สรุปสั้น ๆ: มีวีซ่าเชงเก้นแล้ว ไม่ได้แปลว่าต่อเครื่องอังกฤษ อเมริกา หรือแคนาดาได้เสมอไป สำหรับสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไปคนไทยต้องมีวีซ่าสหรัฐฯ ที่เหมาะสม เช่น C Transit หรือ B Visitor Visa ที่ยังใช้ได้ สำหรับแคนาดา คนไทยอาจต้องใช้ Transit visa, Visitor visa หรือ eTA หากเข้าเงื่อนไขเฉพาะ ส่วนอังกฤษต้องดูว่าผ่าน UK border control หรือไม่ และวีซ่าเชงเก้นท่องเที่ยวทั่วไปไม่ได้ใช้แทน UK transit visa โดยอัตโนมัติ
💬 มีวีซ่าเชงเก้นแล้ว แต่ตั๋วต่อผ่าน UK, US หรือ Canada? ส่งเส้นทางบินให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูได้ครับ ว่าต้องขอวีซ่าเพิ่มไหม เสี่ยงถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องหรือไม่ และควรเปลี่ยนเส้นทางก่อนจ่ายเงินตั๋วหรือเปล่า
สหราชอาณาจักรไม่ได้อยู่ในเชงเก้น ดังนั้นวีซ่าเชงเก้นท่องเที่ยวทั่วไปไม่ได้เท่ากับวีซ่าอังกฤษ การต่อเครื่องผ่านอังกฤษต้องดูว่าเป็นการ Transit แบบไม่ผ่านด่าน หรือผ่าน UK border control
จาก GOV.UK การ Transit ผ่าน UK แบ่งหลัก ๆ ได้แบบนี้:
Direct Airside Transit: เปลี่ยนเครื่องใน UK โดยไม่ผ่าน UK border control
Visitor in Transit: ต้องผ่าน UK border control เช่น เพื่อเช็กอินกระเป๋าไฟลต์ต่อ และออกจาก UK ภายใน 48 ชั่วโมง
Standard Visitor: หากต้องอยู่ใน UK มากกว่า 48 ชั่วโมง หรือมีเหตุที่ไม่เข้า Visitor in Transit
ข้อยกเว้น Transit Without Visa ของ UK มีรายละเอียดเฉพาะ เช่น วีซ่าหรือ residence permit ของบางประเทศ และเอกสาร EEA/Switzerland บางประเภท แต่ต้องแยกให้ชัดว่า “วีซ่าเชงเก้นท่องเที่ยว Category C” ไม่ใช่ “Category D long-stay visa” และไม่ใช่ residence permit
❌ จุดที่คนพลาด: มีวีซ่าเชงเก้นฝรั่งเศส/อิตาลี/เยอรมนี แล้วซื้อตั๋วต่อผ่านลอนดอนแบบตั๋วคนละใบ ต้องรับกระเป๋าและเช็กอินใหม่ กรณีนี้อาจกลายเป็นการผ่าน UK border control และต้องใช้เอกสาร UK Transit/Visitor ที่เหมาะสม ไม่ใช่ใช้วีซ่าเชงเก้นแทน
4. ต่อเครื่องสหรัฐอเมริกา มีวีซ่าเชงเก้นแล้วพอไหม
ไม่พอครับ สำหรับคนไทย การต่อเครื่องผ่านสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไปต้องมีวีซ่าสหรัฐฯ ที่เหมาะสม เช่น Transit C visa สำหรับ immediate and continuous transit หรือ Visitor B visa ที่ยังใช้ได้ หากมีวัตถุประสงค์อื่น เช่น แวะเที่ยว เยี่ยมเพื่อน หรือพักระหว่างทาง
U.S. Department of State ระบุว่า Transit C visa ใช้สำหรับผู้เดินทางผ่านสหรัฐฯ ไปยังประเทศอื่น และหากต้องการ layover เพื่อเที่ยวหรือเยี่ยมเพื่อน ต้องใช้วีซ่าประเภทที่เหมาะกับวัตถุประสงค์นั้น เช่น Visitor B visa ดังนั้นการมีวีซ่าเชงเก้นไม่ได้ช่วยแทนวีซ่าสหรัฐฯ ในกรณี Transit
ไม่ควรถือว่าพอโดยอัตโนมัติ คนไทยเป็นกลุ่มที่ต้องตรวจเงื่อนไขแคนาดาแยกต่างหาก เพราะแคนาดามีทั้ง Visitor visa, Transit visa, eTA สำหรับบางผู้มีคุณสมบัติ และ Transit Without Visa Program เฉพาะบางกรณี
ข้อมูล IRCC ระบุว่า ผู้ที่มาจากประเทศที่ต้องใช้วีซ่าอาจต้องขอ Transit visa หากไฟลต์หยุดที่สนามบินแคนาดาระหว่างไปประเทศอื่น ต่อระหว่าง 2 international flights และ Transit ไม่เกิน 48 ชั่วโมง โดยไม่มี visitor visa และไม่เข้าเงื่อนไข eTA นอกจากนี้ คนไทยอาจเข้าเงื่อนไข eTA ได้เฉพาะบางกรณี เช่น เคยมี Canadian visitor visa ใน 10 ปีที่ผ่านมา หรือมีวีซ่าสหรัฐฯ non-immigrant ที่ยังใช้ได้ และเดินทางทางอากาศ/Transit ผ่านสนามบินแคนาดาด้วยพาสปอร์ตที่เข้าเงื่อนไข
ดังนั้น “มีวีซ่าเชงเก้น” เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เข้า eTA แคนาดาโดยอัตโนมัติ และไม่ได้แทน Transit visa หรือ Visitor visa ของแคนาดา
คำแนะนำแบบไม่โอเวอร์เคลม — ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจและวางแผนเอกสารเพื่อลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถการันตีการอนุญาตขึ้นเครื่องหรือการพิจารณาของด่านตรวจคนเข้าเมืองได้
ต้องเช็กตามเส้นทางจริง เพราะวีซ่าเชงเก้นท่องเที่ยวทั่วไปไม่ได้เท่ากับวีซ่าอังกฤษ หากต่อเครื่องในอังกฤษโดยไม่ผ่าน UK border control อาจต้องดูเงื่อนไข Direct Airside Transit Visa หรือข้อยกเว้น หากต้องผ่านด่าน รับกระเป๋า เช็กอินใหม่ หรือออกจากสนามบิน อาจต้องใช้ Visitor in Transit visa หรือ Standard Visitor visa ตามระยะเวลาและเงื่อนไข
โดยทั่วไปต้องมีวีซ่าสหรัฐอเมริกาที่เหมาะสม เช่น Transit C visa หรือ Visitor B visa ที่ยังใช้ได้ เพราะวีซ่าเชงเก้นไม่สามารถใช้แทนวีซ่าสหรัฐฯ ได้ และสหรัฐฯ ไม่มีระบบต่อเครื่องแบบไม่ผ่านกระบวนการเข้าเมืองเหมือนหลายสนามบิน
โดยทั่วไปต้องเช็กเอกสารแคนาดาเพิ่ม เพราะวีซ่าเชงเก้นไม่ได้ใช้แทนวีซ่าแคนาดา คนไทยอาจต้องใช้ Transit visa, Visitor visa หรือ eTA หากเข้าเงื่อนไขเฉพาะ เช่น เคยมีวีซ่าแคนาดาใน 10 ปีที่ผ่านมา หรือมีวีซ่าสหรัฐฯ ที่ยังใช้ได้และเดินทางทางอากาศ
วีซ่าเชงเก้นท่องเที่ยวแบบระยะสั้น Category C โดยทั่วไปไม่ควรถือว่าเป็นข้อยกเว้น Transit Visa ของอังกฤษ ข้อยกเว้นบางกรณีของ UK อาจพูดถึง EEA/Switzerland residence permit หรือ Category D visa แต่ไม่ใช่วีซ่าเชงเก้นท่องเที่ยวทั่วไป ต้องตรวจ GOV.UK และสายการบินก่อนเดินทาง
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเส้นทางต่อเครื่องผ่านอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ว่าต้องใช้ Transit Visa, Visitor Visa, ETA, eTA หรือเอกสารอื่นเพิ่มหรือไม่ พร้อมช่วยวางแผนเส้นทางให้ลดความเสี่ยงก่อนเดินทางจริง โดยไม่การันตีการอนุญาตขึ้นเครื่องหรือการพิจารณาของด่านตรวจคนเข้าเมือง