C11, C1 และ B1 ต่างกันอย่างไร? เลือกวีซ่าอินโดนีเซียให้ตรงกับกิจกรรมในงานแฟร์

C11, C1 และ B1 ต่างกันอย่างไร? เลือกวีซ่าอินโดนีเซียให้ตรงกับกิจกรรมในงานแฟร์

🇮🇩 Indonesia Visa Fair Guide: C11 vs C1 vs B1

C11, C1 และ B1 ต่างกันอย่างไร? เลือกวีซ่าอินโดนีเซียให้ตรงกับกิจกรรมในงานแฟร์

ไปอินโดนีเซียเพื่อเดินชมงาน ประชุม ดูงาน หรือออกบูธ ใช้วีซ่าไม่เหมือนกันเสมอไป B1 เหมาะกับการเข้าแบบสั้นและง่ายในบางกิจกรรม, C1 เหมาะกับ visit แบบ 60 วันและกิจกรรม attendee/ประชุมบางกรณี ส่วน C11 เหมาะกับ Exhibitor ที่ทำการตลาดสินค้าและบริการในงานแฟร์
📅 อัปเดตล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2026 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 13 นาที

หลายบริษัทไทยที่ต้องเดินทางไปอินโดนีเซียเพื่อเข้าร่วมงานแฟร์ งานแสดงสินค้า งาน MICE หรือ Trade Fair มักเจอคำถามคล้ายกันว่า “ใช้ B1 ก็ได้ไหม?” “C1 ต่างจาก B1 ยังไง?” “ถ้าไปออกบูธต้องใช้ C11 หรือเปล่า?”

ปัญหาคือชื่อวีซ่าบางประเภทดูใกล้กันมาก และหลายคนใช้คำว่า “ไปดูงาน” รวมทุกอย่าง ทั้งเดินชมงาน ประชุม supplier เยี่ยมโรงงาน ขึ้นเวที หรือออกบูธ ซึ่งในมุมวีซ่าอินโดนีเซีย กิจกรรมเหล่านี้อาจต้องใช้ประเภทเข้าประเทศต่างกัน

บทความนี้จะเปรียบเทียบ C11, C1 และ B1 แบบใช้งานจริงสำหรับคนไทยและบริษัทไทยที่ต้องไปงานแฟร์อินโดนีเซีย โดยเน้นว่ากิจกรรมไหนควรดู B1, กิจกรรมไหนควรดู C1 และกิจกรรมไหนควรตรวจ C11 เพื่อไม่ให้เอกสารกับกิจกรรมจริงขัดกัน หากต้องการให้ทีมช่วยประเมินเคส สามารถปรึกษา บริการรับทำวีซ่าและปรึกษาวีซ่า เพื่อเลือกประเภทวีซ่าจากบทบาทจริงในงาน

สรุปสั้น ๆ: B1 คือ Visa on Arrival สำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัว เข้าร่วม meeting, incentive, convention, exhibition หรือ transit พำนักได้สูงสุด 30 วันและต่อได้หนึ่งครั้ง เหมาะกับทริปสั้นและผู้ที่เข้าเกณฑ์ VoA; C1 คือ single-entry tourism visit visa พำนักได้สูงสุด 60 วัน ใช้กับ tourism, self-development, attending MICE/exhibition ในฐานะ participant และบางกิจกรรมประชุม/เจรจาธุรกิจตามเงื่อนไข; ส่วน C11 คือ single-entry visit visa สำหรับการโปรโมตสินค้าและบริการใน MICE หรือ Trade Fair ในฐานะ exhibitor เช่น ออกบูธ ประจำบูธ ทำ product showcase หรือโปรโมตสินค้า จึงควรเลือกจาก “กิจกรรมจริงในงาน” ไม่ใช่เลือกจากความสะดวกอย่างเดียว

💬 ไม่แน่ใจว่าไปงานแฟร์อินโดนีเซียควรใช้ B1, C1 หรือ C11?
ส่งชื่อ event, invitation, booth confirmation, บทบาทผู้เดินทาง และจำนวนวันที่อยู่ให้ Co Journey Visa ช่วยประเมินเบื้องต้นก่อนยื่นจริง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. สรุปเร็ว: C11, C1 และ B1 ต่างกันตรงไหน

ถ้าดูแบบเร็วที่สุด ให้แยกตาม “บทบาทในงาน” และ “ระยะเวลาพำนัก” ดังนี้

B1 — Visa on Arrival / e-VoA

เหมาะกับผู้ที่เข้าเกณฑ์ Visa on Arrival และเดินทางระยะสั้น เช่น ท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัว transit หรือเข้าร่วมงานประชุม/นิทรรศการในฐานะผู้เข้าร่วมทั่วไป พำนักได้สูงสุด 30 วันและต่อได้หนึ่งครั้ง

C1 — Tourism Visit Visa แบบ Single Entry

เหมาะกับการเข้าประเทศแบบเตรียมวีซ่าก่อน พำนักได้สูงสุด 60 วัน ใช้กับ tourism, self-development, attending MICE/exhibition ในฐานะ participant และบางกิจกรรมประชุม/เจรจาธุรกิจตามเงื่อนไข

C11 — Product and Service Promotion / Exhibitor

เหมาะกับผู้ที่ไปออกบูธหรือเป็น exhibitor ในงาน MICE / Trade Fair เพื่อทำการตลาดสินค้าและบริการ เช่น ประจำบูธ นำเสนอสินค้า แจกแคตตาล็อก หรือทำ product showcase

📌 หลักจำง่าย: เดินชมงานสั้น ๆ อาจดู B1, อยู่ยาวขึ้นหรือเป็น visit แบบ single entry อาจดู C1, แต่ถ้า “ยืนบูธของตัวเอง” หรือทำการตลาดสินค้าในงาน ให้ตรวจ C11 ก่อน

2. B1 อินโดนีเซียคืออะไร เหมาะกับใคร

B1 หรือ Visa Kunjungan Wisata เป็น Visa on Arrival / e-VoA สำหรับประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่ขอได้ ใช้สำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัว เข้าร่วม meeting, incentive, convention, exhibition หรือกิจกรรมคล้ายกัน และ transit ในอินโดนีเซีย

ข้อมูลสำคัญของ B1:

  • ประเภท: Visa on Arrival / e-VoA สำหรับประเทศที่เข้าเกณฑ์
  • จำนวนครั้ง: Single entry
  • ระยะเวลาพำนัก: สูงสุด 30 วันนับจากวันที่เดินทางเข้า
  • การต่ออายุ: ต่อได้หนึ่งครั้ง รวมสูงสุด 60 วันตามเงื่อนไข
  • ค่าใช้จ่ายบนเว็บทางการ: Rp500,000 สำหรับ 30 วัน
  • Sponsor: ไม่ต้องใช้ sponsor/guarantor
  • เอกสารหลัก: พาสปอร์ตอายุอย่างน้อย 6 เดือน, รูปถ่ายสีล่าสุด, ตั๋วกลับหรือตั๋วต่อไปประเทศอื่น

B1 เหมาะกับคนที่ไปงานแฟร์แบบไม่ซับซ้อน เช่น เดินชมงาน เข้าร่วม conference สั้น ๆ หรือไปดู exhibition ในฐานะผู้เข้าร่วมทั่วไป แต่ถ้ากิจกรรมจริงคือออกบูธหรือโปรโมตสินค้าในฐานะ exhibitor ไม่ควรใช้ B1 แทน C11 โดยไม่ตรวจเงื่อนไข เพราะเอกสารอาจไม่ตรงกับกิจกรรมจริง

⚠️ ข้อจำกัดสำคัญของ B1: ข้อมูลทางการระบุว่าผู้ถือ B1 ห้ามขายสินค้า/บริการ หรือรับค่าตอบแทน ค่าจ้าง หรือสิ่งตอบแทนลักษณะเดียวกันจากบุคคลหรือบริษัทในอินโดนีเซีย ดังนั้นถ้ากิจกรรมเริ่มมีลักษณะทำงานหรือขายจริง ต้องตรวจประเภทวีซ่าให้ละเอียด

3. C1 อินโดนีเซียคืออะไร เหมาะกับใคร

C1 หรือ Visa Kunjungan Wisata เป็นวีซ่า Visit แบบ single entry ที่ต้องยื่นก่อนเดินทาง ต่างจาก B1 ที่เป็น Visa on Arrival โดย C1 พำนักได้สูงสุด 60 วันและสามารถขยายได้ตามเงื่อนไข

ข้อมูลทางการระบุว่า C1 ใช้ได้กับ:

  • ท่องเที่ยว
  • พัฒนาตนเองหรือศึกษาความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยว
  • เดินทางด้วยเรือสำราญ
  • เข้าร่วม meeting, incentive, convention และ exhibition ในฐานะผู้เข้าร่วม/participant
  • discussion, negotiation หรือ signing business agreement ในสำนักงาน โรงงาน หรือสถานที่ผลิตสินค้า
  • site visit บางประเภท เช่น สำนักงาน โรงงาน สถานที่ผลิต สถานที่ลงทุน หรือเหมือง ตามกรอบที่ทางการระบุ
  • กิจกรรมเกี่ยวกับการแพทย์ตามเงื่อนไข

ข้อมูลสำคัญของ C1:

  • ประเภท: Single-entry visit visa
  • ระยะเวลาพำนัก: สูงสุด 60 วันนับจากวันที่เดินทางเข้า
  • การต่ออายุ: ต่อได้หลายครั้งจนถึงกรอบสูงสุดตามเงื่อนไข
  • ค่าใช้จ่ายบนเว็บทางการ: Rp1,000,000
  • Sponsor: โดยทั่วไปไม่ต้องใช้ sponsor ยกเว้นบางกรณีพิเศษ เช่น stateless, เอกสารเดินทางไม่ใช่พาสปอร์ตปกติ หรือบางสัญชาติ
  • เอกสารหลัก: พาสปอร์ตอายุอย่างน้อย 6 เดือน, หลักฐานค่าใช้จ่าย/Statement 3 เดือน เช่น อย่างน้อย USD2,000 หรือเทียบเท่าตามระบบ, รูปถ่ายสีล่าสุด
📌 C1 เหมาะกับใครในงานแฟร์? เหมาะกับคนที่เป็น participant หรือ business visitor มากกว่า exhibitor เช่น ไปดูงานนานกว่า 30 วัน, ไปเจรจาธุรกิจ, ไปดูโรงงาน หรือมีแผน visit ที่ต้องการวีซ่าก่อนเดินทาง แต่ไม่ได้ประจำบูธหรือโปรโมตสินค้าในฐานะ exhibitor

4. C11 อินโดนีเซียคืออะไร เหมาะกับใคร

C11 หรือ Visa Kunjungan Promosi Produk dan Jasa เป็นวีซ่า Visit แบบ single entry สำหรับผู้ที่เข้าร่วม meeting, incentive, convention และ exhibition เพื่อทำการตลาดสินค้าและบริการในฐานะ exhibitor

กิจกรรมที่เข้ากับ C11 เช่น:

  • ออกบูธในงาน Trade Fair หรือ Exhibition
  • ประจำบูธในฐานะ booth staff
  • นำเสนอสินค้า บริการ หรือ solution ของบริษัท
  • ทำ product showcase หรือ product demonstration ในงาน
  • แจกแคตตาล็อก brochure หรือนามบัตรในนามบริษัท
  • ทำกิจกรรมการตลาดสินค้า/บริการในงาน MICE
  • เป็น company representative ที่มีบทบาทในบูธ

ข้อมูลสำคัญของ C11:

  • ประเภท: Single-entry visit visa สำหรับ Product and Service Promotion / Exhibitor
  • ระยะเวลาพำนัก: สูงสุด 60 วันนับจากวันที่เดินทางเข้า
  • การต่ออายุ: ข้อมูลทางการระบุว่าสามารถขยายได้หลายครั้งจนถึงกรอบสูงสุดตามเงื่อนไข และทำผ่าน sponsor
  • ค่าใช้จ่ายบนเว็บทางการ: Rp2,000,000
  • Sponsor: ต้องมี penjamin/sponsor และ sponsor ต้องมีบัญชีในระบบ evisa.imigrasi.go.id
  • เอกสารหลัก: surat permohonan, surat pernyataan penjamin, พาสปอร์ตอายุอย่างน้อย 6 เดือน, Statement 3 เดือนของผู้เดินทางหรือ sponsor, รูปถ่ายสีล่าสุด และจดหมายเชิญจากผู้จัดกิจกรรม
❌ ข้อจำกัดของ C11: ผู้ถือ C11 ห้ามรับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากบุคคลหรือบริษัทในอินโดนีเซีย และห้ามขายสินค้า/บริการ เว้นแต่จำเป็นในฐานะส่วนหนึ่งของงานแสดงสินค้าหรือ MICE ที่เข้าร่วม ดังนั้น C11 ไม่ใช่วีซ่าทำงานทั่วไป

5. เลือกวีซ่าตามกิจกรรมในงานแฟร์

การเลือก B1, C1 หรือ C11 ควรเริ่มจากคำถามว่า “ในงานแฟร์คุณทำอะไรจริง?” มากกว่าถามว่า “วีซ่าไหนทำง่ายกว่า?”

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กิจกรรมในงานแฟร์ ตัวอย่างสถานการณ์ ประเภทที่ควรตรวจ เหตุผล
เดินชมงาน ดูบูธ ฟังสัมมนา เก็บข้อมูลตลาด ไม่ได้มีบูธของตัวเอง B1 หรือ C1 เป็นผู้เข้าร่วม/attendee มากกว่า exhibitor
เข้าร่วม conference หรือ exhibition ในฐานะ participant ลงทะเบียนเป็นผู้เข้าร่วมงาน ไม่มีหน้าที่โปรโมตสินค้าเอง B1 หรือ C1 ทั้ง B1 และ C1 ระบุการเข้าร่วม meeting/convention/exhibition ในฐานะผู้เข้าร่วมได้ตามเงื่อนไข
ประชุมคู่ค้า นัดคุย supplier, distributor หรือ partner ในสำนักงานหรือพื้นที่งาน C1 หรือ C2 ตามรายละเอียด ถ้าเป็น business discussion/negotiation อาจไม่ใช่ C11 หากไม่ได้ออกบูธ
ออกบูธ มี booth number, exhibitor badge, booth confirmation C11 เป็นกิจกรรม exhibitor เพื่อทำการตลาดสินค้า/บริการ
ประจำบูธและแนะนำสินค้า แจก catalog, ตอบคำถามลูกค้า, demo สินค้าในบูธ C11 ทำกิจกรรม marketing goods/services ในงาน Trade Fair
ขึ้นเวทีบรรยาย เป็น speaker, presenter หรือ panelist อาจเป็น C10 หรือประเภทที่เกี่ยวข้อง บทบาทหลักคือ speaker ไม่ใช่ exhibitor
ติดตั้ง/ซ่อม/บริการเทคนิค ติดตั้งเครื่องจักร ซ่อมเครื่อง ฝึกอบรม technical team อาจเป็น C19/C20 หรือประเภทเฉพาะ เป็น technical service มากกว่ากิจกรรม exhibitor

6. Attendee, Business Visitor และ Exhibitor ต่างกันอย่างไร

คำว่า “ไปงานแฟร์” อาจครอบคลุมหลายบทบาท การแยกบทบาทให้ชัดช่วยให้เลือกวีซ่าได้แม่นขึ้น

Attendee / Participant

ผู้เข้าร่วมงานทั่วไป เดินชมงาน ฟังสัมมนา ดูสินค้า หรือรับข้อมูลจากบูธต่าง ๆ ไม่ได้เป็นฝ่ายนำเสนอสินค้าในบูธของตัวเอง

Business Visitor

ผู้ที่ไปประชุม เจรจา พบคู่ค้า เซ็นสัญญา หรือดูโรงงาน โดยกิจกรรมหลักเป็นธุรกิจ แต่ไม่ได้เป็น exhibitor ในบูธ

Exhibitor / Booth Staff

ผู้ที่มีพื้นที่บูธ มีหน้าที่แสดงสินค้า นำเสนอสินค้า ตอบคำถามลูกค้า แจกเอกสารการตลาด หรือเป็นตัวแทนบริษัทในงานแฟร์

💡 ตัวอย่างง่าย: ถ้าคุณเดินไปดูบูธของคนอื่น = attendee; ถ้าคุณนัดคู่ค้าในงานเพื่อคุยธุรกิจ = business visitor; ถ้าคุณยืนอยู่ในบูธของบริษัทตัวเองและแนะนำสินค้า = exhibitor

7. เอกสารของ B1, C1 และ C11 ต่างกันอย่างไร

เอกสารต่างกันเพราะระดับการอธิบายวัตถุประสงค์ต่างกัน B1 มักเน้นเอกสารพื้นฐานของการเข้าแบบ Visa on Arrival, C1 เพิ่มหลักฐานค่าใช้จ่ายและ visit purpose ที่ชัดขึ้น ส่วน C11 ต้องมี sponsor/guarantor และเอกสารจากผู้จัดงานในฐานะ exhibitor

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร/เงื่อนไข B1 C1 C11
พาสปอร์ต ต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือน ต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือน ต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือน
รูปถ่าย ใช้ในการสมัคร e-VoA ตามระบบ รูปถ่ายสีล่าสุด รูปถ่ายสีล่าสุด
ตั๋วกลับ/ตั๋วต่อ ต้องมีตั๋วกลับหรือตั๋วต่อไปประเทศอื่น ควรมีตามแผนเดินทางและระบบที่ยื่น ควรมีให้สัมพันธ์กับวันงานและวันเดินทางกลับ
Bank Statement / ค่าใช้จ่าย โดยหลักเอกสารง่ายกว่า C1/C11 Statement 3 เดือนพร้อมยอดขั้นต่ำตามระบบ เช่น USD2,000 หรือเทียบเท่า Statement 3 เดือนของผู้เดินทางหรือ sponsor/guarantor
Sponsor / Guarantor ไม่ต้องใช้ sponsor โดยทั่วไปไม่ต้องใช้ sponsor ยกเว้นบางกรณีเฉพาะ ต้องใช้ sponsor/guarantor และ sponsor ยื่นผ่านระบบ eVisa
จดหมายเชิญ/เอกสารงาน อาจใช้ตั๋วงานหรือ itinerary หากเกี่ยวข้อง อาจใช้ invitation, event registration, meeting agenda หรือเอกสารธุรกิจ ควรมี invitation จาก organizer/host, booth confirmation, exhibitor registration, booth number
หนังสือบริษัทไทย อาจไม่จำเป็นในทริปท่องเที่ยวทั่วไป ควรมีหากเป็น business visit หรือดูงานในนามบริษัท ควรมีชัดเจน ระบุรายชื่อทีม ตำแหน่ง หน้าที่ในบูธ และค่าใช้จ่าย

ประเด็น sponsor เป็นจุดต่างสำคัญของ C11 เมื่อเทียบกับ B1 และ C1

  • B1: ข้อมูลทางการระบุว่าไม่ต้องใช้ sponsor/guarantor
  • C1: โดยทั่วไปไม่ต้องใช้ sponsor ยกเว้นบางกรณีเฉพาะ เช่น stateless, เอกสารเดินทางไม่ใช่พาสปอร์ตปกติ หรือสัญชาติที่อยู่ในรายการเฉพาะ
  • C11: ต้องใช้ sponsor/guarantor และ sponsor ต้องมีบัญชีในระบบ evisa.imigrasi.go.id เพื่อยื่นคำร้องให้ผู้เดินทาง

สำหรับ C11 ควรประสานให้ชัดว่า sponsor/guarantor คือใคร เช่น organizer, host, บริษัทในอินโดนีเซีย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงาน เพราะเอกสารนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ C11 ใช้เวลามากกว่า B1 หรือ C1

⚠️ อย่ารอใกล้วันงาน: หากทีมไทยต้องใช้ C11 แต่ยังไม่มี sponsor/guarantor หรือ invitation จาก host การเริ่มใกล้วันเดินทางมากเกินไปอาจทำให้เอกสารออกไม่ทัน

9. Decision Flow: ควรเลือก B1, C1 หรือ C11

ใช้ลำดับคำถามนี้ก่อนตัดสินใจเลือกประเภทวีซ่าอินโดนีเซียสำหรับงานแฟร์

  1. คุณมีบูธหรือไม่?
    ถ้ามี booth number, exhibitor badge หรือ booth confirmation ให้ตรวจ C11 ก่อน
  2. คุณจะประจำบูธหรือโปรโมตสินค้าไหม?
    ถ้าใช่ เข้าข่าย exhibitor มากกว่า attendee
  3. คุณแค่เดินชมงานหรือฟังสัมมนาไหม?
    ถ้าใช่ อาจดู B1 หรือ C1 ตามระยะเวลาพำนักและเงื่อนไขเข้าประเทศ
  4. คุณจะอยู่อินโดนีเซียเกิน 30 วันไหม?
    ถ้าเกิน 30 วัน B1 อาจไม่เหมาะ เว้นแต่ต่ออายุได้ตามเงื่อนไข ควรดู C1 หรือ C11 ตามกิจกรรมจริง
  5. คุณมี sponsor/guarantor หรือไม่?
    ถ้าต้องใช้ C11 ต้องมี sponsor/guarantor และเอกสารจาก host/organizer
  6. กิจกรรมมีการประชุม/เจรจา/เซ็นสัญญาไหม?
    ถ้าใช่ แต่ไม่ได้ออกบูธ อาจต้องดู C1 หรือ C2 ตามรายละเอียด
  7. กิจกรรมเป็น speaker หรือ technical service ไหม?
    ถ้าใช่ อาจต้องดูประเภทอื่น เช่น C10, C19, C20 หรือประเภทที่ตรงกว่า
  8. เอกสารทุกชุดเล่าเรื่องเดียวกันไหม?
    Invitation, company letter, ตั๋ว, โรงแรม, booth document และวัตถุประสงค์ในฟอร์มต้องไม่ขัดกัน

หากต้องเตรียมจดหมายบริษัทหรือจดหมายเชิญให้สอดคล้องกับประเภทวีซ่า สามารถดู บริการทำจดหมายเชิญวีซ่า เพื่อช่วยจัด wording ให้ตรงกับบทบาทจริงในงาน

10. ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

เคสอินโดนีเซียที่มีปัญหามักไม่ได้เกิดจากวีซ่ายาก แต่เกิดจากการเลือกประเภทเข้าประเทศไม่ตรงกับกิจกรรมจริง โดยเฉพาะงานแฟร์ที่มีทั้ง visitor, business visitor และ exhibitor อยู่ในงานเดียวกัน

  • ใช้ B1 เพราะสะดวก ทั้งที่จริงมี booth confirmation และต้องประจำบูธ
  • ใช้ C1 เพราะอยู่นาน 60 วัน แต่กิจกรรมจริงเป็น exhibitor ที่ควรตรวจ C11
  • ใช้ C11 ทั้งที่กิจกรรมจริงเป็น speaker หรือ technical service ซึ่งอาจต้องใช้ประเภทอื่น
  • Invitation ระบุว่า exhibitor แต่ฟอร์มหรือจดหมายบริษัทเขียนว่า tourism
  • บริษัทไทยไม่ระบุบทบาทรายคนในทีมเดินทาง
  • ไม่มี sponsor/guarantor สำหรับ C11 ทั้งที่กิจกรรมเป็นออกบูธ
  • เข้าใจว่า “เข้าร่วม exhibition” ใน B1/C1 เท่ากับ “ออกบูธ” เสมอไป
  • ไม่เตรียม booth document เช่น booth number, exhibitor registration หรือ floor plan
  • ไม่ตรวจข้อจำกัดเรื่องการขายสินค้า รับค่าจ้าง หรือทำกิจกรรมนอกเงื่อนไขวีซ่า
  • ใช้คำว่า “ดูงาน” กว้างเกินไปจนเอกสารอธิบายวัตถุประสงค์ไม่ชัด
❌ จุดเสี่ยงสูง: หากเอกสารหนึ่งบอกว่าไปเที่ยวหรือเข้าร่วมงานเฉย ๆ แต่อีกเอกสารหนึ่งมีชื่อบริษัทใน exhibitor list หรือมี booth contract เอกสารจะเล่าเรื่องไม่ตรงกัน และอาจทำให้เกิดคำถามเรื่องวัตถุประสงค์การเดินทาง

11. ตารางเปรียบเทียบ C11, C1 และ B1

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หัวข้อ B1 C1 C11
ชื่อทางการ Visa Kunjungan Wisata / Visa on Arrival Visa Kunjungan Wisata Visa Kunjungan Promosi Produk dan Jasa
รูปแบบ Visa on Arrival / e-VoA Single-entry visit visa Single-entry visit visa
เหมาะกับ ท่องเที่ยว ทริปสั้น เยี่ยมครอบครัว transit หรือเข้าร่วมงานทั่วไป ท่องเที่ยว เข้าร่วมงานแบบ participant ดูงาน ประชุมหรือเจรจาบางกรณี ออกบูธ ประจำบูธ โปรโมตสินค้า/บริการในฐานะ exhibitor
ระยะเวลาพำนักครั้งแรก สูงสุด 30 วัน สูงสุด 60 วัน สูงสุด 60 วัน
การต่ออายุ ต่อได้หนึ่งครั้ง รวมสูงสุด 60 วัน ขยายได้หลายครั้งตามเงื่อนไข ขยายได้หลายครั้งตามเงื่อนไขผ่าน sponsor
ค่าใช้จ่ายที่แสดงบนเว็บทางการ Rp500,000 สำหรับ 30 วัน Rp1,000,000 Rp2,000,000
Sponsor / Guarantor ไม่ต้องใช้ โดยทั่วไปไม่ต้องใช้ ยกเว้นบางกรณีเฉพาะ ต้องใช้ sponsor/guarantor
งานแฟร์แบบ Attendee อาจใช้ได้หากเข้าเงื่อนไขและอยู่สั้น อาจใช้ได้ โดยเฉพาะหากต้องอยู่ 60 วันหรือมีแผน visit ที่ชัด ไม่จำเป็นเสมอไป หากไม่ได้เป็น exhibitor
งานแฟร์แบบ Exhibitor ไม่ควรใช้แทน C11 โดยไม่ตรวจ ไม่ใช่ตัวเลือกหลักหากกิจกรรมคือออกบูธ ควรตรวจเป็นหลัก
ข้อจำกัดสำคัญ ห้ามขายสินค้า/บริการหรือรับค่าตอบแทนจากบุคคล/บริษัทในอินโดนีเซีย ห้ามขายสินค้า/บริการ รับค่าตอบแทน และห้ามเป็น speaker ตามเงื่อนไขทางการ ห้ามรับค่าตอบแทนจากอินโดนีเซีย และห้ามขายสินค้า/บริการ เว้นแต่จำเป็นในฐานะส่วนหนึ่งของงานที่เข้าร่วม

12. Checklist ก่อนเลือกประเภทวีซ่าอินโดนีเซีย

ก่อนเลือก B1, C1 หรือ C11 ให้ตอบคำถามเหล่านี้เพื่อป้องกันการใช้วีซ่าผิดประเภท

  1. ไปในฐานะอะไร?
    Visitor, attendee, business visitor, exhibitor, booth staff, speaker หรือ technical staff?
  2. มีบูธหรือไม่?
    ถ้ามี booth number, exhibitor badge หรือ booth confirmation ให้ตรวจ C11
  3. จะอยู่นานกี่วัน?
    B1 เหมาะกับ 30 วันและต่อได้หนึ่งครั้ง ส่วน C1/C11 ให้ 60 วันตั้งแต่แรกตามเงื่อนไข
  4. มี sponsor/guarantor หรือไม่?
    C11 ต้องใช้ sponsor/guarantor จึงต้องประสาน host หรือ organizer ให้ชัด
  5. Invitation เขียนว่าอะไร?
    คำว่า attendee, participant, exhibitor, speaker หรือ company representative มีผลต่อประเภทวีซ่า
  6. บริษัทไทยออกจดหมายให้หรือยัง?
    ควรระบุวัตถุประสงค์ ตำแหน่ง หน้าที่ ค่าใช้จ่าย และวันเดินทาง
  7. มีการโปรโมตสินค้า/บริการไหม?
    ถ้าใช่และอยู่ในบูธ ควรตรวจ C11
  8. มีการขาย รับค่าจ้าง หรือทำงานให้บริษัทในอินโดนีเซียไหม?
    ถ้ามี ต้องตรวจข้อจำกัดวีซ่าอย่างละเอียด
  9. กิจกรรมเป็น speaker หรือ technical service หรือไม่?
    ถ้าใช่ อาจไม่ใช่ B1/C1/C11 ต้องตรวจประเภทเฉพาะ
  10. ข้อมูลจาก official source ล่าสุดตรงกันไหม?
    ตรวจ Immigration Indonesia/eVisa และข้อมูลจากผู้จัดงานก่อนจองตั๋วหรือยื่นจริง

เลือกวีซ่าอินโดนีเซียให้ตรงกับกิจกรรมในงานแฟร์ตั้งแต่แรก ดีกว่าแก้ตอนใกล้เดินทาง
Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเคสของคุณควรใช้ B1, C1 หรือ C11 โดยดูจากบทบาทจริง เอกสารผู้จัดงาน และกิจกรรมที่ต้องทำในอินโดนีเซีย

💬 ส่งรายละเอียดงานให้ทีมช่วยประเมิน

13. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ข้อมูลวีซ่าอินโดนีเซียอาจเปลี่ยนตามนโยบาย Immigration Indonesia, ระบบ eVisa, สัญชาติผู้เดินทาง และประเภทกิจกรรมในงาน ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนยื่นทุกครั้ง โดยเฉพาะกรณีไปในนามบริษัทหรือมีบทบาทเป็น Exhibitor

📌 ข้อมูลอัปเดตจากแหล่งทางการ: Immigration Indonesia ระบุว่า B1 ใช้กับ tourism, family visit, attending meetings/incentives/conventions/exhibitions และ transit โดยอยู่ได้สูงสุด 30 วันและต่อได้หนึ่งครั้ง; C1 เป็น single-entry visit visa อยู่ได้สูงสุด 60 วัน ใช้กับ tourism, attending MICE/exhibition ในฐานะ participant และบางกิจกรรม discussion/negotiation/signing business agreement; C11 เป็น single-entry visit visa อยู่ได้สูงสุด 60 วัน ใช้กับการโปรโมตสินค้าและบริการใน MICE หรือ Trade Fair ในฐานะ exhibitor และต้องมี sponsor/guarantor

14. ทำไมควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเลือก B1, C1 หรือ C11

การเลือกวีซ่าอินโดนีเซียสำหรับงานแฟร์ไม่ควรดูแค่ราคา ความง่าย หรือจำนวนวันที่พำนัก แต่ต้องดูว่าผู้เดินทางไปทำอะไรจริง หากกิจกรรมเป็น attendee แต่ยื่นเป็น exhibitor อาจเกินความจำเป็น แต่ถ้ากิจกรรมเป็น exhibitor แล้วใช้ B1/C1 แบบผู้เข้าชมงาน เอกสารอาจไม่ตรงกับความจริง

ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยตรวจจากเอกสารจริง เช่น invitation, booth confirmation, exhibitor badge, company letter, agenda, ticket, hotel booking, Bank Statement และ proof of guarantee เพื่อดูว่าเคสควรอยู่ในกลุ่ม B1, C1, C11 หรือประเภทอื่น เช่น C2, C10, C19 หรือ C20

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยแยกกิจกรรมในงานแฟร์ให้ชัด — attendee, business visitor, exhibitor, speaker หรือ technical staff
  • ช่วยเลือกประเภทวีซ่าจากบทบาทจริง — B1, C1, C11 หรือประเภทอื่นตามเอกสารและวัตถุประสงค์
  • ช่วยตรวจ Invitation และ Booth Document — ดูว่าระบุ participant หรือ exhibitor กันแน่
  • ช่วยจัดเอกสารบริษัทไทย — company letter, รายชื่อทีม, บทบาทในงาน, ค่าใช้จ่าย และแผนเดินทาง
  • ให้คำแนะนำแบบระมัดระวัง ไม่การันตีผล — ทีมช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ชัดหรือประเภทวีซ่าไม่ตรง แต่ผลพิจารณาและการอนุญาตเข้าเมืองขึ้นอยู่กับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซียและข้อมูลทั้งหมดของผู้เดินทาง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

B1 คือ Visa on Arrival สำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัว เข้าร่วม meeting, incentive, convention, exhibition หรือ transit โดยพำนักได้สูงสุด 30 วันและต่อได้หนึ่งครั้ง ส่วน C1 คือ single-entry tourism visit visa พำนักได้สูงสุด 60 วัน ใช้กับการท่องเที่ยว การเข้าร่วมงานในฐานะ participant และบางกิจกรรมประชุม/เจรจาได้ตามเงื่อนไข ส่วน C11 คือ single-entry visit visa สำหรับการโปรโมตสินค้าและบริการใน MICE หรือ Trade Fair ในฐานะ exhibitor เช่น ออกบูธหรือประจำบูธ
ถ้าไปเดินชมงาน ฟังสัมมนา ดูสินค้า หรือเข้าร่วมงานในฐานะผู้เข้าชม/attendee โดยไม่ได้ออกบูธ ไม่ได้ประจำบูธ และไม่ได้โปรโมตสินค้า อาจพิจารณา B1 หรือ C1 ตามสัญชาติ ระยะเวลาพำนัก และแผนเดินทาง แต่ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดจากระบบ eVisa/Immigration Indonesia ก่อนเดินทาง
ถ้าไปในฐานะ exhibitor เช่น มี booth number มี exhibitor badge ประจำบูธ แจกแคตตาล็อก นำเสนอสินค้า ทำ product demo หรือโปรโมตสินค้าและบริการในงาน MICE หรือ Trade Fair ควรตรวจ C11 เป็นหลัก เพราะ C11 ระบุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดสินค้าและบริการในฐานะ exhibitor โดยตรง
ไม่ควรสรุปว่าใช้แทนกันได้ แม้ B1 จะระบุว่าเข้าร่วม meeting, incentive, convention และ exhibition ได้ แต่หากกิจกรรมจริงคือการออกบูธหรือทำการตลาดสินค้า/บริการในฐานะ exhibitor ควรตรวจ C11 เพราะ C11 ตรงกับกิจกรรมออกบูธมากกว่า และช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ประเภทเข้าประเทศไม่ตรงวัตถุประสงค์
C1 เหมาะกับการเข้าประเทศแบบ single entry เพื่อท่องเที่ยว พัฒนาตนเอง เข้าร่วม meeting, incentive, convention, exhibition ในฐานะ participant รวมถึงการ discussion, negotiation หรือ signing business agreement ในสำนักงาน โรงงาน หรือสถานที่ผลิตตามเงื่อนไข หากเป็นการออกบูธในฐานะ exhibitor ควรตรวจ C11 แทน
ให้เลือกจากกิจกรรมหลักและกิจกรรมที่มีข้อกำหนดเฉพาะมากที่สุด หากมีการออกบูธ ประจำบูธ หรือโปรโมตสินค้าในฐานะ exhibitor ควรตรวจ C11 แม้จะมีการเดินชมงานหรือท่องเที่ยวร่วมด้วย เพราะ C11 อนุญาตให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวและเยี่ยมเพื่อนหรือครอบครัวได้ภายใต้เงื่อนไข แต่กิจกรรมหลักต้องตรงกับวีซ่าที่ขอ

📌 สรุป: เลือก C11, C1 หรือ B1 ให้ตรงกับกิจกรรมในงานแฟร์

  • B1 คือ Visa on Arrival / e-VoA เหมาะกับทริปสั้น เช่น ท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัว transit หรือเข้าร่วมงานทั่วไปแบบ attendee
  • B1 อยู่ได้สูงสุด 30 วัน และต่อได้หนึ่งครั้งรวมสูงสุด 60 วันตามเงื่อนไข
  • C1 คือ single-entry tourism visit visa เหมาะกับ visit ที่อยู่ได้สูงสุด 60 วัน เช่น tourism, participant ในงาน MICE/exhibition หรือบางกิจกรรมประชุม/เจรจา
  • C1 โดยทั่วไปไม่ต้องใช้ sponsor แต่ต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่าย เช่น Statement 3 เดือนตามที่ระบบกำหนด
  • C11 คือ single-entry visit visa สำหรับการโปรโมตสินค้าและบริการใน MICE หรือ Trade Fair ในฐานะ exhibitor
  • C11 เหมาะกับการออกบูธ ประจำบูธ นำเสนอสินค้า แจกแคตตาล็อก หรือทำ product demo
  • C11 ต้องมี sponsor/guarantor และเอกสารจาก host หรือผู้จัดกิจกรรม
  • คำว่า “เข้าร่วม exhibition” ใน B1/C1 ไม่ควรตีความว่าใช้แทนการออกบูธได้ทุกกรณี
  • ถ้าเป็น speaker, technical service, installation หรือ after-sales service อาจต้องใช้ประเภทอื่น ไม่ใช่ C11 เสมอไป
  • ควรเลือกวีซ่าจากกิจกรรมจริง เอกสารผู้จัดงาน และบทบาทในงาน ไม่ใช่เลือกจากความสะดวกหรือค่าธรรมเนียมอย่างเดียว

ไปงานแฟร์อินโดนีเซีย เลือกวีซ่าจากบทบาทจริงในงาน

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเคสของคุณควรใช้ B1, C1, C11 หรือประเภทอื่น โดยดูจาก invitation, booth document, company letter, บทบาทผู้เดินทาง และกิจกรรมจริงในงาน ไม่รับประกันผล และไม่แนะนำเอกสารหรือข้อมูลที่ไม่ตรงจริง

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ