Digital Nomad Visa เกาหลีพาคู่สมรสและลูกไปด้วยได้ไหม?
หลายครอบครัวไม่ได้ติดที่คุณสมบัติของผู้ทำงานออนไลน์ แต่ติดตรงคำถามว่า “ถ้าผู้สมัครหลักได้วีซ่าแล้ว คู่สมรสกับลูกจะอยู่เกาหลีด้วยกันได้นานแค่ไหน” บางเคสเตรียมรายได้ผ่านเกณฑ์แล้ว แต่เอกสารสมรสยังไม่สมบูรณ์ ชื่อในสูติบัตรไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง หรือประกันสุขภาพครอบคลุมเฉพาะผู้สมัครหลัก
คำตอบคือ Digital Nomad Visa หรือ Workation Visa ประเภท F-1-D ของเกาหลีใต้เปิดให้ผู้สมัครนำคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไปด้วยได้ โดยต้องยื่นเอกสารของสมาชิกแต่ละคนและพิสูจน์ความสัมพันธ์ในครอบครัวให้ชัดเจน
กฎนี้มีความสำคัญมากขึ้นหลังเกาหลีใต้เปลี่ยนโครงการจากการทดลองมาเป็นระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026 พร้อมปรับระยะพำนักสูงสุดและเกณฑ์รายได้บางส่วน ดังนั้นผู้ที่เคยอ่านข้อมูลช่วงปี 2024–2025 ควรตรวจรายละเอียดใหม่ก่อนยื่นจริง
💬 ยังไม่แน่ใจว่าทะเบียนสมรส สูติบัตร รายได้ และประกันของครอบครัวพร้อมหรือยัง?
ให้ทีมช่วยเช็กโครงสร้างเคสก่อนเริ่มแปลหรือรับรองเอกสาร เพื่อลดการเตรียมเอกสารผิดประเภท
📋 สารบัญบทความ
- กฎ Digital Nomad Visa เกาหลีเปลี่ยนอย่างไรในปี 2026
- สมาชิกครอบครัวคนใดติดตามไปได้
- สิทธิและข้อจำกัดของคู่สมรสกับลูก
- พาครอบครัวไปด้วยมีผลต่อเกณฑ์รายได้หรือไม่
- เอกสารครอบครัวที่ควรเตรียม
- ขั้นตอนวางแผนยื่นพร้อมครอบครัว
- ตัวอย่างเคสที่ต้องระวัง
- เรื่องโรงเรียน ที่พัก และการใช้ชีวิต
- แหล่งข้อมูลทางการ
- คำถามที่ถามบ่อย
🇰🇷 กฎ Digital Nomad Visa เกาหลีเปลี่ยนอย่างไรในปี 2026?
เกาหลีใต้เริ่มทดลอง Workation หรือ Digital Nomad Visa ตั้งแต่ปี 2024 ก่อนที่กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้จะประกาศเปลี่ยนเป็นระบบอย่างเป็นทางการ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026
ประกาศใหม่ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะระยะเวลาพำนัก แต่ยังปรับเกณฑ์รายได้โดยพิจารณาอายุ พื้นที่ที่จะพำนัก และการมีสมาชิกครอบครัวติดตามด้วย ผู้สมัครที่อ่านคู่มือเก่าจึงไม่ควรใช้ตัวเลขรายได้หรือระยะพำนักจากช่วงทดลองมาคำนวณโดยไม่ตรวจประกาศล่าสุด
เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ
| ประเด็น | สิ่งที่ควรรู้ในปี 2026 | ผลต่อครอบครัว |
|---|---|---|
| สถานะโครงการ | เปลี่ยนจากโครงการทดลองเป็นระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2026 | ควรยึดกฎและแบบเอกสารชุดล่าสุด ไม่ใช้ Checklist เก่าเพียงอย่างเดียว |
| ระยะพำนัก | มีการขยายระยะพำนักรวมสูงสุดตามเกณฑ์ใหม่เป็นไม่เกิน 3 ปี โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการต่อสถานะ | สถานะของผู้ติดตามมักผูกกับคุณสมบัติและระยะพำนักของผู้สมัครหลัก |
| เกณฑ์รายได้ | ประเมินตามอายุ พื้นที่พำนัก และเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด | การพาคู่สมรสหรือบุตรไปด้วยอาจทำให้ใช้เกณฑ์รายได้ต่างจากผู้เดินทางคนเดียว |
| สมาชิกครอบครัว | ครอบคลุมคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ | ต้องมีเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์และเอกสารส่วนบุคคลของทุกคน |
สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาคุณสมบัติผู้สมัครหลัก แนะนำให้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วีซ่า Digital Nomad เกาหลี ควบคู่กับบทความนี้ เพราะสิทธิของครอบครัวจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้สมัครหลักมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ก่อน
👨👩👧 สมาชิกครอบครัวคนใดติดตามผู้ถือ F-1-D ไปเกาหลีได้?
กรอบของ Digital Nomad Visa เกาหลีระบุสมาชิกครอบครัวที่ติดตามได้เป็น คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่คำว่า “ครอบครัว” ในชีวิตจริงอาจกว้างกว่าคำที่ใช้ในกฎวีซ่า จึงต้องแยกให้ชัดว่าใครอยู่ในกลุ่มที่ยื่นติดตามได้
| บุคคลในครอบครัว | แนวโน้มการยื่นติดตาม | จุดที่ต้องพิสูจน์ |
|---|---|---|
| สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส | อยู่ในกลุ่มคู่สมรสที่สามารถยื่นติดตามได้ | ทะเบียนสมรส ชื่อคู่สมรส สถานะสมรส และความถูกต้องของเอกสาร |
| คู่รักที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส | โดยทั่วไปไม่ควรถือว่าเป็นคู่สมรสตามสิทธิผู้ติดตาม | การอยู่ร่วมกันหรือจัดงานแต่งโดยไม่มีทะเบียนอาจไม่เพียงพอ |
| บุตรโดยกำเนิดที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ | สามารถพิจารณาเป็นบุตรติดตามได้ | สูติบัตร ความเป็นบิดามารดา ชื่อและวันเกิดต้องตรงกัน |
| บุตรบุญธรรม | อาจยื่นได้หากการรับบุตรบุญธรรมสมบูรณ์ตามกฎหมาย | คำสั่งหรือเอกสารการรับบุตรบุญธรรม และอำนาจปกครอง |
| บุตรจากการสมรสครั้งก่อน | ต้องพิจารณาเอกสารเพิ่มเติมเป็นรายกรณี | อำนาจปกครอง หนังสือยินยอมจากผู้ปกครองอีกฝ่าย หรือคำสั่งศาล |
| บิดา มารดา หรือพี่น้องของผู้สมัคร | ไม่อยู่ในกลุ่มคู่สมรสและบุตรติดตามตามกรอบทั่วไป | อาจต้องใช้สถานะวีซ่าประเภทอื่นที่ตรงกับวัตถุประสงค์ |
💻 คู่สมรสและลูกมีสิทธิอะไร และทำงานในเกาหลีได้หรือไม่?
ผู้ติดตามมีสิทธิพำนักในเกาหลีตามสถานะที่ได้รับอนุมัติ แต่ไม่ควรตีความว่าสิทธิการพำนักเท่ากับสิทธิทำงาน การประกอบธุรกิจ หรือรับรายได้จากบริษัทในเกาหลีโดยอัตโนมัติ
คู่สมรสที่เป็นผู้ติดตาม
หากคู่สมรสไม่ได้ทำงานและเดินทางไปเพื่ออยู่กับผู้สมัครหลัก โครงสร้างเคสมักตรงไปตรงมากว่า แต่หากคู่สมรสมีงานออนไลน์ของตนเอง มีบริษัทต่างประเทศ หรือได้รับเงินเดือนจากต่างประเทศ ควรตรวจว่าสถานะผู้ติดตามรองรับกิจกรรมนั้นหรือควรยื่น F-1-D เป็นผู้สมัครหลักแยกต่างหาก
บุตรที่ติดตาม
บุตรสามารถพำนักกับผู้ปกครองได้ตามระยะที่ได้รับอนุญาต ส่วนการเข้าเรียนต้องดำเนินการกับโรงเรียนโดยตรง และอาจมีข้อกำหนดเรื่องอายุ ชั้นเรียน ภาษา ที่อยู่ ค่าเล่าเรียน รวมถึงเอกสารสุขภาพเพิ่มเติม
ถ้าคู่สมรสแต่ละคนมีงานทางไกลและรายได้ของตัวเอง ควรเปรียบเทียบอย่างน้อยสองทางเลือก ได้แก่ ให้คนหนึ่งเป็นผู้สมัครหลักและอีกคนเป็นผู้ติดตาม หรือยื่นคุณสมบัติแยกกัน โดยเลือกโครงสร้างที่ตรงกับกิจกรรมจริง ไม่ควรเลือกเพียงเพราะใช้เอกสารน้อยกว่า
💰 พาคู่สมรสและลูกไปด้วยมีผลต่อเกณฑ์รายได้หรือไม่?
มีผลครับ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูเพียงว่าผู้สมัครหลักมีรายได้ผ่านตัวเลขขั้นต่ำหรือไม่ แต่ต้องประเมินด้วยว่ารายได้นั้นรองรับการดำรงชีพของทั้งครอบครัวได้หรือไม่
ตามการปรับระบบในปี 2026 เกณฑ์รายได้อาจแตกต่างกันตามอายุ พื้นที่พำนัก และการพาสมาชิกครอบครัวไปด้วย โดยเฉพาะผู้ที่เลือกพำนักในเขตเมืองหลวงพร้อมคู่สมรสหรือบุตร อาจต้องใช้เกณฑ์ที่เข้มกว่าผู้เดินทางคนเดียวหรือผู้ที่เข้าเงื่อนไขพื้นที่นอกเขตเมืองหลวง
ตารางนี้ใช้วางแผนเบื้องต้น ไม่ใช่ตัวเลขเกณฑ์ทางกฎหมาย
| โครงสร้างเคส | ประเด็นด้านรายได้ | เอกสารที่ช่วยอธิบาย |
|---|---|---|
| ผู้สมัครเดินทางคนเดียว | ดูรายได้และความต่อเนื่องของงานเป็นหลัก | สัญญาจ้าง หนังสือรับรองงาน หลักฐานเงินเดือน ภาษีและบัญชีธนาคาร |
| ผู้สมัครกับคู่สมรส | ต้องเห็นว่ารายได้รองรับค่าใช้จ่ายสองคน | งบประมาณรายเดือน ที่พัก ประกัน และหลักฐานว่าคู่สมรสมีหรือไม่มีรายได้ |
| ผู้สมัคร คู่สมรส และลูก | ต้องรวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเด็ก การศึกษาและสุขภาพ | แผนครอบครัว ค่าเล่าเรียนโดยประมาณ ประกันของทุกคน และเงินสำรอง |
| คู่สมรสทั้งสองคนทำงานออนไลน์ | ต้องแยกว่าใครเป็นผู้สมัครหลัก และอีกฝ่ายมีสิทธิทำงานภายใต้สถานะใด | สัญญาจ้างและรายได้ของแต่ละคน พร้อมคำอธิบายโครงสร้างการยื่น |
📑 เอกสารพาคู่สมรสและลูกไปเกาหลีควรเตรียมอะไรบ้าง?
เอกสารครอบครัวไม่ควรเตรียมแยกออกจากชุดของผู้สมัครหลัก เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเห็นความสัมพันธ์ระหว่างงาน รายได้ สมาชิกครอบครัว ที่พักและระยะพำนักเป็นภาพเดียวกัน
| กลุ่มเอกสาร | ผู้สมัครหลัก | คู่สมรส/บุตร | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|---|---|
| เอกสารตัวตน | หนังสือเดินทาง แบบคำร้อง รูปถ่าย | หนังสือเดินทาง แบบคำร้อง และรูปถ่ายของแต่ละคน | ชื่อภาษาอังกฤษ วันเกิด และเลขหนังสือเดินทางต้องตรงทุกหน้า |
| ความสัมพันธ์ | ข้อมูลสถานะครอบครัวในแบบคำร้อง | ทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือเอกสารรับบุตรบุญธรรม | เอกสารต้องออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจและอาจต้องรับรอง |
| งานและรายได้ | หนังสือรับรองงาน สัญญาจ้าง หลักฐานรายได้ ภาษีและบัญชีธนาคาร | คำชี้แจงสถานะการทำงานของคู่สมรส หากเกี่ยวข้อง | รายได้ต้องสม่ำเสมอและสัมพันธ์กับจำนวนสมาชิกครอบครัว |
| สุขภาพและประกัน | ประกันสุขภาพตามเงื่อนไขล่าสุด | ประกันของคู่สมรสและบุตรตามที่กำหนด | ชื่อผู้เอาประกัน ระยะคุ้มครอง และวงเงินต้องตรวจให้ครบ |
| ประวัติอาชญากรรม | เอกสารตามประเทศสัญชาติและประเทศที่เคยพำนักตามเกณฑ์ | อาจต้องยื่นตามอายุและแนวปฏิบัติของสถานทูต | ตรวจอายุเอกสาร การรับรอง และประเทศที่ต้องขอให้ครบ |
| แผนพำนัก | ที่พัก พื้นที่พำนัก และแผนระยะยาว | ข้อมูลว่าครอบครัวจะพำนักร่วมกัน | พื้นที่พำนักอาจเชื่อมโยงกับเกณฑ์รายได้ปี 2026 |
เอกสารภาษาไทยอาจต้อง แปลเอกสาร เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลี และบางรายการอาจต้อง รับรองเอกสาร เพิ่มเติม ควรเช็กปลายทางก่อนดำเนินการ เพราะการแปลครบทุกใบแต่ใช้รูปแบบการรับรองไม่ตรงก็อาจต้องทำใหม่
🧭 ขั้นตอนวางแผนยื่น F-1-D พร้อมครอบครัว
ตรวจผู้สมัครหลักก่อน
เช็กประเภทงาน บริษัทต่างประเทศ ระยะเวลาทำงาน รายได้สุทธิ ประวัติอาชญากรรม ประกันและแผนพำนักก่อนนำสมาชิกครอบครัวเข้ามาคำนวณ
กำหนดรายชื่อผู้ติดตาม
แยกว่าใครเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย ใครเป็นบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และมีเคสอำนาจปกครองหรือการรับบุตรบุญธรรมหรือไม่
เลือกพื้นที่พำนัก
ตัดสินใจว่าจะอยู่ในเขตเมืองหลวง นอกเขตเมืองหลวง หรือพื้นที่ตามนโยบายส่งเสริมของเกาหลี เพราะอาจเชื่อมโยงกับเกณฑ์รายได้และหลักฐานที่ต้องใช้
คำนวณงบครอบครัว
รวมค่าเช่า ประกัน การเดินทาง ค่าเล่าเรียน ค่าดูแลเด็กและเงินสำรอง เพื่อดูว่ารายได้ของผู้สมัครหลักอธิบายการพำนักได้สมเหตุสมผลหรือไม่
ตรวจ Checklist ของสถานทูต
เช็กอายุเอกสาร การแปล การรับรอง รูปแบบประกัน ค่าธรรมเนียม และวิธีนัดหมายจากสถานทูตหรือศูนย์ที่รับคำร้องในวันที่จะยื่น
ยื่นเป็นชุดที่เชื่อมโยงกัน
ข้อมูลที่พัก ระยะเดินทาง รายได้และสมาชิกครอบครัวในคำร้องแต่ละคนควรตรงกัน หากแผนของสมาชิกคนใดต่างออกไปต้องอธิบายให้ชัด
⚡ เคสครอบครัวไม่ได้ดูแค่เอกสารของผู้สมัครหลัก
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ งาน ทะเบียนสมรส สูติบัตร ประกันและแผนพำนัก ก่อนเริ่มยื่นจริง
🔎 3 เคสครอบครัวที่มักต้องเตรียมคำอธิบายเพิ่ม
เคสที่ 1: แต่งงานแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียน
สถานการณ์: คู่รักอยู่ด้วยกันมาหลายปี มีรูปงานแต่งและบัญชีร่วม แต่ไม่มีทะเบียนสมรส
จุดเสี่ยง: หลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกันอาจไม่เปลี่ยนสถานะเป็น “คู่สมรส” ตามประเภทผู้ติดตาม
แนวทาง: ต้องพิจารณาว่าอีกฝ่ายควรยื่นวีซ่าของตนเอง หรือจัดการสถานะสมรสให้ถูกต้องก่อนยื่น โดยไม่ควรระบุความสัมพันธ์เกินกว่าข้อเท็จจริงทางกฎหมาย
เคสที่ 2: พาลูกจากการสมรสครั้งก่อนไปด้วย
สถานการณ์: ผู้สมัครมีบุตรที่ใช้นามสกุลของอดีตคู่สมรส และอีกฝ่ายยังมีอำนาจปกครองร่วม
จุดเสี่ยง: สูติบัตรอย่างเดียวอาจยังไม่ตอบว่าผู้สมัครมีสิทธิพาเด็กไปพำนักต่างประเทศระยะยาวหรือไม่
แนวทาง: ตรวจคำสั่งศาล ข้อตกลงหย่า อำนาจปกครอง และหนังสือยินยอมให้เดินทาง หากเอกสารมีหลายภาษาให้เตรียมการแปลและรับรองตามเกณฑ์
เคสที่ 3: คู่สมรสมีงานออนไลน์ของตัวเอง
สถานการณ์: ผู้สมัครหลักทำงานให้บริษัทต่างประเทศ ส่วนคู่สมรสเป็นพนักงานรีโมตอีกบริษัทหนึ่ง
จุดเสี่ยง: การยื่นคู่สมรสเป็นผู้ติดตามโดยไม่อธิบายกิจกรรมทางอาชีพ อาจทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับหลักฐานรายได้และการทำงานจริง
แนวทาง: ตรวจว่าคู่สมรสควรยื่น F-1-D แยกหรือใช้สถานะอื่น และขอคำยืนยันจากหน่วยงานทางการเกี่ยวกับกิจกรรมที่อนุญาตก่อนตัดสินใจ
🏠 ก่อนพาลูกไปอยู่เกาหลี ต้องคิดเรื่องโรงเรียน ที่พัก และสุขภาพอย่างไร?
การได้รับวีซ่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการย้ายครอบครัวไปอยู่เกาหลี โดยเฉพาะผู้ที่มีบุตรควรตรวจเรื่องโรงเรียนก่อนเลือกเมืองและเซ็นสัญญาที่พักระยะยาว
1. โรงเรียนและชั้นเรียน
เด็กต่างชาติอาจมีทางเลือกทั้งโรงเรียนท้องถิ่น โรงเรียนนานาชาติ หรือรูปแบบการศึกษาอื่น แต่เงื่อนไขรับเข้า ค่าเล่าเรียน ภาษา และที่นั่งแตกต่างกัน วีซ่าที่ได้รับอนุมัติไม่ได้รับประกันว่าโรงเรียนที่ต้องการจะมีที่ว่าง
2. ที่พักต้องรองรับทั้งครอบครัว
ที่อยู่ควรสัมพันธ์กับจำนวนสมาชิก ระยะพำนักและพื้นที่ที่ระบุในแผน หากใช้เกณฑ์รายได้ที่เชื่อมกับพื้นที่นอกเขตเมืองหลวง ควรเก็บเอกสารที่ยืนยันว่าพำนักในพื้นที่นั้นจริงตามเงื่อนไข
3. ประกันสุขภาพของทุกคน
อย่าซื้อประกันเฉพาะผู้สมัครหลักแล้วค่อยเพิ่มครอบครัวภายหลังโดยไม่ตรวจเงื่อนไข ควรเช็กชื่อผู้เอาประกัน วันเริ่มคุ้มครอง ระยะเวลาคุ้มครอง ประเทศที่คุ้มครอง ข้อยกเว้นและวงเงินตามที่หน่วยงานกำหนด
4. การลงทะเบียนเมื่อพำนักเกินกำหนด
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ระยะยาวอาจต้องดำเนินการด้านทะเบียนคนต่างชาติ ที่อยู่ และการแจ้งเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ภายในกำหนดเวลา ควรตรวจขั้นตอนกับ Hi Korea หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลังเดินทางถึงเกาหลี
ผู้ที่ต้องการบริการเกี่ยวกับการยื่นประเทศนี้สามารถดูข้อมูล วีซ่าเกาหลีใต้ หรือใช้บริการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อประเมินว่าเอกสารครอบครัวควรเริ่มจากจุดใดก่อน
🏛️ แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง
กฎ F-1-D มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในเดือนมิถุนายน 2026 และรายละเอียดการยื่นอาจแตกต่างตามสถานทูต ประเทศที่พำนัก และสถานการณ์ของผู้สมัคร จึงควรตรวจอย่างน้อยจากแหล่งต่อไปนี้
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ตรวจผู้สมัครหลักและผู้ติดตามเป็นชุดเดียวกัน — ไม่ดูเฉพาะรายได้ของคนทำงาน แต่เชื่อมกับคู่สมรส บุตร ที่พักและประกัน
- ช่วยแยกเอกสารตามสถานการณ์ครอบครัว — เช่น บุตรจากการสมรสครั้งก่อน การเปลี่ยนชื่อ การจดทะเบียนสมรสต่างประเทศ หรือบุตรบุญธรรม
- ตรวจความสอดคล้องของงานและรายได้ — ลดปัญหาข้อมูลในสัญญาจ้าง บัญชีธนาคาร ภาษีและแบบคำร้องไปคนละทาง
- วางแผนการแปลและรับรองก่อนเริ่มทำเอกสาร — ช่วยลดโอกาสเสียค่าใช้จ่ายจากการใช้รูปแบบไม่ตรงกับหน่วยงานปลายทาง
- คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูตามประวัติจริงโดยไม่โอเวอร์เคลมหรือรับประกันผลวีซ่า
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
Digital Nomad Visa เกาหลีพาคู่สมรสไปอยู่ด้วยได้ไหม?
Digital Nomad Visa เกาหลีพาลูกอายุเท่าไรไปด้วยได้?
คู่สมรสที่ติดตาม Digital Nomad Visa เกาหลีทำงานออนไลน์ได้ไหม?
คู่สมรสและลูกสามารถยื่นตามหลังผู้ถือ F-1-D ได้หรือไม่?
พาครอบครัวไปเกาหลีด้วยต้องมีรายได้เพิ่มหรือไม่?
เอกสารพาคู่สมรสและลูกไปกับ Digital Nomad Visa เกาหลีมีอะไรบ้าง?
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับการพาครอบครัวไปด้วย
- Digital Nomad Visa เกาหลี F-1-D เปิดให้คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะยื่นติดตามได้
- คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสไม่ควรถือว่าได้สิทธิแบบคู่สมรสโดยอัตโนมัติ
- สมาชิกครอบครัวแต่ละคนต้องมีคำร้อง หนังสือเดินทาง ประกันและเอกสารส่วนบุคคลตามเกณฑ์
- การพาครอบครัวไปด้วยอาจมีผลต่อเกณฑ์รายได้และการประเมินค่าใช้จ่าย
- คู่สมรสที่มีงานออนไลน์ไม่ควรทำงานโดยอาศัยข้อสันนิษฐานว่าสถานะผู้ติดตามอนุญาต
- บุตรจากการสมรสครั้งก่อนอาจต้องมีหนังสือยินยอม อำนาจปกครองหรือคำสั่งศาลเพิ่มเติม
- ระบบ F-1-D เปลี่ยนเป็นระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2026 และมีการปรับกฎสำคัญ
- ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้
วางแผนย้ายไปเกาหลีทั้งครอบครัว เริ่มจากตรวจโครงสร้างเคสก่อน
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจคุณสมบัติผู้สมัครหลัก เอกสารคู่สมรสและบุตร รายได้ ประกัน การแปลเอกสาร และจุดเสี่ยงเฉพาะครอบครัว เพื่อให้เตรียมคำร้องตามข้อเท็จจริงและกฎล่าสุดได้เป็นระบบมากขึ้น
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ







