Digital Nomad Visa เกาหลีพาคู่สมรสและลูกไปด้วยได้ไหม?

Digital Nomad Visa เกาหลีพาคู่สมรสและลูกไปด้วยได้ไหม?

👨‍👩‍👧‍👦 วีซ่าเกาหลีสำหรับครอบครัว

Digital Nomad Visa เกาหลีพาคู่สมรสและลูกไปด้วยได้ไหม?

ตอบให้ชัดว่าพาใครไปได้ ผู้ติดตามต้องเตรียมอะไร และจุดไหนควรวางแผนก่อนย้ายครอบครัวไปอยู่เกาหลีใต้
📅 อัปเดตล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 11 นาที

หลายครอบครัวไม่ได้ติดที่คุณสมบัติของผู้ทำงานออนไลน์ แต่ติดตรงคำถามว่า “ถ้าผู้สมัครหลักได้วีซ่าแล้ว คู่สมรสกับลูกจะอยู่เกาหลีด้วยกันได้นานแค่ไหน” บางเคสเตรียมรายได้ผ่านเกณฑ์แล้ว แต่เอกสารสมรสยังไม่สมบูรณ์ ชื่อในสูติบัตรไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง หรือประกันสุขภาพครอบคลุมเฉพาะผู้สมัครหลัก

คำตอบคือ Digital Nomad Visa หรือ Workation Visa ประเภท F-1-D ของเกาหลีใต้เปิดให้ผู้สมัครนำคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไปด้วยได้ โดยต้องยื่นเอกสารของสมาชิกแต่ละคนและพิสูจน์ความสัมพันธ์ในครอบครัวให้ชัดเจน

กฎนี้มีความสำคัญมากขึ้นหลังเกาหลีใต้เปลี่ยนโครงการจากการทดลองมาเป็นระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026 พร้อมปรับระยะพำนักสูงสุดและเกณฑ์รายได้บางส่วน ดังนั้นผู้ที่เคยอ่านข้อมูลช่วงปี 2024–2025 ควรตรวจรายละเอียดใหม่ก่อนยื่นจริง

สรุปสั้น ๆ: ผู้ถือ Digital Nomad Visa เกาหลี F-1-D สามารถพา คู่สมรสที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไปอยู่ด้วยได้ แต่สมาชิกครอบครัวต้องยื่นคำร้องและเอกสารของตนเอง ไม่ได้ติดตามเข้าเกาหลีโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ การมีครอบครัวไปด้วยอาจมีผลต่อการประเมินรายได้ ที่พัก ประกันสุขภาพ และแผนการดำรงชีพของทั้งครอบครัว

💬 ยังไม่แน่ใจว่าทะเบียนสมรส สูติบัตร รายได้ และประกันของครอบครัวพร้อมหรือยัง?
ให้ทีมช่วยเช็กโครงสร้างเคสก่อนเริ่มแปลหรือรับรองเอกสาร เพื่อลดการเตรียมเอกสารผิดประเภท

📱 ตรวจเคสครอบครัวทาง LINE

🇰🇷 กฎ Digital Nomad Visa เกาหลีเปลี่ยนอย่างไรในปี 2026?

เกาหลีใต้เริ่มทดลอง Workation หรือ Digital Nomad Visa ตั้งแต่ปี 2024 ก่อนที่กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้จะประกาศเปลี่ยนเป็นระบบอย่างเป็นทางการ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026

ประกาศใหม่ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะระยะเวลาพำนัก แต่ยังปรับเกณฑ์รายได้โดยพิจารณาอายุ พื้นที่ที่จะพำนัก และการมีสมาชิกครอบครัวติดตามด้วย ผู้สมัครที่อ่านคู่มือเก่าจึงไม่ควรใช้ตัวเลขรายได้หรือระยะพำนักจากช่วงทดลองมาคำนวณโดยไม่ตรวจประกาศล่าสุด

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

ประเด็น สิ่งที่ควรรู้ในปี 2026 ผลต่อครอบครัว
สถานะโครงการ เปลี่ยนจากโครงการทดลองเป็นระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2026 ควรยึดกฎและแบบเอกสารชุดล่าสุด ไม่ใช้ Checklist เก่าเพียงอย่างเดียว
ระยะพำนัก มีการขยายระยะพำนักรวมสูงสุดตามเกณฑ์ใหม่เป็นไม่เกิน 3 ปี โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการต่อสถานะ สถานะของผู้ติดตามมักผูกกับคุณสมบัติและระยะพำนักของผู้สมัครหลัก
เกณฑ์รายได้ ประเมินตามอายุ พื้นที่พำนัก และเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด การพาคู่สมรสหรือบุตรไปด้วยอาจทำให้ใช้เกณฑ์รายได้ต่างจากผู้เดินทางคนเดียว
สมาชิกครอบครัว ครอบคลุมคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องมีเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์และเอกสารส่วนบุคคลของทุกคน
📌 จุดที่ต้องแยกให้ออก: ระยะเวลาที่ “วีซ่าใช้เดินทางเข้าเกาหลีได้” อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกับ “ระยะเวลาพำนักที่ได้รับอนุญาต” และการพำนักสูงสุด 3 ปีไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตครบ 3 ปีทันทีทุกเคส ผู้สมัครอาจต้องยื่นต่อระยะตามขั้นตอนและรักษาคุณสมบัติอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาคุณสมบัติผู้สมัครหลัก แนะนำให้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วีซ่า Digital Nomad เกาหลี ควบคู่กับบทความนี้ เพราะสิทธิของครอบครัวจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้สมัครหลักมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ก่อน

👨‍👩‍👧 สมาชิกครอบครัวคนใดติดตามผู้ถือ F-1-D ไปเกาหลีได้?

กรอบของ Digital Nomad Visa เกาหลีระบุสมาชิกครอบครัวที่ติดตามได้เป็น คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่คำว่า “ครอบครัว” ในชีวิตจริงอาจกว้างกว่าคำที่ใช้ในกฎวีซ่า จึงต้องแยกให้ชัดว่าใครอยู่ในกลุ่มที่ยื่นติดตามได้

บุคคลในครอบครัว แนวโน้มการยื่นติดตาม จุดที่ต้องพิสูจน์
สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส อยู่ในกลุ่มคู่สมรสที่สามารถยื่นติดตามได้ ทะเบียนสมรส ชื่อคู่สมรส สถานะสมรส และความถูกต้องของเอกสาร
คู่รักที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส โดยทั่วไปไม่ควรถือว่าเป็นคู่สมรสตามสิทธิผู้ติดตาม การอยู่ร่วมกันหรือจัดงานแต่งโดยไม่มีทะเบียนอาจไม่เพียงพอ
บุตรโดยกำเนิดที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ สามารถพิจารณาเป็นบุตรติดตามได้ สูติบัตร ความเป็นบิดามารดา ชื่อและวันเกิดต้องตรงกัน
บุตรบุญธรรม อาจยื่นได้หากการรับบุตรบุญธรรมสมบูรณ์ตามกฎหมาย คำสั่งหรือเอกสารการรับบุตรบุญธรรม และอำนาจปกครอง
บุตรจากการสมรสครั้งก่อน ต้องพิจารณาเอกสารเพิ่มเติมเป็นรายกรณี อำนาจปกครอง หนังสือยินยอมจากผู้ปกครองอีกฝ่าย หรือคำสั่งศาล
บิดา มารดา หรือพี่น้องของผู้สมัคร ไม่อยู่ในกลุ่มคู่สมรสและบุตรติดตามตามกรอบทั่วไป อาจต้องใช้สถานะวีซ่าประเภทอื่นที่ตรงกับวัตถุประสงค์
⚠️ อย่าตีความคำว่า “พาครอบครัวไปได้” กว้างเกินกว่ากฎ: การจองตั๋วเดินทางพร้อมกันหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าสมาชิกทุกคนจะได้สถานะติดตาม คู่สมรสต้องพิสูจน์การสมรส และบุตรต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์รวมถึงอำนาจปกครองให้ครบ

💻 คู่สมรสและลูกมีสิทธิอะไร และทำงานในเกาหลีได้หรือไม่?

ผู้ติดตามมีสิทธิพำนักในเกาหลีตามสถานะที่ได้รับอนุมัติ แต่ไม่ควรตีความว่าสิทธิการพำนักเท่ากับสิทธิทำงาน การประกอบธุรกิจ หรือรับรายได้จากบริษัทในเกาหลีโดยอัตโนมัติ

คู่สมรสที่เป็นผู้ติดตาม

หากคู่สมรสไม่ได้ทำงานและเดินทางไปเพื่ออยู่กับผู้สมัครหลัก โครงสร้างเคสมักตรงไปตรงมากว่า แต่หากคู่สมรสมีงานออนไลน์ของตนเอง มีบริษัทต่างประเทศ หรือได้รับเงินเดือนจากต่างประเทศ ควรตรวจว่าสถานะผู้ติดตามรองรับกิจกรรมนั้นหรือควรยื่น F-1-D เป็นผู้สมัครหลักแยกต่างหาก

บุตรที่ติดตาม

บุตรสามารถพำนักกับผู้ปกครองได้ตามระยะที่ได้รับอนุญาต ส่วนการเข้าเรียนต้องดำเนินการกับโรงเรียนโดยตรง และอาจมีข้อกำหนดเรื่องอายุ ชั้นเรียน ภาษา ที่อยู่ ค่าเล่าเรียน รวมถึงเอกสารสุขภาพเพิ่มเติม

❌ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย: ผู้สมัครระบุว่าคู่สมรสเป็น “ผู้ติดตามที่ไม่ได้ทำงาน” ในแบบคำร้อง แต่เอกสารธนาคารหรือโปรไฟล์ออนไลน์กลับแสดงว่าคู่สมรสยังรับงานและมีรายได้ประจำ หากข้อมูลสองส่วนไม่ตรงกัน เจ้าหน้าที่อาจขอคำอธิบายหรือเอกสารเพิ่มเติม

ถ้าคู่สมรสแต่ละคนมีงานทางไกลและรายได้ของตัวเอง ควรเปรียบเทียบอย่างน้อยสองทางเลือก ได้แก่ ให้คนหนึ่งเป็นผู้สมัครหลักและอีกคนเป็นผู้ติดตาม หรือยื่นคุณสมบัติแยกกัน โดยเลือกโครงสร้างที่ตรงกับกิจกรรมจริง ไม่ควรเลือกเพียงเพราะใช้เอกสารน้อยกว่า

💰 พาคู่สมรสและลูกไปด้วยมีผลต่อเกณฑ์รายได้หรือไม่?

มีผลครับ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูเพียงว่าผู้สมัครหลักมีรายได้ผ่านตัวเลขขั้นต่ำหรือไม่ แต่ต้องประเมินด้วยว่ารายได้นั้นรองรับการดำรงชีพของทั้งครอบครัวได้หรือไม่

ตามการปรับระบบในปี 2026 เกณฑ์รายได้อาจแตกต่างกันตามอายุ พื้นที่พำนัก และการพาสมาชิกครอบครัวไปด้วย โดยเฉพาะผู้ที่เลือกพำนักในเขตเมืองหลวงพร้อมคู่สมรสหรือบุตร อาจต้องใช้เกณฑ์ที่เข้มกว่าผู้เดินทางคนเดียวหรือผู้ที่เข้าเงื่อนไขพื้นที่นอกเขตเมืองหลวง

💡 วิธีประเมินที่ใช้ได้จริง: อย่าหยุดที่การแปลงเงินเดือนต่อปีเป็นวอน ควรตรวจรายรับสุทธิหลังภาษี ความสม่ำเสมอของเงินเดือน สัญญาจ้าง จำนวนสมาชิกครอบครัว ค่าเช่าที่พัก ประกันสุขภาพ ค่าเล่าเรียน และเงินสำรองด้วย เพราะทั้งหมดช่วยตอบคำถามเดียวกันว่า “ครอบครัวนี้พำนักในเกาหลีได้โดยไม่ต้องทำงานในประเทศหรือไม่”

ตารางนี้ใช้วางแผนเบื้องต้น ไม่ใช่ตัวเลขเกณฑ์ทางกฎหมาย

โครงสร้างเคส ประเด็นด้านรายได้ เอกสารที่ช่วยอธิบาย
ผู้สมัครเดินทางคนเดียว ดูรายได้และความต่อเนื่องของงานเป็นหลัก สัญญาจ้าง หนังสือรับรองงาน หลักฐานเงินเดือน ภาษีและบัญชีธนาคาร
ผู้สมัครกับคู่สมรส ต้องเห็นว่ารายได้รองรับค่าใช้จ่ายสองคน งบประมาณรายเดือน ที่พัก ประกัน และหลักฐานว่าคู่สมรสมีหรือไม่มีรายได้
ผู้สมัคร คู่สมรส และลูก ต้องรวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเด็ก การศึกษาและสุขภาพ แผนครอบครัว ค่าเล่าเรียนโดยประมาณ ประกันของทุกคน และเงินสำรอง
คู่สมรสทั้งสองคนทำงานออนไลน์ ต้องแยกว่าใครเป็นผู้สมัครหลัก และอีกฝ่ายมีสิทธิทำงานภายใต้สถานะใด สัญญาจ้างและรายได้ของแต่ละคน พร้อมคำอธิบายโครงสร้างการยื่น
📌 หมายเหตุเรื่องตัวเลขรายได้: เกณฑ์อ้างอิงกับ GNI ของเกาหลีและกฎที่ประกาศใช้ในแต่ละช่วง จึงไม่ควรใช้ตัวเลขจากบทความเก่ามาตัดสินคุณสมบัติ ผู้สมัครควรตรวจประกาศล่าสุดและสอบถามสถานทูตเกาหลีใต้ก่อนยื่นจริง

📑 เอกสารพาคู่สมรสและลูกไปเกาหลีควรเตรียมอะไรบ้าง?

เอกสารครอบครัวไม่ควรเตรียมแยกออกจากชุดของผู้สมัครหลัก เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเห็นความสัมพันธ์ระหว่างงาน รายได้ สมาชิกครอบครัว ที่พักและระยะพำนักเป็นภาพเดียวกัน

กลุ่มเอกสาร ผู้สมัครหลัก คู่สมรส/บุตร จุดที่ควรตรวจ
เอกสารตัวตน หนังสือเดินทาง แบบคำร้อง รูปถ่าย หนังสือเดินทาง แบบคำร้อง และรูปถ่ายของแต่ละคน ชื่อภาษาอังกฤษ วันเกิด และเลขหนังสือเดินทางต้องตรงทุกหน้า
ความสัมพันธ์ ข้อมูลสถานะครอบครัวในแบบคำร้อง ทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือเอกสารรับบุตรบุญธรรม เอกสารต้องออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจและอาจต้องรับรอง
งานและรายได้ หนังสือรับรองงาน สัญญาจ้าง หลักฐานรายได้ ภาษีและบัญชีธนาคาร คำชี้แจงสถานะการทำงานของคู่สมรส หากเกี่ยวข้อง รายได้ต้องสม่ำเสมอและสัมพันธ์กับจำนวนสมาชิกครอบครัว
สุขภาพและประกัน ประกันสุขภาพตามเงื่อนไขล่าสุด ประกันของคู่สมรสและบุตรตามที่กำหนด ชื่อผู้เอาประกัน ระยะคุ้มครอง และวงเงินต้องตรวจให้ครบ
ประวัติอาชญากรรม เอกสารตามประเทศสัญชาติและประเทศที่เคยพำนักตามเกณฑ์ อาจต้องยื่นตามอายุและแนวปฏิบัติของสถานทูต ตรวจอายุเอกสาร การรับรอง และประเทศที่ต้องขอให้ครบ
แผนพำนัก ที่พัก พื้นที่พำนัก และแผนระยะยาว ข้อมูลว่าครอบครัวจะพำนักร่วมกัน พื้นที่พำนักอาจเชื่อมโยงกับเกณฑ์รายได้ปี 2026

เอกสารภาษาไทยอาจต้อง แปลเอกสาร เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลี และบางรายการอาจต้อง รับรองเอกสาร เพิ่มเติม ควรเช็กปลายทางก่อนดำเนินการ เพราะการแปลครบทุกใบแต่ใช้รูปแบบการรับรองไม่ตรงก็อาจต้องทำใหม่

⚠️ เอกสารสมรสต้องสะท้อนสถานะปัจจุบัน: หากเคยหย่า เปลี่ยนชื่อ แต่งงานใหม่ หรือจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ อาจต้องมีเอกสารเชื่อมโยงชื่อและสถานะทั้งหมด ไม่ควรยื่นทะเบียนสมรสเพียงใบเดียวโดยไม่อธิบายประวัติที่เกี่ยวข้อง

🧭 ขั้นตอนวางแผนยื่น F-1-D พร้อมครอบครัว

1

ตรวจผู้สมัครหลักก่อน

เช็กประเภทงาน บริษัทต่างประเทศ ระยะเวลาทำงาน รายได้สุทธิ ประวัติอาชญากรรม ประกันและแผนพำนักก่อนนำสมาชิกครอบครัวเข้ามาคำนวณ

2

กำหนดรายชื่อผู้ติดตาม

แยกว่าใครเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย ใครเป็นบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และมีเคสอำนาจปกครองหรือการรับบุตรบุญธรรมหรือไม่

3

เลือกพื้นที่พำนัก

ตัดสินใจว่าจะอยู่ในเขตเมืองหลวง นอกเขตเมืองหลวง หรือพื้นที่ตามนโยบายส่งเสริมของเกาหลี เพราะอาจเชื่อมโยงกับเกณฑ์รายได้และหลักฐานที่ต้องใช้

4

คำนวณงบครอบครัว

รวมค่าเช่า ประกัน การเดินทาง ค่าเล่าเรียน ค่าดูแลเด็กและเงินสำรอง เพื่อดูว่ารายได้ของผู้สมัครหลักอธิบายการพำนักได้สมเหตุสมผลหรือไม่

5

ตรวจ Checklist ของสถานทูต

เช็กอายุเอกสาร การแปล การรับรอง รูปแบบประกัน ค่าธรรมเนียม และวิธีนัดหมายจากสถานทูตหรือศูนย์ที่รับคำร้องในวันที่จะยื่น

6

ยื่นเป็นชุดที่เชื่อมโยงกัน

ข้อมูลที่พัก ระยะเดินทาง รายได้และสมาชิกครอบครัวในคำร้องแต่ละคนควรตรงกัน หากแผนของสมาชิกคนใดต่างออกไปต้องอธิบายให้ชัด

เคสครอบครัวไม่ได้ดูแค่เอกสารของผู้สมัครหลัก
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ งาน ทะเบียนสมรส สูติบัตร ประกันและแผนพำนัก ก่อนเริ่มยื่นจริง

💬 ให้ทีมช่วยวางชุดเอกสาร

🔎 3 เคสครอบครัวที่มักต้องเตรียมคำอธิบายเพิ่ม

เคสที่ 1: แต่งงานแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียน

สถานการณ์: คู่รักอยู่ด้วยกันมาหลายปี มีรูปงานแต่งและบัญชีร่วม แต่ไม่มีทะเบียนสมรส

จุดเสี่ยง: หลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกันอาจไม่เปลี่ยนสถานะเป็น “คู่สมรส” ตามประเภทผู้ติดตาม

แนวทาง: ต้องพิจารณาว่าอีกฝ่ายควรยื่นวีซ่าของตนเอง หรือจัดการสถานะสมรสให้ถูกต้องก่อนยื่น โดยไม่ควรระบุความสัมพันธ์เกินกว่าข้อเท็จจริงทางกฎหมาย

เคสที่ 2: พาลูกจากการสมรสครั้งก่อนไปด้วย

สถานการณ์: ผู้สมัครมีบุตรที่ใช้นามสกุลของอดีตคู่สมรส และอีกฝ่ายยังมีอำนาจปกครองร่วม

จุดเสี่ยง: สูติบัตรอย่างเดียวอาจยังไม่ตอบว่าผู้สมัครมีสิทธิพาเด็กไปพำนักต่างประเทศระยะยาวหรือไม่

แนวทาง: ตรวจคำสั่งศาล ข้อตกลงหย่า อำนาจปกครอง และหนังสือยินยอมให้เดินทาง หากเอกสารมีหลายภาษาให้เตรียมการแปลและรับรองตามเกณฑ์

เคสที่ 3: คู่สมรสมีงานออนไลน์ของตัวเอง

สถานการณ์: ผู้สมัครหลักทำงานให้บริษัทต่างประเทศ ส่วนคู่สมรสเป็นพนักงานรีโมตอีกบริษัทหนึ่ง

จุดเสี่ยง: การยื่นคู่สมรสเป็นผู้ติดตามโดยไม่อธิบายกิจกรรมทางอาชีพ อาจทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับหลักฐานรายได้และการทำงานจริง

แนวทาง: ตรวจว่าคู่สมรสควรยื่น F-1-D แยกหรือใช้สถานะอื่น และขอคำยืนยันจากหน่วยงานทางการเกี่ยวกับกิจกรรมที่อนุญาตก่อนตัดสินใจ

📌 การยกตัวอย่างข้างต้นไม่ใช่การรับประกันผล: ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับเอกสาร ข้อเท็จจริงของผู้สมัคร และดุลยพินิจของสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้

🏠 ก่อนพาลูกไปอยู่เกาหลี ต้องคิดเรื่องโรงเรียน ที่พัก และสุขภาพอย่างไร?

การได้รับวีซ่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการย้ายครอบครัวไปอยู่เกาหลี โดยเฉพาะผู้ที่มีบุตรควรตรวจเรื่องโรงเรียนก่อนเลือกเมืองและเซ็นสัญญาที่พักระยะยาว

1. โรงเรียนและชั้นเรียน

เด็กต่างชาติอาจมีทางเลือกทั้งโรงเรียนท้องถิ่น โรงเรียนนานาชาติ หรือรูปแบบการศึกษาอื่น แต่เงื่อนไขรับเข้า ค่าเล่าเรียน ภาษา และที่นั่งแตกต่างกัน วีซ่าที่ได้รับอนุมัติไม่ได้รับประกันว่าโรงเรียนที่ต้องการจะมีที่ว่าง

2. ที่พักต้องรองรับทั้งครอบครัว

ที่อยู่ควรสัมพันธ์กับจำนวนสมาชิก ระยะพำนักและพื้นที่ที่ระบุในแผน หากใช้เกณฑ์รายได้ที่เชื่อมกับพื้นที่นอกเขตเมืองหลวง ควรเก็บเอกสารที่ยืนยันว่าพำนักในพื้นที่นั้นจริงตามเงื่อนไข

3. ประกันสุขภาพของทุกคน

อย่าซื้อประกันเฉพาะผู้สมัครหลักแล้วค่อยเพิ่มครอบครัวภายหลังโดยไม่ตรวจเงื่อนไข ควรเช็กชื่อผู้เอาประกัน วันเริ่มคุ้มครอง ระยะเวลาคุ้มครอง ประเทศที่คุ้มครอง ข้อยกเว้นและวงเงินตามที่หน่วยงานกำหนด

4. การลงทะเบียนเมื่อพำนักเกินกำหนด

ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ระยะยาวอาจต้องดำเนินการด้านทะเบียนคนต่างชาติ ที่อยู่ และการแจ้งเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ภายในกำหนดเวลา ควรตรวจขั้นตอนกับ Hi Korea หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลังเดินทางถึงเกาหลี

💡 ก่อนซื้อตั๋วจริง: ควรวางลำดับเป็น “ตรวจวีซ่า → ตรวจโรงเรียนและที่พัก → ตรวจประกัน → จึงค่อยจัดการเดินทาง” มากกว่าจองทุกอย่างก่อนแล้วพยายามปรับเอกสารให้ตรงภายหลัง หากต้องใช้หลักฐานแผนเดินทาง ควรเลือกเอกสารที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

ผู้ที่ต้องการบริการเกี่ยวกับการยื่นประเทศนี้สามารถดูข้อมูล วีซ่าเกาหลีใต้ หรือใช้บริการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อประเมินว่าเอกสารครอบครัวควรเริ่มจากจุดใดก่อน

🏛️ แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

กฎ F-1-D มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในเดือนมิถุนายน 2026 และรายละเอียดการยื่นอาจแตกต่างตามสถานทูต ประเทศที่พำนัก และสถานการณ์ของผู้สมัคร จึงควรตรวจอย่างน้อยจากแหล่งต่อไปนี้

⚠️ ควรตรวจอีกครั้งในวันที่ยื่น: รายการเอกสาร ค่าธรรมเนียม วิธีนัดหมาย เกณฑ์รายได้ วงเงินประกัน อายุเอกสาร และเงื่อนไขสมาชิกครอบครัวอาจเปลี่ยนแปลงได้ ให้ยึดประกาศและ Checklist ล่าสุดจากสถานทูตหรือหน่วยงานเกาหลีใต้เป็นหลัก

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ตรวจผู้สมัครหลักและผู้ติดตามเป็นชุดเดียวกัน — ไม่ดูเฉพาะรายได้ของคนทำงาน แต่เชื่อมกับคู่สมรส บุตร ที่พักและประกัน
  • ช่วยแยกเอกสารตามสถานการณ์ครอบครัว — เช่น บุตรจากการสมรสครั้งก่อน การเปลี่ยนชื่อ การจดทะเบียนสมรสต่างประเทศ หรือบุตรบุญธรรม
  • ตรวจความสอดคล้องของงานและรายได้ — ลดปัญหาข้อมูลในสัญญาจ้าง บัญชีธนาคาร ภาษีและแบบคำร้องไปคนละทาง
  • วางแผนการแปลและรับรองก่อนเริ่มทำเอกสาร — ช่วยลดโอกาสเสียค่าใช้จ่ายจากการใช้รูปแบบไม่ตรงกับหน่วยงานปลายทาง
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูตามประวัติจริงโดยไม่โอเวอร์เคลมหรือรับประกันผลวีซ่า

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

Digital Nomad Visa เกาหลีพาคู่สมรสไปอยู่ด้วยได้ไหม?
ได้ โดยคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องสามารถยื่นเป็นสมาชิกครอบครัวที่ติดตามผู้สมัครหลักได้ แต่ต้องมีเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์และผ่านการพิจารณาของสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้
Digital Nomad Visa เกาหลีพาลูกอายุเท่าไรไปด้วยได้?
หลักเกณฑ์ทางการระบุถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้สมัครควรตรวจสอบนิยามอายุและรายการเอกสารล่าสุดกับสถานทูตเกาหลีใต้ก่อนยื่น เพราะเกณฑ์และวิธีนับอายุอาจขึ้นอยู่กับกฎหมายและแนวปฏิบัติในวันที่ยื่นคำร้อง
คู่สมรสที่ติดตาม Digital Nomad Visa เกาหลีทำงานออนไลน์ได้ไหม?
ไม่ควรถือว่าสถานะผู้ติดตามให้สิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ หากคู่สมรสมีงานออนไลน์หรือมีรายได้จากต่างประเทศ ควรสอบถามสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าเหมาะกับการยื่นเป็นผู้สมัครหลักแยกต่างหากหรือจำเป็นต้องขออนุญาตเพิ่มเติมหรือไม่
คู่สมรสและลูกสามารถยื่นตามหลังผู้ถือ F-1-D ได้หรือไม่?
อาจยื่นตามภายหลังได้ในบางกรณี แต่โดยทางปฏิบัติการยื่นพร้อมกันช่วยให้เห็นโครงสร้างครอบครัว แผนที่พัก รายได้และประกันสุขภาพได้ชัดกว่า ผู้ที่ต้องการยื่นตามหลังควรตรวจสอบขั้นตอนและเอกสารล่าสุดกับสถานทูตหรือ Hi Korea ก่อนดำเนินการ
พาครอบครัวไปเกาหลีด้วยต้องมีรายได้เพิ่มหรือไม่?
การพาครอบครัวไปด้วยมีผลต่อการประเมินรายได้และแผนการดำรงชีพ โดยกฎที่เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 2026 กำหนดรายละเอียดแตกต่างตามอายุ พื้นที่พำนัก และการมีสมาชิกครอบครัวติดตาม จึงควรคำนวณตามเกณฑ์ทางการล่าสุดก่อนยื่น
เอกสารพาคู่สมรสและลูกไปกับ Digital Nomad Visa เกาหลีมีอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปต้องมีหนังสือเดินทาง แบบคำร้อง รูปถ่าย ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร เอกสารแสดงรายได้และงานของผู้สมัครหลัก แผนที่พัก ประกันสุขภาพ และเอกสารอื่นตามอายุหรือประวัติของสมาชิกครอบครัว เอกสารต่างประเทศอาจต้องแปลและรับรองตามที่สถานทูตกำหนด

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับการพาครอบครัวไปด้วย

  • Digital Nomad Visa เกาหลี F-1-D เปิดให้คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะยื่นติดตามได้
  • คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสไม่ควรถือว่าได้สิทธิแบบคู่สมรสโดยอัตโนมัติ
  • สมาชิกครอบครัวแต่ละคนต้องมีคำร้อง หนังสือเดินทาง ประกันและเอกสารส่วนบุคคลตามเกณฑ์
  • การพาครอบครัวไปด้วยอาจมีผลต่อเกณฑ์รายได้และการประเมินค่าใช้จ่าย
  • คู่สมรสที่มีงานออนไลน์ไม่ควรทำงานโดยอาศัยข้อสันนิษฐานว่าสถานะผู้ติดตามอนุญาต
  • บุตรจากการสมรสครั้งก่อนอาจต้องมีหนังสือยินยอม อำนาจปกครองหรือคำสั่งศาลเพิ่มเติม
  • ระบบ F-1-D เปลี่ยนเป็นระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2026 และมีการปรับกฎสำคัญ
  • ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้

วางแผนย้ายไปเกาหลีทั้งครอบครัว เริ่มจากตรวจโครงสร้างเคสก่อน

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจคุณสมบัติผู้สมัครหลัก เอกสารคู่สมรสและบุตร รายได้ ประกัน การแปลเอกสาร และจุดเสี่ยงเฉพาะครอบครัว เพื่อให้เตรียมคำร้องตามข้อเท็จจริงและกฎล่าสุดได้เป็นระบบมากขึ้น

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ