Police Clearance Certificate สำหรับวีซ่าสหรัฐอเมริกา ต้องใช้ไหม กรณีไหนถูกขอเพิ่ม
หลายคนที่กำลังยื่นวีซ่าสหรัฐอเมริกาไม่แน่ใจว่า Police Clearance Certificate หรือ Police Certificate ต้องใช้ไหม โดยเฉพาะคนที่ยื่นวีซ่าท่องเที่ยว B1/B2, วีซ่านักเรียน F-1, วีซ่าคู่หมั้น K-1, วีซ่าคู่สมรส CR1/IR1 หรือวีซ่าถาวรแบบครอบครัวและทำงาน
คำตอบคือ ต้องแยกประเภทวีซ่าให้ชัด เพราะกฎของสหรัฐฯ สำหรับเอกสารตำรวจเข้มมากในกลุ่ม Immigrant Visa และ K Visa แต่สำหรับ Nonimmigrant Visa ทั่วไป เช่น B1/B2, F-1 หรือ J-1 โดยปกติไม่ได้ให้แนบ Police Clearance เป็นเอกสารมาตรฐานตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กงสุลสามารถขอเอกสารเพิ่มได้หากมีประเด็นในใบสมัครหรือระหว่างสัมภาษณ์
Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารสำหรับทำวีซ่าสหรัฐอเมริกา รวมถึง Police Clearance จากไทย ใบตำรวจประเทศอื่น เอกสารศาล คำพิพากษา เอกสารเปลี่ยนชื่อ คำแปลรับรอง และจดหมายประกอบวีซ่า เพื่อให้ข้อมูลประวัติพำนักและเอกสารประกอบอ่านเชื่อมกันอย่างเป็นระบบ
💬 ไม่แน่ใจว่าวีซ่าอเมริกาของคุณต้องใช้ Police Clearance ไหม? ส่งประเภทวีซ่า อายุผู้สมัคร ประเทศที่เคยอยู่ และมีประวัติถูกจับ/คดีหรือไม่ มาให้ทีมช่วยตรวจได้ เพื่อแยกว่าเป็นเอกสารบังคับ เอกสารเสริม หรือเอกสารที่ควรเตรียมเผื่อหากถูกขอเพิ่ม
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- วีซ่าสหรัฐฯ ต้องใช้ Police Clearance ไหม
- Immigrant Visa ต้องขอจากประเทศไหนบ้าง
- K-1 Fiancé(e) Visa ต้องใช้ Police Certificate อย่างไร
- Nonimmigrant Visa ทั่วไปถูกขอเพิ่มเมื่อไหร่
- Police Clearance จากไทยสำหรับวีซ่าสหรัฐฯ
- Court Record และ Prison Record สำคัญอย่างไร
- เอกสารที่ควรเตรียม
- ต้องแปลหรือรับรองเอกสารไหม
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เช็กลิสต์ก่อนสัมภาษณ์หรืออัปโหลดเอกสาร
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
- สรุปสิ่งที่ต้องจำ
1. วีซ่าสหรัฐฯ ต้องใช้ Police Clearance ไหม
คำว่า “วีซ่าสหรัฐฯ” กว้างมาก ต้องแยกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ Immigrant Visa หรือวีซ่าถาวร เช่น CR1/IR1, family-based, employment-based, Diversity Visa และ Nonimmigrant Visa หรือวีซ่าชั่วคราว เช่น B1/B2, F-1, J-1, H-1B, L-1 และอื่น ๆ
| ประเภทวีซ่า | โดยทั่วไปต้องใช้ Police Clearance ไหม | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| Immigrant Visa เช่น CR1/IR1, F2A, family-based, employment-based, Diversity Visa | มักต้องใช้สำหรับผู้สมัครอายุ 16 ปีขึ้นไปตามเกณฑ์ประเทศที่เคยอยู่ | ต้องเตรียมตาม NVC/สถานทูต และ Reciprocity Schedule รายประเทศ |
| K-1/K-2 Fiancé(e) Visa | ต้องใช้ police certificates สำหรับผู้สมัครอายุ 16 ปีขึ้นไปตามเกณฑ์ K visa | K visa เป็น nonimmigrant ทางเทคนิค แต่ใช้เอกสารหลายส่วนคล้าย immigrant process |
| B1/B2 Visitor Visa | โดยทั่วไปไม่ใช่เอกสารบังคับตั้งแต่แรก | อาจถูกขอเพิ่มหากมีประวัติถูกจับ คดี หรือข้อมูล DS-160 มีประเด็น |
| F-1 Student / J-1 Exchange | โดยทั่วไปไม่ใช่เอกสารบังคับตั้งแต่แรก | ต้องตอบคำถาม security/criminal history ตามจริง และอาจถูกขอเอกสารเพิ่มเฉพาะเคส |
| Work Nonimmigrant เช่น H, L, O, P | โดยทั่วไปไม่ใช่เอกสารบังคับทุกเคส | หากมีประวัติอาชญากรรม อาจต้องเตรียมเอกสารตำรวจ/ศาลเพื่ออธิบาย |
หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
2. Immigrant Visa ต้องขอจากประเทศไหนบ้าง
สำหรับ Immigrant Visa Department of State ระบุในหน้า Civil Documents ว่าผู้สมัครอายุ 16 ปีขึ้นไปต้องขอ police certificate จากประเทศที่เคยอยู่ตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ประเทศสัญชาติ ประเทศที่อยู่ปัจจุบัน ประเทศอื่นที่เคยอยู่ และประเทศที่เคยถูกจับกุม
| เงื่อนไขผู้สมัคร | ต้องขอจากประเทศไหน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| อายุ 16 ปีขึ้นไป และเคยอยู่ประเทศสัญชาติมากกว่า 6 เดือน | ประเทศสัญชาติ | คนไทยที่อยู่ไทยตั้งแต่เกิด ต้องขอ Police Clearance จากไทย |
| อายุ 16 ปีขึ้นไป และอยู่ประเทศปัจจุบันมากกว่า 6 เดือน หากต่างจากประเทศสัญชาติ | ประเทศที่อยู่ปัจจุบัน | คนไทยอยู่ญี่ปุ่น 1 ปี อาจต้องขอใบตำรวจญี่ปุ่นด้วย |
| อายุ 16 ปีขึ้นไป และเคยอยู่ประเทศอื่นมากกว่า 12 เดือน | ประเทศอื่นที่เคยอยู่ถึงเกณฑ์ | เคยเรียนออสเตรเลีย 2 ปี ต้องตรวจวิธีขอจากออสเตรเลีย |
| เคยถูกจับกุมในประเทศใด | ประเทศที่เคยถูกจับ ไม่ว่าระยะเวลาพำนักจะนานแค่ไหน | เคยถูกจับระหว่างทริปสั้น ๆ ก็อาจต้องเตรียม police/court records จากประเทศนั้น |
3. K-1 Fiancé(e) Visa ต้องใช้ Police Certificate อย่างไร
K-1 Fiancé(e) Visa แม้เป็น nonimmigrant visa ทางเทคนิค แต่กระบวนการเตรียมเอกสารมีหลายส่วนคล้าย immigrant visa โดย Department of State ระบุว่าผู้สมัคร K-1 ต้องเตรียม police certificates จากประเทศที่อยู่ปัจจุบันและทุกประเทศที่เคยอยู่ 6 เดือนขึ้นไปตั้งแต่อายุ 16 ปี และ K-2 ที่ติดตามอายุ 16 ปีขึ้นไปก็ต้องใช้ด้วย
เอกสารที่ K-1/K-2 มักต้องตรวจร่วมกับ Police Certificate
- พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ
- Birth certificate
- Divorce/death certificate ของคู่สมรสเดิม ถ้ามี
- Police certificates ตามประเทศที่เคยอยู่
- Medical examination
- หลักฐานความสัมพันธ์และแผนแต่งงาน
- เอกสารสนับสนุนทางการเงิน เช่น Form I-134 หากถูกขอ
หากต้องอธิบายประวัติพำนักหลายประเทศหรือชื่อเดิมหลังเปลี่ยนชื่อ สามารถใช้บริการจดหมายประกอบวีซ่าเพื่อให้เจ้าหน้าที่อ่าน Timeline และเอกสารประกอบได้ง่ายขึ้น
4. Nonimmigrant Visa ทั่วไปถูกขอเพิ่มเมื่อไหร่
สำหรับ Nonimmigrant Visa ทั่วไป เช่น B1/B2, F-1, J-1 หรือ H/L/O/P บางประเภท โดยทั่วไปไม่ได้กำหนดให้แนบ Police Clearance Certificate เป็นเอกสารมาตรฐานตอนสมัคร แต่ผู้สมัครต้องตอบคำถามเรื่อง criminal history, arrest, conviction, drug offense หรือ immigration/security issues ใน DS-160 ตามความจริง
| กรณีที่อาจถูกขอเพิ่ม | เอกสารที่อาจถูกขอ | ควรเตรียมอย่างไร |
|---|---|---|
| เคยถูกจับหรือถูกตั้งข้อหา | Police record, court record, case disposition | เตรียมเอกสารทางการและคำแปลภาษาอังกฤษหากไม่ใช่อังกฤษ |
| เคยมีคำพิพากษาหรือคดีสิ้นสุดแล้ว | Judgment, final court order, prison record ถ้ามี | เอกสารต้องแสดงผลคดีสุดท้าย ไม่ใช่แค่ใบแจ้งความ |
| ข้อมูลใน DS-160 ไม่ชัดหรือไม่สอดคล้อง | เอกสารอธิบายข้อเท็จจริงและหลักฐานประกอบ | ควรเรียบเรียง Timeline และตอบตามข้อเท็จจริง |
| เคยอยู่หลายประเทศและมีประวัติพำนักซับซ้อน | Police certificate จากประเทศที่เกี่ยวข้องหรือคำอธิบายพำนัก | ทำ Timeline ประเทศที่เคยอยู่และตรวจคำแนะนำรายประเทศ |
| ชื่อเดิม ชื่อหลังแต่งงาน หรือเอกสารตัวตนไม่ต่อเนื่อง | ใบเปลี่ยนชื่อ ใบสมรส ใบหย่า หรือเอกสารเชื่อมชื่อ | เตรียมคำแปลและใช้ชื่อให้ตรงกับพาสปอร์ต |
5. Police Clearance จากไทยสำหรับวีซ่าสหรัฐฯ
สำหรับประเทศไทย Department of State ระบุใน Thailand Reciprocity Schedule ว่า Police Records มีชื่อเอกสารว่า “Nang Sue Rab Rong Khwam Praprued” ออกโดย Royal Thai Police ผ่าน Police Clearance Service Center และเอกสารนี้มีสถานะ Available สำหรับงานวีซ่าสหรัฐฯ
ในหน้าเดียวกันระบุข้อมูลสำคัญ เช่น ค่าธรรมเนียม 100 บาท ชื่อหน่วยงาน Police Clearance Service Center และข้อมูลว่าผู้ที่อยู่ในไทยต้องเตรียมรูปถ่าย พาสปอร์ต บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ ใบสมรส/ใบหย่าถ้ามี และชายไทยอายุ 17–45 ปีต้องมีเอกสารทหารหรือหลักฐานยกเว้น ส่วนผู้ที่ไม่ได้อยู่ในไทยควรส่งคำขอพร้อมลายนิ้วมือที่เก็บโดยหน่วยงานตำรวจในประเทศที่พำนัก
| สถานะผู้สมัคร | เอกสารไทยที่ควรเตรียม | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| คนไทยอยู่ในไทย | พาสปอร์ต บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน รูปถ่าย ใบเปลี่ยนชื่อ ใบสมรส/ใบหย่าถ้ามี | ชื่ออังกฤษควรตรงกับพาสปอร์ตและเอกสาร NVC/สถานทูต |
| คนไทยชายอายุ 17–45 ปี | เอกสารทหารหรือหลักฐานยกเว้นการเกณฑ์ทหาร | เป็นจุดที่หลายคนลืมเตรียมเมื่อต้องขอ Police Clearance จากไทย |
| คนไทยอยู่ต่างประเทศ | สำเนาเอกสารไทย แบบฟอร์ม และลายนิ้วมือจากตำรวจในประเทศที่พำนัก | ลายนิ้วมือต้องมีตราประทับ/ลายเซ็นตามที่หน่วยงานรับ |
| ชาวต่างชาติที่เคยอยู่ไทย | พาสปอร์ต วีซ่าไทย ตราประทับเข้าออก Work Permit หรือหลักฐานพำนักในไทย | ควรพิสูจน์ช่วงเวลาที่อยู่ไทยให้สอดคล้องกับ DS-260 หรือเอกสารสถานทูต |
หากต้องการอ่านภาพรวมการขอจากไทยเพิ่มเติม สามารถดูบทความ ขอ Police Clearance Certificate จากไทยสำหรับยื่นวีซ่าต่างประเทศ เพื่อแยกกรณีคนไทย ชาวต่างชาติ อยู่ไทย และอยู่ต่างประเทศได้ชัดขึ้น
6. Court Record และ Prison Record สำคัญอย่างไร
สำหรับวีซ่าสหรัฐฯ หากผู้สมัครเคยถูกจับกุม ถูกตั้งข้อหา ถูกตัดสินคดี หรือเคยถูกจำคุก เอกสาร Police Clearance อย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะ Department of State แยกข้อมูล Police, Court, Prison Records ไว้ชัดเจนใน Reciprocity Schedule
เอกสารที่อาจต้องใช้หากเคยมีคดี
- Police Record — ใบรับรองประวัติจากตำรวจ
- Court Record — คำพิพากษา คำสั่งศาล ผลคดีสุดท้าย หรือ case disposition
- Prison Record — เอกสารเกี่ยวกับการคุมขังหรือการปล่อยตัว หากเคยถูกจำคุก
- เอกสารศาลภาษาอังกฤษหรือคำแปล — หากเอกสารต้นฉบับไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
- จดหมายอธิบายข้อเท็จจริง — ใช้เรียบเรียงเหตุการณ์ วันที่ ผลคดี และเอกสารที่แนบ โดยไม่บิดเบือนข้อมูล
7. เอกสารที่ควรเตรียม
เอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าและประเทศที่ต้องขอใบตำรวจ แต่สำหรับผู้สมัครไทยหรือผู้ที่เคยอยู่ไทย ควรตรวจเอกสารกลุ่มนี้ก่อนยื่นหรือก่อนสัมภาษณ์
| เอกสาร | ใช้เพื่ออะไร | ข้อควรตรวจ |
|---|---|---|
| พาสปอร์ตปัจจุบัน | ยืนยันตัวตนและชื่อภาษาอังกฤษ | ชื่อ วันเกิด และเลขพาสปอร์ตต้องตรงกับใบสมัคร |
| พาสปอร์ตเล่มเก่า | ใช้ตรวจประเทศที่เคยอยู่และตราประทับเข้าออก | สำคัญมากสำหรับ Immigrant Visa และ K Visa |
| Police Clearance จากไทย | ใช้เมื่อไทยเข้าเกณฑ์ประเทศที่ต้องขอใบตำรวจ | ตรวจชื่อเอกสาร วันที่ออก และชื่อเดิมให้ครบ |
| Police Certificate จากประเทศอื่น | ใช้ตามประเทศที่เคยอยู่ตามเกณฑ์ Department of State | ต้องดู Reciprocity Schedule ของประเทศนั้น |
| ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล | เชื่อมชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบัน | หากเป็นภาษาไทยควรตรวจคำแปลอังกฤษ |
| เอกสารศาล/คำพิพากษา | ใช้กรณีเคยถูกจับ ตั้งข้อหา หรือถูกตัดสินคดี | ควรเป็นเอกสารทางการที่แสดงผลคดีสุดท้าย |
| Timeline ประเทศที่เคยอยู่ | ช่วยดูว่าต้องขอใบตำรวจจากประเทศไหน | ไล่ตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะ K/Immigrant Visa |
8. ต้องแปลหรือรับรองเอกสารไหม
สำหรับวีซ่าสหรัฐฯ หากเอกสารไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือไม่ใช่ภาษาที่สถานทูตยอมรับตามคำแนะนำเฉพาะ ควรเตรียมคำแปลภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและอ่านชัดเจน โดยเฉพาะเอกสารไทย เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ ใบสมรส ใบหย่า เอกสารศาล หรือคำพิพากษา
| เอกสาร | ต้องแปลไหม | ข้อควรตรวจ |
|---|---|---|
| Police Clearance จากไทย | หากออกเป็นภาษาอังกฤษและสถานทูตรับ อาจใช้ได้โดยตรง | ตรวจชื่อ วันเกิด เลขพาสปอร์ต และวันที่ออกเอกสาร |
| ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลไทย | ควรแปลหากใช้เชื่อมชื่อเดิมกับชื่อในพาสปอร์ต | ชื่อเดิม ชื่อใหม่ และวันที่เปลี่ยนต้องตรงกับเอกสารอื่น |
| ใบสมรส/ใบหย่า | อาจต้องแปลสำหรับ CR1/IR1, K-1 หรือเคสที่เกี่ยวกับชื่อ | ชื่อคู่สมรสและวันที่ต้องตรงกับ DS-260/เอกสารสถานทูต |
| เอกสารศาล/คำพิพากษา | หากไม่ใช่ภาษาอังกฤษควรแปลอย่างละเอียด | ต้องแปลผลคดี ข้อหา วันที่ และคำสั่งศาลให้ครบ |
| Police Certificate จากประเทศอื่น | ตรวจภาษาที่สถานทูต/Reciprocity Schedule รับ | บางประเทศมีรูปแบบเฉพาะหรือคำแนะนำพิเศษ |
หากมีเอกสารไทยหรือเอกสารศาลที่ต้องใช้ยื่นวีซ่าสหรัฐฯ สามารถใช้บริการแปลเอกสารเพื่อให้ชื่อ วันที่ และข้อมูลสำคัญสอดคล้องกับ DS-160, DS-260 หรือเอกสารสถานทูต
9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
Police Clearance สำหรับวีซ่าสหรัฐฯ มักพลาดจากการไม่แยกประเภทวีซ่า หรือคิดว่าเอกสารตำรวจจากประเทศเดียวเพียงพอ ทั้งที่กฎของ Immigrant Visa และ K Visa ต้องดูประเทศที่เคยอยู่ตามเกณฑ์
| ข้อผิดพลาด | ผลกระทบ | วิธีลดความเสี่ยง |
|---|---|---|
| คิดว่า B1/B2 ต้องขอ Police Clearance ทุกคน | อาจเสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น | ตรวจประเภทวีซ่าและเอกสารที่สถานทูตขอจริง |
| Immigrant Visa ขอจากไทยใบเดียว ทั้งที่เคยอยู่ประเทศอื่นนาน | NVC หรือสถานทูตอาจขอเอกสารเพิ่ม | ทำ Timeline ประเทศที่เคยอยู่ตั้งแต่อายุ 16 ปี |
| ไม่เตรียมเอกสารศาลทั้งที่เคยมีคดี | เอกสารไม่พออธิบายผลคดี | เตรียม court record, final disposition และคำแปล |
| ตอบ DS-160/DS-260 ไม่ตรงกับประวัติจริง | กระทบความน่าเชื่อถือของใบสมัคร | ตอบตามข้อเท็จจริงและแนบคำอธิบายหากจำเป็น |
| ลืมใบเปลี่ยนชื่อ | ชื่อใน Police Clearance กับพาสปอร์ตไม่ต่อเนื่อง | แนบใบเปลี่ยนชื่อและคำแปลเมื่อจำเป็น |
| ใช้ใบตำรวจที่ออกจากหน่วยงานไม่ตรงกับ Reciprocity Schedule | สถานทูตอาจไม่รับเอกสาร | ตรวจวิธีขอรายประเทศบน Travel.State.Gov ก่อนดำเนินการ |
10. เช็กลิสต์ก่อนสัมภาษณ์หรืออัปโหลดเอกสาร
ก่อนส่งเอกสารให้ NVC อัปโหลดเอกสาร หรือเตรียมไปสัมภาษณ์ที่สถานทูต ควรตรวจว่า Police Clearance และเอกสารประวัติครบตามประเภทวีซ่าหรือไม่
Immigrant Visa, K Visa หรือ Nonimmigrant Visa ทั่วไปใช้เกณฑ์เอกสารไม่เหมือนกัน
สำหรับ Immigrant/K Visa ให้ดูผู้สมัครอายุ 16 ปีขึ้นไป และ K-2 ที่ติดตามด้วย
ไล่ประเทศที่เคยอยู่หลังอายุ 16 ปี รวมประเทศสัญชาติ ประเทศปัจจุบัน และประเทศอื่น
แต่ละประเทศมีชื่อเอกสาร หน่วยงานออก และวิธีขอไม่เหมือนกัน
หากเคยถูกจับหรือมีคดี ต้องเตรียม police/court/prison records ที่เกี่ยวข้อง
ใบเปลี่ยนชื่อ ใบสมรส ใบหย่า หรือเอกสารศาลที่เป็นภาษาไทยควรเตรียมคำแปล
เช่น U.S. Embassy Bangkok instruction อาจระบุ original and copy หรือรายละเอียดเฉพาะเพิ่มเติม
⚡ กำลังยื่นวีซ่าอเมริกาและไม่แน่ใจว่า Police Clearance ครบไหม?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจประเภทวีซ่า Timeline ประเทศที่เคยอยู่ เอกสารตำรวจ เอกสารศาล คำแปล และคำอธิบายประกอบก่อนยื่นหรือก่อนสัมภาษณ์
11. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
กฎเรื่อง Police Certificate สำหรับวีซ่าสหรัฐฯ เปลี่ยนได้ตามประเภทวีซ่า สถานทูตที่สัมภาษณ์ และประเทศที่ออกเอกสาร ควรตรวจจากแหล่งทางการของ U.S. Department of State และสถานทูตสหรัฐฯ ก่อนยื่นจริง
- Travel.State.Gov: Civil Documents — ใช้ตรวจเกณฑ์ police certificates สำหรับ Immigrant Visa เช่น ประเทศสัญชาติ ประเทศที่อยู่ปัจจุบัน ประเทศอื่น และประเทศที่เคยถูกจับกุม
- Travel.State.Gov: K-1 Fiancé(e) Visa — ใช้ตรวจเอกสาร K-1/K-2 รวมถึง police certificates จากประเทศที่เคยอยู่ตั้งแต่อายุ 16 ปี
- U.S. Embassy Bangkok: Interview Guidelines — ใช้ตรวจคำแนะนำเฉพาะของสถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ เช่น police certificates original and copy สำหรับผู้สมัครอายุ 16 ปีขึ้นไป
- Travel.State.Gov: Thailand Reciprocity Schedule — ใช้ตรวจชื่อเอกสาร Police Records ของไทย หน่วยงานออก เอกสารที่ต้องใช้ และวิธีขอสำหรับ residents/non-residents
- Police Clearance Service Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ — ใช้ตรวจแบบฟอร์ม วิธีขอ และเอกสารสำหรับ Police Clearance จากไทย
- U.S. Embassy & Consulate in Thailand: Visas — ใช้ตรวจข้อมูลวีซ่าสหรัฐฯ และช่องทางทางการของสถานทูตในไทย
- กรมการกงสุล: งานรับรองนิติกรณ์เอกสาร — ใช้ตรวจกรณีที่เอกสารไทยหรือคำแปลต้องรับรองนิติกรณ์ก่อนใช้ต่างประเทศ
ควรยึดคำแนะนำของ NVC, U.S. Embassy/Consulate ที่สัมภาษณ์ และ Reciprocity Schedule รายประเทศเป็นหลัก เพราะเอกสารที่รับได้อาจแตกต่างกันตามประเทศที่ออกเอกสารและประเภทวีซ่า
12. ทำไมควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ Police Clearance สำหรับวีซ่าสหรัฐฯ
Police Clearance สำหรับวีซ่าสหรัฐฯ มีรายละเอียดมากกว่าการขอใบตำรวจจากไทย เพราะต้องดูประเภทวีซ่า เกณฑ์อายุ 16 ปี ประเทศที่เคยอยู่ สถานทูตที่สัมภาษณ์ และเอกสารคดีหรือศาลหากเคยมีประวัติ หากขาดเอกสารประเทศใดประเทศหนึ่งหรือใช้เอกสารผิดหน่วยงาน อาจทำให้เคสล่าช้าหรือถูกขอเอกสารเพิ่ม
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเคสของคุณต้องใช้ Police Clearance หรือไม่ ต้องขอจากประเทศไหน เอกสารไทยต้องแปลอะไร และกรณีมีประวัติถูกจับหรือคดีควรจัดเอกสารอย่างไร เพื่อให้ชุดเอกสารอ่านเป็นระบบและสอดคล้องกับใบสมัคร
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยแยกประเภทวีซ่าให้ชัด — Immigrant Visa, K Visa หรือ Nonimmigrant Visa ทั่วไป
- ช่วยไล่ประเทศที่ต้องขอใบตำรวจ — ประเทศสัญชาติ ประเทศปัจจุบัน ประเทศอื่น และประเทศที่เคยถูกจับกุม
- ช่วยตรวจเอกสารไทย — Police Clearance, ใบเปลี่ยนชื่อ, ใบสมรส, ใบหย่า, เอกสารทหาร และคำแปล
- ช่วยจัดเอกสารคดีหรือศาล — กรณีเคยถูกจับ ตั้งข้อหา หรือมีคำพิพากษา เพื่อให้ข้อมูลไม่ขัดกับ DS-160/DS-260
- ช่วยเขียนคำอธิบายเมื่อจำเป็น — อธิบาย Timeline ประเทศที่เคยอยู่ ชื่อเดิม หรือประเด็นคดี โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผล
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
Police Clearance Certificate สำหรับวีซ่าสหรัฐอเมริกาต้องใช้ไหม
วีซ่าอเมริกาประเภทไหนมักต้องใช้ Police Clearance
Nonimmigrant Visa อเมริกา เช่น B1/B2, F-1, J-1 ต้องใช้ Police Clearance ไหม
วีซ่าสหรัฐฯ ต้องขอ Police Clearance จากประเทศไหนบ้าง
คนไทยยื่นวีซ่าอเมริกาต้องขอ Police Clearance จากไทยเมื่อไหร่
กรณีไหนวีซ่าอเมริกาอาจถูกขอ Police Clearance เพิ่ม
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับ Police Clearance สำหรับวีซ่าสหรัฐอเมริกา
- วีซ่าสหรัฐฯ ไม่ได้ขอ Police Clearance ทุกประเภท ต้องแยก Immigrant Visa, K Visa และ Nonimmigrant Visa ให้ชัด
- Immigrant Visa และ K-1/K-2 มักต้องใช้ police certificates สำหรับผู้สมัครอายุ 16 ปีขึ้นไป
- ประเทศที่อาจต้องขอ ได้แก่ ประเทศสัญชาติ ประเทศที่อยู่ปัจจุบัน ประเทศอื่นที่เคยอยู่เกินเกณฑ์ และประเทศที่เคยถูกจับกุม
- Nonimmigrant Visa ทั่วไป เช่น B1/B2, F-1, J-1 โดยมากไม่ต้องแนบ Police Clearance ตั้งแต่แรก แต่อาจถูกขอเพิ่มหากมีประเด็นด้านประวัติ
- Police Clearance จากไทยออกโดย Royal Thai Police ผ่าน Police Clearance Service Center และมีชื่อเอกสารใน Reciprocity Schedule ว่า “Nang Sue Rab Rong Khwam Praprued”
- หากเคยมีคดี อาจต้องใช้ court records หรือ prison records เพิ่ม ไม่ใช่ Police Clearance อย่างเดียว
- หากเอกสารเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ควรตรวจคำแปลภาษาอังกฤษให้พร้อม
- ควรยึด Travel.State.Gov, Reciprocity Schedule, NVC และคำแนะนำของ U.S. Embassy/Consulate ที่สัมภาษณ์เป็นหลัก
ต้องการตรวจว่า U.S. Visa ของคุณต้องใช้ Police Clearance หรือไม่?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจประเภทวีซ่า ประเทศที่เคยอยู่ เอกสารตำรวจจากไทยหรือประเทศอื่น เอกสารศาล คำแปล และจดหมายอธิบาย เพื่อให้เอกสารพร้อมขึ้นก่อนยื่นหรือก่อนสัมภาษณ์วีซ่าสหรัฐอเมริกา
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ