ไปเที่ยวจีนเกิน 30 วัน ต้องขอวีซ่าประเภทไหน? ขั้นตอนและเอกสารสำหรับสายเที่ยวระยะยาว
หลายคนวางแผนเที่ยวจีนแบบยาว ๆ เพราะอยากนั่งรถไฟข้ามเมือง ไปหลายมณฑล หรืออยู่ถ่ายคอนเทนต์แบบค่อย ๆ เดินทาง ไม่ใช่ทริป 5–7 วันแบบทั่วไป ปัญหาคือพาสปอร์ตไทยเข้าเมืองจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าในกรอบไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง แต่ถ้าทริปยาวกว่านั้น จะเริ่มต้องวางแผนเรื่องวีซ่าให้ถูกตั้งแต่ก่อนซื้อตั๋ว
คำตอบหลักคือ ถ้าวัตถุประสงค์เป็น “ท่องเที่ยว” และต้องการอยู่จีนเกิน 30 วัน ควรพิจารณา วีซ่าจีน ประเภท L หรือวีซ่าท่องเที่ยวจีน แต่ต้องเข้าใจว่า การได้ระยะพำนักกี่วัน จำนวนครั้งเข้าออกกี่ครั้ง และจะได้รับตามที่ขอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถานทูตหรือหน่วยงานจีน
เคสที่พบบ่อยคือผู้เดินทางคิดว่า “อยู่เกิน 30 วันนิดเดียวค่อยไปต่อวีซ่าที่จีน” ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยง เพราะการขยายเวลาพำนักขึ้นอยู่กับด่านตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นในจีน และไม่ควรวางเป็นแผนหลัก หากตั้งใจเที่ยวเกิน 30 วันตั้งแต่แรก ควรเตรียมวีซ่าให้ตรงกับแผนจริงก่อนเดินทางครับ
💬 มีแผนเที่ยวจีน 45–60 วัน แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารพอไหม? ส่งแผนเมือง วันที่เดินทาง และสถานะงาน/การเงินให้ทีมช่วยดูว่าเคสควรเสริมตรงไหนก่อนยื่นจริงได้ครับ
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- เที่ยวจีนเกิน 30 วัน ต้องขอวีซ่าประเภทไหน?
- เคสไหนไม่ควรใช้วีซ่า L
- ทำไมทริปจีนเกิน 30 วันต้องอธิบายให้ชัด
- เอกสารวีซ่าท่องเที่ยวจีน L ที่ควรเตรียม
- ขั้นตอนยื่นวีซ่าจีนสำหรับสายเที่ยวระยะยาว
- ตารางวางแผนทริปจีน 31–90 วัน
- ข้อผิดพลาดที่ทำให้เคสดูอ่อน
- ตัวอย่างเคสเที่ยวจีนระยะยาว
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรเช็ก
- FAQ
1) เที่ยวจีนเกิน 30 วัน ต้องขอวีซ่าประเภทไหน?
ถ้าทริปของคุณเป็นการท่องเที่ยวจริง เช่น เที่ยวหลายเมือง พักผ่อน ถ่ายภาพ เดินทางกับครอบครัว หรือสำรวจวัฒนธรรมจีน วีซ่าที่ตรงวัตถุประสงค์ที่สุดคือ วีซ่า L หรือวีซ่าท่องเที่ยวจีน
ตามข้อมูลจากสถานทูตจีน วีซ่า L ออกให้แก่บุคคลที่เดินทางเข้าประเทศจีนเพื่อท่องเที่ยว โดยเอกสารหลักมักเกี่ยวกับแผนท่องเที่ยว เช่น ใบจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ใบจองโรงแรม หรือหนังสือเชิญจากหน่วยงาน/บุคคลในจีนตามกรณี
ถ้าต้องอยู่จีนเกิน 30 วันเพราะไปเที่ยวจริง เอกสารควรตอบคำถามให้ได้ว่า “ทำไมต้องอยู่นานขนาดนี้” ไม่ใช่แค่แนบโรงแรมยาว ๆ หรือเขียนว่าเที่ยวหลายเมืองแบบกว้าง ๆ เพราะทริประยะยาวต้องมีเหตุผลและโครงสร้างแผนที่น่าเชื่อถือกว่าทริปสั้น
2) เคสไหนไม่ควรใช้วีซ่า L แม้จะอยู่จีนเกิน 30 วัน?
จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ “อยู่นาน” ไม่ได้แปลว่าต้องใช้วีซ่าท่องเที่ยวเสมอไป ต้องดูวัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง ถ้าวัตถุประสงค์จริงไม่ใช่ท่องเที่ยว ควรเลือกวีซ่าประเภทอื่นตั้งแต่แรก
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| วัตถุประสงค์จริง | วีซ่าที่ควรพิจารณา | ทำไมไม่ควรใช้วีซ่า L |
|---|---|---|
| เที่ยวหลายเมือง พักผ่อน ถ่ายรูป เดินทางส่วนตัว | L วีซ่าท่องเที่ยว | เป็นประเภทที่ตรงกับการท่องเที่ยวมากที่สุด |
| ไปประชุม ติดต่อคู่ค้า เยี่ยมโรงงาน หรือเจรจาธุรกิจ | M วีซ่าธุรกิจ | วัตถุประสงค์เป็นธุรกิจ ไม่ใช่ท่องเที่ยว |
| ไปแลกเปลี่ยน ศึกษาดูงาน เยี่ยมชมหน่วยงานแบบไม่ใช่การค้า | F วีซ่าแลกเปลี่ยน/เยี่ยมเยือน | ต้องมีหนังสือเชิญและกิจกรรมที่ชัดเจน |
| ไปเรียนคอร์สภาษาหรือหลักสูตรระยะสั้น/ยาว | X1 / X2 วีซ่านักเรียน | การเรียนเป็นวัตถุประสงค์หลัก ไม่ใช่ท่องเที่ยว |
| ไปเยี่ยมญาติชาวจีนหรือครอบครัวที่มีถิ่นพำนักในจีน | Q1 / Q2 ตามระยะเวลาและความสัมพันธ์ | ต้องใช้เอกสารความสัมพันธ์และหนังสือเชิญ |
| ไปทำงาน รับจ้าง ไลฟ์ขายของ ทำโปรเจกต์ หรือทำกิจกรรมเชิงรายได้ | Z หรือประเภทที่เกี่ยวข้อง | ไม่ควรใช้วีซ่าท่องเที่ยวผิดวัตถุประสงค์ |
3) ทำไมทริปจีนเกิน 30 วันต้องอธิบายให้ชัดกว่าทริปทั่วไป?
ทริปจีน 7–14 วันมักอธิบายง่าย เพราะมีเมืองหลัก โรงแรมไม่กี่แห่ง และค่าใช้จ่ายไม่ซับซ้อน แต่ทริป 45–60 วันจะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจภาพใหญ่ ได้แก่ คุณจะไปเมืองไหน อยู่กี่วัน ใช้เงินเท่าไร กลับไทยเมื่อไร และอะไรคือเหตุผลที่ต้องเดินทางนาน
จากประสบการณ์ดูเคส เอกสารที่ “ครบ” แต่ยังไม่แข็ง มักเกิดจากแผนเที่ยวไม่มีน้ำหนัก เช่น จะไปปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ซีอาน เฉิงตู ยูนนาน และกวางโจวในทริปเดียว แต่ไม่มีลำดับเมือง ไม่มีที่พักรองรับหลายช่วง หรือบัญชีไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายของทริปยาว
ทำไมต้องอยู่ 45–60 วัน เมืองไหนเป็นเหตุผลหลัก และแผนไม่ได้ดูเหมือนพำนักยาวแบบไม่มีโครงสร้าง
ทริปยาวมีค่าโรงแรม อาหาร เดินทางข้ามเมือง และกิจกรรมมากกว่าทริปสั้น จึงควรเห็นงบประมาณที่สมเหตุสมผล
งาน ธุรกิจ ครอบครัว หรือภาระผูกพันในไทยควรช่วยอธิบายว่าทริปนี้มีวันกลับจริง
วันที่ในตั๋ว ที่พัก แผนเที่ยว และจดหมายอธิบายควรไปทางเดียวกัน ไม่ใช่คนละชุดข้อมูล
4) เอกสารวีซ่าท่องเที่ยวจีน L สำหรับเที่ยวเกิน 30 วันที่ควรเตรียม
เอกสารหลักตามแนวทางสถานทูตจีนประกอบด้วยแบบฟอร์มออนไลน์ รูปถ่าย หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอ สำเนาหน้าพาสปอร์ต และเอกสารประกอบวัตถุประสงค์การเดินทาง เช่น แผนท่องเที่ยว ใบจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ใบจองโรงแรม หรือหนังสือเชิญตามกรณี
สำหรับสายเที่ยวระยะยาว เอกสารเสริมสำคัญมาก เพราะช่วยให้ทริปดูเป็นท่องเที่ยวจริง ไม่ใช่แผนพักยาวที่ไม่มีเหตุผลรองรับ
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| เอกสาร | ใช้พิสูจน์อะไร | คำแนะนำสำหรับทริปเกิน 30 วัน |
|---|---|---|
| แบบฟอร์มคำร้องออนไลน์และรูปถ่าย | ข้อมูลตัวตนและข้อมูลการเดินทาง | ข้อมูลวันที่ เมือง และที่พักควรตรงกับแผนเที่ยว |
| หนังสือเดินทางตัวจริงและสำเนา | ยืนยันตัวตนและประวัติเดินทาง | ควรมีอายุมากกว่า 6 เดือนนับจากวันที่ยื่น และมีหน้าว่างเพียงพอ |
| ตั๋วเครื่องบิน เข้า-ออกจีน | แสดงวันเข้าและวันออกจากจีน | วันที่กลับควรสัมพันธ์กับจำนวนวันที่ขอ ไม่ควรคลุมเครือ |
| ใบจองโรงแรม/ที่พัก | ยืนยันเมืองและช่วงเวลาพำนัก | ทริปยาวควรแบ่งที่พักตามเมือง ไม่ใช่จองที่เดียวแบบไม่สอดคล้องกับ route |
| แผนเที่ยวรายเมือง | อธิบายเหตุผลของการอยู่นาน | ควรมีลำดับเมือง วันเดินทาง และกิจกรรมหลักแบบสมเหตุสมผล |
| เอกสารการเงิน | แสดงความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่าย | ควรสัมพันธ์กับค่าที่พัก การเดินทาง และจำนวนวัน ไม่ใช่แนบแบบไม่อธิบาย |
| เอกสารงาน/ธุรกิจ/ภาระผูกพันในไทย | ช่วยอธิบายเหตุผลกลับไทย | เหมาะกับเคสที่ขออยู่ยาว เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเห็นภาพหลังจบทริป |
| หนังสือเชิญ ถ้ามีผู้เชิญในจีน | ใช้กรณีมีบุคคลหรือหน่วยงานในจีนเชิญ | ควรมีข้อมูลผู้เชิญ ความสัมพันธ์ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และรายละเอียดการเดินทาง |
ถ้ายังไม่ต้องการออกตั๋วเต็มก่อนยื่น สามารถปรึกษาเรื่อง ตั๋วเครื่องบินจำลอง และเอกสารประกอบแผนเดินทางได้ แต่ข้อมูลต้องสะท้อนแผนจริง ไม่ควรทำเอกสารให้ขัดกับวัตถุประสงค์การเดินทาง
5) ขั้นตอนยื่นวีซ่าจีนสำหรับคนอยากเที่ยวเกิน 30 วัน
ขั้นตอนโดยทั่วไปเริ่มจากกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ผ่านระบบของศูนย์บริการยื่นขอวีซ่าจีน อัปโหลดเอกสาร พิมพ์แบบฟอร์ม ลงนาม และนำเอกสารไปยื่นที่ศูนย์บริการยื่นขอวีซ่าประเทศจีนตามพื้นที่รับผิดชอบ
ระบุเมือง วันที่เข้าออกจีน จำนวนวัน และเหตุผลที่ต้องเที่ยวเกิน 30 วัน
ถ้าเป็นท่องเที่ยวจริงให้ดูวีซ่า L แต่ถ้ามีธุรกิจ เรียน หรือเยี่ยมญาติ ต้องพิจารณาประเภทอื่น
พาสปอร์ต แบบฟอร์ม รูปถ่าย ตั๋ว ที่พัก แผนเที่ยว เอกสารการเงิน และเอกสารสถานะในไทย
วันที่ในแบบฟอร์มควรตรงกับตั๋ว ที่พัก และแผนเที่ยวทุกจุด
บางกรณีต้องพิมพ์ลายนิ้วมือหรือยื่นด้วยตนเองตามประกาศล่าสุด ควรตรวจข้อมูลก่อนวันยื่น
ตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต จำนวนครั้งเข้าออก วันหมดอายุวีซ่า และ duration of stay ก่อนเดินทาง
6) ตารางวางแผนทริปจีน 31–90 วัน ให้เอกสารดูมีเหตุผล
ทริปยาวไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเสมอไป ถ้าแผนมีเหตุผลชัด แต่ถ้าแผนดูหลวมเกินไป เช่น อยู่เมืองเดียว 60 วันโดยไม่มีเหตุผล หรือเปลี่ยนเมืองถี่จนค่าใช้จ่ายไม่สมจริง เคสอาจดูอ่อนลงได้
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ระยะทริป | รูปแบบแผนที่ดูสมเหตุสมผล | เอกสารที่ควรเสริม | จุดเสี่ยงที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|---|
| 31–40 วัน | เที่ยว 3–5 เมืองหลัก มีวันพักระหว่างเมือง | ตั๋วไป-กลับ โรงแรมรายเมือง แผนรถไฟ/เครื่องบินภายในจีน | ขอเกิน 30 วันแต่ไม่มีเหตุผลว่าทำไมไม่ใช้สิทธิฟรีวีซ่า |
| 41–60 วัน | เที่ยวหลายภูมิภาค เช่น ปักกิ่ง-ซีอาน-เฉิงตู-ยูนนาน-เซี่ยงไฮ้ | แผนละเอียดขึ้น งบประมาณ ที่พัก และเหตุผลลำดับเมือง | แผนเมืองเยอะเกินไปแต่ไม่มีหลักฐานการเดินทางรองรับ |
| 61–90 วัน | ทริปพิเศษ เช่น เดินทางเชิงวัฒนธรรม ถ่ายภาพระยะยาว หรือมีเหตุผลเฉพาะ | จดหมายอธิบายแผน ทรัพย์สิน/งานในไทย เอกสารการเงินแข็งขึ้น | ดูคล้ายพำนักยาวโดยไม่มีเหตุผลกลับไทยหรือกิจกรรมชัดเจน |
| เกิน 90 วัน | ควรประเมินวัตถุประสงค์ใหม่ว่าเป็นท่องเที่ยวจริงหรือไม่ | อาจต้องดูวีซ่าประเภทอื่นตามวัตถุประสงค์จริง | ใช้วีซ่าท่องเที่ยวแทนการพำนักระยะยาวผิดประเภท |
7) ข้อผิดพลาดที่ทำให้เคสเที่ยวจีนระยะยาวดูอ่อน
เคสท่องเที่ยวระยะยาวมักไม่ได้พลาดเพราะเอกสารขาดอย่างเดียว แต่พลาดเพราะเอกสาร “ไม่เล่าเรื่องเดียวกัน” เช่น ขออยู่ 60 วัน แต่บัญชีมีเงินไม่สัมพันธ์กับทริป โรงแรมจองแค่ 5 คืน หรือจดหมายอธิบายเขียนสั้นเกินไปจนไม่ตอบเหตุผลหลัก
- ขอวีซ่า L แต่ในแผนมีนัดประชุมธุรกิจหรือกิจกรรมรับงาน
- แนบที่พักไม่ครบช่วง แต่ไม่อธิบายว่าจะพักที่ไหนในวันที่เหลือ
- ตั๋วกลับเกิน 30 วัน แต่แผนเที่ยวเขียนเหมือนทริปสั้น
- ไม่มีเอกสารงานหรือภาระผูกพันในไทย ทำให้เหตุผลกลับไทยไม่ชัด
- บัญชีมีเงินเข้าออกผิดปกติ แต่ไม่มีคำอธิบายหรือเอกสารประกอบ
- ใช้ข้อมูลจากรีวิวเก่าโดยไม่ตรวจประกาศล่าสุดของสถานทูตหรือศูนย์วีซ่า
ถ้าทริปยาวและต้องแนบเอกสารหลายส่วน การทำ Cover Letter หรือจดหมายอธิบายแผนเดินทางอาจช่วยจัดเรื่องให้เป็นระบบ โดยเฉพาะเคสที่มีหลายเมือง หลายช่วงที่พัก หรือมีประวัติเดินทางจีนมาก่อน
8) ตัวอย่างเคสเที่ยวจีนเกิน 30 วัน
เคสที่ 1: ฟรีแลนซ์อยากเที่ยวจีน 45 วัน ถ่ายรูปหลายเมือง
จุดเสี่ยงของเคสฟรีแลนซ์คือเจ้าหน้าที่อาจอยากเห็นความชัดเจนของรายได้และภาระผูกพันในไทย แผนที่ควรเสริมคือ route รายเมือง ตารางที่พัก งบประมาณ และเอกสารแสดงรายได้หรือธุรกิจที่ทำในไทย เพื่อให้เห็นว่าทริปนี้เป็นท่องเที่ยวระยะยาว ไม่ใช่การย้ายไปทำงานในจีน
เคสที่ 2: คนทำงานประจำลางาน 60 วันเพื่อเที่ยวจีน
เคสนี้ควรมีหนังสือรับรองการทำงานหรือเอกสารลางานที่ระบุช่วงวันชัดเจน ถ้าแผนเที่ยวตรงกับวันที่ลา และมีวันกลับก่อนเริ่มงานใหม่ เอกสารจะเล่าเรื่องได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อรวมกับตั๋วกลับและที่พักตามเมือง
เคสที่ 3: ผู้เกษียณอยากอยู่จีน 70 วันแบบ slow travel
เคสผู้เกษียณอาจอธิบายเหตุผลการเดินทางระยะยาวได้ดี แต่ควรมีเอกสารการเงิน แผนที่พัก และรายละเอียดการเดินทางที่ไม่คลุมเครือ หากมีญาติหรือเพื่อนในจีน ควรแยกให้ชัดว่าเป็นท่องเที่ยวเองหรือมีผู้เชิญ เพราะเอกสารอาจต่างกัน
⚡ ทริปจีนยิ่งยาว ยิ่งควรเช็กความสอดคล้องก่อนยื่น
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูว่าแผนเที่ยว ที่พัก ตั๋ว และเอกสารการเงินเล่าเรื่องเดียวกันหรือยัง
9) ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการควรดูอย่างไร?
ค่าธรรมเนียมวีซ่าจีนและระยะเวลาดำเนินการอาจเปลี่ยนตามประกาศของสถานทูตจีนและศูนย์บริการยื่นขอวีซ่าจีน ในประกาศปี 2026 สถานทูตจีนในไทยระบุการลดค่าธรรมเนียมวีซ่าต่อเนื่องถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026 โดยค่าธรรมเนียมสำหรับสัญชาติไทยแบบ single entry ระบุเริ่มต้นที่ 750 บาทสำหรับ regular service และยังไม่รวม service fee ของศูนย์วีซ่า
สำหรับระยะเวลาดำเนินการ เว็บไซต์สถานทูตจีนในไทยระบุกรณีทั่วไป เช่น แบบธรรมดา 4 วันทำการ และแบบเร่งด่วน 3 วันทำการนับจากวันยื่นที่ศูนย์วีซ่าจีน แต่บางเคสอาจใช้เวลานานกว่าได้ จึงควรยื่นเผื่อเวลา โดยเฉพาะทริปที่มีตั๋วหลายช่วงหรือจองโรงแรมระยะยาว
10) แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นวีซ่าจีน
ข้อมูลเรื่องวีซ่าจีนเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียม การยื่นเอกสาร วิธีกรอกแบบฟอร์ม การยกเว้นลายนิ้วมือ และสิทธิยกเว้นวีซ่า จึงควรตรวจจากแหล่งทางการทุกครั้งก่อนยื่นจริง
- สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย: Visa Application
- ข้อควรรู้ในการสมัครวีซ่าจีน: Chinese Visa Application Guide
- ข้อมูลยกเว้นวีซ่าจีน: Exemptions of Visa for China
- ศูนย์บริการยื่นขอวีซ่าประเทศจีน: Chinese Visa Application Service Center
หากต้องการ ปรึกษาวีซ่า ก่อนยื่นจริง ทีม Co Journey Visa สามารถช่วยดูประเภทวีซ่า เอกสาร และความสอดคล้องของแผนเดินทางแบบรายเคสได้ครับ
⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูเคสเที่ยวจีนเกิน 30 วัน?
- ช่วยประเมินว่าควรใช้วีซ่า L หรือประเภทอื่น — แยกให้ชัดระหว่างท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ ธุรกิจ เรียน หรือเหตุผลส่วนตัว
- ช่วยตรวจแผนเที่ยวระยะยาว — ดูว่าเมือง วันที่ ที่พัก และงบประมาณสมเหตุสมผลหรือไม่
- ช่วยจัดเอกสารให้สอดคล้องกัน — ตั๋ว ที่พัก เอกสารการเงิน งาน และเหตุผลกลับไทยควรเล่าเรื่องเดียวกัน
- ช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารดูครบแต่ภาพรวมยังไม่แข็ง — โดยเฉพาะเคสเที่ยว 45–90 วัน
- คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูตามประวัติจริงของผู้เดินทาง โดยไม่การันตีผลการพิจารณา
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
คนไทยไปเที่ยวจีนเกิน 30 วันต้องขอวีซ่าไหม?
เที่ยวจีนเกิน 30 วันควรขอวีซ่า L หรือวีซ่าประเภทอื่น?
วีซ่าท่องเที่ยวจีน L อยู่ได้นานกี่วัน?
ขอวีซ่าจีนท่องเที่ยวต้องมีตั๋วเครื่องบินและโรงแรมไหม?
เที่ยวจีน 45 วันหรือ 60 วัน ต้องทำแผนเที่ยวยังไงให้ดูน่าเชื่อถือ?
ถ้าเคยเข้าออกจีนด้วยสิทธิฟรีวีซ่าแล้ว จะขอวีซ่า L ระยะยาวได้ไหม?
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับการเที่ยวจีนเกิน 30 วัน
- คนไทยเที่ยวจีนไม่เกิน 30 วันโดยทั่วไปใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ แต่ถ้าเกิน 30 วันควรวางแผนขอวีซ่าก่อนเดินทาง
- ถ้าวัตถุประสงค์คือท่องเที่ยว ควรพิจารณาวีซ่า L หรือวีซ่าท่องเที่ยวจีน
- ถ้าวัตถุประสงค์จริงเป็นธุรกิจ เรียน เยี่ยมญาติ หรือทำงาน ต้องเลือกวีซ่าประเภทอื่นให้ตรง
- ทริป 45–90 วันต้องมีแผนเที่ยว ที่พัก งบประมาณ และเหตุผลกลับไทยที่ชัดเจน
- เอกสารไม่ควรแค่ครบ แต่ควรทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจภาพเดียวกันทั้งแผนเดินทางและเหตุผลการพำนัก
- กฎ ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตจีนและศูนย์วีซ่าจีนก่อนยื่นจริง
วางแผนเที่ยวจีนเกิน 30 วัน อย่าเริ่มจากการจองยาวอย่างเดียว
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูตั้งแต่ประเภทวีซ่า แผนเมือง ที่พัก ตั๋ว เอกสารการเงิน และเหตุผลการเดินทาง เพื่อให้เคสเป็นระบบมากขึ้นก่อนยื่นจริง
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com