ยื่นวีซ่า C11 ในนามบุคคลหรือนามบริษัท แบบไหนเหมาะกับทีม Exhibitor

ยื่นวีซ่า C11 ในนามบุคคลหรือนามบริษัท แบบไหนเหมาะกับทีม Exhibitor

🇮🇩 C11 Exhibitor Team Application Guide

ยื่นวีซ่า C11 ในนามบุคคลหรือนามบริษัท แบบไหนเหมาะกับทีม Exhibitor

คำตอบที่ถูกต้องไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะวีซ่าออกเป็นรายบุคคล แต่คำร้อง C11 ต้องดำเนินการผ่านบริษัทหรือสปอนเซอร์ที่มีบัญชีในระบบ eVisa
📅 อัปเดตล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 9 นาที

บริษัทมีทีม Exhibitor 8 คนเดินทางไปงานเดียวกัน จึงเกิดคำถามว่าควรยื่นวีซ่า C11 ในนามบริษัทเพียงคำร้องเดียว หรือให้สมาชิกแต่ละคนยื่นในนามบุคคลแยกกัน

โครงสร้างที่ถูกต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างสองแบบ วีซ่า C11 จะออกให้ผู้เดินทางแต่ละคนและผูกกับหนังสือเดินทางรายบุคคล แต่ผู้สมัครไม่ได้ยื่นแบบอิสระโดยไม่มีผู้รับรอง เพราะข้อมูลทางการระบุว่า C11 ต้องมีสปอนเซอร์ และสปอนเซอร์เป็นผู้ยื่นคำร้องให้ชาวต่างชาติผ่านบัญชี eVisa

สำหรับทีม Exhibitor วิธีที่เหมาะที่สุดจึงเป็น ยื่นรายบุคคลภายใต้บริษัทหรือสปอนเซอร์เดียวกัน โดยใช้เอกสารงานและเอกสารบริษัทส่วนกลางร่วมกัน แต่แยกเอกสารส่วนตัวและหน้าที่ของสมาชิกแต่ละคน

สรุปสั้น ๆ:
ไม่มีวีซ่า C11 ในนามบริษัทหนึ่งฉบับที่ครอบคลุมทีมทั้งหมด สมาชิกทุกคนต้องมีวีซ่าของตนเอง แต่บริษัท ผู้จัดงาน ผู้แทนจำหน่าย หรือสปอนเซอร์ในอินโดนีเซียสามารถเป็นผู้ยื่นคำร้องให้แต่ละคนผ่านบัญชี eVisa เดียวกันได้ สำหรับทีม Exhibitor ควรจัดเป็นหนึ่งโครงการหรือหนึ่งงาน แต่แยกคำร้อง หนังสือเดินทาง รูปถ่าย Job Description และผลวีซ่ารายบุคคล

💬 ทีมเดินทางหลายคน แต่หน้าที่และเอกสารยังรวมอยู่ในไฟล์เดียว?
ส่งรายชื่อทีม หนังสือเชิญ และ Booth Schedule ให้ทีมช่วยแบ่งเอกสารส่วนกลางกับเอกสารรายบุคคลก่อนยื่น

📱 ตรวจโครงสร้างคำร้อง C11

วีซ่า C11 เป็นวีซ่ารายบุคคลหรือวีซ่าในนามบริษัท

ในทางตรวจคนเข้าเมือง ผู้ได้รับวีซ่าคือชาวต่างชาติแต่ละคน ไม่ใช่บริษัท วีซ่าจะเชื่อมกับชื่อ เลขหนังสือเดินทาง สัญชาติ วันเกิด และข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เดินทาง

อย่างไรก็ตาม การยื่น C11 ไม่ใช่การยื่นส่วนตัวแบบไม่มีผู้รับรอง เว็บไซต์ Immigration อินโดนีเซียระบุว่าผู้สมัครต้องมีสปอนเซอร์ และสปอนเซอร์ต้องมีบัญชีในระบบ eVisa ก่อนยื่นคำร้องให้ชาวต่างชาติที่ตนรับรอง

👤 ส่วนที่เป็นรายบุคคล

  • ผู้ได้รับวีซ่า
  • หนังสือเดินทาง
  • รูปถ่าย
  • ประวัติและข้อมูลส่วนตัว
  • หน้าที่ในงาน
  • ผลการอนุมัติวีซ่า

🏢 ส่วนที่เป็นบริษัทหรือสปอนเซอร์

  • บัญชีที่ใช้ยื่นในระบบ eVisa
  • หนังสือคำร้องและคำรับรอง
  • หนังสือเชิญจากผู้จัดงาน
  • หลักฐานบูธและงานแสดงสินค้า
  • หลักฐานผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • การประสานงานกับ Immigration
📌 คำอธิบายที่แม่นยำกว่า: ไม่ใช่ “ยื่นในนามบริษัทแทนบุคคล” แต่เป็น “บริษัทหรือสปอนเซอร์ยื่นคำร้องรายบุคคลให้สมาชิกทีม Exhibitor”

ข้อมูลทางการระบุว่าสปอนเซอร์ต้องมีบัญชีในระบบ eVisa และเป็นผู้ยื่นคำร้อง C11 ให้ชาวต่างชาติ โดยเตรียมหนังสือคำร้อง หนังสือรับรองของสปอนเซอร์ และเอกสารผู้เดินทาง

นอกจากนี้ C11 ต้องมีหนังสือรับรองหรือหนังสือเชิญจากหน่วยงานภาครัฐหรือสถาบันเอกชนที่เป็นผู้จัดกิจกรรม เพื่อยืนยันว่าผู้เดินทางเข้าร่วมงานในฐานะ Exhibitor จริง

หน้าที่หลักของสปอนเซอร์

  • เปิดและดูแลบัญชีในระบบ eVisa
  • ยื่นคำร้องให้ผู้สมัครแต่ละคน
  • ออกหรือรับรองหนังสือคำร้องและหนังสือรับประกัน
  • อธิบายความสัมพันธ์กับผู้สมัครและงานแสดงสินค้า
  • ยืนยันกิจกรรมและระยะเวลาพำนัก
  • ตอบคำถามหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมเมื่อ Immigration ร้องขอ
  • ดำเนินการต่ออายุผ่านบัญชีสปอนเซอร์ หากมีความจำเป็นและเข้าเงื่อนไข
⚠️ การเป็นบริษัทต้นสังกัดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสปอนเซอร์ในระบบได้ทันที: ควรตรวจว่านิติบุคคลใดมีคุณสมบัติและบัญชี eVisa ที่ใช้ยื่นได้จริง โดยเฉพาะกรณีบริษัทต้นสังกัดตั้งอยู่นอกอินโดนีเซีย

โครงสร้างการยื่นแบบไหนเหมาะที่สุดสำหรับทีม Exhibitor

ทีมที่เดินทางไปงานเดียวกันควรจัดคำร้องเป็นระบบเดียวกัน เพื่อให้ชื่อบริษัท ชื่องาน วันเดินทาง หมายเลขบูธ และสปอนเซอร์ตรงกัน แต่ต้องไม่รวมข้อมูลส่วนบุคคลจนแยกไม่ออกว่าใครทำหน้าที่อะไร

จัดทำ Master Event File
รวมหนังสือเชิญ หลักฐานการเป็น Exhibitor ใบจองบูธ Agenda และข้อมูลสปอนเซอร์
จัดทำ Team Member Matrix
ระบุชื่อ ตำแหน่ง เลขหนังสือเดินทาง หน้าที่ วันที่เดินทาง และประเภทวีซ่าที่ประเมิน
แยก Individual Application Pack
สมาชิกแต่ละคนมีหนังสือเดินทาง รูปถ่าย เอกสารการเงิน หนังสือรับรองการทำงาน และ Job Description ของตนเอง
ใช้สปอนเซอร์เดียวกันเมื่อกิจกรรมสอดคล้องกัน
ช่วยให้เอกสารและคำอธิบายของทีมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แยกผู้ที่มีหน้าที่ต่างประเภทออกจากกลุ่ม C11
เช่น Speaker ช่างติดตั้ง วิศวกร หรือผู้ให้บริการหลังการขาย
ตรวจคำร้องรายคนก่อนชำระเงิน
ชื่อ วันเกิด เลขหนังสือเดินทาง และหน้าที่ต้องตรงกับเอกสารทุกฉบับ
💡 รูปแบบที่เหมาะกับทีม 10 คน: ใช้เอกสารงานส่วนกลางหนึ่งชุด ภาคผนวกรายชื่อหนึ่งชุด และแฟ้มรายบุคคล 10 ชุด โดยสปอนเซอร์ยื่นคำร้องแยกให้ทั้ง 10 คนผ่านบัญชีเดียวกัน

เอกสารส่วนกลางอะไรใช้ร่วมกันได้

เอกสารส่วนกลางควรเป็นข้อมูลที่เหมือนกันสำหรับสมาชิกทีมทุกคน และต้องมีรายละเอียดเพียงพอที่จะตรวจสอบงาน ผู้จัด และสถานะ Exhibitor

เอกสารส่วนกลาง ใช้ยืนยันอะไร สิ่งที่ควรตรวจ
Invitation Letter จากผู้จัดงาน ผู้เชิญ งานที่เข้าร่วม และบทบาท Exhibitor ควรมีรายชื่อทีม หรือมีภาคผนวกรายชื่อแนบ
Exhibitor Confirmation สถานะบริษัทในฐานะผู้แสดงสินค้า ชื่องาน วันที่ สถานที่ และชื่อบริษัทต้องตรงกัน
Booth Booking หรือสัญญาพื้นที่ พื้นที่จัดแสดงและหมายเลขบูธ ตรวจชื่อผู้จองและความสัมพันธ์กับบริษัทต้นสังกัด
Event Agenda กำหนดการและระยะเวลาของงาน วันเดินทางของทีมต้องมีเหตุผลสัมพันธ์กับงาน
เอกสารสปอนเซอร์ ผู้รับรองและผู้ยื่นคำร้องในระบบ ข้อมูลสปอนเซอร์ต้องใช้รูปแบบเดียวกันทุกคำร้อง
Distributor Agreement ความสัมพันธ์กับผู้แทนจำหน่ายในอินโดนีเซีย ใช้เมื่อบูธหรือสปอนเซอร์อยู่ในชื่อ Distributor
Company Profile หรือ Product Profile สินค้าและบริการที่นำไปทำตลาด ควรตรงกับหมวดสินค้าที่จัดแสดงในงาน

หากต้องจัดทำ Invitation Letter สำหรับทีม ควรระบุรายชื่อสมาชิก เลขหนังสือเดินทาง ตำแหน่ง และหน้าที่ หรือทำเป็นภาคผนวกที่มีเลขอ้างอิงตรงกับหนังสือหลัก

เอกสารอะไรต้องแยกเป็นรายบุคคล

แม้เดินทางด้วยกัน แต่สมาชิกแต่ละคนมีข้อมูลหนังสือเดินทาง ประวัติการเงิน ตำแหน่ง และหน้าที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรใช้เอกสารรายบุคคลฉบับเดียวแทนทั้งทีม

Individual Application Pack ของสมาชิกแต่ละคน

  • สำเนาหนังสือเดินทางที่มีอายุคงเหลือตามเกณฑ์
  • รูปถ่ายสีล่าสุดตามรูปแบบระบบ
  • รายการเดินบัญชีย้อนหลังสามเดือนในชื่อผู้สมัครหรือสปอนเซอร์
  • Employment Letter หรือหนังสือรับรองการทำงาน
  • Assignment Letter ระบุภารกิจในอินโดนีเซีย
  • Job Description ของบุคคลนั้น
  • ตารางเดินทางและวันที่ปฏิบัติหน้าที่
  • หลักฐานผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • ข้อมูลที่พักและเที่ยวบินตามที่คำร้องกำหนด
  • เอกสารเพิ่มเติมตามสัญชาติหรือประเภทหนังสือเดินทาง
📌 เอกสารการเงินใช้ชื่อใคร: ข้อมูลทางการระบุว่าสามารถใช้รายการเดินบัญชีย้อนหลังสามเดือนในชื่อชาวต่างชาติหรือสปอนเซอร์ได้ หากบริษัทหรือสปอนเซอร์เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ควรมีหนังสือชี้แจงให้ตรงกับหลักฐานการเงิน

ตัวอย่างตารางจัดกลุ่มทีมก่อนยื่นคำร้อง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

สมาชิกทีม หน้าที่จริง แนวโน้มประเภทวีซ่า ยื่นภายใต้สปอนเซอร์เดียวกันได้ไหม เอกสารเฉพาะ
Sales Manager ประจำบูธ แนะนำสินค้า พบลูกค้า C11 ได้ Sales Job Description
Marketing Executive ดูแลสื่อ เก็บ Lead และประชาสัมพันธ์ C11 ได้ Marketing Activity Schedule
Product Specialist สาธิตสินค้าเชิงการตลาดโดยไม่ติดตั้งหรือซ่อม C11 อาจเหมาะสม ตรวจรายละเอียด Product Demonstration Scope
ผู้บริหารที่เป็น Speaker ขึ้นเวทีบรรยายหรือเปิดตัวสินค้า ตรวจ C10 อาจใช้สปอนเซอร์เดียวกัน แต่คนละประเภทวีซ่า Speaker Agenda และหัวข้อบรรยาย
Booth Installer ประกอบโครง เดินไฟ และใช้เครื่องมือ ไม่ควรใช้ C11 อัตโนมัติ ต้องแยกประเมิน Technical Scope และข้อมูลการอนุญาตทำงาน
Machine Engineer ติดตั้งหรือซ่อมเครื่องจักร ตรวจ C20 แยกประเภทคำร้อง Machine Purchase และ Installation Scope
❌ อย่าใช้ตำแหน่ง “Exhibitor Team” ครอบทุกคน: หากสมาชิกบางคนลงมือทำงานช่าง ติดตั้ง ซ่อม หรือขึ้นเวทีเป็นวิทยากร ควรแยกประเภทวีซ่าตามกิจกรรมจริง แม้เดินทางไปงานเดียวกันและใช้สปอนเซอร์เดียวกัน

ทีมเดียวกันจำเป็นต้องใช้ C11 เหมือนกันทุกคนหรือไม่

ไม่จำเป็น ความเหมาะสมของ C11 พิจารณาจากกิจกรรมของแต่ละคน ไม่ใช่จากชื่อกลุ่มหรือชื่อโครงการเดินทาง

C11 รองรับการเข้าร่วมงาน MICE หรือ Exhibition เพื่อทำตลาดสินค้าและบริการในฐานะ Exhibitor แต่มีข้อจำกัดเรื่องการรับค่าตอบแทนจากบุคคลหรือนิติบุคคลในอินโดนีเซีย และไม่อนุญาตให้ขายสินค้าหรือบริการอย่างอิสระนอกข้อยกเว้นของงาน

สมาชิกที่อาจอยู่ในกลุ่ม C11

  • ทีมขายที่ให้ข้อมูลสินค้า
  • ทีมการตลาดที่ดูแลกิจกรรมในบูธ
  • ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ที่สาธิตเชิงการตลาด
  • ผู้บริหารที่พบลูกค้าในฐานะ Exhibitor

สมาชิกที่ต้องตรวจแยก

  • Speaker หรือ Presenter อย่างเป็นทางการ
  • ช่างติดตั้งบูธ
  • วิศวกรติดตั้งเครื่องจักร
  • ช่างบริการหลังการขาย
  • ผู้ที่รับค่าจ้างจากบริษัทอินโดนีเซีย

การยื่นทีมทั้งหมดเป็น C11 เพราะต้องการให้เอกสารเหมือนกันอาจสะดวกในช่วงจัดเตรียม แต่เพิ่มความเสี่ยงหากหน้าที่จริงไม่ตรงกับเงื่อนไขวีซ่า

ผู้จัดงาน ผู้แทนจำหน่าย บริษัทในเครือ หรือบริษัทคู่ค้าในอินโดนีเซียอาจเป็นผู้ประสานและสปอนเซอร์ได้ หากมีคุณสมบัติและบัญชีในระบบตามที่ Immigration กำหนด

ตัวเลือกสปอนเซอร์ เหมาะเมื่อ ข้อดี สิ่งที่ต้องตรวจ
ผู้จัดงาน ผู้จัดมีระบบรับรอง Exhibitor ต่างชาติ เชื่อมกับงานและหนังสือเชิญโดยตรง ผู้จัดยอมรับเป็นสปอนเซอร์รายบุคคลหรือไม่
Distributor อินโดนีเซีย บูธจองในชื่อผู้แทนจำหน่าย อธิบายความสัมพันธ์ทางธุรกิจได้ ต้องมี Distributor Agreement และขอบเขตหน้าที่ชัดเจน
บริษัทในเครืออินโดนีเซีย บริษัทต่างชาติมีสาขาหรือบริษัทลูกในประเทศ จัดการทีมและค่าใช้จ่ายได้เป็นระบบ ต้องแสดงความสัมพันธ์ระหว่างนิติบุคคล
ผู้ให้บริการหรือเอเจนต์ที่ได้รับมอบหมาย บริษัทไม่มีนิติบุคคลในอินโดนีเซีย ช่วยดำเนินระบบและประสานเอกสาร ตรวจอำนาจ หน้าที่ และความน่าเชื่อถือก่อนส่งข้อมูล
💡 หลักเลือกสปอนเซอร์: เลือกฝ่ายที่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าใครเชิญทีม ทำไมทีมต้องเดินทาง บริษัทมีบูธใด สมาชิกแต่ละคนทำหน้าที่อะไร และใครรับผิดชอบระหว่างที่อยู่ในอินโดนีเซีย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อยื่น C11 ให้ทีมหลายคน

  • เข้าใจว่าวีซ่าออกในชื่อบริษัทหนึ่งฉบับแล้วใช้ได้ทั้งทีม
  • ใช้หนังสือเชิญฉบับเดียวแต่ไม่มีรายชื่อสมาชิกแนบ
  • ใช้ Job Description เหมือนกันทุกคนทั้งที่หน้าที่ต่างกัน
  • เลขหนังสือเดินทางใน Team List ไม่ตรงกับสำเนาหนังสือเดินทาง
  • ชื่อบริษัทใน Booth Booking ไม่ตรงกับบริษัทต้นสังกัดโดยไม่มีคำอธิบาย
  • สปอนเซอร์ไม่ใช่ฝ่ายเดียวกับที่ระบุในหนังสือเชิญ
  • ใช้รายการเดินบัญชีบริษัท แต่ไม่ระบุว่าบริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • รวม Speaker และ Technician ไว้ในกลุ่ม C11 เพื่อให้ยื่นพร้อมกัน
  • ยื่นสมาชิกบางคนช้ากว่าทีมจนวันเดินทางไม่สอดคล้องกับงาน
  • ตรวจเพียงเอกสารส่วนกลาง แต่ไม่ตรวจข้อมูลรายบุคคลก่อนชำระเงิน
⚠️ ผลวีซ่าเป็นรายบุคคล: แม้ใช้สปอนเซอร์และเอกสารงานเดียวกัน แต่คำร้องของสมาชิกแต่ละคนอาจได้รับการตรวจ ขอเอกสารเพิ่ม หรือมีผลพิจารณาไม่พร้อมกัน จึงควรวางเวลาเผื่อสำหรับทั้งทีม

ทีม 5–20 คนและมีหลายตำแหน่งในทริปเดียวกัน?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยจัด Team Matrix แยก C11 ออกจากบทบาทที่ต้องใช้วีซ่าประเภทอื่น และตรวจข้อมูลรายบุคคลก่อนยื่น

💬 ส่งรายชื่อทีมให้ตรวจ

ขั้นตอนเตรียมคำร้อง C11 สำหรับทีม Exhibitor

ยืนยันสถานะ Exhibitor และพื้นที่บูธ
ขอหนังสือเชิญ Exhibitor Confirmation และหลักฐานหมายเลขบูธจากผู้จัดงาน
แต่งตั้งสปอนเซอร์
ตรวจว่าสปอนเซอร์มีบัญชี eVisa และรับผิดชอบยื่นคำร้องให้สมาชิกทีมได้
สร้าง Team Member Matrix
แยกชื่อ ตำแหน่ง หน้าที่ ประเภทวีซ่า วันเดินทาง และเอกสารที่ยังขาด
ตรวจว่าทุกคนเหมาะกับ C11 จริงหรือไม่
แยก Speaker, Installer, Engineer และ After-sales Technician ออกไปประเมินต่างหาก
เตรียมเอกสารส่วนกลาง
ใช้ข้อมูลบริษัท งาน บูธ สปอนเซอร์ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ตรงกันทุกคำร้อง
เตรียมแฟ้มรายบุคคล
ตรวจหนังสือเดินทาง รูปถ่าย การเงิน หนังสือรับรองการทำงาน และ Job Description
ตรวจ Final Consistency
ชื่อ วันเกิด เลขหนังสือเดินทาง วันเดินทาง ชื่องาน และหน้าที่ต้องตรงกันก่อนสปอนเซอร์ส่งคำร้อง

เอกสารภาษาไทยควร แปลเอกสาร โดยรักษาชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ตำแหน่ง และคำอธิบายหน้าที่ให้ตรงกันทั้งทีม ไม่ควรใช้คำว่า Work, Install หรือ Technical Service หากกิจกรรมจริงเป็นเพียงการตลาดในบูธ

แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่น

Directorate General of Immigration อินโดนีเซียระบุว่า C11 ใช้เข้าร่วมงาน MICE หรือ Exhibition เพื่อทำตลาดสินค้าและบริการในฐานะ Exhibitor โดยต้องมีสปอนเซอร์ และสปอนเซอร์เป็นผู้ยื่นคำร้องให้ชาวต่างชาติผ่านระบบ eVisa

เอกสารพื้นฐานตามข้อมูลทางการประกอบด้วยหนังสือคำร้องและคำรับรองของสปอนเซอร์ หนังสือเดินทาง รูปถ่าย รายการเดินบัญชีย้อนหลังสามเดือนในชื่อผู้สมัครหรือสปอนเซอร์ และหนังสือเชิญจากผู้จัดกิจกรรม

📌 ข้อจำกัดสำคัญของ C11: ผู้ถือวีซ่าไม่ควรรับค่าตอบแทน ค่าจ้าง หรือสิ่งตอบแทนลักษณะเดียวกันจากบุคคลหรือนิติบุคคลในอินโดนีเซีย และไม่สามารถขายสินค้าหรือบริการอย่างอิสระ เว้นแต่จำเป็นในฐานะส่วนหนึ่งของงานแสดงสินค้าที่เข้าร่วมตามเงื่อนไขทางการ

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • จัดโครงสร้างคำร้องแบบทีม — แยก Master Event File และ Individual Application Pack อย่างเป็นระบบ
  • ตรวจประเภทวีซ่ารายบุคคล — ไม่รวมทีมขาย Speaker และช่างเทคนิคไว้ใน C11 โดยอัตโนมัติ
  • ตรวจเอกสารสปอนเซอร์ — เชื่อมผู้จัดงาน Distributor บริษัทต้นสังกัด และสมาชิกทีมให้ตรงกัน
  • ตรวจ Team Matrix ก่อนยื่น — ลดความผิดพลาดของชื่อ เลขหนังสือเดินทาง หน้าที่ และวันที่เดินทาง
  • ให้คำแนะนำตามกิจกรรมจริง — วางแผนเอกสารโดยไม่การันตีผลการพิจารณาของ Immigration

บริษัทที่กำลังเตรียม วีซ่าอินโดนีเซีย ให้ทีม Exhibitor สามารถส่งรายชื่อ หนังสือเชิญ และหน้าที่ของสมาชิกแต่ละคนให้ทีมช่วย ปรึกษาวีซ่า ก่อนเริ่มคำร้อง

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการยื่น C11 แบบทีม

ไม่ได้ วีซ่า C11 ออกให้ผู้เดินทางต่างชาติเป็นรายบุคคลและผูกกับหนังสือเดินทางของแต่ละคน แต่บริษัทหรือสปอนเซอร์สามารถใช้บัญชี eVisa เดียวกันเพื่อดำเนินคำร้องให้สมาชิกแต่ละคนภายใต้งานและเอกสารส่วนกลางชุดเดียวกันได้
ข้อมูลทางการระบุว่า C11 ต้องมีผู้ค้ำประกันหรือสปอนเซอร์ โดยสปอนเซอร์ต้องมีบัญชีในระบบ eVisa และเป็นผู้ยื่นคำร้องให้ชาวต่างชาติ จึงไม่ใช่การยื่นส่วนตัวแบบที่ผู้สมัครดำเนินการโดยไม่มีสปอนเซอร์
อาจใช้หนังสือเชิญส่วนกลางฉบับเดียวได้ หากระบุรายชื่อผู้เดินทางทุกคนหรือมีภาคผนวกรายชื่อแนบอย่างชัดเจน แต่สมาชิกแต่ละคนยังต้องมีหนังสือเดินทาง รูปถ่าย หน้าที่ และเอกสารรายบุคคลของตนเอง
ไม่ควรเลือก C11 ให้ทุกคนโดยดูจากการเดินทางไปงานเดียวกัน ต้องตรวจหน้าที่จริงเป็นรายบุคคล ทีมขายและการตลาดในฐานะ Exhibitor อาจใช้ C11 ส่วนผู้บรรยาย ช่างติดตั้ง หรือผู้ให้บริการทางเทคนิคอาจต้องตรวจวีซ่าประเภทอื่น
ข้อมูลทางการระบุว่าสามารถใช้รายการเดินบัญชีย้อนหลังสามเดือนในชื่อผู้สมัครต่างชาติหรือสปอนเซอร์ได้ โดยควรเลือกเอกสารที่อธิบายผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของทริปได้ตรงกับหนังสือรับรองและคำร้อง
ผู้แทนจำหน่าย ผู้จัดงาน หรือบริษัทในอินโดนีเซียอาจเป็นสปอนเซอร์ได้ หากมีคุณสมบัติและบัญชี eVisa ตามที่กำหนด ควรเลือกนิติบุคคลที่สามารถอธิบายความสัมพันธ์กับผู้เดินทาง งานแสดงสินค้า และพื้นที่บูธได้ชัดเจนที่สุด

📌 สรุปการยื่น C11 สำหรับทีม Exhibitor

  • วีซ่า C11 ออกให้ผู้เดินทางแต่ละคน ไม่ได้ออกเป็นวีซ่าบริษัทฉบับเดียว
  • C11 ต้องมีสปอนเซอร์ที่ยื่นคำร้องผ่านบัญชี eVisa
  • รูปแบบที่เหมาะคือยื่นรายบุคคลภายใต้สปอนเซอร์และงานเดียวกัน
  • เอกสารงาน บูธ ผู้จัด และสปอนเซอร์สามารถใช้เป็นเอกสารส่วนกลางได้
  • หนังสือเดินทาง รูปถ่าย การเงิน และ Job Description ต้องแยกรายบุคคล
  • หนังสือเชิญส่วนกลางควรมีรายชื่อทีม หรือมีภาคผนวกรายชื่อแนบ
  • สมาชิกที่ทำหน้าที่ต่างกันอาจต้องใช้วีซ่าคนละประเภท
  • ทีมใหญ่ควรมี Team Member Matrix และแฟ้มรายบุคคล
  • ชื่อบริษัท สปอนเซอร์ หมายเลขบูธ และวันที่งานต้องตรงกันทุกคำร้อง
  • ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก Immigration และระบบ eVisa ก่อนยื่นจริง

ยื่นเป็นทีมได้ แต่ผลวีซ่าและความรับผิดชอบยังเป็นรายบุคคล

ทีม Co Journey Visa ช่วยจัดโครงสร้างคำร้อง C11 แยกเอกสารส่วนกลางกับเอกสารรายบุคคล ตรวจหน้าที่ของสมาชิก และประสานข้อมูลให้สอดคล้องกันก่อนสปอนเซอร์ยื่นคำร้อง

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ