์กรมาเลเซีย
3. ตรวจผู้จ่ายค่าตอบแทนและ Contract Chain
ใครจ่ายเงินต้องอ่านร่วมกับ Employment Contract, Service Agreement, Letter of Award และ Category ของ Pass ไม่ควรดูจากสลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียว
4. ตรวจว่าภารกิจมีจุดจบหรือเป็นการจ้างต่อเนื่อง
หลังโครงการเสร็จ ผู้สมัครกลับไปทำงานกับนายจ้างเดิม หรือยังอยู่ในตำแหน่งของบริษัทมาเลเซีย?
5. ตรวจพื้นที่ทำงานและหน่วยงานกำกับ
Peninsular Malaysia, Sabah และ Sarawak อาจมีเส้นทางหรือ Approving Authority แตกต่างกัน จึงต้องยืนยันสถานที่ทำงานจริงก่อน
6. ค่อยเปิด Checklist ของ Pass ที่ตรงกับข้อเท็จจริง
อย่าเริ่มจากการรวบรวมเอกสารจำนวนมากก่อนรู้ Route เพราะอาจเสียเวลาแปล รับรอง หรือออกหนังสือผิดวัตถุประสงค์

มี Employment Contract, Service Agreement และ Letter of Award แต่เอกสารสามชุดเรียกบทบาทพนักงานไม่เหมือนกัน?
ให้ทีมช่วยไล่ความสัมพันธ์ของเอกสารก่อนยื่น เพื่อแยกว่าอะไรคือข้อเท็จจริงที่ต้องใช้เลือก Pass และจุดไหนควรแก้ให้เอกสารสะท้อนงานจริงตรงกัน

💬 ตรวจโครงสร้างเคสก่อนยื่น

3 ตัวอย่างสมมติที่ Job Title คล้ายกัน แต่ Route อาจไม่เหมือนกัน

ตัวอย่าง A: วิศวกรไทยติดตั้งเครื่องจักร 4 เดือน

วิศวกรยังเป็นพนักงานบริษัทไทย บริษัทไทยมีสัญญาติดตั้งเครื่องจักรกับโรงงานมาเลเซีย และพนักงานถูกส่งไปติดตั้ง ทดสอบ และฝึกเจ้าหน้าที่ตาม Scope ที่กำหนด

ควรตรวจ: โครงสร้างมีลักษณะที่อาจเข้า PVP-Expert มากกว่า แต่ต้องดู Category, เอกสารโครงการ และ Support Letter/Approval ที่เกี่ยวข้องตาม Checklist ล่าสุด

ตัวอย่าง B: Regional Manager รับสัญญาจ้างจากบริษัทมาเลเซีย

บริษัทมาเลเซียออก Employment Contract ให้โดยตรง ผู้สมัครเข้าตำแหน่งใน Organization Chart และทำงานภายใต้โครงสร้างของบริษัทมาเลเซีย

ควรตรวจ: ลักษณะเข้าใกล้ Employment Pass มากกว่า จากนั้นจึงตรวจ Category เงินเดือน ตำแหน่ง Approving Authority และคุณสมบัติของบริษัท

ตัวอย่าง C: IT Specialist เข้า Malaysia หนึ่งปี

คำว่า “หนึ่งปี” ยังตอบไม่ได้ว่าเป็น PVP หรือ EP หากยังเป็นบุคลากรของบริษัทต่างประเทศที่ถูกส่งมาทำ Project Contract ภาพหนึ่งจะต่างจากการ Transfer เข้ารับตำแหน่งกับบริษัทมาเลเซีย

ควรตรวจ: Employer, Salary Source, Contract Chain, Scope of Work และความต่อเนื่องหลังจบโครงการก่อนตัดสินใจ

⚠️ ตัวอย่างข้างต้นใช้เพื่ออธิบายวิธีแยกโครงสร้างเท่านั้น:
ไม่ใช่คำตัดสินว่าเคสที่มีลักษณะคล้ายกันจะต้องได้รับ Pass ประเภทใด เพราะ Category, Sector, Approving Authority และคำสั่งของ Immigration อาจทำให้รายละเอียดต่างกันได้

เอกสารไหนช่วยชี้ว่าเคสเข้าฝั่ง PVP หรือ Employment Pass?

จุดแข็งของเอกสาร Work Pass ไม่ได้อยู่ที่จำนวนหน้า แต่อยู่ที่การพิสูจน์ว่าใครจ้างใคร ผู้สมัครเข้ามาทำหน้าที่อะไร และเหตุผลทางธุรกิจตรงกับ Pass ที่เลือกหรือไม่

เอกสาร ใช้พิสูจน์อะไร จุดที่ควรตรวจ
Employment Contract นายจ้าง ตำแหน่ง ค่าตอบแทน สถานที่และระยะเวลาจ้าง นายจ้างในสัญญาตรงกับ Route ที่เลือกหรือไม่
Service Agreement ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทต่างประเทศกับบริษัทมาเลเซีย มี Scope ที่รองรับการนำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาจริงหรือเขียนกว้างจนตีความไม่ได้
Letter of Award / Purchase Order เชื่อมผู้สมัครกับ Project หรือ Contract จริง วันที่โครงการและระยะเวลาที่ขอ Pass สอดคล้องกันหรือไม่
Scope of Work / Work Schedule งานที่ผู้สมัครจะทำในมาเลเซีย ระบุสถานที่ หน้าที่ Timeline และ Deliverable ชัดพอหรือไม่
CV / Qualification ทักษะและคุณสมบัติที่สัมพันธ์กับตำแหน่งหรือบทบาทผู้เชี่ยวชาญ ชื่อหน้าที่ใน CV, Contract และ Application ตรงกันหรือไม่
Company / Regulatory Documents สิทธิและคุณสมบัติของบริษัท รวมถึง Sector/Approving Authority ใช้ Checklist ล่าสุดของหน่วยงานที่ดูแล Sector นั้นหรือไม่
📱 เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

หากเอกสารออกเป็นภาษาไทย ควรตรวจก่อนว่าหน่วยงานที่รับคำร้องต้องการฉบับภาษาใด รูปแบบคำแปลและการรับรองแบบไหน แล้วค่อยดำเนินการ แปลเอกสาร เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าใช้จ่ายกับฉบับที่ไม่ตรงข้อกำหนด

ถ้าจะย้ายคู่สมรสหรือบุตรไปด้วย PVP กับ EP ต่างกันอย่างไร?

เรื่องผู้ติดตามควรถูกนำมาคิดตั้งแต่ต้น โดย ESD ระบุชัดว่าผู้ถือ PVP ไม่มีสิทธิสมัคร Dependant Pass ภายใต้ PVP

สำหรับ Employment Pass หน้า ESD มีช่องทาง Dependant Pass และ Long-Term Social Visit Pass สำหรับสมาชิกครอบครัวบางประเภท แต่สิทธิขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ถือหลัก เงินเดือน ความสัมพันธ์ อายุ และกฎที่ใช้ในวันที่ยื่น จึงไม่ควรวางแผนย้ายครอบครัวโดยอาศัยเพียงข้อมูลจากตารางเปรียบเทียบ

💡 ถ้าพนักงานต้องย้ายทั้งครอบครัว:
ให้ทำ Family Route Check พร้อมกับ Work Pass ตั้งแต่ต้น เพราะต่อให้ Route ของผู้สมัครหลักเหมาะกับงาน แต่ถ้าสิทธิผู้ติดตามไม่ตอบโจทย์แผนย้ายจริง บริษัทอาจต้องกลับมาวาง Timeline และสัญญาใหม่

ทำงานใน Sabah หรือ Sarawak ใช้ข้อมูลเดียวกับ Peninsular Malaysia ได้ไหม?

ไม่ควรเหมารวม หน้า Employment Pass ของ ESD ระบุ Pass ในบริการนั้นว่าใช้ใน Peninsular Malaysia ขณะที่หน้า Professional Visitor Pass – Expert ของ Immigration ระบุว่าคำร้องสำหรับ Sabah และ Sarawak ถูกพิจารณาผ่านคณะกรรมการที่แต่ละรัฐกำหนด

ถ้าสถานที่ทำงานจริงอยู่ Sabah หรือ Sarawak ควรยืนยัน Route กับหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่นั้นก่อนออก Contract, กำหนดวันเริ่มงาน หรือจัดเอกสารชุดใหญ่

5 จุดที่ทำให้บริษัทเริ่ม PVP/Employment Pass ผิดทาง

❌ 1. ใช้ระยะเวลาเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
“สามเดือน = PVP” หรือ “หนึ่งปี = EP” เป็นวิธีคิดที่เสี่ยง เพราะความสัมพันธ์ในการจ้างและประเภทงานมีน้ำหนักมากกว่า
⚠️ 2. เลือกจาก Job Title
Engineer, Consultant, Manager หรือ Specialist สามารถอยู่ในโครงสร้างงานที่ต่างกันได้ ชื่อตำแหน่งจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
❌ 3. Contract แต่ละฉบับเล่าคนละเรื่อง
เช่น Employment Contract บอกว่าบริษัทมาเลเซียเป็นนายจ้าง แต่เอกสารโครงการอธิบายผู้สมัครว่าเป็นบุคลากรของบริษัทไทยที่ถูกส่งมาให้บริการ ความขัดกันต้องแก้ที่ข้อเท็จจริงและเอกสารต้นทาง ไม่ใช่เพิ่มจดหมายเพื่อปิดรอยต่อ
⚠️ 4. ใช้เกณฑ์เงินเดือน EP ก่อน 1 มิถุนายน 2026
คำร้องใหม่และต่ออายุหลังวันดังกล่าวอยู่ภายใต้นโยบายเงินเดือนใหม่ จึงควรตรวจ Budget และ Category ก่อนออก Offer Letter
❌ 5. ให้พนักงานเข้าไปเริ่มงานก่อนแล้วค่อยจัด Work Pass
หน้า Immigration สำหรับ PVP-Expert ระบุให้เข้าเมื่อได้รับ Pass approval แล้ว และ Employment Pass ก็มีขั้นตอนอนุมัติผ่านบริษัท/ESD ตามกรณี ไม่ควรใช้สถานะเยี่ยมเยือนแทนสิทธิทำงานที่ถูกต้อง

แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูล Work Pass เปลี่ยนได้ทั้งเงินเดือน เอกสาร ขั้นตอน Sector Approval และวิธี Endorsement ก่อนยื่นควรตรวจหน้า ESD และ Immigration Department of Malaysia ล่าสุด ไม่ควรใช้บทความเก่าหรือ Checklist ของบริษัทอื่นแทนข้อกำหนดปัจจุบัน

แหล่งทางการ ควรใช้ตรวจเรื่องใด
ESD – Professional Visit Pass นิยาม PVP, ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน, บริษัทที่ทำงานให้ได้ และสิทธิ Dependant Pass
Immigration Department – Professional Visitor Pass – Expert PVP-Expert, เงื่อนไขการเข้า, Category 1–2, นายจ้างเดิมต่างประเทศ, Project/Contract และ Checklist
ESD – Employment Pass นิยาม EP, บริษัทผู้จ้าง, Work Rights, การเปลี่ยนบริษัท, ผู้ติดตาม และขอบเขต Peninsular Malaysia
ESD – Revised Employment Pass Salary Policy 2026 เกณฑ์เงินเดือนใหม่และกรอบระยะเวลาที่มีผลกับคำร้องใหม่/ต่ออายุตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2026
MYXpats FAQ / ESD System วิธีที่บริษัทเป็นผู้ยื่น, เอกสารล่าสุด, ขั้นตอน Approval และ Endorsement ที่ใช้ในระบบจริง
📱 เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ
📌 Fact Freshness:
บทความนี้ตรวจข้อมูลทางการ ณ วันที่ 7 กันยายน 2026 โดยเฉพาะนโยบาย Employment Pass ที่มีผล 1 มิถุนายน 2026 อย่างไรก็ตาม หน้า ESD บางส่วนอาจอัปเดตไม่พร้อมกัน และ Sector/พื้นที่ทำงานอาจมี Approving Authority เพิ่มเติม จึงควรยืนยันข้อมูลล่าสุดในระบบหรือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนยื่นและก่อนกำหนดวันเริ่มงาน

Co Journey Visa ช่วยตรวจเคส PVP / Employment Pass Malaysia ตรงไหน?

งานประเภทนี้ควรเริ่มจากการอ่านโครงสร้างก่อนทำ Checklist เพราะถ้า Employer, Contract และ Scope of Work ถูกตีความผิดตั้งแต่ต้น การแปลหรือจัดเอกสารเพิ่มก็ไม่ได้แก้ Route ที่เลือกผิด

  • แยก Employer / Malaysian Company / Overseas Company — ดูบทบาทของแต่ละนิติบุคคลในเอกสารจริง
  • ตรวจ Contract Chain — อ่าน Employment Contract, Service Agreement, Letter of Award และ Purchase Order ร่วมกัน
  • ตรวจ Scope of Work — ดูว่าหน้าที่ Timeline และโครงการสัมพันธ์กับ Pass ที่กำลังพิจารณาหรือไม่
  • เช็กเกณฑ์ EP ล่าสุด — โดยเฉพาะ Salary Category และประกาศที่มีผลตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2026
  • วาง Document Order — แยกเอกสารที่ใช้พิสูจน์นายจ้าง โครงการ คุณสมบัติ และ Regulatory Approval
  • อธิบายขอบเขตตรงไปตรงมา — ทีมช่วยวางแผนและตรวจเอกสาร แต่ผลการพิจารณาเป็นอำนาจของ Immigration และหน่วยงานมาเลเซียที่เกี่ยวข้อง

หากต้องการ ปรึกษาวีซ่า หรือ Work Pass Malaysia สามารถส่งข้อมูลบริษัทต้นทาง บริษัทในมาเลเซีย หน้าที่งาน ระยะเวลา และ Contract ที่มีอยู่ให้ทีมช่วยไล่ประเด็นเบื้องต้นได้

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ PVP Malaysia vs Employment Pass

PVP Malaysia กับ Employment Pass ต่างกันตรงไหนมากที่สุด?
PVP ใช้กับผู้มีทักษะหรือคุณวุฒิวิชาชีพที่เข้ามาให้บริการหรือฝึกปฏิบัติกับบริษัทมาเลเซียในนามบริษัทต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ส่วน Employment Pass ใช้กับชาวต่างชาติที่เข้ารับการจ้างงานกับองค์กรในมาเลเซีย จึงต้องดูนายจ้างจริง สัญญา หน้าที่ และโครงสร้างโครงการ ไม่ใช่ดูแค่จำนวนเดือนที่อยู่
บริษัทไทยส่งวิศวกรไปติดตั้งเครื่องจักรในมาเลเซียควรใช้ PVP หรือ Employment Pass?
หากวิศวกรยังเป็นบุคลากรของบริษัทต่างประเทศและถูกส่งไปทำโครงการติดตั้ง บำรุงรักษา หรือถ่ายทอดความรู้ชั่วคราว ลักษณะงานอาจเข้าแนว PVP-Expert แต่ต้องตรวจ Category สัญญา Scope of Work และเอกสารสนับสนุนตามข้อกำหนดล่าสุดก่อนยื่น
Professional Visit Pass Malaysia ออกได้นานเท่าไร?
หน้า ESD ระบุว่า Professional Visit Pass ออกได้ไม่เกิน 12 เดือนต่อการออก Pass หนึ่งครั้ง และผู้ถือทำงานได้เฉพาะบริษัทที่ระบุใน Pass ทั้งนี้ควรตรวจ Category และคำสั่งล่าสุดก่อนยื่นจริง
Employment Pass Malaysia ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2026 ใช้เกณฑ์เงินเดือนเท่าไร?
นโยบายที่มีผลตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2026 กำหนด Category I ตั้งแต่ RM20,000 ต่อเดือน Category II RM10,000–RM19,999 และ Category III RM5,000–RM9,999 สำหรับคำร้องใหม่และคำร้องต่ออายุที่ยื่นตั้งแต่วันดังกล่าว
PVP Malaysia ขอ Dependant Pass ให้คู่สมรสหรือบุตรได้ไหม?
หน้า ESD ระบุว่าผู้ถือ PVP ไม่มีสิทธิสมัคร Dependant Pass ภายใต้ PVP ส่วน Employment Pass มีช่องทางยื่น Pass ที่เกี่ยวข้องให้สมาชิกครอบครัวเมื่อเข้าเงื่อนไขของ ESD
เข้า Malaysia ด้วยสถานะเยี่ยมเยือนแล้วเริ่มทำงานก่อนรอ PVP หรือ Employment Pass ได้ไหม?
ไม่ควรเริ่มทำงานโดยอาศัยสถานะเยี่ยมเยือนแทน Work Pass ที่เหมาะสม หน้า Immigration สำหรับ PVP-Expert ระบุให้ผู้สมัครเข้าประเทศหลังได้รับอนุมัติ Pass และใช้ VDR หรือหนังสืออนุมัติตามกรณี ส่วน Employment Pass ก็ต้องผ่านกระบวนการของบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มงานตามเงื่อนไขที่ใช้กับเคสนั้น

📌 ก่อนเลือก PVP หรือ Employment Pass ให้จำหลักนี้

  • PVP กับ EP แยกกันที่โครงสร้างการทำงาน ไม่ใช่แค่จำนวนเดือน
  • PVP ตามหน้า ESD คือการให้บริการหรือฝึกปฏิบัติกับบริษัทมาเลเซียในนามบริษัทต่างประเทศเป็นการชั่วคราว และไม่เกิน 12 เดือนต่อการออก Pass
  • EP คือการเข้ารับการจ้างงานกับองค์กรในมาเลเซีย และบริษัทผู้จ้างเป็นผู้ยื่นผ่านระบบที่เกี่ยวข้อง
  • คำร้อง EP ใหม่และต่ออายุตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2026 ใช้เกณฑ์เงินเดือนใหม่ Category I ≥ RM20,000, Category II RM10,000–RM19,999 และ Category III RM5,000–RM9,999
  • นโยบายปี 2026 กับหน้า Key Services ของ ESD มีข้อความเรื่องกรอบระยะเวลาที่อัปเดตไม่ตรงกันทั้งหมด จึงควรยืนยันข้อมูลล่าสุดก่อนกำหนดสัญญา
  • ถ้าทำงานใน Sabah หรือ Sarawak ต้องตรวจข้อกำหนดของพื้นที่ ไม่ควรใช้ Route ของ Peninsular Malaysia โดยอัตโนมัติ
เกี่ยวกับผู้เขียน
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

มีพนักงานต้องไปทำงานมาเลเซีย แต่ Contract ยังตอบไม่ได้ว่าควรใช้ PVP หรือ EP?

ส่ง Employer Structure, Scope of Work, ระยะเวลาโครงการ และเอกสารที่มีอยู่ให้ทีมช่วยดูจุดที่ต้องแยกก่อนเริ่มคำร้อง เพื่อให้การเตรียมเอกสารเดินไปตามข้อเท็จจริงของงานตั้งแต่ต้น

📱 LINE: @cojourneyvisa
Co Journey Visa ช่วยตรวจข้อมูล วางแผน และจัดเอกสารตามข้อเท็จจริงของผู้สมัครและบริษัท การออก Pass และผลพิจารณาอยู่ภายใต้อำนาจของ Immigration Department of Malaysia และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa

เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น