Overstay ในไทยมีผลต่อการขอวีซ่าครั้งต่อไปไหม

Overstay ในไทยมีผลต่อการขอวีซ่าครั้งต่อไปไหม

🇹🇭 Thailand Overstay / Blacklist / Next Visa

Overstay ในไทยมีผลต่อการขอวีซ่าครั้งต่อไปไหม

Overstay ไม่ใช่แค่เรื่องค่าปรับวันละ 500 บาท แต่เป็นประวัติการอยู่เกินกำหนดที่อาจกระทบการเข้าไทยครั้งต่อไป การยื่นวีซ่า การต่อวีซ่า และความน่าเชื่อถือของเคส โดยเฉพาะถ้าอยู่เกินนานหรือถูกจับกุม
📅 อัปเดตล่าสุด: 4 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 12 นาที

คนต่างชาติหลายคนเผลออยู่ไทยเกินกำหนดเพราะดูวันผิด เข้าใจผิดระหว่างวันหมดอายุวีซ่ากับวันอนุญาตให้อยู่ หรือคิดว่าเกินแค่ไม่กี่วันจ่ายค่าปรับแล้วจบ แต่คำถามสำคัญคือ Overstay ในไทยมีผลต่อการขอวีซ่าครั้งต่อไปไหม?

คำตอบคือ มีผลได้ โดยผลกระทบขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่อยู่เกิน วิธีแก้ไขสถานะ ประวัติเดิม เคย overstay ซ้ำหรือไม่ และถูกจับกุมหรือมอบตัวเอง หาก overstay เกิน 90 วัน อาจเข้าสู่เกณฑ์ห้ามกลับเข้าไทยตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และถ้าถูกจับขณะ overstay ผลจะรุนแรงกว่า

บทความนี้สรุปว่า Overstay คืออะไร ค่าปรับเท่าไหร่ อยู่เกินกี่วันเสี่ยง blacklist มีผลต่อวีซ่าครั้งต่อไปอย่างไร และควรทำอย่างไรหากเผลออยู่เกินกำหนด หากคุณไม่แน่ใจว่าสถานะปัจจุบันยังแก้ได้ไหม สามารถเริ่มจากการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจเดินทางออกหรือยื่นวีซ่ารอบใหม่

สรุปสั้น ๆ: Overstay ในไทยมีผลต่อการขอวีซ่าครั้งต่อไปได้ โดยเฉพาะกรณีอยู่เกินนาน เกิน 90 วัน มีประวัติซ้ำ หรือถูกจับกุมขณะ overstay หากเป็น overstay สั้น ๆ และจ่ายค่าปรับก่อนออกประเทศ อาจไม่ถึงขั้นถูกห้ามเข้าอัตโนมัติ แต่ยังถือเป็นประวัติที่เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาในการยื่นวีซ่า การเข้าเมือง หรือการต่อสถานะครั้งต่อไป

💬 เผลออยู่ไทยเกินกำหนด หรือเคยมีประวัติ Overstay แล้วอยากยื่นวีซ่ารอบใหม่?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจจำนวนวัน overstay, ประวัติเดินทาง, ตราประทับใน Passport และแนวทางอธิบายเคสก่อนยื่นใหม่

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. Overstay คืออะไร

Overstay คือการที่คนต่างชาติอยู่ในประเทศไทยเกินวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ตามตราประทับใน Passport หรือเอกสาร Extension of Stay ไม่ใช่ดูแค่วันหมดอายุวีซ่า เพราะ “วันหมดอายุวีซ่า” กับ “วันอนุญาตให้อยู่” เป็นคนละเรื่องกัน

ตัวอย่างเช่น วีซ่าออกให้มี validity ถึงวันที่ 30 กันยายน แต่เมื่อเข้าไทย เจ้าหน้าที่ประทับตราอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 15 สิงหาคม หากยังอยู่หลังวันที่ 15 สิงหาคมโดยไม่ได้ต่อสถานะให้ถูกต้อง ก็อาจกลายเป็น Overstay แม้ว่าวีซ่าดูเหมือนยังไม่หมดก็ตาม

💡 จำง่าย: ให้ดูคำว่า “Admitted Until” หรือวันอนุญาตให้อยู่ใน Passport เป็นหลัก ไม่ใช่ดูแค่วันหมดอายุวีซ่าบนสติกเกอร์หรือหน้า e-Visa

2. Overstay มีผลต่อวีซ่าครั้งต่อไปอย่างไร

Overstay มีผลได้หลายระดับ ตั้งแต่ถูกปรับ ถูกบันทึกประวัติ ถูกตรวจเข้มขึ้นเมื่อยื่นวีซ่าครั้งต่อไป ไปจนถึงถูกห้ามกลับเข้าไทยตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากอยู่เกินนานหรือถูกจับกุม

ผลกระทบ เกิดเมื่อไร มีผลต่อวีซ่าครั้งต่อไปอย่างไร
ค่าปรับ อยู่เกินวันอนุญาตให้อยู่ ต้องชำระก่อนออกประเทศหรือก่อนแก้สถานะตามกรณี
ประวัติ Immigration มีตราประทับหรือบันทึกว่าอยู่เกินกำหนด อาจทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจประวัติรอบถัดไปละเอียดขึ้น
ความน่าเชื่อถือของเคสลดลง มี overstay ซ้ำ หรืออธิบายเหตุผลไม่ได้ อาจกระทบวีซ่าท่องเที่ยว Non-O Non-B ED หรือการต่ออยู่ระยะยาว
Blacklist / ห้ามเข้าไทย อยู่เกินมากกว่า 90 วัน หรือถูกจับกุมตามเกณฑ์ ไม่สามารถกลับเข้าไทยตามระยะเวลาที่กำหนด แม้จะมีเหตุผลครอบครัว งาน หรือธุรกิจ
กระทบ Work Permit หรือสถานะงาน สถานะอยู่ในไทยขาดหรือถูกยกเลิก อาจทำให้การทำงานในไทยและเอกสารบริษัทซับซ้อนขึ้น
กระทบแผนครอบครัวหรือการต่ออยู่ ถือ Non-O คู่สมรส ลูกไทย หรือครอบครัวไทยแล้วหลุดสถานะ อาจต้องเริ่มวีซ่าใหม่หรืออธิบายประวัติ overstay ในการยื่นรอบต่อไป

3. ค่าปรับ Overstay ไทยเท่าไหร่

แหล่งทางการระบุค่าปรับ Overstay คือ 500 บาทต่อวัน และสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม การจ่ายค่าปรับไม่ได้แปลว่าประวัติไม่มีผลเสมอไป เพราะถ้า overstay นาน เกิน 90 วัน หรือถูกจับกุม อาจมีผลเรื่องห้ามเข้าไทยเพิ่มเติม

จำนวนวันที่อยู่เกิน ค่าปรับโดยประมาณ ความเสี่ยงเพิ่มเติม
1 วัน อาจไม่มีค่าปรับในบางกรณีที่เป็นชั่วโมงสั้น ๆ หรืออาจถูกปรับ 500 บาทตามดุลพินิจ ยังถือเป็นความผิดพลาดที่ควรเลี่ยง
7 วัน ประมาณ 3,500 บาท ควรรีบออกหรือแก้สถานะ ไม่ควรปล่อยต่อ
40 วันขึ้นไป แตะเพดานสูงสุด 20,000 บาท เริ่มเป็นประวัติที่ควรเตรียมคำอธิบายในการยื่นครั้งต่อไป
มากกว่า 90 วัน สูงสุด 20,000 บาท เข้าเกณฑ์เสี่ยงถูกห้ามกลับเข้าไทยตามมาตรการ overstay
⚠️ ระวัง: อย่าวางแผนว่า “อยู่เกินแล้วค่อยจ่ายค่าปรับก็ได้” เพราะค่าปรับเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ผลกระทบที่ใหญ่กว่าคือประวัติ Immigration, การยื่นวีซ่าครั้งต่อไป และความเสี่ยงถูกห้ามเข้าไทย

4. อยู่เกินกี่วันเสี่ยงห้ามเข้าไทย

มาตรการ overstay ของไทยแยกกรณีสำคัญระหว่าง คนต่างชาติที่มอบตัวเอง กับ คนต่างชาติที่ถูกจับกุมและดำเนินคดี โดยกรณีถูกจับกุมมีผลหนักกว่าอย่างชัดเจน

กรณีมอบตัวเอง / เดินทางออกเอง ระยะเวลา Overstay ผลห้ามเข้าไทย
มอบตัวเอง มากกว่า 90 วัน ห้ามกลับเข้าไทย 1 ปี นับจากวันเดินทางออก
มอบตัวเอง มากกว่า 1 ปี ห้ามกลับเข้าไทย 3 ปี นับจากวันเดินทางออก
มอบตัวเอง มากกว่า 3 ปี ห้ามกลับเข้าไทย 5 ปี นับจากวันเดินทางออก
มอบตัวเอง มากกว่า 5 ปี ห้ามกลับเข้าไทย 10 ปี นับจากวันเดินทางออก
กรณีถูกจับกุมและดำเนินคดี ระยะเวลา Overstay ผลห้ามเข้าไทย
ถูกจับกุม น้อยกว่า 1 ปี ห้ามกลับเข้าไทย 5 ปี นับจากวันเดินทางออก
ถูกจับกุม มากกว่า 1 ปี ห้ามกลับเข้าไทย 10 ปี นับจากวันเดินทางออก
❌ จุดเสี่ยงสูงมาก: หากรู้ตัวว่า overstay แล้วปล่อยไว้จนถูกตรวจพบหรือถูกจับกุม ผลอาจหนักกว่าการรีบจัดการเองหลายเท่า จึงควรรีบประเมินทางออกอย่างถูกต้องทันที

5. Overstay สั้น ๆ 1-2 วัน อันตรายไหม

Overstay สั้น ๆ เช่น 1-2 วัน มักยังไม่ใช่ระดับที่ถูก blacklist อัตโนมัติ หากผู้เดินทางชำระค่าปรับและเดินทางออกตามขั้นตอน แต่ยังถือเป็นการอยู่เกินกำหนด และอาจกลายเป็นปัญหาได้ถ้าเกิดซ้ำหลายครั้ง หรือยื่นวีซ่าระยะยาวที่ต้องพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของประวัติการเดินทาง

กรณีที่อาจอธิบายได้ง่ายกว่า

  • Overstay สั้นมาก เช่น 1 วัน
  • มีเหตุผลชัดเจน เช่น เที่ยวบินเลื่อนหรือเหตุฉุกเฉิน
  • ชำระค่าปรับและเดินทางออกเอง
  • ไม่มีประวัติ overstay ซ้ำ
  • เอกสารยื่นรอบใหม่ครบและตรงไปตรงมา

กรณีที่เสี่ยงขึ้น

  • Overstay ซ้ำหลายครั้ง
  • อยู่เกินนานขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีการทำงานหรือกิจกรรมผิดวัตถุประสงค์วีซ่า
  • ถูกจับกุมหรือมีคดีอื่นร่วมด้วย
  • ให้ข้อมูลไม่ตรงกันในการยื่นวีซ่าครั้งต่อไป

6. มอบตัวเองกับถูกจับ ผลต่างกันอย่างไร

ความต่างสำคัญคือถ้ารู้ตัวว่า overstay แล้วรีบจัดการเอง เช่น ไปชำระค่าปรับและเดินทางออก ผลโดยทั่วไปจะเบากว่าการถูกจับกุมระหว่างอยู่ในไทย เพราะมาตรการ overstay ระบุโทษห้ามเข้าไทยกรณีถูกจับกุมไว้หนักกว่า

สถานการณ์ ความเสี่ยง คำแนะนำ
รู้ตัวว่า overstay และรีบออกประเทศ ยังมีค่าปรับและประวัติ แต่ลดความเสี่ยงถูกจับ ตรวจจำนวนวัน ค่าปรับ และเอกสารเดินทางให้พร้อมก่อนออก
overstay แล้วอยู่ต่อโดยไม่แก้ ความเสี่ยงเพิ่มทุกวัน ทั้งค่าปรับและประวัติ ควรรีบปรึกษาและวางแผนออกหรือแก้สถานะตามช่องทางที่ยังทำได้
ถูกตรวจพบหรือถูกจับกุมขณะ overstay เสี่ยงถูกดำเนินคดี กักตัว เนรเทศ และห้ามเข้าไทยนานกว่า ไม่ควรรอให้ถึงจุดนี้ หากรู้ตัวว่าขาดสถานะควรรีบจัดการทันที

7. Overstay กระทบวีซ่าแบบไหนบ้าง

Overstay สามารถกระทบได้แทบทุกประเภทวีซ่า เพราะเป็นประวัติการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการพำนัก ไม่ว่าจะยื่นวีซ่าระยะสั้นหรือระยะยาว เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาว่าผู้สมัครเคยรักษาสถานะถูกต้องหรือไม่

วีซ่า/สถานะ Overstay กระทบอย่างไร ควรเตรียมอะไรในการยื่นครั้งต่อไป
Tourist Visa / Visa Exemption อาจถูกซักถามเรื่องประวัติการอยู่เกินและความตั้งใจเดินทาง แผนเดินทางชัดเจน ตั๋วกลับ หลักฐานงาน/รายได้ และคำอธิบาย overstay
Non-O คู่สมรส/ครอบครัว/ลูกไทย อาจต้องอธิบายว่าทำไมสถานะเดิมขาด และตอนนี้เอกสารครอบครัวครบหรือไม่ ทะเบียนสมรส เอกสารลูกไทย การเงิน ที่อยู่ และประวัติแก้ overstay
Non-B / Work Permit อาจกระทบสถานะการทำงาน นายจ้าง และความถูกต้องของเอกสารบริษัท เอกสารนายจ้าง Work Permit สัญญาจ้าง ภาษี และ timeline สถานะพำนัก
ED Visa อาจถูกตรวจเรื่องการเรียนจริงและการรักษาสถานะ เอกสารสถานศึกษา ประวัติการเรียน และคำอธิบายเหตุ overstay
Retirement / Long Stay อาจถูกตรวจสถานะเก่า หลักฐานการเงิน และการอยู่ต่อในไทย statement, bank certificate, ประกัน/เอกสารตามประเภท และประวัติเดินทาง
Extension of Stay ในไทย หากสถานะขาด อาจไม่สามารถต่อแบบปกติได้ ต้องตรวจว่าควรออกไปยื่นใหม่หรือมีทางแก้ในไทยหรือไม่

ถ้าต้องเดินทางออกนอกประเทศหลังได้รับ Extension แล้ว อย่าลืมตรวจ Re-entry Permit ไทย ด้วย เพราะการออกโดยไม่มี Re-entry Permit อาจทำให้สิทธิ์การอยู่เดิมสิ้นผล และอาจนำไปสู่ปัญหา overstay หรือยื่นใหม่ซับซ้อนขึ้นในภายหลัง

8. ถ้าเผลอ Overstay ควรทำอย่างไร

ถ้ารู้ตัวว่า overstay แล้ว สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยให้วันเกินเพิ่มขึ้นโดยไม่ทำอะไร ให้รีบตรวจสถานะจริงจาก Passport และวางแผนแก้ไขตามช่องทางที่ปลอดภัยที่สุดในเคสนั้น

1
ตรวจวัน Admitted Until

ดูตราประทับล่าสุดใน Passport หรือหน้า Extension ว่าวันอนุญาตให้อยู่หมดเมื่อไร อย่าดูเฉพาะวันหมดอายุวีซ่า

2
นับจำนวนวันที่อยู่เกิน

แยกว่า overstay สั้น ๆ, เกือบถึง 90 วัน, มากกว่า 90 วัน หรือเกินระดับที่เสี่ยง blacklist แล้ว

3
เตรียมค่าปรับและเอกสารเดินทาง

โดยทั่วไปค่าปรับคือ 500 บาทต่อวัน สูงสุด 20,000 บาท แต่ต้องดูสถานการณ์จริงและด่านที่ออก

4
หลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

หาก overstay แล้วปล่อยไว้จนถูกตรวจพบ ผลอาจรุนแรงกว่าการรีบจัดการเอง

5
เตรียมคำอธิบายสำหรับวีซ่ารอบหน้า

หากต้องยื่นวีซ่าครั้งต่อไป ควรมี timeline ชัดเจนว่า overstay เกิดขึ้นอย่างไร แก้ไขอย่างไร และทำไมจะไม่เกิดซ้ำ

📌 คำแนะนำ: ถ้า overstay เกี่ยวกับเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย เที่ยวบินยกเลิก เอกสารราชการล่าช้า หรือเหตุครอบครัว ควรเก็บหลักฐานประกอบไว้ เช่น ใบรับรองแพทย์ เอกสารสายการบิน อีเมลยกเลิกเที่ยวบิน หรือหลักฐานที่อธิบายเหตุการณ์ได้

9. ป้องกัน Overstay อย่างไร

การป้องกัน overstay ง่ายกว่าการแก้หลังเกิดปัญหามาก โดยเฉพาะคนต่างชาติที่อยู่ไทยระยะยาว เช่น Non-O, Non-B, ED, Retirement, DTV หรือ Work Permit holder ควรมีระบบเช็กวันสำคัญหลายชั้น

วันสำคัญที่ต้องตั้งเตือน

  • วัน Admitted Until ใน Passport
  • วันหมดอายุ Extension of Stay
  • วันครบแจ้ง 90 วัน TM47
  • วันหมดอายุ Work Permit
  • วันหมดอายุ Passport
  • วันเดินทางออก-กลับไทยและ Re-entry Permit

เอกสารที่ควรตรวจคู่กัน

  • Passport ทุกหน้าที่มีตราประทับล่าสุด
  • e-Visa หรือ visa sticker
  • Extension stamp
  • Re-entry Permit
  • TM30 และที่อยู่ล่าสุด
  • TM47 receipt หรือใบแจ้ง 90 วันล่าสุด

ถ้าที่อยู่หรือเอกสาร Immigration ไม่ตรงกัน เช่น TM30 ไม่อัปเดต หรือแจ้ง 90 วันไม่ครบ อาจทำให้การต่อวีซ่าหรือการวางแผนสถานะยากขึ้น สามารถอ่านต่อเรื่อง TM30 คืออะไร และ แจ้ง 90 วัน TM47 เพื่อแยกหน้าที่แต่ละเอกสารให้ชัด

10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

Overstay มักเกิดจากความเข้าใจผิดเล็ก ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะคนที่ถือวีซ่าหลายประเภท เดินทางเข้าออกบ่อย หรือมี Extension แล้วออกนอกประเทศ

ข้อผิดพลาด ผลที่อาจเกิดขึ้น วิธีป้องกัน
ดูวันหมดอายุวีซ่าแทนวัน Admitted Until เข้าใจผิดว่ายังอยู่ได้ ทั้งที่วันอนุญาตให้อยู่หมดแล้ว ดูตราประทับล่าสุดและหน้า Extension เป็นหลัก
คิดว่าแจ้ง 90 วันคือการต่อวีซ่า แจ้งที่อยู่แล้ว แต่สถานะอยู่ไทยยังหมดอายุ แยก TM47 ออกจาก Extension of Stay
ออกนอกประเทศโดยไม่มี Re-entry Permit Extension เดิมอาจสิ้นผล และกลับมาอาจไม่ได้สถานะเดิม ทำ Re-entry Permit ก่อนออก หากต้องรักษาวันอยู่เดิม
ปล่อยให้ overstay เพิ่มขึ้นเพราะกลัวไป Immigration เสี่ยงค่าปรับสูงขึ้นและเข้าใกล้เกณฑ์ blacklist รีบประเมินทางแก้แทนการรอ
Overstay แล้วไม่เปิดเผยในการยื่นรอบใหม่ ข้อมูลไม่ตรงกับประวัติจริง อาจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง เตรียมคำอธิบายตามข้อเท็จจริงและหลักฐานประกอบ
คิดว่าเสียค่าปรับแล้วทุกอย่างจบ อาจยังมีประวัติในระบบหรือผลต่อการพิจารณาครั้งต่อไป หลังจ่ายค่าปรับควรเก็บหลักฐานและวางแผนยื่นครั้งต่อไปให้รอบคอบ

เคย Overstay แล้วอยากกลับมายื่นวีซ่าไทยอีกครั้ง?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจประวัติ ตราประทับ ค่าปรับ ระยะเวลาห้ามเข้าไทย ความเสี่ยงต่อการยื่นใหม่ และช่วยจัด Case Summary ให้เคสอ่านง่ายขึ้น

💬 ส่งรูปหน้าวีซ่าให้ทีมช่วยประเมิน

11. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

กฎ Overstay มีผลจริงต่อการเข้าเมืองและการขอวีซ่า โดยเฉพาะเกณฑ์ค่าปรับและ blacklist ก่อนตัดสินใจเดินทางออก ยื่นวีซ่าใหม่ หรือวางแผนกลับเข้าไทย ควรตรวจจากแหล่งทางการและสำนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ:

หากต้องยื่นวีซ่าใหม่หลังเคย overstay ควรเริ่มจากการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อประเมินว่าเคสควรยื่นประเภทใด ต้องอธิบายประวัติอย่างไร และควรแนบหลักฐานอะไรเพื่อให้ข้อมูลโปร่งใสที่สุด

⚠️ คำเตือนก่อนดำเนินการ: บทความนี้เป็นแนวทางวางแผนเอกสาร ไม่ใช่การการันตีว่าจะได้รับวีซ่าหรือได้รับอนุญาตเข้าไทยหลังมีประวัติ overstay ผลจริงขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่อยู่เกิน ประวัติเดินทาง การถูกจับกุมหรือมอบตัวเอง ประเภทวีซ่าที่จะยื่น และดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจเคส Overstay ก่อนยื่นวีซ่าใหม่?

  • ช่วยตรวจจำนวนวันที่อยู่เกินจริง — ดูจากตราประทับล่าสุด วัน Admitted Until และวันออกประเทศ
  • ช่วยประเมินความเสี่ยง Blacklist — แยกกรณี overstay สั้น, เกิน 90 วัน, เกิน 1 ปี หรือถูกจับกุม
  • ช่วยวางแผนยื่นวีซ่าครั้งต่อไป — Tourist, Non-O, Non-B, ED, Retirement หรือฐานอื่นตามสถานการณ์จริง
  • ช่วยจัด Case Summary — อธิบายเหตุ overstay การแก้ไข และหลักฐานประกอบให้เป็นระบบ
  • ช่วยตรวจเอกสารกันพลาดซ้ำ — Re-entry Permit, TM30, TM47, Extension, Work Permit และวันหมดอายุเอกสาร
  • ช่วยให้คำแนะนำแบบไม่โอเวอร์เคลม — ประเมินตามข้อเท็จจริง ไม่การันตีผลอนุมัติ และไม่แนะนำให้หลบเลี่ยงกฎหมาย

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ Overstay ไทยและวีซ่าครั้งต่อไป

มีผลได้ โดยเฉพาะหากอยู่เกินนาน เกิน 90 วัน มีประวัติซ้ำ หรือถูกจับกุมขณะ overstay เพราะอาจถูกปรับ ถูกบันทึกประวัติ ถูกห้ามกลับเข้าไทยตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และอาจทำให้การยื่นวีซ่าครั้งต่อไปถูกตรวจเข้มขึ้น
ค่าปรับ overstay ที่แหล่งทางการระบุคือ 500 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท แต่การจ่ายค่าปรับไม่ได้แปลว่าประวัติไม่มีผลเสมอไป โดยเฉพาะกรณี overstay นาน เกิน 90 วัน หรือถูกจับกุม
ตามมาตรการ overstay หากมอบตัวเองและอยู่เกินมากกว่า 90 วัน อาจถูกห้ามเข้าไทย 1 ปี มากกว่า 1 ปีห้าม 3 ปี มากกว่า 3 ปีห้าม 5 ปี และมากกว่า 5 ปีห้าม 10 ปี ส่วนกรณีถูกจับกุมขณะ overstay โทษห้ามเข้าจะหนักกว่า
โดยทั่วไป overstay สั้นมากและชำระค่าปรับก่อนออกประเทศอาจไม่ถึงขั้นถูกห้ามเข้า แต่ยังถือเป็นประวัติการอยู่เกินกำหนดและอาจถูกพิจารณาเมื่อยื่นวีซ่าหรือเข้าประเทศครั้งต่อไป หากเกิดซ้ำหลายครั้งหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง เจ้าหน้าที่อาจตรวจเข้มขึ้น
ควรรีบแก้ไขสถานะโดยเร็ว ตรวจจำนวนวันที่อยู่เกิน เตรียมค่าปรับ เอกสารเดินทาง และติดต่อ Immigration หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเดินทางออก ไม่ควรปล่อยให้ overstay นานขึ้นหรือรอจนถูกจับกุม เพราะผลกระทบจะรุนแรงกว่า
กระทบได้ เพราะ overstay แปลว่าสถานะอยู่ในไทยขาดหรือเลยวันอนุญาตให้อยู่ อาจทำให้การต่อ Non-O, Non-B, ED, Retirement, Work Permit หรือวีซ่าครอบครัวครั้งต่อไปซับซ้อนขึ้น ต้องตรวจเคสจริงและจัดคำอธิบายพร้อมหลักฐานประกอบ

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำ

  • Overstay คือการอยู่ไทยเกินวันอนุญาตให้อยู่ ไม่ใช่แค่เกินวันหมดอายุวีซ่า
  • Overstay มีผลต่อวีซ่าครั้งต่อไปได้ โดยเฉพาะถ้าอยู่เกินนานหรือมีประวัติซ้ำ
  • ค่าปรับที่แหล่งทางการระบุคือ 500 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท
  • หากมอบตัวเองและ overstay มากกว่า 90 วัน อาจถูกห้ามเข้าไทย 1 ปี
  • หาก overstay มากกว่า 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี ผลห้ามเข้าไทยจะยาวขึ้นตามลำดับ
  • ถ้าถูกจับกุมขณะ overstay โทษห้ามเข้าไทยจะหนักกว่าการมอบตัวเอง
  • Overstay สั้น ๆ อาจไม่ถึงขั้น blacklist แต่ยังเป็นประวัติที่ควรอธิบายให้ตรงไปตรงมา
  • การจ่ายค่าปรับไม่ได้ทำให้ปัญหาทุกอย่างจบเสมอไป ต้องดูผลต่อวีซ่ารอบถัดไปด้วย
  • ป้องกัน overstay ด้วยการเช็ก Admitted Until, Extension, Re-entry Permit, TM30 และ TM47 ให้ครบทุกครั้ง

เคย Overstay ในไทย แล้วไม่แน่ใจว่าจะยื่นวีซ่าครั้งต่อไปได้ไหม?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเคส Overstay แบบรายคน ตั้งแต่จำนวนวันที่อยู่เกิน ค่าปรับ ตราประทับใน Passport ประวัติเดินทาง Blacklist Risk, Non-O, Non-B, Work Permit, Extension, Re-entry Permit และแนวทางอธิบายเคสในการยื่นวีซ่าครั้งต่อไป โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลอนุมัติ

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ