วิธีจองคิวออนไลน์และกรอกฟอร์มขอวีซ่าจีนผ่านระบบ COVA อย่างละเอียด (สอนทำทีละขั้นตอน)

🖥️ China Visa Online Application Guide

วิธีจองคิวออนไลน์และกรอกฟอร์มขอวีซ่าจีนผ่านระบบ COVA อย่างละเอียด (สอนทำทีละขั้นตอน)

คู่มือสำหรับคนที่ต้องกรอกฟอร์มวีซ่าจีนออนไลน์เอง ตั้งแต่เลือกศูนย์ยื่น กรอกข้อมูลส่วนตัว เลือกประเภทวีซ่า แนบข้อมูลเดินทาง ไปจนถึงจองคิวและเตรียมเอกสารไปยื่นจริง
📅 อัปเดตล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 12 นาที

ปัญหาที่คนยื่น วีซ่าจีน เจอบ่อย ไม่ใช่แค่ “เอกสารครบไหม” แต่คือกรอกฟอร์มออนไลน์แล้วข้อมูลไม่ตรงกับเอกสารจริง เช่น ชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ต เลือกประเภทวีซ่าผิด ใส่วันที่เดินทางไม่ตรงกับตั๋ว หรือกรอกข้อมูลผู้เชิญไม่ครบจนต้องแก้ใหม่ทั้งชุด

หลายคนเรียกระบบกรอกฟอร์มวีซ่าจีนว่า COVA หรือ China Online Visa Application แต่สำหรับผู้ยื่นในไทย โดยเฉพาะศูนย์วีซ่าจีนกรุงเทพฯ ปัจจุบันควรตรวจระบบล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ Chinese Visa Application Service Center หรือ Visa for China ด้วย เพราะบางช่วงระบบและขั้นตอนอาจใช้คำว่า Online Visa Processing, Online Application, Appointment หรือ Walk-in ตามประกาศล่าสุด

บทความนี้จะสอนแบบทีละขั้นตอน โดยเน้นหลักที่ใช้ได้จริง: เตรียมข้อมูลก่อนกรอก เลือกศูนย์ยื่นให้ถูก กรอกแบบฟอร์มให้สอดคล้องกับเอกสาร จองคิวหรือดูเงื่อนไข walk-in ให้ถูก และเตรียมชุดเอกสารไปยื่นที่ศูนย์วีซ่าจีนโดยไม่พลาดจุดเล็ก ๆ ที่ทำให้เสียเวลา

สรุปสั้น ๆ: การขอวีซ่าจีนออนไลน์เริ่มจากเลือกศูนย์ยื่นที่ถูกต้อง กรอกแบบฟอร์ม COVA/ระบบออนไลน์ของ Visa for China ให้ครบ ตรวจข้อมูลให้ตรงกับพาสปอร์ตและเอกสารประกอบ จากนั้นพิมพ์แบบฟอร์มและ confirmation page พร้อมลงนาม แล้วจองคิวออนไลน์หากระบบหรือศูนย์นั้นกำหนด ก่อนนำเอกสารตัวจริงไปยื่นที่ศูนย์วีซ่าจีนหรือสถานทูต/กงสุลตามพื้นที่รับผิดชอบ

💬 กลัวกรอกฟอร์ม COVA ผิดหรือเลือกประเภทวีซ่าไม่ตรง? ส่งข้อมูลทริป ประเภทวีซ่าที่จะยื่น และเอกสารที่มีให้ทีมช่วยเช็กก่อน submit ได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1) COVA คืออะไร และต่างจากเว็บ Visa for China อย่างไร?

COVA ย่อมาจาก China Online Visa Application เป็นระบบกรอกแบบฟอร์มวีซ่าจีนออนไลน์ของกระทรวงการต่างประเทศจีน ส่วน Visa for China หรือเว็บไซต์ Chinese Visa Application Service Center เป็นเว็บไซต์ของศูนย์บริการยื่นขอวีซ่าจีนในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจมีระบบกรอกฟอร์ม นัดหมาย ตรวจสถานะ และประกาศของศูนย์ยื่นแต่ละแห่ง

สำหรับผู้ยื่นในไทย ปัจจุบันเว็บไซต์ศูนย์วีซ่าจีนระบุให้ผู้สมัครเลือกศูนย์วีซ่า สมัครบัญชี และกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของศูนย์ โดยต้องรอ preliminary check ในบางขั้นตอนก่อนนำเอกสารไปยื่นจริง รายละเอียดนี้อาจเปลี่ยนตามประกาศล่าสุด จึงไม่ควรใช้ลิงก์หรือวิธีจากรีวิวเก่าอย่างเดียว

📌 คำแนะนำสำคัญ: ก่อนเริ่มกรอก ให้เข้าเว็บไซต์ทางการเท่านั้น เช่น cova.mfa.gov.cn หรือ www.visaforchina.cn แล้วเลือกประเทศ/เมืองที่คุณจะยื่นจริง อย่ากรอกจากลิงก์ที่ไม่แน่ใจ เพราะแบบฟอร์มและ appointment ต้องผูกกับศูนย์ยื่นที่ถูกต้อง

ถ้าคุณยื่นในกรุงเทพฯ ให้ตรวจหน้าของ Bangkok Chinese Visa Application Service Center เป็นหลัก หากยื่นในพื้นที่อื่น เช่น ขอนแก่น สงขลา หรือศูนย์ที่เกี่ยวข้อง ต้องตรวจพื้นที่รับผิดชอบและขั้นตอนของหน่วยงานนั้นโดยตรง เพราะรายละเอียดการยื่นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกเมือง

2) ก่อนกรอกฟอร์ม COVA ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

ก่อนเปิดระบบกรอกฟอร์ม ควรเตรียมข้อมูลให้ครบก่อน ไม่อย่างนั้นจะกรอกค้างนาน ข้อมูลหลุด หรือกรอกแบบเดา ๆ แล้วต้องแก้ใหม่ภายหลัง จุดที่ควรเตรียมมีทั้งข้อมูลพาสปอร์ต ข้อมูลการเดินทาง ข้อมูลงาน และเอกสารประกอบตามประเภทวีซ่า

  • พาสปอร์ตตัวจริง และสำเนาหน้าข้อมูลพาสปอร์ต
  • รูปถ่ายวีซ่าจีนตามข้อกำหนดของจีน
  • วันที่คาดว่าจะเข้าและออกจากจีน
  • เมืองที่จะเดินทางไป ที่พัก และแผนเดินทางโดยรวม
  • ตั๋วเครื่องบิน หรือแผนการเดินทางเข้า-ออกจีน
  • ใบจองโรงแรม หรือข้อมูลผู้เชิญ/ที่อยู่ในจีน หากพักบ้านคนรู้จัก
  • ข้อมูลงาน ตำแหน่ง บริษัท ที่อยู่บริษัท และเบอร์ติดต่อ
  • ข้อมูลครอบครัว เช่น คู่สมรส บิดา มารดา ตามที่ระบบถาม
  • ประวัติการเดินทางต่างประเทศและประวัติวีซ่าจีนเดิม ถ้ามี
  • เอกสารเชิญ หนังสือรับรอง หรือเอกสารธุรกิจ หากยื่นประเภท M, F, Q, S, X หรือ Z
⚠️ อย่าเริ่มจากการกรอกแบบเดา: ระบบอาจถามข้อมูลละเอียด เช่น ที่อยู่จีน เบอร์โทรผู้เชิญ ชื่อบริษัทเดิม หรือประวัติเดินทาง ถ้ากรอกไม่ตรงกับเอกสารจริง ภายหลังอาจต้องกรอกใหม่ ทำให้เสียเวลาและอาจกระทบคิวที่จองไว้

3) ขั้นตอนที่ 1 เลือกประเทศ เมือง และศูนย์ยื่นให้ถูก

ขั้นแรกคือเลือกว่าจะยื่นที่ไหน เพราะระบบฟอร์มและการนัดหมายผูกกับสถานทูต กงสุล หรือศูนย์วีซ่าจีนที่คุณเลือก หากเลือกผิดเมือง อาจต้องกรอกใหม่หรือไม่สามารถใช้แบบฟอร์มนั้นยื่นได้

1
เข้าเว็บไซต์ทางการ
ใช้เว็บไซต์ COVA ของกระทรวงการต่างประเทศจีน หรือเว็บไซต์ Visa for China แล้วเลือกประเทศ Thailand
2
เลือกเมือง/ศูนย์ยื่น
เช่น Bangkok หรือศูนย์อื่นที่ตรงกับพื้นที่รับผิดชอบของผู้สมัคร
3
อ่านประกาศล่าสุดของศูนย์
ตรวจว่าต้องจองคิวไหม มี walk-in หรือไม่ เปิดรับเอกสารเวลาใด และมีวันหยุดพิเศษหรือเปล่า
4
เริ่มฟอร์มใหม่เฉพาะศูนย์นั้น
อย่าใช้ฟอร์มจากเมืองอื่น เพราะ confirmation และ application ID อาจใช้คนละระบบ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

จุดที่ต้องเลือก เลือกผิดแล้วเกิดอะไรได้บ้าง วิธีเช็กให้ปลอดภัย
ประเทศที่ยื่น ระบบพาไปหน้าฟอร์มของประเทศอื่น ใช้ยื่นในไทยไม่ได้ เลือก Thailand จากหน้าเว็บไซต์ทางการ
เมือง/ศูนย์ยื่น คิวหรือแบบฟอร์มไม่ตรงกับสถานที่ที่จะไปยื่นจริง ตรวจจากหน้า Contact Us และ Application Procedure ของศูนย์นั้น
ประเภทพาสปอร์ต เลือกผิดอาจไปขั้นตอนที่ไม่ตรง เช่น ordinary/diplomatic/service คนทั่วไปส่วนใหญ่ใช้ Ordinary Passport
ประเภทบริการ เลือก service ผิดอาจกระทบค่าธรรมเนียมหรือเวลารับเล่ม ดู regular/express ตามประกาศของศูนย์วีซ่า

4) ขั้นตอนที่ 2 สมัครบัญชีและเริ่มกรอกแบบฟอร์มออนไลน์

ในระบบศูนย์วีซ่าจีนบางเวอร์ชัน ผู้สมัครต้องสมัครบัญชีก่อนเริ่มกรอกฟอร์ม ส่วนระบบ COVA บางแห่งอาจให้เริ่มกรอกโดยเลือกสถานที่ยื่นและสร้าง application ID ระหว่างทาง รายละเอียดหน้าจออาจเปลี่ยนได้ แต่หลักการตรวจข้อมูลเหมือนกัน

ใช้อีเมลที่เปิดได้จริง

เพราะระบบอาจส่งข้อมูลนัดหมาย แจ้งเตือน หรือ confirmation ไปทางอีเมล

จด Application ID

เลขนี้สำคัญมาก ใช้กลับมาแก้ฟอร์ม ตรวจสถานะ หรือจองคิวในบางระบบ

ตั้งรหัสผ่านให้เก็บได้

ถ้ากรอกไม่จบในครั้งเดียว จะต้องกลับมา login หรือ retrieve form

อย่ากด submit เร็วเกินไป

ควรกรอกให้ครบ ตรวจทาน และเทียบกับเอกสารจริงก่อนส่ง

💡 จากเคสจริง: คนที่กรอกเองแล้วพลาดบ่อยคือไม่ได้จด application ID หรือใช้หลายอีเมลปนกัน พอจะจองคิวหรือกลับมาแก้ข้อมูล กลับหาแบบฟอร์มเดิมไม่เจอ ควรเก็บ screenshot ทุกขั้นตอนสำคัญไว้ด้วย

5) ขั้นตอนที่ 3 กรอกข้อมูลส่วนตัวและพาสปอร์ต

ส่วนข้อมูลส่วนตัวเป็นจุดที่ต้องละเอียดที่สุด เพราะถ้าชื่อ นามสกุล วันเกิด เพศ สถานที่เกิด หรือเลขพาสปอร์ตผิด แม้ผิดแค่ตัวเดียวก็อาจต้องกรอกใหม่หรือทำให้ยื่นเอกสารไม่ได้

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ช่องข้อมูล ควรกรอกอย่างไร จุดที่มักพลาด
ชื่อ-นามสกุล กรอกตามพาสปอร์ตทุกตัวอักษร สลับ First name / Last name หรือสะกดไม่ตรง MRZ
ชื่อเดิม/ชื่ออื่น ถ้าเคยเปลี่ยนชื่อควรกรอกตามความจริงและเตรียมเอกสารรองรับ ละเว้นชื่อเก่าทั้งที่มีเอกสารเปลี่ยนชื่อ
วันเดือนปีเกิด กรอกตามพาสปอร์ตและรูปแบบวันที่ของระบบ สลับเดือนกับวัน โดยเฉพาะระบบภาษาอังกฤษ
เลขพาสปอร์ต กรอกตามเล่มปัจจุบัน ไม่ใช้เลขเล่มเก่า ใส่ตัว O แทนเลข 0 หรือพิมพ์ตก 1 ตัว
วันออกและวันหมดอายุพาสปอร์ต กรอกตามหน้าพาสปอร์ต พาสปอร์ตเหลือน้อยกว่า 6 เดือน อาจเสี่ยงต่อการรับคำร้องหรือเดินทาง
สัญชาติและสถานะพำนักในไทย คนไทยเลือก Thailand / Thai ให้ตรง ส่วนต่างชาติต้องมีหลักฐานอยู่ไทยถูกต้อง ผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติยื่นในไทยโดยไม่มีเอกสารสถานะในไทย
❌ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย: ผู้สมัครบางคนใช้ข้อมูลจากพาสปอร์ตเล่มเก่าหรือ booking เก่ามากรอก แต่วันยื่นใช้พาสปอร์ตเล่มใหม่ ทำให้เลขพาสปอร์ตในฟอร์มไม่ตรงกับเล่มจริง ต้องแก้ใหม่ทั้งชุด

6) ขั้นตอนที่ 4 เลือกประเภทวีซ่าและกรอกแผนเดินทาง

การเลือกประเภทวีซ่าเป็นหัวใจของฟอร์ม COVA เพราะเอกสารที่ต้องใช้ขึ้นกับวัตถุประสงค์จริง ถ้าไปเที่ยวให้เลือกประเภทท่องเที่ยว ถ้าไปธุรกิจควรเลือกธุรกิจ ถ้าไปเยี่ยมญาติ เรียน หรือทำงาน ต้องเลือกประเภทให้ตรง ไม่ควรเลือกประเภทที่ดูง่ายกว่าแต่ไม่ตรงกับเหตุผลจริง

สำหรับคนทั่วไป ประเภทที่เจอบ่อย ได้แก่ L ท่องเที่ยว, M ธุรกิจ, F เยี่ยมเยือน/แลกเปลี่ยน, Q/S เยี่ยมครอบครัวหรือกิจการส่วนตัว, X นักเรียน และ Z ทำงาน รายละเอียดเอกสารต้องตรวจจากสถานทูตจีนหรือศูนย์วีซ่าจีนล่าสุด

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

วัตถุประสงค์เดินทาง ประเภทวีซ่าที่มักเกี่ยวข้อง ข้อมูลในฟอร์มที่ต้องระวัง
ท่องเที่ยว L เมืองที่ไป วันที่เดินทาง ที่พัก และแผนเที่ยวต้องสัมพันธ์กับตั๋ว/โรงแรม
ประชุม ติดต่อคู่ค้า เยี่ยมโรงงาน M ข้อมูลบริษัทเชิญ วันที่เชิญ และวัตถุประสงค์ต้องตรงกับ invitation letter
แลกเปลี่ยน ศึกษาดูงาน เยี่ยมหน่วยงาน F ข้อมูลผู้เชิญ หน่วยงาน และกิจกรรมต้องชัดเจน
เยี่ยมญาติหรือครอบครัวในจีน Q / S ความสัมพันธ์ ผู้เชิญ ที่อยู่ และเอกสารสถานะในจีนต้องตรงกัน
เรียน X1 / X2 ข้อมูลสถาบัน ระยะเวลาเรียน และเอกสารรับเข้าเรียนต้องตรงกัน
ทำงาน Z ต้องมีเอกสารอนุญาตทำงานหรือเอกสารทางการที่เกี่ยวข้อง

ถ้ายื่นท่องเที่ยวและยังไม่ต้องการออกตั๋วจริงทันที อาจใช้เอกสารประกอบแผนเดินทาง เช่น ตั๋วเครื่องบินจำลอง หรือใบจองที่พักตามความเหมาะสม แต่ข้อมูลในฟอร์มต้องไม่ขัดกับเอกสารจริงและแผนเดินทางที่ตั้งใจใช้

7) ขั้นตอนที่ 5 กรอกข้อมูลงาน ครอบครัว ผู้เชิญ และประวัติเดินทาง

หลายคนคิดว่าส่วนนี้ไม่สำคัญ แต่จริง ๆ เป็นจุดที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นบริบทของผู้สมัคร เช่น ทำงานอะไร มีรายได้จากที่ไหน เดินทางไปจีนเพื่ออะไร มีใครเชิญ และมีเหตุผลกลับไทยอย่างไร

ข้อมูลงานและการศึกษา

กรอกตำแหน่งงาน ชื่อบริษัท ที่อยู่บริษัท เบอร์โทร และระยะเวลาทำงานให้ตรงกับเอกสารงาน หากใช้ หนังสือรับรองการทำงาน ประกอบ ข้อมูลบริษัทในฟอร์มควรตรงกับหนังสือทุกจุด

ข้อมูลผู้เชิญในจีน

ถ้าวีซ่าของคุณใช้ invitation letter เช่น ธุรกิจ เยี่ยมญาติ หรือเยี่ยมหน่วยงาน ต้องกรอกชื่อผู้เชิญ ที่อยู่ เบอร์โทร ความสัมพันธ์ และข้อมูลองค์กรให้ตรงกับ จดหมายเชิญ และเอกสารแนบของผู้เชิญ

ประวัติเดินทางและประวัติวีซ่า

ตอบตามจริง หากเคยไปจีน เคยมีวีซ่าจีน หรือเคยถูกปฏิเสธวีซ่า ควรกรอกอย่างระมัดระวัง ไม่ควรละเว้นข้อมูลสำคัญ เพราะระบบและเจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบจากประวัติได้

⚠️ จุดที่ควรระวัง: หากข้อมูลในฟอร์มไม่ตรงกับเอกสาร เช่น บริษัทในฟอร์มคนละชื่อกับหนังสือรับรอง หรือผู้เชิญในฟอร์มคนละคนกับจดหมายเชิญ อาจทำให้เคสดูไม่น่าเชื่อถือ แม้เอกสารจะครบก็ตาม

8) ขั้นตอนที่ 6 ตรวจทานก่อน Submit และพิมพ์เอกสาร

ก่อนกด submit ควรตรวจฟอร์มเหมือนตรวจสัญญา เพราะเมื่อส่งแล้ว บางระบบอาจแก้ไขได้จำกัด หรืออาจต้องเริ่มฟอร์มใหม่ การตรวจทานควรเทียบกับเอกสารจริง ไม่ใช่อ่านจากหน้าจออย่างเดียว

  • ชื่อ-นามสกุลตรงกับพาสปอร์ต 100%
  • เลขพาสปอร์ต วันออก และวันหมดอายุตรงกับเล่มจริง
  • ประเภทวีซ่าตรงกับวัตถุประสงค์จริง
  • วันที่เข้า-ออกจีนตรงกับตั๋วและแผนเดินทาง
  • ที่พักในจีนตรงกับโรงแรมหรือที่อยู่ผู้เชิญ
  • ข้อมูลผู้เชิญตรงกับ invitation letter
  • ข้อมูลงานตรงกับหนังสือรับรองหรือเอกสารอาชีพ
  • คำตอบเรื่องประวัติวีซ่าและการเดินทางตอบตามจริง
  • รูปถ่ายผ่านข้อกำหนดของระบบ
  • บันทึก application ID และพิมพ์ confirmation page แล้ว

หลัง submit ให้พิมพ์เอกสารชุดที่ระบบกำหนด เช่น Visa Application Form และ Confirmation of Online Visa Application แล้วลงนามในช่องที่กำหนด โดยเฉพาะส่วน Signature & Declaration หากเป็นผู้เยาว์หรือมีผู้ช่วยกรอก ควรตรวจเงื่อนไขการลงนามตามประกาศล่าสุด

💡 ทริคหน้างาน: ควรพิมพ์เอกสารเป็นกระดาษชัดเจน ไม่ยับ ไม่ตัดหน้า และเรียงเอกสารตาม checklist ของศูนย์วีซ่า เพราะเคสที่เสียเวลาที่เคาน์เตอร์มักเกิดจากเอกสารปะปนหรือหน้าที่ต้องเซ็นหายไป

9) ขั้นตอนที่ 7 จองคิวออนไลน์ หรือเช็กว่าศูนย์รับ Walk-in ได้ไหม?

เรื่องจองคิวต้องเช็กประกาศล่าสุดทุกครั้ง เพราะนโยบายสามารถเปลี่ยนได้ บางช่วงศูนย์วีซ่าจีนในไทยมีบริการ walk-in โดยผู้สมัครกรอกฟอร์มออนไลน์แล้วไปยื่นเอกสารที่ศูนย์ได้ แต่ผู้ที่มี appointment confirmation อาจได้รับการจัดลำดับตามช่วงเวลาที่จอง

หากระบบหรือศูนย์ที่คุณยื่นกำหนดให้จองคิว ให้ใช้ application ID หรือเลขคำร้องจากแบบฟอร์มออนไลน์ในการนัดหมาย เลือกวันและช่วงเวลาที่ยังว่าง แล้วพิมพ์หรือบันทึก appointment confirmation ไว้

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กรณี ควรทำอย่างไร เอกสารที่ต้องมีในวันยื่น
ระบบกำหนดให้จองคิว เข้าเมนู Online Appointment / Appointment แล้วใช้ application ID จองวันเวลา Appointment confirmation, ฟอร์มที่เซ็นแล้ว, พาสปอร์ต, เอกสารประกอบ
ศูนย์ประกาศรับ Walk-in กรอกฟอร์มออนไลน์ให้เสร็จก่อน แล้วไปยื่นตามเวลารับเอกสารของศูนย์ ฟอร์มออนไลน์ที่พิมพ์แล้ว, confirmation page, พาสปอร์ต, เอกสารประกอบ
จองคิวแล้วต้องเลื่อน ตรวจว่าระบบต้อง cancel ก่อนหรือจองใหม่ได้อย่างไร ข้อมูลนัดหมายเดิมและ application ID
ยื่นเป็นครอบครัวหรือหลายคน ตรวจว่าหนึ่งคิวรองรับกี่คน และทุกคนต้องไปพร้อมกันหรือไม่ ฟอร์มและเอกสารแยกครบทุกคน
📌 ข้อมูลจากระบบ AVAS: ระบบนัดหมายของจีนระบุว่า ผู้สมัครควรกรอก COVA ให้เสร็จก่อน แล้วใช้ application ID ในการจองนัดหมาย เมื่อจองสำเร็จควรพิมพ์หรือบันทึกข้อมูลนัดหมาย และนำพาสปอร์ต แบบฟอร์มที่เซ็นแล้ว confirmation page และเอกสารประกอบไปในวันยื่น

10) วันไปยื่นจริงที่ศูนย์วีซ่าจีน ต้องทำอะไรบ้าง?

วันยื่นจริงควรไปก่อนเวลาพอสมควร เตรียมเอกสารเรียงตาม checklist และตรวจว่าพาสปอร์ตตัวจริงอยู่กับตัว เพราะไม่มีพาสปอร์ตตัวจริงจะยื่นไม่ได้

1
ตรวจชุดเอกสารก่อนออกจากบ้าน
พาสปอร์ต ฟอร์มที่เซ็นแล้ว confirmation page รูปถ่าย เอกสารสนับสนุน และคิวนัดหมายถ้ามี
2
ไปศูนย์วีซ่าตามเวลารับคำร้อง
ศูนย์วีซ่าจีนกรุงเทพฯ โดยทั่วไปเปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันหยุด และมีช่วงเวลารับคำร้องตามประกาศของศูนย์
3
รับบัตรคิวหรือยื่นตาม appointment
หากมี appointment confirmation ให้แสดงตามที่ศูนย์กำหนด
4
ส่งเอกสารและตอบคำถามหากเจ้าหน้าที่ถาม
คำตอบควรตรงกับฟอร์มและเอกสาร เช่น ไปทำอะไร อยู่กี่วัน พักที่ไหน ใครออกค่าใช้จ่าย
5
ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบนัดรับเล่ม
ตรวจรายละเอียดในใบรับคำร้อง เช่น ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันที่รับ และประเภทบริการ

หากเอกสารต้องใช้คำอธิบายเพิ่มเติม เช่น วีซ่าธุรกิจที่มีผู้เชิญหลายบริษัท หรือทริปท่องเที่ยวหลายเมือง การเตรียม Cover Letter หรือจดหมายอธิบายประกอบอาจช่วยให้ภาพรวมอ่านง่ายขึ้น แต่ต้องเขียนตามข้อเท็จจริงและไม่ขัดกับฟอร์ม

11) ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในระบบ COVA และการจองคิว

จากเคสจริง จุดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุดไม่ใช่ระบบล่ม แต่เป็นข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างฟอร์มกับเอกสาร เช่น ฟอร์มระบุอยู่จีน 7 วัน แต่ตั๋วเป็น 12 วัน หรือฟอร์มใส่โรงแรมหนึ่ง แต่ใบจองโรงแรมเป็นอีกเมืองหนึ่ง

❌ ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง:
  • เลือกศูนย์ยื่นผิดเมือง ทำให้ใช้ฟอร์มกับสถานที่จริงไม่ได้
  • กรอกชื่อ-นามสกุลไม่ตรงพาสปอร์ต
  • เลือกประเภทวีซ่าผิด เช่น ไปธุรกิจแต่เลือกท่องเที่ยว
  • วันที่เดินทางในฟอร์มไม่ตรงกับตั๋วหรือโรงแรม
  • ข้อมูลผู้เชิญไม่ตรงกับหนังสือเชิญ
  • ไม่ได้ลงนามในฟอร์มและ confirmation page
  • จองคิวแล้วลืมพิมพ์ appointment confirmation
  • ใช้ข้อมูลจากรีวิวเก่า โดยไม่ตรวจประกาศล่าสุดของศูนย์วีซ่า

ก่อนกด Submit ฟอร์ม COVA ให้ทีมช่วยตรวจได้
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูประเภทวีซ่า วันที่เดินทาง ข้อมูลผู้เชิญ และเอกสารประกอบให้สอดคล้องกันก่อนยื่นจริง

💬 ส่งฟอร์มให้ทีมช่วยเช็ก

12) ตัวอย่างเคสที่ควรระวังก่อนกรอกฟอร์ม

เคสที่ 1: ไปเที่ยวจีน แต่กรอกวันที่ไม่ตรงกับตั๋ว

ผู้สมัครตั้งใจไปเที่ยว 10 วัน แต่ในฟอร์มกรอกอยู่จีน 7 วัน เพราะคิดว่าไม่สำคัญ พอเทียบกับตั๋วและโรงแรมแล้วข้อมูลไม่ตรงกัน ต้องแก้ฟอร์มหรืออธิบายเพิ่ม เคสแบบนี้ป้องกันได้ด้วยการกรอกหลังเตรียมแผนเดินทางเรียบร้อยแล้ว

เคสที่ 2: ไปประชุมธุรกิจ แต่เลือกวีซ่าท่องเที่ยว

บางคนเลือกวีซ่าท่องเที่ยวเพราะคิดว่าเอกสารง่ายกว่า แต่ invitation letter และวัตถุประสงค์จริงเป็นธุรกิจ ข้อมูลไม่สัมพันธ์กันตั้งแต่ต้น ควรเลือกประเภทวีซ่าตามวัตถุประสงค์จริง ไม่ใช่เลือกตามความรู้สึกว่าง่าย

เคสที่ 3: มีแฟนหรือเพื่อนในจีน แต่ข้อมูลที่พักไม่ชัด

ถ้าพักบ้านคนรู้จัก ข้อมูลที่อยู่ เบอร์โทร ความสัมพันธ์ และเอกสารของผู้ให้ที่พักควรชัดเจน หากฟอร์มระบุพักโรงแรม แต่ความจริงพักบ้านแฟน อาจทำให้ข้อมูลหน้างานไม่ตรงกัน โดยเฉพาะเมื่อถูกถามตอนเข้าเมือง

13) แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนกรอก COVA และจองคิว

ระบบวีซ่าจีน ขั้นตอนนัดหมาย ค่าธรรมเนียม การเก็บลายนิ้วมือ และการรับ walk-in สามารถเปลี่ยนได้ตามประกาศของสถานทูตจีนและศูนย์วีซ่าจีน จึงควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่แนะนำ:

หากเอกสารประกอบเป็นภาษาไทยและต้องใช้กับหน่วยงานจีนในบางบริบท อาจต้องตรวจเรื่อง แปลเอกสาร หรือการรับรองเอกสารเพิ่มเติมตามกรณี ไม่ควรแปลหรือรับรองเองโดยไม่ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานที่รับเอกสาร

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยกรอกฟอร์ม COVA และตรวจเอกสาร?

  • ช่วยเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์ — แยกให้ชัดระหว่างท่องเที่ยว ธุรกิจ เยี่ยมญาติ เรียน และทำงาน
  • ช่วยตรวจข้อมูลในฟอร์มก่อน submit — ชื่อ พาสปอร์ต วันที่เดินทาง ที่พัก และผู้เชิญต้องตรงกับเอกสาร
  • ช่วยจัดชุดเอกสารให้ยื่นง่ายขึ้น — เรียงเอกสารตามประเภทวีซ่า ลดโอกาสเสียเวลาที่เคาน์เตอร์
  • ช่วยเช็กประกาศล่าสุดของศูนย์ยื่น — ว่าต้องจองคิวหรือ walk-in ได้ และควรเตรียมอะไรในวันยื่น
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูจากแผนเดินทางและเอกสารจริง โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลวีซ่า

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

COVA คืออะไร ใช้ขอวีซ่าจีนอย่างไร?
COVA คือ China Online Visa Application หรือระบบกรอกแบบฟอร์มคำร้องวีซ่าจีนออนไลน์ ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว พาสปอร์ต แผนเดินทาง ประเภทวีซ่า และข้อมูลประกอบให้ครบ ก่อนพิมพ์แบบฟอร์มและนำเอกสารไปยื่นตามช่องทางของสถานทูต กงสุล หรือศูนย์วีซ่าจีนที่รับผิดชอบ
ยื่นวีซ่าจีนในไทยต้องจองคิวออนไลน์ก่อนทุกครั้งไหม?
ต้องตรวจประกาศล่าสุดของศูนย์วีซ่าจีนหรือสถานทูตจีนในไทยก่อนยื่น เพราะบางช่วงมีบริการ walk-in โดยไม่ต้องนัดหมาย แต่ผู้ที่มีนัดหมายออนไลน์อาจได้รับสิทธิยื่นตามช่วงเวลาที่จองไว้ กฎนี้สามารถเปลี่ยนได้ตามประกาศของหน่วยงานทางการ
กรอกฟอร์ม COVA ผิด แก้ไขหลัง submit ได้ไหม?
โดยทั่วไปหาก submit แล้วอาจแก้ไขได้จำกัด หรืออาจต้องกรอกแบบฟอร์มใหม่ ขึ้นอยู่กับระบบและสถานะคำร้อง จึงควรตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด ประเภทวีซ่า วันที่เดินทาง และข้อมูลผู้เชิญให้ละเอียดก่อน submit
กรอก COVA แล้วถือว่าได้วีซ่าจีนแล้วหรือยัง?
ยังไม่ถือว่าได้วีซ่า การกรอก COVA หรือแบบฟอร์มออนไลน์เป็นเพียงขั้นตอนเตรียมคำร้อง ผู้สมัครยังต้องยื่นเอกสาร พาสปอร์ต และชำระค่าธรรมเนียมตามขั้นตอนของศูนย์วีซ่าจีนหรือสถานทูต ก่อนรอผลพิจารณา
ต้องกรอก COVA เป็นภาษาไทยได้ไหม?
ระบบ COVA และระบบวีซ่าจีนโดยทั่วไปให้กรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน ข้อมูลควรตรงกับพาสปอร์ต เอกสารงาน หนังสือเชิญ ตั๋วเครื่องบิน และเอกสารประกอบอื่น ๆ
กรอกฟอร์มวีซ่าจีนออนไลน์เองยากไหม?
ทำเองได้หากเตรียมข้อมูลครบและเข้าใจประเภทวีซ่าที่ถูกต้อง แต่จุดที่มักพลาดคือเลือกประเภทวีซ่าผิด กรอกประวัติงานไม่ครบ ใส่วันที่ไม่ตรงกับเอกสาร หรือข้อมูลผู้เชิญไม่สอดคล้องกับเอกสารแนบ

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับการกรอก COVA และจองคิววีซ่าจีน

  • COVA คือระบบกรอกแบบฟอร์มวีซ่าจีนออนไลน์ แต่ผู้ยื่นในไทยควรตรวจระบบล่าสุดของ Visa for China ควบคู่กัน
  • ต้องเลือกประเทศ เมือง และศูนย์ยื่นให้ถูกตั้งแต่แรก เพราะฟอร์มและคิวผูกกับสถานที่ยื่น
  • ข้อมูลในฟอร์มต้องตรงกับพาสปอร์ต ตั๋ว ที่พัก หนังสือเชิญ และเอกสารงาน
  • การกรอกฟอร์มออนไลน์ยังไม่ใช่การได้รับวีซ่า ต้องยื่นเอกสารจริงและรอผลพิจารณา
  • ระบบนัดหมายหรือ walk-in อาจเปลี่ยนได้ ต้องตรวจประกาศล่าสุดจากศูนย์วีซ่าจีนและสถานทูตจีน
  • ก่อน submit ควรตรวจ application ID, ชื่อ, เลขพาสปอร์ต, ประเภทวีซ่า และวันที่เดินทางให้ละเอียด
  • หากเคสมีผู้เชิญ ธุรกิจ หรือเอกสารหลายชุด ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจความสอดคล้องก่อนยื่นจริง

ไม่อยากกรอก COVA ผิดหรือจองคิวพลาด ให้ทีมช่วยตรวจตั้งแต่ก่อน Submit

ทีม Co Journey Visa ช่วยดูประเภทวีซ่า ข้อมูลในฟอร์ม เอกสารประกอบ และขั้นตอนยื่นจริง เพื่อให้เคสเป็นระบบและลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ตรงกัน

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com