ยื่นวีซ่าจีนผ่านระบบ COVA แล้วตรวจเจอข้อมูลผิดหน้างาน แก้ไขอย่างไร? ต้องจองคิวใหม่ไหม?

ยื่นวีซ่าจีนผ่านระบบ COVA แล้วตรวจเจอข้อมูลผิดหน้างาน แก้ไขอย่างไร? ต้องจองคิวใหม่ไหม?

🖥️ COVA Form Correction Guide

ยื่นวีซ่าจีนผ่านระบบ COVA แล้วตรวจเจอข้อมูลผิดหน้างาน แก้ไขอย่างไร? ต้องจองคิวใหม่ไหม?

สรุปให้ชัดสำหรับคนกรอกฟอร์มวีซ่าจีนออนไลน์แล้วพบข้อมูลผิดหลัง Submit หรือพบตอนอยู่ที่ศูนย์วีซ่า ว่าควรทำฟอร์มใหม่ ยกเลิกคำร้องเดิม หรือจองคิวใหม่ในกรณีไหน
📅 อัปเดตล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 10 นาที

หนึ่งในปัญหาที่เจอได้บ่อยมากในการยื่น วีซ่าจีน คือกรอกฟอร์มออนไลน์ผ่านระบบ COVA หรือ Visa for China เรียบร้อยแล้ว แต่พอพิมพ์เอกสารหรือไปถึงศูนย์วีซ่าจีน กลับพบว่าข้อมูลผิด เช่น สะกดชื่อผิด เลขพาสปอร์ตผิด เลือกประเภทวีซ่าผิด วันที่เดินทางไม่ตรง หรือข้อมูลผู้เชิญไม่เหมือนในหนังสือเชิญ

คำถามที่ตามมาคือ “แก้ในฟอร์มเดิมได้ไหม?” “ต้องทำฟอร์มใหม่หรือเปล่า?” และ “ถ้าจองคิวไว้แล้ว ต้องจองใหม่ไหม?” คำตอบคือขึ้นอยู่กับระดับความผิด สถานะคำร้อง และระบบของศูนย์วีซ่าที่คุณยื่น แต่หลักที่ปลอดภัยที่สุดคือ ถ้าข้อมูลสำคัญผิด ไม่ควรฝืนยื่นต่อ เพราะข้อมูลในฟอร์มคือข้อมูลหลักที่ใช้ประกอบการพิจารณา

บทความนี้สรุปวิธีรับมือแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ตรวจเจอก่อนวันยื่น ตรวจเจอหน้างาน ไปจนถึงกรณีระบบไม่ให้ Submit ฟอร์มใหม่เพราะมีคำร้องเดิมอยู่ พร้อมอธิบายเรื่องการจองคิวใหม่แบบไม่ให้สับสน

สรุปสั้น ๆ: หาก Submit ฟอร์ม COVA / Visa for China แล้วพบข้อมูลสำคัญผิด โดยมากควรใช้วิธี “copy and fill in” หรือกรอกแบบฟอร์มใหม่เพื่อสร้าง application form number ใหม่ แล้วพิมพ์ฟอร์มชุดใหม่ที่ถูกต้อง หากมีนัดหมายเดิมที่ผูกกับเลขฟอร์มเดิม อาจต้องจองใหม่หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบตามระบบของศูนย์นั้น ส่วนศูนย์กรุงเทพฯ มีข้อมูลว่าไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า แต่แนะนำให้ส่งฟอร์มออนไลน์ก่อน และสามารถจองออนไลน์เพื่อความรวดเร็วได้

💬 กรอกฟอร์ม COVA แล้วไม่แน่ใจว่าผิดจุดไหนต้องทำใหม่? ส่งหน้าแรก-หน้าสุดท้ายของฟอร์ม เอกสารพาสปอร์ต และเอกสารประกอบให้ทีมช่วยเช็กก่อนยื่นจริงได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1) ข้อมูลผิดแบบไหนต้องรีบแก้ก่อนยื่น?

ไม่ใช่ทุกความผิดจะมีน้ำหนักเท่ากัน แต่ข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวตน ประเภทวีซ่า เอกสารเชิญ และแผนเดินทาง ถือเป็นข้อมูลสำคัญ หากผิดควรรีบแก้ก่อนยื่นจริง เพราะอาจทำให้ฟอร์มไม่สอดคล้องกับพาสปอร์ตหรือเอกสารประกอบ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ข้อมูลที่ผิด ความเสี่ยง ควรทำอย่างไร
ชื่อ-นามสกุลไม่ตรงพาสปอร์ต เสี่ยงสูงมาก เพราะกระทบตัวตนผู้สมัคร ทำฟอร์มใหม่ ไม่ควรยื่นต่อทั้งที่รู้ว่าผิด
เลขพาสปอร์ต วันเกิด เพศ หรือสัญชาติผิด เสี่ยงสูง เพราะข้อมูลหลักไม่ตรงเอกสารจริง ทำฟอร์มใหม่และตรวจทุกหน้าให้ตรงกับพาสปอร์ต
เลือกประเภทวีซ่าผิด เช่น ไปธุรกิจแต่เลือกท่องเที่ยว เสี่ยงสูง เพราะวัตถุประสงค์และเอกสารไม่ตรงกัน ทำฟอร์มใหม่และเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์จริง
วันที่เดินทางไม่ตรงกับตั๋วหรือหนังสือเชิญ เสี่ยงปานกลางถึงสูง ขึ้นกับความแตกต่าง ควรแก้ฟอร์มให้วันที่สอดคล้องกับเอกสารประกอบ
ชื่อบริษัทเชิญ/ผู้เชิญในจีนไม่ตรงเอกสาร เสี่ยงสูงในเคส M, F, Q, S, X, Z ทำฟอร์มใหม่หรือแก้เอกสารเชิญให้ข้อมูลตรงกัน
เบอร์โทรหรืออีเมลผิดเล็กน้อย เสี่ยงปานกลาง หากทำให้ติดต่อไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ประเมิน แต่ถ้าสำคัญควรทำฟอร์มใหม่
❌ จุดที่ไม่ควรมองข้าม: เว็บไซต์ศูนย์วีซ่าจีนบางแห่งระบุว่าคำร้องอาจถูกส่งกลับจากข้อมูลในแบบฟอร์มผิด เช่น ชื่อผู้สมัคร เลขพาสปอร์ต วันเกิด ชื่อบริษัทเชิญ เบอร์ติดต่อ หรือข้อมูลผู้เชิญไม่ตรงกับเอกสารประกอบ ดังนั้นการยื่นทั้งที่รู้ว่าผิดอาจทำให้เสียเวลามากกว่าแก้ตั้งแต่ต้น

2) Submit ฟอร์มแล้วแก้ได้ไหม?

โดยหลักหลัง Submit แล้ว ไม่ควรคิดว่าแก้บนฟอร์มเดิมได้ง่ายเหมือนเอกสาร Word เพราะระบบวีซ่าจีนออนไลน์จะผูกฟอร์มกับ application form number และสถานะคำร้อง หากพบข้อมูลผิดหลัง Submit แนวทางที่หลายศูนย์ระบุคือให้เข้าไปที่บัญชีผู้ใช้ แล้วใช้ฟังก์ชัน copy and fill in เพื่อคัดลอกข้อมูลเดิมไปสร้างฟอร์มใหม่ จากนั้นแก้ไขข้อมูลที่ผิดและ Submit เป็นคำร้องใหม่

📌 ข้อมูลจาก FAQ ศูนย์วีซ่าจีน: บางศูนย์ระบุว่า หากต้องการแก้ไขข้อมูลหลัง Submit ให้ล็อกอินเข้า My Account → Visa → Completed → Copy and fill in เพื่อแก้ไขและสร้างแบบฟอร์มใหม่ โดยสามารถค้นหาแบบฟอร์มออนไลน์ย้อนหลังได้ภายในช่วงเวลาที่ระบบกำหนด เช่น 3 เดือน

ในทางปฏิบัติ ถ้าเจอผิดก่อนวันยื่นจริง ควรทำฟอร์มใหม่จากบ้านหรือที่ทำงาน แล้วพิมพ์หน้าแรก หน้าเซ็น และเอกสารที่ระบบกำหนดให้ครบก่อนเดินทางไปศูนย์วีซ่า จะปลอดภัยกว่ารอไปแก้หน้างาน เพราะบางครั้งต้องใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ หรือเวลามากกว่าที่คิด

3) ตรวจเจอผิดหน้างานที่ศูนย์วีซ่าจีน ต้องทำอย่างไร?

ถ้าไปถึงศูนย์วีซ่าแล้วเพิ่งเจอว่าข้อมูลผิด สิ่งแรกคือ แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที อย่าเซ็นรับรองหรือยื่นต่อแบบหวังว่า “น่าจะไม่เป็นไร” โดยเฉพาะถ้าข้อมูลผิดเกี่ยวกับตัวตน วัตถุประสงค์การเดินทาง หรือเอกสารเชิญ

1
หยุดยื่นต่อและแจ้งเจ้าหน้าที่
บอกให้ชัดว่าข้อมูลใดผิด เช่น เลขพาสปอร์ต วันที่เดินทาง หรือชื่อบริษัทเชิญ
2
ถามว่าแก้หน้างานได้หรือจำเป็นต้องทำฟอร์มใหม่
ให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ประเมิน เพราะบางข้อมูลอาจเล็กน้อย แต่บางข้อมูลต้องสร้างคำร้องใหม่
3
ถ้าต้องทำใหม่ ให้ใช้ข้อมูลจากเอกสารจริง
เทียบกับพาสปอร์ต หนังสือเชิญ Admission Notice ตั๋ว และเอกสารประกอบ ไม่กรอกจากความจำ
4
พิมพ์เอกสารชุดใหม่และเซ็นใหม่
อย่าใช้ฟอร์มเก่าปนกับฟอร์มใหม่ เพราะเลขคำร้องและข้อมูลอาจไม่ตรงกัน
5
ตรวจ appointment หรือคิวอีกครั้ง
หากคิวผูกกับเลขฟอร์มเดิม ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องจองใหม่หรือใช้ฟอร์มใหม่แทนได้หรือไม่
⚠️ คำแนะนำจากประสบการณ์จริง: ถ้ารู้ตัวว่าฟอร์มผิดตั้งแต่ก่อนเดินทางไปศูนย์ อย่ารอไปแก้หน้างาน ควรทำฟอร์มใหม่ล่วงหน้า เพราะการแก้ที่ศูนย์อาจชนเวลารับคำร้อง คนเยอะ เครื่องพิมพ์ไม่สะดวก หรือระบบอาจต้องใช้เวลายกเลิกคำร้องเดิม

4) แก้ฟอร์มแล้วต้องจองคิวใหม่ไหม?

คำตอบขึ้นอยู่กับระบบของศูนย์วีซ่าที่คุณยื่น และคิวเดิมผูกกับอะไร หากคิวเดิมผูกกับ application form number เดิม แต่คุณสร้างฟอร์มใหม่ เลขคำร้องใหม่อาจไม่ตรงกับคิวเดิม จึงต้องถามศูนย์หรือจองใหม่ตามระบบนัดหมาย

ในหน้าการนัดหมายของศูนย์วีซ่าจีนกรุงเทพฯ ระบุขั้นตอนว่าให้เข้า Online Appointment และกรอก application form number เพื่อเลือกช่วงเวลานัดหมาย ดังนั้นถ้ามีฟอร์มใหม่และเลขใหม่ คิวเดิมอาจไม่สะท้อนข้อมูลใหม่โดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม FAQ ของศูนย์วีซ่าจีนกรุงเทพฯ ระบุว่า ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า แต่ศูนย์แนะนำให้ส่งแบบฟอร์มทางอินเทอร์เน็ตก่อนเพื่อความรวดเร็ว และสามารถใช้เมนูจองออนไลน์เพื่อจองล่วงหน้าได้ ดังนั้นสำหรับผู้ยื่นที่กรุงเทพฯ สถานการณ์จริงอาจเป็นได้ 2 แบบ คือ walk-in พร้อมฟอร์มที่ถูกต้อง หรือจองใหม่หากต้องการใช้ระบบนัดหมายกับฟอร์มใหม่

ถ้ายังไม่ได้จองคิว

ทำฟอร์มใหม่ให้ถูกต้อง แล้วใช้ฟอร์มใหม่ยื่นหรือจองคิวตามระบบล่าสุด

ถ้าจองคิวแล้ว

ตรวจว่าคิวผูกกับ application form number เดิมหรือไม่ หากผูกเลขเดิม ควรถามศูนย์หรือจองใหม่

ถ้าเป็นศูนย์กรุงเทพฯ

ตรวจประกาศล่าสุด เพราะมีข้อมูลว่าไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า แต่ควรทำฟอร์มออนไลน์ก่อน

ถ้าเป็นศูนย์อื่น

อย่าใช้กฎกรุงเทพฯ แทนศูนย์อื่น ให้ดูประกาศของเมืองที่ยื่นจริง

5) ระบบไม่ให้ Submit ฟอร์มใหม่ เพราะมีคำร้องเดิม ต้องทำอย่างไร?

บางระบบของ Visa for China ระบุว่าแต่ละพาสปอร์ตสามารถ Submit คำร้องได้หนึ่งรายการ ยกเว้นบางประเภท เช่น crew visa หากผู้สมัครเคย Submit ที่ศูนย์อื่นหรือมีคำร้องเดิมค้างอยู่ อาจต้องถอนหรือยกเลิกคำร้องเดิมก่อนจึงจะ Submit ใหม่ได้

📌 แนวทางที่พบใน FAQ ศูนย์วีซ่าจีน: หากเคย Submit ที่ศูนย์อื่น ต้องถอนคำร้องเดิมก่อนจึงจะ Submit ที่ศูนย์ใหม่ได้ โดยการยกเลิกอาจทำได้เมื่อสถานะคำร้องเป็น “Under review” หรือ “Pending Payment” ผ่านเมนู view / cancel application ในบัญชีผู้ใช้ และต้องรอศูนย์อนุมัติการยกเลิกในวันทำการ

ดังนั้น หากคุณสร้างฟอร์มใหม่แล้วระบบขึ้น error หรือไม่ให้ Submit อย่าเพิ่งสร้างหลายบัญชีหรือกรอกซ้ำหลายชุด เพราะอาจทำให้ระบบสับสน ควรกลับไปดูสถานะคำร้องเดิมในบัญชีเดิมก่อน และติดต่อศูนย์วีซ่าที่ Submit เดิมหากต้องให้ช่วยยกเลิก

6) ผิดเล็กน้อยกับผิดร้ายแรง แยกอย่างไร?

หลักง่าย ๆ คือ ถ้าข้อมูลผิดแล้วทำให้เจ้าหน้าที่อ่านเอกสารแล้วเข้าใจผิดว่า “คุณเป็นใคร ไปทำอะไร ไปเมื่อไร ไปหาใคร หรือใช้วีซ่าอะไร” ให้ถือว่าเป็นความผิดสำคัญและควรแก้ด้วยฟอร์มใหม่

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ระดับความผิด ตัวอย่าง แนวทางที่ปลอดภัย
ผิดร้ายแรง ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด สัญชาติ ประเภทวีซ่า เพศ ทำฟอร์มใหม่และตรวจจากพาสปอร์ตตัวจริง
ผิดกระทบวัตถุประสงค์ เลือก L แทน M, กรอกผู้เชิญผิด, ชื่อบริษัทจีนไม่ตรงหนังสือเชิญ ทำฟอร์มใหม่และปรับให้ตรงกับเอกสารเชิญ
ผิดกระทบแผนเดินทาง วันที่เข้าออกจีนไม่ตรงตั๋ว, เมืองที่ไปไม่ตรงเอกสาร ควรแก้ก่อนยื่น โดยเฉพาะเคสธุรกิจ เรียน ทำงาน หรือเยี่ยมญาติ
ผิดข้อมูลติดต่อ เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่ปัจจุบัน หรือ occupation บางส่วน ให้เจ้าหน้าที่ประเมิน แต่ถ้าทำให้ติดต่อไม่ได้ควรแก้
สะกดเล็กน้อยในข้อมูลไม่สำคัญ เว้นวรรคหรือคำย่อบางจุดที่ไม่กระทบตัวตนและเอกสารหลัก ถามเจ้าหน้าที่ก่อนยื่น ไม่ควรตัดสินเองว่าปล่อยได้

7) ขั้นตอนแก้ไขแบบปลอดภัยก่อนยื่นจริง

หากพบว่าฟอร์มผิดก่อนถึงวันยื่น ให้ทำตามลำดับนี้เพื่อประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงจากการใช้เอกสารผิดชุด

1
วงจุดที่ผิดในฟอร์มเดิม
ระบุให้ชัดว่าเป็นข้อมูลพาสปอร์ต ประเภทวีซ่า วันที่เดินทาง หรือข้อมูลผู้เชิญ
2
เทียบกับเอกสารจริงทุกชิ้น
ใช้พาสปอร์ต หนังสือเชิญ Admission Notice ตั๋ว และเอกสารบริษัทเป็นตัวตั้ง
3
ใช้ copy and fill in หรือกรอกฟอร์มใหม่
อย่าพิมพ์แก้บน PDF เอง เพราะข้อมูลในระบบออนไลน์ยังผิดอยู่
4
Submit ฟอร์มใหม่และพิมพ์ชุดใหม่
ใช้หน้าแรก หน้าเซ็น และ confirmation ของฟอร์มใหม่เท่านั้น
5
ตรวจคิวหรือ appointment ใหม่
ถ้าคิวผูกกับเลขฟอร์มเดิม ให้จองใหม่หรือถามศูนย์วีซ่าก่อนวันยื่น
6
เก็บฟอร์มเก่าแยกออกจากชุดยื่น
ป้องกันการหยิบเอกสารผิดชุดไปยื่นหน้างาน
💡 ทริคจากเคสจริง: ตั้งชื่อไฟล์ให้ชัด เช่น “COVA_NEW_CORRECT_23MAY2026” และแยกโฟลเดอร์ฟอร์มเก่าไว้ต่างหาก อย่าเก็บไฟล์ชื่อคล้ายกันหลายชุด เพราะวันยื่นจริงมักรีบและหยิบผิดได้ง่าย

8) ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียคิวหรือเสียเวลา

คนที่เจอข้อมูลผิดหน้างานมักเสียเวลาเพราะไม่รู้ว่าควรแก้ที่เอกสารกระดาษหรือแก้ในระบบออนไลน์ ความจริงถ้าข้อมูลหลักในระบบผิด การพิมพ์แก้ด้วยปากกาบนกระดาษไม่ได้ทำให้ข้อมูลในระบบถูกต้องเสมอไป

❌ ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง:
  • ขีดฆ่าแก้บนฟอร์มกระดาษเอง โดยไม่ถามเจ้าหน้าที่ว่ารับได้หรือไม่
  • ทำฟอร์มใหม่แล้ว แต่ยังแนบหน้าเซ็นของฟอร์มเก่า
  • จองคิวด้วยเลขฟอร์มเก่า แต่ไปยื่นฟอร์มใหม่โดยไม่ตรวจระบบนัดหมาย
  • Submit หลายฟอร์มหลายศูนย์ จนระบบไม่ให้ส่งคำร้องใหม่
  • แก้วันที่เดินทางในฟอร์ม แต่ไม่แก้ตั๋วหรือหนังสือเชิญให้ตรงกัน
  • พบข้อมูลผิดแต่คิดว่า “เล็กน้อย” ทั้งที่เป็นเลขพาสปอร์ตหรือวันเกิด
  • ไปถึงศูนย์ใกล้หมดเวลารับคำร้อง ทำให้ไม่มีเวลาแก้หรือพิมพ์ใหม่

9) ตัวอย่างเคสจริงที่ควรทำฟอร์มใหม่

เคสที่ 1: เลขพาสปอร์ตผิด 1 ตัว

แม้ผิดแค่ตัวเดียว แต่เป็นข้อมูลตัวตนสำคัญ ควรทำฟอร์มใหม่ทันที ไม่ควรใช้วิธีเขียนแก้บนกระดาษ เพราะเลขพาสปอร์ตต้องตรงกับเล่มจริงและข้อมูลในระบบ

เคสที่ 2: ไปธุรกิจ แต่เลือกวีซ่าท่องเที่ยว

ถ้ามีหนังสือเชิญจากบริษัทจีน แต่ฟอร์มเลือก L ท่องเที่ยว ข้อมูลจะขัดกัน ควรทำฟอร์มใหม่โดยเลือกประเภทวีซ่าให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์จริง เช่น M ตามเอกสารธุรกิจ

เคสที่ 3: หนังสือเชิญระบุบริษัท A แต่ฟอร์มกรอกบริษัท B

ศูนย์วีซ่าจีนบางแห่งระบุว่าข้อมูลผู้เชิญไม่ตรง เช่น ชื่อบริษัทเชิญไม่ตรงกับเอกสารธุรกิจ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คำร้องอาจถูกส่งกลับ ควรแก้ฟอร์มหรือแก้หนังสือเชิญให้ตรงกันก่อนยื่น

ก่อนเสียคิวเพราะฟอร์มผิด ให้ทีมช่วยตรวจได้
ทีม Co Journey Visa ช่วยเช็กฟอร์ม COVA / Visa for China เทียบกับพาสปอร์ต หนังสือเชิญ ตั๋ว และเอกสารประกอบก่อนวันยื่นจริง

💬 ส่งฟอร์มให้ทีมช่วยเช็ก

10) แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ระบบ COVA / Visa for China และระบบนัดหมายสามารถเปลี่ยนหน้าจอหรือเงื่อนไขได้ตามศูนย์ที่ยื่น จึงควรตรวจข้อมูลจากศูนย์วีซ่าจีนที่คุณจะไปยื่นจริงก่อนตัดสินใจยกเลิกคำร้อง จองคิวใหม่ หรือสร้างฟอร์มใหม่

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่แนะนำ:

หากคุณต้องยื่นแบบรีบหรือมีเอกสารเชิญจากจีน เช่น ธุรกิจ นักเรียน ทำงาน หรือเยี่ยมญาติ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจฟอร์มก่อน Submit เพราะการแก้หลัง Submit หรือแก้หน้างานมักเสียเวลามากกว่าการตรวจล่วงหน้าไม่กี่นาที

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจฟอร์ม COVA ก่อนยื่น?

  • ช่วยเทียบข้อมูลกับพาสปอร์ตตัวจริง — ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด เพศ และสัญชาติต้องตรง 100%
  • ช่วยเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์ — ท่องเที่ยว ธุรกิจ นักเรียน ทำงาน หรือเยี่ยมญาติ เอกสารไม่เหมือนกัน
  • ช่วยตรวจข้อมูลผู้เชิญและเอกสารแนบ — ชื่อบริษัทจีน เบอร์โทร ที่อยู่ วันที่เดินทาง และหนังสือเชิญต้องสอดคล้องกัน
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากการจองคิวผิดเลขฟอร์ม — โดยเฉพาะเคสที่สร้างฟอร์มใหม่หลัง Submit แล้ว
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูจากเอกสารจริง โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลการพิจารณา

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

กรอกฟอร์ม COVA วีซ่าจีนผิดหลัง Submit แล้วแก้ได้ไหม?
โดยทั่วไปหลัง Submit แล้วจะไม่ควรแก้บนฟอร์มเดิมแบบง่าย ๆ หากข้อมูลสำคัญผิด มักต้องใช้วิธี copy and fill in หรือกรอกแบบฟอร์มใหม่เพื่อสร้างคำร้องใหม่ แล้วใช้ฟอร์มใหม่ที่ข้อมูลถูกต้องในการยื่นจริง ทั้งนี้ต้องดูสถานะคำร้องและระบบของศูนย์วีซ่าจีนที่ยื่น
ถ้าตรวจเจอข้อมูลผิดตอนอยู่ที่ศูนย์วีซ่าจีน ต้องทำอย่างไร?
ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที อย่าเซ็นหรือยื่นต่อทั้งที่รู้ว่าผิด หากเป็นข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด ประเภทวีซ่า วันที่เดินทาง หรือข้อมูลผู้เชิญ โดยมากควรทำฟอร์มใหม่และพิมพ์เอกสารชุดใหม่ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
แก้ฟอร์ม COVA แล้วต้องจองคิวใหม่ไหม?
ขึ้นอยู่กับระบบนัดหมายและศูนย์ที่ยื่น หากคิวเดิมผูกกับ application form number เดิม และคุณสร้างฟอร์มใหม่ เลขคำร้องใหม่อาจต้องใช้ในการนัดหมายใหม่หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบ สำหรับศูนย์กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีข้อมูลว่าไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า แต่แนะนำให้ทำฟอร์มออนไลน์ก่อนและสามารถจองออนไลน์เพื่อความรวดเร็วได้
ถ้ากรอกผิดนิดเดียว เช่น เบอร์โทรหรือที่อยู่ แก้หน้างานได้ไหม?
ต้องให้เจ้าหน้าที่ศูนย์วีซ่าจีนเป็นผู้ประเมิน บางข้อมูลอาจให้แก้หรืออธิบายได้ แต่ถ้าเป็นข้อมูลที่กระทบตัวตน ประเภทวีซ่า หนังสือเชิญ หรือวันเดินทาง ควรทำฟอร์มใหม่เพื่อให้ข้อมูลในระบบและเอกสารตรงกัน
ถ้าสร้างฟอร์มใหม่แล้วระบบไม่ให้ Submit เพราะมีคำร้องเดิมอยู่ ต้องทำอย่างไร?
บางระบบระบุว่าแต่ละพาสปอร์ตสามารถมีคำร้องที่ Submit ได้เพียงหนึ่งรายการ หากเคย Submit ไว้ที่ศูนย์อื่นหรือมีคำร้องเดิมในสถานะบางประเภท อาจต้องยกเลิกหรือถอนคำร้องเดิมก่อนจึงจะ Submit ใหม่ได้ ควรล็อกอินเข้าบัญชีเดิมและดูสถานะคำร้อง
ข้อมูลผิดแบบไหนเสี่ยงทำให้คำร้องวีซ่าจีนถูกตีกลับ?
ข้อมูลสำคัญที่ผิดมีความเสี่ยงสูง เช่น ชื่อไม่ตรงพาสปอร์ต เลขพาสปอร์ตผิด วันเกิดผิด ประเภทวีซ่าไม่ตรงวัตถุประสงค์ ชื่อบริษัทเชิญไม่ตรงกับเอกสารธุรกิจ เบอร์ผู้เชิญใช้ไม่ได้ หรือวันที่เดินทางไม่ตรงกับตั๋วและเอกสารประกอบ

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเมื่อฟอร์ม COVA ผิดหลัง Submit

  • ถ้าข้อมูลสำคัญผิด เช่น ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด ประเภทวีซ่า หรือผู้เชิญ ควรทำฟอร์มใหม่
  • หลัง Submit แล้ว หลายระบบใช้วิธี copy and fill in เพื่อสร้างแบบฟอร์มใหม่ ไม่ใช่แก้ PDF กระดาษเอง
  • หากจองคิวด้วยเลขฟอร์มเดิม แล้วสร้างฟอร์มใหม่ อาจต้องจองใหม่หรือถามศูนย์วีซ่าว่าใช้คิวเดิมได้หรือไม่
  • ศูนย์กรุงเทพฯ มีข้อมูลว่าไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า แต่แนะนำให้ทำฟอร์มออนไลน์ก่อนและสามารถจองออนไลน์เพื่อความรวดเร็วได้
  • บางระบบจำกัดหนึ่งพาสปอร์ตต่อหนึ่งคำร้อง หาก Submit เดิมค้างอยู่ อาจต้องยกเลิกคำร้องเดิมก่อน Submit ใหม่
  • ไม่ควรขีดฆ่าหรือเขียนแก้บนฟอร์มเองโดยไม่ถามเจ้าหน้าที่ เพราะข้อมูลในระบบออนไลน์อาจยังผิดอยู่
  • วิธีที่ดีที่สุดคือ ตรวจฟอร์มเทียบกับพาสปอร์ตและเอกสารจริงก่อน Submit ทุกครั้ง

ฟอร์ม COVA ผิด อย่ารอไปลุ้นหน้างาน

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจฟอร์มออนไลน์ เทียบกับพาสปอร์ต หนังสือเชิญ เอกสารเรียน/ทำงาน ตั๋ว และแผนเดินทาง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลผิด จองคิวผิดเลขฟอร์ม หรือเสียเวลาทำคำร้องใหม่ที่ศูนย์วีซ่า

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com