วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่น สำหรับคนไทย

วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่น สำหรับคนไทย

🇯🇵 วีซ่าญี่ปุ่นเพื่อธุรกิจ
วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่น สำหรับคนไทย
เช็กให้ชัดก่อนเดินทางว่าเคสของคุณใช้สิทธิยกเว้นวีซ่า 15 วันได้ หรือจำเป็นต้องยื่นวีซ่าธุรกิจ พร้อมแนวทางจัดเอกสารบริษัทไทยและบริษัทญี่ปุ่นให้สอดคล้องกัน
📅 อัปเดตล่าสุด: 17 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 12 นาที

ผู้เดินทางหลายคนได้รับมอบหมายให้ไปประชุมกับสำนักงานใหญ่ เยี่ยมโรงงาน เจรจากับคู่ค้า หรือตรวจรับสินค้าในญี่ปุ่น แล้วฝ่ายบุคคลแจ้งให้ “ยื่นวีซ่าธุรกิจ” ทันที ทั้งที่คนไทยบางกรณีสามารถเดินทางระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า

จุดที่ต้องตัดสินใจให้ถูกจึงไม่ใช่แค่ว่าเดินทางไปทำธุรกิจหรือไม่ แต่ต้องดูพร้อมกันว่า พำนักกี่วัน ใช้หนังสือเดินทางประเภทใด ทำกิจกรรมอะไร และมีการทำงานหรือรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่นหรือไม่

หากต้องยื่นจริง เอกสารของบริษัทไทย หนังสือเชิญจากญี่ปุ่น และกำหนดการประชุมควรอธิบายภารกิจเดียวกัน การเริ่มต้นจากหน้าบริการ วีซ่าญี่ปุ่น จะช่วยให้เห็นภาพประเภทคำร้องและเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนจัดชุดยื่น

สรุปสั้น ๆ: คนไทยที่ถือหนังสือเดินทางแบบ IC Chip และเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อประชุม ติดต่อธุรกิจ หรือกิจกรรมระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ต้องไม่ทำงานหรือรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่น หากพำนักเกิน 15 วัน ต้องการวีซ่าแบบ Multiple หรือกิจกรรมอยู่นอกขอบเขต Temporary Visitor ควรตรวจประเภทวีซ่าและยื่นล่วงหน้าตามเงื่อนไขทางการ

💬 ยังไม่แน่ใจว่าเคสต้องยื่นวีซ่าหรือใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้?
ส่งจำนวนวัน จุดประสงค์การเดินทาง และเอกสารจากบริษัทญี่ปุ่นให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นก่อนจัดชุดเอกสาร

📱 เช็กประเภทการเดินทางทาง LINE

คนไทยไปทำธุรกิจที่ญี่ปุ่นต้องขอวีซ่าหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องขอทุกกรณี ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ IC Chip สามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าญี่ปุ่นสำหรับการพำนักระยะสั้นไม่เกิน 15 วันได้ โดยวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้ครอบคลุมการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ และการติดต่อธุรกิจระยะสั้น

ตัวอย่างกิจกรรมที่มักอยู่ในขอบเขต ได้แก่ เข้าประชุม เจรจาสัญญา เยี่ยมคู่ค้า เข้าร่วมสัมมนา สำรวจตลาด หรือเยี่ยมชมโรงงานโดยไม่มีการลงมือปฏิบัติงานและไม่มีค่าตอบแทนจากฝั่งญี่ปุ่น

📌 เอกสารที่อาจถูกขอตอนตรวจคนเข้าเมือง:

แม้ไม่ต้องยื่นวีซ่าล่วงหน้า เจ้าหน้าที่อาจขอดูตั๋วเดินทางกลับ หลักฐานค่าใช้จ่าย ที่อยู่และเบอร์ติดต่อในญี่ปุ่น รวมถึงกำหนดการเดินทาง ผู้เดินทางจึงควรพกเอกสารภารกิจทางธุรกิจติดตัวให้พร้อม

ในกรณีที่ต้องจัดหลักฐานเที่ยวบินสำหรับแผนเดินทาง ควรใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้และสัมพันธ์กับวันประชุมจริง หากต้องการจัดการเรื่อง ตั๋วเครื่องบิน ควรเช็กเงื่อนไขการเปลี่ยนวันหรือคืนเงินก่อนชำระ

แยกให้ชัด 3 กรณีก่อนเตรียมเอกสาร

1
พำนักไม่เกิน 15 วันและทำกิจกรรมระยะสั้น

ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบ IC Chip อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ควรเตรียมหลักฐานภารกิจ ที่พัก เที่ยวบินกลับ และผู้ติดต่อในญี่ปุ่น

2
พำนักเกิน 15 วันหรือมีเหตุให้ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า

ให้พิจารณาวีซ่าพำนักระยะสั้นเพื่อธุรกิจ ซึ่งโดยหลักครอบคลุมการพำนักไม่เกิน 90 วันและห้ามทำกิจกรรมที่ได้รับค่าตอบแทน

3
ไปทำงานจริง ฝึกภาคปฏิบัติ หรือรับค่าจ้างในญี่ปุ่น

ไม่ควรใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าหรือวีซ่าธุรกิจระยะสั้น ต้องตรวจสถานภาพการพำนักที่ตรงกับกิจกรรม และบางกรณีอาจต้องใช้ Certificate of Eligibility หรือ COE

บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้

สถานการณ์ แนวทางที่ควรตรวจ จุดเสี่ยง
ประชุม 3–5 วัน อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่า 15 วันได้ หากถือ IC Passport และไม่มีการทำงานรับค่าตอบแทน ไม่มีหนังสือเชิญหรือไม่ทราบผู้ติดต่อในญี่ปุ่น
ประชุมและดูงาน 20 วัน ควรยื่นวีซ่าธุรกิจพำนักระยะสั้นก่อนเดินทาง กำหนดการกว้างเกินไป ไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องอยู่นาน
เดินทางเข้าออกญี่ปุ่นหลายครั้ง ตรวจคุณสมบัติวีซ่าธุรกิจแบบ Multiple Entry ไม่มีหลักฐานความจำเป็นในการเดินทางซ้ำ
ฝึกงานในสายการผลิต ปรึกษาสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเรื่องสถานภาพที่ถูกต้อง เข้าใจผิดว่าเป็นการประชุมหรือดูงานทั่วไป
ทำงานประจำให้บริษัทญี่ปุ่น ตรวจวีซ่าทำงานและสถานภาพการพำนักที่ตรงกับตำแหน่ง ใช้วีซ่าธุรกิจระยะสั้นผิดวัตถุประสงค์
⚠️ วีซ่าธุรกิจไม่ใช่วีซ่าทำงาน:

คำว่า “Business Visa” มักทำให้เข้าใจว่าใช้เข้าไปทำงานได้ แต่ในบริบทนี้คือการพำนักระยะสั้นเพื่อภารกิจทางธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดค่าตอบแทนในญี่ปุ่น หากมีการผลิตสินค้า ให้บริการลูกค้า ขายสินค้า หรือปฏิบัติงานจริง ควรตรวจประเภทวีซ่าใหม่ก่อนเดินทาง

กิจกรรมใดทำได้ภายใต้วีซ่าธุรกิจระยะสั้น?

✅ ประชุมและเจรจา

ประชุมกับสำนักงานใหญ่ คู่ค้า ซัพพลายเออร์ หรือลูกค้า เพื่อเจรจาและประสานงาน

✅ สำรวจและดูงาน

เยี่ยมโรงงาน สำรวจตลาด เข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือศึกษาระบบงานโดยไม่ปฏิบัติงานจริง

✅ อบรมเชิงทฤษฎี

เข้าร่วมสัมมนาหรืออบรมที่ไม่มีการทำงานในสายการผลิตและไม่มีค่าตอบแทนในญี่ปุ่น

❌ กิจกรรมที่ต้องระวังเป็นพิเศษ:

การฝึกภาคปฏิบัติในสายการผลิต การทำงานร่วมกับพนักงานในกระบวนการผลิต การขายสินค้าหน้าร้าน หรือกิจกรรมที่บริษัทญี่ปุ่นได้รับผลตอบแทนจากงานของผู้เดินทาง อาจไม่อยู่ในขอบเขตการพำนักระยะสั้น แม้ระยะเวลาจะเพียงไม่กี่วัน

เอกสารวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เอกสารหลักตามข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย แบ่งเป็นเอกสารประจำตัว เอกสารจากบริษัทไทย และเอกสารแสดงภารกิจจากญี่ปุ่น

รายการจริงอาจเปลี่ยนแปลงหรือมีการเรียกเอกสารเพิ่มเติม ควรยึด Checklist ล่าสุดจากหน่วยงานทางการ

เอกสาร ใช้ยืนยันอะไร จุดที่ควรตรวจ
หนังสือเดินทางและเล่มเก่า ตัวตนและประวัติการเดินทาง ควรมีหน้าว่างตามข้อกำหนดและข้อมูลต้องตรงกับเอกสารทุกฉบับ
ใบคำร้องขอวีซ่า ข้อมูลผู้ยื่นและวัตถุประสงค์ วันเดินทาง บริษัทผู้เชิญ และที่พักต้องตรงกับเอกสารประกอบ
รูปถ่าย ใช้ประกอบคำร้อง ขนาด 2 x 1.4 นิ้ว พื้นหลังอ่อน ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน และไม่มีการแต่งภาพ
แบบสอบถามวีซ่า ข้อมูลเพิ่มเติมตามวัตถุประสงค์ เลือกวัตถุประสงค์และลงลายเซ็นให้ตรงหนังสือเดินทาง
หนังสือรับรองการทำงาน ตำแหน่ง ความสัมพันธ์กับนายจ้าง และเหตุผลที่บริษัทส่งไป ควรระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน เหตุผล และระยะเวลาพำนัก
ทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้า สถานะของผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ใช้เอกสารที่ออกตามเงื่อนไขล่าสุดและข้อมูลกรรมการต้องสอดคล้องกับผู้ยื่น
หนังสือเชิญหรือหนังสือตอบรับ ภารกิจและความสัมพันธ์กับบริษัทญี่ปุ่น ระบุจุดประสงค์ ระยะเวลา สถานที่ และบริษัทที่ติดต่อให้ละเอียด
กำหนดการเดินทาง ลำดับกิจกรรมตลอดช่วงพำนัก วันประชุม เมือง ที่พัก และเที่ยวบินต้องไม่ขัดกัน
หนังสือค้ำประกันและเอกสารบริษัทญี่ปุ่น ใช้เมื่อฝ่ายญี่ปุ่นรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ตรวจชื่อบริษัท ผู้ลงนาม และขอบเขตค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน

หากบริษัทไทยต้องจัดทำ Employment Letter ควรเขียนให้เห็นว่าเหตุใดบุคคลนี้จึงเป็นผู้เหมาะสมในการเดินทาง ภารกิจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งอย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

เอกสารภาษาไทยบางรายการอาจต้องจัดทำคำแปลตามที่หน่วยงานร้องขอ ผู้ยื่นควรตรวจรูปแบบ ชื่อบุคคล และชื่อบริษัทให้ตรงกันก่อนใช้บริการ แปลเอกสาร เพื่อไม่ให้การสะกดชื่อหรือข้อมูลนิติบุคคลคลาดเคลื่อน

💡 จุดที่ทำให้ชุดเอกสารอ่านง่ายขึ้น:

ไม่ควรให้หนังสือรับรองจากบริษัทไทยเขียนว่า “เข้าร่วมประชุมประจำปี” แต่หนังสือเชิญจากญี่ปุ่นเขียนว่า “ฝึกอบรมเครื่องจักร” และกำหนดการระบุว่า “ปฏิบัติงานในโรงงาน” เพราะกิจกรรมทั้งสามแบบอาจถูกตีความต่างกัน ควรให้ทุกฝ่ายยืนยันขอบเขตภารกิจเดียวกันก่อนลงนาม

หนังสือเชิญจากบริษัทญี่ปุ่นควรมีรายละเอียดอะไร?

จดหมายเชิญ ที่ดีไม่ควรมีเพียงประโยคว่าเชิญมาประชุม แต่ควรช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจความสัมพันธ์ทางธุรกิจและเหตุผลของระยะเวลาพำนัก

Checklist สำหรับฝ่ายญี่ปุ่น

  • ชื่อและข้อมูลผู้ยื่นตรงตามหนังสือเดินทาง
  • ชื่อบริษัทไทยและบริษัทญี่ปุ่นตรงกับเอกสารจดทะเบียน
  • ระบุวัตถุประสงค์ของการเชิญอย่างเจาะจง
  • ระบุช่วงวันที่และสถานที่ติดต่อธุรกิจ
  • อธิบายกิจกรรมรายวันหรือแนบกำหนดการ
  • ระบุว่าใครรับผิดชอบค่าตั๋ว ที่พัก และค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น
  • หากไม่มีการฝึกงานภาคปฏิบัติ ควรระบุขอบเขตการอบรมให้ชัด
  • หากเดินทางหลายครั้ง ต้องอธิบายเหตุผลที่จำเป็นต้องเข้าออกญี่ปุ่นซ้ำ
⚠️ ระวังคำว่า Training:

หากหนังสือเชิญใช้คำว่า Training ควรอธิบายว่าเป็นการอบรมเชิงทฤษฎี การสาธิต หรือการสังเกตการณ์ และระบุให้ชัดว่ามีการลงมือผลิตสินค้า ให้บริการลูกค้า หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ เพราะรายละเอียดนี้มีผลต่อการเลือกประเภทวีซ่า

ขั้นตอนยื่นวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นผ่าน JVAC

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นระบุว่าสถานที่รับยื่นคำร้องทั่วไปคือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น JVAC ไม่ใช่การนำเอกสารไปยื่นที่สถานทูตโดยตรง ยกเว้นกรณีที่อยู่ภายใต้ช่องทางเฉพาะตามประกาศ

1
ประเมินก่อนว่าใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้หรือไม่

ตรวจจำนวนวัน ประเภทหนังสือเดินทาง ภารกิจ และการรับค่าตอบแทน

2
ขอเอกสารจากบริษัทญี่ปุ่น

ขอหนังสือเชิญ กำหนดการ และเอกสารค้ำประกันหากฝ่ายญี่ปุ่นรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

3
จัดเอกสารจากบริษัทไทย

เตรียมหนังสือรับรองการทำงานหรือทะเบียนบริษัท พร้อมตรวจข้อมูลให้ตรงกับเอกสารฝั่งญี่ปุ่น

4
กรอกใบคำร้องและแบบสอบถาม

ใช้ข้อมูลจากกำหนดการฉบับล่าสุด หลีกเลี่ยงการกรอกวันเดินทางโดยประมาณที่ไม่ตรงกับเอกสาร

5
ยื่นคำร้องที่ JVAC และชำระค่าธรรมเนียม

ตรวจช่องทางยื่น เวลาทำการ และวิธีรับหนังสือเดินทางจากเว็บไซต์ JVAC ล่าสุด

6
ติดตามผลและเตรียมตอบเอกสารเพิ่มเติม

สถานทูตอาจเรียกเอกสารเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ตามรายละเอียดของแต่ละเคส

มีหนังสือเชิญแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายประชุม ดูงาน หรือฝึกปฏิบัติ?
ให้ทีมช่วยเทียบข้อความในหนังสือเชิญ หนังสือรับรองจากบริษัทไทย และกำหนดการ ก่อนนำไปยื่นจริง

💬 ส่งเอกสารให้ทีมประเมิน

วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นใช้เวลานานไหม และค่าธรรมเนียมเท่าไร?

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นระบุว่าการพิจารณาวีซ่าต้องใช้เวลา อย่างน้อย 5 วันทำการ และอาจนานกว่านั้นหากมีการเรียกเอกสารเพิ่มเติม สัมภาษณ์ หรือตรวจสอบไปยังกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น

ผู้เดินทางจึงไม่ควรจัดประชุมแบบกระชั้นแล้วคาดว่าจะขอเร่งผลเป็นกรณีพิเศษ ควรเริ่มขอเอกสารจากบริษัทญี่ปุ่นทันทีเมื่อวันประชุมได้รับการยืนยัน

รายการ ข้อมูลสำหรับคำร้องตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 หมายเหตุ
Single Entry Visa 3,340 บาท สำหรับการเดินทางครั้งเดียวตามวีซ่าที่ออกให้
Multiple Entry Visa 6,680 บาท ผู้ยื่นต้องมีคุณสมบัติและเหตุผลตามเกณฑ์ที่กำหนด
ค่าบริการ JVAC ตรวจสอบจาก JVAC ก่อนยื่น อาจแยกจากค่าธรรมเนียมวีซ่าและมีบริการเสริมตามที่เลือก
ระยะเวลาพิจารณา อย่างน้อย 5 วันทำการ บางเคสอาจใช้เวลานานกว่าและไม่ควรซื้อตั๋วที่แก้ไขไม่ได้เร็วเกินไป
📌 ข้อมูลค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลง:

ตัวเลขข้างต้นอ้างอิงประกาศทางการที่มีผลกับคำร้องตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าบริการศูนย์ และเงื่อนไขการชำระเงินจากเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนยื่น

วีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นแบบ Multiple Entry เหมาะกับใคร?

วีซ่าธุรกิจแบบ Multiple ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าผู้ยื่น “อยากเดินทางหลายครั้ง” แต่ต้องแสดงความจำเป็นทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และมีคุณสมบัติตามกรอบที่สถานทูตกำหนด

เกณฑ์ทางการระบุถึงผู้ที่มีตำแหน่งเทียบเท่าผู้จัดการแผนกขึ้นไป หรือเป็นพนักงานประจำไม่น้อยกว่า 1 ปี และทำงานในบริษัทหรือองค์กรที่มีลักษณะตามเงื่อนไข เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ องค์กรของรัฐ บริษัทที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่น หรือบริษัทที่เข้าเกณฑ์สมาชิกหน่วยงานธุรกิจบางประเภท

💡 เหตุผลขอ Multiple ที่มีน้ำหนักควรตรวจสอบได้:

เช่น มีประชุมติดตามโครงการทุกไตรมาส ต้องตรวจรับเครื่องจักรหลายระยะ มีสัญญาที่กำหนดวันส่งมอบต่อเนื่อง หรือมีการเจรจากับคู่ค้าหลายรอบ โดยควรมีเอกสารประกอบมากกว่าการเขียนกว้าง ๆ ว่า “อาจเดินทางอีกในอนาคต”

⚠️ ได้ Multiple ไม่ได้แปลว่าพำนักได้ตลอดอายุวีซ่า:

ต้องดูระยะเวลาพำนักที่ได้รับอนุญาตต่อครั้งและปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของ Temporary Visitor ทุกครั้ง การอนุญาตเข้าเมืองขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ จุดเดินทางเข้า

ตัวอย่างเคสที่พบบ่อยในการเตรียมวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่น

เคสที่ 1: ประชุม 4 วัน

พนักงานฝ่ายขายได้รับเชิญไปประชุมกับสำนักงานใหญ่ 4 วัน ถือหนังสือเดินทาง IC Chip และไม่มีการทำงานรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่น เคสนี้อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ควรพกหนังสือเชิญ กำหนดการ ที่พัก และตั๋วกลับไว้ตอบคำถามที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

เคสที่ 2: ดูงานและอบรม 21 วัน

วิศวกรต้องเข้าร่วมการอบรมและประชุมรวม 21 วัน จึงเกินสิทธิยกเว้นวีซ่า 15 วัน บริษัทควรเตรียมคำร้องวีซ่าธุรกิจ พร้อมอธิบายว่าเป็นการสังเกตการณ์หรืออบรมเชิงทฤษฎี ไม่ใช่การลงมือผลิตสินค้า

เคสที่ 3: หนังสือเชิญระบุ Training

หนังสือเชิญเขียนเพียงว่า “Technical Training” แต่กำหนดการมีหัวข้อประกอบชิ้นส่วนและทดสอบสินค้าในสายการผลิต จุดนี้ควรหยุดตรวจประเภทวีซ่าก่อนยื่น เพราะอาจถือเป็นการฝึกภาคปฏิบัติซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตวีซ่าธุรกิจระยะสั้น

ตัวอย่างเหล่านี้ใช้เพื่ออธิบายวิธีแยกประเภทการเดินทางเท่านั้น ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถใช้เป็นการรับรองผลวีซ่าได้

ข้อผิดพลาดที่ควรแก้ก่อนยื่น

  • เลือกยื่นวีซ่าธุรกิจทั้งที่กิจกรรมจริงเป็นการทำงานหรือฝึกภาคปฏิบัติ
  • หนังสือรับรองจากไทยกับหนังสือเชิญจากญี่ปุ่นระบุวัตถุประสงค์คนละแบบ
  • ระบุว่าฝ่ายไทยจ่ายค่าใช้จ่าย แต่เอกสารค้ำประกันระบุว่าฝ่ายญี่ปุ่นเป็นผู้จ่ายทั้งหมด
  • กำหนดการประชุมไม่สัมพันธ์กับเมือง ที่พัก และเที่ยวบิน
  • ขอ Multiple Entry โดยไม่มีหลักฐานภารกิจในอนาคต
  • เอกสารบริษัทออกเกินช่วงเวลาที่หน่วยงานกำหนด
  • ซื้อตั๋วที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ก่อนทราบผลวีซ่า
❌ เอกสารครบไม่ได้แปลว่าเลือกประเภทวีซ่าถูก:

เคสธุรกิจจำนวนหนึ่งไม่ได้ติดที่จำนวนเอกสาร แต่ติดที่กิจกรรมจริงไม่ตรงกับ Temporary Visitor การตรวจรายละเอียดงานก่อนเริ่ม ทำวีซ่า จึงช่วยลดโอกาสเสียเวลาเตรียมคำร้องผิดประเภท

แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

กฎวีซ่า เอกสาร ค่าธรรมเนียม ช่องทางยื่น และเวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึดประกาศล่าสุดจากสถานทูต กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น และ JVAC เป็นหลัก

📌 ข้อจำกัดของข้อมูลในบทความ:

บทความนี้เป็นแนวทางเตรียมตัวจากข้อมูลทางการที่ตรวจสอบ ณ วันที่อัปเดต ไม่ใช่คำตัดสินแทนสถานทูต หากภารกิจเกี่ยวข้องกับการฝึกภาคปฏิบัติ การติดตั้งเครื่องจักร การให้บริการลูกค้า หรือการรับค่าตอบแทน ควรสอบถามสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนเดินทาง

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยแยกก่อนว่าเคสต้องยื่นวีซ่าหรือไม่ — ตรวจจำนวนวัน ประเภทหนังสือเดินทาง และขอบเขตกิจกรรมก่อนให้บริษัทเริ่มเตรียมเอกสาร
  • ตรวจเอกสารจากบริษัทไทยและญี่ปุ่นร่วมกัน — เช็กว่าหนังสือรับรอง หนังสือเชิญ และกำหนดการอธิบายภารกิจเดียวกัน
  • ช่วยประเมินความเสี่ยงเรื่อง Training — แยกการอบรมเชิงทฤษฎีออกจากการฝึกภาคปฏิบัติที่อาจต้องใช้สถานภาพประเภทอื่น
  • วางชุดเอกสารสำหรับ Single หรือ Multiple — ช่วยจัดเหตุผลและหลักฐานให้เหมาะกับรูปแบบการเดินทางจริง
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูตามตำแหน่งงาน ภารกิจ บริษัทผู้เชิญ และประวัติของผู้สมัคร โดยไม่การันตีผลการพิจารณา

ผู้ที่ต้องการ ปรึกษาวีซ่า สามารถเตรียมวันเดินทาง หนังสือเชิญ และคำอธิบายหน้าที่งานส่งให้ทีมตรวจเบื้องต้นได้

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่น

โดยหลัก ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบ IC Chip ที่เดินทางเพื่อประชุม ติดต่อธุรกิจ หรือกิจกรรมระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ต้องไม่ทำงานหรือรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่น และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังมีอำนาจพิจารณาอนุญาตเข้าเมือง

ไม่ได้ วีซ่าพำนักระยะสั้นเพื่อธุรกิจใช้สำหรับการประชุม เจรจา สำรวจตลาด เยี่ยมโรงงาน หรือกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดค่าตอบแทนในญี่ปุ่น หากเป็นการทำงานจริงหรือรับค่าจ้าง ต้องตรวจสอบสถานภาพการพำนักและวีซ่าประเภทที่เหมาะสม

โดยทั่วไปต้องมีเอกสารแสดงภารกิจในญี่ปุ่น เช่น หนังสือเชิญหรือหนังสือแสดงเหตุผลในการตอบรับ ซึ่งควรระบุจุดประสงค์ ระยะเวลา บริษัทที่ติดต่อ และรายละเอียดกิจกรรมอย่างชัดเจน

เจ้าของกิจการควรใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ พร้อมเอกสารที่อธิบายความสัมพันธ์ทางธุรกิจ จุดประสงค์การเดินทาง และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ข้อมูลทางการระบุว่าการพิจารณาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 วันทำการ และบางกรณีอาจนานกว่านั้นเมื่อมีการขอเอกสารเพิ่มเติม การสัมภาษณ์ หรือการตรวจสอบเพิ่มเติม จึงควรยื่นล่วงหน้า

ผู้ยื่นต้องเข้าเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด เช่น มีตำแหน่งระดับผู้จัดการขึ้นไปหรือเป็นพนักงานประจำไม่น้อยกว่า 1 ปี และสังกัดบริษัทหรือองค์กรที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข รวมถึงต้องอธิบายความจำเป็นในการเดินทางหลายครั้ง

สำหรับคำร้องที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 แหล่งข้อมูลทางการระบุค่าธรรมเนียมวีซ่า Single Entry 3,340 บาท และ Multiple Entry 6,680 บาท โดยอาจมีค่าบริการของศูนย์ JVAC หรือบริการเสริมเพิ่มเติม ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนยื่น

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจญี่ปุ่นสำหรับคนไทย

  • ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบ IC Chip ที่เดินทางไม่เกิน 15 วันเพื่อธุรกิจระยะสั้น อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้
  • สิทธิยกเว้นวีซ่าและวีซ่าธุรกิจระยะสั้นไม่อนุญาตให้ทำงานหรือรับค่าตอบแทนในญี่ปุ่น
  • หากพำนักเกิน 15 วัน ควรยื่นวีซ่าธุรกิจก่อนเดินทาง
  • เอกสารจากบริษัทไทย หนังสือเชิญ และกำหนดการควรอธิบายภารกิจเดียวกัน
  • การฝึกภาคปฏิบัติหรือทำงานในสายการผลิตอาจต้องใช้สถานภาพการพำนักประเภทอื่น
  • การพิจารณาวีซ่าใช้เวลาอย่างน้อย 5 วันทำการ และอาจนานกว่านั้นในบางเคส
  • ควรตรวจ Checklist ค่าธรรมเนียม และช่องทางยื่นล่าสุดจากสถานทูตญี่ปุ่นและ JVAC ก่อนยื่นทุกครั้ง
  • การอนุมัติวีซ่าและการอนุญาตเข้าเมืองขึ้นอยู่กับหน่วยงานญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง

เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อประชุม ดูงาน หรือเจรจาธุรกิจ?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเคสควรใช้สิทธิยกเว้นวีซ่า ยื่นแบบ Single Entry หรือประเมินคุณสมบัติ Multiple Entry พร้อมตรวจความสอดคล้องของหนังสือรับรอง หนังสือเชิญ และกำหนดการก่อนยื่นจริง

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *