🚐 Travel & Business Escort Interpreter

บริการล่ามเดินทาง พาลูกค้าและชาวต่างชาติติดต่อธุรกิจ

รับประเมินล่ามติดตามลูกค้า ผู้บริหาร และชาวต่างชาติสำหรับ Business Trip, Company Visit, Supplier Meeting, Factory Visit และการเดินทางหลายสถานที่ โดยวาง Itinerary และ Scope ก่อนยืนยันคิว
🗓️ Itinerary • 🚐 Travel • 🤝 Meeting • 🏭 Site Visit
📅 อัปเดตล่าสุด: 5 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ 🌍 Client • Supplier • Executive • Business Trip

บางงานไม่ได้จบแค่การจองล่ามเข้า Meeting 2 ชั่วโมง แต่ลูกค้าหรือผู้บริหารต่างชาติอาจมี Schedule ตั้งแต่เช้า เช่น เดินทางจากโรงแรมไปสำนักงาน ประชุมกับทีมไทย ต่อด้วย Factory Visit แล้วไปพบ Supplier อีกแห่งก่อน Dinner Meeting ในช่วงค่ำ

งานลักษณะนี้ควรประเมินเป็น ล่ามเดินทางหรือล่ามติดตาม Business Trip เพราะเวลาทำงานไม่ได้เกิดเฉพาะตอนที่ทุกคนนั่งประชุม แต่ยังมีการเดินทาง เวลารอ การประสานสถานที่ และบทสนทนาระหว่างกิจกรรมที่ต้องใช้ภาษา

สิ่งสำคัญคือควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่า ล่ามมีหน้าที่ช่วยสื่อสารและประสานตาม Itinerary ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ตัดสินใจแทนบริษัท ผู้จัดการทริปทุกอย่าง หรือไกด์นำเที่ยวโดยอัตโนมัติ หากต้องการหน้าที่เพิ่มเติมควรแจ้งแยกก่อนเสนอราคา

สรุปสั้น ๆ: งานล่ามเดินทางควรส่ง คู่ภาษา + วันเดินทาง + Itinerary + เวลาเริ่ม–สิ้นสุด + สถานที่ทุกจุด + ประเภท Meeting + วิธีเดินทาง เพื่อประเมินเวลาทำงาน Travel Time, Waiting Time, OT และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนยืนยันคิว

🚐 มี Itinerary ลูกค้าหรือผู้บริหารต่างชาติแล้ว?
ส่ง Schedule ทั้งวันหรือทั้งทริปมาให้ทีมช่วยตรวจจุดประชุม เวลาเดินทาง เวลารอ และ Scope ล่ามก่อนประเมินคิว

📅 ส่ง Itinerary และเช็กคิวล่าม

📋 สารบัญบทความ

  1. ล่ามเดินทางต่างจากล่ามประชุมทั่วไปอย่างไร
  2. งานแบบไหนเหมาะกับล่ามติดตาม Business Trip
  3. Itinerary ต้องละเอียดแค่ไหนก่อนขอราคา
  4. เวลาเดินทางและเวลารอนับอย่างไร
  5. หลายบริษัท หลายโรงงานในวันเดียวควรวางอย่างไร
  6. ล่ามช่วยลูกค้าต่างชาติระหว่างทริปเรื่องอะไรได้บ้าง
  7. อะไรไม่ใช่หน้าที่ของล่ามเดินทางโดยอัตโนมัติ
  8. ควรส่งเอกสารอะไรให้ล่ามก่อนออกเดินทาง
  9. ถ้า Schedule เปลี่ยนระหว่างวันต้องทำอย่างไร
  10. งานต่างจังหวัดหรือค้างคืนต้องคิดอะไรเพิ่ม
  11. ถ้าต้องเดินทางต่างประเทศกับทีมธุรกิจควรวางอะไรเพิ่ม
  12. ขั้นตอนจองล่ามเดินทาง
  13. Checklist ก่อนส่ง Business Itinerary
  14. ข้อผิดพลาดที่ทำให้ทริปธุรกิจสะดุด
  15. คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับล่ามเดินทาง
ล่ามเดินทางติดตามลูกค้าและชาวต่างชาติสำหรับประชุมธุรกิจ

1. ล่ามเดินทางต่างจากล่ามประชุมทั่วไปอย่างไร

ล่ามประชุมทั่วไปมักมี Scope ชัด เช่น เข้า Meeting เวลา 13:00–15:00 ที่สำนักงานเดียว แต่ล่ามเดินทางต้องดูทั้งวันหรือทั้งทริป เพราะมี Transition ระหว่างกิจกรรม

หัวข้อ ล่ามประชุม ล่ามเดินทาง
สถานที่ มักอยู่จุดเดียว อาจมีหลาย Location
เวลา กำหนดตาม Meeting รวม Travel, Waiting และกิจกรรมต่อเนื่อง
บริบท หัวข้อประชุมหลัก หลายหัวข้อและหลายบริษัทในวันเดียว
การประสาน เน้นใน Meeting มีทั้งก่อนถึงสถานที่ ระหว่างทาง และหน้างาน

📱 บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้

📌 หลักสำคัญ: อย่าคำนวณเฉพาะ “เวลาที่พูดจริง” หากล่ามต้องติดตามทีมและกันคิวไว้ตลอดช่วงเดินทาง

2. งานแบบไหนเหมาะกับล่ามติดตาม Business Trip

🤝 Client Visit พาผู้บริหารหรือลูกค้าต่างชาติไปพบทีมและคู่ค้า
🏭 Factory Visit ประชุมและเดิน Production Line หรือ Site
📦 Supplier Visit พบผู้ขาย คุยสินค้า คุณภาพ ราคา หรือ Delivery
🏢 Company Visit แนะนำบริษัท เยี่ยมสำนักงาน และประชุมหลายแผนก
🚐 Multi-location Trip เดินทางหลายบริษัทหรือหลายจังหวัดตาม Schedule
🍽️ Business Dinner กรณียังมีการพูดคุยด้านธุรกิจและต้องใช้ล่ามต่อเนื่อง

3. Itinerary ต้องละเอียดแค่ไหนก่อนขอราคา

ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารสวย แต่ควรทำให้เห็น Timeline จริงของวัน เพราะคำว่า “พาลูกค้าไปประชุมทั้งวัน” อาจหมายถึงหนึ่ง Location หรือเดินทางสี่จุดก็ได้

ตัวอย่าง Itinerary ที่ประเมินง่าย
08:00 พบลูกค้าที่โรงแรม
08:30 เดินทางไปสำนักงานใหญ่
09:30–11:30 Management Meeting
12:00 Lunch
13:00 เดินทางไปโรงงาน
14:00–16:30 Factory Visit + Supplier Discussion
17:00 เดินทางกลับโรงแรม
เวลานัดล่าม
จุดเริ่มต้น
สถานที่ทุกแห่ง
เวลา Meeting แต่ละช่วง
เวลาเดินทาง
ช่วง Lunch / Break
กิจกรรมช่วงค่ำ
จุดสิ้นสุดงาน
Itinerary ยังไม่ Final ก็ส่งได้: ให้ระบุว่าเป็น Draft และแจ้งจุดที่ยังไม่ยืนยัน เพื่อประเมิน Scope เบื้องต้นก่อน

4. เวลาเดินทางและเวลารอนับอย่างไร

หากล่ามต้องเดินทางพร้อมทีมจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง หรือถูกกันคิวไว้รอ Meeting รอบถัดไป ช่วงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Timeline ที่ต้องแจ้งก่อนเสนอราคา

ช่วงเวลา ตัวอย่าง เหตุผลที่ต้องแจ้ง
Travel Time Office → Factory ล่ามยังอยู่กับทริปและไม่สามารถรับคิวอื่นได้
Waiting Time รอผู้บริหารประชุมภายใน ต้องทราบว่าล่ามต้องรอ On-site หรือสามารถแยกตัวได้
Lunch Meeting รับประทานอาหารและคุยธุรกิจ อาจยังต้องใช้ล่ามต่อเนื่อง
Dinner Networking หรือเจรจาต่อ มีผลต่อเวลาสิ้นสุดและ OT

📱 บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้

ช่วงพักไม่ควรถูกเดาจาก Schedule: หาก Lunch เป็น Business Lunch ที่ต้องแปล ถือว่าไม่เหมือนช่วงพักส่วนตัวของล่าม ควรระบุไว้ชัด
การวาง Business Itinerary และ Schedule สำหรับล่ามเดินทาง

5. หลายบริษัท หลายโรงงานในวันเดียวควรวางอย่างไร

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือจัด Meeting ติดกันตามเวลาหน้าปฏิทินโดยไม่เผื่อ Travel Buffer เพราะเมืองเดียวกันไม่ได้แปลว่าสามารถเดินทางถึงกันทันที

กำหนดเวลาออกจากจุดแรก
ไม่ดูเฉพาะเวลา Meeting สิ้นสุด
เผื่อเวลาเดินทาง
รวม Traffic, Parking และการเข้า Site
กำหนด Contact Person
แต่ละสถานที่ควรมีคนรับช่วงเมื่อทีมเดินทางถึง
เผื่อ Schedule Slip
Meeting แรกยืดสามารถกระทบทุกจุดที่ตามมา
❌ อย่าวาง Meeting 11:00 จบ แล้วเริ่มอีกที่ 11:00: ล่ามและทีมยังต้องออกจากห้อง เดินทาง และผ่านขั้นตอนเข้าพื้นที่ของ Location ถัดไป

6. ล่ามช่วยลูกค้าต่างชาติระหว่างทริปเรื่องอะไรได้บ้าง

ภายใต้ Scope ที่ตกลง ล่ามสามารถช่วยลดช่องว่างด้านภาษาในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Business Itinerary เช่น การประสานนัด การเข้า Site และการสื่อสารกับทีมไทย

📍 นัดหมายและสถานที่ ช่วยสื่อสารว่าต้องพบใคร ที่ไหน และเมื่อไร
🚐 การเดินทางตาม Schedule ประสานข้อมูลระหว่างทีมเมื่อเปลี่ยน Location
🤝 Business Conversation ล่ามระหว่างการประชุม เจรจา และการพูดคุยนอกรอบ
🏭 Site Communication ช่วยสื่อสารกับทีมโรงงาน Supplier หรือผู้ประสานงานพื้นที่
📋 Agenda Clarification ช่วยยืนยันว่า Session ถัดไปคืออะไรและใครเข้าร่วม
✅ Next Step ถ่ายทอดสิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องทำต่อหลัง Meeting

7. อะไรไม่ใช่หน้าที่ของล่ามเดินทางโดยอัตโนมัติ

คำว่า “พาลูกค้า” อาจทำให้เข้าใจว่าเป็นบริการทุกอย่างตลอดทริป จึงควรกำหนดขอบเขตให้ชัดตั้งแต่แรก

งาน ควรถือว่ารวมโดยอัตโนมัติหรือไม่
ล่ามระหว่าง Business Meeting ตาม Scope ที่ตกลง
ประสานสถานที่ตาม Itinerary สามารถกำหนดใน Scope ได้
ไกด์นำเที่ยว ไม่ควรถือว่ารวมโดยอัตโนมัติ
คนขับรถ เป็นบริการคนละประเภท
อนุมัติราคา/สั่งซื้อแทนบริษัท ต้องเป็นผู้มีอำนาจ
ให้คำปรึกษากฎหมายหรือสัญญา ไม่ใช่หน้าที่ล่ามโดยอัตโนมัติ
ทำ Minutes หรือ Report ควรแจ้งเป็น Deliverable แยก

📱 บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้

ล่ามคือผู้ช่วยด้านภาษา: หากต้องการ Tour Guide, Driver, Event Coordinator หรือ Project Assistant ควรระบุหน้าที่เพิ่มแยกต่างหากก่อนยืนยันงาน

8. ควรส่งเอกสารอะไรให้ล่ามก่อนออกเดินทาง

Itinerary
Company Profile
Agenda แต่ละ Meeting
รายชื่อบริษัทที่จะพบ
Participant List
Product / Model List
Presentation
Glossary
Site Requirement เมื่อมี
Contact Person ทุก Location

หากเอกสารสำหรับ Meeting ต้องจัดทำเป็นอีกภาษา สามารถแยกบริการ แปลเอกสาร ออกจากงานล่าม เพื่อให้สามารถตรวจไฟล์และศัพท์ได้เป็น Deliverable แยก

9. ถ้า Schedule เปลี่ยนระหว่างวันต้องทำอย่างไร

Business Trip มีโอกาสเปลี่ยนสูง เช่น Meeting แรกยืด ลูกค้าขอเพิ่ม Supplier Visit หรือเปลี่ยน Dinner Venue จึงควรมีผู้ประสานงานที่สามารถตัดสิน Schedule ได้

แจ้งการเปลี่ยนแปลง
ระบุเวลาและ Location ใหม่ให้ครบ
ตรวจผลต่อกิจกรรมถัดไป
ดูเวลาเดินทางและเวลาที่นัดอีกบริษัทไว้
ตรวจเวลาของล่าม
Schedule ใหม่อาจเกิน Scope หรือเกิด OT
ยืนยันกับทุกฝ่าย
อย่าให้ทีมไทย ลูกค้าต่างชาติ และล่ามถือคนละ Schedule
เพิ่ม Location ไม่ใช่แค่เพิ่ม Meeting: การเดินทางไป Location ใหม่มีผลต่อทั้งเวลา Transport และเวลาสิ้นสุดงาน

10. งานต่างจังหวัดหรือค้างคืนต้องคิดอะไรเพิ่ม

เมื่อทริปออกนอกพื้นที่หรือเริ่มเช้ามาก ควรดูว่าล่ามต้องเดินทางวันเดียวกับงานหรือควรไปก่อน เพื่อไม่ให้เวลาบนถนนกระทบ Meeting แรก

🏨 ที่พัก ระบุว่าใครเป็นผู้จัดและ Location อยู่ใกล้จุดเริ่มงานหรือไม่
🚗 Transport ทีมมีรถให้ล่ามร่วมเดินทางหรือให้เดินทางเอง
🕒 เวลาออกเดินทาง ต้องดูตั้งแต่เวลาที่ต้องพร้อม ไม่ใช่เวลา Meeting เท่านั้น
🌙 จบงานดึก Dinner หรือ Networking มีผลต่อเวลาเดินทางกลับและ OT
❌ อย่าสมมติว่าราคาเริ่มต้นรวม Travel และ Accommodation ทุกกรณี: ค่าใช้จ่ายควรแยกและตรวจใน Quotation ตาม Itinerary จริง

ทริปมีหลายจังหวัดหรือหลายวัน?
ส่ง Itinerary ทั้งโปรเจกต์มาให้ทีมช่วยแยกวันเดินทาง วันทำงาน ที่พัก เวลารอ และช่วงที่อาจเกิด OT

🚐 ส่ง Business Trip เพื่อประเมิน Scope

11. ถ้าต้องเดินทางต่างประเทศกับทีมธุรกิจควรวางอะไรเพิ่ม

หากล่ามต้องเดินทางไปต่างประเทศพร้อมทีม Scope จะมีมากกว่าชั่วโมงประชุม เพราะมีวันเดินทาง ตั๋ว ที่พัก Transport ในปลายทาง และ Requirement การเข้าเมืองของแต่ละบุคคลที่ต้องตรวจแยกจากงานล่าม

ประเทศและเมืองปลายทาง
วันเดินทางไป–กลับ
Flight Schedule
ที่พัก
Local Transport
Meeting Schedule
วันทำงานจริง
วันเดินทางอย่างเดียว

หากต้องจัด ตั๋วเครื่องบิน หรือเตรียมเรื่องการ ทำวีซ่า ควรแยกออกจาก Scope งานล่าม เพื่อให้ตรวจ Timeline และค่าใช้จ่ายของแต่ละบริการได้ชัดเจน

📌 เอกสารเดินทางต้องตรวจตามบุคคลและปลายทาง: ไม่ควรถือว่าการจองล่ามหรือ Business Itinerary เป็นการยืนยันสิทธิเดินทางหรือการอนุมัติวีซ่า

12. ขั้นตอนจองล่ามเดินทาง

แจ้งคู่ภาษา
ระบุภาษาที่ลูกค้าและทีมไทยจะใช้จริง
ส่งวันที่ทั้งหมด
หากหลายวันควรส่งทั้งวันเดินทางและวันทำงาน
ส่ง Itinerary
ระบุ Location และเวลาแต่ละกิจกรรม
แจ้งประเภท Meeting
Client Visit, Factory, Supplier, Negotiation หรือ Training
ส่ง Material
Agenda, Company Profile, Product และ Glossary เมื่อเปิดเผยได้
กำหนด Travel Arrangement
รถ ที่พัก ตั๋ว หรือการเดินทางระหว่างสถานที่
ตรวจ Scope และ OT
ยืนยันเวลาเริ่ม–สิ้นสุด ค่าเดินทาง เวลารอ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนงาน
เอกสาร Itinerary และ Agenda สำหรับล่ามติดตาม Business Trip

13. Checklist ก่อนส่ง Business Itinerary

คู่ภาษา
วันที่ทั้งหมด
เวลาเริ่ม–สิ้นสุดแต่ละวัน
โรงแรมหรือจุดเริ่มต้น
สถานที่ทุก Location
เวลาประชุม
เวลาเดินทาง
Lunch / Dinner Meeting
ประเภทบริษัทที่จะพบ
ศัพท์เฉพาะ
Contact Person
Travel Arrangement
ที่พักเมื่อมี
โอกาส OT

14. ข้อผิดพลาดที่ทำให้ทริปธุรกิจสะดุด

1. แจ้งแค่ว่า “ใช้ล่ามทั้งวัน” แต่ไม่ส่ง Itinerary
ไม่สามารถเห็นจำนวน Location, Travel Time และช่วงที่ต้องใช้ล่ามจริงได้
2. ไม่นับเวลาเดินทางระหว่าง Meeting
ทำให้ Schedule ชนกันและประเมินเวลาสิ้นสุดผิด
3. เพิ่ม Dinner Meeting ในวันจริง
อาจกลายเป็น OT และกระทบการเดินทางกลับหรือคิววันถัดไป
4. ไม่ส่งชื่อ Product หรือบริษัทที่จะพบ
ล่ามมีเวลาเตรียมบริบทและศัพท์น้อยลง
5. คิดว่าล่ามเป็น Driver หรือ Tour Guide โดยอัตโนมัติ
หน้าที่แต่ละบริการควรถูกกำหนดแยกก่อนวันเดินทาง
6. เปลี่ยน Location โดยไม่ดูเวลาเดินทาง
การเพิ่มนัดหนึ่งจุดอาจทำให้ Meeting ที่เหลือทั้งวันเลื่อน
7. ไม่แยกวันเดินทางออกจากวันทำงานในทริปหลายวัน
ทำให้ Scope และค่าใช้จ่ายไม่สะท้อนเวลาที่ล่ามต้องกันคิวจริง

⭐ Co Journey Visa ช่วยประเมินงานล่ามเดินทางอย่างไร

  • ดู Itinerary ทั้งวันหรือทั้งทริป — ไม่ประเมินจากเวลาประชุมเพียงอย่างเดียว
  • แยก Travel และ Waiting Time — ช่วยเห็น Timeline ที่ล่ามถูกกันคิวจริง
  • ตรวจประเภท Meeting — Client, Supplier, Factory, Negotiation หรือ Training
  • เตรียมศัพท์จาก Material — Company Profile, Product, Model และ Glossary
  • ตรวจ Logistics — รถ ที่พัก จุดนัดหมาย และหลาย Location ตาม Scope
  • กำหนดขอบเขตงานชัดเจน — แยกหน้าที่ล่ามออกจาก Driver, Tour Guide และผู้ตัดสินใจทางธุรกิจ

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับบริการล่ามเดินทาง

ล่ามเดินทางสามารถติดตามลูกค้าตลอดวันได้หรือไม่
สามารถส่ง Itinerary มาให้ประเมินได้ แต่คำว่าตลอดวันต้องกำหนดเวลาเริ่ม เวลาสิ้นสุด ช่วงเดินทาง เวลารอ และกิจกรรมที่ต้องใช้ล่ามให้ชัดใน Scope ไม่ควรตีความว่าเป็นบริการไม่จำกัดชั่วโมง
ล่ามเดินทางสามารถพาไปประชุม โรงงาน และพบ Supplier ในวันเดียวกันได้หรือไม่
สามารถส่ง Schedule หลายสถานที่มาให้ประเมินได้ โดยควรแจ้งที่อยู่ เวลาแต่ละนัด วิธีเดินทาง และเวลาระหว่างจุด เพราะ Travel Time มีผลต่อคิวและเวลาสิ้นสุดงานจริง
ค่ารถ ตั๋วเดินทาง และที่พักของล่ามรวมในค่าบริการหรือไม่
ไม่ควรสมมติว่ารวมอยู่ในค่าบริการทุกกรณี งานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศอาจมีค่ารถ ค่าทางด่วน ตั๋วเดินทาง ที่พัก หรือค่าใช้จ่ายอื่นตาม Itinerary ควรตรวจรายการใน Quotation ก่อนยืนยันงาน
ล่ามเดินทางทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวด้วยหรือไม่
ไม่ควรถือว่าเป็นหน้าที่เดียวกันโดยอัตโนมัติ บริการล่ามเดินทางเน้นการสื่อสารและประสานงานตาม Business Itinerary หากต้องการบริการนำเที่ยวหรือหน้าที่อื่นควรแจ้งแยกเพื่อประเมิน Scope และคุณสมบัติที่เหมาะสม
ถ้าลูกค้าต่างชาติเปลี่ยน Schedule ระหว่างวันควรทำอย่างไร
ควรแจ้งผู้ประสานงานและตรวจผลต่อเวลาทำงาน การเดินทาง และคิวของล่ามก่อนยืนยัน Schedule ใหม่ เพราะการเพิ่มสถานที่หรือเลื่อนเวลาสามารถทำให้เกิด OT หรือกระทบกิจกรรมถัดไป
ควรส่งเอกสารอะไรให้ล่ามก่อน Business Trip
ควรส่ง Itinerary, รายชื่อบริษัทและผู้ติดต่อ, Agenda, Company Profile, Product หรือ Model Name, Presentation และ Glossary เมื่อสามารถเปิดเผยได้ เพื่อให้ล่ามรู้บริบทของแต่ละนัดล่วงหน้า
ค่าบริการล่ามเดินทางคิดจากอะไร
ราคาขึ้นอยู่กับคู่ภาษา จำนวนวัน ระยะเวลาทำงาน Itinerary จำนวนสถานที่ ระดับศัพท์ การเดินทาง เวลารอ ที่พัก OT และ Requirement ของงาน ควรส่ง Schedule ทั้งทริปเพื่อประเมิน Scope ก่อนยืนยันราคา

📌 สรุปก่อนจองล่ามเดินทางสำหรับ Business Trip

  • ส่ง Itinerary ทั้งวันหรือทั้งทริป ไม่ใช่เฉพาะเวลาประชุม
  • ระบุสถานที่ทุกจุดและ Travel Time ระหว่าง Location
  • แจ้ง Lunch หรือ Dinner ที่ยังต้องใช้ล่าม
  • ส่ง Company Profile, Agenda และ Product Reference เมื่อมี
  • แจ้ง Contact Person ของทุกสถานที่
  • งานค้างคืนต้องกำหนดที่พักและ Transport
  • งานหลายวันควรแยกวันเดินทางกับวันทำงาน
  • Schedule เปลี่ยนต้องตรวจผลต่อ OT และกิจกรรมถัดไป
  • อย่าถือว่าล่ามเป็น Driver หรือ Tour Guide โดยอัตโนมัติ
  • ตรวจ Quotation เรื่อง Travel, Waiting Time และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนยืนยัน
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

มีลูกค้าหรือผู้บริหารต่างชาติเดินทางมาพบหลายบริษัท?

ส่งคู่ภาษา วันเดินทาง Itinerary สถานที่ Agenda และรายละเอียดการเดินทางให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Scope ล่าม Travel Time, Waiting Time และกิจกรรมที่ต้องใช้ล่ามตลอด Business Trip

📱 ส่ง Itinerary และเช็กคิวล่ามเดินทาง

โทร 080-841-2543 • 061-031-2188
Email: cojourneyvisa@gmail.com