ผู้เดินทางหลายคนได้รับมอบหมายให้ไปประชุมกับสำนักงานใหญ่ เยี่ยมโรงงาน เจรจากับคู่ค้า หรือตรวจรับสินค้าในญี่ปุ่น แล้วฝ่ายบุคคลแจ้งให้ “ยื่นวีซ่าธุรกิจ” ทันที ทั้งที่คนไทยบางกรณีสามารถเดินทางระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
จุดที่ต้องตัดสินใจให้ถูกจึงไม่ใช่แค่ว่าเดินทางไปทำธุรกิจหรือไม่ แต่ต้องดูพร้อมกันว่า พำนักกี่วัน ใช้หนังสือเดินทางประเภทใด ทำกิจกรรมอะไร และมีการทำงานหรือรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่นหรือไม่
หากต้องยื่นจริง เอกสารของบริษัทไทย หนังสือเชิญจากญี่ปุ่น และกำหนดการประชุมควรอธิบายภารกิจเดียวกัน การเริ่มต้นจากหน้าบริการ วีซ่าญี่ปุ่น จะช่วยให้เห็นภาพประเภทคำร้องและเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนจัดชุดยื่น
💬 ยังไม่แน่ใจว่าเคสต้องยื่นวีซ่าหรือใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้?
ส่งจำนวนวัน จุดประสงค์การเดินทาง และเอกสารจากบริษัทญี่ปุ่นให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นก่อนจัดชุดเอกสาร
📋 สารบัญบทความ
- คนไทยไปทำธุรกิจที่ญี่ปุ่นต้องขอวีซ่าหรือไม่
- แยกให้ชัด 3 กรณีก่อนเตรียมเอกสาร
- กิจกรรมใดทำได้ภายใต้การพำนักระยะสั้น
- เอกสารวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นที่ต้องเตรียม
- หนังสือเชิญและเอกสารบริษัทญี่ปุ่นควรเขียนอย่างไร
- ขั้นตอนยื่นผ่านศูนย์ JVAC
- ระยะเวลาพิจารณาและค่าธรรมเนียมปี 2026
- วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นแบบ Multiple Entry
- เคสที่พบบ่อยและข้อผิดพลาดสำคัญ
- แหล่งข้อมูลทางการก่อนยื่นจริง
- คำถามที่ถามบ่อย
คนไทยไปทำธุรกิจที่ญี่ปุ่นต้องขอวีซ่าหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องขอทุกกรณี ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ IC Chip สามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าญี่ปุ่นสำหรับการพำนักระยะสั้นไม่เกิน 15 วันได้ โดยวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้ครอบคลุมการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ และการติดต่อธุรกิจระยะสั้น
ตัวอย่างกิจกรรมที่มักอยู่ในขอบเขต ได้แก่ เข้าประชุม เจรจาสัญญา เยี่ยมคู่ค้า เข้าร่วมสัมมนา สำรวจตลาด หรือเยี่ยมชมโรงงานโดยไม่มีการลงมือปฏิบัติงานและไม่มีค่าตอบแทนจากฝั่งญี่ปุ่น
แม้ไม่ต้องยื่นวีซ่าล่วงหน้า เจ้าหน้าที่อาจขอดูตั๋วเดินทางกลับ หลักฐานค่าใช้จ่าย ที่อยู่และเบอร์ติดต่อในญี่ปุ่น รวมถึงกำหนดการเดินทาง ผู้เดินทางจึงควรพกเอกสารภารกิจทางธุรกิจติดตัวให้พร้อม
ในกรณีที่ต้องจัดหลักฐานเที่ยวบินสำหรับแผนเดินทาง ควรใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้และสัมพันธ์กับวันประชุมจริง หากต้องการจัดการเรื่อง ตั๋วเครื่องบิน ควรเช็กเงื่อนไขการเปลี่ยนวันหรือคืนเงินก่อนชำระ
แยกให้ชัด 3 กรณีก่อนเตรียมเอกสาร
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบ IC Chip อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ควรเตรียมหลักฐานภารกิจ ที่พัก เที่ยวบินกลับ และผู้ติดต่อในญี่ปุ่น
ให้พิจารณาวีซ่าพำนักระยะสั้นเพื่อธุรกิจ ซึ่งโดยหลักครอบคลุมการพำนักไม่เกิน 90 วันและห้ามทำกิจกรรมที่ได้รับค่าตอบแทน
ไม่ควรใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าหรือวีซ่าธุรกิจระยะสั้น ต้องตรวจสถานภาพการพำนักที่ตรงกับกิจกรรม และบางกรณีอาจต้องใช้ Certificate of Eligibility หรือ COE
บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้
| สถานการณ์ | แนวทางที่ควรตรวจ | จุดเสี่ยง |
|---|---|---|
| ประชุม 3–5 วัน | อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่า 15 วันได้ หากถือ IC Passport และไม่มีการทำงานรับค่าตอบแทน | ไม่มีหนังสือเชิญหรือไม่ทราบผู้ติดต่อในญี่ปุ่น |
| ประชุมและดูงาน 20 วัน | ควรยื่นวีซ่าธุรกิจพำนักระยะสั้นก่อนเดินทาง | กำหนดการกว้างเกินไป ไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องอยู่นาน |
| เดินทางเข้าออกญี่ปุ่นหลายครั้ง | ตรวจคุณสมบัติวีซ่าธุรกิจแบบ Multiple Entry | ไม่มีหลักฐานความจำเป็นในการเดินทางซ้ำ |
| ฝึกงานในสายการผลิต | ปรึกษาสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเรื่องสถานภาพที่ถูกต้อง | เข้าใจผิดว่าเป็นการประชุมหรือดูงานทั่วไป |
| ทำงานประจำให้บริษัทญี่ปุ่น | ตรวจวีซ่าทำงานและสถานภาพการพำนักที่ตรงกับตำแหน่ง | ใช้วีซ่าธุรกิจระยะสั้นผิดวัตถุประสงค์ |
คำว่า “Business Visa” มักทำให้เข้าใจว่าใช้เข้าไปทำงานได้ แต่ในบริบทนี้คือการพำนักระยะสั้นเพื่อภารกิจทางธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดค่าตอบแทนในญี่ปุ่น หากมีการผลิตสินค้า ให้บริการลูกค้า ขายสินค้า หรือปฏิบัติงานจริง ควรตรวจประเภทวีซ่าใหม่ก่อนเดินทาง
กิจกรรมใดทำได้ภายใต้วีซ่าธุรกิจระยะสั้น?
✅ ประชุมและเจรจา
ประชุมกับสำนักงานใหญ่ คู่ค้า ซัพพลายเออร์ หรือลูกค้า เพื่อเจรจาและประสานงาน
✅ สำรวจและดูงาน
เยี่ยมโรงงาน สำรวจตลาด เข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือศึกษาระบบงานโดยไม่ปฏิบัติงานจริง
✅ อบรมเชิงทฤษฎี
เข้าร่วมสัมมนาหรืออบรมที่ไม่มีการทำงานในสายการผลิตและไม่มีค่าตอบแทนในญี่ปุ่น
การฝึกภาคปฏิบัติในสายการผลิต การทำงานร่วมกับพนักงานในกระบวนการผลิต การขายสินค้าหน้าร้าน หรือกิจกรรมที่บริษัทญี่ปุ่นได้รับผลตอบแทนจากงานของผู้เดินทาง อาจไม่อยู่ในขอบเขตการพำนักระยะสั้น แม้ระยะเวลาจะเพียงไม่กี่วัน
เอกสารวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นต้องเตรียมอะไรบ้าง?
เอกสารหลักตามข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย แบ่งเป็นเอกสารประจำตัว เอกสารจากบริษัทไทย และเอกสารแสดงภารกิจจากญี่ปุ่น
รายการจริงอาจเปลี่ยนแปลงหรือมีการเรียกเอกสารเพิ่มเติม ควรยึด Checklist ล่าสุดจากหน่วยงานทางการ
| เอกสาร | ใช้ยืนยันอะไร | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|---|
| หนังสือเดินทางและเล่มเก่า | ตัวตนและประวัติการเดินทาง | ควรมีหน้าว่างตามข้อกำหนดและข้อมูลต้องตรงกับเอกสารทุกฉบับ |
| ใบคำร้องขอวีซ่า | ข้อมูลผู้ยื่นและวัตถุประสงค์ | วันเดินทาง บริษัทผู้เชิญ และที่พักต้องตรงกับเอกสารประกอบ |
| รูปถ่าย | ใช้ประกอบคำร้อง | ขนาด 2 x 1.4 นิ้ว พื้นหลังอ่อน ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน และไม่มีการแต่งภาพ |
| แบบสอบถามวีซ่า | ข้อมูลเพิ่มเติมตามวัตถุประสงค์ | เลือกวัตถุประสงค์และลงลายเซ็นให้ตรงหนังสือเดินทาง |
| หนังสือรับรองการทำงาน | ตำแหน่ง ความสัมพันธ์กับนายจ้าง และเหตุผลที่บริษัทส่งไป | ควรระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน เหตุผล และระยะเวลาพำนัก |
| ทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้า | สถานะของผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว | ใช้เอกสารที่ออกตามเงื่อนไขล่าสุดและข้อมูลกรรมการต้องสอดคล้องกับผู้ยื่น |
| หนังสือเชิญหรือหนังสือตอบรับ | ภารกิจและความสัมพันธ์กับบริษัทญี่ปุ่น | ระบุจุดประสงค์ ระยะเวลา สถานที่ และบริษัทที่ติดต่อให้ละเอียด |
| กำหนดการเดินทาง | ลำดับกิจกรรมตลอดช่วงพำนัก | วันประชุม เมือง ที่พัก และเที่ยวบินต้องไม่ขัดกัน |
| หนังสือค้ำประกันและเอกสารบริษัทญี่ปุ่น | ใช้เมื่อฝ่ายญี่ปุ่นรับผิดชอบค่าใช้จ่าย | ตรวจชื่อบริษัท ผู้ลงนาม และขอบเขตค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน |
หากบริษัทไทยต้องจัดทำ Employment Letter ควรเขียนให้เห็นว่าเหตุใดบุคคลนี้จึงเป็นผู้เหมาะสมในการเดินทาง ภารกิจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งอย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
เอกสารภาษาไทยบางรายการอาจต้องจัดทำคำแปลตามที่หน่วยงานร้องขอ ผู้ยื่นควรตรวจรูปแบบ ชื่อบุคคล และชื่อบริษัทให้ตรงกันก่อนใช้บริการ แปลเอกสาร เพื่อไม่ให้การสะกดชื่อหรือข้อมูลนิติบุคคลคลาดเคลื่อน
ไม่ควรให้หนังสือรับรองจากบริษัทไทยเขียนว่า “เข้าร่วมประชุมประจำปี” แต่หนังสือเชิญจากญี่ปุ่นเขียนว่า “ฝึกอบรมเครื่องจักร” และกำหนดการระบุว่า “ปฏิบัติงานในโรงงาน” เพราะกิจกรรมทั้งสามแบบอาจถูกตีความต่างกัน ควรให้ทุกฝ่ายยืนยันขอบเขตภารกิจเดียวกันก่อนลงนาม
หนังสือเชิญจากบริษัทญี่ปุ่นควรมีรายละเอียดอะไร?
จดหมายเชิญ ที่ดีไม่ควรมีเพียงประโยคว่าเชิญมาประชุม แต่ควรช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจความสัมพันธ์ทางธุรกิจและเหตุผลของระยะเวลาพำนัก
Checklist สำหรับฝ่ายญี่ปุ่น
- ชื่อและข้อมูลผู้ยื่นตรงตามหนังสือเดินทาง
- ชื่อบริษัทไทยและบริษัทญี่ปุ่นตรงกับเอกสารจดทะเบียน
- ระบุวัตถุประสงค์ของการเชิญอย่างเจาะจง
- ระบุช่วงวันที่และสถานที่ติดต่อธุรกิจ
- อธิบายกิจกรรมรายวันหรือแนบกำหนดการ
- ระบุว่าใครรับผิดชอบค่าตั๋ว ที่พัก และค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น
- หากไม่มีการฝึกงานภาคปฏิบัติ ควรระบุขอบเขตการอบรมให้ชัด
- หากเดินทางหลายครั้ง ต้องอธิบายเหตุผลที่จำเป็นต้องเข้าออกญี่ปุ่นซ้ำ
หากหนังสือเชิญใช้คำว่า Training ควรอธิบายว่าเป็นการอบรมเชิงทฤษฎี การสาธิต หรือการสังเกตการณ์ และระบุให้ชัดว่ามีการลงมือผลิตสินค้า ให้บริการลูกค้า หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ เพราะรายละเอียดนี้มีผลต่อการเลือกประเภทวีซ่า
ขั้นตอนยื่นวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นผ่าน JVAC
สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นระบุว่าสถานที่รับยื่นคำร้องทั่วไปคือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น JVAC ไม่ใช่การนำเอกสารไปยื่นที่สถานทูตโดยตรง ยกเว้นกรณีที่อยู่ภายใต้ช่องทางเฉพาะตามประกาศ
ตรวจจำนวนวัน ประเภทหนังสือเดินทาง ภารกิจ และการรับค่าตอบแทน
ขอหนังสือเชิญ กำหนดการ และเอกสารค้ำประกันหากฝ่ายญี่ปุ่นรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
เตรียมหนังสือรับรองการทำงานหรือทะเบียนบริษัท พร้อมตรวจข้อมูลให้ตรงกับเอกสารฝั่งญี่ปุ่น
ใช้ข้อมูลจากกำหนดการฉบับล่าสุด หลีกเลี่ยงการกรอกวันเดินทางโดยประมาณที่ไม่ตรงกับเอกสาร
ตรวจช่องทางยื่น เวลาทำการ และวิธีรับหนังสือเดินทางจากเว็บไซต์ JVAC ล่าสุด
สถานทูตอาจเรียกเอกสารเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ตามรายละเอียดของแต่ละเคส
⚡ มีหนังสือเชิญแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายประชุม ดูงาน หรือฝึกปฏิบัติ?
ให้ทีมช่วยเทียบข้อความในหนังสือเชิญ หนังสือรับรองจากบริษัทไทย และกำหนดการ ก่อนนำไปยื่นจริง
วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นใช้เวลานานไหม และค่าธรรมเนียมเท่าไร?
สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นระบุว่าการพิจารณาวีซ่าต้องใช้เวลา อย่างน้อย 5 วันทำการ และอาจนานกว่านั้นหากมีการเรียกเอกสารเพิ่มเติม สัมภาษณ์ หรือตรวจสอบไปยังกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น
ผู้เดินทางจึงไม่ควรจัดประชุมแบบกระชั้นแล้วคาดว่าจะขอเร่งผลเป็นกรณีพิเศษ ควรเริ่มขอเอกสารจากบริษัทญี่ปุ่นทันทีเมื่อวันประชุมได้รับการยืนยัน
| รายการ | ข้อมูลสำหรับคำร้องตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Single Entry Visa | 3,340 บาท | สำหรับการเดินทางครั้งเดียวตามวีซ่าที่ออกให้ |
| Multiple Entry Visa | 6,680 บาท | ผู้ยื่นต้องมีคุณสมบัติและเหตุผลตามเกณฑ์ที่กำหนด |
| ค่าบริการ JVAC | ตรวจสอบจาก JVAC ก่อนยื่น | อาจแยกจากค่าธรรมเนียมวีซ่าและมีบริการเสริมตามที่เลือก |
| ระยะเวลาพิจารณา | อย่างน้อย 5 วันทำการ | บางเคสอาจใช้เวลานานกว่าและไม่ควรซื้อตั๋วที่แก้ไขไม่ได้เร็วเกินไป |
ตัวเลขข้างต้นอ้างอิงประกาศทางการที่มีผลกับคำร้องตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าบริการศูนย์ และเงื่อนไขการชำระเงินจากเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนยื่น
วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นแบบ Multiple Entry เหมาะกับใคร?
วีซ่าธุรกิจแบบ Multiple ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าผู้ยื่น “อยากเดินทางหลายครั้ง” แต่ต้องแสดงความจำเป็นทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และมีคุณสมบัติตามกรอบที่สถานทูตกำหนด
เกณฑ์ทางการระบุถึงผู้ที่มีตำแหน่งเทียบเท่าผู้จัดการแผนกขึ้นไป หรือเป็นพนักงานประจำไม่น้อยกว่า 1 ปี และทำงานในบริษัทหรือองค์กรที่มีลักษณะตามเงื่อนไข เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ องค์กรของรัฐ บริษัทที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่น หรือบริษัทที่เข้าเกณฑ์สมาชิกหน่วยงานธุรกิจบางประเภท
เช่น มีประชุมติดตามโครงการทุกไตรมาส ต้องตรวจรับเครื่องจักรหลายระยะ มีสัญญาที่กำหนดวันส่งมอบต่อเนื่อง หรือมีการเจรจากับคู่ค้าหลายรอบ โดยควรมีเอกสารประกอบมากกว่าการเขียนกว้าง ๆ ว่า “อาจเดินทางอีกในอนาคต”
ต้องดูระยะเวลาพำนักที่ได้รับอนุญาตต่อครั้งและปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของ Temporary Visitor ทุกครั้ง การอนุญาตเข้าเมืองขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ จุดเดินทางเข้า
ตัวอย่างเคสที่พบบ่อยในการเตรียมวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่น
พนักงานฝ่ายขายได้รับเชิญไปประชุมกับสำนักงานใหญ่ 4 วัน ถือหนังสือเดินทาง IC Chip และไม่มีการทำงานรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่น เคสนี้อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ควรพกหนังสือเชิญ กำหนดการ ที่พัก และตั๋วกลับไว้ตอบคำถามที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
วิศวกรต้องเข้าร่วมการอบรมและประชุมรวม 21 วัน จึงเกินสิทธิยกเว้นวีซ่า 15 วัน บริษัทควรเตรียมคำร้องวีซ่าธุรกิจ พร้อมอธิบายว่าเป็นการสังเกตการณ์หรืออบรมเชิงทฤษฎี ไม่ใช่การลงมือผลิตสินค้า
หนังสือเชิญเขียนเพียงว่า “Technical Training” แต่กำหนดการมีหัวข้อประกอบชิ้นส่วนและทดสอบสินค้าในสายการผลิต จุดนี้ควรหยุดตรวจประเภทวีซ่าก่อนยื่น เพราะอาจถือเป็นการฝึกภาคปฏิบัติซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตวีซ่าธุรกิจระยะสั้น
ตัวอย่างเหล่านี้ใช้เพื่ออธิบายวิธีแยกประเภทการเดินทางเท่านั้น ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถใช้เป็นการรับรองผลวีซ่าได้
ข้อผิดพลาดที่ควรแก้ก่อนยื่น
- เลือกยื่นวีซ่าธุรกิจทั้งที่กิจกรรมจริงเป็นการทำงานหรือฝึกภาคปฏิบัติ
- หนังสือรับรองจากไทยกับหนังสือเชิญจากญี่ปุ่นระบุวัตถุประสงค์คนละแบบ
- ระบุว่าฝ่ายไทยจ่ายค่าใช้จ่าย แต่เอกสารค้ำประกันระบุว่าฝ่ายญี่ปุ่นเป็นผู้จ่ายทั้งหมด
- กำหนดการประชุมไม่สัมพันธ์กับเมือง ที่พัก และเที่ยวบิน
- ขอ Multiple Entry โดยไม่มีหลักฐานภารกิจในอนาคต
- เอกสารบริษัทออกเกินช่วงเวลาที่หน่วยงานกำหนด
- ซื้อตั๋วที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ก่อนทราบผลวีซ่า
เคสธุรกิจจำนวนหนึ่งไม่ได้ติดที่จำนวนเอกสาร แต่ติดที่กิจกรรมจริงไม่ตรงกับ Temporary Visitor การตรวจรายละเอียดงานก่อนเริ่ม ทำวีซ่า จึงช่วยลดโอกาสเสียเวลาเตรียมคำร้องผิดประเภท
แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง
กฎวีซ่า เอกสาร ค่าธรรมเนียม ช่องทางยื่น และเวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึดประกาศล่าสุดจากสถานทูต กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น และ JVAC เป็นหลัก
- สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย: เอกสารวีซ่าเพื่อธุรกิจ
- สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย: วีซ่าธุรกิจแบบ Multiple
- สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย: เงื่อนไขยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย
- กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น: ประเทศและภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า
- สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย: ข่าวสารและช่องทางยื่นวีซ่าล่าสุด
- ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น JVAC ประเทศไทย
- สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่: ค่าธรรมเนียมวีซ่าที่มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026
บทความนี้เป็นแนวทางเตรียมตัวจากข้อมูลทางการที่ตรวจสอบ ณ วันที่อัปเดต ไม่ใช่คำตัดสินแทนสถานทูต หากภารกิจเกี่ยวข้องกับการฝึกภาคปฏิบัติ การติดตั้งเครื่องจักร การให้บริการลูกค้า หรือการรับค่าตอบแทน ควรสอบถามสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนเดินทาง
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยแยกก่อนว่าเคสต้องยื่นวีซ่าหรือไม่ — ตรวจจำนวนวัน ประเภทหนังสือเดินทาง และขอบเขตกิจกรรมก่อนให้บริษัทเริ่มเตรียมเอกสาร
- ตรวจเอกสารจากบริษัทไทยและญี่ปุ่นร่วมกัน — เช็กว่าหนังสือรับรอง หนังสือเชิญ และกำหนดการอธิบายภารกิจเดียวกัน
- ช่วยประเมินความเสี่ยงเรื่อง Training — แยกการอบรมเชิงทฤษฎีออกจากการฝึกภาคปฏิบัติที่อาจต้องใช้สถานภาพประเภทอื่น
- วางชุดเอกสารสำหรับ Single หรือ Multiple — ช่วยจัดเหตุผลและหลักฐานให้เหมาะกับรูปแบบการเดินทางจริง
- คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูตามตำแหน่งงาน ภารกิจ บริษัทผู้เชิญ และประวัติของผู้สมัคร โดยไม่การันตีผลการพิจารณา
ผู้ที่ต้องการ ปรึกษาวีซ่า สามารถเตรียมวันเดินทาง หนังสือเชิญ และคำอธิบายหน้าที่งานส่งให้ทีมตรวจเบื้องต้นได้
❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่น
โดยหลัก ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบ IC Chip ที่เดินทางเพื่อประชุม ติดต่อธุรกิจ หรือกิจกรรมระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ต้องไม่ทำงานหรือรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่น และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังมีอำนาจพิจารณาอนุญาตเข้าเมือง
ไม่ได้ วีซ่าพำนักระยะสั้นเพื่อธุรกิจใช้สำหรับการประชุม เจรจา สำรวจตลาด เยี่ยมโรงงาน หรือกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดค่าตอบแทนในญี่ปุ่น หากเป็นการทำงานจริงหรือรับค่าจ้าง ต้องตรวจสอบสถานภาพการพำนักและวีซ่าประเภทที่เหมาะสม
โดยทั่วไปต้องมีเอกสารแสดงภารกิจในญี่ปุ่น เช่น หนังสือเชิญหรือหนังสือแสดงเหตุผลในการตอบรับ ซึ่งควรระบุจุดประสงค์ ระยะเวลา บริษัทที่ติดต่อ และรายละเอียดกิจกรรมอย่างชัดเจน
เจ้าของกิจการควรใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ พร้อมเอกสารที่อธิบายความสัมพันธ์ทางธุรกิจ จุดประสงค์การเดินทาง และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ข้อมูลทางการระบุว่าการพิจารณาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 วันทำการ และบางกรณีอาจนานกว่านั้นเมื่อมีการขอเอกสารเพิ่มเติม การสัมภาษณ์ หรือการตรวจสอบเพิ่มเติม จึงควรยื่นล่วงหน้า
ผู้ยื่นต้องเข้าเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด เช่น มีตำแหน่งระดับผู้จัดการขึ้นไปหรือเป็นพนักงานประจำไม่น้อยกว่า 1 ปี และสังกัดบริษัทหรือองค์กรที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข รวมถึงต้องอธิบายความจำเป็นในการเดินทางหลายครั้ง
สำหรับคำร้องที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 แหล่งข้อมูลทางการระบุค่าธรรมเนียมวีซ่า Single Entry 3,340 บาท และ Multiple Entry 6,680 บาท โดยอาจมีค่าบริการของศูนย์ JVAC หรือบริการเสริมเพิ่มเติม ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนยื่น
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นสำหรับคนไทย
- ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบ IC Chip ที่เดินทางไม่เกิน 15 วันเพื่อธุรกิจระยะสั้น อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้
- สิทธิยกเว้นวีซ่าและวีซ่าธุรกิจระยะสั้นไม่อนุญาตให้ทำงานหรือรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่น
- หากพำนักเกิน 15 วัน ควรยื่นวีซ่าธุรกิจก่อนเดินทาง
- เอกสารจากบริษัทไทย หนังสือเชิญ และกำหนดการควรอธิบายภารกิจเดียวกัน
- การฝึกภาคปฏิบัติหรือทำงานในสายการผลิตอาจต้องใช้สถานภาพการพำนักประเภทอื่น
- การพิจารณาวีซ่าใช้เวลาอย่างน้อย 5 วันทำการ และอาจนานกว่านั้นในบางเคส
- ควรตรวจ Checklist ค่าธรรมเนียม และช่องทางยื่นล่าสุดจากสถานทูตญี่ปุ่นและ JVAC ก่อนยื่นทุกครั้ง
- การอนุมัติวีซ่าและการอนุญาตเข้าเมืองขึ้นอยู่กับหน่วยงานญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง
เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อประชุม ดูงาน หรือเจรจาธุรกิจ?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเคสควรใช้สิทธิยกเว้นวีซ่า ยื่นแบบ Single Entry หรือประเมินคุณสมบัติ Multiple Entry พร้อมตรวจความสอดคล้องของหนังสือรับรอง หนังสือเชิญ และกำหนดการก่อนยื่นจริง
📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.com







