EES ยุโรปเริ่มใช้แล้ว กระทบคนไทยถือวีซ่าเชงเก้นอย่างไรตอนผ่านด่าน

EES ยุโรปเริ่มใช้แล้ว กระทบคนไทยถือวีซ่าเชงเก้นอย่างไรตอนผ่านด่าน

🇪🇺 EES เริ่มใช้แล้ว

EES ยุโรปเริ่มใช้แล้ว กระทบคนไทยถือวีซ่าเชงเก้นอย่างไรตอนผ่านด่าน

สรุปสิ่งที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยและวีซ่าเชงเก้นต้องรู้ก่อนผ่านด่านยุโรป: สแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ บันทึกวันเข้าออก และผลต่อกฎ 90/180 วัน
📅 อัปเดตล่าสุด: 12 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 12 นาที

ระบบ EES หรือ Entry/Exit System ของยุโรปเริ่มใช้แล้วและใช้งานเต็มรูปแบบในประเทศเชงเก้น ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2026 เป็นต้นมา ระบบนี้ทำให้การผ่านด่านยุโรปของผู้เดินทางนอกสหภาพยุโรปเปลี่ยนจากการพึ่งพาตราประทับพาสปอร์ตเป็นหลัก มาเป็นการบันทึกข้อมูลเข้า–ออกแบบดิจิทัลมากขึ้น

สำหรับคนไทยที่ถือ วีซ่าเชงเก้น สิ่งสำคัญคือ EES ไม่ได้ยกเลิกวีซ่า และไม่ได้ทำให้คนไทยต้องสมัครอะไรแทนวีซ่า แต่จะมีผลตอนผ่านด่าน เช่น การสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ การบันทึกวันเข้า–ออก และการตรวจจำนวนวันพำนักที่เป็นระบบมากขึ้น

บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า EES กระทบคนไทยอย่างไรตอนเข้ายุโรป ออกจากยุโรป หรือถือวีซ่าเชงเก้นแบบ Multiple Entry ต้องระวังอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้พลาดเรื่องวันอยู่เกิน เอกสารไม่ตรง หรือเข้าใจผิดว่า EES คือวีซ่าใหม่

สรุปสั้น ๆ: คนไทยที่ถือวีซ่าเชงเก้นยังต้องใช้วีซ่าเชงเก้นเหมือนเดิม แต่เมื่อผ่านด่านประเทศยุโรปที่ใช้ระบบ EES เจ้าหน้าที่หรือเครื่องตรวจอาจบันทึกข้อมูลพาสปอร์ต รูปใบหน้า ลายนิ้วมือ วันที่เข้า วันที่ออก และการปฏิเสธเข้าเมืองถ้ามี โดยพาสปอร์ตอาจไม่ถูกประทับตราแบบเดิม จุดที่กระทบมากที่สุดคือการตรวจจำนวนวันพำนักจะชัดขึ้น ผู้ถือวีซ่า Multiple Entry ต้องคุมวันอยู่ตาม duration of stay และกฎ 90 วันใน 180 วันให้แม่น

💬 ไม่แน่ใจว่าวีซ่าเชงเก้นของคุณอยู่ได้กี่วัน หรือเข้าออกได้กี่ครั้งหลังมี EES?
ส่งหน้าวีซ่าเชงเก้น แผนวันเดินทาง และประวัติทริปเก่าให้ทีมช่วยตรวจจำนวนวันก่อนบิน

📱 ตรวจวีซ่าและวันพำนักทาง LINE

✅ EES กระทบคนไทยแบบสั้นที่สุด

ผลกระทบหลักของ EES ต่อคนไทยไม่ใช่เรื่อง “ต้องขอวีซ่าใหม่” แต่เป็นเรื่อง “ข้อมูลเข้าออกจะถูกบันทึกเป็นระบบมากขึ้น” ทำให้การอยู่เกิน การเข้าออกบ่อย หรือการใช้วันพำนักใกล้เต็มเพดานถูกตรวจได้ง่ายขึ้น

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

เรื่องที่เปลี่ยน ก่อน EES หลัง EES ผลกับคนไทยถือวีซ่าเชงเก้น
การบันทึกเข้า–ออก ใช้ตราประทับพาสปอร์ตเป็นหลัก บันทึกเป็นข้อมูลดิจิทัลในระบบ EES วันเข้าออกถูกตรวจได้เป็นระบบมากขึ้น
ข้อมูลชีวมิติ บางกรณีอาจตรวจตามขั้นตอนเดิม มีการบันทึกรูปใบหน้าและลายนิ้วมือสำหรับผู้เดินทางที่เข้าเกณฑ์ ครั้งแรกหลังระบบเริ่มใช้ อาจใช้เวลาผ่านด่านนานขึ้น
ตราประทับพาสปอร์ต มักมีตราประทับเข้าและออก ระบบดิจิทัลมาแทนการประทับตราในหลายกรณี ควรเก็บ boarding pass และ itinerary ไว้ช่วยตรวจทริปของตัวเอง
การคำนวณวันพำนัก ผู้เดินทางต้องนับจากตราประทับเอง ระบบช่วยบันทึกวันเข้าออกและตรวจระยะพำนักได้ชัดขึ้น Overstay แม้ไม่กี่วันมีความเสี่ยงสูงขึ้น
วีซ่าเชงเก้น คนไทยต้องขอก่อนเดินทาง ยังต้องขอก่อนเดินทางเหมือนเดิม EES ไม่ได้ใช้แทนวีซ่า และไม่ได้ยกเว้นวีซ่าให้คนไทย
📌 จำง่าย: EES ไม่ได้เปลี่ยนว่า “คนไทยต้องมีวีซ่าหรือไม่” แต่เปลี่ยนวิธีที่ยุโรปบันทึกและตรวจข้อมูลการเข้าออกของผู้เดินทางระยะสั้น

🧭 EES คืออะไรและเริ่มใช้แล้วอย่างไร?

EES หรือ Entry/Exit System คือระบบไอทีอัตโนมัติของยุโรปสำหรับลงทะเบียนผู้เดินทางที่ไม่ใช่พลเมือง EU/EEA/Switzerland ซึ่งเดินทางเข้าประเทศยุโรปที่ใช้ระบบนี้เพื่อพำนักระยะสั้น โดยระบบจะบันทึกข้อมูลทุกครั้งที่ข้ามพรมแดนภายนอก

ข้อมูลทางการของ European Commission ระบุว่า EES ใช้งานเต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2026 โดยระบบนี้มาแทนการประทับตราพาสปอร์ตด้วยการบันทึกข้อมูลดิจิทัลของการเข้าออกหรือการถูกปฏิเสธเข้าเมืองสำหรับผู้เดินทางนอก EU ที่มาแบบ short stay

💡 ใครอยู่ในกลุ่มที่ EES เกี่ยวข้อง? โดยหลักคือผู้เดินทาง non-EU ที่เดินทางระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น เช่น คนไทย หรือกลุ่มที่ได้รับยกเว้นวีซ่า แต่เดินทางเข้าพื้นที่ที่ใช้ระบบ EES

🛂 ตอนผ่านด่านยุโรปจะเปลี่ยนอะไรบ้าง?

เมื่อเดินทางเข้าด่านยุโรปครั้งแรกหลังระบบ EES เริ่มใช้ ผู้เดินทางอาจต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่หรือระบบอัตโนมัติอาจถ่ายรูปใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือเพื่อสร้างไฟล์ดิจิทัล หลังจากนั้นการเดินทางครั้งต่อไปอาจรวดเร็วขึ้นหากข้อมูลถูกบันทึกแล้ว แต่ยังขึ้นอยู่กับสนามบิน ประเทศ และช่องทางตรวจคนเข้าเมืองที่ใช้

ขั้นตอนที่อาจเจอ หมายความว่าอะไร ควรเตรียมตัวยังไง
สแกนพาสปอร์ต ระบบตรวจข้อมูลหนังสือเดินทางและวีซ่า ใช้พาสปอร์ตเล่มเดียวกับที่ยื่นวีซ่าและจองตั๋ว
ถ่ายรูปใบหน้า บันทึกข้อมูลชีวมิติในไฟล์ดิจิทัล ถอดหมวก แว่นดำ หรือสิ่งที่บังใบหน้าตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่
สแกนลายนิ้วมือ ใช้ยืนยันตัวตนและเชื่อมกับข้อมูลการเข้าออก เตรียมให้ความร่วมมือและเผื่อเวลาที่ด่าน
คำถามจากเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่อาจถามวัตถุประสงค์ ที่พัก ระยะเวลา และตั๋วกลับ ตอบให้ตรงกับวีซ่า แผนเดินทาง และเอกสารที่ยื่น
ไม่มีตราประทับพาสปอร์ต การเข้าออกถูกบันทึกในระบบแทนตราประทับแบบเดิม เก็บเอกสารเดินทางของตัวเองไว้ช่วยตรวจวันย้อนหลัง
⚠️ เผื่อเวลาเพิ่ม: โดยเฉพาะสนามบินใหญ่หรือช่วง high season การลงทะเบียน EES ครั้งแรกอาจทำให้คิวตรวจคนเข้าเมืองใช้เวลานานขึ้น ควรเผื่อเวลาต่อเครื่องและอย่าวางแผน transit แน่นเกินไป

🇹🇭 คนไทยถือวีซ่าเชงเก้นต้องระวังอะไร?

สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยทั่วไป EES ไม่ได้ลดขั้นตอนการขอวีซ่าเชงเก้น ก่อนเดินทางยังต้องมีวีซ่าที่ถูกต้อง และเมื่อถึงด่านต้องสามารถอธิบายทริปได้สอดคล้องกับวีซ่าและเอกสารประกอบ

1. วีซ่าต้องยังใช้ได้ในวันเดินทาง

ตรวจวันที่เริ่มใช้และวันหมดอายุของวีซ่า ไม่ใช่ดูแค่ตั๋วเครื่องบิน หากเดินทางก่อนวันที่วีซ่าเริ่มใช้หรือหลังวันหมดอายุ อาจถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องหรือปฏิเสธเข้าเมืองได้

2. Number of entries ต้องพอ

ถ้าได้ Single Entry แล้วออกจากเขตเชงเก้นไปประเทศนอกเชงเก้น อาจไม่สามารถกลับเข้าเชงเก้นอีกครั้งได้ ต้องดูว่าเป็น Single, Double หรือ Multiple Entry

3. Duration of stay สำคัญมาก

บางคนดูแต่วันหมดอายุวีซ่า แต่ลืมดูจำนวนวันที่อนุญาตให้อยู่ เช่น วีซ่า valid 30 วัน แต่อาจให้ duration 10 วัน ต้องอยู่ไม่เกินจำนวนวันที่ระบุ

4. แผนเดินทางควรตรงกับวัตถุประสงค์

ถ้ายื่นท่องเที่ยว ควรตอบคำถามด่านในฐานะนักท่องเที่ยว หากมีธุรกิจ ประชุม หรือเยี่ยมญาติ ควรมีเอกสารประกอบให้ตรงตั้งแต่ขั้นตอนยื่นวีซ่า

❌ จุดที่เสี่ยงขึ้นหลังมี EES: การอยู่เกินกำหนดหรือเข้าออกถี่โดยไม่คุมวัน อาจถูกตรวจพบง่ายขึ้น เพราะระบบบันทึกวันเข้าออกแบบดิจิทัล ไม่ควรคิดว่าไม่มีตราประทับแล้วจะนับวันยากกว่าเดิม

🔁 ถือ Multiple Entry กระทบเรื่อง 90/180 วันอย่างไร?

คนที่ถือ วีซ่าเชงเก้น Multiple Entry ต้องระวังมากเป็นพิเศษ เพราะ Multiple Entry หมายถึงเข้าออกได้หลายครั้งภายในช่วงที่วีซ่ามีผล แต่ไม่ได้แปลว่าสามารถอยู่ในยุโรปได้ไม่จำกัด

ต้องดู 3 เรื่องพร้อมกันเสมอ:

  • Validity: วีซ่าเริ่มใช้และหมดอายุเมื่อไร
  • Duration of stay: อนุญาตให้อยู่ได้กี่วันต่อช่วงที่วีซ่ากำหนด
  • 90/180 rule: อยู่ในเขตเชงเก้นได้สูงสุด 90 วันในช่วง 180 วัน หากเป็นวีซ่าระยะสั้นและเงื่อนไขเข้าข่ายกฎนี้
สถานการณ์ ความเสี่ยง ควรทำอย่างไร
ได้วีซ่า 1 ปี Multiple Entry เข้าใจผิดว่าอยู่ได้ทั้งปี ตรวจ duration of stay และนับวันทุกทริปตามกฎ 90/180
เข้าเชงเก้นหลายครั้งใน 6 เดือน จำนวนวันรวมอาจใกล้เกินเพดาน คำนวณวันย้อนหลัง 180 วันก่อนจองทริปใหม่
ออกไปประเทศนอกเชงเก้นแล้วกลับเข้าใหม่ ถ้าเป็น Single Entry อาจกลับเข้าไม่ได้ หรือถ้าวันสะสมเต็มอาจเสี่ยง ตรวจ number of entries และจำนวนวันสะสมก่อนเดินทาง
เคยอยู่ใกล้ครบ 90 วันในรอบก่อน ทริปใหม่อาจทำให้เกินโดยไม่รู้ตัว ใช้เครื่องมือคำนวณวันและเก็บประวัติวันเข้าออกให้ครบ
📌 หลักสำคัญ: หลังมี EES ประวัติวันเข้าออกจะถูกบันทึกเป็นระบบมากขึ้น ผู้ถือ Multiple Entry ควรคำนวณวันก่อนจองทริปทุกครั้ง ไม่ใช่ค่อยนับตอนใกล้เดินทาง

📑 ควรเตรียมเอกสารอะไรติดตัวตอนผ่านด่าน?

ถึงแม้จะมีวีซ่าเชงเก้นในพาสปอร์ตแล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังสามารถถามเอกสารและวัตถุประสงค์การเดินทางได้ การมีเอกสารพร้อมจะช่วยให้ตอบคำถามได้ตรงและลดความกังวลตอนผ่านด่าน

เอกสารที่ควรมีติดตัว ใช้ตอบคำถามอะไร ข้อควรระวัง
พาสปอร์ตและวีซ่าเชงเก้น ยืนยันตัวตนและสิทธิเดินทางเข้าเชงเก้น ชื่อ วันเกิด และเลขพาสปอร์ตต้องตรงกับตั๋วและเอกสารอื่น
ตั๋วเครื่องบินขากลับหรือ onward ticket แสดงแผนออกจากเชงเก้นตามกำหนด วันกลับต้องไม่เกิน duration of stay และ 90/180 rule
หลักฐานที่พัก ตอบว่าจะพักที่ไหนและตรงกับแผนเดินทางหรือไม่ ถ้ามีหลายเมืองควรมี itinerary ที่อ่านง่าย
ประกันเดินทางเชงเก้น ยืนยันความคุ้มครองตามทริป วันคุ้มครองควรครอบคลุมช่วงเดินทางจริง
แผนเดินทาง / จดหมายเชิญ อธิบายวัตถุประสงค์ เช่น ท่องเที่ยว ธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติ ต้องสอดคล้องกับประเภทวีซ่าที่ขอและข้อมูลตอนยื่น
หลักฐานการเงินเบื้องต้น แสดงว่าสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายระหว่างทริปได้ ไม่จำเป็นต้องโชว์ทันทีทุกเคส แต่ควรมีสำรองหากถูกถาม

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าแผนเดินทางและเงินในบัญชีสัมพันธ์กันพอไหม สามารถตรวจ Statement วีซ่าเชงเก้น และทำ Cover Letter วีซ่าเชงเก้น ให้ข้อมูลตรงกับทริปจริงก่อนยื่นหรือก่อนเดินทางได้

🧩 EES ต่างจาก ETIAS และ Visa Cascade อย่างไร?

หลายคนสับสนเพราะทั้ง EES, ETIAS และ Visa Cascade ถูกพูดถึงในช่วงเวลาใกล้กัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละเรื่องกันทั้งหมด

ระบบ คืออะไร เกี่ยวกับคนไทยอย่างไร
EES ระบบบันทึกข้อมูลเข้าออกพรมแดน เช่น พาสปอร์ต ใบหน้า ลายนิ้วมือ วันเข้าออก เกี่ยวข้องตอนเดินทางผ่านด่านยุโรปด้วยวีซ่าเชงเก้น
ETIAS ระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้าสำหรับผู้ที่ไม่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น ผู้ถือพาสปอร์ตไทยทั่วไปยังไม่ใช้ ETIAS แทนวีซ่า
Visa Cascade แนวทางให้วีซ่าเชงเก้น Multiple Entry ระยะยาวขึ้นแก่คนไทยที่มีประวัติดี ยังต้องยื่นวีซ่าเชงเก้นตามปกติ แต่บางเคสอาจได้วีซ่ายาวขึ้น
💡 สรุปง่าย: EES = ระบบด่านเข้าออก, ETIAS = ระบบก่อนเดินทางสำหรับคน visa-free, Visa Cascade = โอกาสได้วีซ่าเชงเก้นยาวขึ้นสำหรับคนไทยที่มีประวัติดี

❌ ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงหลังมี EES

ข้อผิดพลาด ทำไมเสี่ยง ควรทำแทน
คิดว่าไม่มีตราประทับแล้วนับวันไม่ชัด EES บันทึกวันเข้าออกแบบดิจิทัล ทำให้ตรวจได้ชัดขึ้น เก็บ record วันเดินทางของตัวเองและคำนวณทุกทริป
ดูแค่วันหมดอายุวีซ่า อาจลืมดู duration of stay และ number of entries อ่านวีซ่า 3 จุด: validity, duration, entries
จอง transit เวลาสั้นมาก ครั้งแรกที่ลงทะเบียน EES อาจใช้เวลาผ่านด่านนานขึ้น เผื่อเวลาต่อเครื่อง โดยเฉพาะสนามบินใหญ่
เข้าออกหลายรอบโดยไม่คุม 90/180 วันสะสมอาจเกินโดยไม่รู้ตัว และถูกระบบตรวจพบ คำนวณวันย้อนหลัง 180 วันก่อนวางทริปใหม่
ใช้วีซ่าผิดวัตถุประสงค์ ประวัติในระบบและคำตอบที่ด่านอาจขัดกับเอกสารที่ยื่น ยื่นวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์จริงตั้งแต่แรก
❌ จุดที่ควรเลี่ยงที่สุด: อย่าพยายามใช้วีซ่าเชงเก้นระยะสั้นเป็นช่องทางพำนักยุโรประยะยาว เพราะ EES ทำให้ pattern การเข้าออกและจำนวนวันอยู่ถูกเห็นเป็นระบบมากขึ้น

มีวีซ่าเชงเก้นแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าออกยังไงให้ปลอดภัยหลังมี EES?
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูวันพำนัก จำนวนครั้งเข้าออก และเอกสารที่ควรเตรียมติดตัวก่อนบิน

💬 ให้ทีมช่วยตรวจแผนเข้าออก

🏛️ แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ข้อมูลเกี่ยวกับ EES, ETIAS และวีซ่าเชงเก้นเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนเดินทางจริง โดยเฉพาะช่วงแรกของการใช้งานระบบหรือเมื่อเดินทางผ่านสนามบินใหญ่

⚠️ ข้อมูลสำคัญ: EES ใช้งานเต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่ 10 เมษายน 2026 และมาแทนการประทับตราพาสปอร์ตด้วยการบันทึกเข้าออกแบบดิจิทัลในหลายกรณี อย่างไรก็ตาม การมีวีซ่าเชงเก้นยังไม่ได้การันตีการเข้าเมือง ผู้เดินทางควรเตรียมเอกสารทริปและปฏิบัติตามเงื่อนไขวีซ่าเสมอ

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยอ่านวีซ่าเชงเก้นให้ถูกต้อง — ตรวจ validity, duration of stay และ number of entries ก่อนเดินทาง
  • ช่วยคำนวณวันพำนักหลังมี EES — เหมาะกับคนถือ Multiple Entry หรือเดินทางยุโรปหลายรอบใน 180 วัน
  • ช่วยเตรียมเอกสารผ่านด่าน — ตั๋วกลับ ที่พัก ประกัน แผนเดินทาง จดหมายเชิญ และเอกสารการเงินเบื้องต้น
  • ช่วยประเมิน Visa Cascade / วีซ่ายาว — สำหรับคนไทยที่มีประวัติใช้วีซ่าเชงเก้นถูกต้องและอยากขอ Multiple Entry
  • ให้คำแนะนำรายเคส ไม่การันตีผล — การอนุมัติวีซ่าและการอนุญาตเข้าเมืองขึ้นอยู่กับสถานทูตและด่านตรวจคนเข้าเมือง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

คนไทยที่ถือวีซ่าเชงเก้นยังต้องเดินทางตามเงื่อนไขของวีซ่าเหมือนเดิม แต่เมื่อผ่านด่านยุโรปที่ใช้ระบบ EES อาจต้องให้ข้อมูลพาสปอร์ต สแกนใบหน้า และสแกนลายนิ้วมือ โดยข้อมูลเข้าออกจะถูกบันทึกแบบดิจิทัลแทนการประทับตราพาสปอร์ตแบบเดิม
ไม่ใช่ EES ไม่ใช่วีซ่าและไม่ใช่ระบบยื่นวีซ่า คนไทยถือพาสปอร์ตไทยทั่วไปยังต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทาง ส่วน EES เป็นระบบบันทึกข้อมูลเข้าออกเมื่อผ่านด่านพรมแดนยุโรป
โดยหลักไม่ต้องสมัคร EES ล่วงหน้าเหมือนระบบขออนุญาตเดินทาง EES จะบันทึกข้อมูลเมื่อผู้เดินทางผ่านด่านพรมแดนภายนอกของประเทศที่ใช้ระบบ เช่น ข้อมูลพาสปอร์ต รูปใบหน้า ลายนิ้วมือ และวันที่เข้าออก
ช่วงแรกอาจใช้เวลานานขึ้น โดยเฉพาะครั้งแรกหลังระบบเริ่มใช้ เพราะต้องสร้างไฟล์ดิจิทัลและเก็บข้อมูลชีวมิติ เช่น รูปใบหน้าและลายนิ้วมือ ผู้เดินทางควรเผื่อเวลาต่อเครื่องและเวลาผ่านด่านมากขึ้น
EES ทำให้ข้อมูลวันเข้าออกถูกบันทึกเป็นระบบมากขึ้น จึงช่วยตรวจว่าผู้เดินทางอยู่ในยุโรปเกินระยะที่อนุญาตหรือไม่ ผู้ถือวีซ่าเชงเก้นควรคำนวณทั้ง duration of stay บนวีซ่าและกฎ 90 วันใน 180 วันให้ถูกต้อง
ต้องระวังจำนวนวันที่อยู่จริงในทุกทริป เพราะ EES จะบันทึกการเข้าออกแต่ละครั้งแบบดิจิทัล ผู้ถือ Multiple Entry ไม่ได้แปลว่าอยู่ได้นานเท่าไรก็ได้ ยังต้องดู duration of stay, validity, number of entries และกฎ 90/180 วัน

📌 สรุปสิ่งที่คนไทยถือวีซ่าเชงเก้นต้องจำหลัง EES เริ่มใช้

  • EES ใช้งานเต็มรูปแบบแล้วในประเทศเชงเก้นตั้งแต่ 10 เมษายน 2026
  • EES ไม่ใช่วีซ่า และไม่ใช่ระบบที่ใช้แทนวีซ่าเชงเก้นของคนไทย
  • คนไทยถือพาสปอร์ตไทยทั่วไปยังต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทางเหมือนเดิม
  • ตอนผ่านด่านอาจต้องสแกนพาสปอร์ต ใบหน้า และลายนิ้วมือ
  • ข้อมูลวันเข้าออกจะถูกบันทึกเป็นระบบมากขึ้น และอาจไม่มีตราประทับแบบเดิม
  • ผู้ถือ Multiple Entry ต้องคุมจำนวนวันตาม duration of stay และกฎ 90/180 วัน
  • ควรเผื่อเวลาที่ด่าน โดยเฉพาะทริปแรกหลังระบบ EES เริ่มใช้
  • ควรเตรียมตั๋วกลับ ที่พัก ประกัน แผนเดินทาง และเอกสารประกอบติดตัวไว้เสมอ

มีวีซ่าเชงเก้นแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าผ่านด่านยุโรปหลังมี EES ต้องเตรียมอะไร?

Co Journey Visa ช่วยตรวจหน้าวีซ่า จำนวนวันพำนัก แผนเข้าออกยุโรป และเอกสารที่ควรพกติดตัว เพื่อให้เดินทางมั่นใจขึ้นและลดความเสี่ยงเรื่องอยู่เกินหรือเข้าใจเงื่อนไขผิด

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ