EES ยุโรป 2026 กระทบคนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้นอย่างไรตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
เคสที่เริ่มเจอบ่อยในปี 2026 คือ ลูกค้ามี วีซ่าเชงเก้น อยู่แล้ว จองตั๋วเรียบร้อย แต่ไม่แน่ใจว่า “EES” ต้องสมัครเพิ่มไหม ต้องสแกนนิ้วใหม่หรือเปล่า แล้วถ้าไม่มีตราประทับบนพาสปอร์ตจะนับวันพำนักอย่างไร
คำตอบคือ EES หรือ Entry/Exit System ไม่ใช่วีซ่าใหม่ และไม่ได้แทนวีซ่าเชงเก้น แต่เป็นระบบบันทึกการเข้า-ออกแบบดิจิทัลของยุโรปสำหรับผู้เดินทางนอกสหภาพยุโรปที่เดินทางระยะสั้น รวมถึงคนไทยที่ต้องถือวีซ่าเชงเก้น เมื่อผ่านด่านพรมแดนภายนอกของประเทศยุโรปที่ใช้ระบบนี้ เจ้าหน้าที่อาจเก็บภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ และข้อมูลจากพาสปอร์ตเพื่อบันทึกประวัติการเข้าออก
ผลกระทบจริงจึงไม่ใช่แค่ “ผ่านด่านนานขึ้นนิดหน่อย” แต่คือประวัติการเข้าออก การอยู่ใกล้ครบ 90/180 วัน และการใช้วีซ่าหลายครั้งจะถูกตรวจสอบเป็นระบบมากขึ้น คนที่เดินทางบ่อย ใช้วีซ่าใกล้เต็มวัน หรือเคยมีแผนเดินทางซับซ้อนควรเตรียมตัวละเอียดกว่าเดิมครับ
💬 มีวีซ่าเชงเก้นแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าแผนเดินทางเข้ากับกฎ EES และ 90/180 วันไหม? ให้ทีมช่วยเช็กภาพรวมก่อนเดินทางจริง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- EES คืออะไร และเริ่มใช้กับคนไทยอย่างไร
- ตอนผ่านด่านยุโรป ผู้ถือวีซ่าเชงเก้นต้องเจออะไรบ้าง
- EES ไม่ได้แทนวีซ่าเชงเก้น แต่ทำให้การตรวจเข้มเรื่องใด
- 90/180 วันสำคัญขึ้นอย่างไรเมื่อไม่มีตราประทับแบบเดิม
- เอกสารที่ควรพกตอนผ่านด่านหลัง EES
- ตารางสถานการณ์ที่ควรระวังสำหรับคนไทย
- ตัวอย่างเคสที่ EES อาจทำให้ถูกถามละเอียดขึ้น
- Checklist เตรียมตัวก่อนบินเข้ายุโรป
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- FAQ
1. EES คืออะไร และเริ่มใช้กับคนไทยอย่างไร
EES ย่อมาจาก Entry/Exit System เป็นระบบของสหภาพยุโรปสำหรับบันทึกข้อมูลผู้เดินทางนอก EU ที่เดินทางระยะสั้นเข้า-ออกประเทศยุโรปที่ใช้ระบบนี้ โดยข้อมูลที่บันทึกเกี่ยวข้องกับพาสปอร์ต วันและสถานที่เข้าออก รวมถึงข้อมูลชีวมิติ เช่น ภาพใบหน้าและลายนิ้วมือ
สำหรับคนไทย จุดสำคัญคือ คนไทยยังต้องมีวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทางเข้าพื้นที่เชงเก้นตามปกติ ระบบ EES ไม่ได้ทำให้คนไทยเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และไม่ได้หมายความว่าถ้ามีวีซ่าแล้วจะเข้าประเทศได้อัตโนมัติ เจ้าหน้าที่ด่านยังมีสิทธิ์ตรวจวัตถุประสงค์ แผนเดินทาง เอกสารสนับสนุน และความสอดคล้องของข้อมูลทั้งหมด
2. ตอนผ่านด่านยุโรป ผู้ถือวีซ่าเชงเก้นต้องเจออะไรบ้าง
ภาพจริงที่ด่านอาจต่างกันตามสนามบิน ประเทศ และระบบของด่านนั้น ๆ แต่สิ่งที่ผู้ถือวีซ่าเชงเก้นควรเตรียมใจคือ ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองอาจมีการลงทะเบียนข้อมูล EES โดยเฉพาะการเดินทางเข้าครั้งแรกหลังระบบเริ่มใช้งานเต็มรูปแบบ
| สิ่งที่อาจเกิดขึ้นที่ด่าน | ความหมายสำหรับคนไทย | ควรเตรียมตัวยังไง |
|---|---|---|
| ถ่ายภาพใบหน้า | ใช้ยืนยันตัวตนและบันทึกในระบบ EES | เผื่อเวลาเข้าคิว อย่าสวมสิ่งที่บังใบหน้าเกินจำเป็น และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ |
| สแกนลายนิ้วมือ | ใช้ตรวจยืนยันตัวบุคคลและลดปัญหาการใช้เอกสารผิดตัวตน | เตรียมมือให้พร้อม หากมีแผลหรือปัญหาสแกนไม่ได้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตามจริง |
| ไม่มีตราประทับเข้า-ออกแบบเดิม | วันเข้าออกจะถูกบันทึกในระบบดิจิทัล | เก็บ boarding pass, e-ticket, booking และบันทึกวันเดินทางของตัวเองไว้เสมอ |
| ถูกถามเรื่องแผนเดินทาง | เจ้าหน้าที่อาจตรวจว่าแผนจริงตรงกับวีซ่าและข้อมูลที่ยื่นไว้หรือไม่ | พกแผนเที่ยว ที่พัก ตั๋วกลับ และเอกสารงาน/การเงินที่อธิบายทริปได้ |
3. EES ไม่ได้แทนวีซ่าเชงเก้น แต่ทำให้การตรวจเข้มเรื่องใด
ประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ “วีซ่า” กับ “การอนุญาตให้เข้าประเทศที่ด่าน” เป็นคนละขั้นตอนกัน วีซ่าเชงเก้นคือเอกสารที่อนุญาตให้เดินทางไปขอเข้าพื้นที่เชงเก้นได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองยังมีอำนาจพิจารณาว่าผู้เดินทางเข้าเงื่อนไขหรือไม่
ระบบ EES ทำให้ข้อมูลบางส่วนตรวจสอบง่ายขึ้น เช่น เคยเข้าออกเมื่อไหร่ อยู่กี่วัน เคยถูกปฏิเสธการเข้าเมืองหรือไม่ และข้อมูลพาสปอร์ตตรงกับตัวบุคคลหรือไม่ ดังนั้นคนที่มี เชงเก้น Multiple Entry หรือเดินทางยุโรปหลายรอบในปีเดียว ควรยิ่งระวังเรื่องการนับวันและเหตุผลในการเดินทางแต่ละครั้ง
4. 90/180 วันสำคัญขึ้นอย่างไรเมื่อไม่มีตราประทับแบบเดิม
ก่อนหน้านี้หลายคนใช้ตราประทับเข้า-ออกในพาสปอร์ตเพื่อช่วยนับวันพำนัก แต่เมื่อ EES ใช้งานเต็มรูปแบบ การบันทึกจะเป็นดิจิทัลมากขึ้น ผู้เดินทางจึงไม่ควรพึ่งแค่ตราประทับ แต่ต้องมีระบบนับวันของตัวเอง
หลักใหญ่ของ short stay คือโดยทั่วไปการพำนักในพื้นที่เชงเก้นต้องไม่เกิน 90 วันภายในช่วง 180 วัน แต่ถ้าวีซ่าของคุณระบุจำนวนวันน้อยกว่านั้น ต้องยึดจำนวนวันที่ระบุบนวีซ่าเป็นหลักก่อนเสมอ
เช็กวันเริ่มใช้ วันหมดอายุ จำนวนครั้งที่เข้าได้ และจำนวนวันพำนักที่ได้รับอนุญาต
วันเข้าและวันออกมักนับรวมเป็นวันพำนัก อย่าคิดเฉพาะคืนโรงแรม
ก่อนเข้ารอบใหม่ ให้ดูว่าภายใน 180 วันที่ผ่านมาใช้วันไปเท่าไรแล้ว
แม้ระบบบันทึกดิจิทัลแล้ว ผู้เดินทางควรเก็บตั๋ว boarding pass และใบจองเพื่ออธิบายประวัติได้ถ้าถูกถาม
5. เอกสารที่ควรพกตอนผ่านด่านหลัง EES
เอกสารที่พกไปด่านไม่ใช่เพื่อ “ยื่นใหม่” เหมือนตอนขอวีซ่า แต่ใช้ตอบคำถามเจ้าหน้าที่หากถูกขอดู หลักคิดคือ เอกสารควรช่วยยืนยันว่าเข้ายุโรปตามวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับวีซ่า มีแผนออกจากพื้นที่เชงเก้น และมีความสามารถดูแลค่าใช้จ่ายตลอดทริป
| เอกสารที่ควรมีติดตัว | ใช้ตอบคำถามเรื่องอะไร | จุดที่ควรเช็กก่อนบิน |
|---|---|---|
| พาสปอร์ตและวีซ่าเชงเก้น | ยืนยันตัวตน วันหมดอายุ และเงื่อนไขบนวีซ่า | พาสปอร์ตต้องเป็นเล่มเดียวกับที่ใช้ยื่นหรือมีเอกสารอธิบายกรณีเปลี่ยนเล่ม |
| ตั๋วไป-กลับ / ตั๋วเดินทางต่อ | แสดงว่ามีแผนออกจากพื้นที่เชงเก้น | วันเดินทางควรไม่เกินจำนวนวันที่วีซ่าอนุญาต |
| ที่พักตลอดทริป | ยืนยันเส้นทางและประเทศที่พักจริง | ชื่อผู้เข้าพัก เมือง และวันที่ควรตรงกับแผนเดินทาง |
| ประกันเดินทาง | แสดงความพร้อมด้านความคุ้มครองระหว่างทริป | ควรครอบคลุมประเทศและช่วงวันที่เดินทางจริง |
| เอกสารงาน / ธุรกิจ / เรียน | ช่วยยืนยันเหตุผลกลับไทย | ข้อมูลควรไม่ขัดกับสิ่งที่เคยยื่นตอนขอวีซ่า |
| หลักฐานการเงินหรือ Statement | ใช้ตอบเรื่องค่าใช้จ่ายหากถูกถาม | ควรสะท้อนความสามารถใช้จ่ายจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่ดูผิดธรรมชาติ |
6. ตารางสถานการณ์ที่ควรระวังสำหรับคนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้น
ไม่ใช่ทุกคนจะถูกถามเยอะที่ด่าน แต่บางสถานการณ์มีโอกาสถูกตรวจละเอียดขึ้น เพราะระบบ EES ทำให้ประวัติการเดินทางและวันพำนักเห็นภาพชัดกว่าเดิม
| สถานการณ์ | ระดับที่ควรระวัง | เหตุผลที่อาจถูกถามเพิ่ม | วิธีเตรียมตัว |
|---|---|---|---|
| เดินทางยุโรปครั้งแรกหลัง EES | ปานกลาง | อาจต้องลงทะเบียนข้อมูลชีวมิติครั้งแรก | เผื่อเวลาเข้าคิวและเตรียมเอกสารทริปให้หยิบง่าย |
| มี Multiple Entry และเดินทางถี่ | สูง | ประวัติเข้าออกหลายครั้งอาจถูกดูว่าตรงวัตถุประสงค์หรือไม่ | เตรียมเหตุผลของแต่ละทริปให้ชัด เช่น งาน ประชุม ท่องเที่ยว หรือเยี่ยมครอบครัว |
| อยู่ใกล้ครบ 90/180 วัน | สูงมาก | เสี่ยงถูกมองว่าใกล้เกินเพดานพำนักระยะสั้น | คำนวณวันล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงการจองทริปที่เฉียดเกินไป |
| แผนเข้าประเทศหนึ่ง แต่อยู่อีกประเทศนานกว่า | สูง | อาจถูกถามเรื่อง main destination หรือเหตุผลเลือกเส้นทาง | เตรียม itinerary และ booking ที่อธิบายลำดับเดินทางได้ |
| เคยถูกถามเยอะหรือเคยมีประวัติเอกสารไม่ชัด | สูง | ข้อมูลเดิมอาจถูกตรวจประกอบ | จัดเอกสารรอบใหม่ให้รัดกุม และตอบตามข้อเท็จจริงเท่านั้น |
7. ตัวอย่างเคสที่ EES อาจทำให้ถูกถามละเอียดขึ้น
เคสที่ 1: ถือวีซ่าหลายครั้ง แต่ใช้วันพำนักเกือบเต็ม
ผู้สมัครมีวีซ่า multiple entry และเดินทางยุโรปไปแล้วหลายรอบใน 6 เดือน รอบใหม่ตั้งใจจะไปอีก 20 วัน แต่เมื่อคำนวณย้อนหลังอาจเหลือวันพำนักไม่พอ เคสแบบนี้ควรคำนวณก่อนซื้อตั๋ว เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่วีซ่าหมดอายุหรือไม่ แต่อยู่ที่วันพำนักตามกฎ short stay ยังเหลือหรือเปล่า
เคสที่ 2: แผนเดินทางจริงไม่เหมือนตอนยื่นวีซ่า
ตอนยื่นวีซ่าระบุว่าไปฝรั่งเศสเป็นหลัก แต่หลังได้วีซ่าเปลี่ยนแผนเป็นเข้าฝรั่งเศส 1 วัน แล้วไปอยู่ประเทศอื่นเกือบทั้งทริป การเปลี่ยนแผนสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ควรมีเหตุผลและหลักฐานที่อธิบายได้ หากถูกถามที่ด่านแล้วตอบไม่ชัด เคสอาจดูไม่มั่นคง
เคสที่ 3: เดินทางเพื่อเยี่ยมคนรู้จัก แต่เอกสารความสัมพันธ์ไม่พร้อม
บางคนถือวีซ่าท่องเที่ยวแต่แผนจริงคือไปพักกับแฟนหรือเพื่อน ถ้าถูกถามเรื่องที่พัก ผู้เชิญ หรือความสัมพันธ์ ควรตอบตามจริงและมีเอกสารรองรับ เช่น ที่อยู่ผู้เชิญ รายละเอียดการติดต่อ หรือ จดหมายเชิญ หากบริบทเหมาะสม
⚡ ไม่แน่ใจว่าแผนเดินทางรอบนี้เสี่ยงถูกถามเพิ่มไหม?
ส่งข้อมูลทริป วันเข้าออก และประเภทวีซ่ามาให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูภาพรวมก่อนบินได้ครับ
8. Checklist เตรียมตัวก่อนบินเข้ายุโรปหลัง EES
Checklist นี้เหมาะกับคนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้นแล้วและกำลังจะเดินทางจริง โดยเฉพาะคนที่เดินทางยุโรปบ่อย มีแผนหลายประเทศ หรือใช้วีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้ง
- ตรวจวันเริ่มใช้และวันหมดอายุของวีซ่า
- ตรวจจำนวนครั้งที่เข้าได้ เช่น single, double หรือ multiple entry
- คำนวณวันพำนักที่ใช้ไปแล้วในช่วง 180 วันย้อนหลัง
- เช็กว่าตั๋วกลับและที่พักตรงกับแผนจริง
- เตรียม itinerary แบบอ่านง่าย ไม่ซับซ้อนเกินจำเป็น
- พกหลักฐานงาน ธุรกิจ หรือการเรียนที่ช่วยยืนยันเหตุผลกลับไทย
- เตรียม ประกันเดินทางเชงเก้น ให้ครอบคลุมช่วงเดินทางจริง
- เก็บไฟล์เอกสารสำคัญในมือถือและมีสำเนาออฟไลน์เผื่ออินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้
- ตอบคำถามด่านตามข้อเท็จจริง ไม่แต่งเรื่องให้ดูดีเกินจริง
9. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริงและก่อนเดินทาง
เพราะ EES เป็นระบบใหม่และขั้นตอนที่ด่านอาจต่างกันตามประเทศ ผู้เดินทางควรตรวจข้อมูลจากแหล่งทางการก่อนบิน โดยเฉพาะวันเริ่มใช้ เงื่อนไขของด่านเข้าออก เครื่อง self-service และข้อมูลเกี่ยวกับการคำนวณวันพำนัก
- European Commission - Entry/Exit System: home-affairs.ec.europa.eu
- Travel to Europe - EES official website: travel-europe.europa.eu/en/ees
- Delegation of the European Union to Thailand - EES for travellers to Europe: eeas.europa.eu/delegations/thailand
- European Commission - Short-stay calculator: Short-stay calculator
หากกำลังเตรียมยื่นรอบใหม่หลังใช้วีซ่าเดิมหลายครั้ง ควรให้ความสำคัญกับประวัติการเดินทางเดิมด้วย โดยเฉพาะผู้ที่หวังผลต่อการขอวีซ่ายาวขึ้นตามแนวทาง Visa Cascade เพราะการใช้วีซ่าอย่างถูกต้องและไม่อยู่เกินกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมประวัติการเดินทาง
10. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเช็กก่อนเดินทาง
ถ้าเป็นทริปสั้น ๆ แผนตรงไปตรงมา และไม่เคยใช้วันพำนักเยอะมาก อาจเตรียมเอกสารด้วยตัวเองได้ แต่บางเคสควรให้คนที่คุ้นกับงานวีซ่าช่วยมองก่อน เพราะจุดเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่เอกสารใบเดียว แต่อยู่ที่ภาพรวมทั้งชุด
- มีวีซ่า multiple entry และเดินทางยุโรปหลายครั้งในปีเดียว
- เคยอยู่เชงเก้นใกล้ครบ 90 วันใน 180 วัน
- เปลี่ยนแผนเดินทางหลังได้วีซ่า
- เข้าประเทศหนึ่ง แต่อยู่ประเทศอื่นนานกว่า
- เดินทางไปเยี่ยมแฟน เพื่อน หรือญาติ และมีเอกสารความสัมพันธ์หลายส่วน
- เคยถูกถามเยอะที่ด่าน หรือเคยมีประวัติถูกปฏิเสธวีซ่า/ปฏิเสธเข้าเมือง
- กำลังเตรียมยื่นวีซ่ารอบใหม่หลังใช้วีซ่าเดิมไปหลายครั้ง
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยเช็กแผนเดินทางหลังระบบ EES — ดูวันเข้าออก ประเทศที่เข้า และจำนวนวันที่ใช้จริงว่ามีจุดเสี่ยงตรงไหน
- ตรวจเอกสารประกอบด่านตรวจคนเข้าเมือง — ช่วยดูว่าพาสปอร์ต วีซ่า ที่พัก ตั๋วกลับ และแผนเดินทางสอดคล้องกันหรือไม่
- วางแผนสำหรับผู้ถือวีซ่าเชงเก้นหลายครั้ง — เหมาะกับคนที่เดินทางถี่ ใช้ Multiple Entry หรือมีแผนยุโรปหลายรอบ
- ให้คำแนะนำแบบระมัดระวัง ไม่โอเวอร์เคลม — ทีมช่วยลดจุดเสี่ยงด้านเอกสารและการวางแผน แต่ไม่สามารถการันตีผลการผ่านด่านหรือผลวีซ่าได้
- คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูตามประวัติการเดินทางจริง วัตถุประสงค์ และเอกสารที่คุณมี
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
คนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้นต้องลงทะเบียน EES ก่อนเดินทางไหม
EES ทำให้คนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้นผ่านด่านยากขึ้นไหม
หลังมี EES ยังต้องดูตราประทับพาสปอร์ตเพื่อคำนวณวันพำนักไหม
ถ้าเคยอยู่เชงเก้นเกือบครบ 90 วัน EES จะมีผลอย่างไรตอนเข้ารอบใหม่
EES เก็บลายนิ้วมือและรูปถ่ายของผู้ถือวีซ่าเชงเก้นทุกคนไหม
ควรเตรียมอะไรเพิ่มตอนผ่านด่านยุโรปหลัง EES ใช้งานเต็มรูปแบบ
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับ EES ยุโรป 2026 สำหรับคนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้น
- EES ไม่ใช่วีซ่าใหม่ และไม่ได้แทนวีซ่าเชงเก้น
- คนไทยที่เดินทางระยะสั้นไปยุโรปและต้องมีวีซ่าเชงเก้นอยู่ในกลุ่มที่ระบบ EES เกี่ยวข้อง
- ที่ด่านอาจมีการเก็บภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ และบันทึกข้อมูลเข้าออกแบบดิจิทัล
- เมื่อระบบใช้เต็มรูปแบบ การประทับตราพาสปอร์ตจะถูกแทนที่ด้วยบันทึกอิเล็กทรอนิกส์
- การนับวันพำนัก 90/180 วันยิ่งต้องระวัง โดยเฉพาะคนที่เดินทางยุโรปบ่อย
- ควรพกเอกสารทริปที่ช่วยอธิบายวัตถุประสงค์ ที่พัก ตั๋วกลับ ค่าใช้จ่าย และเหตุผลกลับไทย
- ข้อมูลขั้นตอนที่ด่านอาจเปลี่ยนได้ตามประเทศ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทางจริงเสมอ
ก่อนบินยุโรปหลัง EES ให้ทีมช่วยเช็กแผนเดินทางได้ครับ
Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมวีซ่า วันพำนัก แผนเดินทาง เอกสารประกอบด่าน และจุดเสี่ยงที่อาจถูกถามเพิ่ม โดยให้คำแนะนำตามเคสจริงของผู้เดินทาง ไม่การันตีผลการผ่านด่านหรือผลวีซ่า แต่ช่วยให้คุณเตรียมตัวอย่างเป็นระบบมากขึ้น
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ







