แต่งงานกับคนออสเตรเลียได้วีซ่าอะไร เปรียบเทียบวีซ่าคู่ครองยื่นในประเทศ vs นอกประเทศ
หลายคู่ที่แต่งงานกับคนออสเตรเลีย หรือกำลังวางแผนจดทะเบียนสมรส มักเข้าใจว่า “แต่งงานแล้วก็ขอวีซ่าอยู่ด้วยกันได้เลย” แต่ในความจริง วีซ่าคู่ครองออสเตรเลียต้องดูหลายเรื่องพร้อมกัน เช่น ผู้สมัครอยู่ในไทยหรืออยู่ออสเตรเลียแล้ว, จดทะเบียนสมรสแล้วหรือยัง, เป็น de facto partner หรือคู่หมั้น, ผู้สปอนเซอร์เป็น Australian citizen / permanent resident / eligible New Zealand citizen หรือไม่ และมีหลักฐานความสัมพันธ์เพียงพอหรือเปล่า
โดยภาพรวม ถ้าเป็นคู่สมรสหรือ de facto partner จะดู Partner Visa เป็นหลัก แบ่งเป็นเส้นทางยื่นในออสเตรเลีย 820/801 และยื่นนอกออสเตรเลีย 309/100 ส่วนคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่ตั้งใจไปแต่งงานกับคู่หมั้นในออสเตรเลีย อาจต้องดู Prospective Marriage Visa subclass 300
บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายว่า วีซ่าออสเตรเลีย สำหรับคู่ครองมีกี่แบบ ยื่นในประเทศกับนอกประเทศต่างกันอย่างไร เอกสารความสัมพันธ์ต้องเตรียมอะไร และจุดไหนที่คู่ไทย-ออสเตรเลียควรระวังก่อนยื่นจริง
💬 ไม่แน่ใจว่าควรยื่น 820/801, 309/100 หรือ 300? ส่งสถานะปัจจุบัน เช่น อยู่ไทยหรือออสเตรเลีย แต่งงานแล้วหรือยัง ถือวีซ่าอะไร และมีหลักฐานความสัมพันธ์อะไรบ้าง ให้ทีมช่วยประเมินเส้นทางเบื้องต้นได้ครับ
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- แต่งงานกับคนออสเตรเลียได้วีซ่าอะไรบ้าง?
- ยื่นในประเทศ vs นอกประเทศ ต่างกันอย่างไร?
- Partner Visa 820/801 คืออะไร?
- Partner Visa 309/100 คืออะไร?
- Prospective Marriage Visa 300 เหมาะกับใคร?
- ควรเลือกเส้นทางไหนตามสถานการณ์จริง?
- หลักฐานความสัมพันธ์ต้องเตรียมอะไร?
- คุณสมบัติฝั่ง sponsor สำคัญแค่ไหน?
- เอกสารที่คนไทยควรเตรียมและแปลอังกฤษ
- ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Partner Visa สะดุด
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
1. แต่งงานกับคนออสเตรเลียได้วีซ่าอะไรบ้าง?
หากคู่ของคุณเป็น Australian citizen, Australian permanent resident หรือ eligible New Zealand citizen วีซ่าที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์มักมี 3 กลุ่มหลัก คือ Partner Visa ยื่นในออสเตรเลีย, Partner Visa ยื่นนอกออสเตรเลีย และ Prospective Marriage Visa สำหรับคู่หมั้น
หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเภทวีซ่า | Subclass | เหมาะกับใคร | สถานะโดยรวม | จุดสำคัญ |
|---|---|---|---|---|
| Partner Visa ยื่นในออสเตรเลีย | 820 / 801 | คู่สมรสหรือ de facto partner ที่อยู่ในออสเตรเลียและเข้าเงื่อนไขยื่น onshore | 820 temporary ก่อน แล้วต่อ 801 permanent | ต้องอยู่ในออสเตรเลียตอนยื่น 820 และต้องตรวจเงื่อนไขวีซ่าปัจจุบัน |
| Partner Visa ยื่นนอกออสเตรเลีย | 309 / 100 | คู่สมรสหรือ de facto partner ที่อยู่นอกออสเตรเลีย เช่น อยู่ไทย | 309 provisional ก่อน แล้วต่อ 100 permanent | โดยทั่วไปเหมาะกับคนที่อยู่ไทยและยังไม่ได้อยู่ในออสเตรเลียด้วยวีซ่าที่ใช้ยื่น onshore |
| Prospective Marriage Visa | 300 | คู่หมั้นที่ตั้งใจไปแต่งงานในออสเตรเลีย | วีซ่าชั่วคราวเพื่อไปแต่งงาน แล้วค่อยยื่น Partner Visa | ต้องอยู่นอกออสเตรเลียตอนสมัคร และต้องแต่งงานภายในเงื่อนไขวีซ่า |
2. ยื่นในประเทศ vs นอกประเทศ ต่างกันอย่างไร?
คำว่า “ยื่นในประเทศ” หมายถึงผู้สมัครยื่น Partner Visa ขณะอยู่ในออสเตรเลีย ส่วน “ยื่นนอกประเทศ” หมายถึงยื่นขณะอยู่นอกออสเตรเลีย เช่น อยู่ประเทศไทย จุดต่างสำคัญไม่ได้มีแค่สถานที่ แต่รวมถึง bridging visa, เงื่อนไขวีซ่าปัจจุบัน, แผนเดินทาง และความเสี่ยงเรื่องการเข้าออกประเทศระหว่างรอผล
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ยื่นในออสเตรเลีย 820/801 | ยื่นนอกออสเตรเลีย 309/100 | คำแนะนำจากเคสจริง |
|---|---|---|---|
| สถานที่ตอนยื่น | ผู้สมัครต้องอยู่ในออสเตรเลียตอนยื่น 820 | ผู้สมัครโดยทั่วไปยื่นจากนอกออสเตรเลีย เช่น ไทย | อย่าเลือกจากความอยากอย่างเดียว ต้องดูสถานะวีซ่าปัจจุบันและ location จริง |
| สถานะระหว่างรอผล | อาจมี bridging visa หากเข้าเงื่อนไขหลังวีซ่าปัจจุบันหมด | รอผลจากนอกออสเตรเลีย หรือเดินทางตามวีซ่าอื่นได้ถ้ามีสิทธิ์ | ต้องระวังเงื่อนไข travel และวีซ่าที่ถืออยู่ |
| เหมาะกับใคร | คนที่อยู่กับคู่ในออสเตรเลียแล้ว และไม่มีเงื่อนไขห้ามยื่นต่อ | คนที่อยู่ไทยหรือยังไม่ได้อยู่ในออสเตรเลียแบบถูกต้องสำหรับ onshore | ถ้าอยู่ไทยโดยไม่มีแผนอยู่ยาวในออสเตรเลีย อาจเริ่มจาก 309/100 |
| จุดเสี่ยง | No Further Stay, วีซ่าหมด, overstaying, bridging conditions | รอไกลกันนาน หลักฐานความสัมพันธ์ต้องต่อเนื่อง | ทั้งสองเส้นทางต้องเก็บหลักฐานความสัมพันธ์ต่อเนื่องระหว่างรอผล |
| ผลลัพธ์ระยะยาว | 820 ชั่วคราว → 801 ถาวร | 309 ชั่วคราว/provisional → 100 ถาวร | ทั้งสองเส้นทางมุ่งไป permanent partner visa ได้ หากเข้าเงื่อนไข |
3. Partner Visa 820/801 คืออะไร?
Partner Visa 820/801 คือเส้นทางวีซ่าคู่ครองที่ยื่นในออสเตรเลีย โดย subclass 820 เป็นวีซ่าชั่วคราว และ subclass 801 เป็นวีซ่าถาวร ขั้นตอนนี้เหมาะกับผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียแล้วอย่างถูกต้องและมีความสัมพันธ์จริงกับ sponsor ที่เข้าเงื่อนไข
- ผู้สมัครอยู่ในออสเตรเลียแล้ว เช่น ถือ Visitor, Student หรือวีซ่าอื่นที่ยังมีผล
- วีซ่าปัจจุบันไม่มีเงื่อนไขที่ขัดกับการยื่นต่อ เช่น No Further Stay บางกรณี
- คู่ครองอยู่ในออสเตรเลียและสามารถสนับสนุนใบสมัครได้
- มีหลักฐานอยู่ร่วมกันหรือใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในออสเตรเลีย
- ต้องการรอผลในออสเตรเลียโดยมีสถานะวีซ่าที่ถูกต้อง
4. Partner Visa 309/100 คืออะไร?
Partner Visa 309/100 คือเส้นทางวีซ่าคู่ครองที่ยื่นจากนอกออสเตรเลีย โดย subclass 309 เป็น provisional visa และ subclass 100 เป็น permanent visa เหมาะกับคนไทยที่อยู่ในประเทศไทยหรืออยู่นอกออสเตรเลีย และมีคู่สมรสหรือ de facto partner เป็นผู้สปอนเซอร์ในออสเตรเลีย
- ผู้สมัครอยู่ประเทศไทยหรือนอกออสเตรเลียตอนเริ่มยื่น
- คู่ครองเป็น Australian citizen, PR หรือ eligible New Zealand citizen
- มีความสัมพันธ์จริงและต่อเนื่อง แม้จะอยู่คนละประเทศ
- มีหลักฐานการเดินทางไปมาหาสู่ การสื่อสาร และการวางแผนชีวิตร่วมกัน
- ยังไม่เหมาะหรือยังไม่พร้อมยื่นในออสเตรเลียแบบ 820/801
เคส 309/100 ที่ดีควรมีหลักฐานความสัมพันธ์ต่อเนื่องระหว่างรอผล เช่น รูปถ่ายร่วมกัน ประวัติการเดินทาง แชท/โทร จดหมายอธิบายความสัมพันธ์ การช่วยเหลือค่าใช้จ่าย หรือแผนการใช้ชีวิตร่วมกันในออสเตรเลีย
5. Prospective Marriage Visa 300 เหมาะกับใคร?
Prospective Marriage Visa subclass 300 เหมาะกับคู่หมั้นที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่ต้องการเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อแต่งงานกับ prospective spouse จากนั้นจึงค่อยยื่น Partner Visa ภายหลังตามเงื่อนไข
วีซ่านี้ไม่ใช่ Partner Visa ถาวรโดยตรง แต่เป็นเส้นทางสำหรับคู่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสและต้องการไปแต่งงานในออสเตรเลียอย่างถูกต้อง ผู้สมัครต้องอยู่นอกออสเตรเลียตอนสมัครวีซ่านี้ตามข้อมูล Home Affairs
- ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส
- ยังไม่เข้าเกณฑ์ de facto หรือหลักฐานอยู่ร่วมกันยังไม่พอ
- มีแผนแต่งงานในออสเตรเลียชัดเจน
- คู่หมั้นเป็น Australian citizen, PR หรือ eligible New Zealand citizen
- เข้าใจว่าหลังแต่งงานยังต้องยื่น Partner Visa อีกขั้น
6. ควรเลือกเส้นทางไหนตามสถานการณ์จริง?
การเลือกวีซ่าคู่ครองไม่ควรดูแค่ “แต่งงานแล้วหรือยัง” แต่ควรดูทั้งที่อยู่ปัจจุบัน วีซ่าที่ถืออยู่ หลักฐานความสัมพันธ์ ระยะเวลาความสัมพันธ์ และแผนชีวิตของทั้งคู่
โดยทั่วไปเริ่มดู Partner Visa 309/100 เพราะเป็นเส้นทาง offshore สำหรับคู่ครองที่อยู่นอกออสเตรเลีย
อาจดู Partner Visa 820/801 แต่ต้องตรวจเงื่อนไขวีซ่าปัจจุบัน เช่น No Further Stay และสถานะการอยู่ให้ถูกต้อง
อาจดู Prospective Marriage Visa 300 แล้วค่อยต่อ Partner Visa หลังแต่งงานตามเงื่อนไข
ควรเน้นสร้างหลักฐานความสัมพันธ์จริงและต่อเนื่องก่อนยื่น ไม่ใช่รีบจดทะเบียนเพื่อหวังให้วีซ่าผ่าน
ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูประวัติและคำอธิบายก่อนยื่น เพราะประเด็นเดิมอาจกระทบความน่าเชื่อถือ
7. หลักฐานความสัมพันธ์ต้องเตรียมอะไร?
Partner Visa ไม่ได้ดูแค่ทะเบียนสมรส แต่ดูว่าความสัมพันธ์เป็น genuine and continuing หรือไม่ หลักฐานควรครอบคลุมหลายมิติ เช่น การเงิน การใช้ชีวิตร่วมกัน ความรับผิดชอบร่วมกัน การยอมรับจากครอบครัว/สังคม และ commitment ต่อกันระยะยาว
| หมวดหลักฐาน | ตัวอย่างเอกสาร | ใช้พิสูจน์อะไร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ประวัติความสัมพันธ์ | relationship statement, timeline, รูปถ่าย, ตั๋วเดินทาง, hotel booking | รู้จักกันเมื่อไหร่ คบกันอย่างไร พบกันจริงแค่ไหน | timeline ต้องไม่ขัดกับเอกสารเดินทางและรูปถ่าย |
| การเงินร่วมกัน | บัญชีร่วม ค่าใช้จ่ายร่วม โอนเงิน support ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายบ้าน | มีการช่วยเหลือและรับผิดชอบร่วมกัน | เงินโอนอย่างเดียวไม่พอ ต้องอธิบายบริบท |
| การอยู่ร่วมกัน | สัญญาเช่า จดหมายที่อยู่เดียวกัน บิลค่าน้ำไฟ จดหมายราชการ | ใช้ชีวิตคู่หรือเคยอยู่ร่วมกันจริง | ถ้าอยู่คนละประเทศ ต้องใช้หลักฐานการเดินทางและการติดต่อสม่ำเสมอช่วย |
| สังคมรับรู้ | รูปกับครอบครัว/เพื่อน คำรับรองจากคนใกล้ชิด งานแต่ง งานหมั้น | ความสัมพันธ์เปิดเผยและคนรอบตัวรับรู้ | รูปเยอะอย่างเดียวไม่พอ ควรมีคำอธิบายวันเวลาและบุคคล |
| commitment ต่อกัน | แผนอนาคต ประกัน ผู้รับผลประโยชน์ แผนย้ายบ้าน แผนครอบครัว | ตั้งใจใช้ชีวิตร่วมกันระยะยาว | ควรสอดคล้องกับคำอธิบายของทั้งสองฝ่าย |
8. คุณสมบัติฝั่ง sponsor สำคัญแค่ไหน?
Partner Visa ไม่ได้พิจารณาเฉพาะผู้สมัคร แต่ฝั่ง sponsor ก็สำคัญมาก เพราะต้องเป็นคนที่เข้าเงื่อนไขในการสนับสนุน เช่น Australian citizen, Australian permanent resident หรือ eligible New Zealand citizen และต้องให้ข้อมูล/เอกสารตามที่ Home Affairs กำหนด
- พาสปอร์ตออสเตรเลีย หรือหลักฐาน citizenship / permanent residence
- เอกสารที่อยู่ในออสเตรเลีย
- หลักฐานงาน รายได้ หรือความสามารถในการสนับสนุน
- ประวัติความสัมพันธ์และ statement จากฝั่ง sponsor
- เอกสาร police check หากระบบหรือประเภทใบสมัครกำหนด
- ข้อมูลประวัติการสปอนเซอร์เดิม หากเคยสปอนเซอร์คู่ครองมาก่อน
Home Affairs มีข้อมูลใน Partner Visa FAQs ว่า sponsor ควรเตรียม Australian และ foreign police checks เมื่อยื่น Sponsorship Form ตามคำแนะนำของระบบและหน้าวีซ่าที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจ requirement ฝั่ง sponsor ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เตรียมเฉพาะฝั่งผู้สมัคร
9. เอกสารที่คนไทยควรเตรียมและแปลอังกฤษ
เอกสารไทยที่ใช้ใน Partner Visa มักเกี่ยวข้องกับตัวตน สถานภาพสมรส ความสัมพันธ์ ครอบครัว และประวัติส่วนตัว จึงควรแปลอังกฤษให้ถูกต้องและแนบต้นฉบับภาษาไทยคู่กัน
| เอกสารไทย | ใช้ในกรณีไหน | ควรแปลอังกฤษไหม? | จุดที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|---|
| ทะเบียนบ้าน | ยืนยันที่อยู่ ครอบครัว หรือความสัมพันธ์ | ควรแปล | ชื่ออังกฤษควรตรงพาสปอร์ต |
| บัตรประชาชน | ยืนยันตัวตนผู้สมัครหรือสมาชิกครอบครัว | ควรแปลหากใช้ประกอบ | ตรวจเลขบัตร ชื่อ และวันเกิด |
| ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล | เชื่อมชื่อเก่ากับชื่อใหม่ในเอกสารหลายฉบับ | ควรแปลมาก | สำคัญมากหากชื่อในทะเบียนสมรส/พาสปอร์ตไม่ตรง |
| ทะเบียนสมรส | คู่สมรสที่จดทะเบียนแล้ว | ควรแปล | ชื่อคู่สมรส วันที่สมรส และสถานที่จดทะเบียน |
| ใบหย่า / ใบมรณบัตรคู่สมรสเดิม | เคยแต่งงานมาก่อน | ควรแปล | ใช้พิสูจน์ว่าสามารถแต่งงานใหม่ได้ถูกต้อง |
| สูติบัตรบุตร | มีบุตรร่วมกัน หรือมีบุตรติดตาม | ควรแปล | ชื่อบิดา/มารดาต้องตรงเอกสารอื่น |
| ใบรับรองโสด / เอกสารสถานภาพ | บางเคสก่อนจดทะเบียนสมรสหรือพิสูจน์สถานะ | ควรแปล | ตรวจวันออกเอกสารและชื่อให้ตรง |
| เอกสารคดี/ตำรวจ | ตาม character requirement หรือประวัติส่วนตัว | ควรแปล | ต้องตรงกับคำตอบในฟอร์ม |
หากต้องใช้ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ สูติบัตร ใบหย่า หรือเอกสารราชการไทยอื่น ๆ ควรจัด แปลเอกสาร เป็นภาษาอังกฤษให้เรียบร้อยก่อนอัปโหลด เพราะเอกสารความสัมพันธ์ที่อ่านไม่เข้าใจอาจทำให้เคสล่าช้าหรือถูกขอเอกสารเพิ่ม
10. ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Partner Visa สะดุด
Partner Visa เป็นวีซ่าที่ใช้เอกสารจำนวนมาก และมักไม่ได้พลาดเพราะ “ไม่แต่งงาน” แต่พลาดเพราะเอกสารไม่เล่าเรื่องเดียวกัน เช่น timeline ขัดกัน หลักฐานอยู่ร่วมกันน้อย sponsor statement กับ applicant statement ไม่ตรง หรือเอกสารไทยไม่แปลอังกฤษ
- คิดว่าทะเบียนสมรสอย่างเดียวเพียงพอ โดยไม่มีหลักฐานความสัมพันธ์ด้านอื่น
- เลือก 820/801 ทั้งที่วีซ่าปัจจุบันมีเงื่อนไขห้ามยื่นต่อ
- ยื่น 309/100 แต่หลักฐานการติดต่อระหว่างอยู่คนละประเทศบางมาก
- relationship timeline ของสองฝ่ายไม่ตรงกัน
- รูปถ่ายเยอะ แต่ไม่มีคำอธิบายวัน เวลา สถานที่ และคนในภาพ
- ไม่มีหลักฐานการเงินร่วมกันหรือการช่วยเหลือกันเลย
- เอกสารไทย เช่น ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ ใบหย่า ไม่แปลอังกฤษ
- ไม่แจ้งประวัติแต่งงานเดิม หย่าเดิม หรือบุตรจากความสัมพันธ์เดิมให้ชัด
- sponsor เคยสปอนเซอร์มาก่อนแต่ไม่ตรวจข้อจำกัดหรือประวัติที่เกี่ยวข้อง
- ไม่เช็ก Global Visa Processing Times และวางแผนเดินทาง/งานแต่งแบบเสี่ยงเกินไป
หากต้องเดินทางไปมาระหว่างไทยและออสเตรเลียในช่วงเตรียมเอกสาร ควรวางแผน ตั๋วเครื่องบิน ให้ยืดหยุ่น เพราะ processing time และ request เอกสารเพิ่มเติมเปลี่ยนแผนการเดินทางได้
11. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
กฎ Partner Visa, processing time, เอกสาร sponsor, health/character และขั้นตอน permanent stage สามารถเปลี่ยนได้ ควรตรวจจาก Home Affairs ก่อนยื่นจริงทุกครั้ง โดยเฉพาะเคสที่อยู่ในออสเตรเลียแล้วถือวีซ่าชนิดอื่น หรือเคสที่มีประวัติวีซ่า/ความสัมพันธ์ซับซ้อน
- Home Affairs - About Partner Visas: ภาพรวม Partner Visa 300, 309/100 และ 820/801
https://immi.homeaffairs.gov.au/what-we-do/family-migration-program/visa-options/about-partner-visas - Home Affairs - Partner Visa apply in Australia 820/801: ข้อมูลเส้นทางยื่นในออสเตรเลีย
https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/visa-listing/partner-onshore - Home Affairs - Partner Visa apply overseas 309/100: ข้อมูลเส้นทางยื่นนอกออสเตรเลีย
https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/visa-listing/partner-offshore - Home Affairs - Prospective Marriage Visa 300: ข้อมูลวีซ่าคู่หมั้นเพื่อไปแต่งงานในออสเตรเลีย
https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/visa-listing/prospective-marriage-300 - Home Affairs - Partner Visa FAQs: คำถามพบบ่อย เช่น permanent stage, sponsor police check, relationship change และ priority processing
https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/partner-visa-frequently-asked-questions - Home Affairs - Global Visa Processing Times: ตรวจระยะเวลาพิจารณาล่าสุดแบบประมาณการ
https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/visa-processing-times/global-visa-processing-times - Home Affairs - Relationship changed: ข้อมูลกรณีความสัมพันธ์เปลี่ยนระหว่างถือหรือยื่น Partner Visa
https://immi.homeaffairs.gov.au/change-in-situation/relationship-ended
12. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมิน?
Partner Visa เป็นเคสที่ต้องเล่าเรื่องความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ หากเอกสารดีแต่จัดไม่เป็น หรือมีช่องว่างใน timeline อาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เห็นภาพความสัมพันธ์จริง โดยเฉพาะคู่ที่อยู่คนละประเทศ คบระยะไกล เคยแต่งงานมาก่อน หรือมีประวัติวีซ่าไม่ผ่าน
- ไม่แน่ใจว่าควรยื่น 820/801, 309/100 หรือ 300
- ผู้สมัครอยู่ในออสเตรเลียแล้วแต่ไม่แน่ใจเรื่องวีซ่าปัจจุบันหรือ No Further Stay
- เพิ่งแต่งงาน หลักฐานความสัมพันธ์ก่อนแต่งงานยังไม่มาก
- อยู่คนละประเทศและหลักฐานอยู่ร่วมกันมีจำกัด
- เคยแต่งงานหรือหย่ามาก่อน และต้องเตรียมเอกสารสถานภาพ
- มีบุตรติดตามหรือบุตรร่วมกัน
- sponsor เคยสปอนเซอร์คู่ครองมาก่อน
- เคยถูกปฏิเสธวีซ่าออสเตรเลียหรือประเทศอื่น
- เอกสารไทยหลายฉบับต้องแปลอังกฤษและชื่อไม่ตรงกัน
ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมิน บริการวีซ่าออสเตรเลีย สำหรับคู่ครอง ตั้งแต่เลือก subclass, ตรวจเงื่อนไข onshore/offshore, วาง timeline ความสัมพันธ์, จัดหลักฐานความสัมพันธ์, ตรวจเอกสาร sponsor, เตรียมเอกสารแปลอังกฤษ และจัดไฟล์อัปโหลดผ่าน ImmiAccount ให้เป็นระบบ
⚡ อยากรู้ว่าคู่ของคุณควรยื่นวีซ่าคู่ครองออสเตรเลียแบบไหน?
ส่งสถานะความสัมพันธ์ ประเทศที่อยู่ปัจจุบัน วีซ่าที่ถืออยู่ แผนแต่งงาน และหลักฐานที่มี ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินเส้นทางเบื้องต้นได้ครับ
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยเลือกเส้นทางให้ถูกตั้งแต่ต้น — 820/801, 309/100 และ 300 ใช้กับสถานการณ์ต่างกัน
- ช่วยจัดหลักฐานความสัมพันธ์ — timeline, รูปถ่าย, แชท, การเงิน, การอยู่ร่วมกัน และ social evidence ต้องเล่าเรื่องเดียวกัน
- ช่วยตรวจเอกสาร sponsor — citizenship/PR, police check, statement และประวัติ sponsor ต้องเตรียมให้ครบ
- ช่วยเตรียมเอกสารไทยและคำแปลอังกฤษ — ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ ใบหย่า สูติบัตร และทะเบียนบ้านต้องอ่านชัด
- คำแนะนำแบบรายเคส ไม่การันตีผล — เพราะผลขึ้นอยู่กับเอกสารจริงและการพิจารณาของหน่วยงานออสเตรเลีย
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
แต่งงานกับคนออสเตรเลียต้องขอวีซ่าอะไร?
Partner Visa 820/801 กับ 309/100 ต่างกันอย่างไร?
ถ้าอยู่ไทยควรยื่นวีซ่าคู่ครองออสเตรเลียแบบไหน?
ถ้าอยู่ในออสเตรเลียแล้ว ยื่น Partner Visa ในประเทศได้ไหม?
แต่งงานแล้ววีซ่าคู่ครองออสเตรเลียผ่านง่ายขึ้นไหม?
วีซ่าคู่ครองออสเตรเลียใช้เวลานานไหม?
📌 สรุปเลือกวีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย
- แต่งงานกับคนออสเตรเลียหรือเป็น de facto partner มักดู Partner Visa เป็นหลัก
- ถ้าอยู่ในออสเตรเลียและเข้าเงื่อนไข อาจดู 820/801
- ถ้าอยู่ไทยหรือนอกออสเตรเลีย มักดู 309/100
- ถ้ายังเป็นคู่หมั้นและต้องการไปแต่งงานในออสเตรเลีย อาจดู subclass 300
- 820 และ 309 เป็น temporary/provisional stage ก่อน
- 801 และ 100 เป็น permanent stage
- ทะเบียนสมรสอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีหลักฐานความสัมพันธ์หลายด้าน
- หลักฐานควรครอบคลุมการเงิน การอยู่ร่วมกัน social evidence และ commitment
- เอกสารไทย เช่น ทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ สูติบัตร ควรแปลอังกฤษ
- ควรตรวจเงื่อนไข official ล่าสุดก่อนยื่นจริง โดยเฉพาะ onshore/offshore และ processing time
วีซ่าคู่ครองออสเตรเลียไม่ใช่แค่แต่งงานแล้วจบ แต่ต้องเลือก subclass ให้ถูกและจัดหลักฐานให้เล่าเรื่องจริงของความสัมพันธ์
ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินวีซ่าคู่ครองออสเตรเลียสำหรับคนไทย ตั้งแต่เลือก 820/801, 309/100 หรือ 300 ตรวจหลักฐานความสัมพันธ์ เอกสาร sponsor เอกสารไทยที่ต้องแปลอังกฤษ และจัดไฟล์ยื่นผ่าน ImmiAccount ให้เป็นระบบ
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com







