เปรียบเทียบวีซ่าคู่รักออสเตรเลีย: วีซ่า 309 (Offshore) กับ วีซ่า 820 (Onshore) ยื่นแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด?
หนึ่งในคำถามที่คู่รักไทย–ออสเตรเลียถามบ่อยที่สุดคือ “ควรยื่นวีซ่า 309 หรือ 820 ดี?” เพราะทั้งสองเป็น Partner Visa เหมือนกัน ใช้กับคู่สมรสหรือ de facto partner ของ Australian citizen, Australian permanent resident หรือ eligible New Zealand citizen เหมือนกัน และปลายทางคือ PR เหมือนกัน แต่จุดเริ่มต้นของเคสต่างกันมาก
ความต่างหลักคือ 309 เป็น Offshore Partner Visa สำหรับผู้สมัครที่อยู่นอกออสเตรเลียเมื่อยื่น ส่วน 820 เป็น Onshore Partner Visa สำหรับผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียเมื่อยื่น การเลือกผิดเส้นทางอาจทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย หรือเกิดปัญหาเรื่องสถานะวีซ่าระหว่างรอได้
ถ้าคุณกำลังวางแผน วีซ่าออสเตรเลีย เพื่อย้ายไปอยู่กับแฟน คู่สมรส หรือคู่ชีวิต บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพว่า 309 กับ 820 ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคนอยู่ไทย แบบไหนเหมาะกับคนอยู่ในออสเตรเลีย และควรเตรียมเอกสารความสัมพันธ์อย่างไรให้พร้อมตั้งแต่ต้น
💬 ไม่แน่ใจว่าเคสคุณควรยื่น 309 หรือ 820? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจสถานที่อยู่ของผู้สมัคร เงื่อนไขวีซ่าปัจจุบัน เอกสารความสัมพันธ์ sponsor documents และแผน Stage 2 ก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้เลือก pathway ผิดตั้งแต่ต้น
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- Partner Visa ออสเตรเลียคืออะไร
- 309 กับ 820 ต่างกันตรงไหน
- ใครเหมาะกับวีซ่า 309 Offshore
- ใครเหมาะกับวีซ่า 820 Onshore
- ตารางเปรียบเทียบ 309/100 กับ 820/801
- Bridging Visa และการรอผลต่างกันอย่างไร
- เอกสารความสัมพันธ์ต้องเตรียมเหมือนกันไหม
- Decision Flow: ควรเลือกเส้นทางไหน
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
🇦🇺 Partner Visa ออสเตรเลียคืออะไร
Partner Visa คือวีซ่าสำหรับคู่สมรสหรือ de facto partner ของ Australian citizen, Australian permanent resident หรือ eligible New Zealand citizen เพื่อให้คู่รักสามารถอยู่ด้วยกันในออสเตรเลียได้ทั้งแบบชั่วคราวและถาวร
Home Affairs แบ่ง Partner Visa เป็นหลายเส้นทาง เช่น 309/100 สำหรับยื่นนอกออสเตรเลีย และ 820/801 สำหรับยื่นในออสเตรเลีย โดยทั้งสองเส้นทางมี temporary stage และ permanent stage เหมือนกัน แต่ต่างกันที่สถานที่ยื่น สถานะระหว่างรอ และแผนการเดินทางของผู้สมัคร
🔍 309 กับ 820 ต่างกันตรงไหน
ความต่างหลักอยู่ที่คำว่า Offshore และ Onshore โดย subclass 309 เป็น Partner visa แบบ apply overseas ผู้สมัครต้องอยู่นอกออสเตรเลียเมื่อยื่น ส่วน subclass 820 เป็น Partner visa แบบ apply in Australia ผู้สมัครต้องอยู่ในออสเตรเลียเมื่อยื่น
อีกจุดที่ต่างมากคือสถานะระหว่างรอผล หากยื่น 820 ในออสเตรเลีย ผู้สมัครหลายเคสจะได้รับ Bridging Visa เพื่ออยู่รอหลังวีซ่าปัจจุบันหมด แต่ถ้ายื่น 309 จากนอกออสเตรเลีย จะไม่ได้ Bridging Visa เพื่ออยู่ในออสเตรเลียระหว่างรอแบบเดียวกัน ต้องวางแผนสถานะการพำนักนอกออสเตรเลียหรือการเดินทางเข้าออสเตรเลียด้วยวีซ่าประเภทอื่นอย่างระมัดระวัง
🌏 ใครเหมาะกับวีซ่า 309 Offshore
วีซ่า 309 เหมาะกับผู้สมัครที่อยู่นอกออสเตรเลีย เช่น อยู่ไทย และต้องการยื่น Partner Visa เพื่อย้ายไปอยู่กับคู่รักในออสเตรเลียในอนาคต เส้นทางนี้มักเหมาะกับคู่ที่ยังใช้ชีวิตแยกประเทศ หรือผู้สมัครยังไม่สามารถอยู่ในออสเตรเลียระหว่างรอได้
เมื่อ subclass 309 ได้รับอนุมัติ ผู้สมัครจะสามารถย้ายไปอยู่ในออสเตรเลียชั่วคราว และ subclass 309 เป็นขั้นแรกไปสู่ subclass 100 ซึ่งเป็น permanent Partner visa หรือ PR ภายหลัง
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| สถานการณ์ | 309 เหมาะไหม | สิ่งที่ต้องเตรียม |
|---|---|---|
| ผู้สมัครอยู่ไทยและยังไม่ได้อยู่ในออสเตรเลีย | เหมาะเป็นหลัก | เอกสารความสัมพันธ์ sponsor documents เอกสารไทยที่ต้องแปล และแผนรอผลนอกออสเตรเลีย |
| คู่รักอยู่คนละประเทศและยังไม่พร้อมให้ผู้สมัครไปอยู่ในออสเตรเลียระหว่างรอ | มักเหมาะ | หลักฐานการเดินทางไปมาหาสู่ แชท รูปถ่าย statement และแผนอยู่ร่วมกันในอนาคต |
| ผู้สมัครมีวีซ่าออสเตรเลียท่องเที่ยว แต่ไม่อยากเสี่ยงเรื่อง onshore condition | ควรพิจารณา | เลือกเส้นทาง offshore ที่สอดคล้องกับสถานที่อยู่จริง |
| ต้องการ Bridging Visa เพื่ออยู่รอในออสเตรเลีย | ไม่ตอบโจทย์ | ควรตรวจ 820 หากอยู่ในออสเตรเลียและเข้าเงื่อนไขจริง |
🏠 ใครเหมาะกับวีซ่า 820 Onshore
วีซ่า 820 เหมาะกับผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียแล้ว และมีคู่สมรสหรือ de facto partner ที่เข้าเกณฑ์ sponsor โดยผู้สมัครต้องมีสถานะที่เหมาะสมและไม่มีเงื่อนไขวีซ่าปัจจุบันที่ทำให้ยื่นต่อในออสเตรเลียไม่ได้
เมื่อยื่น 820/801 ในออสเตรเลีย ผู้สมัครหลายเคสจะได้รับ Bridging Visa ที่เริ่มมีผลเมื่อวีซ่าปัจจุบันหมด ทำให้สามารถอยู่รอในออสเตรเลียระหว่างพิจารณาได้ แต่เงื่อนไขการทำงาน การเรียน และการเดินทางต้องตรวจจาก VEVO และเอกสาร grant notice ของแต่ละคน
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| สถานการณ์ | 820 เหมาะไหม | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| ผู้สมัครอยู่ในออสเตรเลียและวีซ่าปัจจุบันยังถูกต้อง | อาจเหมาะ | condition บนวีซ่าปัจจุบัน, ระยะเวลาวีซ่าที่เหลือ, เอกสารความสัมพันธ์ |
| อยู่กับคู่รักในออสเตรเลียและมีหลักฐานร่วมกันชัด | อาจเหมาะมาก | สัญญาเช่า บิลบ้าน บัญชีร่วม รูปกับครอบครัว และ statement |
| ถือวีซ่าท่องเที่ยวและมี No Further Stay | ต้องระวังมาก | ควรขอคำแนะนำเฉพาะเคส ไม่ควรยื่นโดยไม่ตรวจข้อจำกัด |
| อยู่นอกออสเตรเลีย | ไม่เหมาะ | ควรดู 309/100 แทน |
📊 ตารางเปรียบเทียบ 309/100 กับ 820/801
ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของสองเส้นทาง แต่การเลือกจริงควรประเมินจากสถานะวีซ่าปัจจุบันและเอกสารความสัมพันธ์รายเคส ไม่ควรเลือกเพราะได้ยินว่าเส้นทางใด “เร็วกว่า” เพียงอย่างเดียว
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| หัวข้อ | 309/100 Offshore | 820/801 Onshore |
|---|---|---|
| สถานที่ยื่น | ผู้สมัครต้องอยู่นอกออสเตรเลียเมื่อยื่น 309 | ผู้สมัครต้องอยู่ในออสเตรเลียเมื่อยื่น 820 |
| Temporary stage | Subclass 309 Partner Provisional visa | Subclass 820 Partner Temporary visa |
| Permanent stage | Subclass 100 Partner Migrant visa | Subclass 801 Partner Permanent visa |
| สถานะระหว่างรอ | ไม่มี Bridging Visa สำหรับอยู่รอในออสเตรเลียจากการยื่น 309 | โดยทั่วไปอาจมี Bridging Visa หลังยื่นในออสเตรเลีย ขึ้นกับสถานะและเงื่อนไขของเคส |
| เหมาะกับ | ผู้สมัครที่อยู่ไทย/อยู่นอกออสเตรเลีย และวางแผนย้ายหลังวีซ่าออก | ผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียอยู่แล้วและเข้าเงื่อนไขยื่นต่อได้ |
| จุดแข็ง | เส้นทางตรงสำหรับคนอยู่นอกออสเตรเลีย ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนสถานะในประเทศ | สามารถอยู่รอในออสเตรเลียได้ในหลายเคสเมื่อ Bridging Visa มีผล |
| จุดที่ต้องระวัง | ต้องวางแผนชีวิตระหว่างรอผลนอกออสเตรเลีย และการเดินทางเยี่ยมระหว่างรอไม่ใช่สิทธิ์อัตโนมัติ | ต้องตรวจ condition ของวีซ่าปัจจุบันและผลของ Bridging Visa ก่อนยื่น/เดินทาง |
| Stage 2 | เมื่อถือ 309 และครบ 2 ปีจากวันที่ยื่นครั้งแรก จึงพิจารณา 100 | เมื่อถือ 820 และครบ 2 ปีจากวันที่ยื่นครั้งแรก จึงพิจารณา 801 |
🛂 Bridging Visa และการรอผลต่างกันอย่างไร
จุดที่ทำให้หลายคนสนใจ 820 คือ Bridging Visa เพราะเมื่อยื่น onshore แล้ว ในหลายเคสผู้สมัครจะได้รับ Bridging Visa เพื่อคงสถานะหลังวีซ่าปัจจุบันหมดระหว่างรอผล Partner Visa แต่ Bridging Visa มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น เงื่อนไขการทำงาน การเดินทาง และวันเริ่มมีผล
ในทางกลับกัน 309 เป็น offshore application จึงไม่ได้ให้ Bridging Visa เพื่ออยู่รอในออสเตรเลียจากการยื่น 309 หากผู้สมัครต้องการเดินทางเข้าออสเตรเลียระหว่างรอ 309 ต้องดูวีซ่าที่มีอยู่จริงและวัตถุประสงค์การเดินทางอย่างระมัดระวัง เพราะการสมัคร Partner Visa ไม่ได้ทำให้เข้าออสเตรเลียได้โดยอัตโนมัติ
📂 เอกสารความสัมพันธ์ต้องเตรียมเหมือนกันไหม
ไม่ว่าจะยื่น 309 หรือ 820 หัวใจของเคสยังเหมือนกัน คือพิสูจน์ว่าเป็นคู่สมรสหรือ de facto partner ที่มีความสัมพันธ์จริง ต่อเนื่อง และมี commitment ต่อชีวิตคู่ร่วมกัน เอกสารควรครอบคลุมหลายมิติ ไม่ใช่มีแค่รูปถ่ายหรือแชท
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| หมวดหลักฐาน | ใช้ได้กับ 309/100 | ใช้ได้กับ 820/801 |
|---|---|---|
| Financial aspects | การโอนเงิน สนับสนุนค่าใช้จ่าย แผนการเงินร่วม หากยังอยู่คนละประเทศ | บัญชีร่วม ค่าเช่าร่วม บิลร่วม ประกัน หรือค่าใช้จ่ายบ้านเดียวกัน |
| Nature of household | หลักฐานเคยอยู่ด้วยกันระหว่างเดินทาง หรือแผนจะอยู่ร่วมกันหลังย้าย | สัญญาเช่า ที่อยู่เดียวกัน จดหมายถึงบ้านเดียวกัน งานบ้านและชีวิตประจำวันร่วมกัน |
| Social aspects | ครอบครัวรับรู้ รูปงานแต่ง รูปกับเพื่อน/ญาติ การเดินทางไปมาหาสู่ | ครอบครัวและเพื่อนในออสเตรเลียรับรู้ งานสังคม รูปกิจกรรมร่วมกัน |
| Commitment | แผนย้ายไปอยู่ร่วมกัน แผนแต่งงาน/ครอบครัว การติดต่อระยะไกลต่อเนื่อง | แผนชีวิตในออสเตรเลีย การดูแลกัน การตัดสินใจระยะยาวร่วมกัน |
| Relationship timeline | สำคัญมาก เพราะคู่มักอยู่คนละประเทศ ต้องเล่าว่าเจอกันและรักษาความสัมพันธ์อย่างไร | สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะหากเพิ่งอยู่ด้วยกันหรือมีช่วงแยกกันอยู่ |
เอกสารไทย เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ หรือทะเบียนบ้าน ควร แปลเอกสาร ให้ชื่อ วันเกิด และคำศัพท์ราชการสอดคล้องกันก่อนอัปโหลดใน ImmiAccount
🧭 Decision Flow: ควรเลือก 309 หรือ 820
ใช้ flow นี้เป็นภาพรวมเบื้องต้น แต่หากเคสมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น วีซ่าปัจจุบันมี No Further Stay, เคยถูกปฏิเสธวีซ่า, ความสัมพันธ์ de facto ยังไม่นาน หรือมีลูกติด ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนยื่นจริง
อยู่นอกออสเตรเลีย เช่น ไทย → ดู 309/100 ก่อน | อยู่ในออสเตรเลีย → ดู 820/801 ก่อน
ตรวจ VEVO และ grant letter ว่ามี condition ที่จำกัดการยื่น visa ในออสเตรเลียหรือไม่
หากแต่งงานแล้ว ใช้ทะเบียนสมรสและหลักฐานชีวิตคู่ หาก de facto ต้องพิสูจน์การอยู่ร่วมและ commitment ให้แข็งแรง
หากหลักฐานยังอ่อน ควรเสริมเอกสารก่อนกด submit เพราะ Partner Visa ใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายสูง
ถ้าต้องอยู่รอในออสเตรเลีย อาจต้องดู 820 และ Bridging Visa แต่ต้องเข้าเงื่อนไขจริง ถ้าพร้อมรอนอกออสเตรเลีย 309 อาจเหมาะกว่า
309 ต้องไป 100 และ 820 ต้องไป 801 ควรเก็บหลักฐานความสัมพันธ์ต่อเนื่องจนถึง permanent stage
⚡ เลือกผิดเส้นทางอาจเสียเวลาหลายเดือน
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยเทียบ 309/100 กับ 820/801 จากสถานะจริงของคุณ ตรวจเอกสารความสัมพันธ์ วีซ่าปัจจุบัน และแผนชีวิตระหว่างรอผลก่อนตัดสินใจ
🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือก 309 หรือ 820
Partner Visa เป็นเคสที่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูง การเลือก pathway ควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่ควรเลือกจากคำบอกเล่าของคนอื่นเพียงอย่างเดียว เพราะสถานะวีซ่า สถานที่อยู่ และความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ข้อผิดพลาด | ผลกระทบ | วิธีลดความเสี่ยง |
|---|---|---|
| คิดว่า 820 ดีกว่าเสมอเพราะได้อยู่รอในออสเตรเลีย | อาจติด condition วีซ่าปัจจุบันหรือวัตถุประสงค์การเดินทางไม่สอดคล้อง | ตรวจวีซ่าปัจจุบันและประเมิน onshore eligibility ก่อน |
| ยื่น 309 แล้วคิดว่าสามารถอยู่รอในออสเตรเลียได้อัตโนมัติ | เข้าใจผิดเรื่องสถานะและอาจเดินทางผิดเงื่อนไขวีซ่า | วางแผนการพำนักระหว่างรอผลจากวีซ่าที่มีจริง |
| เลือกเส้นทางจาก processing time ของคนอื่น | คาดหวังผิด เพราะ Home Affairs ระบุว่า processing time เป็น guide ไม่เฉพาะเคสของคุณ | ตรวจ Global visa processing times ล่าสุดและเตรียมเอกสารให้ครบที่สุด |
| มีรูปและแชทเยอะ แต่ไม่มีหลักฐานชีวิตคู่ | ความสัมพันธ์อาจดูไม่ครบมิติ | เตรียม financial, household, social และ commitment evidence |
| ไม่วางแผน Stage 2 | พอถึง 100/801 แล้วเอกสารความสัมพันธ์ต่อเนื่องไม่พอ | เก็บหลักฐานตั้งแต่วันยื่นจนถึง permanent stage |
| เอกสารไทยชื่อไม่ตรงหรือแปลไม่ครบ | เกิดคำถามเรื่องตัวตน สถานะสมรส หรือความสัมพันธ์ | ตรวจใบเปลี่ยนชื่อ ใบหย่า ทะเบียนสมรส และคำแปลก่อนอัปโหลด |
| เดินทางออกนอกออสเตรเลียตอนถือ Bridging Visa โดยไม่ตรวจสิทธิ์เดินทาง | เสี่ยงกลับเข้าออสเตรเลียไม่ได้ | ตรวจ VEVO และ Bridging Visa B ก่อนเดินทางทุกครั้ง |
🧩 ตัวอย่างเคสจำลอง: แบบไหนควรดู 309 หรือ 820
เคสที่ 1: คนไทยอยู่กรุงเทพฯ แฟนเป็น Australian citizen อยู่ซิดนีย์
หากผู้สมัครอยู่ไทยและยังไม่ได้อยู่ในออสเตรเลีย เส้นทางที่ควรดูเป็นหลักคือ 309/100 แบบ Offshore ต้องเน้นหลักฐานความสัมพันธ์ระยะไกล เช่น การเดินทางไปมาหาสู่ แชทต่อเนื่อง รูปกับครอบครัว และแผนอยู่ร่วมกันหลังวีซ่าออก
เคสที่ 2: คนไทยอยู่เมลเบิร์นกับแฟน ถือวีซ่านักเรียน
อาจพิจารณา 820/801 ได้ หากวีซ่าปัจจุบันไม่มีเงื่อนไขที่ห้ามยื่นต่อ และมีหลักฐานชีวิตคู่ในออสเตรเลีย เช่น ที่อยู่ร่วม ค่าใช้จ่ายร่วม กิจกรรมกับครอบครัว/เพื่อน และ relationship timeline ชัดเจน
เคสที่ 3: ถือวีซ่าท่องเที่ยวในออสเตรเลียและกำลังจะหมดอายุ
ต้องตรวจอย่างละเอียด ไม่ควรยื่น 820 เพียงเพราะอยากอยู่ต่อ ต้องดู visa conditions, immigration history, ความพร้อมของเอกสาร และวัตถุประสงค์การเดินทางเดิม หากไม่เหมาะกับ onshore pathway อาจต้องกลับไปดู 309 แทน
เคสที่ 4: แต่งงานแล้วแต่ยังไม่เคยอยู่ร่วมกันนาน
ทั้ง 309 และ 820 ยังต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์จริง หากยังไม่เคยอยู่ด้วยกันนาน ควรเสริมหลักฐาน social, financial support, travel history, family recognition และ commitment statement ให้แข็งแรง ไม่ควรใช้ทะเบียนสมรสเพียงใบเดียว
🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง
ข้อมูล Partner Visa, eligibility, sponsor, Stage 2, Bridging Visa, character requirements และ processing time เปลี่ยนได้ ควรตรวจจาก Department of Home Affairs เท่านั้นก่อนยื่นจริง ไม่ควรอ้างอิงจากรีวิวเก่าหรือระยะเวลาของคนอื่นเป็นหลัก
- Department of Home Affairs: About Partner Visas
- Home Affairs: Partner visa apply overseas subclass 309 and 100
- Home Affairs: Subclass 309 Partner Provisional visa
- Home Affairs: Subclass 100 Partner Migrant visa
- Home Affairs: Partner visa apply in Australia subclass 820 and 801
- Home Affairs: Subclass 820 Partner Temporary visa
- Home Affairs: Subclass 801 Partner Permanent visa
- Home Affairs: Partner Visa Frequently Asked Questions
- Home Affairs: Global visa processing times
- Home Affairs: Character requirements
⭐ เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเลือก 309 หรือ 820
หากเคสตรงไปตรงมา เช่น ผู้สมัครอยู่ไทยและจะยื่น 309 หรือผู้สมัครอยู่ในออสเตรเลียด้วยวีซ่าที่ไม่มีข้อจำกัดและเอกสารครบ อาจเริ่มจาก checklist ทางการได้ แต่ถ้ามีความซับซ้อน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ pathway ก่อน เพราะการเลือกผิดตั้งแต่แรกแก้ยากและเสียเวลา
- ไม่แน่ใจว่าควรยื่น 309/100 หรือ 820/801
- ถือวีซ่าท่องเที่ยวในออสเตรเลียและไม่แน่ใจเรื่อง No Further Stay
- มีแผนเดินทางเข้า–ออกออสเตรเลียระหว่างรอ Partner Visa
- เป็น de facto partner และยังอยู่ร่วมกันไม่นาน
- มีลูกติดหรือ dependent child ที่ต้องรวมใน application
- เคยถูกปฏิเสธวีซ่า ออสเตรเลีย หรือเคยมีประวัติ overstay ประเทศอื่น
- ต้องการจัด Cover Letter หรือ relationship statement ให้เอกสารอ่านง่าย
- ต้อง แปลเอกสาร ไทย เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ หรือทะเบียนบ้าน
- ต้องการ ปรึกษาวีซ่า ก่อนยื่น ImmiAccount
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยเลือก pathway ให้ถูกตั้งแต่ต้น — เทียบ 309/100 กับ 820/801 จากสถานที่อยู่จริง เงื่อนไขวีซ่า และแผนชีวิตระหว่างรอ
- ตรวจ condition ของวีซ่าปัจจุบัน — ช่วยดูจุดเสี่ยงของ onshore application เช่น No Further Stay หรือ Bridging Visa implications
- จัด relationship evidence ให้ครบ 4 มิติ — financial, household, social และ commitment พร้อม timeline ที่อ่านง่าย
- ดูเอกสารไทยและคำแปลให้ละเอียด — ลดความเสี่ยงจากชื่อสะกดไม่ตรง ใบเปลี่ยนชื่อขาด หรือเอกสารสมรส/หย่าไม่ครบ
- วางแผน Stage 2 ตั้งแต่วันแรก — เตรียมหลักฐานต่อเนื่องเพื่อไปสู่ 100 หรือ 801 PR
- ให้คำแนะนำแบบไม่ขายฝัน — ทีมช่วยลดความเสี่ยงด้านเอกสารและการเลือกเส้นทาง แต่ไม่โอเวอร์เคลมและไม่การันตีผลวีซ่า
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
วีซ่า 309 กับ 820 ออสเตรเลียต่างกันอย่างไร?
ถ้าอยู่ไทยควรยื่น 309 หรือ 820?
ถ้าอยู่ในออสเตรเลียควรยื่น 820 เลยไหม?
309 มี Bridging Visa เหมือน 820 ไหม?
309/100 และ 820/801 ต้องรอ Stage 2 กี่ปี?
Co Journey Visa ช่วยเลือก 309 หรือ 820 ได้อย่างไร?
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่า 309 กับ 820
- 309/100 คือ Partner Visa แบบ Offshore สำหรับผู้สมัครที่อยู่นอกออสเตรเลียตอนยื่น
- 820/801 คือ Partner Visa แบบ Onshore สำหรับผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียตอนยื่น
- 309 และ 820 เป็น temporary stage ส่วน 100 และ 801 เป็น permanent stage หรือ PR
- 309 ไม่ให้ Bridging Visa เพื่ออยู่รอในออสเตรเลียเหมือน 820
- 820 ต้องตรวจวีซ่าปัจจุบันและ condition ก่อนยื่น โดยเฉพาะ No Further Stay
- ทั้งสองเส้นทางต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์จริง ต่อเนื่อง และมี commitment ระยะยาว
- โดยทั่วไปต้องครบ 2 ปีจากวันที่ยื่น Partner Visa ครั้งแรก จึงเข้าสู่ Stage 2 สำหรับ 100 หรือ 801
- ควรตรวจ Global visa processing times ของ Home Affairs ล่าสุด เพราะเวลาเป็นเพียง guide ไม่ใช่คำรับประกันของทุกเคส
ยังลังเลว่าเคสคุณควรยื่นวีซ่า 309 หรือ 820?
ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมิน Partner Visa ออสเตรเลียแบบรายเคส ทั้งสถานที่อยู่ของผู้สมัคร วีซ่าปัจจุบัน relationship evidence, sponsor documents, เอกสารแปล, Bridging Visa และแผน Stage 2 เพื่อให้คุณเลือก pathway ที่เหมาะกับชีวิตจริงและลดความเสี่ยงจากการยื่นผิดเส้นทาง
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ







